Skip to content
Get App

YouTube Video — Transcript

บรรยายวิชา POL 2203 นโยบายต่างประเทศไทย: นิยาม วัตถุประสงค์ และความสำคัญของนโยบายต่างประเทศ การรักษาเอกราชและผลประโยชน์ชาติ รวมถึงแนวทางลู่ตามลมและการทูตไทยในยุคสงครามเย็น

Key Takeaways

  • นโยบายต่างประเทศคือยุทธศาสตร์ของรัฐเพื่อรักษาและเสริมสร้างผลประโยชน์ของชาติ
  • ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐอื่นและเป็นที่ยอมรับ
  • นโยบายลู่ตามลมแบบ Strategic Hedging ช่วยให้ไทยรักษาสมดุลและไม่ตกเป็นผู้แพ้สงคราม
  • การเป็นมหาอำนาจระดับกลางต้องใช้เวลาและศักยภาพที่พร้อมกว่าปัจจุบัน

What the video covers

  • นิยามนโยบายต่างประเทศเป็นยุทธศาสตร์หรือข้อกำหนดที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อปฏิบัติต่อรัฐอื่น โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือรักษาและเสริมสร้างผลประโยชน์ของชาติ
  • นโยบายต่างประเทศเชื่อมโยงผลประโยชน์ของชาติกับอำนาจของชาติ โดยพิจารณาจากขีดความสามารถของรัฐ (state capacity)
  • ความสำคัญด้านการรักษาเอกราชและความมั่นคง รวมถึงการต่อต้านภัยคุกคามและการปกป้องอำนาจอธิปไตย
  • รัฐจำเป็นต้องมีจุดยืนและทิศทางนโยบายที่ชัดเจนเพื่อให้รัฐอื่นเข้าใจและมีปฏิสัมพันธ์ได้อย่างราบรื่น
  • การใช้ความช่วยเหลือ เงินกู้ หรืออาวุธเป็นเครื่องมือสร้างอิทธิพลทางการเมืองของมหาอำนาจ
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบาย ได้แก่ นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ
  • นโยบายต้องปรับตัวตามสถานการณ์โลกและต้องปฏิบัติได้จริง โดยไม่ขัดต่อการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ
  • การพิจารณาว่าไทยสามารถเป็นมหาอำนาจระดับกลาง (middle power) ได้หรือไม่ ต้องอาศัยศักยภาพด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
  • นโยบายลู่ตามลม (Strategic Hedging) ของไทยในช่วงสงครามเย็นที่เกาะติดสหรัฐเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ และให้ใช้ฐานทัพในฐานะรัฐกันชน

Answers

Questions about this video

นโยบายต่างประเทศคืออะไร?

นโยบายต่างประเทศคือกลุ่มมาตรการหรือยุทธศาสตร์ที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อใช้ปฏิบัติต่อรัฐอื่น โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาและเสริมสร้างผลประโยชน์ของรัฐ

ทำไมรัฐจึงต้องกำหนดนโยบายต่างประเทศที่ชัดเจน?

เพราะความชัดเจนช่วยให้รัฐอื่นเข้าใจจุดยืนของเรา ทำให้การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความขัดแย้ง

ไทยสามารถเป็นมหาอำนาจระดับกลางได้หรือไม่?

อาจารย์ระบุว่าเป็นไปได้ แต่ต้องใช้เวลาและต้องมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่พร้อมกว่านี้ ไม่สามารถเปลี่ยนได้ในชั่วข้ามคืน

Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:18
Speaker A
พร้อมค่ะ
02:15
Speaker A
นะคะ r@ assignumil.ac.th th นะคะอ่าตรงนี้นะคะเข้าใจตรงกันแล้วนะ คะเผื่อถ้าใครมีคำถามก็สอบถามได้นะทีนี้ ทีนี้เดี๋ยววันนี้มาดูกันนะคะเอ่อนโยบาย ต่างประเทศไทยนะเนื้อหาวิชาก่อนที่เราจะ เข้าถึงเนื้อหาวิชานะคะ[เสียงสูดหายใจ]ก็ ดูซิว่า นโยบายต่างประเทศเนี่ยหมายถึงอะไรนะคะ ทำไมรัฐต้องกำหนดหมดนโยบายต่างประเทศนะ แล้วนโยบายต่างประเทศควรมีทิศทางที่ชัด เจนและแน่นอนหรือไม่อย่างไรนะคะอันนี้ลอง คิดตามที่อาจารย์ขึ้นคำถาม 3 ข้อนี้นะว่า มันหมายถึงอะไรน้าแล้วทำไมรัฐต้องกำหนด นโยบายต่างประเทศมันจำเป็นขนาดไหนนะคะมัน มีความสำคัญหรือไม่นะถ้ารัฐไม่กำหนด นโยบายต่างประเทศได้หรือเปล่านะมันจะเกิด ผลเสียหรือไม่ต่อรัฐะนะคะหรือกำหนดแล้ว ควรจะมีทิศทางไปในทิศทางไหนอย่างไรนะหรือ แค่กำหนดแต่เราไม่ได้วางกรอบที่มันชัดเจน นะคะตรงนี้เนี่ยนะเดี๋ยวมาดูกันในแต่ละ หัวข้อนะคะว่ามันประกอบไปด้วยอะไรบ้างนะ ในส่วนของนโยบายต่างประเทศนะคะนโยบายต่าง ประเทศคือกลุ่มของมาตรการนะหรือว่า ยุทธศาสตร์นะคะที่รัฐกำหนดขึ้นนะใช้ ปฏิบัติต่อรัฐอื่น ในอันที่จะให้ได้มาซึ่งจุดประสงค์ที่ ต้องการอันนี้ไปแบบช้าๆก่อนในลักษณะของ นิยามว่านโยบายต่างประเทศคืออะไรนะคะเป็น ยุทธศาสตร์เป็นข้อกำหนดที่รัฐจำเป็นต้อง กำหนดขึ้นนะคะเพื่อนำไปใช้ปฏิบัติต่อรัฐ อื่นนะวัตถุประสงค์หรือจุดประสงค์ของการ ดำเนินนโยบายต่างประเทศก็คือการรักษาและ เสริมสร้างผลประโยชน์ของรัฐการที่รัฐจะ กำหนดนโยบายต่างประเทศออกมาได้เนี่ยนะรัฐ จำเป็นที่จะต้อง
04:46
Speaker A
โอเคค่ะ สวัสดีค่ะนักศึกษา
07:07
Speaker A
สถานการณ์หนึ่งนะซึ่งเมื่อสักครู่อาจารย์ ยกตัวอย่างในแต่ละมิติเนี่ยไม่ว่าจะเป็น ความมั่นคงเศรษฐกิจ นะคะก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าณสถานการณ์ นั้นๆเนี่ย รัฐควรจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์แห่ง ชาติด้านใดนะคะอันนี้คือนิยามนะ [เสียงหายใจอ้าปากค้าง] ต่อมานะคะ นักวิชาการนะก็ได้ให้ อ่าคำจำกัดความที่มันหลากหลายมากขึ้นนะ เช่นบอกว่านโยบายต่างประเทศมันคือหลักการ กว้างๆซึ่งรัฐนึงวางไว้เพื่อกำหนดเพื่อ ควบคุมการกระทำของตนในสภาวะแวดล้อมของ สังคมระหว่างประเทศนะคะอันได้ให้ได้มา ซึ่งผลประโยชน์ของชาติตรงนี้ก็จะเหมือน กันนะคะในนิยามนะก็จะเน้นในเรื่องของผล ประโยชน์ของชาติเป็นหลักนะมาตรการต่างๆมี พื้นฐานที่อยู่ความสามารถของรัฐอาจจะ กล่าวได้ว่านโยบายต่างประเทศของรัฐเป็น สิ่งเชื่อมโยงผลประโยชน์ของชาติกับอำนาจ ของชาตินะคะในนิยามตรงนี้เนี่ยนะ ตรงนี้เนี่ยนะคะมีความสำคัญนะก็คือนโยบาย ต่างประเทศของรัฐจะเชื่อมโยงผลประโยชน์ ของชาติกับอำนาจของชาติการที่คุณจะเล็ง เห็นถึงผลประโยชน์ของชาตินะคะคุณต้องดู อำนาจของรัฐตัวเองนั่นก็คือขีดความสามารถ ของรัฐหรือ state capacity นะว่ารัฐของ คุณเนี่ย มีขีดความสามารถระดับไหนเป็นรัฐขนาดใหญ่ อภิมหาอำนาจหรือเป็นรัฐขนาดกลางหรือเป็น รัฐเล็กนะคะตรงนี้เนี่ยนิยามเราอาจจะไม่ ได้ อ่าตัดสินว่าเป็นรัฐมหาอำนาจอภิมหาอำนาจ ขนาดกลางหรือว่ารัฐเล็กเนี่ยตามไซส์หรือ ขนาดของประเทศหรือไซส์ของเศรษฐกิจหรือ ไซส์ของกำลังทหารแต่เราจะดูขีดความสามารถ
09:19
Speaker A
เอ่อ วันนี้พบกันในวิชา POL 2203 นะคะ เป็นบรรยายสรุปนะคะ วิชานโยบายต่างประเทศของไทย หรือว่า Thai Foreign Policy นะคะ
11:33
Speaker A
ต่างประเทศเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบาย ต่างๆที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง รัฐบาลของประเทศนั่นก็คือมีปฏิสัมพันธ์ มากกว่า 1 รัฐนะคะตรงนี้ก็ถือว่าเป็น นิยามนะที่แอดonอเข้ามาเพื่อให้เข้าใจ หรือเพิ่มความกระจ่างในความหมายนั่นเอง ต่อมาเรามาดูว่าความสำคัญของนโยบายต่าง ประเทศคืออะไรนะคะประเด็นแรกในเรื่องของ การรักษาเอกราชและความมั่นคงนะนโยบายต่าง ประเทศของแต่ละประเทศเนี่ยจำเป็นที่จะ ต้องมุ่งขยายตัวนะคะอ่า อะไรที่เห็นว่าเป็น ภัยอันตรายเราก็จะเต็มจำเป็นจะต้องต่อ ต้านนะภัยอันตรายต่ออะไรต่อเอกราชต่อความ มั่นคงของประเทศนะคะหรือว่าเป็นภัยคุกคาม ของประเทศเราก็จำเป็นที่จะต้อง ต่อต้าน ในสิ่งต่างๆของเหล่านี้นะหรือว่าจะมารุก รานอำนาจอธิปไตยของเราเราก็จำเป็นจะต้อง ปกป้องนะคะหากรัฐของตนเกิดความรู้สึกว่า ไม่ปลอดภัยนะคะเราก็จำเป็นจะต้องขยาย อำนาจของรัฐเช่นสหรัฐอเมริกามีความรู้สึก กังวลไม่ปลอดภัยของตนกรณีอิรักสะสมอ่า อาวุธชีวภาพนะซึ่งณปัจจุบัน ก็คล้ายๆทำนองเดียวที่สหรัฐรู้สึกว่า อิหร่านไม่ปลอดภัยนะคะก็มีการอ่าโจมตีใช้ กำลังทางทหารอะไรแบบนี้นะอันนี้ก็ถือว่า เป็นอีกเหตุการณ์นึงนะคะในตัวอย่างของการ รักษาเอกราชและความมั่นคงแต่ในบางครั้ง มันอาจจะเป็นข้ออ้างก็ได้ของ Great Power หรือของรัฐอภิมหาอำนาจในการที่อยากจะฉก ฉวยทรัพยากรธรรมชาติหรือยึดครององ ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้ได้มาซึ่งเป็น ของตนนะคะตรงนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ด้วยนะคะ เป็นอีกหนึ่งสมิษฐานที่เป็นไปได้นะแต่ใช้ การกล่าวอ้างว่าเป็นการรักษาเอกราชและ
13:50
Speaker A
ด้านล่างนะคะเป็นชื่ออาจารย์ผู้บรรยายนะคะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กัลสมพร ลักษณ์ นะคะ แล้วก็มีอีเมลแอดเดรส
15:57
Speaker A
นั่นเองในอาจจะเป็นการให้ทุนการศึกษาการ ให้เงินทุนให้เปล่านะหรือว่าเป็นการให้ เงินกู้ระยะสั้นระยะยาวดอกเบี้ยถูกใน ลักษณะแบบนี้ก็เช่นเดียวกันนะคะประกอบกับ จะมีการสร้างอิทธิพลทางด้านจิตวิทยาทาง ด้านการเมืองควบคู่ไปด้วยนะให้อาวุธให้ อาวุธยุทโธปกรณให้ความช่วยเหลือทางด้าน การทหารต่างๆนะตรงนี้ใครที่รับความช่วย เหลือก็จำเป็นที่จะต้องอ่าเกรงอกเกรงใจ รัฐผู้ให้นะคะรัฐผู้รับเองก็จำเป็นที่จะ ต้องรับความช่วยเหลือตรงนี้เพราะอะไร เพราะตัวเองไม่มีนะคะก็อาจจะเห็นประโยชน์ แต่ในลักษณะของอ่าอิทธิพลทางการเมืองมัน ก็จะเข้ามาครอบงำไกลๆนะสำหรับรัฐผู้ให้ สู่รัฐผู้รับนะคะ ทำไมรัฐต้องกำหนดนโยบายต่างประเทศนะคะรัฐ จำเป็นต้องกำหนดนโยบายต่างประเทศที่ชัด เจนแน่นอนเพื่อความชัดเจนในนโยบายเนี่ย เราจะต้องมีจุดยืนถ้ารัฐของเราไม่มีจุด ยืนในนโยบายต่างประเทศไม่รู้ว่าโกหรือ เป้าประสงค์ของนโยบายpoิcy gold จะอยู่ ตรงไหนนะเคว้งคว้างหาทางลงไม่ได้อันนี้ก็ เป็นปัญหานะคะเป็นปัญหาของรัฐเราด้วยแล้ว ก็เป็นปัญหาต่อรัฐฝ่ายตรงข้ามนะหรือรัฐ เอ่อพันธมิตรคนที่เขาอยากจะมาคบค้า ประชาคมกับเราหรือมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐเรา เค้าก็ทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าเรามาแนวไหน นั่นเองนะคะเราจึงจำเป็นจะต้องแสดงจุดยืน ที่ชัดเจนให้รัฐภายนอกอ่ะเห็นได้ว่าเรามี แนวทางแบบนี้นะแล้วการที่คุณจะมี ปฏิสัมพันธ์กับรัฐของเราคุณจะต้องปรับ อะไรเพื่อที่จะให้มันดำเนินนโยบายหรือมี ความสัมพันธ์ระหว่างกันได้อย่างสมูทได้ อย่างราบรื่น ได้อย่างเป็นมิตรนะคะโดยที่ไม่มีความขัด แย้งนะตรงนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นมันก็ จะเป็นตัวตอบคำถามว่าทำไมรัฐต้องกำหนด นโยบายต่างประเทศนะเพราะฉะนั้นแล้วนะคะ
18:17
Speaker A
ในกรณีที่ใครมีข้อสงสัยที่จะสอบถามเกี่ยวกับวิชานี้นะคะ ในส่วนของเนื้อหาต่าง ๆ ที่บรรยายไป ถ้ามีข้อสงสัย นักศึกษาก็สามารถติดต่ออาจารย์ผ่านอีเมลแอดเดรสข้างล่างนี้ได้นะคะ ให้ใช้ ruil นะ ส่งมาหาอาจารย์นะคะ เนื่องจากว่าถ้าคุณใช้ personal อีเมลอื่น ๆ มันอาจจะเด้งไปอยู่ในถังขยะหรือในจังค์เมล ซึ่งอาจารย์ไม่สามารถที่จะไปค้นหาได้ หรือบางทีอาจจะไม่เห็น มันอาจจะกระเด็นไปอยู่ที่นั่น เป็นไปได้ เซฟที่สุดก็คือให้ใช้ติดต่ออาจารย์นะคะ Katsamaporn [email protected] นะคะ
20:28
Speaker A
ชีวิตทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงความมั่น คงบริเวณชายแดนนะเพื่อขับเคลื่อนผล ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอันนี้ก็คือการค้า เสรีการค้าคุ้มกันรักษาผลประโยชน์ทางชาติ ทางเศรษฐกิจสร้างความมั่งคั่งให้แก่รัฐนะ ต่อมานะคะเพื่อแสวงหาพันธมิตรแล้วก็การ วางตัวในเวทีโลกนะเร่งสร้างความเชื่อมั่น ในเวทีโลกนะอ่าเล่นอ่อเค้าเรียกว่าอะไร คุณต้องเล่นหรือวางบทบาทนะในเวทีโลกให้ ได้โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันนะคะที่โลกมัน แบ่งขั้วหรือมีการแข่งขันทางอำนาจอย่าง เข้มข้นนะตรงนี้คุณก็ต้องหาแนวทางจะอยู่ ตรงไหนจะวางตัวอย่างไรนะคะหรือจะสร้าง พันธมิตรเพิ่มเพื่อที่จะเอาไว้ [เสียงสูดหายใจ]ซัพพอร์ต รัฐของเรานะก็เป็นหน้าที่ของผู้กำหนด นโยบายอย่างเช่นนายกรัฐมนตรีกระทรวงการ ต่างประเทศหรือหน่วยงานกระทรวงต่างๆ กระทรวงทบวงกรมอะไรที่มันเกี่ยวข้องนะคะ ในการวางนโยบายหรือกำหนดนโยบายนั่นเองนะ ทางด้านทหารก็เกี่ยวข้องนะคะเราก็มีทูต ทหารมีอะไรแบบนี้นะก็อาจจะช่วยเข้ามาดู ทางด้านการค้าและความมั่นคงด้วยนะเพื่อดู แลประชาชนในต่างประเทศอันนี้ก็จะเป็นการ คุ้มครองดูแลแรงงานไทยหรือผู้ทำนับอยู่ใน ต่างแดนนะเป็นอ่าไทยcิzenเป็นคนไทยถือ สัญชาติไทยนะแล้วก็พำนับอยู่ในต่างแดน หรือนักเรียนไทยในต่างประเทศหรือคนที่ไป ทำงานในต่างประเทศนะคะอันนี้ก็เป็นหน้า ที่นะคะที่รัฐจะต้องให้การดูแล เพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลก นโยบายจะต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีโลกนะ ค่ะซึ่งเราต้องมีจุดยืนน่ะว่าตอนนี้ สถานการณ์โลกมันเป็นแบบนี้เราควรจะเดิน อย่างไรนะตรงนี้นะคะ นโยบายต่างประเทศควรมีทิศทางที่ชัดเจนและ แน่นอนหรือไม่นะอันนี้ก็ขึ้นหัวคำถามนี้ ไว้ตั้งแต่ตอนต้นสไลด์และ นโยบายต่างประเทศควรมีทิศทางที่ชัดเจนและ แน่นอนนะคะเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับ
22:57
Speaker A
อ่า ตรงนี้นะคะ เข้าใจตรงกันแล้วนะคะ เผื่อถ้าใครมีคำถามก็สอบถามได้นะ
25:00
Speaker A
ที่มันอยู่ในกระดาษนะแต่มันต้องเป็นอะไร ที่มันปฏิบัติได้จริงหรือมันเป็น practical อ่ะนะตรงนี้มันก็จะโชว์ให้ เห็นถึงการมีเสถรภาพความต่อเนื่องในการ กำหนดนโยบายทางด้านการทูตที่สามารถกระทำ ได้จริงนะคะการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ อันนี้เป็นทิศทางที่ชัดเจนอยู่แล้วนะคะ ว่านโยบายต่างประเทศต้องมีถ้านโยบายต่าง ประเทศ นโยบายไหนที่ออกมา แล้วมันขัดกับการปกป้องผลประโยชน์แห่ง ชาตินโยบายนั้นใช้ไม่ได้นะคะไม่สามารถจะ นำมาปฏิบัติได้เพราะถือว่าคุณขัดต่ออ่า จุดยืน ของประเทศก็ว่าได้นะคะเพราะฉะนั้นแล้วการ กำหนดนโยบายต่างประเทศเนี่ยมันจำเป็นเป็น ที่ต้องดูว่ามันส่งเสริมปกป้องนะหรือ พัฒนาผลประโยชน์แห่งชาติหรือเปล่านะคะหาก เข้าเกณฑ์ก็โอเคแต่ถ้ามันไม่เข้าเกณฑ์ หรือมันไปขัดแย้งกับผลประโยชน์แห่งชาติ ที่วางเอาไว้เนี่ยแสดงว่ามันไม่ใช่ละแสดง ว่าอันนี้มันไม่ใช่มันไม่ใช่นโยบายที่ดี หรือมันเป็นนโยบายที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วน ตนไม่ใช่เห็นแก่ผลประโยชน์แห่งชาตินะคะ ข้อ 4 การสร้างสมดุลเชิงยุทธศาสตร์การ กำหนดจุดยืนที่ชัดเจนจะช่วยให้สามารถ รักษาระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างมหาอำนาจ ได้นะอย่างเคสไทยของเราเราไม่ใช่รัฐ อภิมหาอำนาจหรือรัฐขนาดกลางนะในเชิงของ นโยบายต่างประเทศอาจารย์ยังให้นิยามว่า ประเทศไทยยังเป็นรัฐเล็กอยู่ด้วยพฤติกรรม ทางด้านการทูตนะคะหรือพฤติกรรมทางด้านการ ต่างประเทศหรือเค้าเรียกว่า policy behavior นะคะพฤติกรรมทางด้านนโยบายต่าง ประเทศเนี่ยเรายังต้องอาศัย
27:00
Speaker A
ทีนี้ วันนี้มาดูกันนะคะ เอ่อ นโยบายต่างประเทศไทย นะ เนื้อหาวิชา ก่อนที่เราจะเข้าถึงเนื้อหาวิชานะคะ [เสียงสูดหายใจ] ก็ดูซิว่า นโยบายต่างประเทศเนี่ยหมายถึงอะไรนะคะ ทำไมรัฐต้องกำหนดนโยบายต่างประเทศนะ แล้วนโยบายต่างประเทศควรมีทิศทางที่ชัดเจนและแน่นอนหรือไม่ อย่างไรนะคะ อันนี้ลองคิดตามที่อาจารย์ตั้งคำถาม 3 ข้อนี้นะ ว่ามันหมายถึงอะไร แล้วทำไมรัฐต้องกำหนดนโยบายต่างประเทศ มันจำเป็นขนาดไหนนะคะ มีความสำคัญหรือไม่ ถ้ารัฐไม่กำหนดนโยบายต่างประเทศได้หรือเปล่า มันจะเกิดผลเสียหรือไม่ต่อรัฐนะคะ หรือกำหนดแล้วควรจะมีทิศทางไปในทิศทางไหนอย่างไรนะ หรือแค่กำหนดแต่เราไม่ได้วางกรอบที่มันชัดเจน ตรงนี้นะ เดี๋ยวมาดูกันในแต่ละหัวข้อนะคะว่ามันประกอบไปด้วยอะไรบ้างนะ
28:49
Speaker A
คุณก็กลับไปดู corner Stone ของคุณจุด ยืนที่มันอ่าเป็นสิ่งที่เราสrickเอาไว้นะ คะนั่นก็คือผลประโยชน์แห่งชาติของไทยเป็น หลักนะผลประโยชน์แห่งชาติของไทยจะเป็นตัว ไกดและเป็นตัวบอกว่าคุณควรจะหันไปข้างไหน ในกรณีมิติเศรษฐกิจหรือกรณีมิติความมั่น คงนะหรือในลักษณะของอ่าการเน้นผลประโยชน์ ในมิติใดมิติหนึ่งนะคะในเมื่อโลกมันแตก ตัวมันแบ่งขั้วแล้วเราจะอยู่อย่างไรตรง นี้นะก็คือตัวผลประโยชน์แห่งชาติจะเป็น ตัวแปรจะเป็นตัวบอกว่าคุณควรจะทำยังไง เดินไปทางไหนนะคะการทูตที่กินได้เน้นผล ประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนการ ท่องเที่ยวจะบอกว่ามันเป็นการทูตเศรษฐกิจ เชิงลุกก็ว่าได้นะคะในปัจจุบันก็จะต้อง อ่าตระหนักในจุดนี้เหมือนกันนะการทูตเชิง ลุกเป็นการปรับปรุงความไม่แน่นอนในอดีต แต่มุ่งเน้นความต่อเนื่องเน้นนโยบายเชิง รุกก็ต้องดูให้ดีเช่นเดียวกันนะคะว่าเรา จะรุกอย่างไรอ่าดูตัวแปรต่างๆให้มันชัด เจนนะซึ่งทั้ง 3 อย่างเนี่ยก็ถือว่าเป็น โจทย์ท้าทาย ในยุคปัจจุบันของการต่างประเทศไทย ถามว่านโยบายต่างประเทศและนโยบายภายในมี ความสัมพันธ์กันหรือไม่มีนะคะการศึกษา นโยบายต่างประเทศเนี่ย จะศึกษาเฉพาะ อ่า ระดับที่มันเป็นระดับ Global Level หรือ ว่าเป็นตัวแปรที่เกิดจากภายนอกอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้นะคะเค้าเรียกว่าเอ่อ Robert
30:50
Speaker A
ในส่วนของนโยบายต่างประเทศนะคะ นโยบายต่างประเทศคือกลุ่มของมาตรการ หรือว่ายุทธศาสตร์นะคะที่รัฐกำหนดขึ้น นะ ใช้ปฏิบัติต่อรัฐอื่น เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งจุดประสงค์ที่ต้องการ อันนี้ไปแบบช้า ๆ ก่อน ในลักษณะของนิยามว่า นโยบายต่างประเทศคืออะไรนะคะ เป็นยุทธศาสตร์ เป็นข้อกำหนดที่รัฐจำเป็นต้องกำหนดขึ้นนะคะ เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติต่อรัฐอื่น นะ วัตถุประสงค์หรือจุดประสงค์ของการดำเนินนโยบายต่างประเทศก็คือการรักษาและเสริมสร้างผลประโยชน์ของรัฐ การที่รัฐจะกำหนดนโยบายต่างประเทศออกมาได้เนี่ย นะ รัฐจำเป็นที่จะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ออกมา แต่มีเงื่อนไขว่ามันจะต้องอยู่ภายใต้การรักษา ส่งเสริม หรือว่าพัฒนานะคะ เสริมสร้างผลประโยชน์ของรัฐในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง นะ ทุก ๆ มิติ นะคะ อาจจะมีมิติย่อยด้านอื่น ๆ ด้วยก็ได้นะ โดยที่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก
33:04
Speaker A
ประเทศจะไม่ยากนะจะพยายามให้ง่ายต่อการทำ ความเข้าใจตรงนี้[เสียงสูดหายใจ] ตัวแบบแรกนะคะเค้าเรียกว่า SBS นะมาจาก อ่านักวิชาการที่ชื่อ Sider Bug and Suin นะคะถือว่าตัวแบบ SBS เนี่ยมันเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาใน เรื่องของการตัดสินใจสภาพแวดล้อมนะทาง ภูมิศาสตร์อิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายสังคม วัฒนธรรมมีส่วนกระทบต่อสภาพสังคมนะตรงนี้ นะคะความสามารถของผู้นำนะในการตัดสินใจ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเหตุผลเสมอไปนะในบาง ครั้งมันอาจจะต้องประมวลเพื่อหาการตัดสิน ใจที่ดีที่สุดนะคะอาจจะใช้เวลามากนะก็ เป็นข้อด้อยของตัวแบบนี้ที่อาจจะดูแล้ว ว่า ความสมบูรณ์มันน้อยนะคะแต่ถามว่ามันสำคัญ มยก็สำคัญนะคะในเรื่องของปัจจัยต่าง ทั้งภายในภายนอกที่มันมีผลต่อการตัดสินใจ นะคะ ตัวแบบที่ 2 เกฮมเอิัน นะคะได้เสนอรูปแบบการวิเคราะห์ 3 แบบนะ Rational Policy Model Organizational Process Model แล้วก็ Burocratic
34:30
Speaker A
เรื่องของผลประโยชน์แห่งชาติเนี่ยมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะซับซ้อนนะคะ และมีความหลากหลายในบางครั้ง ในแต่ละโอกาสหรือในแต่ละห้วงเวลานะ ผลประโยชน์แห่งชาติอาจจะเน้นย้ำในแต่ละมิติไม่เท่ากันนะคะ ซึ่งอยู่ที่ว่า ณ ห้วงเวลานั้น ผลประโยชน์แห่งชาติจะให้ลำดับความสำคัญไปในทิศทางของมิติใด เช่น อาจจะเป็นในมิติของความมั่นคงนะคะ ถ้าเรามีปัญหาในเรื่องของชายแดนหรือความขัดแย้งเกี่ยวกับพรมแดนต่าง ๆ นะ หรือความมั่นคงนะคะ ทางด้านคนผู้อพยพ แรงงานต่างด้าว แรงงานเถื่อนต่าง ๆ พวกนี้นะ เราก็จะมาดูในมิติผลประโยชน์ของชาติในลักษณะของด้านความมั่นคงนะคะ แต่ถ้าในเรื่องของการทำเขตการค้าเสรีหรือการเจรจาเปิดการค้าเสรีต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็นผลประโยชน์แห่งชาติทางเศรษฐกิจนะ อันนี้อาจารย์ยกตัวอย่างให้ฟังจะได้เข้าใจง่าย ๆ นะคะ ก็ทำความเข้าใจตามไปนะ
36:05
Speaker A
ได้ประโยชน์ก็จะผลักดัน ขอบเขตผลประโยชน์แบบนั้นนะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันจะเกิดการต่อรองซึ่ง กันและกันในการอ่ารักษาไว้ซึ่งความเห็น ต่างหรือตัวผลประโยชน์ที่กลุ่มตัวเองจะ ได้นะคะอันนี้ต้องมีการเจรจาต่อรองเกิด ขึ้นในกลุ่มนะก็จะมี 3 ตัวแบบของอ่าฮม เอisonนะค่ะ อันสุดท้ายเป็นตัวแบบของ Michael Brer นะ Brma Steberg แล้วก็เจน ST ตัวแบบนี้ จะมองลักษณะการดำเนินนโยบายนะคะก็จะมี สภาพแวดล้อมนะ การปฏิบัติการภายในภายนอกส่งผลผ่านการ สื่อสารผู้นำในการตัดสินใจแล้วก็ปฏิบัติ งานนั้นส่งออกเข้าสู่สภาพแวดล้อมทางด้าน จิตวิทยานะปัจจัยนำเข้านะคะมาสู่กระบวน การการตัดสินใจแล้วก็มาสู่ผลลัพธ์ทาง นโยบายซึ่งผลลัพธ์ทางนโยบายเนี่ยก็จะวนมา ที่ input อีกรอบนึงนะคะก็อยู่ที่คนที่จะ เลือกศึกษานะว่าจะหยิบยก ตัวแบบไหนเข้ามาอธิบายนะไม่ได้มีอะไรที่ มันตายตัวได้อันนี้อาจจะเอามาให้ดูเฉยๆ เพื่อประกอบการทำความเข้าใจนะคะ นะหรืออาจจะดูแบบนี้ก็ได้นะคะปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายก็จะมีทั้ง ปัจจัยภายในภายนอกแล้วก็มาถึงกระบวนการ กำหนดนโยบายต่างประเทศมาถึงการ implementation แล้วก็ส่งผลออกมาเป็นผลสะท้อนกลับนั่นก็
37:54
Speaker A
นโยบายต่างประเทศของรัฐเนี่ยจึงเป็นเหมือนกับแผนการนะ เป็นเหมือนกับ mapping plan นะคะ ที่จะทำให้เราเดินต่อได้ เราในที่นี้คือรัฐนะคะ และก็มียุทธศาสตร์หลายประการเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของชาติอันหลากหลายในขณะใดขณะหนึ่ง นะ หรือในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง นะ ซึ่งเมื่อสักครู่อาจารย์ยกตัวอย่างในแต่ละมิติ เนี่ย ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง เศรษฐกิจ นะคะ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่า ณ สถานการณ์นั้น ๆ เนี่ย รัฐควรจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์แห่งชาติด้านใดนะคะ อันนี้คือนิยามนะ [เสียงหายใจอ้าปากค้าง]
39:44
Speaker A
ที่มันออกมาอาจจะดูแข็งเกล้าก็ได้หรือไม่ ค่อยที่จะ flexible เท่าไหร่หรือไม่ค่อย ที่จะประณีประนอมเท่าไหร่เวลาที่ติดต่อ อ่ากับรัฐภายนอกทางด้านการต่างประเทศนะ เช่นใครเมียนมาร์ในปัจจุบันอย่างเงี้ยอัน นั้นก็จะเป็นลักษณะของเผด็จการทหารนะคะเ เข้าถึงประชาชนอาจจะอาจจะน้อยนะคะมุมมอง โลกกว้างของผู้นำที่เป็นทหารเนี่ยอาจจะ ไม่ได้มีแนวทางที่มันกว้างเท่าไหร่นะคะ แต่จะเน้นว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัด แย้งภายในประเทศทำอย่างไรให้คนอยู่อย่าง สงบสุขนะแต่อาจจะไม่ได้โฟกัสในเรื่องของ ความมั่งคั่งของประเทศหรือการอยู่ดีกินดี อะไรมากอันนี้ก็จะเป็นฟielแบบผู้นำที่ เป็นทหารนะคะส่วนผู้นำที่เป็น background ที่เป็นแบบข้าราชการหรือเป็นนักการทูต อะไรอย่าเงี้ยก็จะเน้นในเรื่องของการต่าง ประเทศซะส่วนใหญ่นะคะหรือเน้นในเรื่องของ อ่าการ สร้างนะนโยบายหรือการกำหนดนโยบายนุบายใน ลักษณะของให้เอ่อดูโดดเด่นในเรื่องของการ ทูตหรือความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค อย่างี้ก็มีตัวอย่างนะคะของไทยอย่างเช่น สมัยพลเอกชาติชายชนวัณอย่างเงี้ยนะเพราะ ว่าอดีตท่านเป็นทหารก็จริงแต่ก็เป็นนัก การทูตด้วยนะก็คือมีเทคแทคติที่ค่อนข้าง ลึกลึกล้ำและมีประสิทธิภาพในการกำหนด นโยบายทางด้านการทูตอาจารย์ไม่ได้พูดถึง policy outcome ผลลัพธ์จากpoิcyหรือผล ลัพธ์[เสียงสูดหายใจ]จากนโยบายว่านโยบาย นั้นดีหรือไม่ดีนโยบายนั้นเป็นอย่างไรนะ คะแต่เราดูในรูปแบบของการสร้างนโยบายหรือ ความ active นะหรือแtionที่มันออกมานะคะความอ่า
41:51
Speaker A
ต่อมานะคะ นักวิชาการก็ได้ให้ อ่า คำจำกัดความที่หลากหลายมากขึ้นนะ เช่นบอกว่านโยบายต่างประเทศคือหลักการกว้าง ๆ ซึ่งรัฐหนึ่งวางไว้เพื่อกำหนด เพื่อควบคุมการกระทำของตนในสภาวะแวดล้อมของสังคมระหว่างประเทศนะคะ อันได้มาซึ่งผลประโยชน์ของชาติ ตรงนี้ก็จะเหมือนกันนะคะ ในนิยามนะ ก็จะเน้นในเรื่องของผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก มาตรการต่าง ๆ มีพื้นฐานที่อยู่ความสามารถของรัฐ อาจจะกล่าวได้ว่านโยบายต่างประเทศของรัฐเป็นสิ่งเชื่อมโยงผลประโยชน์ของชาติกับอำนาจของชาตินะคะ ในนิยามตรงนี้เนี่ยนะ ตรงนี้เนี่ยนะคะมีความสำคัญนะ ก็คือนโยบายต่างประเทศของรัฐจะเชื่อมโยงผลประโยชน์ของชาติกับอำนาจของชาติ การที่คุณจะเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ของชาตินะคะ คุณต้องดูอำนาจของรัฐตัวเอง นั่นก็คือขีดความสามารถของรัฐ หรือ state capacity นะ ว่ารัฐของคุณเนี่ยมีขีดความสามารถระดับไหน เป็นรัฐขนาดใหญ่ อภิมหาอำนาจ หรือเป็นรัฐขนาดกลาง หรือเป็นรัฐเล็กนะคะ ตรงนี้เนี่ยนิยามเราอาจจะไม่ได้ตัดสินว่าเป็นรัฐมหาอำนาจ อภิมหาอำนาจ ขนาดกลาง หรือรัฐเล็กเนี่ยตามไซส์หรือขนาดของประเทศ หรือไซส์ของเศรษฐกิจ หรือไซส์ของกำลังทหาร แต่เราจะดูขีดความสามารถของรัฐในเชิงของการใช้นโยบายต่างประเทศ หรือการใช้เครื่องมือทางการทูต เราจะดูตรงนี้ ถ้านโยบายต่างประเทศของคุณยังต้องพึ่งพิงรัฐที่ใหญ่กว่า หรือรัฐที่มีอ
43:57
Speaker A
เอ่อ Policy Statement ที่เขา้ามีแถลง นโยบายแล้วก็หยิบยกมาประกอบกับอ่า สถานการณ์ปัจจุบันที่มันเกิดขึ้นนะใน ปัจจุบันต่างๆตรงนี้สามารถนำมาวิเคราะห์ ได้นะคะอันนี้อาจารย์ก็หยิบยกตัวอย่างให้ พวกเราฟังว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงๆมัน อยู่ประมาณนี้นะสำหรับในส่วนของคำว่า โลกทัศน์ของผู้ ทีนี้ นโยบายต่างประเทศไทยนะคะถามว่าเรามีจุด ยืนมั้ยนโยบายประเทศไทยมีจุดยืนนะตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบันนะคะในรูปคือรูปต้นไผ่ นะถ้าเราจินตนาการ ถึง ต้นไผ่นะคุณสามารถจินตนาการได้ว่าอย่าง อะไรนะคะลักษณะของต้นไผ่นะยอดไผ่มันเป็น ยังไงเวลาโดนลมมันก็จะถูกพัดโอนเอนแต่ถาม ว่ามันพัดจนขนาด ลำต้นไผ่หักหรือไม่เป็นไปได้ยากนะคะไผ่ เนี่ยเป็นต้นไม้ที่แบบรากอย่างยังลึกจริง ๆนะถ้าคุณจะขุดกไผ่ 1 กไผ่ นะ 1 ก่อจะขุด 1 ก่ออาจจะต้องแบบใช้รถ แบโฮอ่ะขนาดใหญ่ที่จะแบบกว่าจะขุดรากขึ้น มาได้ใช้เวลานานมากแล้วก็อาจจะต้องใช้แบบ อ่า ปริมาณน้ำมันในการที่จะให้แบ็คโฮลขุดขึ้น มาค่อนข้างเยอะนะคะไม่ง่ายเหมือนอ่าขุด ต้นไม้ที่มันเป็นพืชล้มลุกหรือว่าอ่าต้น ไม้ที่มันไม่ได้มีรากแข็งแรงอ่ะนะคะอัน นี้คือธรรมชาติของไผ่นะทำไมอาจารย์ต้อง พูดถึงไผ่ทำไมไม่พูดถึงต้นไม้อื่นอ่าการ
46:12
Speaker A
นิยาม นะคะหรือการเปรียบเปลย จุดยืนของนโยบายต่างประเทศไทยเนี่ยเขาบอก ว่ามันเป็นนโยบายลู่ตามลมหรือว่ามันเป็น ไผ่ลู่ลมนั่นเองนะจึงต้องเอาต้นไผ่รูปต้น ไผ่ขึ้นมานะธรรมชาติของต้นไผ่นะคะนโยบาย ไผ่ลู่ลมหรือbambบู diplomacy จุดยืนของเราอยู่ตรงนี้เค้าบอกว่ามันเป็น ยุทธศาสตร์การต่างประเทศนะแบบยืดหยุ่นที่ ไทยใช้มายาวนาน นะคะอันนี้เราพูดถึง อ่า ลักษณะคุณลักษณะก่อนคาแรคเตอisticก่อนเรา ยังไม่พูดถึงบทวิจารณ์ว่าพรรคการเมืองไหน ไม่ชอบนโยบายไผ่ลู่ลมหรือว่าจะไม่เดินตาม ไผลู่ลมอะไรแบบเนี้ยเราจะไม่พูดนะคะอัน นี้ให้นักศึกษาเข้าใจพื้นฐานก่อนนะไอ้ ส่วน นักการเมืองไหนพรรคไหนจะไม่เดินตามไผ่ลู่ ลู่ลมหรือไม่ชอบไผ่ลู่ลมอยากจะครateแนว ทางยุทธศาสตร์การต่างประเทศไทยออกมาใหม่ๆ อันนั้นก็เรื่องของเขานะคะแต่ ตั้งแต่อดีต จะบอกว่าภัยลู่ลมเนี่ยมันถูกใช้มาอย่าง ยาวนานถ้าคุณย้อนแบคกลับไปดู ประวัติศาสตร์ทางด้านการต่างประเทศไทยนะ เพื่ออะไรเพื่อรักษาสมดุลแห่งอำนาจ เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางความขัดแย้งของ มหาอำนาจต่างๆนะความขัดแย้งของมหาอำนาจ เนี่ยเราสามารถตีความได้ว่า เหมือนกับมันเป็นลมอ่ะ ลมพายุจะแรงจะเบาจะปานกลางก็นะแต่ลมที่ มันพัดมาเนี่ย เราก็ต้องโอนอ่อนหรือโอนเอนไปตามทิศทางลม บ้างในบางครั้งนะคะ เพราะฉะนั้นเราจึงเปรียบเสมือนว่าเราเป็น ต้นไผ่ ถ้าคุณอยู่นิ่งโดยไม่ไหวติงเลยนะมันอาจจะ อยู่ยากนะคะเราต้องเอาตัวรอดให้ได้ท่าม
48:39
Speaker A
กลาง มรสุมหรือความขัดแย้งต่างๆที่มันเกิดขึ้น ในเวทีโลกหรือในสังคมระหว่างประเทศ การไหวเอนของไผ่มันจึงเปรียบได้เสมือนว่า เป็นการปรับตัวตามสถานการณ์นะนั่นก็คือคำ ว่าลู่ไปตามลมนะคะหรือในภาษาอังกฤษเขา เรียกว่า bending with the wind the wind ก็คือลมนะคะ w i n d นะ bending คือการไหวติงไปตามลมนั่นนั่นเองไม่แข็ง ขืนจนเกินไปนะถ้ามันแข็งขืนจนเกินไปนั่น ก็คือต้นไผ่มันจะหัก นะการที่เราลู่ไปตามลมปรับตัวตาม สถานการณ์นั่นก็คือการ รักษาผลประโยชน์แห่งชาติเอาไว้นะคะ ที่กล่าวมาทั้งหมดเนี่ยคือคาแรคเตอistic หรือคุณลักษณะของไลมหรือBambบู Diplomacy [เสียงสูดหายใจ]ที่ไทยแลนด์มีจุดยืนอยู่ นะถ้าจะดูกรอบด้านล่างนะคะคิLenกoตรงนี้ เป็นนักวิชาการนะที่เขาทำวิจัยแล้วก็ เขียนงาน Bending with the wind the continuity and flexibility of Thai
50:07
Speaker A
foreign policy แล้วมีของอาจารย์ประวิน ก็เคยก็เคยวิพากษ์วิจารณ์Bambบู Diplomacy หรืออาจารย์อีกท่านนึงถึงอาจารย์พงษ์ พิสุทธิ์บุษบารัตน์จากจุฬาลงกรณ์นะอัน นั้นท่านก็มีงานเขียนไว้นะคะใครอยาก เสิร์ชลองไปเสิร์ชดูงานของอาจารย์ค่ะ อาจารย์ท่านได้ว่าเกี่ยวกับbambบู diplomacy เป็นอย่างไรนะคะแต่ของอาจารย์ เขาจะเป็น contemporary ก็คือร่วมสมัยมี การให้แนวทางว่าการที่จะเป็นไผ่ลู่ลมในใน ยุคปัจจุบันเนี่ยมันควรจะเป็นอย่างไรนะคะ นะอันนี้อาจารย์ก็เอามาเพิ่มเติมให้นะ เผื่อใครอยากจะไปเสิร์ชเพิ่มก็ได้เดี๋ยว นี้ Google เยอะแยะมีอินเทอร์เน็ตนะสาระ สำคัญนะคะของภัยรุลมเน้นความยืดหยุ่นความ Flexibility นะคะไม่เลือกข้างฝ่ายใดฝ่าย หนึ่งอย่างถาวรแต่เราจะดูสถานการณ์ควรจะ หันไปในทิศทางไหนเพื่อให้เราปลอดภัยแล้ว ก็อยู่รอด ปรับใช้ในสภาวะวิกฤตนะคะในช่วงสงครามหรือ ความขัดแย้งของมหาหาอำนาจไทยยังต้องการ ความเป็นอิสระนะเปรียบได้เหมือนต้นไผ่นะ คะโอนเอนไปตามลมแต่ไม่หักง่ายนะพยายามที่ จะเป็นมิตรรอบด้านนั่นเอง Goodboring policy นะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุก ขั้วอำนาจ นะคะถ้าเราพูดถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบัน อย่างเช่น อิหร่านอเมริกาอิสราเอลนะไทยอยู่ตรงไหน
51:48
Speaker A
ไทยเราไม่ใหญ่ขนาดที่จะไปต่อกอนอะไรกับ เขาเราก็อยู่เฉยๆนะคะอยู่เฉยๆเพื่อรักษา สัมพันธภาพเอาไว้นะรักษาผลประโยชน์แห่ง ชาติของเราเอาไว้นะเป็นไปได้อย่างที่ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศปัจจุบันนะ คะท่านก็ไปเจรจานะครั้งที่แล้วกับอ่าอ่า ผู้นำของโอมานนะคะน่าจะเป็นกษัตริย์นะ แล้วก็เอ่อขอให้เรือน้ำมันของเราเนี่ย แล่นกลับมาอย่างรอดปลอดภัยนะไม่ถูกโจมตี อะไรแบบนี้นะคะอันนี้ก็คือเราก็ต้องรักษา สถานะท่าทีให้มันอยู่กลางๆนะถ้าเราไปเทค ไซตอเมริกันซะเยอะเราอาจจะโดนของแถมมา ด้วยนะคะตรงนี้ก็ต้องระมัดระวังให้ดีนะ รู้หลบเป็นปีกนะทักอ่าทักษะหรือแทคติกทาง ด้านการทูตเนี่ยมันจะต้องเอาตัวรอดเก่งๆ นะคะตรงนี้โอเคนโยบายรูตามลมมีอะไรอีกใน เรื่องของการทูตนะคะรัชสมัย รัชกาลที่ 3 45 ตรงนี้เราก็ใช้นะเราก็ ใช้นโยบายไผ่ลู่ลมนะค่ะแล้วก็มาถึงสงคราม โลกครั้งที่ 2 สงครามเย็นเราก็ใช้ไผ่รู่ ลมมาตลอดเนื่องจากเหตุการณ์ใน ประวัติศาสตร์อ่ะมันชี้ชัดว่าเราใช้ไผ่ รู้ลมญี่ปุ่นขยายอำนาจยกพลขึ้นบกนะคะสมัย โกโบริอังซุมารินน่ะที่เขา้ามาทำนะนิยาย นะคะ เรามีเสวีไทยเรากลายเป็นผู้ชนะสงครามนะคะ เราเปลี่ยนตัวผู้นำเอาจอมพลปอกออกคนที่ เซ็นสัญญากับญี่ปุ่นแต่ถามว่าถ้าจอมพลปอ ไม่เซ็นสัญญากับญี่ปุ่นให้ญี่ปุ่นยกพล ขึ้นบกในไทยเราจะเป็นเหมือนนานกิงนั่นก็ คือที่ประเทศจีนถูกฆ่าล้างพอพันนะที่นาน กิงนะคะซึ่ง ก็ไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้นก็ยอม เซ็นสัญญากับญี่ปุ่นนะแต่หลังฉากเราก็มี เสรีไทยนะคะแล้วท้ายที่สุดญี่ปุ่นแพ้
54:10
Speaker A
สงครามเราก็ชนะกับอเมริกาด้วยนะเปลี่ยน เปลี่ยนตัวผู้นำบอกว่าหมู่ฆะไอ้สนธิสัญญา ที่เซ็นไว้นะถามว่ามันอาจจะดู dishonest นิดนึงนะมันอาจจะดูไม่ได้ดูซื่อสัตย์สัก เท่าไหร่แต่มันคือแทคติกอ่ะในการที่เราจะ ต้องเอาตัวรอดไม่งั้นเราก็แย่ต้องจ่ายค่า ปฏิกรรมสงครามกับญี่ปุ่นน่ะนะถือว่าเรา แพ้สงครามนะก็ไม่โอเคนะคะตรงนี้ผู้นำอ่า ชนชั้นอิในตอนนั้นทั้งหลายก็มองแล้วว่า ไม่โอเคนะก็มีขบวนการเสรีไทยเกิดขึ้นนะคะ จะบอกว่าเป็นขบวนการใต้ดินก็ได้นะแต่ว่า ช่วยให้ประเทศชาติ อ่ารอดจากการเป็นผู้แพ้สงครามนะแล้วพอมา ถึงช่วงสงครามเย็นนะคะสงครามเย็นเนี่ยก็ ไทยกับอเมริกามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เนื่องจาก ปกป้องหรือป้องกันปกป้องประเทศเพื่อป้อง กันลัทธิคอมมิวนิสต์ที่จะแผ่ขยายมาเพราะ ว่าโลกแตกตัวออกเป็น 2 ขั้วอำนาจนั่นก็ คือคอมมิunึมกับdeมocครraacy ประชาธิปไตยนะคะสิ่งที่กลัวตอนนั้นเขา เรียกว่าคอมมิโบ คือการกลัวการแผ่ขยายอิทธิพลของ คอมมิวนิสต์เข้ามาในเอเชียตวอกเฉียงใต้ ซึ่งอ่าอ่าโลเคชัของไทยหรือทางด้าน ภูมิศาสตร์ของไทยที่ตั้งเราเนี่ยมันอาจจะ กลายเป็นรัฐกันชนนะคะเป็นbuffเฟอร์ state คือ ถ้าเราโดนกลืนกินจากคอมมิวนิสต์ประเทศ อื่นไม่เหลือแน่นะในเอเชียดเฉียงใต้เพราะ ฉะนั้นอเมริกาก็มองว่าไทยแลนด์ควรจะเป็น buffอร์ state เป็นรัฐกันชนจะต้องเข้ม แข็งเอาไว้ไม่ให้คอมมิวนิสต์ก้ำกลืนเข้า มาในไทยได้นะแต่ในเหตุการณ์แล้วตอนนั้น
56:09
Speaker A
มันก็มีนิดหน่อยนะคะแถวถ้าเกิดใครได้ยิน ที่บอกว่าแถวร่มเกล้าอะไรแบบเนี้ยมีการ ต่อสู้นะภูพานนาแกอะไรแบบเนี้ยนะก็จะมี แบบแนวที่เป็นคอมมิวนิสต์แพร่กระจายเข้า มาแต่ตอนหลังก็คือเราอ่า หยุดยั้งมันได้สำเร็จนะคะก็ใช้สงคราม จิตวิทยาโฆษณาชนเชื่อปราบปามคอมมิวนิสต์ ในประเทศไทยใช่ถูกแทคติกตรงนี้เข้ามานะ ตรงนี้ก็เป็น ลู่ตามลมนะในอดีตที่เกิดขึ้นนะคะส่วนใน บริบทปัจจุบันนะคะยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ไปนะโลกหลายขั้วอำนาจรัฐบาลจะทำอย่างไร นโยบายแบบนี้จะเพียงพอหรือไม่นะคะก็มีแนว คิดให้ ปรับ นโยบายลู่ตามลมนะให้ให้พยายามทำตัวเป็น มหาอำนาจขนาด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานะมันไม่ได้เป็นกัน โดยข้ามคืนนะคะการที่จะบอกว่าให้ไทยเป็น มหาอำนาจขนาดกลางเนี่ยนะถ้าคุณไปดูในเชิง ทฤษฎีของความเป็นมหาอำนาจขนาดกลางเนี่ย ไทยเข้า คุณลักษณะหรือยังนะมหาอำนาจระดับกลางใน โลกใบนี้อย่างปัจจุบันอ่ะอย่างอินเดีย แคนาดาออสเตรเลียอย่างเงี้ย นะคะหรือมาเลเซียอย่างเงี้ยนะถือว่าเป็น middle power แต่ก็ต้องกลับไปดูว่าคุณลักษณะนั้น ไทilแลนด์ฟิตหรือยังฟิตตรงไหนนะเข้าไป [เสียงสูดหายใจ] แมตชกับคุณลักษณะเค้าหรือเปล่านะคะซึ่ง อาจจะต้องย้อนกลับมาคิดนิดนึงหันกลับมาดู ท่าทีการต่างประเทศไทยนะตั้งแต่ไล่มาเลย นะคะหลังจากที่มีรัฐประหารมาเนี่ยนะ รัฐประหารของอ่าพลเอกประยุทธ์มานะคะการ ตามประเทศไทยเป็นไงนะคะต้องย้อนกลับมาดู ไอ้การที่จะบอกว่าสลัดภาพรักลู่ตามลมแล้ว ให้เป็นมหาอำนาจระดับกลางมันทำได้มากน้อย แค่ไหนนะคะตรงนี้เนี่ยต้องหันกลับมาดูตัว
58:28
Speaker A
เราเองก่อนใครก็พูดได้นะว่าทิ้งลู่ตามลม ไปให้เป็นมหาอำนาจระดับกลางแต่คุณพร้อม หรือยังคุณแมตชกับคุณลักษณะ midle power หรือเปล่านะ ถ้าคุณไปมองอินเดียคุณไปมองออสเตรเลียคุณ สู้เค้าได้ยังหรือคุณเหมาะหรือยังที่จะ เข้าไปอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเขาคุณมีอะไร มั่งที่จะไปโชว์แล้วอยู่กลุ่มเดียวกับพวก เขานะอาจารย์ไม่ได้ด้อยค่านะคะว่าเมือง ไทยไม่สามารถเป็นได้แต่ต้องใช้เวลา ไอ้การที่จะเป็นชั่วข้ามคืนปรับ เปลี่ยน strategy ทั่วข้ามคืนแล้วคุณบอก โอ้ยทุกวันนี้ฉันจะเป็นมหาอำนาจระดับกลาง แล้วเนี่ยใช่เหรอนะคะอันนี้อ่ะในฐานะเรา เป็นผู้เรียนลองไปนึกทบทวนดูว่ามันเป็น ได้ยังนะคะเป็นได้แต่คุณต้องใช้เวลาคุณ ต้องมีแบบศักยภาพมากกว่านี้นะคะทั้งใน ด้านเศรษฐกิจสังคมการเมืองอ่ะคุณต้อง พร้อมกว่านี้นะเอาแค่แค่ใกล้ๆคุณเทียบกับ ออสเตรเลียได้ยังคุณเทียบกับอินเดียได้ ยังนะคะหรือคุณเทียบกับแคนาดาได้ยังนะ เพราะพวกนั้นเขาเป็นมหาอำนาจระดับกลางมา เนิ่นนานนะแล้วเค้าก็มีคุณลักษณะที่มัน เหมาะกับความเป็น midle power อยู่ดั้งเดิม นะคะเพราะฉะนั้นไอ้การที่จะบอกว่าจะเป็น มหาอำนาจระดับกลางเี่มันต้องอาศัยสายการ ตีความอย่างลึกซึ้งเหมือนกันนะไม่ใช่แค่ ค่ำคืนแล้วจะเป็นได้นะคะการทูตที่มี ยุทธศาสตร์นะ Strategic Haging พัฒนาจาก แค่ลูกตามลมเป็นการรักษาการสมดุลที่มี
60:18
Speaker A
ชั้นเชิงภายใต้ระเบียบโลกใหม่อันนี้ไม่ เถียงนะคะอันนี้สามารถเราสามารถปรับปรุง ได้ เราต้องวางยุทธศาสตร์ให้ดีนะตัว policy maker ผู้กำหนดนโยบายเป็นตัว ในการที่จะสร้างมุมมองว่าคุณจะมี ยุทธศาสตร์อย่างไรนะในกรณีแบบนี้จะทำ อย่างไรจะสร้างยุทธศาสตร์แบบไหนนะคะอัน นี้ทำได้ไม่ยากนะคะโดยต่อยอดจากไอ้ลู่ตาม ลมที่บอกไปนี่แหละนะคะแต่ถ้าคุณละทิ้งไป เลยแล้วจะบอกว่าจะเป็นมหาอำนาจระดับกลาง อาจารย์ว่ามันยากกว่านะนะคะทั้งๆที่อดีต เราก็ใช้แนวนี้มาตลอดแต่เพียงแต่ปรับไอ้ ลูตามลมอ่ะมีการ develop แนวทางของลูกตาม ลมให้มันเป็นไปตามทิศทางหรือมันมีความ รักษาความเป็นสมดุลน่ะอย่างมีชั้นเชิง อย่างมีชั้นเชิงก็คือมีแทคติ นะอันเนี้ยน่าจะเป็นไปได้มากกว่านะคะ ก็ในฐานะเราเป็นผู้ศึกษานะผู้เรียนลองลอง ไปคิดดูซิว่า อันไหนมีความเป็นไปได้มากกว่ากันนะ นะคะBambบู Diplomacy ลักษณะการดำเนิน นโยบายการทูตให้สอดคล้องหรือทำตามประเทศ มหาอำนาจเพื่อรักษาผลประโยชน์ความอยู่รอด ความอิสระนะดังต้นไผ่ที่รูปไปตามกระแสลม นะ โดยส่วนตัวนะคะหากให้อาจารย์วิพากษ์ Bambบู Diplomacy ก็ยังคงอยู่แต่เราจะ พัฒนาพัฒนามันอย่างไรมากกว่าแต่ถ้าบอกว่า ให้รัฐทิ้งBambบู Diplomacy ไปยังไม่เห็น
62:06
Speaker A
ด้วยนะคะอันนี้เป็นมุมมองส่วนตัวนะหรือ นักศึกษาท่านไหนลองไปวิเคราะห์ดูเองก็ได้ ว่า คุณคิดว่าไงนะ ทีนี้มาดูการต่างประเทศไทย กับตะวันตกในอดีตเดี๋ยวคุณจะเห็นภาพว่า ไอ้BAMBู Diplomacy เนี่ย มันแฝงอยู่จริงหรือไม่นะคะ ไทยกับชาติตะวันตกสมัยกรุงศรีนะมีการติด ต่อค้าขายโปรตุเกสถือว่าเป็นชาติแรกที่ ไทยคบค้าสมาคมด้วย[เสียงสูดหายใจ]นะคะต่อ มาก็จะมีความสัมพันธ์นะกับอ่าประเทศอื่น เฉตุเกส ลงนามฉบับแรกโปรตุเกสมีความประสงค์จะมาทำ การค้ามากกว่ายึดดินดินแดนนะคะมีการฝึก ทหารไทยให้ใช้อาวุธปืนต่างๆนะอันนี้ตรง กับสมัยกรุงศรีอยุธยาสมเด็จพระรามาธิบดี ที่ 2 ต่อมาสมัยพระนรศวรก็มีโปรตุเกสมา เหมือนกันนะคะแล้วก็มาถึงสมัยพระนารายณ์ นะคะเอ่อสมัยพระนารศวรมีฮอลนดาด้วยนะคะมี ชาวอังกฤษด้วยนะก็มีการอ่าแก่งแย่งหรือ ความขัดแย้งกันเล็กๆนะคะที่ฮอลันดาเนี่ย แผ่อิทธิพลมากแล้วก็พยายาม จะเข้าครอบกรรมประเทศไทยกิจกันชาวอังกฤษ นู่นนี่นั่นนะคะแต่ สมัยพระนารายณ์นะพระนารายณ์ใช้การเข้ามา ของฝรั่งเศส มาเป็นการคานอำนาจฮอลนดา นะเพื่อที่จะกดฮอลันนดา ไม่ให้ฮอลันดาแผ่ขยายอิทธิพลเหนือเรามาก จนเกินไปนะคะตรงนี้ก็ถือว่าเป็นเทคนิคทาง การทูตอย่างนึงนะในสมัยโบราณนะคะสมัย กรุงศรีอยุธยาก็เลยทำให้ความสัมพันธ์ทาง การทูตระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเนี่ยช่วง สมัยพระยายเจริญถึงขีดสูงสุดคุณอาจจะย้อน กลับไปดูอ่าละครออเจ้านะตรงนี้ก็เป็น
64:26
Speaker A
จุดจุดนึงนะคะที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ อันนี้คือเรื่องจริงแล้วเาเอามาเขียนเป็น อ่านิยายเป็นละครนะคะแต่มันมีเหตุการณ์ ป๊อิงประวัติศาสตร์อันนี้คือเรื่องจริงนะ พระนารายณ์ก็ส่งทูตนะคะเหมือนตามที่ใน ละครเค้าเล่นนะเค้าก็เขียนอิง ประวัติศาสตร์นี่แหละเจริญสัมพันธไมตรี 3 ครั้งนะคะพอชุดสุดท้ายเนี่ยถือว่าบรรลุ เป้าหมายนะแล้วก็มีการแลกเปลี่ยนทูต ระหว่างเรากับทางฝรั่งเศสนะเป็นราชทูตของ พระเจ้าหลุยที่ 14 นะตอนนั้นนะคะคณะทูต ไทยชุดที่ 3 นะออกพระวิสุสุนทร เจ้าพระยาโกสาปานนะโกษาธิบดีแล้วก็ในทีม เนี่ยก็ไปนะคะก็มีการติดต่อค้าขายกันต่อ มาช่วงตอนปลายก่อนเสียกรุงนะคะก็ถือว่า ตะวันตกก็เข้ามาปะปายแต่ว่าไม่คึกคัก เหมือนช่วงสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนะคะก็ สิ้นสุดลงเมื่อไทยศรีเอกราชไทยแกะพม่านะ สมัยพระนารายณ์นะคะถือว่าเป็นอ่า การทูตที่เฟื่องฟูนะ ต่อมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นะคะเราก็มีมา ติดต่ออีกเช่นกันนั่นก็คือโปรตุเกส เช่นเดิมก็มีพระราชสารจากกรุงริสมบอนมานะ คะมาที่รัชกาลที่ 1 สมเด็จผู้ยอดฟ้า จุฬาโลกนะแล้วก็ให้ชาวคริสเตียนมาตั้ง ถิ่นฐานถาวรในไทยนะ เอ่อถ้าเป็นแถว ใน แถวกัลยา นะคะเดี๋ยวอาจารย์ขอดูนิดนึงวัด กัลยาณิมิตเนี่ย ก็จะมีเป็น น่าจะเป็นชุมชนโปรตุเกสนะ
66:33
Speaker A
ชุมชนกุรีจีนเดี๋ยวขอดูนิดนึง อ้านะคะชุมชนกุดีจีนนะเป็นย่านบริษัทนะคะ ริมฝั่งธนบุรีก็เป็นวัฒนธรรมไทยจีน โปรตุเกสนะวัดกัลยาณมิตรถ้าเกิดใครมี โอกาสก็ลองไปเที่ยวชมดูนะคะหรือเรียกว่า ซัมปกงจะมีหลวงพ่อโตนะแล้วก็จะมีโบสถ์ ซานตครูสนะคะเป็นวัดนะ[เสียงสูดหายใจ] แล้วก็มีศาลเจ้าจีนอยู่ตรงนั้นก็เป็นการ ผสมผสานนะคะอิทธิพลของโปรตุเกสจีนแล้วก็ ไทยนะก็จะเห็นง่ายๆเลยนะคะซึ่งตรงแถวชุม ชนวัดกัลยาณมิตรเนี่ยก็ถือว่าเป็นชุมชน เก่าแล้วก็มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมนะ ไหนๆเราพูดถึงโปรตุเกส ตรงนี้ด้วยนะโบสถ์ซนตาคูสนะคะอยู่ใกล้ๆ กับวัดนี่แหละอาจารย์ก็เคยไปนะแล้วก็จะมี ขนมที่ อ่าชุมชนกูดีจีนเขาทำนะคะ เป็นขนมไข่นะเป็นขนมฝรั่งกุดีจีน เอกลักษณ์ก็คือกรอบนอกนุ่มในนะตรงนี้แล้ว ก็จะมีลูกเกดนะคะเป็นไข่เป็ดแป้งสาลีนะ น้ำตาลสายมีลูกเกดอยู่ข้างบนนะขนมฝรั่ง กุลีจีนสืบทอดมา 200 ปีแล้วนะสู่รุ่นที่ 5 นะคะคือขนมอันนี้เนี่ยอาจจะบอกว่ามันเป็น ขนมโปรตุเกสก็ว่าได้นะคะที่สืบทอดตั้งแต่ รุ่นบรรพบุรุษมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานนะ ก็ยังอร่อยอยู่นะคะในปัจจุบันขนมไข่กุฏิ จีน อันนี้ก็ถือว่าเป็นอิทธิพลของโปรตุเกสนะ ที่เข้ามาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ต่อมา อังกฤษนะคะก็เข้ามาสมัยรัชกาลที่ 2 นะ แล้วก็มีเริ่มมีการทำสนธิสัญญานะคะเจริญ สัมพันธไมตรีในสมัยสกาลที่ 3 นะเป็น สนธิสัญญาเกี่ยวกับการพาณิชย์นะคะรัชกาล
68:43
Speaker A
ที่ 3 กับรัชกาลที่ 4 จะมีการทำสนธิสัญญา นั่นก็คือสนธิสัญญาเบอร์นี่ส่วนบาิเนี่ย สมัยรัชกาลที่ 4 นะคะ 2 สนธิสัญญานี้นะคะ ทำกับอังกฤษนะเป็นสนธิสิสัญญา ประวัติศาสตร์อาจจะบอกว่าตีความใน ปัจจุบันมันคือ FTA ก็ว่าได้นะไกลๆนะคะ เป็น free trade agreement แต่ในโบราณ เนี่ยมันยังไม่ชัดขนาดนั้นมันก็จะเป็น สนธิสัญญานะที่เกี่ยวข้องกับการค้าการ พาณิชย์เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีต่างๆแต่ ถ้าเราเอามาอนุมานในปัจจุบันเราจะบอกว่า โอเคเป็น FTA กลายๆนะซึ่งสนธิทริยา เบอร์นี่นะคะสยามได้ตกลงลงนามกับอังกฤษ เมื่อ 2369 สมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว นะคะมีร้อยเอกเฮนรี่เียเป็นนักการทูตชาว อังกฤษของบริษัทอินเดียตะวันออกนะณตอน นั้นมันจะไปแมตชกับช่วงยุคล่าอาณานิคมอ่ะ นะคะของตะวันตก ก็เป็นผู้แทนมาเจรจานะคะทำสนธิสัญญานะมา ตั้งแต่รัชกาลที่ 2 ไม่สำเร็จก็มาสำเร็จ
69:52
Speaker A
สมัยการที่ 3 ท่านแล้วก็มุ่งเน้นสร้าง ความสัมพันธ์แล้วก็ขยายตัวทางด้านการค้า เป็นหลักเพราะมันไปแมชกับยุคล่าอาณานิคม Mercantinis ของตะวันตกนะคะเพื่อที่จะ ขยายตัวทางด้านการค้าขยายตลาดทางด้านการ ค้าหรือแสวงหาทรัพยากรใหม่ๆนะผลิตเพื่อ การค้านั่นเองนะคะไปแมตชกับตรงนั้นอันนี้ เป็นส่วนที่สัญญาเบอร์นี่ฉบับภาษาไทยนะ ใครอยากไปดูของจริงไปที่พิพิธภัณฑ์สถาน แห่งชาติได้นะคะก็มีการลงบันทึกเนี่ยนะคะ สืบไปไม่รู้สิ้นไม่รู้สุด นะตรงนี้แล้วก็มาถึงสนธิสัญญาบิ่งนะคะลง นามสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านรัชกาล ที่ 4 ก็เซจนบingเป็นราชทูตอังกฤษมาตัว แทนของพระนางวิกตอเรียนะคะก็แน่นอนเหมือน เดิมขยายการคาเสรีในเอเชียนะคะหลังจาก ประสบความสำเร็จบังคับให้จีนจีนเซ็นก่อน เรานะมันมีสงครามฝิ่นเกิดขึ้นแล้วก็มาเรา เซ็นนะคะ เข้ามาสนธิสัญญานี้ช่วยรักษาอิสรภาพสยาม ในระดับนึงแต่ยังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นข้อตกลงที่ไม่สมดุลซึ่งเราอาจจะเสีย เปรียบนั่นเองอันนี้ก็เป็นเรื่องปกติ เหมือนกับการทำ FTA Free Trade Agreement เขตการค้าเซรี่ในปัจจุบันนะคะเราเป็นรัฐ ขนาดเล็กไปทำ FTA กับรัฐขนาดใหญ่หรือรัฐ ที่มีอิทธิพลมากกว่าในเชิงของเศรษฐกิจเรา ก็จะต้องเสียเปรียบในบางอย่างแต่การได้ เปรียบมันก็ยังแฝงอยู่นะคะแต่ไอจะได้
71:37
Speaker A
เปรียบ 100% ใน impossible เป็นไปไม่ได้ ขีดความสามารถของรัฐเรามันน้อยกว่าเพราะ ฉะนั้นเราต้องยอมรับให้ได้ว่าได้ประโยชน์ ในบางอย่างแต่อาจจะเสียประโยชน์ในบาง อย่างนะคะหรือในเคสนี้บอกว่าเสียเปรียบ หรือเสียประโยชน์แต่ต้องลงนามเพื่ออะไร ยับยั้งลัทธิอานิคม นะคะตรงนี้ colonization มันมาแล้วนะ เพราะฉะนั้นผู้นำต้องรู้เท่าทันหรือฉลาด ปาดเปลื่องในเคสนี้ท่านก็ปรีชาสามารถที่ จะต้องลงนามเพื่อยับยั้งอาณานิคม นะอันนี้ชี้ให้เห็นว่าเราลู่ตามลม มาตั้งแต่อดีต นะเรายังไม่ได้ละทิ้งการลู่ตามลมอันนี้ เราก็ลู่ตามลมกับอังกฤษนะคะ ความแตกต่างระหว่างสนธิสัญญา Burney boring โอเคมันมีระดับความเปิดกว้างใน การค้าการให้สิทธิพิเศษกับชาวอังกฤษนะ เบอร์นี่เนี่ยรักษาสถานะดั้งเดิมมีข้อ จำกัดทางการค้าแต่ Bing เนี่ยมันมีอะไร ที่มันมากกว่าคือการเปิดเสรีทางการค้าให้ สิทธิพิเศษชาวอังกฤษมากขึ้นนะคะทำให้เค้า เนี่ยเข้ามามีอิทธิพลทางเศรษฐกิจแล้วก็ การทูตสยามมากขึ้นเพราะฉะนั้นความเข้มข้น บาingเนี่ยมันมากกว่าเบอร์นี่นะ 2 สนธิสัญญาจึงมีบทบาทในการเปิดประตูให้ ชาติตะวันตกเข้ามานะถือว่าเป็นการจุด เริ่มต้นปรับตัวในยุคที่การค้าการทูตก่อน ตะวันตกมีบทบาทมากขึ้นนั่นเองนะคะเราก็
73:17
Speaker A
ต้องแสดงจุดยืนนะโดยการเซ็น ลู่ตามลมไปไม่งั้นอาจจะเกิดความขัดแย้ง ได้นะคะหรือเราอาจจะต้องถูกยึดอะไรบาง อย่างอิทธิพลของอาณานิคมมันเข้ามาโจมตีนะ ตรงนี้ อ่าถามว่าแล้วรัธิานนานิคมเราเลี่ยงได้ ไหมจนมาถึงสมัย อ่าสมเด็จพระจุลจอมเกล้า นะคะรัชกาลรัชกาลที่ 5 ท่านนะก็ มีการล่าอนานิคมอันนี้มาเต็มสตรีม สุดท้ายเสียดินแดนนะคะฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ไป เพื่อแลกกับ อธิปไตยของชาตินะหรือวิกฤตรศ. 112 นั่น เองนะคะก็จำเป็นน้องยอมเพื่อรักษาไว้นะคะ ซึ่งดินแดนที่มันมีความสำคัญหรือว่ามัน อยู่ตรงกลางนะพอมาสมัยรัชกาลที่ 6 นะคะก็ ได้มีการแก้ไขข้อเสียนะคะข้อเสียเปรียบ ของสนธิสัญญาบิ่งในสมัยการที่ 6 ท่านนะ แล้วก็เราก็เข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 นะเป็นฝ่ายพันพันธมิตรได้รับชัยชนะตรงนี้ ก็เป็นข้อดีที่เราสามารถนำมาเจรจาต่อรอง ในเวทีโลกได้นะแล้วก็ปรับตรงนี้ออกไปนะก็ ถือว่าโอเคนะคะรัฐบาลไทยสมัยประชาธิปไตย พอหลัง 2475 มาก็พยายามเปิดเจรจักรกับ ตะวันตกแล้วก็ได้ทำสนธิสัญญาพระราชมาตรี ระหว่างไทยกับต่างประเทศแบบเสมอภาคนะคะ อันนี้ก็ถือว่าปรับเปลี่ยนท่าทีนะ ลัทธิานิคมมันก็จบไปด้วยนะคะเราก็อ่าใช้
75:19
Speaker A
โอกาสเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสนะตรงนี้นะ คะ ต่อมาการต่างประเทศยุคสงครามโลกนะคะที่ บอกว่าเราส่งทหารไปร่วมรบในสงครามโลก ครั้งที่ 1 นะเป็นพันธมิตรฝ่ายยุโรปนะคะ ก็เป็นการตัดสินพระทัยที่ประกาศสงครามกับ มหาอำนาจกลางนั่นก็คือเยอรมันอสรียนะเรา อยู่ฝ่ายอ่าอังกฤษนั่นเองส่งกองทหารอาสา เข้าร่วมรบนะคะความสำเร็จทางการทูตก็ทำ ให้ไทยได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในผู้ก่อ ตั้งองค์การสันนิบาตชาติแล้วก็นำไปสู่การ แก้ไขสนธิสัญญา ไอ้ที่เราทำไว้กับตะวันตกสมัยรัชกาลที่ 34 ช่วงนั้นนะคะก็ถือว่าเป็นโอกาสดีนะคะอัน นี้แปะมาให้ดูนะให้เห็นว่าอันนี้คือชุด ที่ทหารไทยในอดีตไปร่วมรบนะคะแล้วก็มีการ ยึดเรือสินค้าเนี่ย 1,248 นายนะ เสียชีวิต 19 นายแต่เขาบอกว่าการเสีย ชีวิตเนี่ยมันไม่ได้เกิดจากการสู้รบนะแต่ เหมือนกับว่าเป็นการแบบป่วยอุบัติเหตุกับ ป่วยมากกว่าที่จะเสียชีวิตจากการชู้รบนะ คะแล้วก็สิ่งที่ได้รับก็คือเรามีชื่อ เสียงเรามีอ่าคนรู้จักมากขึ้นในเวนีโลก ประเทศสยามนะมีเหรียญสงครามเราได้เข้า เป็นสมาชิกสันนิบาตชาตินะคะแล้วก็มีการ กำเนิดแท็กซี่ไทยเขาบอกว่าทหารบกรถยนต์ เป็นการเรียนรู้จากช่างฝรั่งเศสนะคะแล้ว กลับมาเป็นกลุ่มแรกที่ขับแท็กซี่ อันนี้ก็เป็นความรู้เกร็ดประวัติศาสตร์ อันนึง มีการตั้งกองทัพอากาศขึ้นนะคะอย่างเป็น ทางการนะคะก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นนะคะ ของกองทัพอากาศตรงนี้เนาะก็ถือว่าได้มุม
77:27
Speaker A
มองนะคะความรู้ทางประวัติศาสตร์แล้วก็จะ เห็นว่าเราใช้วิกฤตในเรื่องของสงครามปรับ ให้เป็นโอกาสของเรานั่นเอง อ่ะอันนี้เป็นภาพนะคะที่ทหารไทยร่วมฉลอง ชัยชนะและกรุงปารีสนะ มีการเดินส่วนสนามเดินพเรดต่างๆ พอมาถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามโลก ครั้งที่ 1 มันไม่จบจบไปก็จริงนะคะอ่า เยอรมันชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามแต่เยอรมัน ไม่พอใจนะ[เสียงสูดหายใจ]มีการจัดตั้ง สันิบาตชาติขึ้นจริงแต่เป็นเสือกระดาษไม่ สามารถที่จะหยุดยั้งเยอรมันที่จะก่อ สงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นได้ [เสียงสูดหายใจ]นะคะ เมื่อ สงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้นนะอ่าณช่วง นั้นนะคะไทยก็ประกาศความเป็นกลางถูกกดดัน จากการรุกรานญี่ปุ่นนะคะญี่ปุ่นพยายามจะ แผ่ขยายอิทธิพลในเอเชียแปซิฟิกนะก็ไทยเอง จำเป็นต้องยอมให้ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกผ่าน ทัพแล้วก็เซ็นสัญญาเข้าร่วมฝ่ายอักษะใน รูปนี้ใคร จอมพลปพิบูลสงครามกับผู้นำของญี่ปุ่นนะคะ แล้วก็มีการประกาศสงครามนะรัฐบาลไทยในขณะ นั้นได้ประกาศสงครามกับอเมริกาอันนี้เรา ก็คืออย่างที่อาจารย์เกริ่นไปในตอนต้นว่า อ่าด้านหน้าฉากเราทำแบบนั้นนะ ซึ่งเอาตัวรอดนะคะถ้าไม่ยอมญี่ปุ่นก็อาจ จะใช้กำลังกับเราเราจะต้องสูญเสียนะประชา ชนคนไทยหรืออาจจะมี การอ่อ สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้นซึ่งเรา
79:31
Speaker A
ก็ไม่อยากที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนะคะ ต่อมานะคะระหว่างที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกใน เมืองไทยมาตั้งฐานทัพกองกำลังอย่างเช่น แถบบางกอกน้อยหรือว่าที่ ยกพลขึ้นบกที่บางปู แถบบางปูนะคะแล้วก็มีที่รู้สึกจะเป็นถ้า ใครเคยได้ยินน่ะยุวชน ทหาร เอ่อ เดี๋ยวขอดูนิดนึงนะคะชนทหารหนี้ที่ชุมพร นะ โอเค ชนทหารนะคะที่ชุมพร ก็อยู่ในเหตุการณ์นี้เหมือนกันนะ โอเคนะคะ 8 ธันวาคม 2484 นะ กองทัพเรือ ญี่ปุ่นนะคะ อ่ายกพลขึ้นบกที่ บังปูสมุทรปราการ นะแล้วก็ ลงมาทางใต้นะคะปะทะกองกำลังตำรวจที่ สุราษฎแล้วก็ชุมพรนะ ในห้วงเวลาเดียวกัน ก็มีการสูญเสียชีวิตนะคะส่วนหนึ่งนะแต่ รัฐบาลจอมพลปก็โอเคเอ่ะที่ว่าจะต้องยอม เส้นลงนาม ในขณะเดียวกันนะคะ มีขบวนการเสรีไทยเกิดขึ้น ที่วอชิงตันดีซนะนำโดยเอ่อณช่วงนั้นก็คือ หม่อมราชวงศ์เสนิปราโมทย์นะคะ ตัดสินใจไม่ยื่นประกาศสงครามต่อสหรัฐแล้ว ก็มีการตั้งขบวน การเสรีไทยลับๆขึ้นนะคะเพื่อต่อต้าน ญี่ปุ่นหาหนทาง ไม่ให้ไทยแพ้สงครามนะอันนี้เป็นภาพนะคะ ก่อกำเนิดนะขบวนการเสรีไทยองค์การใต้ดิน
82:17
Speaker A
ต่อต้านญี่ปุ่นนะ ในภาษาอังกฤษชื่อว่า Free Thai movement นะค่ะเป็นปฏิบัติการเฉพาะกิจนะคะช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ชนชั้นนำไทยนักเรียน ไทยในต่างประเทศช่วง 1 นะคะ รวมตัวกันเพื่อรักษาเอกราชอธิปไตยเราก็ พร้อมให้ฝ่ายสัมพันธมิตรเห็นว่าคนไทย เนี่ยไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดกับจอมพลป.ที่ ลงนามกับญี่ปุ่นหรือสนับสนุนญี่ปุ่นที่ เป็นฝ่ายอักษะนะคะอ่ามีเกร็ดเค้าเกร็ด ความรู้หรือเกรดประวัติศาสตร์อ่ะเค้า คล้ายๆว่าแซวๆกันนิดนึงบอกว่า เนื่องจาก คาแรคเตอิสติของเราอ่ะคนไทยอ่ะ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็จะแบบยิ้มไว้นะคะ ซึ่งตรงเนี้ยญี่ปุ่นก็อ out ไม่ออกว่า ตกลงคนไทยแฮปปี้หรือคนไทยต่อต้านแต่ก็ดู ไม่เห็นต่อต้านก็ดูเฉยๆดูยิ้มๆนะคะก็เลย ทำให้เหมือนญี่ปุ่นเชื่อใจ ณช่วงนั้นน่ะญี่ปุ่นเชื่อใจว่าคนไทยยอม รับกับอำนาจของตนอย่างจริงจังนะคะตรงนี้ ก็ถือว่าเป็นเกร็ดความรู้ในประวัติศาสตร์ ที่เขาแซวๆกันว่าอ้าแล้วญี่ปุ่นมั่นใจได้ ไงว่าไทยยอมรับอำนาจนะคนไทยยอมรับได้ อย่างไรนะก็ถือว่าเป็น อาจจะบอกว่าสยามเมืองยิ้มหรือเปล่าที่ Yes No ก็ยิ้มตลอดอ่ะนะคะ นะก็[เสียงสูดหายใจ]เลยทำให้ญี่ปุ่นเชื่อ ใจว่าไทยยอมรับข้อตกลงนะส่วนฝั่งเสรีไทย
84:13
Speaker A
ในอเมริกาก็กระจายอยู่ที่สหรัฐอังกฤษนะคะ มีการฝึกพลรือนนักเรียนไทยที่นั่นแล้วก็ มีการติดต่อหน่วยข่าวกองนะคะท้ายที่สุด แล้วนะอ่าพอญี่ปุ่นแพ้สงครามก็ต้องกลับไป ดูประเด็นในเรื่องของเพบอรนะคะลองกลับไป ดูก็ได้มันมีภาพยนตร์ชื่อเพบอรก็เป็น อ่าอิงประวัติศาสตร์อีกเช่นกันนะคะอ่า ฮีโรช่าการต่อสู้นะที่ญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพ Per harber นะซึ่งจะเป็นที่ฮาวายนะคะ แล้วก็ อเมริกันเอาคืนฮิโรชานาซากิเละเป็นจุนนะ ตรงนี้สุดท้ายญี่ปุ่นแพ้นะคะลงนามแพ้ สงครามแล้วก็เซ็นเซ็นลงนามพร้อมกับ ชดใช้ค่าปฏิกรรมสงคราม แล้วก็ยอมที่จะให้อเมริกันอ่าควบคุมนะคะ ในเรื่องของกองกำลังกองทัพการทหารคือจะ ไม่มีกองทหารเอาไว้เพื่อ รุกรานหรือเพื่อต่อสู้อ่ะนะตรงนี้ท้ายที่ สุดแล้วนะคะสงครามโลกค 2 จบลงแล้วก็ อ่าท่านปรีดีพนมยงในฐานะผู้สมราชการแทน ประกาศสันติภาพนะคะแล้วก็จบบทบาทของ เสรีไทยแล้วก็ไทยชนะสงครามเป็นฝั่งเดียว กับอเมริกันนะผลลัพธ์สงครามนะคะสหรัฐเห็น ใจมองว่าไทยถูกบินบังคับจึงไม่ถือว่าไทย เป็นศัตรูอังกฤษมองว่าไทยเป็นฝ่ายแพ้ สงครามแล้วก็พยายามยึดไทยเป็นเมืองขึ้น แต่การรอดพ้นจากการแพ้สงครามเนี่ยก็ด้วย การทำงานของเสรีไทยทำให้สัมพันธมิตรยอม รับว่าไทยมีความจริงใจในการต่อต้าน ญี่ปุ่นถึงแม้ว่าเราจะลงนามแต่จริงๆแล้ว เราถูกบังคับให้ลงนะคะตรงนี้ไทยใช้ กลยุทธ์ทางการทูตนะคะทำการทำสงครามใต้ดิน นะคะโดยเสรีไทยรักษาสัมพันธภาพเอาไว้แล้ว ก็รอดพ้นจากการเป็นผู้แพ้สงครามนะอันนี้ เป็นสัญลักษณ์นะคะเป็นอาร์มของ Free Tri
86:36
Speaker A
Movement นั่นก็คือไทยนะเอามาให้ดูนะคะ ตรงนี้ก็ชี้เห็นถึงการที่เรา ลู่ตามลมแต่ว่าอาจจะลู่ซ้อนลู่คู่หรือ เปล่านะคะก็ลองไปพิจารณาแต่สิ่งที่เราได้ ประโยชน์นั่นก็คือเราไม่ตกเป็นผู้แพ้ สงครามนั่นเอง ต่อมาการทูตไทยการต่างประเทศไทยยุคสงคราม เย็นนะคะในช่วงสงครามเย็นเนี่ยอ่าเน้น นโยบายเกาะติดอเมริกาเพราะอะไรต่อต้าน คอมมิวนิสต์ต้องมองอย่างงี้ก่อนว่าหลัง จากที่สงครามโลกที่ 2 จบมหาอำนาจที่ผงาด ขึ้นนั่นคือสหรัฐ นะคะเป็นใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกนะแล้วก็มี การอ่าโลกมันแบ่งขั้วนะคะเป็น 2 ขั้ว อำนาจนั่นก็คือประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ ฝั่งสหภาพโซเวียตก็เป็นหัวหน้าค่าย คอมมิวนิสต์ฝั่งประชาธิปไตยอเมริกาเป็น หัวหน้าค่ายประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นแล้วไอ้ผลพวงที่จากเสรีไทยที่ เราเป็นผู้ชนะสงครามอยู่ฝั่งอเมริกัน มันก็พ่วงให้เราอยู่ฝ่ายอเมริกาเพื่อต่อ ต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ นะตรงนี้นะคะไทยก็ยอมให้สหรัฐ เข้ามาใช้ฐานทัพในสงครามอินโดจีนลา เวียดนามกัมพูชาในฐานะBuffเฟอร์ State หรือรัฐกันชนนะคะตรงนี้เนี่ย อเมริกันก็ใช้ประโยชน์จากฐานทัพในบ้านเรา เพื่อที่จะคอนโทรลหรือขจัดภัยคอมมิวนิสต์ ในลาวในเวียดนามในกัมพูชาไม่ให้มันแพร่ กระจาย นะ ไทยก็ได้รับความช่วยเหลือทางด้านการทหาร กับเศรษฐกิจจำนวนมากนะอาจารย์ยังไม่พูด ถึงจีนนะ
88:52
Speaker A
จีน หลังจากที่อ่า เค้ามีการปฏิวัติกันภายในแล้วนะคะก็มีการ อ่าปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์ นะ เป็นค่ายเดียวกับโซเวียต เรายังไม่พูดถึงความสัมพันธ์ไทยจีนเพราะ มันยังไม่ถึงตรงนั้นนะคะตอนเนี้ยอเมริกัน กับเรา อันหนึ่งอันเดียวนะช่วง[เสียงสูดหายใจ] ยุคสงครามเย็นแต่เดี๋ยวมันจะมีจุดเปลี่ยน นะคะ ณช่วงแรกไทยได้รับความช่วยเหลือทางด้าน การเศรษฐกิจเป็นจำนวนมากนำมาซึ่ง ความขยันกับเพื่อนบ้านก็คือลาวเวียดนาม กัมพูชารู้สึกไม่แฮปปี้กับเราเพราะว่าเรา โปรอเมริกันอเมริกันจ่ามากโดยที่จะยึด คอนเซปตที่ว่าต่อต้านคอมมิวนิสต์ แล้วก็การเมืองภายในของเราณตอนนั้นก็เน้น ไปที่ทหารมีบทบาทในการปกครองประเทศนะคะ จุดสำคัญของการต่างประเทศไทยยุคสงคราม เย็นเนี่ยไทยก็ จับมือกับอเมริกาอย่างชัดชัดเจนต่อต้าน ภัยคอมมิวนิสต์นะคะมีการทำสงครามจิตวิทยา การทหารในประเทศแล้วก็การต่างประเทศควบ คู่กันไปนะจอมพลป นายกหลายรอบมากเลยนะนะคะก็มีการประกาศ ความกลัวภัยคอมมิวนิสต์นำประเทศไทยไปผูก กับสหรัฐมากขึ้นนะคะแล้วก็ได้รับการช่วย เหลือทางด้านการอาหารเศรษฐกิจจากอเมริกา นะปรับโครงสร้างใหม่ประชาชนชาวไทยต้อง เชื่อท่านผู้นำโดยมีคอนเซปตที่บอกว่า เชื่อผู้นำชาติพลภัยนะสิ่งต่างๆเหล่านี้ เนี่ยการเปลี่ยนแปลงการปกครองด้านการ เมืองถ้าใครมีโอกาสนะคะแนะนำว่า ไปที่สถาบัน อ่าพระปกเกล้า[เสียงสูดหายใจ] นะเ้าจะมีพิพิธภัณฑ์นะคะแล้วก็เค้าจะมีหู ฟังให้คุณ คุณสามารถที่จะแบบฟังออดิโอ
91:19
Speaker A
แสงสีเสียง ได้ นะคะเอ่อ เดี๋ยวนะไม่ใช่สถาบันพระปกเกล้าสิอยู่ตรง รักษาดินแดนน่ะกรมรักษาดินแดน กรมรักษาดินแดนที่สนามหลวงนะคะ เค้าจะมี พิพิธภัณฑ์ การปกครองเนี่ยนะเดี๋อาจารย์กำลังเสิร์ช อยู่ ที่ตั้งนะคะ มันจะมีเป็น พิพิธภัณฑ์นะแล้วก็ การที่เค้าจะมีในเรื่องของ เอ่อ การเมืองการปกครองนะ กำลังเสิร์ชให้ โอเคเป็นพิพิธภัณฑ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า เจ้าอยู่หัวนะคะ มีการจัดแสดงนะเหตุการณ์ต่างๆนะคะถ้าใคร มีโอกาสนะพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระ ปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอยู่ใกล้ๆกับกรมอ่ากอง รักษาดินแดนน่ะนะ ก็ไปเยี่ยมชมได้นะค่ะก็จะมีรายละเอียดการ จัดแสดงต่างๆ นะแล้วก็เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการเมือง การปกครองแต่ละยุคของไทยนะคะ มีห้องมีเอ่อจัดแสดงนิทรรศการ นะคะลองไปดูได้ถ้าเกิดใครพอมีเวลานะก็ลอง ไปศึกษาดูไปเยี่ยมชมได้นะคะครั้งก่อน ประมาณสัก 2 ปีที่แล้วมั้ง เอ่อทางคณะก็มีพานักศึกษาไปนะคะไปนอกสถาน ที่นะไปที่นี้แหละนะคะก็ไปพาไปดูเป็น พิพิธภัณฑ์นะแล้วก็มีเหมือนออิโอแสงสี เสียงด้วยนะคะ อ่ามีคอนเซปตนะคะของจอมพลปอที่บอกเชื่อ ผู้นำชาติผลไไทยเนี่ยก็อยู่ในช่วงเวลา
94:30
Speaker A
ประมาณนี้นะ อันนี้เป็นภาพนะคะกระทบไหล่พระดีไอซนฮา ของอเมริกานะเกาะชี้ให้เห็นถึงความ สัมพันธ์อันแนบแน่นนะคะระหว่างไทยกับ สหรัฐณตอนนั้นนะ ทีนี้มีการมาตั้งฐานทัพที่อยู่ในไทยนะใน ห้วงเวลาต่างๆนครสวรรค์อุดรธานีขอนแก่น นครพนมนครราชสีมาอุบลระยองกรุงเทพฯ นะอยู่ในห้วงเวลาตรงนี้นะคะไทยกับสงคราม เวียดนามนะก็ ใช้ฐานทัพไทยเนี่ยแหละเอาไปโจมตีเวียดนาม เหนือแล้วก็ลาว[เสียงสูดหายใจ]เศรษฐกิจ ไทยเติบโตจากเงินช่วยเหลือของอเมริกันนะ คะแต่ปัญหามันก็ก่อให้เกิดเหมือนกันมี ช่องว่างทางสังคมการเมืองที่ขาดเสถรภาพนะ คะคือประชาธิปไตยมันยังไม่ค่อยจะเกิด เพราะว่าผู้นำเป็นอาหารส่วนใหญ่แล้วก็ ช่วงท้ายสงครามเย็นนะคะตรงนี้คือจุด เปลี่ยนที่อาจารย์บอกว่ายังไม่พูดถึงจีน จะมาพูดถึงจีนตอนที่อเมริกันทิ้งเราไปนะ อเมริกันไม่ได้ชนะสงครามเวียดนามนะคะแต่ อเมริกันถอนถอนฐานกลับนะกลับประเทศเนื่อง ด้วยจะปัจจัยภายในของเค้าคนไม่โอเคกับอ่า นโยบายนะคะที่มัน ยืดเยื้อในเรื่องของการทำสงครามแล้วก็ เสียงบประมาณไปมาก พออเมริกันทิ้งเราไปแล้วเราทำไงเราก็ยัง มีความโฟเบียคือความกลัวทางด้านเอ่อ คอมมิวนิสต์อยู่นั่นเองเราจำเป็นต้องปรับ นโยบายใหม่เราก็หันไปคุยกับจีนนะคะหลาย ประเทศหันไปคุยกับจีนเพราะว่าอะไรจีนยัง พอคุยได้เอ่อเนื่องจากอยู่ในเอเชียเหมือน กันแล้วก็อยู่ใกล้นะหากคอมมิวนิสต์จะเข้า มาจริงเนี่ยเราอาจจะพูดกับจีนได้ว่าให้ อ่า ลดการแผ่ขยายหรืออะไรแบบนี้ไปนะคะ อเมริกันถอนตัวไปนะคะแล้วก็ เวียดนามกลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปสุดท้าย แล้วก็ในสปป.เรานะคะซึ่ง ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งตรงนี้ได้นะ
96:55
Speaker A
อเมริกันจากเราไปแล้วก็เราก็ต้องเอาตัว รอดนะคะซึ่งอาจจะต้องไปลู่ลมกับจีนณตอน นั้นนะ[เสียงสูดหายใจ] ก็มีการทูตปิงปองอะไรอย่างเงี้ยเกิดขึ้น นะคะอาจารย์อาจจะไม่ได้ลงลึกมากนะไม่ลง ลึกมากเวลาไม่พอนะคะถ้าใครอยากทราบเพิ่ม เติม ไป Google Now ก็ได้การทูต ปิงปอง คืออะไร นะเใช้ปิงปอง diplomacy เป็นการใช้กีฬา table tennisนิเป็นเครื่องมือฟื้นความ สัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนในช่วงนึงที่ ตัดขาดกันไปนะคะแล้วก็เอ่อ เราไปติดต่อจีน ไทย เปิดความสัมพันธ์ นะ กับจีนนะคะ ในปี 2518 นะยังเป็นทางการ 1975 นะคะแล้วก็มีการลง นามนะคะสถาปนาความสัมพันธ์มีการแลก เปลี่ยนการเยือนอะไรแบบนี้ ก็ เมื่อปีที่แล้วนะครบครบ 50 ปีไปนะคะฉลอง 5 ทศวรรษความสัมพันธ์ไทยจีนนะ ความสัมพันธ์ไทยจีนโดยสังเขปนะคะก็อาจจะ บอกว่า
98:35
Speaker A
ได้ลงน้ำบันทึกความเข้าใจนะคะด้วยกันแล้ว ก็นำไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนใน อนาคตอย่างี้นะ ก็ถือว่าเป็นมิติใหม่หลังจากที่อเมริกัน ทิ้งเราไปเราก็ต้องหันไปคุยกับจีนก็ต้อง หันไปลุลมกับจีนเพื่อที่จะเอาตัวรอดนะคน ที่เปิดความสัมพันธ์นั่นก็คือหม่อม ราชวงศ์ครึกปราโมทย์นะคะเป็นนายกรัฐมนตรี ไทยกับโจเหล อันนี้คือความสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่ เราหันมาพึ่งจีนหลังจากที่อเมริกันจากเรา ไปถามว่าการที่อเมริกันจากเราไปอ่ะก็ไม่ ได้ถือว่าตัดความสัมพันธ์นะแต่ ไม่มีใครที่เป็นมหาอำนาจในภูมิภาคนี้แล้ว อ่ะไม่มีbackอัละเราก็ต้องช่วยตัวเองนะคะ ก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่แค่เราหรอกหลายๆประเทศในเอเชียดอก เฉียงใต้ก็หันไปหาจีนเช่นเดียวกันนะคะ ต่อมานะหลังยุคสงครามเย็นอันนี้ก็จะเป็น แบบสรุปนะคะเรามีประชาธิปไตยครึ่งใบใน สมัยอ่าโพเนกเปรมต่อมามีการเลือกตั้ง ต่างชาติก็มองว่าไทยมีประชาธิปไตยเต็มใบ สมัยพลเอกชาติชายนะคะแล้วก็มุ่งเน้นการ ทูตเชิงเศรษฐกิจเนื่องกับเนื่องจากห้ววง ช่วงเวลา สหภาพล่มสลายสงครามเย็นจบนะคะล่มสลาย เพราะอะไรเพราะว่าประชาชนอ่าอดอยาก เศรษฐกิจย่ำแย่นะคะเพราะว่าช่วงสงคราม เย็นเนี่ยต่างหันไปพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ ไม่ได้พัฒนาเศรษฐกิจประชาชนแล้นแค้นไม่ ได้มีความอยู่ดีกินดีประเทศเริ่มยากจนตรง นี้ก็ ประกอบกับสหภาพโเวียตเขาก็ปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจภายในนะนโยบายperสica นะคะนโยบายgrสนอของเขาที่จะปรับทุกอย่าง ให้มันดีขึ้นแล้วสุดท้ายก็ประกาศว่าสหภาพ โเล่มสลายเป็นสหพันธรัฐรัสเซียกำแพง เบอร์ลินโดนทุบไม่มีการแยกเยอรมันตะวันตก ตะวันออกอะไรเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายภาย ใต้ระบบโลก
101:11
Speaker A
เราเองก็ปรับ การทูตนะ[เสียงสูดหายใจ]คะเปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการคาการที่จะเป็นbuffเฟอร์ state ไม่มีอีกแล้วแต่เราจะต้องเป็นมิตรกับ เพื่อนบ้านการที่เราเคยชิงชังเวียดนามว่า เป็นคอมมิวนิสต์เป็นตัวอันตรายเราก็จะไม่ พูดแบบนั้นและนะเราเปิดการทูต กลยุทธ์ใหม่ในเชิงเศรษฐกิจเปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า Turning Battlefield into the marketplace ตรงนี้ก็ ปรับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านในอินโดจีน นะคะแล้วก็เพิ่มความสัมพันธ์กับอาเซียนลด การพึ่งพามหาอำนาจนะตรงนี้เราปรับเปลี่ยน โชม่าการทูตไทยใหม่นะแล้วก็เป็นนโยบายที่ ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างมากๆนะคะ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสอ่ะพูดง่ายๆคือ มุมมองเป็นมุมมองที่เฉียบขาดนะคะ [เสียงสูดหายใจ]แล้วก็พยายามปรับความ สัมพันธ์กับเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นสปป.
102:19
Speaker A
ลาวไม่ว่าจะเป็นเวียดนามไม่ว่าจะเป็น กัมพูชาณตอนนั้นตอนนั้นหุนเซ็นยังเพิ่งจะ ขึ้นมาแรกๆเองเพิ่งก่อร่างสร้างเป็น ประเทศขึ้นมานะคะแต่ก็ยังมีอ่ากลิ่นอาย ของการสู้รบอยู่ในสงครามกัมพูชานะเพราะ ฉะนั้น ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนะ แต่ ทหารกับการเมืองไทยยังคู่กันอยู่เสมอเนาะ นะคะก็มีความขัดแย้งภายในแล้วก็มีการยึด อำนาจนะแล้วก็หลังจากนั้นก็เกิดพฤษภาคม เกิดความขัดแย้งในการเมืองภายในของเรา แล้วก็มีรัฐบาลแต่งตั้งขึ้นจนการเมือง นิ่งแล้วก็เลือกตั้งขึ้นมาก็จะได้ชวน 1 นะคะขึ้นมาเราก็โฟกัสในเรื่องของอาเซียน เป็นหลักเราโฟกัสในเรื่องของการคานอำนาจ ระหว่างอเมริกันแล้วก็แถบอาเซียนแถบจีน แต่ความความพึ่งพาหรือความเป็นมิตรของ อเมริกันดูน้ำหนักมันจะเทไปทางนั้นเยอะ กว่าจีนนะคะจนมาถึงต้มยำกุ้งที่เราเกิด วิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศนะตรงนั้นก็จะ ชี้ให้เห็นถึงว่า เราจำเป็นจะต้องหันไปหาอเมริกันเพราะเรา กู้ IMF นะคะก็รัฐบาลชวน 2 ขึ้นมาก็ถือว่า งานหนักอยู่เอาการนะเพราะต้มยำกุ้งไม่ ธรรมดาเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่เราไม่มีทุน สำรองระหว่างประเทศเหลือเราต้องกู้ IMF เพื่อที่จะเอาเงินเข้ามาพยุงเศรษฐกิจนะคะ ตอนนั้นทุกอย่างมันแย่นะพอก็ใช้เนี่ย MF มาเรื่อยๆทีนี้พอหมดวาระพอหมดวาระนะคะอ่า รัฐบาลชน 2 เนี่ยจริงๆตอนนั้นเป็นฝ่าย
104:26
Speaker A
ค้านคนที่อยู่ในห้วงเวลาที่ก่อให้เกิดต้ม ยำกุ้งคือนะรัฐบาลของพลเอกชาวฤทธนะคะแต่ ถามว่าไอ้ฟองสบู่แตกอ่ะมันไม่ได้สะสม เพียงชั่วข้ามคืนมันมีปัจจัยหลายๆปัจจัย ที่โน้มนำไปสู่การเกิดฟองสบู่แตกนะคะภาวะ ฟองสบู่บู่หรือการที่มันเป็นบัเบิ้ลอยู่ ในรอยอยู่ในห้วง อ่าอากาศ มันใช้เวลาหลายปีเพราะฉะนั้นพอมันโป๊ะแตก มาพุ๊บนะคะมันก็เกินจะเยียวยาแล้วนะณตอน นั้นอ่า พณะท่านชวนท่านก็เป็นฝ่ายค้านคนนี้ประกาศ ลาออกฝ่ายค้านก็ต้องรับหน้าที่แทน ก็ ดำเนินการไปตามแนวทางนะคะต้องใช้หนี้ใช้ ศีลไปนะการใช้หนี้มันก็ทยอยใช้มาเรื่อยๆ นะคะมันไม่ได้มาใช้เพราะคนนี้เป็นคนใช้ [เสียงหัวเราะ]แต่มันมาสุดที่ห้วงระยะ เวลานะพีดของนายกทักษิณเนี่ยอดีตนายก ทักษิณที่ว่ามาจบการใช้หนี้อยู่ในพีiตรง นี้นะคะทีนี้ประกอบกับจุดเปลี่ยนของการ เมืองไทยเนี่ยอ่าเข้าใจสภาวะคนไทยที่ไม่ อยากเป็นหนี้ไม่อยากอยู่ในสภาวการณที่ เศรษฐกิจมันไม่ดีนะข้าวยากหมากแพงหรือ เด็กเกิดมาถูกตราหน้าว่ามีหนี้ติดมาแล้ว นะคะคนไทยก็แสวงหาอ่าความ หวังใหม่แล้วกันใช้คำว่า New Hope นะโดย ที่ประจบเหมาะกับห้วงเวลาที่คนนี้นะคะ เปิดตัวทางด้านการเมืองนะก็ได้คะแนนนะยัง ไม่แลนสไลด์นะคะในช่วงแรกได้คะแนนค่อน ข้างจะท่วมทนก็คนไทยก็คงจะอยากร้องของ ใหม่นะตอนนั้น[เสียงสูดหายใจ]ก็ถือว่าอ่ะ เริ่มใหม่นะคะก็ออกมาอย่างที่เห็นนะมี นโยบายประชานิยมนโยบายหลายๆอย่างนะคะที่ นำไปสู่เอ่อ รากหญ้าการช่วยเหลือรากหญ้าแล้วกันอ่ะใช้ คำนี้ทีนี้พอสมัยที่ 2 lน์สไลด์มันก็มี
106:57
Speaker A
ปรากฏการณ์การยึดอำนาจเกิดขึ้นอีกครั้ง จริงๆหลังพฤษภาคมทมิฬเนี่ยถ้าเราพูดถึง ทหารกับการเมืองไทยนะคะทหารกลับเข้าสู่ กรมกองโดยสงบนะ Go back to the barx นะคะแต่ว่าออกมาอีกรอบนึงนะมีการทำ รัฐประหารก็ค่อนข้างเป็นที่เซอไพรสเหมือน กันนะสำหรับประชาคมโลกว่าเกิด military intervention ที่ไทยนะจะด้วยเหตุผลกลใด ก็แล้วแต่นะคะก็ชี้ให้เห็นว่าทหารกับการ เมืองไทยยังคงอยู่[เสียงสูดหายใจ]นะแล้ว ก็ไม่มีใครคิดอีกรอบว่าจะเกิดการ รัฐประหารหลังจากนั้นมาอีกนะคะก็มันมี 2 ทฤษฎีนะที่ว่า อ่าทฤษฎีถ้าเป็นตะวันตกจะเลยก็จะมองว่า ทหารไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่ถ้า มันไม่ใช่เขาบอกว่ามันไม่ใช่บทบาทหน้าที่ ของทหารที่จะยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอันนี้ ทฤษฎีฝั่งหนึ่งนะคะเขาบอกว่าทหารมีหน้า ที่อ่าปกปกป้องประเทศชาติช่วยเหลือประเทศ ชาติหรือประชาชนในยามที่เกิดภัยพิบัติ ธรรมชาติอะไรแบบนี้อันนี้คือฝั่งนึงแต่ อีกฝั่งนึงจะบอกว่าถ้ามันมีความจำเป็น หรือมันเกิด political deathadlock คือ การการที่จะหาอ่า คือมันเกิดทางตันทางการเมืองทหารจำเป็น ต้องเข้ามานะเข้ามาโดยให้เหตุผลว่าเอ่อมี การคอร์รัปชั่นมีการประพฤติปฏิบัติไม่ เป็นกรอบของอ่า ระบบระเบียบอะไรก็ว่าไปนะคะหาทางออกทาง
108:53
Speaker A
การเมืองหาทางออกทางการเมืองไม่ได้เใช้คำ ว่าdeadl็อเพราะฉะนั้นมันมีความจำเป็นที่ น้องเข้ามาอันนี้อีกฝ่ายนึงนะคะเพราะ ฉะนั้นทฤษฎีมันมี 2 ฝั่งนะดังนั้นแล้ว เนี่ย อาจารย์จะบอกว่าเวลาที่ มันเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมันส่งผลเอฟเฟค ต่อการต่างประเทศนะคะต่อการต่างประเทศนะ ซึ่ง อ่า ถ้าการเมืองไม่มีเสถรภาพ unstable democracy เกิดขึ้นเมื่อไหร่นะการกำหนด นโยบายต่างประเทศเนี่ยบางครั้งมันก็ถูก ชะงักลงไปเหมือนกันหรืออาจจะเป็นแบบ เกียร์เอ็นน่ะเกียร์ว่างนะคะหรือจะใช้ นโยบายเก่าก็คือเอามาปัดฝุ่นก็ยังเดิมๆ แต่มันไม่มีการ create new initiative หรือว่าไม่มีการสร้างยุทธศาสตร์สร้างpoิ อะไรขึ้นมาใหม่นะตรงนี้ก็ถือว่ามันเป็น การหยุดชะงักอ่ะของการต่างประเทศชั่วขณะ นะคะทุกอย่างจะไปโฟกัสที่การเมืองภายใน กลุ่มเหลืองแดง Political Faction ที่ มัน นำไปสู่การแตกแยกทางความคิดอะไรก็ว่าไปนะ คะก็ ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ามีเอ่อบทบาททางด้าน การต่างประเทศที่มันเป็นไปในเชิงสร้าง สรรค์สักเท่าไหร่นะอันนี้ลืมใส่รูปคุณ อภิสิทธิ์หนึ่งในรัฐบาลนะคะก็ในช่วงนั้น ก็เป็นช่วงที่เกิดวาทกรรมความแตกแยกทาง
110:35
Speaker A
การเมืองค่อนข้างแรงอยู่แล้วก็มีการใช้ วาทกรรมทางเขาพระวิหารอะไรเข้ามาเป็นตัว ผลักดันนโยบายต่างประเทศนะซึ่งเอาง่ายๆ ว่า อัแอน down การต่างประเทศในช่วงรัฐประหาร นะคะ 2 รอบเป็นต้นมาเนี่ยแล้วก็อาจจะมา โดดเด่นอีกรอบนึงสมัยคนนี้นะคะสมัยท่าน ประยุทธ์นะคะก็แรกๆหลังจากรัฐประหารเนี่ย ความสัมพันธ์ไทยอเมริกามันก็ค่อนข้างที่ จะซับซ้อนกะกระ่วมนะมันก็เป็นตัวผลักให้ เราหันไปหาจีนมากขึ้นนะคะซึ่งอเมริกันก็ แบนเรายุโรปแบนณตอนนั้นก็เป็นเรื่องปกติ นะคะเพราะว่าเราอยู่ภายใต้เอ่อกองทัพหรือ ผู้นำที่เป็นทหารก็เป็นเรื่องปกติติที่ เขาจะแบนนะไม่ไม่ได้ประหลาดอะไรแต่สิ่ง ที่เราก็ Seeking the way หาหนทางนั่น ก็คือเราขยับไปคุยกับจีนมากขึ้นนะคะ ถามว่าในความสัมพันธ์ไทยสหรัฐมันก็อาจจะ รู้สึกเหมือนเย็นฉ่านะถึงแม้ว่าตอนหลังจะ มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นก็ตามอ่าท่าน ประยุทธ์ก็เป็นนายก นะแต่อเมริกันกับเราก็ยังไม่ค่อยจะดูสมoท สักเท่าไหร่นะคะถึงแม้ว่าจะมีการพบปะเจอ กันก็ตามแต่ก็อาจจะดูแล้วความสัมพันธ์มัน ขยับไปจีนซะมากนะคะนะสหภาพยุโรปเองก็ยัง ดำเนินนโยบายแบบคงเส้นคงวาแต่ อาจจะยังไม่ได้รู้สึกว่าฟรีแอน fa 100% กับเราในลักษณะแบบนั้นนะคะรัสเซียก็เช่น เดียวกันนะในจุดยืนก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ ได้นะในท่าทีของรัฐบาลไทยณตอนนั้นนะคะ
112:50
Speaker A
ซึ่งในเรื่องของการโจมตียูเครนนะคะตอนแรก เราก็เหมือนไม่เห็นด้วยแต่ตอนหลังเราก็ เหมือนสลับสับเปลี่ยนบทบาทในเชิงเศรษฐกิจ มาอีกนะค่ะก็อาจจะ นิดนึงนะคะดูแล้วยุทธศาสตร์ของเราอาจจะ ไม่ค่อยแน่นอนสักเท่าไหร่หรือมีความลังเล นะตรงนี้นะคะแต่รู้สึกตอนนั้นจะค่อนข้าง ที่จะแน่นแฟ้นกับจีน ทีนี้หลังจาก ท่านประยุทธ์จบไปนะการทูตกินได้ของเศรษฐา ค่ะสวีสินนะเอ่อคำว่าการพูดเชิงรุกจะรุก แค่ไหนประชาชนจะอยู่ดีกินดีหรือไม่แต่ก็ เป็นระยะสั้นๆนะคะที่ขึ้นมานะอันนี้เป็น หนังสือที่น่าสนใจเล่มนึงนะคะเศรษฐา Diplomacy เนี่ยเศรษฐา Promacy Thai foreign policy in the age of and beyond นะคะรู้สึกจะเป็นภาษาอังกฤษนะถ้า ใครสนใจลองหาดูได้นะคะจะเป็นภาษาอังกฤษ คือมองว่ารัฐบาลของเศรษฐาเนี่ยก็ ยอมรับในเชิงของการเปลี่ยนแปลงของ ภูมิรัฐศาสตร์นะรัฐบาลระบุในคำแถลงว่ายุค สมัยโลกาภิวัฒน์สิ้นสุดได้เปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจโลกแบ่งขั้วนะคะก็พยายามจะปรับ ตัวนี่แหละให้มันเข้ากับสถานการณ์โลกนะมี การเปิด FTA มากขึ้นนะเช่นศรีลังกา ภูตานอะไรอย่างงี้นะคะแล้วก็สืบเนื่องมา ถึงอ่า จัดทำ KN เสรีกับกลุ่มบีมSteตต่างๆ
114:47
Speaker A
โอเคนะคะตรงนี้นะก็อยู่ในภาวะสั้นๆนะคะก็ พยายามบริหารแบบ CEO นะแล้วก็มองบทบาทการ ทูตใน Midle Power วอแต่จะเป็นไปได้มาก แค่ไหนอันนี้ไม่รู้ไม่มีใครการันตีได้นะ คะรัฐบาลก็อยู่ในช่วงสั่นๆพอคนนี้ขึ้นมา นะรัฐบาลแพททองธานนะคะก็มีการนำของท่าน มาริธเสงี่ยมพงษ์แต่มาตกม้าตายเรื่องคลิป เสียงนะคะ หลุดการสนทนากับหุ่นเซ็นตรงนี้ก็นำมาสู่ หลายอย่างในเชิงของความสัมพันธ์ไทย กัมพูชาที่มันค่อนข้างจะขมขืนนิดนึงนะคะ แล้วก็มารัฐบาลอนุทินนะคะอนุทินยุคแรก อาจารย์สกิปนะแต่ว่าอนุทิน 2 นี่ก็คือให้ เห็นถึงการเริ่มสร้างสถานะความเชื่อมั่น การทูตเศรษฐกิจความมั่นคงชายแดนความปลอด ภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนนะคะตรง นี้อาจจะ เดี๋ยวขอดูนิดนึงนึงนะคะอาจจะย่อๆนะ คะปึ๊บอ่ะดูภาพนี้เลยนะคะเร่งเสริมสร้าง สถานะความมั่นคงนะรักษาความสัมพันธ์อันดี ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจความมั่นคงชาย แดนแล้วก็รักษาความมั่นคงแล้วก็ปลอดภัยนะ คะซึ่งเราก็ต้องติดตามนะว่าจะเป็นไปได้ มากน้อยแค่ไหนนะคะไทยควรต้องมียุทธศาสตร์ ด้านการต่างประเทศที่ชัดเจนเพื่อที่จะ สามารถสร้างจุดยืนให้ได้จะเลือกข้างก็ ต้องระมัดระวังเลือกอย่างมีความจำเป็นนะ คะโดยสรุปก็จะเป็นประมาณนี้นะใช้จุดเด่น รับมือนะคะทางด้านภูมิรัฐศาสตร์อาเซียน ยังคงเป็น 3 เสาหลักนะของเรา [เสียงสูดหายใจ]ทีนี้ในข้อสอบนะคะอ่านคำ
116:57
Speaker A
สั่งให้ดีก่อนลงมือทำคิดวิเคราะห์แยกแยะ ประเด็นให้ดีนะคะข้อสอบ 4 ข้อเลือก 3 ข้อ คะแนนเต็มร้อยก็จะมีอยู่ 4 ประเด็นให้นัก ศึกษาเลือกทำนะความสำคัญทฤษฎีที่เกี่ยว ข้องทำไมเราต้องมีนโยบายต่างประเทศนโยบาย ลูตามลมของไทยเป็นอย่างไรนะแล้วก็ ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการต่างประเทศไทย แล้วก็อันสุดท้ายจะเป็นเกี่ยวกับจุดยืน ของไทยระหว่างคู่อำนาจโลกในปัจจุบันนะค่ะ โอเคนะลองไปศึกษาทบทวนแล้วก็ ดูย้อนหลังได้นะคะใครมีคำถามก็เอ่อ ติดต่อได้อีเมลนี้นะคะ ตรงนี้ใช้ส่งมานะก็วันนี้จบการบรรยาย เพียงเท่านี้นะคะขอให้นักศึกษาโชคดีในการ ทำข้อสอบนะก็ลองไปทบทวนนะคะสวัสดีค่ะ
Topics:นโยบายต่างประเทศผลประโยชน์ของชาติการทูตไทยลู่ตามลมสงครามเย็นมหาอำนาจระดับกลางเอกราชและความมั่นคงขีดความสามารถของรัฐPOL 2203

Get More with the SozAI App

Transcribe recordings, audio files, and YouTube videos — with AI summaries and speaker detection. 30 minutes free.

Or transcribe another YouTube video here →