Skip to content

15 กฎทองคำ พัฒนาชีวิตทุกด้าน ให้เก่งขึ้นตลอดชีวิต l สรุปหนังสือ | พัฒนาตัวเอง | บัณฑิตา พานจันทร์

สรุป 15 กฎทองจาก John Maxwell เพื่อพัฒนาชีวิตและตัวเองให้เก่งขึ้นตลอดชีวิต โดยบัณฑิตา พานจันทร์

Key Takeaways

  • การเติบโตเกิดจากความตั้งใจและการลงมือทำ ไม่ใช่การรอเวลา
  • รู้จักตัวเองเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาชีวิต
  • เห็นคุณค่าในตัวเองคือกุญแจสู่ความสำเร็จและความมั่นใจ
  • การทบทวนประสบการณ์ช่วยให้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้จริง
  • หลีกเลี่ยงกับดักต่างๆ ที่ทำให้ติดอยู่กับที่และไม่ก้าวหน้า

What the video covers

  • กฎแห่งความตั้งใจ: ต้องลงมือทำทันที ไม่รอเวลาที่เหมาะสม เพราะเวลาที่เหมาะสมไม่มีจริง
  • กฎแห่งการตระหนักรู้: รู้จักตัวเองเพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทางชีวิตที่ชัดเจน
  • กฎแห่งกระจกเงา: เห็นคุณค่าในตัวเองเพื่อสร้างความมั่นใจและเติบโตอย่างไม่มีขีดจำกัด
  • กฎแห่งการทบทวน: หยุดคิดและทบทวนประสบการณ์เพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง
  • กับดัก 8 อย่างที่กั้นขวางการเติบโต เช่น การรอคอย ความกลัวความล้มเหลว และการเปรียบเทียบ
  • แนะนำวิธีการตั้งเป้าหมายเล็กๆ และลงมือทำทุกวันเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
  • การค้นหาตัวเองด้วยการตั้งคำถามและลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อค้นหาความชอบและพรสวรรค์
  • เปลี่ยนความคิดลบเกี่ยวกับตัวเองเป็นบวก เพื่อสร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่น
  • การใช้เวลาสงบเงียบกับตัวเองและลดการวุ่นวายจากโซเชียลมีเดียช่วยให้รู้จักตัวเองมากขึ้น
  • การจดบันทึกชัยชนะเล็กๆ ในแต่ละวันช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง

Answers

Questions about this video

กฎข้อแรกที่ช่วยให้พัฒนาตัวเองคืออะไร?

กฎข้อแรกคือกฎแห่งความตั้งใจ ที่เน้นว่าการเติบโตต้องเกิดจากการลงมือทำทันที ไม่ควรรอเวลาที่เหมาะสม เพราะเวลาที่เหมาะสมไม่มีจริง.

ทำไมการรู้จักตัวเองจึงสำคัญต่อการพัฒนาชีวิต?

การรู้จักตัวเองช่วยให้เรากำหนดเป้าหมายและทิศทางชีวิตได้ชัดเจน ลดความสับสนและทำให้การพัฒนามีประสิทธิภาพมากขึ้น.

จะทำอย่างไรเมื่อรู้สึกไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง?

ควรเปลี่ยนวิธีคิดจากลบเป็นบวก เช่น หยุดพูดว่าตัวเองไม่เก่ง และเริ่มจดบันทึกชัยชนะเล็กๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น.

Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:00
Speaker A
15 กฎทองที่จะช่วยให้คุณเก่งขึ้นตลอดชีวิต เขียนโดย John Maxwell สวัสดีค่ะ ดิฉัน บรรทิตา พานจันทร์ ข้อที่ 1 กฎแห่งความตั้งใจ ถ้าคุณอยากจะเติบโต คุณต้องลงมือทำ คุณเคยรู้สึกมั้ยคะว่าคุณอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ก็ยังอยู่ที่เดิม คุณอยากจะพัฒนาตัวเอง แต่ก็ผลัดวันไปเรื่อยๆ คุณรู้ว่าต้องทำอะไร แต่ก็ยังไม่ลงมือทำนี่แหละค่ะ คือกับดักของชีวิตคนจำนวนมาก อยากที่จะเติบโตแต่แค่อยากอย่างเดียวมันไม่พอนะคะ การเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นเอง มันต้องเกิดจากความตั้งใจและก็การลงมือทำเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ไม่ใช่ว่ารอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม และความจริงที่โหดร้ายก็คือว่า เวลาที่เหมาะสมไม่มีอยู่จริง มีคนจำนวนมากนะคะที่บอกว่า เดี๋ยวก่อน ไว้รอให้พร้อมกว่านี้ก่อน เดี๋ยวค่อยเริ่ม หรือบางคนก็บอก ขอให้ทุกอย่างลงตัวก่อน เดี๋ยวค่อยทำ เดี๋ยวรอวันไหนที่รู้สึกว่า มีแรงบันดาลใจแล้วค่อยลุย แล้วรู้มั้ยคะว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาไม่เคยได้เริ่มเลย เดือนแล้วเดือนเล่าปีแล้วปีเล่า และสุดท้ายพวกเขาก็ยังคงอยู่ที่เดิม John Maxwell เขาได้บอกนะคะว่าสิ่งที่กั้นขวางระหว่างคุณกับความฝันของคุณ ไม่ใช่โชคชะตาหรือว่าสิ่งแวดล้อม แต่มันคือความตั้งใจของคุณเอง ที่จะลงมือทำหรือไม่ทำ ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่เติบโต เขาบอกว่ามีอยู่ทั้งหมด 8 อุปสรรค นะคะที่ทำให้คนติดอยู่กับที่และก็ไม่ลงมือทำสักที อย่างแรกก็คือกับดักของการรอคอย คิดว่าวันนึงจะมาถึง แต่ความจริงก็คือว่าวันนึงนั้นไม่เคยมาถึงเลย ต่อมาก็คือกับดักของความรู้สึกไม่พร้อม คิดว่าต้องรู้ทุกอย่างก่อนถึงจะเริ่มทำได้ กับดักของความกลัวการล้มเหลว กลัวพลาด กลัวทำผิดทำพลาด ก็เลยไม่ได้เริ่มสักที กับดักของความสมบูรณ์แบบ คิดว่าจะต้องรอให้ทุกอย่างลงตัว 100% ก่อน กับดักของการเปรียบเทียบ มองคนอื่นแล้วคิดว่าตัวเองสู้ไม่ได้ ก็เลยไม่กล้าทำ กับดักของอดีตที่คิดว่าที่ผ่านมาเคยพลาด ก็เลยกลัวที่จะพลาดอีก ต่อมาคือกับดักของสภาพแวดล้อม ที่อยู่ในที่ที่ไม่ซัพพอร์ตให้คุณได้เติบโต และสุดท้ายก็คือกับดักของการรอแรงบันดาลใจ คิดว่าจะต้องมีแรงบันดาลใจก่อนถึงจะเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง ถ้าคุณอยากจะเติบโตนะคะ คุณจะต้องสร้างเวลาขึ้นมาเอง ลองคิดดูนะคะถ้าคุณอยากจะพูดภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้น แต่ไม่เริ่มฝึกตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้คุณก็จะยังคงอยู่ที่เดิม เดือนหน้าคุณก็จะยังคงพูดไม่ได้ ปีหน้าก็เหมือนเดิมค่ะ ฉะนั้นคุณจะต้องตัดสินใจนะคะว่าวันนี้คุณจะทำอะไร ที่จะทำให้ตัวคุณพัฒนามากยิ่งขึ้น ไม่มีใครสามารถทำแทนคุณได้ ไม่มีเวทมนตร์แห่งความสำเร็จ มีแค่การลงมือทำทุกวัน ถ้าคุณอยากเติบโตนะคะ จงทำแบบนี้ค่ะ อย่างแรกเลยก็เขียนมันออกมาว่าคุณต้องการพัฒนาอะไรในชีวิตบ้าง คุณต้องลงมือทำอะไรบ้าง ต่อมาก็คือการตั้งเป้าหมายเล็กๆ แต่ทำทุกวันว่า อย่างเช่นอยากอ่านหนังสือให้มากขึ้นใช่ไหม ก็อาจจะอ่านวันละ 10 หน้า อยากจะออกกำลังกายก็เริ่มวันละ 5 นาที อยากจะเริ่มทำธุรกิจก็เริ่มจากหาข้อมูลวันละ 15 นาที และคุณก็ต้องเลิกหาข้ออ้างด้วยนะคะ ที่บอกว่าฉันไม่มีเวลา ก็ลองตื่นเร็วขึ้นสัก 15 นาที ที่บอกว่ายังไม่เก่งก็ลองเรียนรู้ไปพร้อมกับการลงมือทำ ที่กลัวล้มเหลวก็จำไว้ว่าทุกคนล้มเหลวก่อนที่จะประสบความสำเร็จทั้งนั้น การเติบโตไม่ได้เกิดจากการรอคอย แต่มันเกิดจากการลงมือทำเท่านั้น ต่อมากฎข้อที่ 2 ก็คือกฎแห่งการตระหนักรู้ ถ้าคุณไม่รู้จักตัวเอง คุณก็ไม่รู้จะพัฒนาไปทางไหนเช่นกัน คุณเคยรู้สึกเหมือนกับว่าใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายมั้ยคะ ตื่นมาทำงานทุกวันแบบอัตโนมัติ รู้สึกว่าชีวิตมันวนลูบไม่ก้าวหน้าไปไหน มองดูคนอื่นแล้วรู้สึกสงสัยว่าทำไมเขาดูมีเป้าหมาย แต่เรากลับไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ถ้าเกิดว่าคุณเป็นแบบนี้นะคะ แสดงว่าคุณกำลังพายเรืออยู่กลางทะเลโดยไม่มีทิศทาง John Maxwell บอกไว้นะคะว่าถ้าคุณอยากจะเติบโตจริงๆ คุณจะต้องรู้จักตัวเองก่อน มีคนจำนวนมากพยายามเติบโตโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน พวกเขาแค่อยากดีขึ้นแต่ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นเพื่ออะไร นั่นก็คือเหตุผลที่พวกเขาติดอยู่ที่เดิม แล้วก็ไม่ก้าวหน้าไปไหน ซึ่งคนในโลกนี้ก็แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกก็คือคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต ก็จะทำให้เดินสะเปะสะปะ ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ คนต่อมาก็คือคนที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรแต่ไม่ลงมือทำ คิดเยอะ ฝันใหญ่ แต่ก็ไม่เคยเริ่มทำอะไรเลย และคนสุดท้ายคือคนที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรและก็ลงมือทำนี่แหละค่ะ คือคนที่มีโอกาสที่จะสำเร็จจริงๆ และคำถามก็คือว่าคุณอยู่ในประเภทไหน ถ้าอยากจะเติบโตก็เริ่มจากการรู้จักตัวเองก่อนนะคะ แล้วถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเก่งอะไร หรือว่าควรโฟกัสที่ไหน ลองตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้ดูค่ะว่า ฉันชอบทำอะไรจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะว่าต้องทำ ถามตัวเองนะคะว่าคุณสามารถทำอะไรได้ดี แบบที่ไม่ต้องพยายาม ซึ่งนี่อาจจะเป็นพรสวรรค์ของคุณก็ได้ แล้วอะไรที่ทำให้คุณตื่นเต้นสุดๆ จนทำได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อ ถ้าคุณไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน คุณอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน ถ้ายังตอบไม่ได้ แปลว่าคุณจะต้องเริ่มค้นหาตัวเองเดี๋ยวนี้เลยค่ะ และนี่ก็คือกับดักที่ทำให้คนไม่รู้จักตัวเอง แล้วก็ติดอยู่ที่เดิมตลอดไป ก็คือใช้ชีวิตตามที่คนอื่นบอกว่าจะต้องเรียนสายนี้ สายนั้นนะ ถึงจะมีอนาคตที่ดี ต้องทำงานแบบนี้ถึงจะรวย แต่เอาจริงๆ แล้วอ่ะค่ะมันไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ หรือว่าบางคนอาจจะกลัวพลาด ก็เลยไม่ได้ลองอะไรใหม่ๆ ถ้าไม่เคยลองคุณก็จะไม่มีวันรู้ว่าคุณเก่งอะไร บางคนก็เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป แทนที่จะถามตัวเองว่าฉันต้องการอะไร คุณเอาแต่ดูว่าคนอื่นทำอะไรแล้วสำเร็จบ้าง แบบนี้ไงคะถึงทำให้คุณหลงทาง แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปทางไหน แล้วถ้าคุณอยากจะรู้จักตัวเองมากขึ้น แนะนำให้ทำแบบนี้ค่ะ อย่างแรกเลยก็คือจงใช้เวลาเงียบๆ อยู่กับตัวเอง เลิกวุ่นวายกับโซเชียลสักพักค่ะ ลองหาเวลาสัก 10-15 นาทีทุกวัน นั่งนิ่งๆ แล้วก็คิดทบทวนชีวิตตัวเอง ถามตัวเองนะคะว่าคุณกำลังเดินไปในทางที่ใช่หรือเปล่า ต่อมาก็คือลองทำสิ่งใหม่เพื่อค้นหาตัวเอง ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรก็ออกไปลองทำสิ่งใหม่ อย่ากลัวที่จะผิดพลาด เพราะทุกความผิดพลาดคือบทเรียนที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น ขอให้คนรอบข้างช่วยมองหาจุดแข็งของคุณ เคยมั้ยคะที่บางทีเราอาจจะไม่ได้เห็นจุดแข็งของตัวเอง แต่คนอื่นมองออก ลองถามเพื่อนดูนะคะ หรือว่าคนที่รู้จักคุณดีว่า คุณเก่งเรื่องอะไร สรุปง่ายๆ ก็คือว่าถ้าคุณไม่รู้จักตัวเอง คุณก็จะใช้ชีวิตแบบไร้ทิศทาง ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร คุณก็จะมีเส้นทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ต่อมากฎข้อที่ 3 ก็คือกฎแห่งกระจกเงา ถ้าคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง คุณจะเติบโตได้ยังไงคะ เคยรู้สึกมั้ยคะว่าทำไมฉันไม่เก่งเหมือนคนนั้น ทำไมฉันไม่มีอะไรพิเศษเลย ฉันทำอะไรก็ไม่ดีพอสักอย่าง ถ้าคุณเคยคิดแบบนี้ บอกได้เลยนะคะว่าคุณกำลังขังตัวเองไว้ในกรงของความสงสัยในตัวเอง John Maxwell บอกไว้ ว่าถ้าคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง คนอื่นก็จะไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณเช่นกัน คำถามสำคัญก็คือคุณเห็นตัวเองเป็นคนที่มีคุณค่าหรือเปล่า มองว่าตัวเองต่ำกว่าที่ควร คิดว่าตัวเองไม่ได้มีความสามารถ ไม่ได้คู่ควรกับความสำเร็จ เชื่อคำพูดลบๆ ของคนอื่น ใครที่บอกว่าทำไม่ได้ก็เชื่อสนิท ไม่กล้าลอง ไม่กล้าเติบโต เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว ข่าวร้ายก็คือว่าถ้าเกิดคุณเชื่อว่าตัวเองไม่เก่ง คุณก็จะไม่มีวันพัฒนา แต่ข่าวดีก็คือถ้าคุณเปลี่ยนวิธีคิดนะคะ คุณก็จะเติบโตได้แบบไม่มีคิดจำกัด สิ่งที่คุณเชื่อเท่ากับสิ่งที่คุณเป็น มีคนมากมายที่เกิดมาไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรเป็นพิเศษ แต่พวกเขาเชื่อว่าตัวเองทำได้ และพวกเขาก็ทำได้จริงๆ อย่าง Michael Jordan ถูกตัดออกจากทีมบาสของโรงเรียน แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ แล้วสุดท้ายเขาก็ได้กลายเป็นตำนาน หรืออย่าง Steve Jobs ที่เคยถูกไล่ออกจากบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาเอง แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นมาทำลายคุณค่าในตัวเอง สุดท้ายเขาก็สามารถกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้ ซึ่งต่างจากคนที่ปล่อยให้คำพูดแย่ๆ มาทำลายความมั่นใจของตัวเองนะคะ ที่บอกว่าฉันคงทำไม่ได้หรอก บอกฉันคงไม่ดีพอหรอก ฉันมันก็ได้แค่นี้แหละ สิ่งที่คุณบอกตัวเองบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นความจริง ถ้าคุณอยากจะเติบโตก็จงเปลี่ยนกระจกเงาที่คุณใช้มองตัวเอง คนส่วนใหญ่มองตัวเองผ่านกระจกที่บิดเบี้ยว เหมือนกระจกในบ้านผีสิง ที่ทำให้เราดูแย่กว่าความเป็นจริง แต่ความจริงก็คือว่าคุณดูดีกว่าที่คุณคิดนะคะ และนี่ก็คือขั้นตอนง่ายๆ ที่ทำให้คุณเห็นคุณค่าในตัวเองมากยิ่งขึ้น อย่างแรกก็คือเปลี่ยนสิ่งที่คุณพูดกับตัวเองทุกวัน หยุดพูดว่า ฉันไม่เก่งพอ ให้เปลี่ยนเป็น ฉันกำลังพัฒนา และฉันก็จะเก่งขึ้นทุกวัน หยุดพูดว่าฉันมันไม่มีอะไรดี ให้เปลี่ยนเป็น ฉันมีคุณค่า ฉันมีความสามารถ แล้วก็ให้คุณเขียนชัยชนะเล็กๆ ของตัวเองในทุกวันนะคะ แทนที่จะจดแต่สิ่งที่ฉันทำผิด ลองจดสิ่งที่ฉันทำได้ดีในวันนี้ จำไว้นะคะว่าคุณไม่มีวันเติบโตถ้าเกิดคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง แต่ถ้าคุณเริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อตัวเอง อะไรมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ต่อมาข้อ 4 กฎแห่งการทบทวน ถ้าไม่เคยหยุดคิดชีวิตก็ไม่ไปไหน คุณเคยรู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตมันเดินเร็วมากมั้ยคะ จนคุณไม่มีเวลาได้หยุดคิด ทำงานแบบอัตโนมัติ จนลืมถามตัวเองว่านี่ใช่สิ่งที่ฉันอยากทำจริงหรือเปล่า วิ่งตามความสำเร็จโดยที่ไม่เคยนั่งทบทวนว่าฉันวิ่งไปถูกทางหรือยัง เจอแต่ปัญหาเดิมๆ ซ้ำซาก เพราะไม่เคยย้อนคิดว่าผิดพลาดตรงไหน John Maxwell เขาบอกไว้นะคะว่าประสบการณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้สอนให้เราเก่งขึ้น แต่การทบทวนประสบการณ์ต่างหากที่ทำให้เราเติบโต ซึ่งแปลว่าถ้าคุณแค่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้มีการทบทวนตัวเอง ชีวิตของคุณก็จะติดอยู่ที่เดิม บางคนใช้ชีวิตรีบเร่งเกินไป ตื่นเช้าไปทำงานกลับมาบ้านก็เล่นโทรศัพท์ นอนแล้วก็วนลูปแบบนี้ทุกวัน ทำให้ไม่...
01:47
Speaker A
สมบูรณ์แบบคิดว่าจะต้องรอให้ทุกอย่างลง ตัว 100% ก่อนกับดักของการเปรียบเทียบมอง คนอื่นแล้วคิดว่าตัวเองสู้ไม่ได้ก็เลยไม่ กล้าทำกับดักของอดีตที่คิดว่าที่ผ่านมา เคยพลาดก็เลยกลัวที่จะพลาดอีกต่อมาคือกับ ดักของสภาพแวดล้อมที่อยู่ในที่ที่ไม่ ซัพพอร์ตให้คุณได้เติบโตและสุดท้ายก็คือ กับดักของการรอแรงบันดาลใจคิดว่าจะต้องมี แรงบันดาลใจก่อนถึงจะเริ่มลงมือทำอะไรสัก อย่างถ้าคุณอยากจะเติบโตนะคะคุณจะต้อง สร้างเวลาขึ้นมาเองลองคิดดูนะคะถ้าคุณ อยากจะพูดภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้นแต่ไม่ เริ่มฝึกตั้งแต่วันนี้พรุ่งนี้คุณก็จะยัง คงอยู่ที่เดิมเดือนหน้าคุณก็จะยังคงพูด ไม่ได้ปีหน้าก็เหมือนเดิมค่ะฉะนั้นคุณจะ ต้องตัดสินใจนะคะว่าวันนี้คุณจะทำอะไรที่ จะทำให้ตัวคุณพัฒนามากยิ่งขึ้นไม่มีใคร สามารถทำแทนคุณได้ไม่มีเวทมนตร์แห่งความ สำเร็จมีแค่การลงมือทำทุกวันถ้าคุณอยาก เติบโตนะคะจงทำแบบนี้ค่ะอย่างแรกเลยก็ เขียนมันออกมาว่าคุณต้องการพัฒนาอะไรใน ชีวิตบ้างคุณต้องลงมือทำอะไรบ้างต่อมาก็ คือการตั้งเป้าหมายเล็กๆแต่ทำทุกวันว่า อย่างเช่นอยากอ่านหนังสือให้มากขึ้นใช่ ไหมมก็อาจจะอ่านวันละ 10 หน้าอยากจะออก กำลังกายก็เริ่มวันละ 5 นาทีอยากจะเริ่ม ทำธุรกิจก็เริ่มจากหาข้อมูลวันละ 15 นาที และคุณก็ต้องเลิกหาข้ออ้างด้วยนะคะที่บอก ว่าฉันไม่มีเวลาก็ลองตื่นเร็วขึ้นสัก 15 นาทีที่บอกว่ายังไม่เก่งก็ลองเรียนรู้ไป พร้อมกับการลงมือทำที่กลัวล้มเหลวก็จำไว้
03:19
Speaker A
ว่าทุกคนล้มเหลวก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ทั้งนั้นการเติบโตไม่ได้เกิดจากการรอคอย แต่มันเกิดจากการลงมือทำเท่า ต่อมากฎข้อที่ 2 ก็คือกฎแห่งการตระหนัก รู้ถ้าคุณไม่รู้จักตัวเองคุณก็ไม่รู้จะ พัฒนาไปทางไหนเช่นกันคุณเคยรู้สึกเหมือน กับว่าใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายมั้คะตื่นมา ทำงานทุกวันแบบอัตโนมัติรู้สึกว่าชีวิต มันวนหลูบไม่ก้าวหน้าไปไหนมองดูคนอื่น แล้วรู้สึกสงสัยว่าทำไมเขาดูมีเป้าหมาย แต่เรากลับไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรถ้า เกิดว่าคุณเป็นแบบนี้นะคะแสดงว่าคุณกำลัง พายเรืออยู่กลางทะเลโดยไม่มีทิศทางJohจ Maxwell เบอกไว้นะคะว่าถ้าคุณอยากจะเติบ โตจริงๆคุณจะต้องรู้จักตัวเองก่อนมีคน จำนวนมากพยายามเติบโตโดยไม่มีเป้าหมายที่ ชัดเจนพวกเขาแค่อยากดีขึ้นแต่ไม่รู้ว่าจะ ดีขึ้นเพื่ออะไรนั่นก็คือเหตุผลที่พวกเขา ติดอยู่ที่เดิมแล้วก็ไม่ก้าวหน้าไปไหน ซึ่งคนในโลกนี้ก็แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกก็คือคนที่ไม่รู้ว่าตัวเอง ต้องการอะไรในชีวิตก็จะทำให้เดินสะเปะ สะปะใช้ชีวิตไปวันๆไม่รู้ว่าตัวเองกำลัง ทำอะไรอยู่คนต่อมาก็คือคนคนที่รู้ว่าตัว เองอยากทำอะไรแต่ไม่ลงมือทำคิดเยอะฝัน ใหญ่แต่ก็ไม่เคยเริ่มทำอะไรเลยและคนสุด ท้ายคือคนที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรและก็ ลงมือทำนี่แหละค่ะคือคนที่มีโอกาสที่จะ สำเร็จจริงๆและคำถามก็คือว่าคุณอยู่ใน ประเภทไหนถ้าอยากจะเติบโตก็เริ่มจากการ รู้จักตัวเองก่อนนะคะแล้วถ้าคุณยังไม่แน่ ใจว่าตัวเองเก่งอะไรหรือว่าควรโฟกัสที่ ไหนลองตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้ดูค่ะว่า ฉันชอบทำอะไรจริงๆไม่ใช่แค่เพราะว่าต้อง ทำถามตัวเองนะคะว่าคุณสามารถทำอะไรได้ดี
05:02
Speaker A
แบบที่ไม่ต้องพยายามซึ่งนี่อาจจะเป็นพร สวรรค์ของคุณก็ได้แล้วอะไรที่ทำให้คุณ ตื่นเต้นสุดๆจนทำได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อ ถ้าคุณไม่ต้องกังวลเรื่องเงินคุณอยากจะ ใช้ชีวิตแบบไหนถ้ายังตอบไม่ได้แปลว่าคุณ จะต้องเริ่มค้นหาตัวเองเดี๋ยวนี้เลยค่ะ และนี่ก็คือกับดักที่ทำให้คนไม่รู้จักตัว เองแล้วก็ติดอยู่ที่เดิมตลอดไปก็คือใช้ ชีวิตตามที่คนอื่นบอกว่าจะต้องเรียนสาย นี้สายนั้นนะถึงจะมีอนาคตที่ดีต้องทำงาน แบบนี้ถึงจะรวยแต่เอาจริงๆแล้วอ่ะค่ะมัน ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการจริงๆหรือว่าบาง คนอาจจะกลัวพลาดก็เลยไม่ได้ลองอะไรใหม่ๆ ถ้าไม่เคยลองคุณก็จะไม่มีวันรู้ว่าคุณ เก่งอะไรบางคนก็เปรียบเทียบตัวเองกับคน อื่นมากเกินไปแทนที่จะถามตัวเองว่าฉัน ต้องการอะไรคุณเอาแต่ดูว่าคนอื่นทำอะไร แล้วสำเร็จบ้างแบบนี้ไงคะถึงทำให้คุณหลง ทางแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปทางไหน แล้วถ้าคุณอยากจะรู้จักตัวเองมากขึ้นแนะ นำให้ทำแบบนี้ค่ะอย่างแรกเลยก็คือจงใช้ เวลาเงียบๆอยู่กับตัวเองเลิกวุ่นวายกับ โซเชียลสักพักค่ะลองหาเวลาสัก 10-15 นาที ทุกวันนั่งนิ่งๆแล้วก็คิดทบทวนชีวิตตัว เองถามตัวเองนะคะว่าคุณกำลังเดินไปในทาง ที่ใช่หรือเปล่าต่อมาก็คือลองทำสิ่งใหม่ เพื่อค้นหาตัวเองถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเอง ต้องการอะไรก็ออกไปลองทำสิ่งใหม่อย่ากลัว ที่จะผิดพลาดเพราะทุกความผิดพลาดคือบท เรียนที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองได้มาก ขึ้นขอให้คนรอบข้างช่วยมองหาจุดแข็งของ คุณเคยมั้คะที่บางทีเราอาจจะไม่ได้เห็น จุดแข็งของตัวเองแต่คนอื่นมองออกลองถาม เพื่อนดูนะคะหรือว่าคนที่รู้จักคุณดีว่า คุณเก่งเรื่องอะไรสรุปง่ายๆก็คือว่าถ้า คุณไม่รู้จักตัวเองคุณก็จะใช้ชีวิตแบบไร้ ทิศทางถ้าคุณรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรคุณ ก็จะมีเส้นทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นต่อมา
06:51
Speaker A
กฎข้อที่ 3 ก็คือกฎแห่งกระจกเงาถ้าคุณไม่ เห็นคุณค่าในตัวเองคุณจะเติบโตได้ยังไงคะ เคยรู้สึกมั้คะว่าทำไมฉันไม่เก่งเหมือนคน นั้นทำไมฉันไม่มีอะไรพิเศษเลยฉันทำอะไรก็ ไม่ดีพอสักอย่างถ้าคุณเคยคิดแบบนี้บอกได้ เลยนะคะว่าคุณกำลังขังตัวเองไว้ในกรงของ ความสงสัยในตัวเองJohnซ Maxwell บอกไว้ ว่าถ้าคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเองคนอื่นก็ จะไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณเช่นกันคำถาม สำคัญก็คือคุณเห็นตัวเองเป็นคนที่มีคุณ ค่าหรือเปล่ามองว่าตัวเองต่ำกว่าที่ควร คิดว่าตัวเองไม่ได้มีความสามารถไม่ได้คู่ ควรกับความสำเร็จเชื่อคำพูดลบๆของคนอื่น ใครที่บอกว่าทำไม่ได้ก็เชื่อสนิทไม่กล้า ลองไม่กล้าเติบโตเพราะคิดว่าตัวเองไม่มี ทางทำได้อยู่แล้วข่าวร้ายก็คือว่าถ้าเกิด คุณเชื่อว่าตัวเองไม่เก่งคุณก็จะไม่มีวัน พัฒนาแต่ข่าวดีก็คือถ้าคุณเปลี่ยนวิธีคิด นะคะคุณก็จะเติบโตได้แบบไม่มีคิดจำกัด สิ่งที่คุณเชื่อเท่ากับสิ่งที่คุณเป็นมี คนมากมายที่เกิดมาไม่ได้มีพรสวรรค์อะไร เป็นพิเศษแต่พวกเขาเชื่อว่าตัวเองทำได้ และพวกเขาก็ทำได้จริงๆอย่างmichเคล จอร์แดนถูกตัดออกจากทีมบัสของโรงเรียนแต่ เขาก็ไม่ยอมแพ้แล้วสุดท้ายเขาก็ได้กลาย เป็นตำนานหรืออย่างีจ๊อบที่เคยถูกไล่ออก จากบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาเองแต่เขาก็ ไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นมาทำลายคุณค่าในตัว เองสุดท้ายเขาก็สามารถกลับมายิ่งใหญ่กว่า เดิมได้ซึ่งต่างจากคนที่ปล่อยให้คำพูดแย่ ๆมาทำลายความมั่นใจของตัวเองนะคะที่บอก ว่าฉันคงทำไม่ได้หรอกบอกฉันคงไม่ดีพอหรอก ฉันมันก็ได้แค่นี้แหละสิ่งที่คุณบอกตัว เองบ่อยๆก็จะกลายเป็นความจริงถ้าคุณอยาก จะเติบโตก็จงเปลี่ยนกระจกเงาที่คุณใช้มอง ตัวเองคนส่วนใหญ่มองตัวเองผ่านกระจกที่
08:36
Speaker A
บิดเบี้ยวเหมือนกระจกในบ้านผีสิงหที่ทำ ให้เราดูแย่กว่าความเป็นจริงแต่ความจริง ก็คือว่าคุณดูดีกว่าที่คุณคิดนะคะและนี่ ก็คือขั้นตอนง่ายๆที่ทำให้คุณเห็นคุณค่า ในตัวเองมากยิ่งขึ้นอย่างแรกก็คือเปลี่ยน สิ่งที่คุณพูดกับตัวเองทุกวันหยุดพูดว่า ฉันไม่เก่งพอให้เปลี่ยนเป็นฉันกำลังพัฒนา และฉันก็จะเก่งขึ้นทุกวันหยุดพูดว่าฉัน มันไม่มีอะไรดีให้เปลี่ยนเป็นฉันมีคุณค่า ฉันมีความสามารถแล้วก็ให้คุณเขียนชัยชนะ เล็กๆของตัวเองในทุกวันนะคะแทนที่จะจดแต่ สิ่งที่ฉันทำผิดลองจดสิ่งที่ฉันทำได้ดีใน วันนี้จำไว้นะคะว่าคุณไม่มีวันเติบโตถ้า เกิดคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเองแต่ถ้าคุณ เริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อตัวเองอะไรมัน ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นต่อมาข้อ 4 กฎแห่งการ ทบทวนถ้าไม่เคยหยุดคิดชีวิตก็ไม่ไปไหนคุณ เคยรู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตมันเดินเร็ว มากมั้คะจนคุณไม่มีเวลาได้หยุดคิดทำงาน แบบอัตโนมัติจนลืมถามตัวเองว่านี่ใช่สิ่ง ที่ฉันอยากทำจริงหรือเปล่าวิ่งตามความ สำเร็จโดยที่ไม่เคยนั่งทบทวนว่าฉันวิ่งไป ถูกทางหรือยังเจอแต่ปัญหาเดิมๆซ้ำซาก เพราะไม่เคยย้อนคิดว่าผิดพลาดตรงไหนJohจ Maxwell เขาบอกไว้นะคะว่าประสบการณ์ เพียงอย่างเดียวไม่ได้สอนให้เราเก่งขึ้น แต่การทบทวนประสบการณ์ต่างหากที่ทำให้เรา เติบโตซึ่งแปลว่าถ้าคุณแค่ใช้ชีวิตไป เรื่อยๆโดยที่ไม่ได้มีการทบทวนตัวเอง ชีวิตของคุณก็จะติดอยู่ที่เดิมบางคนใช้ ชีวิตรีบเร่งเกินไปตื่นเช้าไปทำงานกลับมา บ้านก็เล่นโทรศัพท์นอนแล้วก็วนหูปแบบนี้ ทุกวันทำให้ไม่มีเวลามานั่งคิดเลยหรือบาง คนกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความผิดพลาดของ ตัวเองถ้าเกิดกลับไปคิดถึงสิ่งที่เคยทำ พลาดมันก็เจ็บปวดก็เลยเลือกที่จะไม่คิด ถึงมันหรืออาจจะคิดว่ามันเสียเวลาก็ได้
10:23
Speaker A
นั่งคิดย้อนกลับไปทำไมเอาเวลาไปทำอย่าง อื่นดีกว่าแต่ความจริงแล้วนะคะก็คือว่า ถ้าคุณไม่เคยทบทวนตัวเองคุณก็จะทำผิดพลาด ซ้ำเดิมและชีวิตก็จะไม่พัฒนาจำไว้นะคะว่า การทบทวนคือขุมทรัพย์ที่คนมองข้ามถ้าคุณ อยากจะเก่งขึ้นอยากจะสำเร็จเร็วขึ้นอยาก จะเลิกเสียเวลากับความผิดพลาดซ้ำๆคุณจะ ต้องเริ่มทบทวนชีวิตของตัวเองซึ่งถ้าคุณ ไม่เคยทบทวนนะคะคุณอาจจะกำลังพลาดโอกาส ทองอยู่ก็คุณอาจจะกำลังทำงานที่ไม่ได้ เหมาะกับคุณแต่คุณไม่เคยคิดทบทวนก็เลยทน ทำไปเรื่อยๆคุณอาจจะกำลังเสียเวลาไปกับ สิ่งที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นแต่ คุณไม่เคยสังเกตมันคุณอาจจะทำผิดพลาด เรื่องเดิมๆในการเงินในเรื่องความ สัมพันธ์หรือแม้แต่การทำงานเพราะว่าไม่ เคยได้ย้อนคิดว่าฉันพลาดตรงไหนแต่ถ้าคุณ เริ่มทบทวนนะคะคุณก็จะเริ่มมองเห็นทางออก ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนข้อ 5 คือกฎแห่ง ความสม่ำเสมอความสำเร็จก็คือสิ่งที่ทำทุก วันเคยสงสัยมั้คะว่าทำไมบางคนเก่งขึ้น เรื่อยๆแต่บางคนยังอยู่ที่เดิมเคล็ดลับ มันไม่ได้อยู่ที่พรสวรรค์หรือว่าโชคดีแต่ มันอยู่ที่ความสม่ำเสมอนั่นเองJohซีMaxวล บอกว่าแรงบันดาลใจช่วยให้คุณเริ่มต้นแต่ ความมีวินัยคือสิ่งที่ทำให้คุณเติบโตคน จำนวนมากมายรอให้ตัวเองรู้สึกมีแรงบันดาล ใจก่อนที่จะลงมือทำแต่ปัญหาก็คือแรง บันดาลใจนั้นมันมาหายบางวันไฟลุกทำงานได้ เต็มที่บางวันขี้ขี้เกียจก็ผลัดวันไปก่อน สุดท้ายก็วนหลูบอยู่ที่เดิมถ้าคุณอยาก สำเร็จนะคะคุณจะต้องเลิกพึ่งแรงบันดาลใจ แล้วก็เริ่มสร้างวินัยแทนความลับของความ สำเร็จไม่ได้ทำเยอะค่ะแต่จะต้องทำอย่าง ต่อเนื่องอยากจะเป็นนักเขียนก็ลองเขียน ทุกวันแม้ว่าจะเป็นแค่ 1 หน้าก็ตามถ้า
12:08
Speaker A
อยากจะเป็นนักขายที่เก่งก็ขายทุกวันค่ะ แม้จะมีลูกค้าแค่คนเดียวถ้าอยากจะรวยก็ ลองฝึกหาเงินทุกวันค่ะแม้ว่าจะเริ่มจาก เรื่องเล็กๆอยากมีสุขภาพที่ดีก็ออกกำลัง กายทุกวันแม้ว่าจะเป็นแค่ 10 นาทีก็ตาม ความสม่ำเสมอคือพลังที่ทำให้คุณไปถึงเป้า หมายได้จริงและนี่ก็คือวิธีที่คุณสามารถ นำไปใช้ได้ทันทีก็คือถามตัวเองว่าคุณอยาก เก่งเรื่องอะไรกำหนดให้มันเป็นกิจวัตรเลย นะคะแล้วก็ทำให้มันเป็นสิ่งที่ต้องทำไม่ ใช่แค่รู้สึกว่าอยากทำทุกวันแม้ว่าจะเป็น แค่นิดเดียววันไหนที่ไม่อยากทำก็ทำแบบ ขั้นต่ำสุดดีกว่าไม่ทำเลยจงสร้างนิสัย ความสม่ำเสมอนะคะแล้วดูชีวิตของคุณว่าจะ เปลี่ยนไปแค่ไหนใน 1 ปีต่อมากฎข้อที่ 6 คือกฎแห่งสภาพแวดล้อมอยู่กับใครชีวิตก็จะ เป็นแบบนั้นเคยสังเกตมั้คะว่าอยู่กับคน แบบไหนชีวิตก็เป็นแบบนั้นอยู่กับคนขยัน เราก็จะมีไฟอยู่กับคนขี้บ่นเราก็จะบ่นตาม อยู่กับคนที่ชอบการเรียนรู้เราก็จะอยาก พัฒนาตัวเองอยู่กับคนที่ขี้เกียจเราก็จะ เฉื่อยชาตามไปด้วยjohจMaxwวellเขาบอกเอา ไว้นะคะว่าคนที่อยู่ใกล้คุณที่สุดจะกำหนด ระดับความสำเร็จของคุณถ้าคุณรู้สึกว่า ทำไมชีวิตมันไม่ก้าวหน้าลองถามตัวเองนะคะ ว่าฉันอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนถ้าคุณอยู่ ในสภาพแวดล้อมที่แย่คุณอาจจะกำลังติดกับ ดักเพื่อนรอบตัวมีแต่คนชอบบ่นชีวิตมีแต่ พลังลบคนรอบข้างไม่ได้ซัพพอร์ตให้คุณเติบ โตขึ้นอยู่ในที่ที่ไม่มีโอกาสที่จะพัฒนา ต่อให้คุณเก่งแค่ไหนถ้าอยู่ผิดที่ก็ไม่มี วันเติบโตเต็มที่ได้แล้วจะต้องทำยังไงได้ บ้างอย่างแรกนะคะก็คือประเมินสภาพแวดล้อม ของตัวเองก่อนว่าคนรอบตัวของคุณเป็นพลัง บวกหรือว่าพลังลบสิ่งแวดล้อมของคุณจะ
13:52
Speaker A
กระตุ้นให้คุณเติบโตหรือว่าจะทำให้คุณจม อยู่ที่เดิมต่อมานะคะก็อยู่ใกล้คนที่ผลัก ดันให้คุณได้ดีมากยิ่งขึ้นจงหาคนที่เก่ง กว่าแล้วก็ไปอยู่ใกล้กับพวกเขาฟังพcสอ่าน หนังสือหรือว่าดูคเทนจากคนที่ประสบความ สำเร็จก็ได้ค่ะถ้าเกิดว่าสภาพแวดล้อมเดิม มันดึงคุณลงก็เปลี่ยนซะเลิกเสียเวลากับคน ที่ฉุดคุณลงถ้าคุณอยู่ในที่ที่ไม่มีโอกาส ก็จงหาโอกาสใหม่ต่อมากฎข้อที่ 7 ก็คือกฎ แห่งการออกแบบจงวางแผนก่อนแล้วค่อยลงมือ ทำทีหลังลองนึกภาพของคนที่ก่อสร้างตึกนะ คะโดยที่เขาไม่ได้มีแปลเขาวางอิฐมั่วๆต่อ เสาไปแบบไม่มีแผนและก็ลืมตอกเสาเข็ม หลังคาเสร็จแล้วแต่ก็ลืมว่ายังไม่ได้ทำ ประตูสุดท้ายเป็นยังไงคะตึกก็พังชีวิตก็ เหมือนกันค่ะถ้าคุณไม่ได้มีแผนคุณก็จะใช้ ชีวิตแบบสะเปะสะปะแล้ววันนึงก็จะตื่นมา เจอกับคำถามที่ว่าฉันใช้ชีวิตแบบนี้ไป ทำไม Joh Maxell เขาบอกไว้นะคะว่าคนที่ ไม่ออกแบบชีวิตตัวเองสุดท้ายก็จะใช้ชีวิต แบบไร้ทิศทางไปเรื่อยๆอยากจะได้ชีวิตที่ ดีขึ้นก็ต้องเริ่มจากออกแบบค่ะปัญหาของคน ที่ไม่มีแผนชีวิตก็คือทำอะไรไปเรื่อยๆแต่ ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนจะเสียเวลากับสิ่ง ที่ไม่พาตัวเองไปข้างหน้าและสุดท้ายก็ยัง คงอยู่ที่เดิมทั้งๆที่ผ่านไปเป็นปีแล้ว ค่ะและนี่ก็คือวิธีในการออกแบบชีวิตไปสู่ ความสำเร็จนะคะอย่างแรกเลยก็คือลองเขียน แผนที่ชีวิตออกมาว่าอีก 1 ปีข้างหน้าฉัน อยากเห็นอะไรในอีก 5 ปีข้างหน้าฉันอยาก เป็นใครฉันต้องทำอะไรวันนี้เพื่อให้ไปถึง
15:24
Speaker A
จุดนั้นได้แล้วก็เช็คแผนทุกเดือนนะคะว่า คุณกำลังเดินไปถูกทางมยแล้วถ้าเกิดว่าทาง ที่เดินอยู่มันไม่เวิร์คก็ปรับเปลี่ยนซะ เพราะว่าชีวิตที่ดีมันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มันถูกออกแบบมาต่อมากฎข้อที่ 8 คือกฎ แห่งความเจ็บปวดทุกการเติบโตจะต้องเจ็บ ปวดนะคะถ้าอยากจะเติบโตแบบไม่เจ็บปวดลืม ไปได้เลยค่ะอย่างที่Johจn C Maxwวellเขา ได้บอกว่าความเจ็บปวดคือสิ่งที่ปลักดัน ให้เราต้องเปลี่ยนแปลงและเติบโตถ้าคุณ อยากจะสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เตรียมใจรับคำปฏิเสธเตรียมใจที่จะเจอ อุปสรรคได้เลยค่ะถ้าอยากจะเป็นนักพูดที่ เก่งก็เตรียมใจที่จะพูดพลาดเตรียมใจถูก วิจารณ์ถ้าอยากจะเป็นคนที่มั่นใจมากยิ่ง ขึ้นก็ต้องกล้ายืนขึ้นมาแม้ว่าจะโดนคน อื่นมองว่าแปลกก็ตามทุกอย่างที่ดีขึ้นก็ คือมันผ่านความเจ็บปวดมาก่อนเสมอทั้งจง เปลี่ยนวิธีคิดว่าความเจ็บปวดนั้นคือครู ที่ดีที่สุดจากที่เคยคิดว่าทำไมต้องเป็น ฉันก็เปลี่ยนเป็นฉันได้เรียนรู้อะไรจาก เรื่องนี้บ้างจากที่เคยบอกตัวเองว่าฉัน มันคนล้มเหลวก็เปลี่ยนเป็นฉันได้บทเรียน อะไรจากเรื่องนี้บ้างจำไว้นะคะว่าถ้าอยาก จะได้ชีวิตที่ดีคุณจะต้องออกแบบมันเองถ้า อยากจะเติบโตคุณก็ต้องพร้อมที่จะเจอกับ ความเจ็บปวดจงเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็น บทเรียนแล้วก็เดินหน้าต่อไปต่อมากฎข้อที่ 9 คือกฎแห่งขั้นบันไดเติบโตไปทีละก้าว ไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จคุณเคยรู้สึกมั้ คะว่าอยากจะสำเร็จเร็วๆอยากจะรวยเร็วๆ อยากจะเก่งเร็วๆแต่ความจริงก็คือไม่มีใคร กระโดดไปถึงยอดบันไดได้ในก้าวเดียวJohnซี Maxwวellเขาบอกไว้นะคะว่าการเติบโตของ นิสัยและคุณค่าในตัวคุณจะเป็นตัวกำหนดว่า
17:05
Speaker A
คุณจะไปได้สูงแค่ไหนอยากจะปีนไปถึงจุดสูง สุดของชีวิตจะต้องไต่ขึ้นไปทีละขั้นแล้ว ทำไมคนส่วนใหญ่ล้มก่อนที่จะไปถึงเป้าหมาย นั่นก็เพราะว่าเขาใจร้อนอยากที่จะเห็นผล เร็วเกินไปพอไม่เห็นผลใน 1 เดือนก็เลิกทำ บางคนขี้เกียจสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงอยาก สำเร็จเร็วแต่ไม่ยอมฝึกฝนบางคนมองแต่เป้า หมายจนลืมก้าวแรกที่ต้องทำแล้วสุดท้ายก็ ท้อไม่มีสูตรสำเร็จสู่ความสำเร็จนะคะแต่ ถ้าเกิดว่าคุณเดินขึ้นบันไดทีละก้าวคุณก็ สามารถไปถึงยอดได้แน่นอนวิธีที่สามารถนำ ไปใช้ได้ก็คือค่อยๆไต่บันไดขึ้นอย่างแรก คือการโฟกัสไปที่การก้าวต่อไปไม่ใช่แค่ เป้าหมายอยากจะมีธุรกิจก็เริ่มจากการขาย เล็กๆก่อนอยากจะพูดภาษาอังกฤษเก่งก็เริ่ม จากฝึกพูด 5 นาทีอยากจะประสบความสำเร็จก็ เริ่มจากการสร้างนิสัยดีๆทุกวันจำไว้นะคะ ว่าการเติบโตจะต้องใช้เวลาอย่าคาดหวังว่า มันจะเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนแล้วถ้าคุณยัง อยู่ที่เดิมนั่นก็แปลว่าคุณยังไม่ได้ เริ่มก้าวแรกต่อมากฎข้อที่ 10 คือกฎแห่ง ยางยืดถ้าไม่ขยายตัวชีวิตก็จะไม่โตลองนึก ถึงยางรัดของนะคะถ้ามันไม่ถูกยืดมันก็ไม่ มีประโยชน์แล้วชีวิตของคุณล่ะคะคุณกำลัง ยืดตัวเพื่อเติบโตอยู่หรือเปล่าหรือว่า คุณอยู่ในจุดที่สบายแล้วจนไม่อยากจะไปไหน จำไว้นะคะว่าถ้าคุณอยากจะไปได้ไกลขึ้นคุณ จะต้องดึงตัวเองออกจากจุดที่คุณเคยอยู่ ถามว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่โตก็เพราะว่า พวกเขาติดอยู่ในคอมฟตโซนกลัวความล้มเหลว ก็เลยไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆพวกเขาไม่อยากที่ จะเผชิญกับความท้าทายพอเริ่มเจออุปสรรคก็ ถอยหนีพอใจกับจุดที่อยู่ตอนนี้มากเกินไป ก็เลยไม่ขยายขีดจำกัดของตัวเองแล้วถ้าคุณ
18:49
Speaker A
อยากจะออกจาก comfor zโซนนะคะให้ทำแบบนี้ ก็คืออย่างแรกทำสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกอึด อัดทุกวันถ้าคุณกลัวที่จะพูดต่อหน้าคน เยอะๆก็ลองเริ่มพูดในกลุ่มเล็กๆก่อนถ้า กลัวที่จะขายของก็ลองขายให้เพื่อนก่อนถ้า คุณกลัวล้มเหลวก็ลองทำอะไรเล็กๆให้พลาดไป เลยค่ะแล้วก็เรียนรู้จากมันต่อมาก็คือการ ตั้งเป้าที่จะยืดความสามารถของคุณเป้า หมายที่ง่ายเกินไปทำทำให้คุณไม่เติบโต เป้าหมายที่ยากเกินไปคุณอาจจะล้มเลิกได้ ง่ายแต่เป้าหมายที่ท้าทายกำลังดีก็คือ เป้าหมายที่พาคุณโตขึ้นไปต่อมากฎข้อที่ 11 คือกฎแห่งการแลกเปลี่ยนเราจะต้องเสียบาง อย่างเพื่อให้ได้บางอย่างที่ดีกว่าถ้าคุณ อยากจะเติบโตคุณจะต้องยอมแลกอาจจะฟังดู โหดใช่ไหมคะแต่เป็นเรื่องจริงไม่มีอะไร ที่เราได้มาฟรีๆถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนแปลง ตัวเองอยากจะก้าวไปอีกระดับคุณก็จะต้อง ยอมสละบางอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่า JohจMaxวellบอกว่าถ้าคุณอยากจะไปสูงขึ้น คุณจะต้องยอมปล่อยบางสิ่งออกไปแต่ปัญหาก็ คือคนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะแลกบางคนบ่นว่า ไม่มีเวลาอ่านหนังสือแต่ก็ใช้เวลาถ่าย โซเชียลทั้งวันบางคนบ่นว่าอยากรวยขึ้นแต่ ก็ไม่ยอมเรียนรู้ทักษะใหม่ๆบางคนบ่นว่า อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแต่ก็ยังทำ พฤติกรรมแบบเดิมของใหม่จะเข้ามาไม่ได้ถ้า เกิดว่าคุณยังยึดติดกับคำว่าของเก่าถ้า คุณอยากจะประสบความสำเร็จคุณจะต้องเลิก ชีวิตที่ผลัดวันประกันพรุ่งแล้วก็เลิก เริ่มมีวินัยถ้าคุณอยากจะมีเงินเยอะขึ้น ก็ต้องเลิกใช้เงินแบบไร้สติแล้วก็เริ่ม ศึกษาการลงทุนไม่มีใครที่ได้ทุกอย่างคุณ จะต้องเลือกว่าจะยอมแลกอะไรเพื่อให้ได้ สิ่งที่ดีกว่าถ้าคุณไม่กล้าแลกก็อย่าหวัง ว่าจะเปลี่ยนชีวิตได้ต่อมากฎที่ 12 ก็คือ
20:29
Speaker A
กฎแห่งความสงสัยใคร่รู้คนที่ฉลาดคือคนที่ ไม่หยุดตั้งคำถามว่าทำไมทำไมบางคนประสบ ความสำเร็จเร็วกว่าทำไมฉันยังติดอยู่ที่ เดิมทำไมฉันต้องทำแบบนี้ c maxลเขาบอกไว้ นะคะว่าความอยากรู้คือกุญแจสำคัญในการ เติบโตแต่พอเราโตขึ้นเรากลับหยุดถามเพราะ กลัวโดนหาว่าเราโง่เพราะคิดว่าตัวเองรู้ อยู่แล้วเพราะคิดว่ามันเป็นแบบนี้แหละแต่ รู้มั้คะคนที่หยุดตั้งคำถามก็คือคนที่ หยุดเติบโตคนที่ประสบความสำเร็จมักจะถาม ตัวเองเสมอนะคะว่าฉันจะทำให้ดีกว่านี้ได้ ยังไงอะไรที่ฉันยังไม่รู้บ้างทำไมสิ่งนี้ ถึงเวิร์คหรือว่าไม่เวิร์คและนี่ก็คือ เหตุผลที่พวกเขาก้าวหน้าอย่างไม่หยุดต่อ มากฎข้อ 13 ก็คือกฎแห่งการเลียนแบบอยากจะ สำเร็จก็ต้องเรียนรู้จากคนที่สำเร็จแล้ว นะคะถ้าอยากจะเป็นแชมป์ก็ต้องเรียนรู้จาก คนที่แพ้เคยมั้ยคะที่พยายามทำอะไรเองทั้ง หมดแต่เสียเวลามากลงมือทำไปแล้วแต่กลับ เจอทางตันอยากจะสำเร็จแต่ก็ไม่รู้ว่าจะ เริ่มจากตรงไหนJohจซีMaxวลบอกว่าถ้าคุณ อยากจะสำเร็จก็จงหาใครสักคนที่เดินเส้น ทางนั้นมาก่อนแล้วก็เรียนรู้จากพวกเขาและ ปัญหาของคนที่พยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ก็คือเสียเวลาลองผิดลองถูกทั้งๆที่มีคนทำ สำเร็จแล้วให้เรียนรู้พวกเขาไม่กล้าถาม ไม่กล้าขอคำแนะนำก็เลยทำให้ช้าไปกว่าที่ ควรจะเป็นแล้วก็ยึดติดกับความคิดที่ว่า ฉันจะต้องคิดค้นเองทั้งๆที่มีคำตอบอยู่ แล้วแต่คนที่สำเร็จเร็วนะคะเขาใช้วิธีใน การเรียนรู้จากต้นแบบจงหาต้นแบบ 3 คนที่ คุณอยากจะเป็นแบบเค้าถ้าคุณอยากจะเป็นนัก ธุรกิจก็ศึกษาจากเจ้าของธุรกิจที่คุณชื่น ชอบถ้าคุณอยากจะเป็นนักเขียนก็อ่าน
22:06
Speaker A
หนังสือแล้วก็บทสัมภาษณ์ของนักเขียนดังๆ ถ้าคุณอยากจะพัฒนาตัวเองก็ดูว่าคนที่เติบ โตเร็วเค้าทำอะไรกันต่อมาก็คือวิเคราะห์ แนวคิดแล้วก็พฤติกรรมของพวกเค้านะคะดูว่า เค้าคิดยังไงเค้ามีนิสัยอะไรที่ทำให้เขา แตกต่างเค้าทำอะไรเป็นประจำที่ทำให้เขา สำเร็จแล้วก็นำสิ่งที่เรียนรู้มาปรับใช้ กับตัวเองในทันทีอย่าหยุดแค่ศึกษาเท่า นั้นแต่จงลงมือทำตามปรับใช้ในแบบที่เหมาะ กับตัวเองแล้วก็ทดลองดูว่าอะไรได้ผลเพราะ เส้นทางแห่งความสำเร็จไม่ได้มีแค่ทาง เดียวแต่มีคนมากมายที่เดินไปถึงแล้วนะคะ และคุณก็สามารถเดินตามพวกเขาได้ต่อมากฎ ข้อ 14 คือกฎแห่งการยกระดับถ้าคุณคิดเล็ก คุณก็จะเล็กตลอดไปทำไมบางคนประสบความ สำเร็จระดับโลกนั่นก็เพราะว่าพวกเขาคิด ใหญ่นั่นเองแต่ปัญหาก็คือว่าคนส่วนใหญ่ จำกัดตัวเองพวกเขาคิดว่าฉันทำไม่ได้หรอก มันยากเกินไปฉันคงไม่มีวันไปถึงระดับนั้น ได้แต่รู้ไหมคะว่าขีดจำกัดที่แท้จริงคือ ขีดจำกัดที่คุณตั้งไว้เองจงถามตัวเองนะคะ ว่าถ้าคุณไม่มีข้อจำกัดคุณอยากจะทำอะไร ลืมข้อจำกัดเรื่องเงินแล้วก็เรื่องเวลาไป ก่อนนะคะลองเขียนออกมาให้ชัดแล้วก็ดูว่า จริงๆแล้วคุณอยากจะไปให้ไกลแค่ไหนต่อมาก็ คือการคิดใหญ่นะคะแต่เริ่มจากก้าวเล็กๆ ให้คิดถึงเป้าหมายแล้วก็แบ่งเป็นขั้นตอน ที่สามารถลงมือทำได้เลยทำวันละ 1% ไป เรื่อยๆแล้วคุณจะไปได้ไกลกว่าที่คุณคิด ต่อมาก็คือการอยู่ใกล้กับคนที่คิดใหญ่ เหมือนกันคนที่คิดเล็กก็จะดึงคุณลงส่วนคน ที่คิดใหญ่เขาก็จะสามารถผลักคุณขึ้นไปได้ ลองต้องหาคนที่กล้าทำสิ่งที่ท้าทายแล้วก็ ดูว่าพวกเขาคิดแล้วก็ทำยังไงอย่าปล่อยให้ ความคิดเล็กๆทำให้คุณติดอยู่ในชีวิตที่ เล็กตามนะคะต่อมากฎข้อที่ 15 คือกฎแห่ง
23:50
Speaker A
การเอื้อเฟื้อยิ่งให้มากเท่าไหร่คุณก็จะ ยิ่งเติบโตมากขึ้นคนที่ประสบความสำเร็จ มักจะช่วยเหลือผู้อื่นคุณเคยสังเกตมั้คะ ว่าเพราะอะไรก็เพราะว่าเมื่อคุณให้คุณจะ ได้รับกลับมามากกว่าเดิมJohจ Maxwell บอก ว่าทางที่ดีที่สุดในการเติบโตก็คือการ ช่วยให้คนอื่นเติบโตด้วยยกตัวอย่างนะคะก็ อาจจะเป็นการให้ความรู้แล้วก็แรงบันดาลใจ ถ้าคุณเก่งอะไรก็แบ่งปันให้คนอื่นสอนสิ่ง ที่คุณรู้แล้วคุณจะเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ต่อมาก็คือการให้โอกาสคนอื่นแล้วคุณก็จะ ได้รับโอกาสกลับมาไม่ว่าจะเป็นการ สนับสนุนคนรอบตัวแล้ววันนึงพวกเขาอาจจะ ช่วยคุณกลับก็ได้และสุดท้ายก็คือการช่วย เหลือโดยที่ไม่หวังผลแล้วคุณจะได้สิ่งที่ คาดไม่ถึงบางครั้งโอกาสที่ดีที่สุดก็อาจ จะมาจากสิ่งที่คุณให้ไปโดยไม่ได้หวังผล ตอบแทนจำไว้นะคะว่าคนที่เติบโตสูงสุดใน ชีวิตก็คือคนที่ช่วยให้คนอื่นเติบโตไป ด้วย
Topics:พัฒนาตัวเองJohn Maxwellกฎทองคำแรงบันดาลใจการเติบโตความตั้งใจการตระหนักรู้เห็นคุณค่าในตัวเองการทบทวนชีวิตบัณฑิตา พานจันทร์

Get More with the SozAI App

Transcribe recordings, audio files, and YouTube videos — with AI summaries, speaker detection, and unlimited transcriptions.

Or transcribe another YouTube video here →