พูดคุยเรื่องการให้เมตตาตัวเองก่อนจึงจะให้ผู้อื่นได้อย่างแท้จริง พร้อมแนวทางปฏิบัติธรรมเพื่อความสงบใจ
Key Takeaways
- เริ่มต้นด้วยการเมตตาตัวเองก่อนจึงจะเมตตาผู้อื่นได้อย่างแท้จริง
- การช่วยเหลือผู้อื่นต้องมีจิตใจสงบเย็นและไม่คาดหวังผลตอบแทน
- การให้ที่ดีต้องเกิดจากความสุขและความเต็มใจ ไม่ใช่จากอัตตาหรือความโกรธ
- ลดกิเลสและเจริญสติช่วยให้การให้และการช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- การช่วยเหลือที่ประเสริฐคือช่วยโดยไม่ให้ผู้ถูกช่วยรู้สึกว่าถูกช่วย
What the video covers
- การให้เมตตาต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ไม่ใช่เริ่มจากผู้อื่น
- ความเมตตาที่ข้ามตัวเองไปให้ผู้อื่น อาจกลายเป็นการทำลายผู้อื่นได้
- การช่วยเหลือผู้อื่นต้องมีจิตใจสงบเย็น ไม่โกรธหรือคาดหวังมากเกินไป
- การปฏิบัติธรรมต้องเลือกวิธีที่ถูกจริตและช่วยขัดเกลากิเลส ไม่ใช่แค่ทำแล้วสบายใจ
- การให้ที่แท้จริงต้องมีความสุขและเต็มใจ ไม่ใช่ให้ด้วยอุดมคติหรือความโกรธ
- ความดีต้องทำอย่างพอดี ไม่มากเกินไปจนเป็นการสะสมอัตตา
- ลดทอนกิเลสของตัวเองจะช่วยให้เกิดความเมตตาอย่างเป็นธรรมชาติ
- การช่วยเหลือที่ประเสริฐคือช่วยโดยที่ผู้ถูกช่วยไม่รู้สึกว่าถูกช่วย
- การช่วยเหลือต้องไม่ทำให้ตัวเองทุกข์หรือมีความต้องการมากเกินไป
- ความสุขในการช่วยเหลือเกิดจากความสงบใจและการเจริญสติในชีวิตประจำวัน
Full Transcript — Download SRT & Markdown
Speaker A
นี่คือความเมตตา คนอื่นเนี่ยมันไม่สามารถเริ่มต้นได้จากเมตตาคนอื่นนะ มันต้องเริ่มจากเมตตาตัวเอง ถ้าเราเริ่มต้นคอมไม่ตา ด้วยกันไม่ตาคนอื่น มันจะเป็นความเมตตาที่สนองอัตตาตัวตนเรา ไม่แต่ตัวเองนี่ก็ไม่ใช่ว่าทำอะไรตัวเองจะทำให้ตัวเองมีจิตที่มันมีความสุข มีความสงบ มีความต้องการแต่พอเพียง มีความรู้สึกว่าชีวิตมันเป็นสิ่งที่มันดีงาม ชีวิตมันดีมันมีความสุข คนแบบนี้ครับ เค้าจะแบ่งปันเองแล้วแบ่งปัน แล้วก็ไม่โกรธ ให้คำแนะนำไม่โกรธจริงๆ แล้วคนหลายๆ คนเนี่ยรู้สึกว่าเราให้คำแนะนำผู้อื่น แต่คนส่วนใหญ่เราแนะนำเขาแล้วเขาไม่ทำได้ ไม่ได้นั่นคือคำสั่งครับ นั่นคือคำสั่ง เพราะฉะนั้นคำแนะนำก็คือแนะนำไป เขาจะทำไม่ทำไม่เป็นไร แต่บางทีเวลาที่เราไม่ได้มีความรักให้ตัวเอง เราไม่ได้เมตตาตนเองดีพอ แต่เราข้ามไปเมตตาคนอื่น แต่บางทีความเมตตาคนอื่นมันเป็นการทำลายคนอื่นด้วยซ้ำไป เพราะตัวเรายังยังไม่ได้ดับเย็น ตัวเรายังเย็นไม่พอครับ คนที่ไปช่วยคนอื่นได้เนี่ยในหน้าสิ่วหน้าขวานอ่ะ คุณต้องเป็นคนใจเย็นนะ ถ้าคุณไม่เป็นคนใจเย็นพอ แล้วคุณไปช่วยเขา บางทีคุณไปด่าเขาเพิ่ม คือความทุกข์เขาว่ามีอยู่แล้ว เขายังต้องมารับความคาดหวังของเราอีก เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันคือกลับมาที่พื้นฐานนะครับ
Speaker A
[เพลง]
Speaker A
วิธีทุกวิถีมันดีหมดนะครับ วิธีปฏิบัติในมันเหมือนกับสำนักต่างๆ ดีหมด แต่ว่าตัวเราอ่ะ เมื่อเราปฏิบัติแบบไหนถูกจริตไม่ได้แปลว่าเราชอบมันนะ คนไม่เข้าใจผิดเข้าใจว่าถูกจริตทีเราชอบมัน แต่จริงถูกจริตคือเราปฏิบัติแล้วมันขัดเกลาได้ ไม่ใช่ทำแล้วรู้สึกสบายใจนะครับ เราปฏิบัติแบบนี้เพราะอะไร เราอึดอัด มันมีกฎระเบียบ เราไม่อยากทำ เราเลยไม่ชอบมัน ถ้าแบบนี้ครับ สมมติเราชอบฝั่งนี้ไม่ได้แปลว่ามันเข้ากับเรา แต่หมายความว่าเราถูกกิเลสเราอ่ะหลอกไปแล้วเรียบร้อย เวลาที่เราปฏิบัติสภาวะธรรมมันเป็นยังไง เราเห็นกายใจเคลื่อนไหวตามความเป็นจริงแค่ไหน มีความเรียบง่าย มีคำเข้าใจผู้อื่นมากแค่ไหน ดูพื้นฐานนะครับ ไม่ได้ดูที่การให้ก่อนนะ การให้เนี่ยเป็นการให้ที่เราเต็มตัวนั้นทำได้ง่าย สิ่งที่ต้องดู ก่อนนะ ขึ้นหนึ่งก็คือมีเต็มที่ มีความสุข เบิกบานตามสมควรไหม 2 คือแนวโน้มในการเปลี่ยนเบียนผู้อื่นมันลดลงมั้ย แล้วถึงดูการให้ มันมีการสละออกมั้ย อย่างเนี้ย แต่บางทีเวลาเราดูเครื่องวัด บางทีเราดูใจเรา ดูที่การให้ เราดูเอ้อแบ่งปันแล้วทำเพื่อคนนั้นคนนี้ แต่จริงไม่ใช่ ต้องดูที่จิตมีความสงบไหม จิตมันมีความตั้งมั่นไหม ในวิถีชีวิตที่คุณเดินขื่นทำสิ่งต่างๆ ดูวันนี้ก่อน แล้วก็สอบก็คือต้องดูว่าว่าเบียดเบียนคนอื่นทางกาย ทางวาจา ทางวัตถุน้อยลงไหม จึงค่อยมาดูการให้ เมื่อคืนไม่อย่างนั้นมันเป็นการให้มันยังให้อยู่นะครับ แต่ไม่ได้ให้ด้วยสภาวะธรรม มันให้ด้วยอุดมคติ เรามีอุดมติที่ดี เราจึงให้ แต่เราใช้จิตที่มันเป็นพูดชนก็ไปทำให้การให้น้ำมันเกิดการให้อยู่แล้ว ถ้าอัตราตัวเองน้อยมันให้แล้ว เพราะฉะนั้นมันต้องดูจัดลำดับจากพื้นฐานล่างขึ้นบน ถ้าไปวัดที่การให้บนลงล่าง มันเหมือนกับว่าบางทีเราให้ได้กิเลส อย่างบางคนเนี่ยทำความดีนี่ทำใหญ่โตเลย แต่อัตตาตัวตนยิ่งมากขึ้นมากขึ้น รู้สึกว่าเราดีขึ้นดีขึ้นดีขึ้น ความดีนี่มันเป็นเรื่องอันตรายนะครับ ความดีเนี่ยต้องทำแบบพอดีพอดี ถ้าไปกระเหี้ยนกระหือรือทำความดีมากนี่เป็นนี่ไม่ใช่จิตที่มันทำเพื่อเมตตา และอันนี้มันทำเพราะว่ามันพอกพูนอัตตาตัวตน บางสิ่งบางอย่างสีเหลืองคำดีมันเหมือนจะว่าทำไมมันเป็นธรรมชาติ ทำไปเท่าที่ทำได้แล้วคุณเจริญสติ คุณมีการดูแลชีวิตประจำวันให้มันอยู่ในร่องในรอย เพราะกิเลสน้อยมันจะทำความดีเยอะขึ้นไปเอง คนเนี่ยที่มันช่วยเหลือผู้อื่นน้อยลงน้อย เพราะว่าความต้องการมันเยอะเท่านั้นเอง ใครก็ตามที่ลดทอนความต้องการของตัวเองได้นะครับ แนวโน้มในการแบ่งปันอะไรเนี่ยมันก็มีอยู่แล้วนะครับ ก็ยงโยงกับไปในเรื่องที่เราคุยกันก็ได้ ก็คือวิธีที่ทำให้เกิดความเมตตาได้ดีที่สุดนะครับ คือ ลดทอนกิเลสตัวเอง แล้วมันจะเกิดความเมตตาที่มันเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ความเมตตาที่เราต่อสู้ตัวเอง บางทีเราต่อสู้ตัวเองเราไม่ตาไปนี้เราโมโหไป ก็คือช่วยไปโมโหไปช่วยไป เสียดายไปช่วยไปด่าก็ไปแบบนี้ครับ มันคือสิ่งที่ชื่อหรือไม่ว่าทั้งโลกเนี่ยก็คือต้องการสร้างสรรค์ความดีนะครับ ที่มันเป็นปัญหาทุกครึ่งเทพ แต่มันเป็นความดีที่มันเป็นความดีในแบบตัวเอง มันก็เลยค่ากันลบกันทุกคนอยู่ในนามของความดีทั้งหมด แต่ว่าเกาะนที่เราจะไปดับไฟอ่ะ คือตัวเราต้องวางเชื้อเพลิงก่อน เราลองดูก็ได้นะครับ จบหมดแล้วเรามีเพื่อนคนนึงอ่ะ เราอยากได้เพื่อนที่มันช่วยเรา หมอช่วยไปด้วยด่าไปด้วย บางทีมันด่าเราให้เราเสียใจ บางทีมันก็ให้กำลังใจเราบางทีมก็ช่วยเรากับเพื่อนอีกคนนึงไม่ได้ช่วยเราเยอะแต่ไม่เคยทำร้ายเรา เรารู้สึกดีกับเพื่อนคนนี้มากกว่า รู้สึกดีมากกว่า เพราะว่าบางทีมุนษย์เนี่ยไม่ได้ต้องการให้คนช่วยอะไรมาก ต้องการแค่ว่าอยู่เคียงข้าง ให้อะไรบ้างที่สำคัญคือไม่เบียดเบียนเราสีเนี่ยมันสูงประธานนะครับ ถ้าเราดูศรัทธาทำได้ง่ายที่สุด ยึดมั่นในความดีในกฎแห่งการกระทำ ยึดว่า
Speaker A
ผมมั่นใจว่าตนเองดีงานขึ้นได้ พวกนี้คือศรัทธา เพราะมันคิดอย่างนี้มันก็เกิดทางขึ้นมาเอง อยากให้คนอื่น สีนี่ก็มาทีหลัง เพราะว่าทางทำง่ายก็ศีล ศีลคือมุ่งไปที่การไม่ดีดเวียนคนไม่เบียดเบียนคนนะ ทำได้ง่ายยากกว่า อยากจะช่วยคนช่วยคนในทำง่ายนะครับ ช่วยกันแบบเบียดเบียนกัน อีกอันนึงไม่ต้องช่วยเยอะแต่ไม่ติดเพียร สนโลกมันดี อันนี้ดีกว่า เวลาฟังคำว่าช่วยเหลือกับคำว่าไม่เบียดเบียน คำว่าไม่มีเบียร์มาดูด้อยกว่า แต่ถ้าเรามาตีความจริงๆ ครับ จิตที่ไม่เบียดเบียนมันเป็นจิตที่สูงกว่าอีกแล้ว ในโลกของความเป็นจริงมีผู้ไม่เบียดเบียนคนอื่นไม่มีใครไม่ช่วยคนอื่น แต่ผู้ที่ช่วยคนอื่นก็ยังเปลี่ยนคนอื่นอยู่เยอะแยะนะครับ ใช่ครับมันก็เลยเป็นเรื่องอะไรที่มันย้อนแย้ง เพราะฉะนั้นอย่างที่ถามมาครับว่าเหตุการณ์ช่วยเหลือคนอื่นเริ่มจากอะไร ผมคิดว่าเริ่มจากเราต้องมีความสงบเย็นในจิตใจพอสมควร โกรธน้อย โมโหน้อยๆ มีความต้องการน้อยๆ เพราะเรามีความสุข เราจะแบ่งปันทุกอย่างให้คนอื่น อาจจะทีละเล็กละน้อย ไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่มันเป็นจำนวนเล็กๆ ที่เรามีความสุขที่จะให้ ถ้าเราให้ได้จากเล็กๆ แล้วเราค่อยๆ ให้ได้ใหญ่ขึ้น เหตุผลที่เราให้ใหญ่ขึ้นไม่ใช่ว่าเราเป็นคนดีมากขึ้นครับ แต่เราลดกิเลสของเรา และเรามีความสุขมากขึ้น เติบโตกันให้กำลังใจแบ่งปันของที่ตนเองเหลือใช้ที่มันมีมากเกินความจำเป็น ลดทอนคำต้องการตัวเอง และเริ่มมองหาว่าอะไรบ้างที่มันทำให้ตัวเองมีความสุขง่าย อย่าไปให้ความสุขมันเป็นเรื่องซับซ้อน ถ้าเป็นไปได้ก็ฝึกในเรื่องการเจริญสติ ในเรื่องการรู้ตัวเนี่ยมันก็จะช่วยได้เยอะขึ้น คนที่เขาเริ่ม
Speaker A
เริ่มการให้ด้วยกันอย่างให้กันแล้วอ่ะ คือฉันอยากจะให้เพื่อที่นี่แหละ ถ้าเขาเริ่มไปครับ เรื่องไปมากมายแล้วอ่ะ เค้าจะมีวิธีพริกใจมั้ยฮะ ก็ทำคู่กันไปได้ครับ ไม่ได้การให้แต่สิ่งที่ดีนะ มันไม่ใช่ว่าต้องมาขอให้ตัวเองก่อนแล้วไปให้คนอื่น แต่ว่าเราจะให้แต่คนอื่นโดยไม่ให้ตัวเองมันไม่ได้ ไม่ก่อนนะครับ เห็นถ้าจะให้คนหนึ่งคนต้องให้ตัวเองก่อนไม่ใช่ให้คนอื่นก่อน เพราะถ้าเราให้คนอื่นแล้วตัวเองมีความทุกข์ มันจะให้ไม่ได้งานแล้วมันจะให้ด้วยกิเลสตัวเอง มันจะให้ด้วยความโกรธโดยสิ่งต่างๆ เพราะฉะนั้นสมรสเราให้คนอื่น เราอาจจะเปิดบนละนิธินอน จะอะไรแล้วแต่ แต่เราต้องให้ตัวเองด้วย คืออย่าอย่ามุ่งไปที่การให้คนอื่นอย่างเดียว คือเราต้องลดทอนกิเลสของเรามาด้วย ต้องมีความสุขให้ได้ ต้องการมีความสุขในใจตนเอง มันเป็นการยืนระยะที่เราจะไปช่วยเหลือคนอื่นได้ คนเนี่ยถ้ามันมีความทุกข์มากๆ สุดท้ายมันจะ ว่ามันจะช่วยคนอื่นได้อย่างมากแค่ทางกายภาพนะครับ แต่ใจนี่มันไม่ได้ช่วย เวลาเราช่วยคนอื่นๆ มันต้องมีความมุทิตาเล่นนะครับ มีความสุขที่ได้ทำ สุขระหว่างที่ทำ สุขระหว่างที่วางแผนจะช่วย สุขระหว่างที่ทำเสร็จ ทำเสร็จก็ต้องมีความสุข แล้วต้องไม่ยึดติดว่าเราไปช่วยเขา แล้วช่วยแบบอ่อนน้อมถ่อมตน จริงๆ การช่วยที่มันประเสริฐมากๆ ซึ่งทำยากนะครับ ลองไปทำดูในแล้วก็จะรู้ว่ายาก คือช่วยโดยที่คนที่ถูกช่วยเขาไม่รู้ตัวคุณกำลังช่วยเขาอ่ะ อันนั้นน่ะใครทำได้อย่างนั้นคือเป็นคนที่ประเสริฐมากๆ แต่ถ้าเราไม่ช่วยตนเองเกาะนี้เราไปช่วยอย่างนี้ เราจะอกแตกตาย คือเราช่วยเขาแล้วช่วยยังไงไม่เขารู้สึกว่าเรากำลังช่วยเขาอยู่ ตัวช่วยอย่างไรเขาจึงไม่รู้สึกว่าเขาต้องสำนึกบุญคุณเรา ไอ้การช่วยอย่างนี้คือการช่วยที่ประเสริฐ แต่ว่าทำได้ยาก ถ้าเราไม่ผ่านการช่วยเหลือตัวเองมาก่อน ให้ตัวเองเป็นคนสงบเย็นมาก่อน การช่วยเรามันก็จะเหมือนกับว่าอย่างน้อยเราไม่ต้องการและก็จริง แต่เรายังต้องการสรรเสริญอยู่ ต้องการให้เขาเห็นว่าเราเนี่ยดีกับเขาหรือเราดีกับสังคมหรืออะไรก็ต่ำแตก ซึ่งสุดท้ายแล้วพวกมันก็มาทำลายใจเรา มันเหมือนกับว่าคนอื่นๆ ดีไปหมดแล้ว จากการที่เราช่วย แต่ตัวเราอ่ะตกหลุมกิเลสอยู่ตัวเองอยู่คนเดียว คือเราเอาเงินไปบริจาคเขาเขามีชีวิตที่ดีไปแล้ว แทนที่เราจะมีชีวิตที่ดีด้วย เราการเป็นว่าเราไปติดอะไรบางสิ่งบางอย่างครับ นี้อันนี้เป็นส่วนตัวนะครับที่ผมถูกผมเป็นอย่างนั้นเนี่ยนิดๆ ในใจอ่ะครับ แต่ดีๆ เขาอามาเรือนี่อาจเป็นเพราะกดไว้เนี้ยว่า จริงนะบางทีอยากให้คนไม่รู้บ้างเราได้ทำนะฮะ ได้เห็น อืม คือมันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรนะครับ แต่มันทำให้เรามีความทุกข์ มันไม่ได้ไปทำลายโลกอะไรหรอก แค่คืนเราว่าจะมีความทุกข์โดนครับ เราไม่ควร เราไม่ควรจะมีความทุกข์เพราะช่วยคนอื่น ฉันออกนะครับ เราช่วยคนอื่นเราน่าจะมีความสุขมากกว่าคนที่เขาไม่ค่อยช่วยคนอื่น ไม่อย่างนั้นแล้วเราจะไปมันสับกันนะครับ เราควรจะมีความสุขมากกว่าที่ผมโดนมากที่พี่ๆ บอกว่าจริงๆ ทุก
Speaker A
ช่วยที่ประเสริฐแต่ว่าทำได้ยากถ้าเราไม่ ผ่านการช่วยเหลือตัวเองมาก่อนให้ตัวเอง เป็นคนสงบเย็นมาก่อนการช่วยเรามันก็จะ เหมือนกับว่าอย่างน้อยเราไม่ต้องการและก็ จริงแต่เรายังต้องการสรรเสริญอยู่ต้องการ ให้เขาเห็นว่าเราเนี่ยดีกับเขาหรือเราดี กับสังคมหรืออะไรก็ต่ำแตกซึ่งสุดท้ายแล้ว พวกมันก็มาทำลายใจเรามันเหมือนกับว่าคน อื่นๆดีไปหมดแล้วจากการที่เราช่วยแต่ตัว เราอ่ะตกหลุมกิเลสอยู่ตัวเองอยู่คนเดียว คือเราเอาเงินไปบริจาคเขาเขามีชีวิตที่ดี ไปแล้วแทนที่เราจะมีชีวิตที่ดีด้วยเราการ เป็นว่าเราไปติดอะไรบางสิ่งบางอย่างครับ นี้อันนี้เป็นส่วนตัวนะครับที่ผมถูกผม เป็นอย่างนั้นเนี่ยนิดๆในใจอ่ะครับแต่ดีๆ เขาอามาเรือนี่อาจเป็นเพราะกดไว้เนี้ยว่า จริงนะบางทีอยากให้คนไม่รู้บ้างเราได้ทำ นะฮะได้เห็นอืมคือมันไม่ใช่สิ่งเลวร้าย อะไรนะครับแต่มันทำให้เรามีความทุกข์มัน ไม่ได้ไปทำลายโลกอะไรหรอกแค่คืนเราว่าจะ มีความทุกข์โดนครับเราไม่ควรเราไม่ควรจะ มีความทุกข์เพราะช่วยคนอื่นฉันออกนะครับ เราช่วยคนอื่นเราน่าจะมีความสุขมากกว่าคน ที่เขาไม่ค่อยช่วยคนอื่นไม่อย่างนั้นแล้ว เราจะไปมันสับกันนะครับเราควรจะมีความสุข มากกว่าที่ผมโดนมากที่พี่ๆบอกว่าจริงๆทุก ท่านตอนที่ทำที่วางแผนมันควรจะมีความสุข แต่ผมกลับบางทีผมกับหรือทำไมผมนี่ไง เหนื่อยแล้วก็เหนื่อยเลยเนี่ยแต่พอต้อง ให้มันชัดๆถึงจะถึงจะรู้สึกเศษหรืออะไร มันได้แต่ว่ามันจะไม่ได้เป็นตลอดอย่าง นั้นเนี้ยจะถ้าเขาขอแนะนำผมคิดผมเป็น อย่างนี้ตอนนี้ก็เป็นจริงๆคิดถึงแม่ทำให้ ผมแบบทำยังไงวางใจอะไรยังไงต้องกลับมาที่ ตัวเองครับเรื่องช่วยคนละนี่วางไว้แต่ก็ ทำไปเรื่อยๆนะวางไว้หมายถึงใจเราเอาวาง ไว้ต้องกลับมามีความสุขกันสั่นเองก่อน ตั้งแต่ตื่นมารู้สึกดีมีเอ่อดียังหายใจ อยู่นะยังเดินได้นะต่อไปนอกบ้านเธอคนเรา มันมีอะไรทำคนนั้นตัวนี้เขาทำอะไรกันเรา
Speaker A
ก็มีอะไรทำเห็นความสุขจากเรื่องเล็กๆและ พยายามสร้างพลังจากตรงนั้นแล้วรู้สึกว่า ชีวิตเราดีอยู่แล้วโดยที่ไม่จำเป็นต้อง ง้ออย่างอื่น งอยเขาเห็นว่าเราดีง้อให้สิ่งนั้นสิ่งนี้ สำเร็จพยายามทำให้ตัวเองมีความสมบูรณ์ใน ตนเองครับและที่สำคัญก็คือเวลาที่เกิด ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเกิดความรู้สึก รอคอยให้มองเห็นมันให้ดีมากกว่านั้นก็ คลิกกลับมาเป็นขอให้เป็นอารมณ์วิปัสสนาไป เลยคือเราพิจารณาไปเลยคือส่วนใหญ่แล้ว ครับสำหรับว่าเราต้องการที่จะขัดเกลาตน เองจากจากฐานของความคิดอะถึงยังไงแล้วก็ ล้มเหลวอยู่ดีเพราะความคิดมันทำงานตาม ปกติจริงๆวิธีนี้มันมีวิธีแก้ไข 2 ระดับ แก้ไขแบบโลกียธรรมคือธรรมอย่างที่ผมบ่มี ความสุขเพื่อเอาความสุขที่มีอยู่ความเต็ม ของตนเองมาไล่พอเราเต็มเสร็จเราไม่ต้องรอ คอยแต่วิธีแบบนี้มันยังเป็นแค่โลกียธรรม คิดครับกับๆครับแต่วิธีที่มันเด็ดขาดมาก กว่านั้นคือการเจริญสติเพื่อความคิดมัน จับเราไม่ติด อย่างนั้นมันจะทำเลยเราไม่ได้มันเกิดอะไร มามันก็ดับมันเกิดเลยมาก็ได้เพราะ สัมปชัญญะมันใหญ่กว่า สัมปชัญญะนี่มันเหมือนกับว่าความคิดมัน เหมือนของมืด สัมปชัญญะมันแสง มีความมืดจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับแสงมัน สว่างมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าคุณพัฒนาแสงให้สว่างมากได้ความมืด มันก็หายไปเอง ก็ไม่ต้องไปต่อสู้อะไรกับมันใช้แสงอย่าง เดียวที่เราสติเข้าไปเห็นมันแต่ปัญหาของ คนส่วนใหญ่ที่แสนนิดเดียวแต่ความมืดมัน เพียบครับเพราะว่าเมื่อกี้ตอนที่ฟังที่ มันสินที่บอกว่าตื่นมาให้พี่นาชื่นชมดึง ความสุขผมผมกับผมรู้สึกให้มันดีนะแต่ผม
Speaker A
รู้สึกว่าให้มันจะมีมุมนึงที่แบบที่ผม กลัวว่ามันจะกลายเป็นว่าผมอะไรอ่ะมองบวก เกินไปจำกัดติดอีกรอบหรือเปล่าอะไรเนี่ย ประเด็นหนึ่งคือคำว่าชื่นชมที่มันมีความ สุขไม่ได้แปลว่ามองแต่ในแง่ดีนะครับแต่ เห็นความไม่ดีว่ามันก็ดีด้วย ความดีครับครับไม่ได้ไม่ได้ไปบอกว่าต้อง อากาศเย็นสบายเท่านั้นเวลาที่เราเดินไป อากาศร้อนแล้วก็เห็นเห็นบางอย่างที่มันดี ดีในใจเราอ่ะจริงๆเราต้องเข็นไอ้สิ่งนี้ มันไม่ได้ไม่ได้เป็น มีอะไรที่มันเป็นเหตุเป็นผลนะครับแต่มัน เป็นความรู้สึกบางอย่างที่เรามีให้กับให้ กับชีวิตเราอ่ะว่าชีวิตเรานี่มันดีนะ อย่างผมเองเนี่ยผมคิดนี่ถ้าวันนึงผมเป็น มะเร็งแล้วมันจะเป็นยังไงผมก็เออมันยังดี เป็นมะเร็งก็อาจจะดีก็ได้ เห็นอะไรบางอย่างที่มันที่มันดีดีของความ เป็นมนุษย์ของการที่เราอยู่ของการที่มัน พอแค่นี้ไม่คิดข่อยขวาอะไรให้มันดีกว่า นี้ในสภาพจิตใจนะครับแต่ในฐานและการทำงาน เราก็ทำไปแล้วผิดชอบหน้าที่ไปแต่คนมันควร จะเริ่มต้นแบบเนี้ยดีอย่างเงี้ยปฏิบัติ ธรรมเจริญสติได้แค่ไหนเอ้อดีมันก็ดีของ มัน ก็ทำได้เท่าไหร่ก็มันก็ดีของมันก็นั้นคือ ถ้าคิดอย่างนี้ครับมันก็จะไม่มีปัญหาอะไร มันก็จะมีความสุขไปเรื่อยๆๆเรื่อยๆสุขไม่ ได้แปลว่าแปลว่าแบบไปทุกอะไรเลยนะแต่หมาย ความว่ามันมีความทุกข์แต่ว่า มันเหมือนกันเรามีไส้มีขนมสักชิ้นนึงอ่ะ เราไส้ข้างในเราเป็นน้ำตาลเสมอ มันจะขอขนมนี้มากอะไรก็ตามแต่แต่กัดเข้า ไปแล้วมันเจอน้ำตาลข้างในบางวันมันก็ขอมา กะกับแป้งอ่ะบางวันก็ขอมากับแป้งญี่ปุ่น บางวันก็ห่อมากับเนย ฝรั่งเศสแต่ว่าข้างในมันต้องเป็นไส้เนี้ย มันจะต้องไม่เป็นไส้อื่นนะครับ พอเราลิ้นรถเข้าไปแล้วก็จะเจอกันนะครับ [เพลง]
Speaker A
เป็นวิธีง่ายๆให้คนจะมามีใจปกติมันเป็น สิ่งนี้มันเกิดจากการที่เหมาะสม จนสามารถที่จะมีความสุขอย่างไร้เงื่อนไข แต่มันไม่ได้สร้างในวันเดียวครับแต่ว่า มันต้องสั่งสมค่อยๆทำให้ความรู้สึกเนี้ย มันหนักแน่นมั่นคง มั่นคงไปเรื่อยๆเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามัน มั่นคงหรือมันไม่มั่นคงก็ดูจากใจเราเวลา ที่มันมีปัญหาเรายังเห็นความสุขข้างในไหม ถ้ามันยังมีความสุขอยู่แสดงว่าตอนนี้ใน ขนมชิ้นเนี้ยไส้ข้างนอกที่ห่อหุ้มมันอาจ จะไม่ดีแหละแต่ข้างในเป็นไส้เดิมอยู่มั่น คงโดยที่เราไม่ต้องน้อมนำไม่ต้องใช่ครับ ใช่ใช่ใช่ใช่มันเหมือนก็ใจมันเข้าถึงคำ ว่าตัดตาอย่างนี้เป็นเช่นนั้นเองแล้วคุณ ก็ยิ้มอื่นก็ให้มันเป็นไปเป็นแบบนั้นเอง เป็นแบบนั้นเองแต่สิ่งที่สำคัญก็คือ เราทำอะไรแล้วก็พยายามทำให้มันดีที่สุด หน้าที่เรามีแค่เนี้ยที่เหลือมันจะเป็น ยังไงคนจะชมคนจะด่าอะไรก็มันก็เป็นไป เพราะวันนึงแล้วก็ตายนี่มันไม่ได้ที่ไม่ ใช่ที่สุดท้ายครับเราไม่ต้องเอาเป็นเอา ตายอะไรขนาดนั้น ถ้าเราไม่ช่วยโลกใบนี้มันก็มีคนช่วย มันไม่ใช่ว่า ถ้าเราไม่ได้คนเปลี่ยนโลกครับไม่มีใคร เปลี่ยนโลกได้นะครับ ฮะคนที่คิดว่าเปลี่ยนโลกได้แล้วคือคนที่ บ้าครับคือไม่มีทางที่ทำงานได้ผมคนนึง ครับในช่วงเว็บตอนที่ทำวันนี้ผมมาเรื่อย ใจ คือไม่มีใครที่จะเปลี่ยนโลกได้เพราะโลก มันเปลี่ยนของมันอยู่แล้ว เราไม่ต้องทำอะไรลูกมันก็เปลี่ยนแล้วครับ นี้มันมีลูกผงมันคนหนึ่งคนมีทั้งดีมีทั้ง ไม่ดีโลกมีมุมที่ดีมุมที่ไม่ดีมุมที่ดี สำหรับคนหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ผมคิดว่ามันเหมือนกับว่า ถ้าเราอยากให้ฝนตกอ่ะการกระทำทุกอย่างใน โลกนี้มันเหมือนฝนตกนะครับฝนตกลงมาคำถาม
Speaker A
ว่าคือคนในตำบลเนี้ยชอบทุกคนไหม ก็ไม่ต้องมีคนที่ไม่เล่นครับคำทุกจากฝนดู ไหมครับเราเป็นพระเจ้าหนี้เรายังเรายัง ปวดหัวเลยกับการที่จะทำให้คนอื่น ทั้งทุกคนพอใจทุกคนมีชีวิตที่ดี มัน ทำไม่ได้เพราะหนึ่งทุกคนเกิดมาไม่เหมือน กันมีสติปัญญาไม่เหมือนกันมีจิตใจที่แตก ต่างกันมีความต้องการที่หลากหลายแตกต่าง กันธรรมะก็ยังไม่มีธรรมะของใครที่มันดี ที่สุดเลยหลักปฏิบัติก็ไม่มีหลักใครดีที่ สุดแม้แต่คนเดียวกันปฏิบัติแบบเนี้ยเคยดี มากรังเกียจการปฏิบัติอีกแบบหนึ่งปฏิบัติ แบบนี้เป็นสักพักนึงต่างไปต่อไม่ได้สิ่ง ที่ตนเองเคยรู้สึกว่ามันปฏิบัติแนวทางนะ ดีก็ต้องเลิกเป็นแบบนี้ไปเอาทางที่ตัวเอง คริเกลียดในตอนแรกมาทำกลายเป็นดีเออกลาย เป็นสิ่งที่จะเดินเคยแบบปฏิเสธและแนวนี้ ฉันไม่เอาก็กลายเป็นดีขึ้นมาตลาดหลัง ครับ เข้าไปรุ่นแล้วก็ติดแล้วก็คิดว่าตัวเอง รู้เป็นยังไงและสุดท้ายก็กลับมาแนวครับทำ ก็อาจจะกลับไปอีกก็ได้อาจจะกลับตีก็ได้ คือทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงตลอดเพราะ ฉะนั้นมันเหมือนกับว่าฐานเวลาที่เราทำ อะไรครับเราทำได้อย่างมากแค่ทำให้มันดี ที่สุดดีที่สุดแล้วมันเป็นยังไงมันก็เท่า นั้นหน้าที่เราก็คือเราบอกตัวเองเมื่อทำ ให้มันดีที่สุดดีที่สุดไม่ได้ดีที่สุด เพื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นนะครับและไม่ ได้ดีที่สุดสำหรับเราด้วยแต่ดีที่สุดนะ มุมเม้นท์นั้นที่เราทำได้ ก็เพราะเราความสามารถไม่เท่ากันทุกวันนะ ครับบางวันเหนื่อยมันก็ดีที่สุดและเท่า นี้เราก็ต้องพอใจกับสิ่งที่มันเข้านี้ จริงๆทำมามันหลักปฏิบัติมันไม่มีอะไรเลย นะครับมันคือง่ายมากเจริญสติในเป็นอะไร ที่ง่ายที่สุดในโลก ที่ให้ไปครับแต่มันยากก็จิตคนซับซ้อนวิถี มันง่ายแต่สิ่งที่มันทำไม่ยากคือใจคนที่
Speaker A
มันซับซ้อนทำสมาธิก็ยังหญ้าเพราะว่ามัน ต้องทำให้จิตสงบผมนะครับแต่เจริญสติไม่ ต้องทำสงบไม่สงบก็เห็นมันสงบก็เห็นมันคิด ดีก็เห็นมันคิดชั่วก็เห็นมันลุกนี้ก็ยัง ต้องทำต้องใช้พละกำลังดันตัวเองขึ้นมา เหยียดขาที่ครูให้มันตรงขึ้นมา หาเงินก็ยังต้องทำอะไรปรับความค่อยเข้าใจ ว่ายังต้องทำอะไรจะเจริญสตินี้คือไม่ต้อง ทำอะไรนี่ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ามันง่ายที่สุดในโลก มันมีอะไรเกิดขึ้นแล้วเห็นเท่านั้นเอง เห็นแล้วถ้ามันเป็นต่อก็ไม่เป็นไร ก็เห็นมันใหม่ถ้านั้นทำไปตรงๆแบบนี้ครับ ง่ายๆไม่มีอะไรที่เหลือก็ทำมาหากินอะไรก็ ทำไปมีครอบครัวก็ดูแล้วไปเจริญสติไป พยายามไม่ไปเบียดเบียนคนอื่นผมว่าหน้าที่ มนุษย์ก็มีแค่นี้เองมีเวลามีเหตุปัจจัยก็ ช่วยเหลือคนบ้างเล็กๆหน่อยๆเหมือนน้ำจิ้ม ช่วยเหลือคนนี้ผมคิดว่าเหมือนน้ำจิ้มน่ะ เราจะไม่กินแต่น้ำจิ้มแล้วก็ไหมครับน้ำ จิ้มเนี่ยมันเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้ให้ ชีวิตเราเนี่ยมันดีมากขึ้น บางคนก็จิ้มเยอะหน่อยบางคนก็น้อยหน่อยแต่ ว่ามันต้องมีทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ตัวเอง ทำให้ครอบครัวชั่วก็คืออื่น คะกินแต่น้ำจิ้มหรือว่าช่วยแต่คน ผมคิดว่าอาจจะต้องเป็นพระโพธิสัตว์ที่ สั่งสมบารมีมาหลายภพชาติ ถึงทำอย่างนั้นแล้วติดไม่เกิดกิเลสอาจจะ ต้องเป็นพระโพธิสัตว์ระดับพระเวสสันดรน่ะ ครับเพราะฉะนั้นถ้าคนถ้าคนที่มีโพธิจิต ที่มันเป็นหนอนเล็กๆนะครับ เราอยู่ป 1 เราทำคุณเราติวข้อสอบป 2 แล้ว ก็เก่งแล้ว คือเราอยู่ป 1 แล้วจะไปเอาอย่างฉับไว
Speaker A
สันดอนพระเวสสันดรนี่คือระดับดอกเตอร์ เราไปติวอย่างนั้นแล้วก็ตายแล้วก็คืออยู่ ตอนหนึ่งแล้วก็ติวป 2 ให้มันขึ้นมาเถอะพอ อยู่ปอ 2 แล้วก็ไปติวป 3 ช่วยให้มันรู้สึก มาขุดขุดเก่าๆนิดๆอย่าให้มันสะเทือน เลื่อนลั่นมากครับ หมอเขานิดๆครับ ครับ คือคือเรายอมเราสามารถช่วยเหลือผู้อื่น ได้ในลิมิตที่ ที่เรายังรู้สึกดีงามกับตัวเราอยู่ มีแต่เราอย่าช่วยผู้อื่นจนเราไฟล์เป็น อสูร ครับเราจะช่วยผู้อื่นจนเรากลายเป็นเป็น บู๊ตึ๊งคุณเข้าใจคำว่าบู๊ตึงนะคุณเคยดู กำลังภายในไหมมันจะมีบู๊ทเป็นง้อไบ๊อ่ะ พูดถึงเอาใบนี้มันคืออยู่ฝั่งดีนะหนังจีน กำลังภายในเนี่ยก็เริ่มต้นมันจะมีฝั่งมาร ดลนะครับแล้วก็ฝั่งดีฝั่งดีคือบู๊ตึ๊ง ง้อไบ๊แต่ไม่ได้บอกบูตึงเอาใบไม่ดีนะ เดี๋ยวผมโดนว่าคือคือพบไปๆมาๆสั่งเจ้า ยุทธจักรจ้าวยุทธภพเนี่ยเป็นสายผดุง คุณธรรมตั้งแต่มาโดนธาตุไฟเข้าแทรก เป็นปล่อยแล้วสั่งมาก็เป็นดีกว่าไอ้สั่ง บู๊ตึ๊งอีกคือมาในมันความชั่วไม่สลับซับ ซ้อนนะครับแต่ความชั่วที่ถูกคอหุ้มด้วย ความดีเนี่ยมันเป็นความชั่วที่ที่ที่สลับ ซับซ้อนและฉลาดกว่า ก็เพราะฉะนั้นคนที่ยิ่งช่วยผู้อื่นมาก ยิ่งต้องเหมือนเขาว่าสำรวจตรวจสอบจิตใจตน เองให้มากวัดขนาดนี้มันมีกิเลสมานะมันโทร เข้ามาไหม ที่นี้ถ้าพูดถึงอันนี้นะครับสมมติว่าคน อย่างพวกผมหรือคนใครก็ได้ที่พี่กำลังรวม
Speaker A
ตัวกันอยากทำเป็นโครงการครับเพื่อนครับ ครับครับการให้ครับมีข้อแนะนำว่าที่จริง ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วอ่ะคือให้คน อื่นเพียงแต่ว่าเราอย่าชะล่าใจกับความ เป็นคนดีของเรามากเกินไป ยิ่งเรารู้สึกว่าเราช่วยเหลือผู้อื่นเยอะ ยิ่งเรารู้สึกว่าเราเห็นแก่ตัวน้อยเนี่ย ไอ้เนี่ยต้องตรวจสอบตนเองให้มากคือช่วยคน อื่นมันดีอยู่แล้วครับไอ้ตัวนี้ไม่ต้อง สงสัยแต่อย่าให้เราช่วยทุกคนแต่กลายเป็น เราทำลายตัวเองนึกออกนะครับเราช่วยเค้า อ้ะใจเราต้องน่าจะสูงขึ้นได้มีความทุกข์ เราน่าจะน้อยลง แต่อันนี้มันถ้าเราไม่ระวังใจตนเองมัน เหมือนกับว่าคนอื่นเขารอดกันหมดจากการ ช่วยเหลือเจือจางของเรามีคนเดียวที่แย่ คือตัวเราวันแรกที่ช่วยคนอื่นเขาลำบาก อยู่ผ่านไป 1 ปีทุกคนสบายขึ้นจากสิ่งที่ เราช่วยแต่ตัวเราเหมือนว่าจะสบายแต่ใจเรา ถูกกว่าเดิมมันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นนะ ครับ เพราะฉะนั้นเหมือนว่าการช่วยเหลือคนอื่น การลดทอนกิเลสตนเองต้องต้องมาพร้อมๆกัน ต้องชำเลืองจิตตัวเองอยู่เสมอดูอยู่ตลอด ว่ามันมีอะไรเข้ามาแทรกไหมอ่ะ ท่าๆของญาติผู้ชมโครงการครับหรือ องค์กรนะครับแต่ว่าสีสีเนี่ยควรเป็นเพื่อ หาของแค่กับวัฒนธรรมองค์กรด้วยความใช่ มั้ยฮะที่ที่ช่วยชั้น 2 ต่อเนื่องกันบอก ช่วยกันให้พี่ให้ดูใจตัวเองไปรวดพูดครับ คือคือมนุษย์ทุกคนต้องควรจะสำรวจตรวจสอบ จิตใจตนเองนะครับคนทุกคนเนี่ยแต่ว่าคนที่ สำรวจตรวจสอบควรจะดูจิตเจริญมากๆก็คือคน ที่อยู่ใน ชั้นที่เป็นผู้นำ หรือชั้นที่เป็นสัญลักษณ์ของความดี
Speaker A
เธอหรือฉันที่เป็นคุณหนูประการกับคนอื่น สมมติว่าเป็นเรื่องของความดีนั้นเป็นพระ เป็นพระนี้ต้องระวังกิเลสตัวเองมากกว่า ฆราวาส เพราะกิเลสคาราว่าในเป็นแค่อยากได้ วัตถุแต่เป็นพระนี้น่าจะอยากได้สรรเสริญ ซึ่งมันยับขายมากกว่าถูกนะครับสรรเสริญ นี่มันเมืองทีมันไม่พอวัตถุนี้บางทีเรา ต้องการเงินซื้อบ้านบ้าน 3 ล้าน 5 ล้านจบ เท่านี้เป็นตัวเลขจับต้องได้ชัดเจนถ้า สรรเสริญนี้มันอันลิมิตหลายๆคนในโลกใบนี้ นะครับทำสงครามทำไรไม่ได้ต้องการเงิน ไม่ได้ต้องการอะไรต้องการเสริม ก็อยากบางทีเราเห็นนักการเมืองไม่อยาก คอรัปชั่นเยอะแยะไม่ได้เข้าไปเพื่อจะ คอลเลคชั่นก็มีนะครับไม่ใช่ว่าไม่มีเลย แต่เขาต้องการการความเป็น คนดีอะไรบางอย่างก็มีแบบนี้ก็มี ซึ่งในตรงนี้ครับมันสลับซับซ้อนมากกว่า กิเลสหยาบเยอะแล้วส่วนใหญ่ทุกอย่างในโลก ที่มันเป็นปัญหา ที่มันทะลุทะลวงครับอ่ะ ก็ลองดูนะครับคือมนุษย์เราเนี่ยฆ่ากัน เพราะเงินมันขึ้นน้อยกว่าค่ากันเพราะ อุดมการณ์นะ ไม่ใช่ค่าเพราะอุดมการณ์นี่มันมันฆ่ากัน ในนามของความดีทั้งนั้น ครับในนามของคำดีนะแนะนำของความดีเรา สามารถประหัตประหารชีวิตผู้อื่นมันมาก กว่าเรื่องเงินเพราะฉะนั้นเพราะฉะนั้นคน ที่อยู่อุดมการณ์ไม่ว่าเป็นอุดมการณ์แบบ ไหนนะครับแบบไหนในโลกนี้อุดมการณ์เพื่อ สิ่งแวดล้อมอุดมการณ์เพื่อช่วยเหลือหรือ ใช้ชาติอุดมการณ์เพื่อทำให้โลกใบนี้ดี ขึ้นทุกอย่างได้คือสิ่งที่ดีงามมีแล้วแต่ ว่าเมื่อเราทำสิ่งที่ดีงามแล้วเนี่ยต้อง
Speaker A
ยอมรับว่ากิเลสมันก็รออยู่เหมือนกัน มีภาวะที่ตรงนี้ก็เหมาะกับการงอกงามของ กิเลสเหมือนกันมันไม่ได้บอกกับการงอกงาม ของของความดีอย่างเดียวนะครับ ก็จะมีกี่คนที่อยู่ดีๆคุณได้โลกอะไรขึ้น มาสักอย่างหนึ่งแล้วคุณไม่เข้าไปยึดมั่น ถือมั่น เวลาเราพูดนี้มันง่าย วันนี้สมมุติว่าเราลองให้ตำแหน่งกับคนทุก คนผมว่าผมว่ามีคิดคนจำนวนน้อย คนจำนวนน้อยมากๆที่ที่ได้รับแล้วไม่นิสัย ไม่เปลี่ยนเช่นสมมติลูกให้เงินคนไปหมื่น ล้านแล้วคุณเอาเงิน 1 หมื่นล้านเนี่ย บริจาคให้โรงพยาบาลทั้งหมดเลย คำถามก็คือถ้าวันนึงคุณเข้ามาโรงพยาบาล เนี้ยและเขาไม่สนใจคุณเลยคุณรู้สึกอะไร มันก็ร้อน ร้อนว่าที่แห่งเนี้ยเราเอาความดีทั้งหมด ที่เรามีใส่เข้ามานะแต่ทำไมที่แห่งนี้เรา จึงไม่ได้รับการเป็นเป็นคนพิเศษ ใช่ครับไม่ใช่ครับเพราะฉะนั้นพวกนี้มัน อันตรายในลาภยศสรรเสริญสุข พวกนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเวลาที่เรา วิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นหรือเราคิดว่าทำไม ผู้อื่นถึงทำเช่นนั้นเช่นนี้เนี่ยตัวเรา เองเราไม่เคยไปอยู่ในสถานการณ์นั้นเราไม่ เคยมีอำนาจมีคนเป็นแสนล้านมายกย่องเชิดชู เราไม่เคยมีเงินหลายพันล้านเป็นแสนล้าน แล้วไม่เคยมีอะไรทั้งสิ้น ก็เพราะฉะนั้นมันง่ายที่เราจะเอาคุณธรรม ความดีที่มันควรจะเป็นเข้าไปวัดเขาว่า ครับ วัดเขาในฐานะที่เรายังไม่ได้ทันรถทดสอบ มันเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดในโลก แต่ว่าถ้าเราล่ะเราเราเราอยู่ในบททดสอบ นั้นล่ะหรือบททดสอบที่มันเล็กกว่าก็ได้ นี่ก็คือเราก็รู้อยู่แล้วครับว่ามันเป็น ยังไงคือทุกอย่างมันไม่ได้ไม่ได้ง่ายขนาด
Speaker A
นั้น ทำไมผู้ใหญ่ทุกคนตอนเด็กๆ ถึง ถึงไม่ชอบผู้ใหญ่ที่ไม่ฟังแต่ตอนโตขึ้นมา ถึงไม่ชอบเด็กก้าวร้าวกันหมดทุกๆสมัย คนเดียวกันนะ คนเดียวกันตอนเด็กไม่ชอบผู้ใหญ่ไม่รับฟัง ความคิดเห็นโตขึ้นมาไม่ชอบเด็กที่ไม่ สวัสดีไม่มีสัมมาคารวะนะคนเดียวกันน่ะ ครับเพราะว่าว่าเติบโตมามีอัตราพ่อเข้ามา เด็กมันก็มีหน้าตาของมันผู้ใหญ่ก็มีเอา ตังค์เขามันก็ เสมอกันคือเกมกิเลสนี่มันไม่มีใครเอาอยู่ อ่ะครับคือสิครับที่นี้ถ้าการให้ที่ผมขอ เรียกว่าการให้ที่ดีหรือการให้ถูกต้อง แล้วกันนะครับเพื่อที่วางใจขอครับให้ออก มาถ้าถ้าการให้แบบเนี้ยคนในสังคมรู้จัก หรือว่าทำกันเยอะๆเลยเข้าสังคมจะเป็นยัง ไงครับแล้วก็จะถามเค้าว่ามันจะเป็นสู่ เรื่องของวันเนี่ยหนึ่งเดียวกันได้ไหม ครับอันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายนะครับทุกคน ก็ถ้าทุกคนมีการให้โดยผ่านกลางพื้นฐานที่ ดีคือให้ตนเองก่อนให้ตนเองไม่ได้คำว่า เป็นเผลอตนเองครับไม่เหมือนกันนะรักตนเอง กับคนเปอร์เซ็นต์เองไม่เหมือนกันเฟิร์น เองเป็นการทำลายตัวเองจะรักตัวเองไว้เป็น การลดทอนกิเลสแล้วมีสติปัญญาพอที่เบอร์ โทรหาความสุขที่มันเรียบง่ายมีสติปัญญาพอ ที่จะเห็นนึกว่าไงความโลภโกรธหลงคือมันนำ ทุกข์มาให้ในคืนรักตัวเอง รักตัวเองเป็นเฟอร์ตัวเองไม่เหมือนกันถ้า ทุกคนรักตัวเองเริ่มต้นรักตัวเองการให้ มันจะเป็นธรรมชาติ เพราะเราเห็นอัตราจนเองน้อยอัตราจริงๆ อัตราด้านไม่ดีก็คือความร่วมคนความหลง อัตราน้อยก็แปลว่าคุณโมโหน้อย คุณอยากน้อยอยากได้คำชมน้อยอยากให้คนอื่น เข้าใจน้อยอยากได้วัตถุน้อยตกเนี้ย ถ้าเราตนเองน้อยคำถามคือเราจะเกิดอะไรมาก ขึ้นเราอยากอ่าอัตราน้อยแล้วก็ฟังมากขึ้น
Speaker A
เทอมนะครับเพราะเราอยากอวดเสน่ห์เองน้อย แล้วก็ฟังเยอะขึ้น แล้วเราก็มองเห็นอะไรที่มันมากขึ้นมาก ขึ้นก็ลองดูร่างกายมันไม่เป็นไรที่ อัศจรรย์มากมันบ่งชี้เบาะแสอะไรของความ ตื่นรู้ว่าเยอะมากถ้าเรามีปากอันเดียว ต้องมีหู 2 ข้างส่วนนะครับกูสองข้างในมัน หมายความว่า เราฟังมากแล้วพูดเรามีตาสองข้างสิ่งที่ มันเสพเข้าตัวเรามีแค่อันเดียวมันเลยจมูก จมูกนี้เราทำเพื่อตัวเองนะเราจะไม่มีวัน ดมอะไรเพื่อคนอื่นถูกมั้ยปากก็คือเราเรา เราเรากินเพื่อตัวเองด้วยนะเราทำบางสิ่ง บางอย่างพูดให้คนอื่นฟังด้วยตามนี้คือเรา มองเพื่อคนอื่นด้วยเราไม่ได้มองเพื่อตัว เองอย่างเดียวอะไรที่ทำก็ตัวเองอย่าง เดียวและอะไรที่มันเหมือนกับว่าทำเพื่อ ตัวเองอย่างเดียวนี้จมูกนี้แทบจะเพื่อตัว เองแต่ปากนี่มันทั้งเป็นให้ตัวเองมันคือ มันทุกอย่างที่ทำให้คนอื่นคือมันจะมีเยอะ กว่า เพราะฉะนั้นมันเหมือนกับว่า ธรรมชาติมันสร้างละมัยครับแต่ถ้าเรามี ความสุขแล้วก็จะฟังมากขึ้นถ้าเรามีความ ทุกข์แล้วก็จะพูดมากขึ้นเพื่อเราสังเกต ตัวเองได้เลยมันเป็นอย่างนี้เวลาคุณมี ความสุขมากที่คุณไม่อยากพูดเลยเอ้อ อยากฟังแต่บางทีเวลาคุณมีคำทุกคนอยากพูด ทำให้ตัวเองมีความสุขนะครับแล้วการช่วย เหลือมันจะเกิดขึ้นเอง โดยธรรมชาติที่มันเป็นธรรมชาติมากๆแล้ว มันจะกลายเป็นช่วยเหลือในทุกมิติผู้ช่วย ควรตัดสิ่งที่ฟุ่มเฟือยให้คน บางทีคุณอิ่มน้อยลงคุณก็แบ่งคนด้วยบ้าง ที่ของสิ่งนี้ยังไม่ควรให้ด้วยซ้ำในคุณ ให้ได้เพราะคุณอิ่มแล้วพอแล้วแบบนี้ครับ แล้วทุกอย่างทุกวันมันจะรู้สึกว่าได้ช่วย คนของจริงการแล้วการช่วยคนนี้มันการช่วย
Speaker A
เพื่อนมนุษย์สรรพสัตว์แล้วกันจริงๆมันมาก กว่าเพื่อนมนุษย์มันเราจะรู้สึกว่าถ้าจิต ใจว่า มันมีความสุขเราจะรู้สึกว่าเราได้ช่วยคน อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งเราเห็นงานแต่งงานเนี่ยเราเห็น เค้าแต่งงานมีความสุขนี่คือเราช่วยกันนะ ครับ เรามองแล้วเห็นเขามีความสุขเราก็คือช่วย เขาแล้ว เราช่วยส่งกระแสดีๆไปแล้วเราช่วยยินดีกับ เขาไปแล้วด้วยตัวเราเองอยู่แล้วและถ้า สมมุติเค้าเดินมาถามเราแล้วก็คงคุยแบบดีๆ เราเห็นเราเห็นข่าวเห็นอะไรเรารู้สึกเป็น ห่วงแล้วรู้สึกไม่ไปกล่าวโทษเขานี้เราก็ ช่วยแล้ว ถ้าทุกคนสร้างกระแสอย่างนี้ให้ตัวเองถาม ว่ากระแสอย่างนี้สมมุติมันอยู่กันคนเดียว มันดูไม่ค่อยมีผลนะแต่ถ้ามันอยู่กับเป็น ล้านเป็นสิบล้านเป็น 70 ล้านเป็น 3 พัน ล้านคือโลกมันเปลี่ยนนะครับ เป็นระบบนิเวศใหม่ไม่ใช่ครับเพราะอย่าลืม นะครับคนเราจะทะเลาะกันนี้คนต้องเอาด้วย ทะเลาะคนเดียวไม่ได้ เราจะทะเลาะกับใครเขาต้องเป็นใจทะเลาะกับ เราถ้าเราไม่ทะเลาะกับใครมาก็คือนั่นแหละ คือเราช่วยแล้วเราไม่บิดเบียนใครนี่คือ เราช่วยแล้วแล้วทำหน้าที่โดยที่ไม่ เบียดเบียนกันอื่นทำงานตัวเองและไม่เป็น คนอื่นนี่มันช่วยคนยิ่งกว่าเอาเงินไป บริจาค เพราะบริจาคนี้เรานานๆทำทีจะทำงานที่เรา ทำทุกวันพูดนี้เราพูดทุกวันคุยกับเพื่อน คุยกับคนคุยครอบครัวไอ้พวกนี้ทำทุกวัน เพราะฉะนั้นเรามีสิทธิ์ที่จะทำให้คนมี ความสุขก็ได้ทำให้คนมีความทุกข์ก็ได้ทุก
Speaker A
วันทุกครั้งที่คุยทุกครั้งที่พูดนะครับ นี่ก็คือการให้แล้ว นี่ยังไม่นับว่ามันมีความสุขอะไรมาเริ่ม สละวัตถุเงินทองบ่แบ่งปัน แบ่งปันแบบที่ดีใจจริงๆรู้สึกดีจริงๆการ ให้ครับคนรับคำว่าสัมผัสได้นี้นะครับ เรื่องจากอะไรที่มันเล็กๆพอดีพอดี น้องอย่าง การเป็นหนึ่งเดียวกันหรืออะไรอย่างเงี้ย ครับมันมาตามมาได้เนี่ย ถามได้แล้วครับเพราะว่าตัวตนแล้วน้อย เพราะตัวตัวน้อยเรามองเห็นคนอื่นมากขึ้น เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ตัวตนเรามันเหมือนกับว่ามันบางทุกอย่าง มีตัวตนแล้วน้อยเพราะกิเลสแล้วนะโว้ย กิเลสแล้วน้อยเพราะว่ามันมีความสุขสุด ท้ายมันกลับมาที่เรื่องเดียวกันคือโลกใบ นี้มันเปลี่ยนได้จากการชำระกิเลสตนเอง ครับ คือเราอยากไปไปดับไฟที่อื่นแล้วดับไฟที่ ตัวเราเนี่ยแล้วก็ มาถึงเราออกไปดับไฟได้มากได้น้อยแต่อย่าง น้อยเราไม่เพิ่มไม่เพิ่มไฟแน่นอนน่ะฉัน นั้นคือคือการปฏิบัติธรรมพระพุทธองค์ท่าน เคยจากนะครับท่านบอกว่าสิ่งที่ดีงามที่ สุดในโลกนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการชำระจิต ใจตนเอง เพราะมันนำมาซึ่งความดีงาม ทั้งปวงทั้งหมดอ่ะ [ปรบมือ] [เพลง] [เพลง] [เพลง] ม.ค ม.ค
Topics:เมตตาการให้ปฏิบัติธรรมกิเลสจิตใจสงบช่วยเหลือผู้อื่นเจริญสติอัตตาความสุขธรรมะ

![[พากย์ไทย] ทะลุมิติมาทั้งทีงั้นแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างฉันน… — Transcript](https://i.ytimg.com/vi/5x6lzaE8yBw/maxresdefault.jpg)









