Skip to content
Get App

ครูดิวติว Grammar: Nouns คืออะไร? คำนามภาษาอังกฤษ ใช้ยังไง? หลักการเติม s/es

ครูดิวอธิบายความหมายและหน้าที่ของคำนามภาษาอังกฤษ พร้อมหลักการเติม s/es เปลี่ยนเป็นพหูพจน์ และแบบทดสอบฝึกฝนเบื้องต้น

Key Takeaways

  • คำนามเป็นพื้นฐานสำคัญของ Part of Speech ที่ต้องเข้าใจก่อนศึกษาเรื่องอื่น
  • เฉพาะคำนามนับได้เท่านั้นที่เปลี่ยนเป็นพหูพจน์ด้วยการเติม s หรือ es
  • กฎการเติม s/es ขึ้นกับตัวอักษรท้ายคำ และมีข้อยกเว้นที่ต้องจำ
  • การรู้หน้าที่ของคำนามช่วยใช้คำนำหน้านามและคำบอกปริมาณได้ถูกต้อง

What the video covers

  • คำนามคือคำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของ และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น teacher, table, information, beauty
  • ควรรู้คำนามเพื่อจัดตำแหน่งในประโยค เช่น The teacher is standing over there โดยคำนามเป็นประธาน
  • คำนามนับได้กับนับไม่ได้ต่างกัน: table นับได้ เติม s ได้ ส่วน money, water นับไม่ได้ เติม s ไม่ได้
  • การใช้ many กับนามนับได้ และ much กับนามนับไม่ได้ เป็นตัวอย่างการเลือกคำให้ถูกต้อง
  • คำนำหน้านามต้องถูกต้อง: a person, an elephant (ใช้ an กับคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ)
  • คำนามพหูพจน์ทั่วไปเติม s เช่น book - books, door - doors
  • คำที่ลงท้ายด้วย s, ss, ch, sh, x เติม es เช่น box - boxes, watch - watches
  • คำที่ลงท้ายด้วย y หลังพยัญชนะ เปลี่ยนเป็น i แล้วเติม es เช่น baby - babies
  • คำลงท้าย f/fe เปลี่ยนเป็น v แล้วเติม es เช่น knife - knives, wife - wives, thief - thieves
  • คำลงท้าย o มักเติม es (tomato - tomatoes) แต่มีข้อยกเว้นที่เติม s เฉย ๆ เช่น photo - photos, piano - pianos

Answers

Questions about this video

คำนามคืออะไรและใช้เรียกอะไรได้บ้าง?

คำนามคือคำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของ และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น teacher, table และ beauty ซึ่งทั้งหมดเป็นคำนามได้เหมือนกัน

เมื่อไหร่คำนามจึงเติม s หรือ es ได้?

เฉพาะคำนามนับได้เท่านั้นที่เปลี่ยนเป็นพหูพจน์ได้ โดยทั่วไปเติม s และถ้าลงท้ายด้วย s, ss, ch, sh, x ให้เติม es เช่น box - boxes

คำที่ลงท้ายด้วย y และ f ต้องผันอย่างไร?

คำที่ลงท้ายด้วย y หลังพยัญชนะให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es เช่น baby - babies ส่วนคำลงท้ายด้วย f หรือ fe ให้เปลี่ยนเป็น v แล้วเติม es เช่น knife - knives

Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:00
Speaker A
สวัสดีค่ะ ต่อจากคลิปที่แล้วนะฮะ สัญญาว่าจะมาสอนเรื่อง Part of Speech นะฮะ และนี่คือคลิปแรกของ Part of Speech เป็นเรื่องของคำนามค่ะ ครูดิวค่ะ คำนามคืออะไร และใช้ทำอะไร เราต้องรู้อะไรเกี่ยวกับคำนามบ้าง เพื่อทำข้อสอบให้ถูกต้องนะคะ บอกได้ว่ามีหลายเรื่องมากค่ะ ก่อนจะเรียนเหมือนเดิมนะคะ อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ กด Subscribe แล้วก็กดกระดิ่งให้กับเพจครูดิวด้วยนะคะ นี่เป็นเพจใหม่นะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ยใครยังไม่ Subscribe นะฮะ กดปุ่ม Subscribe ได้เลยค่ะ
00:53
Speaker A
ข้อที่ 1 ค่ะ คำนามคืออะไรคะ คำตอบคือ คำนามเนี่ยเป็นคำที่เราใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของ ทุกอย่างบนโลกใบนี้ค่ะ ถ้ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต หรือเป็นนามธรรมก็เป็นคำนามได้เหมือนกันค่ะ ตัวอย่างเช่น อาชีพคน เช่น Doctor, teacher, dentist แม้แต่ police ค่ะก็เป็นคำนามหมดเลยนะคะ หรือแม้แต่คำที่เป็นสิ่งของ เช่น table, school, rooms, hammer นะคะ
01:44
Speaker A
พวกนี้เนี่ยเป็นคำนามได้เหมือนกันค่ะ หรือแม้แต่คำที่เรามองไม่เห็นนะครับ information เห็นมั้ย ข้อมูลต่าง ๆ นะฮะ beauty ค่ะ ความสวยก็เป็นคำนามเหมือนกันค่ะ ครูดิวค่ะ และถ้าหนูรู้ว่าใครเป็นคำนามเนี่ย คำถามคือ คำนามนะคะ มันเรียนไปทำไม และรู้เพื่ออะไรคะ อันนี้คือสำคัญมากนะคะ
02:21
Speaker A
1 ค่ะ ให้รู้ว่าตำแหน่งคำนามอยู่ตรงไหนของประโยคค่ะ เวลาวางเนี่ย คำว่า teacher คำว่า doctor จะได้วางถูกต้องค่ะ ซึ่งถ้าเรียนต่อไปจะรู้ว่าคำนามเป็นประธานได้ ตัวอย่างเช่น The teacher is standing over there นะฮะ คือคุณครูคนนั้นเนี่ยกำลังยืนอยู่ตรงนั้นค่ะ คำว่า the teacher เป็นคำนามเป็นประธานของประโยคนี้นะคะ
02:53
Speaker A
2 ค่ะ รู้คำนามไปจะรู้ว่า เฮ้ย คำนามพวกนี้เนี่ยมันควรจะเติม s หรือไม่เติม s หรือแม้แต่ว่าจะเติม s ไม่เติม s ได้หรือเปล่านะฮะ นักเรียนขาา มีการแบ่งชั้นของมันอยู่ค่ะ อย่างเช่นเราบอกว่า I have many tables คำถามนะฮะ table ควรเติม s ไหมคะ คำตอบคือ เติมค่ะ คือคำว่า many แปลว่าหลาย table นับได้จึงเติม s นะคะ แต่พูดว่า I don't have much money นะคะ คำว่า much money แปลว่าเงินเยอะค่ะ แต่ money กลับไม่เติม s เพราะอะไรคะ ก็มีกฎว่านามที่นับไม่ได้เนี่ยต้องเติม s ไม่ได้นั่นเองค่ะ เห็นป่ะ นี่คือกฎ ที่เรารู้ว่า เฮ้ย พอเรียนไปเนี่ยควรเติม s ไม่เติม s มันอยู่ในกรอบของคำนามทั้งหมดเลยนะคะ และเหตุผลข้อ 3 ที่ต้องรู้คำนามคือ เราจะใช้คำนำหน้านามได้ถูกต้องค่ะ ตัวอย่างเช่น คน 1 คนคือ a person ใส่ a เข้าไปค่ะ ไม่แน่นะคะ ช้าง 1 ตัวค่ะ an elephant เพราะอะไรคะ เพราะ an เอาไว้ใช้กับตัวที่ขึ้นต้นด้วยสระ e ที่อยู่ข้างหลังเห็นป่ะ an elephant ช้าง 1 ตัว รถหลายคันค่ะ many cars เห็นป่ะ และ car ต้องเติม s ว่าอะไร many บวกนามพหูพจน์นับได้ เติม s ค่ะ หรือแม้แต่คำว่า much water อุ๊ย น้ำเยอะจังเลยนะฮะ much บวก water much แปลว่าเยอะ แต่ใช้ much กับ water ที่นับไม่ได้ค่ะ
03:32
Speaker A
บทนี้นะฮะ เราจะมาเรียนเรื่องของการเติม s หรือเติม es ค่ะ กับการผันคำนามเป็นพหูพจน์นะฮะ ครูดิวค่ะ ทุกคำสามารถเติม s และ es ได้ไหมคะ คำตอบคือไม่ได้ทุกคำค่ะ ลองฟังไว้นะคะ การเติม s และ es นะฮะ เราจะใช้แค่คำนามที่เป็นคำนามนับได้เท่านั้นค่ะ เช่น house บ้าน เป็น houses คือบ้านหลายหลัง หรือ table นับได้ค่ะ โต๊ะนะฮะ tables เติม s แปลว่าโต๊ะหลายตัวค่ะ เห็นป่ะ คำนามที่เติม s ได้ ถือเป็นคำนามที่นับได้ทั้งหมดค่ะ ส่วนนับไม่ได้ เช่นคำว่า money, water, salt เกลือ พวกนี้นะฮะ เป็นคำที่นำมาเติม s ไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์เติม s ค่ะ เพราะฉะนั้นคลิปนี้จะเน้นที่คำนามนับได้ และการผันพหูพจน์คือการเติม s และ es เมื่อไหร่กันแน่นะคะ ก่อนไปดูกฎต่าง ๆ นะคะ ขอทดสอบเราก่อนว่าตัวเธอตอนนี้ สามารถเติม s หรือ es ถูกต้องตามคำหรือเปล่าค่ะ ทั้งหมดมี 5 ข้อ ลองเติมดูว่า เอ๊ะ อันไหนเติม s อันไหนเติม es ถ้าผิดเยอะ แสดงว่าเธอยังไม่เข้าใจนะคะ เริ่มจากข้อ 1 ค่ะ คำว่า train รถไฟ 1 ขบวนค่ะ ถ้า 2 ขบวนขึ้นไปใช้อะไรคะ คำตอบคือ trains เติม s เฉย ๆ ค่ะ กล่องคือคำว่า box นะคะ นี่คือ 1 กล่องค่ะ ตั้งแต่ 2 3 กล่องขึ้นไปคือเติม es
04:12
Speaker A
ข้อ 2 ค่ะ คำว่า box กลายเป็น boxes เติม es ค่ะ คำว่าห้องเรียนนะฮะ คือคำว่า 1 class เนาะ ถ้า 2 class ขึ้นไปเนี่ยเราจะเรียกว่า classes เติม es เหมือนคำว่า boxes เลยนะคะ
04:40
Speaker A
ข้อ 3 ค่ะ คำนี้คือมีด 1 เล่มนะฮะ ถ้า 2 3 เล่มเนี่ยต้องพันไง คำตอบคือผันแบบนี้ค่ะ knife เป็น knives แบบนี้ค่ะ ผันเป็นตัว f ให้เป็น v ก่อนแล้วเติม es นะคะ ต้องแบบนี้นะคะ ใครตอบ s เฉย ๆ เนี่ยถือว่าผิดนะคะ
05:21
Speaker A
และคราวนี้ค่ะ คำว่า baby ก็คือทารกค่ะ อันนี้ท่านหลายคนน่าจะผิดนะคะ เป็นคำว่า baby แบบนี้ค่ะ คือเปลี่ยน y เป็น i ก่อนแล้วก็เติม es นะฮะ ครูดิวค่ะ หลักการพวกนี้เนี่ย หนูจะเอามาจากที่ไหนคะ คำตอบคือข้างหลังจะสอนให้เธอต่อนี่แหละค่ะ กดข้อที่ 1 ค่ะ
05:56
Speaker A
คำนามส่วนใหญ่จะเติม s ได้อยู่แล้วค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแปลกนะฮะ อย่างเช่นคำว่าโต๊ะ ก็คือ table เป็น tables, door ประตูค่ะ เป็น doors หรือแม้แต่ teacher 1 คนค่ะ เป็น teachers เติม s ธรรมดาเลยค่ะ และหนังสือค่ะ book เป็นคำว่า books ง่าย ๆ ค่ะ เห็นป่ะ อันนี้คือง่ายมาก กดข้อ 1 นะคะ มาต่อกดข้อที่ 2 ค่ะ
06:27
Speaker A
ถ้าคำนามลงท้ายด้วย s, ss, ch, sh หรือตัว x ตรงทั้งหมดนี้ให้เติม es เท่านั้นค่ะ อย่างเช่นคำว่า box เป็นคำว่า boxes นะคะ class เป็นคำว่า classes ดังเฉลยเมื่อกี้ค่ะ คำว่า watch เป็นคำว่า watches ก็คือนาฬิกาข้อมือหลายอันก็ watches นั่นเองค่ะ คำว่า face แปลว่าหน้า ก็เป็น faces เห็นไม่ยากเนาะ
07:00
Speaker A
กฎข้อ 3 ค่ะ ถ้ามี y ลงท้ายคำไหนนะฮะ ให้เปลี่ยน y เป็น i ก่อนแล้วก็เติม es ลงไปนะฮะ อย่างเช่นคำต่อไป
07:25
Speaker A
แบบนี้ค่ะหรือแม้แต่คำว่าภรรยาหรือเมีย ค่ะคำว่า Wife นะฮะ f ลงท้ายเห็นป่ะ เปลี่ยน f เป็น V แล้วเติม ES นะเป็น One Wife แล้วก็ Two wies นะคะไม่ควรนะคะ และคราวนี้คำว่าฟที่แปลว่าขโมยนะฮะตัว f ลงท้ายเหมือนเดิมค่ะเปลี่ยน f เป็น V เป็นคำว่า One thief ขโมย 1 คนและ Two thieves นะคะก็คือขโมย 2 คนนค่ะเขียนแบบ นี้นะคะและกฎข้อที่ 5 เป็นกฎที่น่างงมาก ค่ะหลายอย่างเป็นกฎแต่ว่าบางอย่างต้องจำ
07:56
Speaker A
นะคะคือถ้าคำนั้นเป็นตัวโลงท้ายนั่นเลย ค่ะโนะเรามักจะนิยมเติม ES เข้าไปข้าง หลังค่ะอย่างเช่น Mango เป็นคำว่า mangos her เป็น Heroes แบบนี้ค่ะ Potato potatoes Tomato มะเขือเทศเป็นคำว่า tomatoes แบบนี้ค่ะหรือแม้แต่ภูเขาไฟคือ volcan อย่าง T V S เป็นคำว่า volcan นั่นเองค่ะง่ายๆคือถ้ามี O ลงท้ายนิยม เติม ES เป็นหลักค่ะยกเว้นข้อต่อไปนี้นะ คะคำต่อไปนี้เนี่ยได้เลยค่ะดูตรงนี้นะคะ เรามักจะไม่เติม ES ค่ะเป็นความนิยมแล้ว กันเนาะจำไว้ว่าคำหน้านี้จะไม่มี S นะแต่ เติมแค่ S เฉยๆค่ะเนิยมเติม s ก็จำไปแล้ว
08:42
Speaker A
กันนะคะมีคำว่าอะไรบ้างเอ่ย Auto นะคะคือ แปลว่าเครื่องยนต์ค่ะเป็นคำว่า Auto และ autos นะคะจิงโจค่ะ kangaro เป็น kangar นะคะเติม s ได้เลยคำว่า photos ที่แปลว่า รูปภาพค่ะเป็น photos เติม s เฉยๆค่ะหรือ โทุกคนรู้จักดีนะคะเป็น Video เห็นมไม่ ยากเนาหรือเปียโนหรือคำว่า Pan ที่เรารู้ จักกัน้วค่ะก็คือ pianos เติม s เฉยๆแคป ไว้ดูเลยนะคะหมดแล้วค่ะนี่คือหลักการเติม s และเติม ES ของคำนามภาพจน์นะคะย้ำอีก ทีนะการเติม s และ es เนี่ยมีกฎของใครของ
09:22
Speaker A
มันค่ะแล้วแต่ลงท้ายแบบไนนะคะที่สำคัญคือ การเติม s และ S ถึงแม้จะปลไม่ออกแต่ให้ รู้ยคะว่าคำนามที่เติม ses ได้ต้องเป็นคำ นามที่นับได้เท่านั้นค่ะคลิปนี้จะใช็กับ นามได้ไม่ได้ไม่ได้นะคะต้องขอบคุณข้อมูล จากหนังสือเล่มนี้ค่ะคือหนังสือ gramm Speed up นะคะข้างในคือเนื้อหาแน่นกว่า นี้มากนะคะนี่เป็นแค่ส่วนหนึเท่านั้นเอง ค่ะนัเรองขา GR Speed up นะคะเป็น หนังสือที่คุณดิวตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อคน อยากเก่งกับมาเอาไปสอบแล้วก็ไปเขียนค่ะ บอกได้เลยว่าหนังสือข้างในเนี่ยสวยงามมาก เห็นมั้ยคะเนื่องจาก font เนี่ยเป็นฟลาย มือด้วยนะคะแล้วก็คนเป็นสีสันเนี่ยวางมา อย่างดีค่ะทั้งซนการวตัวอักษรนะคะเป็นแบบ หลวมๆให้เราเนี่ยเข้าใจง่ายแล้วก็ไม่น่า กลัวเกินไปในการเรียนแกมม่าค่ะที่สำคัญนะ คะมาพร้อมกับคอร์สถึง 10 ชั่วโมงนักเรียน ขาเราสามารถเรียนจบเนี่ยแล้วไปสอบได้เลย นะคะและคอร์สคือสอนแบบละเอียดมากแบบจับ มือทำเลยค่ะถ้าใครสนใจหนังสือ GR Speed
10:16
Speaker A
up เลนี้นะคะบอกได้ว่าตอนนี้ราคาพิเศษ มากค่ะสามารถคลิกลิงก์ข้างล่างแล้วก็สั่ง ซื้อได้เลยนะคะขอบคุณล่วงหน้าที่อุดหนุน คุูิวนะคะนักเรียนข่ะจะได้มีแรงมาทำคลิป เธอนะคะดูต่อไปเรื่อยๆแล้วกันเนาะเหมือน เดิมค่ะถ้าใครชอบคลิปคุดิวแบบนี้นะคะความ รู้แน่นๆอย่างงี้เนี่ยอย่าลืมกดไลค์กด แชร์กด Subscribe กดกระดิ่งให้กับเพจคูณ ดิวด้วยนะคะใครไม่ Subscribe ตอนนี้เป็น เพจใหม่นะกด Subscribe กดิวหน่อยนะคะใคร ชอบ Content แบบไหนเนี่ยก็คอมเมนต์เข้ามา แนะนำกันได้ค่ะใส่เข้าไปข้างล่างใน คอมเมนต์เลยรับลองจะกลับมาดูทุกคอมเมนต์ แน่นอนนะคะเจอกันใหม่ในซีรีส์ครั้งหน้า ค่ะนี่คือซีรียส์ของ power Speed นะคะ คลิปหน้าจะเป็นอะไนะคะลองติดตามเนาะลาไป ก่อนแล้วค่ะบ๊ายบายทุก คน [เพลง] ดเ
Topics:คำนามNounภาษาอังกฤษหลักการเติม s esพหูพจน์นามนับได้นามนับไม่ได้ไวยากรณ์อังกฤษPart of Speechครูดิว

Get More with the SozAI App

Transcribe recordings, audio files, and YouTube videos — with AI summaries and speaker detection. 30 minutes free.

Or transcribe another YouTube video here →