Speaker A
15 กฎทองที่จะช่วยให้คุณเก่งขึ้นตลอดชีวิต เขียนโดย John Maxwell สวัสดีค่ะ ดิฉัน บรรทิตา พานจันทร์ ข้อที่ 1 กฎแห่งความตั้งใจ ถ้าคุณอยากจะเติบโต คุณต้องลงมือทำ คุณเคยรู้สึกมั้ยคะว่าคุณอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ก็ยังอยู่ที่เดิม คุณอยากจะพัฒนาตัวเอง แต่ก็ผลัดวันไปเรื่อยๆ คุณรู้ว่าต้องทำอะไร แต่ก็ยังไม่ลงมือทำนี่แหละค่ะ คือกับดักของชีวิตคนจำนวนมาก อยากที่จะเติบโตแต่แค่อยากอย่างเดียวมันไม่พอนะคะ การเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นเอง มันต้องเกิดจากความตั้งใจและก็การลงมือทำเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ไม่ใช่ว่ารอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม และความจริงที่โหดร้ายก็คือว่า เวลาที่เหมาะสมไม่มีอยู่จริง มีคนจำนวนมากนะคะที่บอกว่า เดี๋ยวก่อน ไว้รอให้พร้อมกว่านี้ก่อน เดี๋ยวค่อยเริ่ม หรือบางคนก็บอก ขอให้ทุกอย่างลงตัวก่อน เดี๋ยวค่อยทำ เดี๋ยวรอวันไหนที่รู้สึกว่า มีแรงบันดาลใจแล้วค่อยลุย แล้วรู้มั้ยคะว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาไม่เคยได้เริ่มเลย เดือนแล้วเดือนเล่าปีแล้วปีเล่า และสุดท้ายพวกเขาก็ยังคงอยู่ที่เดิม John Maxwell เขาได้บอกนะคะว่าสิ่งที่กั้นขวางระหว่างคุณกับความฝันของคุณ ไม่ใช่โชคชะตาหรือว่าสิ่งแวดล้อม แต่มันคือความตั้งใจของคุณเอง ที่จะลงมือทำหรือไม่ทำ ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่เติบโต เขาบอกว่ามีอยู่ทั้งหมด 8 อุปสรรค นะคะที่ทำให้คนติดอยู่กับที่และก็ไม่ลงมือทำสักที อย่างแรกก็คือกับดักของการรอคอย คิดว่าวันนึงจะมาถึง แต่ความจริงก็คือว่าวันนึงนั้นไม่เคยมาถึงเลย ต่อมาก็คือกับดักของความรู้สึกไม่พร้อม คิดว่าต้องรู้ทุกอย่างก่อนถึงจะเริ่มทำได้ กับดักของความกลัวการล้มเหลว กลัวพลาด กลัวทำผิดทำพลาด ก็เลยไม่ได้เริ่มสักที กับดักของความสมบูรณ์แบบ คิดว่าจะต้องรอให้ทุกอย่างลงตัว 100% ก่อน กับดักของการเปรียบเทียบ มองคนอื่นแล้วคิดว่าตัวเองสู้ไม่ได้ ก็เลยไม่กล้าทำ กับดักของอดีตที่คิดว่าที่ผ่านมาเคยพลาด ก็เลยกลัวที่จะพลาดอีก ต่อมาคือกับดักของสภาพแวดล้อม ที่อยู่ในที่ที่ไม่ซัพพอร์ตให้คุณได้เติบโต และสุดท้ายก็คือกับดักของการรอแรงบันดาลใจ คิดว่าจะต้องมีแรงบันดาลใจก่อนถึงจะเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง ถ้าคุณอยากจะเติบโตนะคะ คุณจะต้องสร้างเวลาขึ้นมาเอง ลองคิดดูนะคะถ้าคุณอยากจะพูดภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้น แต่ไม่เริ่มฝึกตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้คุณก็จะยังคงอยู่ที่เดิม เดือนหน้าคุณก็จะยังคงพูดไม่ได้ ปีหน้าก็เหมือนเดิมค่ะ ฉะนั้นคุณจะต้องตัดสินใจนะคะว่าวันนี้คุณจะทำอะไร ที่จะทำให้ตัวคุณพัฒนามากยิ่งขึ้น ไม่มีใครสามารถทำแทนคุณได้ ไม่มีเวทมนตร์แห่งความสำเร็จ มีแค่การลงมือทำทุกวัน ถ้าคุณอยากเติบโตนะคะ จงทำแบบนี้ค่ะ อย่างแรกเลยก็เขียนมันออกมาว่าคุณต้องการพัฒนาอะไรในชีวิตบ้าง คุณต้องลงมือทำอะไรบ้าง ต่อมาก็คือการตั้งเป้าหมายเล็กๆ แต่ทำทุกวันว่า อย่างเช่นอยากอ่านหนังสือให้มากขึ้นใช่ไหม ก็อาจจะอ่านวันละ 10 หน้า อยากจะออกกำลังกายก็เริ่มวันละ 5 นาที อยากจะเริ่มทำธุรกิจก็เริ่มจากหาข้อมูลวันละ 15 นาที และคุณก็ต้องเลิกหาข้ออ้างด้วยนะคะ ที่บอกว่าฉันไม่มีเวลา ก็ลองตื่นเร็วขึ้นสัก 15 นาที ที่บอกว่ายังไม่เก่งก็ลองเรียนรู้ไปพร้อมกับการลงมือทำ ที่กลัวล้มเหลวก็จำไว้ว่าทุกคนล้มเหลวก่อนที่จะประสบความสำเร็จทั้งนั้น การเติบโตไม่ได้เกิดจากการรอคอย แต่มันเกิดจากการลงมือทำเท่านั้น ต่อมากฎข้อที่ 2 ก็คือกฎแห่งการตระหนักรู้ ถ้าคุณไม่รู้จักตัวเอง คุณก็ไม่รู้จะพัฒนาไปทางไหนเช่นกัน คุณเคยรู้สึกเหมือนกับว่าใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายมั้ยคะ ตื่นมาทำงานทุกวันแบบอัตโนมัติ รู้สึกว่าชีวิตมันวนลูบไม่ก้าวหน้าไปไหน มองดูคนอื่นแล้วรู้สึกสงสัยว่าทำไมเขาดูมีเป้าหมาย แต่เรากลับไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ถ้าเกิดว่าคุณเป็นแบบนี้นะคะ แสดงว่าคุณกำลังพายเรืออยู่กลางทะเลโดยไม่มีทิศทาง John Maxwell บอกไว้นะคะว่าถ้าคุณอยากจะเติบโตจริงๆ คุณจะต้องรู้จักตัวเองก่อน มีคนจำนวนมากพยายามเติบโตโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน พวกเขาแค่อยากดีขึ้นแต่ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นเพื่ออะไร นั่นก็คือเหตุผลที่พวกเขาติดอยู่ที่เดิม แล้วก็ไม่ก้าวหน้าไปไหน ซึ่งคนในโลกนี้ก็แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกก็คือคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต ก็จะทำให้เดินสะเปะสะปะ ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ คนต่อมาก็คือคนที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรแต่ไม่ลงมือทำ คิดเยอะ ฝันใหญ่ แต่ก็ไม่เคยเริ่มทำอะไรเลย และคนสุดท้ายคือคนที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรและก็ลงมือทำนี่แหละค่ะ คือคนที่มีโอกาสที่จะสำเร็จจริงๆ และคำถามก็คือว่าคุณอยู่ในประเภทไหน ถ้าอยากจะเติบโตก็เริ่มจากการรู้จักตัวเองก่อนนะคะ แล้วถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเก่งอะไร หรือว่าควรโฟกัสที่ไหน ลองตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้ดูค่ะว่า ฉันชอบทำอะไรจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะว่าต้องทำ ถามตัวเองนะคะว่าคุณสามารถทำอะไรได้ดี แบบที่ไม่ต้องพยายาม ซึ่งนี่อาจจะเป็นพรสวรรค์ของคุณก็ได้ แล้วอะไรที่ทำให้คุณตื่นเต้นสุดๆ จนทำได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อ ถ้าคุณไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน คุณอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน ถ้ายังตอบไม่ได้ แปลว่าคุณจะต้องเริ่มค้นหาตัวเองเดี๋ยวนี้เลยค่ะ และนี่ก็คือกับดักที่ทำให้คนไม่รู้จักตัวเอง แล้วก็ติดอยู่ที่เดิมตลอดไป ก็คือใช้ชีวิตตามที่คนอื่นบอกว่าจะต้องเรียนสายนี้ สายนั้นนะ ถึงจะมีอนาคตที่ดี ต้องทำงานแบบนี้ถึงจะรวย แต่เอาจริงๆ แล้วอ่ะค่ะมันไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ หรือว่าบางคนอาจจะกลัวพลาด ก็เลยไม่ได้ลองอะไรใหม่ๆ ถ้าไม่เคยลองคุณก็จะไม่มีวันรู้ว่าคุณเก่งอะไร บางคนก็เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป แทนที่จะถามตัวเองว่าฉันต้องการอะไร คุณเอาแต่ดูว่าคนอื่นทำอะไรแล้วสำเร็จบ้าง แบบนี้ไงคะถึงทำให้คุณหลงทาง แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปทางไหน แล้วถ้าคุณอยากจะรู้จักตัวเองมากขึ้น แนะนำให้ทำแบบนี้ค่ะ อย่างแรกเลยก็คือจงใช้เวลาเงียบๆ อยู่กับตัวเอง เลิกวุ่นวายกับโซเชียลสักพักค่ะ ลองหาเวลาสัก 10-15 นาทีทุกวัน นั่งนิ่งๆ แล้วก็คิดทบทวนชีวิตตัวเอง ถามตัวเองนะคะว่าคุณกำลังเดินไปในทางที่ใช่หรือเปล่า ต่อมาก็คือลองทำสิ่งใหม่เพื่อค้นหาตัวเอง ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรก็ออกไปลองทำสิ่งใหม่ อย่ากลัวที่จะผิดพลาด เพราะทุกความผิดพลาดคือบทเรียนที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น ขอให้คนรอบข้างช่วยมองหาจุดแข็งของคุณ เคยมั้ยคะที่บางทีเราอาจจะไม่ได้เห็นจุดแข็งของตัวเอง แต่คนอื่นมองออก ลองถามเพื่อนดูนะคะ หรือว่าคนที่รู้จักคุณดีว่า คุณเก่งเรื่องอะไร สรุปง่ายๆ ก็คือว่าถ้าคุณไม่รู้จักตัวเอง คุณก็จะใช้ชีวิตแบบไร้ทิศทาง ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร คุณก็จะมีเส้นทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ต่อมากฎข้อที่ 3 ก็คือกฎแห่งกระจกเงา ถ้าคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง คุณจะเติบโตได้ยังไงคะ เคยรู้สึกมั้ยคะว่าทำไมฉันไม่เก่งเหมือนคนนั้น ทำไมฉันไม่มีอะไรพิเศษเลย ฉันทำอะไรก็ไม่ดีพอสักอย่าง ถ้าคุณเคยคิดแบบนี้ บอกได้เลยนะคะว่าคุณกำลังขังตัวเองไว้ในกรงของความสงสัยในตัวเอง John Maxwell บอกไว้ ว่าถ้าคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง คนอื่นก็จะไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณเช่นกัน คำถามสำคัญก็คือคุณเห็นตัวเองเป็นคนที่มีคุณค่าหรือเปล่า มองว่าตัวเองต่ำกว่าที่ควร คิดว่าตัวเองไม่ได้มีความสามารถ ไม่ได้คู่ควรกับความสำเร็จ เชื่อคำพูดลบๆ ของคนอื่น ใครที่บอกว่าทำไม่ได้ก็เชื่อสนิท ไม่กล้าลอง ไม่กล้าเติบโต เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว ข่าวร้ายก็คือว่าถ้าเกิดคุณเชื่อว่าตัวเองไม่เก่ง คุณก็จะไม่มีวันพัฒนา แต่ข่าวดีก็คือถ้าคุณเปลี่ยนวิธีคิดนะคะ คุณก็จะเติบโตได้แบบไม่มีคิดจำกัด สิ่งที่คุณเชื่อเท่ากับสิ่งที่คุณเป็น มีคนมากมายที่เกิดมาไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรเป็นพิเศษ แต่พวกเขาเชื่อว่าตัวเองทำได้ และพวกเขาก็ทำได้จริงๆ อย่าง Michael Jordan ถูกตัดออกจากทีมบาสของโรงเรียน แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ แล้วสุดท้ายเขาก็ได้กลายเป็นตำนาน หรืออย่าง Steve Jobs ที่เคยถูกไล่ออกจากบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาเอง แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นมาทำลายคุณค่าในตัวเอง สุดท้ายเขาก็สามารถกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้ ซึ่งต่างจากคนที่ปล่อยให้คำพูดแย่ๆ มาทำลายความมั่นใจของตัวเองนะคะ ที่บอกว่าฉันคงทำไม่ได้หรอก บอกฉันคงไม่ดีพอหรอก ฉันมันก็ได้แค่นี้แหละ สิ่งที่คุณบอกตัวเองบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นความจริง ถ้าคุณอยากจะเติบโตก็จงเปลี่ยนกระจกเงาที่คุณใช้มองตัวเอง คนส่วนใหญ่มองตัวเองผ่านกระจกที่บิดเบี้ยว เหมือนกระจกในบ้านผีสิง ที่ทำให้เราดูแย่กว่าความเป็นจริง แต่ความจริงก็คือว่าคุณดูดีกว่าที่คุณคิดนะคะ และนี่ก็คือขั้นตอนง่ายๆ ที่ทำให้คุณเห็นคุณค่าในตัวเองมากยิ่งขึ้น อย่างแรกก็คือเปลี่ยนสิ่งที่คุณพูดกับตัวเองทุกวัน หยุดพูดว่า ฉันไม่เก่งพอ ให้เปลี่ยนเป็น ฉันกำลังพัฒนา และฉันก็จะเก่งขึ้นทุกวัน หยุดพูดว่าฉันมันไม่มีอะไรดี ให้เปลี่ยนเป็น ฉันมีคุณค่า ฉันมีความสามารถ แล้วก็ให้คุณเขียนชัยชนะเล็กๆ ของตัวเองในทุกวันนะคะ แทนที่จะจดแต่สิ่งที่ฉันทำผิด ลองจดสิ่งที่ฉันทำได้ดีในวันนี้ จำไว้นะคะว่าคุณไม่มีวันเติบโตถ้าเกิดคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง แต่ถ้าคุณเริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อตัวเอง อะไรมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ต่อมาข้อ 4 กฎแห่งการทบทวน ถ้าไม่เคยหยุดคิดชีวิตก็ไม่ไปไหน คุณเคยรู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตมันเดินเร็วมากมั้ยคะ จนคุณไม่มีเวลาได้หยุดคิด ทำงานแบบอัตโนมัติ จนลืมถามตัวเองว่านี่ใช่สิ่งที่ฉันอยากทำจริงหรือเปล่า วิ่งตามความสำเร็จโดยที่ไม่เคยนั่งทบทวนว่าฉันวิ่งไปถูกทางหรือยัง เจอแต่ปัญหาเดิมๆ ซ้ำซาก เพราะไม่เคยย้อนคิดว่าผิดพลาดตรงไหน John Maxwell เขาบอกไว้นะคะว่าประสบการณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้สอนให้เราเก่งขึ้น แต่การทบทวนประสบการณ์ต่างหากที่ทำให้เราเติบโต ซึ่งแปลว่าถ้าคุณแค่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้มีการทบทวนตัวเอง ชีวิตของคุณก็จะติดอยู่ที่เดิม บางคนใช้ชีวิตรีบเร่งเกินไป ตื่นเช้าไปทำงานกลับมาบ้านก็เล่นโทรศัพท์ นอนแล้วก็วนลูปแบบนี้ทุกวัน ทำให้ไม่...











