Skip to content
Get App

YouTube Video — Transcript

เล่าเรื่องตำนานสงครามระหว่างครุฑและนาค พร้อมจุดเริ่มต้นและเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่ความขัดแย้งนับพันปี

Key Takeaways

  • ความขัดแย้งเริ่มจากความบาดหมางในครอบครัวและคำสาปที่ส่งผลยาวนาน
  • พลังและอิทธิฤทธิ์ของลูกแต่ละฝ่ายแตกต่างกันและมีบทบาทสำคัญในสงคราม
  • พญาครุฑเป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญูและความมุ่งมั่นในการปลดปล่อยแม่
  • การต่อสู้และอุปสรรคที่พญาครุฑเผชิญแสดงถึงความกล้าหาญและความฉลาด
  • สุดท้ายความเมตตาและความเข้าใจนำไปสู่การสร้างมิตรภาพและสันติภาพ

What the video covers

  • เริ่มต้นด้วยตำนานพระกัสยปเทพรและชายาสององค์ นางกัทุและนางวินาตา ที่มีความบาดหมางกัน
  • พระกัสยปเทพรประทานพรให้ลูกของทั้งสองฝ่าย โดยนางกัทุมีลูก 1,000 นาค ส่วนวินาตามีลูก 2 ตนที่มีพละกำลังสูงกว่า
  • ลูกของนางกัทุฟักออกมาเป็นพญานาคจำนวนมาก ส่วนลูกของนางวินาตาคือพระอรุณที่เกิดก่อนกำหนดและพิการ
  • พระอรุณสาปแช่งนางวินาตาให้ตกเป็นทาสของนางกัทุจนกว่าลูกคนที่สองจะฟักออกมา
  • นางกัทุและนางวินาตาพนันเกี่ยวกับสีของม้าอุชัยสารพะซึ่งนำไปสู่การตกเป็นทาสของนางวินาตา
  • เสสะนาคราชปลีกวิเวกและกลายเป็นพระอนันตนาคราช ส่วนเวรไตลูกคนที่สองของวินาตาต้องเป็นทาสของนางกัทุ
  • พญาเวรไตพยายามไถ่ตัวแม่ด้วยการไปชิงน้ำอมฤตจากสวรรค์
  • พญาครุฑได้รับพรและพลังจากพราหมณ์และต่อสู้ผ่านด่านต่างๆ เพื่อเอาน้ำอมฤตมาแลกอิสรภาพของแม่
  • พระนารายณ์ประทานพรให้พญาครุฑเป็นอมตะและรับใช้พระองค์
  • เรื่องราวจบลงด้วยความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างครุฑและนาค พร้อมบทเรียนเกี่ยวกับความซื่อสัตย์และความกตัญญู

Answers

Questions about this video

สงครามครุฑและนาคเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร?

สงครามเริ่มจากความบาดหมางระหว่างนางกัทุและนางวินาตา สองพี่น้องที่มีลูกซึ่งได้รับพรแตกต่างกัน และคำสาปของพระอรุณที่ทำให้นางวินาตาตกเป็นทาสของนางกัทุ

พญาครุฑได้รับพลังและพรจากใคร?

พญาครุฑได้รับพรและพลังจากพราหมณ์วารขิะพราหมณ์ผู้ทรงศีล หลังจากช่วยเหลือพวกเขา และต่อมาพระนารายณ์ยังประทานพรให้เป็นอมตะโดยไม่ต้องดื่มน้ำอมฤต

พญาครุฑทำภารกิจอะไรเพื่อปลดปล่อยแม่ของตน?

พญาครุฑต้องไปชิงน้ำอมฤตจากสวรรค์ผ่านด่านป้องกันต่างๆ เพื่อแลกอิสรภาพของนางวินาตาแม่ของตนที่ตกเป็นทาสของนางกัทุ

Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:00
Speaker A
สงครามครุฑและนาคมันเริ่มต้นขึ้นจากวันนี้ สวัสดีครับทุกคนครับ ผมนิกเองครับเพื่อนๆ สงสัยกันมั้ยครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องร่วมสายเลือดระหว่างครุฑและนาค จากเรื่องเล็กๆ นำไปสู่สงครามนับพันปีได้ยังไง [เพลง] และเรื่องราวมันจะจบลงแบบไหน เดี๋ยวเรามาร่วมย้อนตำนานไปด้วยกันครับ กับจุดเริ่มต้นของมหาสงครามยุทธนาคครับ เพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่ได้กดติดตามช่องดูดิก็กดติดตามเอาไว้หน่อยนะ ถ้าพร้อมกันแล้วก็ไปฟังกันเลยครับผม นานแสนนานมาแล้วมีตำนานที่เล่าขานมาแต่บรรพการถึงพระกัสยปเทพร มหาฤาษีผู้มีชายามากมายแต่มีชายาองค์โปรดอยู่ 2 คนนามว่านางกัทุกับนางวินาตา ที่แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด แต่พวกนางกลับไม่ค่อยลงรอยและมักจะมีเรื่องบาดหมางกันอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น พระกัสยปเทพร ก็ยังคงรักและปรารถนาจะมอบพรวิเศษให้เป็นของขวัญแก่ชายาทั้งสอง เมื่อวันนั้นมาถึง พระกัสยปะก็ได้เรียกนางกัทุและนางวินาตาให้มาเข้าเฝ้าเพื่อมอบพรวิเศษให้คนละ 1 ข้อ ฝ่ายนางกัทุผู้ทะยานทะยานได้เอ่ยขอลูกที่มีอิทธิฤทธิ์แก่กล้าจำนวนถึง 1,000 [เพลง] ตน ด้านนางวินาตาก็ไม่ยอมแพ้จึงเกท มีลูกเพียง 2 ตนแต่ลูกทั้งสองจะต้องมีพละกำลังและอิทธิฤทธิ์สูงส่งเหนือกว่าลูกทั้ง 1,000 ของนางกัทุ พระกัสยปะเทพรก็ประทานพรให้ตามที่ทั้งสองขอ ไม่นานนักครับ
01:52
Speaker A
2 พี่น้องก็ตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นไข่ โดยนางกัทุเนี่ยนะครับคลอดไข่ออกมา 1,000 ฟอง ส่วนนางวินาตาก็คลอดไข่ออกมา 2 ฟอง ไข่ทุกใบของพวกนางต่างได้รับการทนุถนอมเป็นอย่างดีจนกระทั่งกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปนานถึง 500 ปี ไข่ทั้ง 1,000 ฟองของนางกัทุรุก็ฟักออกมากลายเป็นพญานาคจำนวน 1,000 นาค ตนแรกเนี่ยนะครับเกิดมาพร้อมกับรัศมีสีทองเจิดจ้ามีถึง 1,000 เศียร ลำตัวยาวเหียนไรที่สิ้นสุดมีนามว่าเสสะนาคราช ส่วนองค์รองก็คือวาสุกรีนาคราชผู้มี 7 เศียรและมีพิษร้ายแรงมหาศาล ซึ่งในขณะที่ลูกๆ ของนางกัทุฟักออกมาจนครบหมดแล้ว แต่ทางฝั่งนางวินาตากลับไม่มีวี่แววเลยว่าไข่ทั้งสองใบของนางจะฟักออกมา ด้วยความร้อนรนใจนางวินาตาจึงตัดสินใจทุบไข่ 1 ใบจนแตก ปรากฏร่างของเด็กชายที่ร่างกายใหญ่โต รัศมีสีทองดั่งดวงตะวัน เขาว่าการคลอดก่อนกำหนดเนี่ยแหละครับมันได้ทำให้ร่างกายของเขาสมบูรณ์เพียงแค่ท่อนบนไร้ซึ่งขาทั้งสองข้าง ลูกของนางวินตาผู้นั้นจึงได้นามว่าพระอรุณ หรืออณุรุหมายถึงผู้ไม่มีต้นขา พระอรุณเนี่ยนะครับเติบโตขึ้นพร้อมกับความแค้นฝังใจ เพราะความร้อนใจของแม่แท้ๆ ที่ทำให้ตนต้องพิการ จนกระทั่งเมื่อถึงวันที่พระอรุณได้รับเทวโองการจากพระพรหมให้ไปทำหน้าที่ [เพลง] เป็นสารถีขับราชรถให้กับพระอาทิตย์ ก่อนที่พระอรุณจะจากไปเขาได้ทำการสาปแช่งนางวินาตาผู้เป็นแม่เอาไว้ ว่าสักวันนึงแม่จะต้องตกเป็นทาสของนางกัทุ และจะพ้นคำสาปนี้ได้ก็ต่อเมื่อลูกคน [เพลง] ที่ 2 ในไข่อีกใบนึงจะเกิดขึ้นมา เพื่อช่วยปลดปล่อยเท่านั้น สิ้นคำสาปพระอรุณก็ทะยานขึ้นสู่แผ่นฟ้าเบื้องบนไป และแล้วคำ [เพลง] สาปก็เริ่มแผงฤทธิ์ วันนึงครับนางกัทุและนางวินาตาได้แหงนหน้ามองท้องฟ้าและได้เห็นม้าอุชัยสารพะอาชาแก้วสีขาวบริสุทธิ์ที่เพิ่งจะผุดขึ้นมาจากพิธีกวนเกษียณสมุดและกำลังจะเหาะเหินผ่านมาทั้งสอง [เพลง] จึงนึกสนุกทาพนันทายสีของม้าตัวนี้ หากใครทายผิดก็จะต้องตกเป็นทาสของอีกฝ่ายนึงตลอดไป ซึ่งนางวินาตาเนี่ยนะครับทายว่าม้าตัวนี้จะมีสีขาวตลอดทั้งตัว แต่นางกัทุทายว่าม้าตัวนี้จะมีสีขาวก็จริง แต่ที่หางนั้นจะมีขนสีดำแซมอยู่ [เพลง] ด้วย และหลังจากที่ทั้งคู่พนันกันไป ไม่นานนางกัทุรุก็ร่วงรู้ [เพลง] ความจริงว่าม้าอุชัยสารพะนั้นมีสีขาวล้วนทั้งตัว แต่เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองตกเป็นทาส [เพลง] ของนางวินาตา นางกัทุรุก็ใช้เล่ห์กล้า [เพลง] ของนางแปลงกลายเป็นขนสีดำเส้นเล็กๆ แล้วไปเกาะแซมอยู่ที่หางของม้าวิเศษ กระทั่งม้าวิเศษ [เพลง] บินผ่านฟากฟ้ามาหางของมันจึงดูเป็นสีดำสนิท และด้วยเล่ห์กลนี้เองล่ะครับมันก็ทำให้นางวินาตาต้องแพ้พนัน ต้องตกเป็นทาสรับใช้ของนางกัทุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเหตุการณ์นี้เองยังทำให้เสสะนาคราชผิดหวังในความเจ้าเล่ห์ของแม่และพี่น้องอย่างรุนแรง เขาจึงปฏิเสธที่จะร่วมชะตารมด้วยกันกับพี่น้อง เลือกที่จะปลีกวิเวกไปบำเพ็ญตะบะอยู่ อย่างโดด [เพลง] เดี่ยวเป็นเวลายาวนานจน
03:33
Speaker A
ท้ายที่สุดผลแห่งการบำเพ็ญเพียรก็ทำให้เสสะนาคราชมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้าและได้รับการขนานนามใหม่เป็นพระอนันตนาคราช จอมแห่งนาคทั้งปวงผู้เป็นบัลลังก์ให้แก่พระนารายณ์นั่นเองครับ ย้อนกลับมาที่ [เพลง] นางวินาตาผู้แพ้พนันนางเนี่ยนะครับ ได้ตกเป็นทาสเหล่านาคไปอย่างยาวนานจนกาลเวลาล่วงเลยไปอีก 500 ปี ในที่สุดไข่ใบที่ 2 ของนางก็ฟักตัวปรากฏร่างของพญาปักษาตัวใหญ่โตมโหฬาร ร่างกายสีทองสุกปรั่ง ปีกสีแดงเพลิง มีนามว่าเวรไต เขามีพละกำลังมหาศาลและมีอิทธิฤทธิ์เหนือกว่านาคทุกตน เพียงแค่กระพือปีกเนี่ยนะครับมหาสมุทรก็แหวก [เพลง] ออกจนเห็นพื้นสายเบื้องล่างได้ แต่ด้วยสัญญาธาตุของมารดา เวรไตจึงต้องตกเป็นทาสของนาง [เพลง] กัทุและเหล่านาคไป ด้วย ถ้าหากวันใดนางกัทุและเหล่านาคนึกอยากจะข้ามมหาสมุทรเที่ยวเล่นชม [เพลง] ธรรมชาติอันสวยงาม พญาเวรไตก็จำเป็นจะต้องแบกพวกเขาทั้งหมดขึ้นหลังเพื่อบินข้ามฟ้าไปในทุกที่ตามที่พวกเขาต้องการเสมอ แต่พอนาน [เพลง] วันเข้าความอดทนมันก็สิ้นสุดลง พญาเวรไตเนี่ยนะครับไม่สามารถที่จะทนเห็นแม่ถูกกดขี่ได้อีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจไปเจรจากับพวกนาคเพื่อขอไถ่ตัวแม่ออกจากการเป็นทาส แน่นอนครับว่าพวกนาคเนี่ยไม่ยอมง่ายๆ พวกเขาก็เลยยื่นข้อเสนอสุดหินให้พญาเวรไตว่าถ้าอยาก [เพลง] จะให้แม่เป็นอิสระ ก็จงไปชิงเอาน้ำอมฤทธจากสวรรค์มาแลก แลกเปลี่ยน แม้พญาเวรไตยจะรู้ดีว่าเส้นทางนี้มันเต็มไปด้วยพยันอันตรายยากเกินที่จะทำได้สำเร็จ แต่เพื่ออิสรภาพของมารดาพญาเวรไตจึงตอบตกลงทันที การเดินทางเพื่อไปชิงเอาน้ำอมฤตจึงเริ่มต้นขึ้น พญาเวรไตเนี่ยนะครับบินข้ามผ่านน่านฟ้าอันไกลโพ้นจนไปถึงทะเลสาบแห่งหนึ่งซึ่งมีเต่ายักษ์
05:40
Speaker A
และก็ช้างยักษ์กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนะครับทุกคนทั้งสองนั้นก็คือฤาษี 2 พี่น้องที่ถูกสาป แต่พญาเวรไตที่กำลังหิวโซและเร่งรีบจึงโฉบลงไปใช้กรงเล็บอันทรงพลังเจาะทะลวงร่างของสัตว์ยักษ์ทั้งสองจนสิ้นใจในทันที จากนั้นก็หอบเอาร่างเหยื่อบินไปเกาะที่กิ่งต้นไทรยักษ์แถว [เพลง] นั้นเพื่อที่จะหลิมรสอาหารแก้หิว ถ้าว่าด้วยร่างกายของสัตว์ยักษ์ทั้งสองนั้นมันหนักเกินไป ก็เลยทำให้กิ่งไยักษ์ที่พญาเวรไตเกาะอยู่หักโค่นลงมา มาจังหวะนั้นเองล่ะครับพญาเวรไตยก็เหลือบไปเห็นว่าบนใบไม้ของกิ่งไทรนั้นมีกลุ่มพราหมณ์วารขิะพราหมณ์ร่างจิ๋วกำลังบำเพ็ญตบะอยู่ ด้วยความมีคุณธรรมของเขาพญาเวรไตยจึงยอมเห็นผู้ทรงศีลได้รับอันตรายไม่ได้ เขาจึงใช้จงอยปากไปคาบรับเอากิ่งไม้ใหญ่นั้นไว้อย่างมั่นคง เหล่าพราหมณ์ที่เห็นถึงความแข็งแกร่งและจิตใจอันประเสริฐของเวรไต [เพลง] พวกเขาจึงสรรเสริญและขนานนามให้แก่เขาใหม่ว่าครุฑ อันมีความหมายว่าผู้แบกรับภาระอันหนักอึ้ง พร้อมกับประทาน [เพลง] พรให้พญาครุฑมีพลังอำนาจที่ไร้ขีดจำกัด คิดจะทำสิ่งใดก็ขอให้ลุล่วงสำเร็จทุกประการ หลังจากได้รับพรจากกลุ่มพราหมณ์แล้วพญาครุฑก็เอาเหยื่อไปกินจนอิ่มหนำสำราญ จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่สวรรค์ชั้นฟ้าดินแดนที่ซ่อนน้ำอมฤทธต่อไป ทันทีที่กองทัพเทวดาเห็นพญานกยักษ์บุกรุกเข้ามาก็พากันแตกตื่น [เพลง] พระอินทร์จึงรีบนำกองทัพสวรรค์เข้ามาสกัดกั้น แต่ก็ไม่อาจจะต้านทานกรงเล็บและแรงปีกอันมหาศาลของพญาครุฑได้ ลมพายุจากการกระพือปีกของพญาครุฑหอบเอาฝุ่นผง [เพลง] ให้ฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วทั้งสวรรค์จนสวรรค์มืดมิด พระอินทร์จึงต้องเรียกพระพายให้มาช่วยเป่าไล่ฝุ่นอยู่นานกว่าฝุ่นจะจางหายไป และพอเมื่อฝุ่นจางลงแล้วเทพทุกองค์ต่างก็พากันถอยร่นหนีไปคนละทิศคนละทาง พญาครุฑจึงใช้จังหวะนี้ล่ะครับบินไปตามหาเอาน้ำอมฤทธต่อ แต่ทว่าที่ซ่อนของน้ำอมฤทธอันศักดิ์สิทธิ์นั้นมีด่านป้อง [เพลง] กันเอาไว้อยู่มากมาย พญาครุฑจึงทะลวงผ่านด่านป้องกันไปทีละด่านอย่างกล้าหาญ ซึ่งด่านแรกนั้นนะครับคือด่านกำแพงเปลวเพลิงที่ร้อนรา อุพญาครุฑจึงจำรงกลายเป็นนกยักษ์ที่มี 8,100 จะงอยปาก บิณยานลงไปอมเอาน้ำจากแม่น้ำทั้ง 8,100 สายมาพ่นดับไฟจนมอดสนิทจนสามารถผ่านเข้าไปยังด่านพายุกงจักรที่หมุนวนพร้อมที่จะบดขยี้ทุกสิ่งที่ผ่านมา แต่พญาครุฑเนี่ยก็หูไวตาไวมาก เขาหดร่างของตัวเองกลายเป็นนกทองคำตัวจิ๋ว [เพลง] บินเล็ดลอดช่องว่างของกงจักรที่มีเพียงน้อยนิดไปได้อย่างฉิวเฉีย กระทั่งไปถึงด่านสุดท้ายที่มีพญานาคผู้พิทักษ์ 2 ตน ซึ่งพวกเขามี [เพลง] พิษที่ร้ายกาจมาก ลิ้นยาวประหนึ่งกับสายฟ้าฟาด มีดวงตาดุจกองเพลิงที่เพียงแค่จ้องมองเท่านั้นก็สามารถเผาผลาญศัตรูให้เป็นจุณได้ทันที พญาครุฑจึงไม่ยอมปล่อยให้พญานาคทั้งสองได้จ้องมองเขา จัดการกระพือปีกสัตว์ขุ่นไปเข้าตาของพญานาคจนลืมตาไม่ขึ้น ก่อนจะใช้กรงเล็บไปฉีกร่างของนาคทั้งสองจนขาดสะบั้นในที่สุด พญาครุฑก็เข้าไปถึงที่ตั้งของน้ำอมฤทธได้สำเร็จ เขารีบไปคว้าเอาน้ำอมฤทธมาไว้ในมือ และแม้ว่าจะมีของวิเศษล้ำค่าอยู่ตรงหน้าของพญาครุฑ แต่พญาครุฑก็ไม่คิดที่จะดื่มมันเลยแม้แต่หยดเดียว เขารีบนำมันกลับออกไปเพื่อแลกอิสรภาพของแม่ทันที ซึ่งระหว่างทางกลับนี้เองล่ะครับพญาครุฑก็ [เพลง] ได้มีโอกาสพบกับพระนารายณ์ที่เสด็จมาขวางทาง แต่ไม่ได้มาเพื่อแย่งชิงน้ำอมฤตคืนนะครับ พระนารายณ์มาเพื่อที่จะประทานพรให้แก่พญาครุฑ ให้เขาได้เป็นอมตะโดยที่ไม่ต้องดื่มน้ำอมฤต เพื่อเป็นรางวัลแด่ความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ และความกตัญญู พร้อมทั้งให้พญาครุฑได้อยู่สูงกว่าพระนารายณ์เสมอด้วย เมื่อพระนารายณ์ประทานพรอันล้ำค่าให้แล้วพญาครุฑ [เพลง] จึงขอถวายตัวเป็นพาหนะรับใช้พระนารายณ์ พระนารายณ์เก็น้อมครับและจะนำรูปของพญ
07:50
Speaker A
และก็ช้างยักษ์กำลังต่อสู้กันอย่างดุ เดือด ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนะครับทุกคนทั้งสอง นั้นก็คือฤาษี 2 พี่น้องที่ถูกสาปแต่พญา เวรไตที่กำลังหิวโซและเร่งรีบจึงโฉบลงไป ใช้กรงเล็บอันทรงพลังเจาะทะลวงร่างของ สัตว์ยักษ์ทั้งสองจนสิ้นใจในทันทีจากนั้น ก็หอบเอาร่างเหยื่อบินไปเกาะที่กิ่งต้น ไทรยักษ์แถว[เพลง]นั้นเพื่อที่จะหลิมรส อาหารแก้หิวถ้าว่าด้วยร่างกายของสัตว์ ยักษ์ทั้งสองนั้นมันหนักเกินไปก็เลยทำให้ กิ่งไยักษ์ที่พญาเวรไตเกาะอยู่หักโค่นลง มาจังหวะนั้นเองล่ะครับพญาเวรไตยก็เหลือบ ไปเห็นว่าบนใบไม้ของกิ่งไทรนั้นมีกลุ่ม พราหมณ์วารขิะพราหมณ์ร่างจิ๋วกำลังบำเพ็ญ ตบะอยู่ด้วยความมีคุณธรรมของเขาพญาเวรไตย จึงยอมเห็นผู้ทรงศีลได้รับอันตรายไม่ได้ เขาจึงใช้จงอยปากไปคาบรับเอากิ่งไม้ใหญ่ นั้นไว้อย่างมั่นคงเหล่าพราหมณ์ที่เห็น ถึงความแข็งแกร่ง และจิตใจอันประเสริฐของเวรไต[เพลง] พวกเขาจึงสรรเสริญและขนานนามให้แก่เขา ใหม่ว่าครุฑอันมีความหมายว่าผู้แบกรับ ภาระอันหนักอึ้งพร้อมกับประทาน[เพลง]พร ให้พญาครุฑมีพลังอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดคิด จะทำสิ่งใดก็ขอให้ลุล่วงสำเร็จทุกประการ หลังจากได้รับพรจากกลุ่มพราหมณ์แล้วพญา ครุฑก็เอาเหยื่อไปกินจนอิ่มหนำสำราญจาก นั้นจึงมุ่งหน้าสู่สวรรค์ชั้นฟ้าดินแดน ที่ซ่อนน้ำอมฤทธต่อไปทันทีที่กองทัพเทวดา เห็นพญานกยักษ์บุกรุกเข้ามาก็พากันแตก ตื่น[เพลง]พระอินทร์จึงรีบนำกองทัพสวรรค์ เข้ามาสกัดกั้นแต่ก็ไม่อาจจะต้านทานกรง เล็บและแรงปีกอันมหาศาลของพญาครุฑได้ลม พายุจากการกระพือปีกของพญาครุฑหอบเอาฝุ่น ผง[เพลง]ให้ฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วทั้ง สวรรค์จนสวรรค์มืดมิดพระอินทร์จึงต้อง เรียกพระพายให้มาช่วยเป่าไล่ฝุ่นอยู่นาน
09:54
Speaker A
กว่าฝุ่นจะจางหายไปและพอเมื่อฝุ่นจางลง แล้วเทพทุกองค์ต่างก็พากันถอยร่นหนีไปคน ละทิศคนละทางพญาครุฑจึงใช้จังหวะนี้ล่ะ ครับบินไปตามหาเอาน้ำอมฤทธต่อแต่ทว่าที่ ซ่อนของน้ำอมฤทธอันศักดิ์สิทธิ์นั้นมี ด่านป้อง[เพลง]กันเอาไว้อยู่มากมายพญา ครุฑจึงทะลวงผ่านด่านป้องกันไปทีละด่าน อย่างกล้าหาญซึ่งด่านแรกนั้นนะครับคือ ด่านกำแพงเปลวเพลิงที่ร้อนราอุพญาครุฑจึง จำรงกลายเป็นนกยักษ์ที่มี 8,100 จะงอยปาก บิณยานลงไปอมเอาน้ำจากแม่น้ำทั้ง 8,100 สายมาพ่นดับไฟจนมอดสนิทจนสามารถผ่านเข้า ไปยังด่านพายุกงจักรที่หมุนวนพร้อมที่จะ บดขยี้ทุกสิ่งที่ผ่านมาแต่พญาครุฑเนี่ยก็ หูไวตาไวมากเขาหดร่างของตัวเองกลายเป็นนก ทองคำตัวจิ๋ว[เพลง]บินเล็ดลอดช่องว่างของ กงจักรที่มีเพียงน้อยนิดไปได้อย่างฉิว เฉีย กระทั่งไปถึงด่านสุดท้ายที่มีพญานาคผู้ พิทักษ์ 2 ตนซึ่งพวกเขามี[เพลง]พิษที่ ร้ายกาดมากลิ้นยาวประหนึ่งกับสายฟ้าฟาดมี ดวงตาดุจกองเพลิงที่เพียงแค่จ้องมองเท่า นั้นก็สามารถเผาผลาญศัตรูให้เป็นจุนได้ ทันทีพญาครุฑจึงไม่ยอมปล่อยให้พญานาคทั้ง สองได้จ้องมองเขาจัดการกระพือปีกสัตว์ ขุ่นไปเข้าตาของพญานาคจนลืมตาไม่ขึ้นก่อน จะใช้กรงเล็บไปฉีกร่างของนาคทั้งสองจนขาด สะบั้นในที่สุดพญาครุฑก็เข้าไปถึงที่ตั้ง ของน้ำอมฤทธได้สำเร็จเขารีบไปคว้าเอาน้ำ อมฤทธมาไว้ในมือและแม้ว่าจะมีของวิเศษล้ำ ค่าอยู่ตรงหน้าของพญาครุฑแต่พญาครุฑก็ไม่ คิดที่จะดื่มมันเลยแม้แต่หยดเดียวเขารีบ นำมันกลับออกไปเพื่อแลกอิสรภาพของแม่ทัน ทีซึ่งระหว่างทางกลับนี้เองล่ะครับพญา ครุฑก็[เพลง]ได้มีโอกาสพบกับพระนารายณ์
11:49
Speaker A
ที่เสด็จมาขวขวางทางแต่ไม่ได้มาเพื่อแย่ง ชิงน้ำอมฤตคืนนะครับพระนารายณ์มาเพื่อที่ จะประทานพรให้แก่พญาครุฑให้เขาได้เป็น อมตะโดยที่ไม่ต้องดื่มน้ำอมฤตเพื่อเป็น รางวัลแด่ความมุ่งมั่นความซื่อสัตย์และ ความกตัญญูพร้อมทั้งให้พญาครุฑได้อยู่สูง กว่าพระนารายณ์เสมอด้วยเมื่อพระนารายณ์ ประทานพรอันล้ำค่าให้แล้วพญาครุฑ[เพลง] จึงขอถวายตัวเป็นพาหนะรับใช้พระนารายณ์ พระนารายณ์เก็น้อมครับและจะนำรูปของพญา ครุฑไปประดับไว้บนยอดธงของพระองค์เสมอ เพื่อเป็นการรักษาสัจจะที่ให้ไว้[เพลง] ก่อนหน้านี้จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันไป พญาครุฑเนี่ยนะครับมุ่งหน้ากลับสู่โลกทัน ทีแต่ก็ไม่ทันจะไปถึงครับทุกคนพระอินทิม ก็ดันตามมาขัดขวางอีกครั้งด้วยการใช้ อาวุธสายฟ้าวชิราวุธมาฟาดฟันใส่พญาครุฑ อย่างรุนแรงแต่ด้วยพรอันศักดิ์สิทธิ์จาก พระนารายณ์อาวุธเทวะที่ร้ายกาจจึงไม่ ระคายผิวพญาครุฑเลยแต่เพื่อเป็นการ[เพลง] ไม่หักหน้าพระอินทร์จนเกินไปพญาครุฑจึง สลัดขนสีทองของตนทิ้งลงมา[เพลง] 1 เส้น เพื่อแสดงความเคารพพระอินทร์ที่ได้เห็น ดังนั้นก็ถึงกับต้องยอมจำนนรับเอาขนของ พญา[เพลง]ครุฑมาแล้วตั้งฉายาให้แก่พญา ครุฑว่าสุบรรณอันมีความหมายว่าผู้มีขนปีก อันงดงามทั้งสองเนี่ยนะครับหันมาเจรจากัน อย่างเป็นมิตรพระอินทร์เนี่ยก็ขอเอาน้ำ อมฤทธคืนกันดีๆแต่พญาครุฑก็ไม่[เพลง]อาจ จะคืนให้แก่พระอินทร์ได้เพราะจะต้องนำเอา ไปแลกกับอิสรภาพของแม่แต่พญาครุฑก็รับปาก กับพระอินทร์ว่าทันทีที่ส่งมอบน้ำอมฤตให้ แก่พวกนาคแล้วตนจะเปิดช่องช่วยให้พระ อินทร์แอบไปขโมยเอาน้ำอมฤทธกลับไปได้เลย พระอินทร์เนี่ย[เพลง]ก็พอใจและก็ตกลงที่ จะทำตามแผนก่อนจะมอบพรให้แก่พญาครุฑให้ เขา[เพลง]สามารถจับพวกน่ากินเป็นอาหารได้ นับตั้งแต่นี้ต่อไปจากนั้น[เพลง]พญาครุฑ
13:55
Speaker A
ก็นำเอาน้ำอมฤทธไปวางไว้ต่อหน้าเหล่านาค และนางกัทุได้สำเร็จสัญญาธาตุของนางวินตา จึงเป็นอันสิ้นสุดลงแต่ก่อนที่พวกนาคจะ ได้ดื่มน้ำอมฤทธนั้นน่ะครับพญาครุฑได้ออก อุบายบอกให้พวกนาครีบไปอาบน้ำชำระล้าง ร่างกายเสียก่อนค่อยขึ้นมากินน้ำอมฤทธพวก นาคเนี่ยก็หลงเชื่อพากันไปเล่นน้ำจนเพลิด เพลินเปิดทางให้พระอินทร์ใช้จังหวะนี้โฉบ ลงไปขโมยเอาหม้อน้ำอมฤทธกลับคืนสู่สวรรค์ ไปทันทีพอเมื่อนาคอาบน้ำกันจนเสร็จกะว่า จะขึ้นฝั่งมาดื่มน้ำอมฤทธ[เพลง] กันอย่างสุขสำราญแต่ทว่าพวกเขากลับพบว่า มันได้หายไปแล้วเหลือเพียงแค่เศษน้ำอมฤทธ เพียง 2-3 เมตที่ติดอยู่บนใบหญ้าคาพวกนาค จึงพยายามแลบลิ้น[เพลง]เพื่อเลียหยดน้ำ นั้นแต่ด้วยความคมของใบย่าคานั้นเองล่ะ ครับมันก็ได้บาดลิ้นของพวกเขาจนขาดเป็น 2 แฉกและนั่นล่ะครับก็คือสาเหตุที่งูและก็ เหล่านาคทั้งหลายมีลิ้นเป็น 2 แฉกมาจนถึง ทุกวันนี้ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเนี่ยก็ดู เหมือนจะจบลง[เพลง]ด้วยดีแต่ทว่าเหตุ การณ์นี้ล่ะครับกลับเป็นปฐมเหตุแห่งรอย แค้นข้ามภพข้ามชาติระหว่างพี่น้อง[เพลง] ร่วมสายเลือดเพราะความเครียดแค้นของพญา ครุฑต่อสิ่งที่เหล่านาคเคยทำกับแม่ของตน มันไม่เคยจางหายไปไหนเลยพญาครุฑที่ได้รับ พรจากพระอินทร์ให้จับนาคกินเป็นอาหารได้ จึงเริ่มออกล่าสังหารจับนาคมากินอย่างไม่ ปราณีเผ่าพันธุ์ครุฑกับนาคจึงกลายเป็น ศัตรูคู่อาฆาตกันสืบมารุ่นสู่รุ่นไม่มี ที่สิ้นสุดฝ่ายนาคที่แม้จะพยายามต่อสู้ แต่ก็ไม่เคยเอาชนะครุฑได้เลยสักครั้งและ แม้ว่าเหล่านาคจะหนีไปซ่อนตัวลึก[เพลง] ถึงสะดือทะเลแต่แรงกระพือปีกของพญาครุฑก็ สามารถแหวกน้ำออกจนถึงก้นทะเลเปิดทางให้
15:51
Speaker A
ครุฑลงไป[เพลง]โฉบเอาตัวนาคขึ้นมากินได้ อยู่ดีจนกระทั่งวันนึงครับพวกนาคก็ได้ค้น พบวิธีเอาตัวรอดซึ่งเป็นเรื่องราวที่ถูก บันทึกไว้ในปันทรกชาดก เมื่อเหล่านาคทั้งหลายในมหาสมุทรพากัน กลืนก้อนหินใหญ่ๆลงไปไว้ใน[เพลง]ท้องจน เต็มทำให้เมื่อพญาครุฑบินโฉบมาจับหน้า ขึ้นจากน้ำหนักของหินทั้งหมดนั้นเองจึง ถ่วงให้พญาครุฑจมลงสู่ก้นบึ้งมหาสมุทรถูก นาครัดร่างเอาไว้จนสิ้นใจตายอยู่ใต้น้ำจน มีอยู่วันนึงครับพ่อค้าชาวเมืองพรณสีห์ 500 คนได้แล่นเรือออกทะเลแต่พวกเขาเนี่ย ถูกพายุซัดจนเรืออับปางพ่อค้าทั้งหมดต่าง ก็จมน้ำตายยกเว้นชายเพียงคนเดียวที่รอด ชีวิตมาเกยตื้นที่ชายฟังซึ่งเขาผู้นั้นมี นามว่ากระทำเสื้อผ้าของกระทัมภิยะ[เพลง] เนี่ยนะครับหลุดลุ่ยหายไปกับเกลียวคลื่น เมื่อคลื่นทะเลซัดกระทัมภิยะเข้าฝั่งของ เมืองใหญ่เขาจึงต้องเปลือยกายร่อนจ่อน เริ่มเดินขอทานหากินเพื่อคลายหิวแต่แทน ที่กระทัมภิยะจะถูกรังเกียจกระทำพิยะกลับ กลายเป็นที่สนใจและถูกสรรเสริญ[เพลง]จาก ชาวเมืองเพราะคิดว่าเขาเนี่ยเป็นนักบวช มักน้อยใฝ่สันโดษและละทิ้งทุกสิ่งทุก อย่างทางโลกแล้วชีพเรือยกระทำพิยะจึง เริ่มมีคนเข้ามาให้ทานและบูชาเขาฝ่าย กระทำพิยะเองเนี่ยก็เล่นตามน้ำจนกลายเป็น ผู้ทรงสินชื่อเสียงเรื่องรือขจรขจายไปไกล ซึ่งไม่ใช่[เพลง]แค่มนุษย์เท่านั้นนะครับ ที่เข้ามาหาเขาแต่รวมถึงนาคหนุ่มนามว่า ปันทรกนาคราช และพญาครุฑตนนึงที่ก็มักจะแวะเวียนมาหาชี เปลือยกระทำพิยะอยู่เสมอวันนึงครับพญา ครุฑเนี่ยได้ระบายความอัดอั้นตันใจกับ กระทำพิยะว่าช่วงนี้เผ่าพันธุ์ครุฑจับนาค กินไม่ได้เลยซ้ำยังถูกพวกนาคดึงให้จมน้ำ ตายไปหลายตนก็เลยอยากจะขอร้องชีเปลือยให้ ช่วยหลอกถาม[เพลง]ความลับของพวกนาคให้ที ว่าพวกเขาทำแบบนี้ได้ยังไงชีเปลือยเนี่ย
18:00
Speaker A
ก็รับปากทันทีนะครับว่าจะลองถามให้จน กระทั่งถึงคราวที่ปันทรกะนาคราชมาหาเขาชี เปลือยจอมเจ้าเล่ห์ก็เริ่มตะล่อมถามความ ลับของเหล่านาคแม้ว่านาคหนุ่มจะพยายาม บ่ายเบียงไม่ยอมบอกในตอนแรกเพราะรู้ดีว่า ถ้าหากบอกไปมันอาจจะนำภัยมาสู่พวกพ้องของ ตนเองได้แต่พอเมื่อถูกชีเปลือยแสร้งทำ เป็นน้อยใจและถามซ้ำๆอยู่หลายวันเข้า ประกอบกับความไว้ใจที่คิดว่าชีเปลือย เนี่ยเป็นนักบวชผู้ทรงศีลคงไม่ยอมไปบอก ความลับของพวกตนให้คนอื่นได้รู้ ปันทรกนาคราช จึงยอมปริปากบอกเคล็ดลับเรื่องการกลืนหิน ถ่วงน้ำหนัก[เพลง]ให้กระทัมภิยะรู้จนหมด สิ้นว่าก่อนที่พวกครุฑจะมาพบตัวนาคพวกนาค จะทำการกลืนหินเอาไว้ในท้องเพื่อทำให้ ร่างกายหนักจนครุฑเนี่ยไม่[เพลง]สามารถ ดึงขึ้นสู่ผิวน้ำได้ไหวเมื่อชีเปลือย กระทำพิยะได้รู้ความลับแล้วก็จดเอาไว้ กระทั่งเมื่อพญาครุฑกลับมาหาเขาชีเปลือย กระทำ[เพลง]พิยะก็นำเอาความลับนี้ไปบอก ให้แก่พญาครุฑได้ทราบพญาครุฑเนี่ยดีใจมาก เลยนะครับกล่าวชื่นชมชีเปลือยและขอบคุณ เขาก่อนจะรีบบินออกไปล่าเหยื่อและโชคชะตา เนี่ยนะครับก็นำพาให้ครุฑหนุ่มมาพบกับ ปันทรกะนาคราชเข้าพอดีเมื่อปันทรกนาคราช มองเห็นพญาครุฑมาแต่ไกลเขาก็รีบกลืนหินลง ไปจนเต็มท้องฝ่ายพญาครุฑก็บินโฉบไปจับเอา ที่ขนดหางของพญานาคแล้วหิ้วเขากลับหัวบิน ขึ้นสู่ท้องฟ้าไปทำให้หินที่ปันทรกะ นาคราชกลืนเข้าไปก่อนหน้านี้ถูกสำรรอกออก มาจนหมดบันทรกาคราชเนี่ยนะครับถูกหิ้วลอย ขึ้นฟ้าไปสูงริ่วน้ำตาเขาไหลพรากรำพึง รำพันออกมาด้วยความเจ็บปวดว่าภัยเนี่ยมา ถึงตัวเขาเสียแล้วคงเป็นเพราะความโง่เขลา ที่หลงเชื่อใจเอ่ยปากเล่าความลับให้คนพาน อย่างชีเปลือยปากพร่อยได้รู้แท้ๆพญาครุฑ ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจนะครับรีบถามกลับไป ว่าท่านจะมาร้อง[เพลง]ไห้คร่ำครวญเพื่อ อะไรในเมื่อท่านเป็นคนคายความลับให้คน
20:14
Speaker A
อื่นได้รู้เองความลับของตนเองแท้ๆกลับ รักษาไว้ไม่ได้แล้วจะไปหวังให้[เพลง]ผู้ อื่นรักษาให้ได้ยังไงเมื่อได้ฟังสัจธรรม ปันทรกานาคราชก็ตระหนักรู้และอ้อนวอนขอ ชีวิตจากครุฑหนุ่มครุฑหนุ่มเองเนี่ยนะ ครับก็เกิดความเวทนาและก็เห็นใจในความผิด พลาดเขาจึงตัดสินใจปล่อยนาคหนุ่มให้เป็น อิสระและทั้งสองก็ได้กลายเป็นมิตรสหายกัน ในที่สุดทว่าพวกเขาเนี่ยนะครับก็ไม่ลืม ที่จะกลับไปคิดบัญชีกับกระทำพิยะจอมหลอก ลวงครุฑเนี่ยพานาคหนุ่มกลับไปหาชีเปลือย เมื่อไปถึงปันทรกนาคราชเนี่ยแค้นใจมากที่ ถูกทรยศในความเชื่อใจเขาจึงจัดการร่ายคำ สาปแช่งอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยผลแห่งความสับ ปรับและผิดสัจจะขอให้ศีรษะของกระทัมภิยะ จงแตกออกเป็น 7 เสี่ยงสิ้นคำสาปร่างของชี เปลือยกระทัิก็หลมตึงศีรษะก็แตกออกเป็น 7 แฉกสิ้นใจตายไปคาที่และร่วงหล่นลงสู่ขุม นรกอเวจีเพื่อชดใช้กรรมที่ทรยศต่อความ เชื่อใจของผู้อื่นไปในที่สุดค่ะ ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามรับชมผลงานของพวก เรานะครับอีกหนึ่งช่องทางง่ายๆในการ สนับสนุนผลงานของพวกเราเพียงแค่เพื่อนๆ เข้าไปเลือกซื้อสินค้าอะไรก็ได้ที่ทุกคน อยากจะซื้ออยู่แล้วผ่านทางลิงก์สินค้าที่ ปักอยู่ใต้คลิปนี้หรือเพียงแค่แค่กดไลก์ กดแชร์คลิปนี้ออกไปก็เป็นกำลังใจให้กับ พวกเราอย่างมากแล้วล่ะครับคลิปหน้าอยากจะ ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรก็คอมเมนต์เอา ไว้ได้เลยนะครับผมผมอ่านทุกคอมเมนต์แน่ นอนครับสำหรับวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้เนาะ แล้วเจอกันใหม่คลิปวีดีโอหน้าครับผม สวัสดีครับ บ๊ายบาย [เพลง] [เพลง] [เพลง]
22:22
Speaker A
[เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง]
Topics:ครุฑนาคตำนานไทยสงครามครุฑนาคพระกัสยปเทพรพระอรุณพญาครุฑน้ำอมฤตพระนารายณ์ตำนานมหาสงครามยุทธนาค

Get More with the SozAI App

Transcribe recordings, audio files, and YouTube videos — with AI summaries and speaker detection. 30 minutes free.

Or transcribe another YouTube video here →