หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง (โลกและอวกาศ ม.6 บทที่ 1) — Transcript

วิดีโออธิบายหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงผ่านกิจกรรมจำลองการขยายตัวของเอกภพด้วยลูกโป่งและกาแล็กซี่จำลอง

Key Takeaways

  • เอกภพกำลังขยายตัวตามทฤษฎีบิกแบง
  • กาแล็กซี่ที่อยู่ไกลจะเคลื่อนที่เร็วกว่าในเอกภพที่ขยายตัว
  • กิจกรรมจำลองช่วยให้เข้าใจการขยายตัวของเอกภพได้ชัดเจนขึ้น
  • การตั้งสมมติฐานและเปรียบเทียบผลการทดลองเป็นกระบวนการสำคัญในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
  • ข้อมูลและหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงมาจากการสังเกตและวัดการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่

Summary

  • แนะนำทฤษฎีบิกแบงและการขยายตัวของเอกภพที่ได้รับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์
  • ใช้กิจกรรมจำลองโดยลูกโป่งและสติ๊กเกอร์แทนกาแล็กซี่เพื่อแสดงการขยายตัวของเอกภพ
  • อธิบายวิธีการเตรียมวัสดุและขั้นตอนการทดลองอย่างละเอียด
  • วัดระยะทางระหว่างกาแล็กซี่จำลองกับกาแล็กซี่อ้างอิงก่อนและหลังเป่าลูกโป่ง
  • คำนวณความเร็วของกาแล็กซี่จำลองจากการเปลี่ยนแปลงระยะทางและเวลา
  • พบว่ากาแล็กซี่ที่อยู่ไกลจะเคลื่อนที่เร็วกว่าและกาแล็กซี่ที่อยู่ใกล้จะเคลื่อนที่ช้ากว่า
  • สร้างกราฟความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและระยะทางของกาแล็กซี่จำลอง
  • ยืนยันว่าความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่แปรผันตรงกับระยะทางจากกาแล็กซี่อ้างอิง
  • สรุปผลการทดลองว่าสอดคล้องกับทฤษฎีบิกแบงที่เอกภพกำลังขยายตัว
  • กระตุ้นให้นักเรียนตั้งสมมติฐานและเปรียบเทียบผลการทดลองกับสมมติฐานเพื่อฝึกคิดวิเคราะห์

Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:00
Speaker A
โน้ต [เพลง] โน้ต [เพลง] ก็สวัสดีค่ะ จากที่ผ่านมานะคะ นักเรียนก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพตามทฤษฎีบิกแบงกันแล้ว เราทราบแล้วว่าเอกภพนะคะ เริ่มกำเนิดจากการระเบิดใหญ่ที่เรียกว่าบิ๊กแบง หลังจากนั้นนะคะ ขนาดของเอกภพก็ใหญ่ขึ้นในขณะที่อุณหภูมิของเอกภพลดลง [เพลง] โป้ นักเรียนสงสัยไหมคะว่าทำไมทฤษฎีบิกแบงจึงเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด มีข้อมูลหรือหลักฐานใดบ้างที่ช่วยในการสนับสนุนทฤษฎีบิกแบง เดี๋ยววันนี้เราจะมาทำกิจกรรมกันค่ะ สำหรับข้อมูลแรกนะคะที่ช่วยในการสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงก็คือการขยายตัวของเอกภพ นักเรียนคิดว่านักวิทยาศาสตร์ทราบได้อย่างไรว่าเอกภพกำลังขยายตัว เดี๋ยววันนี้เราจะมาทำกิจกรรมแบบจำลองการขยายตัวของเอกภพกันนะคะ อันนี้เราจะทำกิจกรรมนะคะ เดี๋ยวเรามาดูวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมกันก่อนนะคะ อย่างแรกเลยก็คือลูกโป่งนะคะ ลูกโป่งที่จะใช้นะคะ นักเรียนต้องเลือกลูกโป่งแบบกรงนะคะ เพราะ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] ไม่ใช่เพราะว่าเวลารบเป่าเนี่ยนะคะ ถ้าเป็นลูกโป่งแบบกลมเนี่ย ทุกด้านเนี่ยก็จะขยายไปพร้อมๆ กันเท่าๆ กันนะคะ แต่ถ้าเกิดนักเรียนใช้ลูกโป่งแบบยาวหรือแบบเรียงเนี่ยนะคะ เราปะเนี่ย แต่ละด้านในจะขยายไม่เท่ากัน ซึ่งจะทำให้ผลการทดลองของเราขาดเพื่อนได้นะคะ แล้วก็อย่าลืมหนังยางนะคะ สำหรับรัดปากที่โป่ง และสองก็คือสติ๊กเกอร์ สติ๊กเกอร์เนี่ยเราใช้เป็นสติ๊กเกอร์วงกลมนะคะ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางก็ประมาณ 1 เซนติเมตรนะคะ ตัวนี้ก็ใช้แทนตำแหน่งของกาแล็กซี่จำลองและกาแล็กซี่อ้างอิงค่ะ และ 3 [เพลง] นะคะ ก็คือสายวัด เราจะใช้ในการวัดระยะทางนะคะ ระหว่างกาแล็กซีจำลองและกาแล็กซี่อ้างอิง และอันสุดท้ายก็คือ 4 นาฬิกาจับเวลานะคะ แต่ถ้านักเรียนไม่มีก็ไม่เป็นไรนะคะ จะมีอาญาใช้แอพพลิเคชั่นในสมาร์ตโฟนได้เลยค่ะ อ่ะ [เพลง] แต่หลังจากเราเตรียมวัสดุอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปดูวิธีการทำกิจกรรมเป็นถ่า เริ่มต้นเป่าลูกโป่งให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร กำหนดให้เป็นเอกภพจำลอง กำหนดจุดกึ่งกลางตรงสติ๊กเกอร์ทั้ง 6 [เพลง] ชิ้น และเขียนสัญลักษณ์ กกกงอนจอ และชช โดยกำหนดให้เป็นกาแล็กซี่ จะลองติดสติ๊กเกอร์ทั้ง 6 ชิ้นนะคะ ลงบนผิวลูกโป่งโดยให้กระจายทั่วผิวลูกโป่ง และให้สติ๊กเกอร์แต่ละชิ้นมีระยะห่างแตกต่างกัน จากนั้นกำหนดให้กาแล็กซี่กอเป็นกาแล็กซี่อ้างอิง วัดระยะทางที่สั้นที่สุดบนผิวลูกโป่ง [เพลง] [เพลง] [เพลง] ก็กาแล็กซี่อ้างอิงไปยังกาแล็กซี่จำลองอื่นๆ เป่าลูกโป่งให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างช้าๆ สม่ำเสมอโดยใช้เวลาในการเป่าห้าวินาที ทำการวัดเช่นเดิมโดยวัดระยะทางที่สั้นที่สุดจากกาแล็กซีอ้างอิงเป็นอย่าง Galaxy [เพลง] จำลองอื่นๆ จากนั้นหาผลต่างของระยะทางที่ได้จากการเป่าครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2
04:51
Speaker A
[เพลง] และคำนวณหาความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่จำลอง นำข้อมูลที่ได้มาเขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่จำลองกับระยะทางของกาแล็กซี่อ้างอิงกับ Galaxy จำลองต่างๆ หลังการเป่าครั้งที่ 2 ไปก่อนที่เราจะเริ่มทำกิจกรรมนะคะ ครูก็อยากให้นักเรียนตั้งสมมติฐานของกิจกรรมก่อนค่ะ ผลงานของกิจกรรมเลือกเป่าก็บอกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ระยะห่างระหว่างกาแล็กซีอ้างอิงและกาแล็กซี่จำลองจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร นักเรียนลองคิดดูสิคะว่าถ้าลูกโป่งเนี่ยใหญ่ขึ้นนะคะ ตำแหน่งของกาแล็กซี่จำลองและกาแล็กซี่อ้างอิงเนี่ยจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไรนะคะ เดี๋ยวทุกคนลองเขียนสมมติฐานของตัวเองไว้ก่อนนะคะ หลังจากนั้นเขียนสมมติฐานเรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวให้นักเรียนนะคะ เริ่มทำกิจกรรมแล้ว หลังจากนั้นเรามาดูผลการคำผิดการร่วมกันค่ะ ถ้าคิดว่าหลายคนนะคะ น่าจะทำกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเรามาดูผลการทำกิจกรรมกันนะคะ [เพลง] [เพลง] อ้างจากตัวอย่างผลการทำกิจกรรมนะคะ ในตัวอย่างแรกนะคะ ก็คือเราให้กาแล็กซี่อ้างอิงก็คือกาแล็กซี่ก่อนนะคะ ส่วนกาแล็กซี่ขอคองอจอและขอก็เป็นกาแล็กซี่จำลองในๆ เมื่อเราวัดนะคะ เมื่อเราวัดระยะทางจากกาแล็กซีอ้างอิงถึงกาแล็กซี่จำลองต่างๆ ในการเป่าครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 นะคะ เราก็จะได้ผลการคะนองดังตาราง และเมื่อเรานำค่าระยะทางในการต่อครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 นะคะ คนต่างนะคะ แล้วนำผลต่างนั้นมาคำนวณหาความเร็วนะคะ จากสูตรความเร็วเท่ากับระยะทางหาด้วยเวลาก็จะได้ข้อมูลต่างๆ นะคะ จากตารางนักเรียนจะเห็นว่ากาแล็กซี่อะไรคะที่อยู่ใกล้กับ Galaxy อ้างอิงมากที่สุด นักเรียนตอบได้ไหมคะ กาแล็กซี่ไหนอยู่ใกล้สุดคะ ก็คือ Galaxy และก็คือกาแล็กซี่ขอนะคะ ก็คือเป็นกาแล็กซีที่อยู่ใกล้ที่สุดนะคะ ส่วน Galaxy ใหม่อยู่ไกลสุดคะ กาแล็กซี่ไหนอยู่ครั้งจากการเสียอ้างอิงมากที่สุดก็คือ Galaxy หน้าจอการนะคะ กาแล็กซี่จอนะคะ ก็จะอยู่ไกลที่สุด แล้วมันคำนวณหาความเร็วปรากฏว่า อากาแล็คซี่ไหนคะที่มีความเร็วน้อยที่สุดก็คือ the galaxy ขออ๋อนะคะ พบว่ามีความเร็วในการเคลื่อนที่เท่ากับ 0.2 เซนติเมตรต่อวินาทีนะคะ ส่วน Galaxy ใหม่ที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่มากที่สุด และก็คือกาแล็กซี่จอดจานนะคะ มีความเร็วเท่ากับ 1.18 เซนติเมตรต่อวินาที แล้วถ้าเรานำข้อมูลของระยะทางนะคะ จากกาแล็กซีอ้างอิงไปยังการที่จำลองในๆ กับค่าความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซีที่เคลื่อนที่ออกจากกาแล็กซีเองอิงธรรมะเขียนกราฟ เราจะพบว่าได้กราฟล้าสมัยไงคะ หลังจากนักเรียนทองทำกิจกรรมมารับของนักเรียนหน้าตาเป็นยังไงเอ่ย เราจะได้กราฟเป็นเส้นตรงตั้งเลขที่สังเกตุนะคะว่าถ้าเลี้ยงทางกับความเร็วของกาแล็กซี่แต่ละกาแล็กซี่เนี่ยมีความสัมพันธ์กันโดยกาแล็กซีที่อยู่ใกล้นะคะ เมื่อกี้กาแล็กซี่ไหนอยู่ใกล้สุดคะ ก็คือกาแล็กซี่ขอนะคะ อยู่ใกล้กับ Galaxy อ้างอิงมากที่สุด มีความเร็วเป็นไงคะ
08:56
Speaker A
ก็มีความเร็วในการเคลื่อนที่น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันกาแล็กซี่ไหนถูกลายสุดคะ ก็คือกาแล็กซี่จอจาน แล้วก็เลยซึ่งต่อจากก็เป็นกาแล็กซี่ที่มีความเร็วมาที่สุดเช่นเดียวกัน และจากกราฟที่ได้นะคะนั้นก็จะเห็นว่าเป็นกราฟเส้นตรง ดังนั้นก็หมายความว่าความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่ก็จะแปรผันตรงกับระยะทางจากกาแล็กซีจำลองถึงกาแล็กซี่อ้างอิง กาแล็กซี่จำลองที่อยู่ใกล้ก็จะมีความเร็วในการเคลื่อนที่น้อยกว่ากาแล็กซี่จำลองที่อยู่ไกล หลังจากนักเรียนทำการทดลองเรียบร้อยแล้ว นักเรียนลองเอาผลการม่วงของท่านกลับไปเปรียบเทียบกับสมมุติฐานที่เราตั้งไว้ก่อนหน้านี้สิคะ บางคนอาจจะสอดฟ้องหรือบางแม่ไม่สอดคล้องนะคะ อันนี้ก็คือไม่มีผิดไม่มีถูก แต่อยากให้นักเรียนฝึกนะคะในการสร้างสมมติฐานหรือเป็นการทำนายผลการทดลองล่วงหน้าไว้ก่อน มีเนื้อหาว่าจะเกิดอะไรขึ้นแล้วหลังจากนั้นเนี่ยนะคะ เราลองเอาผลการทดลองที่เราได้เนี่ยลองไปเปรียบเทียบกับ 2 [เพลง] อธิษฐานตั้งตัวของเราว่าสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับสมมุติฐานที่ตั้ง หลังจากนั้นนะคะ เดี๋ยวกูจะให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรมก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวเรามาคุยกันต่อนะคะว่าจากการจากผลการทดลองที่ได้เนี่ยนำไปอธิบายการขยายตัวของเอกภพได้อย่างไรค่ะ ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูคุณถามท้ายกิจกรรมกันนะคะ ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามท้ายกิจกรรมนะคะ ข้อแรกจากการเป่าลูกโป่งครั้งที่ 2 ระยะทางระหว่างกาแล็กซีจำลองบนผิวลูกโป่งกับ Galaxy อ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงไหมคะ หลังจากเป่าลูกโป่งนะคะ ระยะทางระหว่างกาแล็กซีจะมอง อ้างอิงเป็นยังไงคะ เป็นยังไงคะ ก็จะมีค่าเพิ่มมากขึ้น ต่อไปข้อ 2 นะคะ ความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่แต่ละกาแล็กซี่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร จากกิจกรรมนะคะ เราก็พบว่าต่างกันนะคะ ก็คือกาแล็กซีที่อยู่ใกล้กับ Galaxy อ้างอิงนะคะ ก็จะมีความเร็วในการเคลื่อนที่น้อยกว่ากาแล็กซี่ที่อยู่ไกล ข้อ 3 กาแล็กซี่จำลองการมีความเร็วในการเคลื่อนที่มากที่สุดและกาแล็กซี่นั้นอยู่ห่างจากการ 4 ห้างอิงเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ Galaxy อื่น คำตอบก็คือกายชื่ออะไรคะ ก็คือกาแล็กซี่จอจานนะคะ ก็จะมีความเร็วในการเคลื่อนที่มากที่สุดนะคะ และเป็นกาแล็กซีที่อยู่ห่างจากกาแล็กซีอ้างอิงมากที่สุดเช่นเดียวกัน ต่อไปข้อ 4 นะ the galaxy จำลองใดมีความเร็วในการเคลื่อนที่น้อยที่สุดและกาแล็กซี่นั้นอยู่ห่างจากกายซี่อ้างอิงเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ Galaxy อื่นนะคะ กาแล็กซี่ที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่น้อยที่สุดก็คือกาแล็กซี่อะไรคะ อ่ะ และก็คือกาแล็กซี่ขอไข่นะคะ ซึ่งเป็นกาแล็กซี่ที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่น้อยที่สุดและอยู่ห่างจากกาแล็กซีอ้างอิงน้อยที่สุดเช่นเดียวกันค่ะ ต่อไปเค้า 5 นะคะ ระยะทางระหว่างกาแล็กซีจำลองกับ Galaxy อ้างอิงมีความสัมพันธ์กับความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่จำลองอย่างไร จากกิจกรรมนะคะ นั่นเองก็เห็นนะว่าความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่จำลองต่างๆ จำแปลผันตรงกับระยะทางจากกาแล็กซีจำลองถึงกาแล็กซี่อ้างอิง ต่อไปนะคะ แล้วก็มาดูสรุปผลการทำกิจกรรมกันค่ะ จากกิจกรรมนะคะ เราก็พบว่าเมื่อเป่าลูกโป่งให้มีขนาดใหญ่ขึ้น กาแล็กซี่จำลองต่างๆ จะเคลื่อนที่ออกจากกันนะคะ แล้วก็เคลื่อนที่ที่ออกจากกาแล็กซีอ้างอิงโดยกาแล็กซี่จำลองที่อยู่ไกลจากกาแล็กซีอ้างอิงจะมีความเร็วในการเคลื่อนที่มากกว่ากาแล็กซี่จำลองที่อยู่ใกล้ตอบ นี้นะคะ เราก็มาดูว่าจากกิจกรรมแบบจำลองการขยายตัวของเอกภพนะคะ เราสามารถนำมาอธิบายการขยายตัวของเอกภพได้อย่างไร จากกิจกรรมนะคะ อ่าลูกโป่งนะคะที่เราใช้ในการทดลองเนี่ยก็เปรียบเสมือนกับเอกภพนะคะ ดังนั้นสติ๊กเกอร์นะคะที่เราติดอยู่บนผิวลูกโป่งก็เปรียบเสมือนกับ Galaxy นะคะ ต่างๆ ที่อยู่ในเอกภพ ดังนั้นนะคะ เมื่อเราเป่าลูกโป่งให้มีขนาดใหญ่ขึ้น นักเรียนจะเห็นว่ากาแล็กซี่จำลองต่างๆ นะคะ ก็จะมีการเคลื่อนที่ที่ห่างโดยจัดการเช่นเดียวกันนะคะ ในธรรมชาติถ้าขนาดนี้เอกภพของเรากำลังขยายตัว แสดงว่ากาแล็กซีต่างๆ นะคะ ที่อยู่ในเอกภพก็จะต้องมีการเคลื่อนที่ที่ห่างหายจากการซึ่งจริงๆ แล้วนะคะ ก็มีนักวิทยาศาสตร์นะคะที่เขาได้ทำการศึ [เพลง] เนื้อ
15:07
Speaker A
ดีนะคะเรียกความสัมพันธ์นี้ว่ากฎ haba Man นะคะโดยวีก็คือความเร็วในการเคลื่อนที่ออกจาก ข้อสังเกตนะคะก็คือมีหน่วยเป็นกิโลเมตรต่อวินาทีในขณะเดียวกันนะคะ S 0 ก็คือค่าคงตัวของ Cover นะคะซึ่งปัจจุบันก็มีค่าเท่ากับ 7 13 + - 2 กิโลเมตรต่อวินาทีต่อเมกะพาร์เซกนะคะส่วนดีก็คือระยะทางจากกาแล็กซีถึงผู้สังเกตก็มีหน่วยเป็น Mega Plus x จากที่กล่าวมานี้นะคะก็เป็นหลักฐานนึงนะคะที่สนับสนุนการขยายตัวของเอกภพตามทฤษฎีบิกแบงต้องจากนี้เรายังมีหลักฐานอีกหลักฐานหนึ่งนะคะที่มาช่วยสนับสนุนทฤษฎีนี้ก็คือการค้นพบๆไมโครเวฟพื้นหลังจากโอกาสจากแบบจำลองการขยายตัวของเอกภพนะคะตามทฤษฎีบิกแบงนักวิทยาศาสตร์นะคะก็ได้สันนิษฐานว่าถ้าเอกภพนะคะเริ่มต้นจากบิ๊กแบงนะคะตามทฤษฎีนี้เนี่ยปัจจุบันนะคะควรมีพละ ทางการนะคะที่อยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเนี่ยหลงเหลืออยู่ในอวกาศและอุณหภูมิของเอกภพก็จะต้องลดลงนะคะและสอดคล้องกับการแผ่รังสีของวัตถุดำซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยนักวิทยาศาสตร์ก็พยายามที่จะหาข้อมูลนะคะหรือหลักฐานเนี่ยที่จะนำมาสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงจนกระทั่งนะคะในปีพ.ศ 2508 นะคะลักษณะนะเนี่ยอาโนเพี้ยนเซียและโรเบิร์ต Wilson นะคะได้ตรวจพบไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศเป็นครั้งแรกนะคะด้วยความบังเอิญจริงสองท่านนี้นะคะไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยตรงนะคะแต่แต่เขาได้เข้าไปทดสอบระบบของเครื่องหลักเครื่องรับสัญญาณนะคะของกล้องโทรทรรศน์วิทยุและพบว่าขณะที่เขากำลังกลับตัวรับสัญญาณเนี่ยเขาก็มีสัญญาณของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเนี่ยรบกวนอยู่ตลอดเวลา นี้นะคะไม่ว่าเขาจะหมุนหรือปรับไปในทิศทางใดนะคะก็จะมีสัญญาเนี่ยรบกวนตลอดนะคะทั้งกลางวันและกลางคืนเขาจะนำข้อมูลตรงนี้นะคะไปปรึกษากับผู้เ****วชาญนะคะและเมื่อนำข้อมูลอ่ะไปเปรียบเทียบกับแบบจำลองตามทฤษฎีบิกแบงนะคะของโรเบิร์ต dick ซึ่งทำให้เขาทราบว่าสิ่งที่เขาพบนะคะก็คือเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านะคะที่เหลือจากการขยายตัวของเอกภพหลังจากนั้นนะคะก็ได้มีการส่งดาวเทียมโคบี้นะคะขึ้นไปสำรวจเพื่อที่จะยืนยันนะคะการค้นพบไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศนะคะที่เหลือจากการขยายตัวของเอกภพซึ่งจากการส่งดาวเทียมขึ้นไปนะคะก็ทำให้ทราบว่าขึ้นที่เขาพบเนี่ยนะคะก็คือไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศจริงๆนะคะและอุณหภูมิตรวจวัดได้เนี่ยนะคะก็สอดคล้องกับการแผ่รังสีของวัตถุ สีดำนะคะที่อุณหภูมิ 2.73 calvin ซึ่งก็ควรที่จะเป็นอุณหภูมิของเอกภพในปัจจุบันนักเรียนสงสัยมั้ยคะว่าแล้วนักวิทยาศาสตร์ทราบได้อย่างไรว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พบเนี่ยนะคะเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มาจาก Big แต่งขึ้นในไฟฟ้าที่ก็พบเนี่ยต่างจากขึ้นแม่เหล็กไฟฟ้าทั่วๆไปอย่างไรคะจริงๆแล้วนะคะพวกวัตถุท้องฟ้าต่างๆนะคะพวกดาวฤกษ์หรือกาแล็กซีเนี่ยนะคะก็จะมีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาแต่สิ่งที่ทำให้เขาทราบว่ามันไม่ใช่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มาจากวัตถุท้องฟ้าแน่นอนนะคะเนื่องจากว่าเป็นขึ้นในไฟฟ้าที่มาจากในทุกทิศทุกทางนะคะและมาต่อเนื่องตลอดเวลานะคะไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนดังนั้นเนี่ยนะคะต้องไม่ใช่เครื่องในไฟฟ้าที่มาจากวัตถุท้องฟ้าใส่วัตถุท้องฟ้าหนึ่งแน่นอนแล้วก็เรียนสงสัยไหมคะว่าเราคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านะคะที่นักเรียนศาสตร์เนี่ยตัวพบได้เนี่ยนะคะ เอ๊ะทำไมถึงยังหลงเหลืออยู่ในอวกาศก่อนอื่นนะคะเราก็ต้องย้อนกลับไปดูแผนภาพกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพตามทฤษฎีบิกแบงก่อนนะคะที่เวลาประมาณ 38 ปีหลังนิดแดงนะคะในช่วงเวลานั้นอุณหภูมิของเอกภพนะคะก็จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5,000 กวิ้นทำให้น้ำเวลานั้นนะคะอิเล็กตรอนก็มีพลังงานลดลงจึงถูกดึงเข้าไปรวมกับนิวเคลียสของไทยโดเจนและนิวเคลียสของฮีเลียมเกิดเป็นอะตอมส่งผลให้เอกภพมีที่ว่างมากขึ้นเอกภพณช่วงเวลานั้นจึงโปร่งแสงและทำให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเนี่ยเหลือค้างอยู่ในโอกาสและให้เวลาต่อมานะคะเมื่ออุณหภูมิของเอกภพลดลงขึ้นในไฟฟ้าดังกล่าวนะคะก็จะอยู่ในช่วงขึ้นไมโครเวฟดังนั้นนะคะไมโครเวฟพื้นหลังจากโอกาสจึงเป็นพื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เหลืออยู่จ๊ะ มีคลิปดี Bigbang
20:19
Speaker A
จากกิจกรรมทั้งหมดนะคะนักเรียนก็คงทราบแล้วนะคะว่าเพราะเหตุใดที่สุดมี Bigbang เนี่ยจึงเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดนะคะเนื่องจากว่ามีหลักฐานหลายอย่างนะคะที่ช่วยสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงนะคะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายตัวของเอกภพและหลักฐานที่ได้จากการตรวจพบไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศทำให้ทราบเรื่องของอุณหภูมิของเอกภพในปัจจุบันนะคะว่าอยู่ที่ 2.7 3 เขียววินนะคะซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีของ Bigbang จากการศึกษากำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพตามทฤษฎีบิกแบงนะคะจึงทำให้เราทราบว่าจริงๆแล้วกาแล็กซี่หรือดาวฤกษ์ต่างๆนะคะก็ล้วนมาจากบิ๊กแบงรวมถึงกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราด้วยและเดี๋ยวเราจะมาศึกษากันต่อนะคะว่าแล้วกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรามีลักษณะอย่างไรและตัวเราเนี่ย ที่อยู่ตรงบริเวณส่วนใดของกาแล็กซีทางช้างเผือกเจอเรามาพบกันต่อตอนถัดไปค่ะสวัสดีค่ะอ่า อิอิ
Topics:ทฤษฎีบิกแบงเอกภพการขยายตัวของเอกภพกิจกรรมวิทยาศาสตร์กาแล็กซี่การทดลองลูกโป่งฟิสิกส์ ม.6วิทยาศาสตร์ ม.ปลายหลักฐานทฤษฎีบิกแบงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Frequently Asked Questions

ทฤษฎีบิกแบงคืออะไรและทำไมถึงได้รับการยอมรับ?

ทฤษฎีบิกแบงคือทฤษฎีที่อธิบายว่าเอกภพเกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการยอมรับเพราะมีหลักฐานจากการสังเกตการขยายตัวของกาแล็กซี่และรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ

กิจกรรมจำลองการขยายตัวของเอกภพในวิดีโอนี้ทำอย่างไร?

ใช้ลูกโป่งแทนเอกภพและสติ๊กเกอร์แทนกาแล็กซี่ เมื่อลูกโป่งถูกเป่าให้ใหญ่ขึ้น สติ๊กเกอร์จะเคลื่อนที่ออกจากกัน แสดงให้เห็นว่ากาแล็กซี่เคลื่อนที่ออกจากกันตามทฤษฎีบิกแบง

ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและระยะทางของกาแล็กซี่ในเอกภพเป็นอย่างไร?

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่แปรผันตรงกับระยะทางจากกาแล็กซี่อ้างอิง กาแล็กซี่ที่อยู่ไกลจะเคลื่อนที่เร็วกว่า กาแล็กซี่ที่อยู่ใกล้จะเคลื่อนที่ช้ากว่า

Get More with the Söz AI App

Transcribe recordings, audio files, and YouTube videos — with AI summaries, speaker detection, and unlimited transcriptions.

Or transcribe another YouTube video here →