นิยายเสียงทะลุมิติเรือน 4 ประสาน เรื่องราวชายยุค 21 ตื่นในยุค 60 พร้อมวาสนาและความท้าทายมากมาย
Key Takeaways
- การทะลุมิติทำให้ตัวละครหลักต้องปรับตัวและใช้ชีวิตในยุคที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
- ความฉลาดและการวางแผนเป็นกุญแจสำคัญในการเอาตัวรอดและก้าวหน้าในโลกใหม่
- ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมีความซับซ้อนและมีผลต่อการพัฒนาของเรื่อง
- นิยายเสียงนี้ผสมผสานความแฟนตาซีกับความเป็นจริงในยุคอดีตได้อย่างลงตัว
- เรื่องราวเน้นการเปลี่ยนแปลงตัวเองและการต่อสู้กับชะตากรรม
What the video covers
- เรื่องราวของเหอวิจู้ ชายยุค 21 ที่ตื่นขึ้นมาในเรือน 4 ประสานยุค 60 พร้อมพลังลึกลับ
- เหอวิจู้ต้องเผชิญกับความเจ้าเล่ห์และแผนการรอบตัวในยุคอดีตที่เขาไม่คุ้นเคย
- เขาตัดสินใจไม่เดินตามชะตาเดิมและพร้อมเอาคืนผู้ที่คิดหลอกใช้เขา
- เนื้อเรื่องเปิดฉากด้วยเหตุการณ์ที่เหอวิจู้ฝันถึงและมีปฏิสัมพันธ์กับฉินไหวหรู สาวงามในยุคนั้น
- การเล่าเรื่องมีการผสมผสานความเป็นแฟนฟิคและนิยายเสียงที่สมจริง
- เหอวิจู้ใช้ชีวิตใหม่เพื่อควบคุมอำนาจ มิตรสหาย และโอกาสในยุคอดีต
- มีฉากที่แสดงถึงความขัดแย้งและความรู้สึกซับซ้อนระหว่างตัวละครหลัก
- บรรยากาศในเรื่องสะท้อนความแตกต่างระหว่างยุคสมัยและความท้าทายของการอยู่ในโลกใหม่
- เนื้อหามีความเข้มข้นและเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งความรัก ความแค้น และความตื่นเต้น
- ตอนจบของบทนี้เผยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนในชีวิตของเหอวิจู้
Full Transcript — Download SRT & Markdown
Speaker A
คุณกำลังรับชมรับฟังคลิปนิยายเสียงโดยนิยายบายมันตรา อย่าลืมกดติดตามกับ subscribe รายเดือนกันด้วยนะ ทะลุมิติเรือน 4 ประสานเพราะวาสนาสาวงาม เต็มบ้านเต็มเมืองคำโปรยคนอื่นทะลุมิติไป เป็นคุณชายแต่เขาดันทะลุมาเป็นซาจู้ตัวโง่ที่ใครๆ ก็จ้องจะสูบเลือดเมื่อมนุษย์ เงินเดือนแห่งศตวรรษที่ 21 ลืมตาขึ้นมาในเรือน 4 ประสานยุค 60 พร้อมพื้นที่มิติลึกลับติดตัว ทั้งที่รู้ดีว่ารอบกายมีแต่คนเจ้าเล่ห์จอมองแผนและพวกหน้าว่าหลังๆ หลอกเขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่เดินตามชะตาเดิมอีกต่อไป ใครคิดหลอกใช้เขาเตรียมโดนเอาคืน ใครคิดขุดหลุมให้เขาก็ลงไปนอนในหลุมนั้นเอง จากพ่อครัวธรรมดาสู่คนที่กุมเสบียงมิตรสหายอำนาจและโอกาสที่คนทั้งยุคต่างต้องการ เงินทองหน้าที่การงานและสาวงามค่อยๆ เข้ามาอยู่ข้างกายทีละคนในเมื่อได้ชีวิตใหม่ทั้งที เหอวิจู้คนนี้จะขอใช้มันให้คุ้มจนคนที่เคยเรียกเขาว่าเจ้าทึ่มต้องมองใหม่ เริ่มเนื้อหาบทที่ 1 เปิดฉากมาก็ขืนใจฉินไหวหรูซะแล้ว วันที่ 1 กรกฎาคมปี 2025 นะ อำเภอเล็กๆ ห่างไกลความเจริญแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศจีน เฮอรวี่จู้นอนอยู่บนเตียงไม้ที่ส่งเสียงดังเอออาร์ตในห้องเช่า นิ้วเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพิ่งอ่านนิยายแฟนฟิกรักเต็มเรือน 4 ประสานตอนล่าสุดที่ทำให้เขาทั้งรักทั้งเกลียด จบนอกหน้าต่างคลื่นความร้อนแผ่ซ่าน เครื่องปรับอากาศเก่าแก่อายุการใช้งานกว่า 10 ปีในห้องกำลังส่งเสียงดังกล้องราวกับรถแทรคเตอร์ลงนาอย่างขยันขันแข็ง จิซาจู้เป็นหมาเลียได้น่าอึดอัดชะมัด เขาบ่นพึมพำเปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ในใจอดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าตัวเองเป็นซาจู้ที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกันในหนังสือ จะจัดการกับแม่ดอกบัวขาวอย่างฉินไหวหรูยังไง เสียงรบกวนของแอราวกับเป็นเพลงกล่อมเด็ก สติของเขาค่อยๆ เลือนลางลง ดูเหมือนว่าในความฝันยุค 60 นครซื่อจิวเรือน 4 ประสานหมายเลข 95 ตรอกหนาหลัว กู่เหอวิจุสู้มองฉินไหวหรูที่ยืนหน้าตาสว่างอยู่ตรงหน้า อารมณ์ตื่นเต้นพรุ่งพล่านราวกับเกี๊ยวในน้ำเดือด ความคิดต่างๆ ผุดขึ้นมาไม่หยุด เขาค่อยๆ ยื่นเงิน 10 หยวนส่งให้ ปลายนิ้วสัมผัสหลังมือของฉินไหวรู้ที่รับเงินไป แบกไม่ได้ตั้งใจ จุ๊ๆ เหอวิจู้ฉีกยิ้มกว้างจนถึงหูเผยให้เห็นฟันขาวซี่ใหญ่ พี่ฉินมือนี้นะเหมือนเต้าหู้อ่อนเลยลื่นปรี๊ด ฉินไหวหรูชักมือกลับราวกับถูกไฟช็อต พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรือกระทืบเท้าด้วยความเขินอายปนโมโห จู้จื่อ แกทำอะไรเนี่ย เนี่ยแกทำแบบนี้กับพี่ได้ยังไง น้ำเสียงกระเง้ากระหงอดนั้นแทรกซึมเข้าหูเหอวิจู้ช่างไพเราะและสมจริงเหลือเกิน ทำให้หัวใจของคนที่โสดมาตลอด 20 กว่าปีเต้นระรัวจนแทบจะต้มน้ำเดือดได้ เหอวิจู้หัวเราะฮือๆ ขยับเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่งแล้วลดเสียงต่ำลง พี่ชิงขอปรึกษาอะไรหน่อยสิ พี่ดูสิพี่ขอยืมเงินฉันไปตั้งเยอะแล้วใช่ไหม เอาเป็นว่าพี่มันนอนกับฉันสักคืนและเงินพวกนั้นพี่ก็ไม่ต้องคืนแล้ว ฉันจะแถมให้อีก 10 หยวนด้วย เป็นไง เขาถูมือไปมาในใจคิดคำนวณเสียงดังป๊อกแป๊ก ยังไงซะนี่ก็เป็นแค่ความฝัน จะทำเกินเลยแค่ไหนก็ไม่มีใครมาวุ่นวายได้ ยิ่งไปกว่านั้นคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือแม่ดอกบัวขาวฉินที่เขาไฟฝันมานาน อุตส่าห์ฝันถึงทั้งทีผ่านหมู่บ้านนี้ไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีร้านนี้อีกไหม ถุย ชินไหวหรหรูทำท่าราวกับแมวถูกเหยียบหาง เบิกตากลมโตชี้หน้าด่าเหอวิจู้ซ่าจู้ แกโรคจิตเหรอ ใบหน้าของเธอแดงก่ำแทบจะเทียบได้กับปูสุกที่เพิ่งขึ้นจากหม้อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขินหรือโกรธเธอวิจู้กันแน่ โรคจิตเหอวิจู้เลิกคิ้วนึกถึงสิ่งที่เขียนในนิยายแฟนฟิก ฉินไหวหรูคนนี้มันเป็นพวกขาดการสั่งสอน ยิ่งตามใจเธอก็ยิ่งเห็นเขาเป็นไอ้โง่ แต่ถ้ากำจุดอ่อนเธอไว้ได้ เธอจะว่าง่ายกว่าใครๆ แกเอาเงินฉันไป ฉันแกปรนิบัติคืนนึงมันจะเป็นอะไรไปล่ะ แกบ้าไปแล้วเหรอ ชิ้นไหวหรูเต็มไปด้วยความตกตะลึง เมื่อมองดูสีหน้าเหลือเชื่อและความดูถูกที่ปิดไม่มิดของฉินไวรู้ ความอึดอัดของมนุษย์เงินเดือนยุคปัจจุบันและความแค้นใจของการเป็นหมาเลียของสาจู้ในความฝันก็รวมตัวกันกลายเป็นไฟตัณหาในพริบตา ในหัวของเขาเหลือเพียงความคิดเดียว โรเจียโหมชิ้นนี้อย่างฉินไหวหรูวันนี้ฉันต้องกินให้ได้ เลิกพูดมากได้แล้ว เหอวิจู้คว้าข้อมือฉินไหวหรูแล้วลากเข้าไปในห้องนอนที่สภาพเหมือนรังหมาของตัวเอง เวรเอ๊ย ฉันเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่แกยังไม่ยอมให้ฉันแตะแม้แต่ปลายนิ้ว วันนี้ฉันจะขืนใจแกซะ ช่วย ชินไหวหรูเพิ่งได้สติและคิดจะตะโกนเรียกคน น่าเสียดายที่เหอหรือวิจู้ตอบสนองไวมาก มือใหญ่ข้างหนึ่งปิดปากเธอไว้อย่างแม่นยำ ส่วนมืออีกข้างก็ทั้งผลักทั้งดันกดร่างของคนตัวเล็กลงบนเตียงที่ส่งกลิ่นเฉพาะตัวของชายโสด ชิ้นไหวหรูดิ้นรนราวกับปลาขาดน้ำ แต่จะสะบัดหลุดจากร่างกายกำยำทรงพลังของเหอวิจู้ไปได้อย่างไร เธอตื่นตระหนกของจริง แล้วปกติซาจู้ที่เอาแต่ยิ้มซื่อๆ เวลาขอยืมเงินก็แทบจะล้วงกระเป๋ากางเกงเอามาประเคนให้ วันนี้ทำไมถึงเหมือนโดนถีม้าพ่อพันธุเข้าสิงกันละ เธอคิดไม่ถึงเลยว่าซาจู้ที่ปกติดูโง่ๆ ทึ่มๆ ต่อหน้าเธอจะมาใช้กำลังบังคับเธอแบบนี้ ก่อนหน้านี้เวลามาขอยืมเงินเขายังไม่กล้าแสดงท่าทีแบบนี้เลยสักนิด กระทั่งว่าถ้าเธอทำท่าทีไม่อยากรับเงินของเขา เขายังยัดเยียดให้ ขอร้องให้เธอรับไว้ด้วยซ้ำ แต่วันนี้ซาจู้มันกินยาผิดขวดมาหรือไง ก็เพราะเธอเชื่อว่าซาจู้คนนี้ไม่กล้าทำอะไรเธอ เธอถึงได้วางใจอยู่กับเหอวี่จู้ตามลำพังในห้อง อย่าว่าแต่เธอเลย แม้แต่แม่สามีที่คอยแต่จะหาเรื่องและด่าว่าเธอหน้าด้านอยู่ทุกวันก็ยังวางใจปล่อยให้เธอมาขอยืมเงินจากซาจู้คนนี้ ที่แย่กว่านั้นคือตอนที่เธอเข้ามา เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาเห็นตอนยืมเงินแล้วจะเสียเรื่อง เธอเลยจัดการลงกลอนประตูบ้านซาจู้เสษศัพท์ คราวนี้จะร้องเรียกฟ้าก็ไม่ตอบ เรียกร้องดินก็ไม่เหลียวแล้ว เหอวิจู้ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เขากำลังวุ่นวายอยู่กับการปลุกปล้ำกับเข็มขัดกางเกงของฉินไหวหรูจนเหงื่อตก ฉินไหวหรูก็ถีบขาสองข้างไปมาราวกับกงล้อไฟ อยู่นิ่งๆ เหอวิจู้เกิดฉลาดขึ้นมากะทันหัน หรือจะเรียกว่าหมาจนตรอกก็ว่าได้ เขาคำรามเสียงต่ำอย่างดูร้าย เวรเอ๊ย ถ้าแกขยับอีกทีเชื่อไหมว่าฉันจะไปข้า่าปั้งเกิ่งทิ้งเดี๋ยวนี้เลย เขารู้ดีว่าสิ่งที่ฉินไหวหรูใส่ใจที่สุดก็คือลูกชายคนนี้ ปั้งเกิ่งคือจุดตายของเธอ ได้ผล ฉินไหวหรูชะงักไปในพริบตาราวกับถูกสกัดจุด ต่อให้เหอวิจู้ปล่อยมือที่ปิดปาก เธอๆ ก็ทำเพียงกัดริมฝีปากไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่อเดียว แม้กระทั่งตอนที่เหอวิจู้แลกเปลี่ยนอย่างลึกซึ้ง เธอยังเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่นเพราะกลัวว่าจะทนไม่ไหวจนส่งเสียงออกมา เธอไม่กล้าเสี่ยงว่าซาจู้จะกล้าฆ่าปั้งเกิ่งจริงไหม สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ยังอธิบายปัญหาได้ไม่ชัดเจนพออีกเหรอ เหรอ 10 กว่านาทีต่อมา เฮอิจจู้พลิกตัวนอนหงายอย่างพึงพอใจ มองดูรอยดั่งบนเพดานสมองขาวโพลน เข้าสู่โหมดเวลาแห่งนักปราชญ์ ครั้งแรกนี้นะมักจะขาดประสบการณ์เสมอเลยออกแรงมากไปหน่อย แล้วก็รู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง ฉินไหวหรูลุกขึ้นเงียบๆ สวมกางเกงอย่างลุกลี้ลุกลนไม่พูดไม่จา แววตาซับซ้อนล่องลอยอยากจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อะแห้ม เหอวิจู้กระแอมในลำคอแฝงไปด้วยความใจปล้ำและความรู้สึกผิด หลังเศรษฐกิจเอ่อจัดผมเผ้าให้เรียบร้อยก่อนค่อยออกไป จะได้ไม่โดนใครเห็นแล้วเอาไปนินทา อ้อ ใช่ ในกระเป๋ากางเกงฉันยังมีอีก 20 หยวน แกเอาไปเถอะ ยังไงก็เป็นเงินในฝัน เก็บไว้ก็เอาไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ สู้เอามาทำความดีความชอบซื้อใจแม่หม้ายหน้าสวยคนนี้ดีกว่า เผื่อครั้งหน้าฝันถึงแล้วจะได้สานต่อความสัมพันธ์อีกไง ฉินไหวหรูชะงักฝีเท้า รีบใช้มือสางผมอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ก้มลงเก็บกางเกงที่เหอวิจู้ทิ้งขว้างไว้บนพื้นอย่างไม่เกรงใจ ล้วงเอาแบงค์ต้าถวนเจี๋ธนบัตร 10 หยวน 2 ใบออกมาจากกระเป๋าอย่างแม่นยำ กำไว้ในมือ รีบดึงกอนประตูแล้วผลออกไป ตอนที่จากไปยังไม่ลืมที่จะช่วยเหอวิี่จู้ปิดประตูให้ด้วย เหอวิจู้นอนอยู่บนเตียงฟังเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไป เดาะลิ้นนึกถึงความฝันที่สมจริงสุดๆ เมื่อกี้เปลือกตาก็เริ่มสู้กันอีกครั้ง ฝันนี้คุ้มแล้ว เขาบ่นพึมพำก่อนจะหลับสนิทไป เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น สู้ๆ เคร้งเฮตาเฒ่าหลี่คนในห้องน้ำเยอะไหม เอี๊ดวงดนตรีซินโฟนี่สารพัดเสียงยามเช้าของเรือน 4 ประสานแบบฉบับปักกิ่งเก่า ทะลวงผ่านกำแพงและซอกหน้าต่างที่ไม่มีคุณสมบัติเก็บเสียงเลยแม้แต่น้อย กรอกหูเหอวิี่จู้อย่างไร้ความปราณี เอ๊ย ใครวะมารื้อบ้านอะไรแต่เช้า ตรุเนี่ยจะให้คนเขาอยู่กันไหม เหอวิจู้ถูกรบกวนจนปวดหัว หลับตาคลำไปที่โต๊ะหัวเตียงด้วยความเคยชิน เอ๊ะ โทรศัพท์มือถือ iPhone 7 Plus มือสองที่เขาใช้มา 5-6 ปีล่ะ คลำหาอีกหลายครั้งก็ยังไม่มี เหอวิจู้สะดุ้งเฮือกลุกพรวดขึ้นนั่ง เบิกตากว้างราวกับกระดิ่งทองเหลือง เอ๊ย อะไรเนี่ย มือถือฉันล่ะ ความมุ่งหายเป็นทิ้งในพริบตา เหงื่อเย็นผุดพราย ไอ้ศาลเลวหน้าไหนมันขโมยมือถือฉันไปเนี่ย ในนั้นยังติดหนี้ฮาเปอร์อยู่อีกตั้งหลายพัน แบบนี้มันก็จะทำให้เครดิตงาของฉันกลายเป็นงาบทเลยหรือไง เขามองไปรอบๆ อย่างลุกลี้ลุกลน เตรียมจะทักทายโคตรนอกศักราชของไอ้ศาลเลวที่ขโมยมือถือเขาไป จากนั้นเขาก็แข็งค้างกลายเป็นหินไปเลย ที่ที่นี่มันที่ไหนวะเนี่ย สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ห้องเช่าที่ร้อนชื้นและมีเสียงแอกระหึมของเขา แต่เป็นกำแพงแงดินที่แปะด้วยหนังสือพิมพ์เก่าๆ หน้าต่างบานพับไม้แบบโบราณ เฟอร์นิเจอร์ไม้ผุผุ สีลอกในอากาศอบอวนไปด้วยกลิ่นแห้งๆ เย็นๆ และแฝงไปด้วยกลิ่นคาวที่เขาคุ้นเคย ฉันสิ่งที่โดนขโมยไม่ใช่โทรศัพท์แต่เป็นตัวฉันเองเหรอวะเนี่ย ความคิดน่ากลัวแล่นเข้ามาในหัว หรือว่าฉันถูกจับตัวมาเจาะไตที่พม่าขั้วเหนือวะเนี่ย เขาเลิกผ้าห่มที่แข็งกระด้างและมีกลิ่นเหม็นอับของเท้าออกด้วยความหวาดกลัว สองมือสั่นเถาลูกคลำไปที่หลังเอวของตัวเอง โชคดีผิวยังเรียบเนียนไม่มีรอยแผลเป็นตะขาบอย่างที่คิด แต่ยังอย...
Speaker A
โทรศัพท์มือถือเพิ่งอ่านนิยายแฟนฟิกรัก เต็มเรือน 4 ประสานตอนล่าสุดที่ทำให้เขา ทั้งรักทั้งเกลียดจบนอกหน้าต่างคลื่นความ ร้อนแผ่ซ่านเครื่องปรับอากาศเก่าแก่อายุ การใช้งานกว่า 10 ปีในห้องกำลังส่งเสียง ดังกล้องราวกับรถแทรคเตอร์ลงนาอย่างขยัน ขันแข็งจิซาจู้เป็นหมาเลียได้น่าอึดอัด ชะมัดเขาบ่นพึมพำเปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง ขึ้นเรื่อยๆในใจอดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้า ตัวเองเป็นซาจู้ที่มีชื่อและนามสกุลเดียว กันในหนังสือจะจัดการกับแม่ดอกบัวขาว อย่างฉินไหวหรูยังไงเสียงรบกวนของแอราว กับเป็นเพลงกล่อมเด็กสติของเขาค่อยๆเลือน ลางลงดูเหมือนว่าในความฝันยุค 60 นครซื่อ จิวเรือน 4 ประสานหมายเลข 95 ตรอกหนาหลัว กู่เหอวิจุสู้มองฉินไหวหรูที่ยืนหน้าตาสว อยู่ตรงหน้าอารมณ์ตื่นเต้นพรุ่งพล่านราว กับเกี๊ยวในน้ำเดือดความคิดต่างๆผุดขึ้น มาไม่หยุดเขาค่อยๆยื่นเงิน 10 หยวนส่งให้ ปลายนิ้วสัมผัสหลังมือของฉินไวรู้ที่รับ เงินไปแบกไม่ได้ตั้งใจจุ๊ๆเหอวิจู้ฉีก ยิ้มกว้างจนถึงหูเผยให้เห็นฟันขาวซี่ใหญ่ พี่ฉินมือนี้นะเหมือนเต้าหู้อ่อนเลยลื่น ปรี๊ดฉินไหวหรูชักมือกลับราวกับถูกไฟช็อต พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรือกระทืบเท้าด้วย ความเขินอายปนโมโหจู้จื่อ แกทำอะไรเนี่ยเนี่ยแก ทำแบบนี้กับพี่ได้ยังไงน้ำเสียงกระเง้า
Speaker A
กระหงอดนั้นแทรกซึมเข้าหูเหอวิจู้ช่าง ไพเราะและสมจริงเหลือเกินทำให้หัวใจของคน ที่โสดมาตลอด 20 กว่าปีเต้นระรัวจนแทบจะ ต้มน้ำเดือดได้เหอวิจู้หัวเราะฮือๆขยับ เข้าไปใกล้ก้าวหนึ่งแล้วลดเสียงต่ำลงพี่ ชิงขอปรึกษาอะไรหน่อยสิพี่ดูสิพี่ขอยืม เงินฉันไปตั้งเยอะแล้วใช่ไหมเอาเป็นว่า พี่มันนอนกับฉันสักคืนและเงินพวกนั้นพี่ ก็ไม่ต้องคืนแล้วฉันจะแถมให้อีก 10 หยวน ด้วยเป็นไงเขาถูมือไปมาในใจคิดคำนวณเสียง ดังป๊อกแป๊กยังไงซะนี่ก็เป็นแค่ความฝันจะ ทำเกินเลยแค่ไหนก็ไม่มีใครมาวุ่นวายได้ ยิ่งไปกว่านั้นคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือแม่ ดอกบัวขาวฉินที่เขาไฟฝันมานานอุตส่าห์ฝัน ถึงทั้งทีผ่านหมู่บ้านนี้ไปแล้วก็ไม่รู้ ว่าจะมีร้านนี้อีกไหมถุยชินไหวหรหรูทำท่า ราวกับแมวถูกเหยียบหางเบิกตากลมโตชี้หน้า ด่าเหอวิจู้ซ่าจู้ แก โรคจิตเหรอใบหน้าของเธอแดงก่ำแทบจะเทียบ ได้กับปูสุกที่เพิ่งขึ้นจากหม้อไม่รู้ว่า เป็นเพราะเขินหรือโกรธเธอวิจู้กันแน่ โรคจิตเหอวิจู้เลิกคิ้วนึกถึงสิ่งที่ เขียนในนิยายแฟนฟิกฉินไหวหรูคนนี้มันเป็น พวกขาดการสั่งสอนยิ่งตามใจเธอก็ยิ่งเห็น เขาเป็นไอ้โง่แต่ถ้ากำจุดอ่อนเธอไว้ได้ เธอจะว่าง่ายกว่าใครๆแกเอาเงินฉันไปฉันแก ปรนิบัติคืนนึงมันจะเป็นอะไรไปล่ะแกบ้าไป แล้วเหรอชิ้นไหวหรูเต็มไปด้วยความตกตะลึง เมื่อมองดูสีหน้าเหลือเชื่อและความดูถูก ที่ปิดไม่มิดของฉินไวรู้ความอึดอัดของ มนุษย์เงินเดือนยุคปัจจุบันและความแค้นใจ ของการเป็นหมาเลียของสาจู้ในความฝันก็รวม ตัวกันกลายเป็นไฟตัณหาในพริบตาในหัวของ เขาเหลือเพียงความคิดเดียวโรเจียโหมชิ้น นี้อย่างฉินไหวหรูวันนี้ฉันต้องกินให้ได้
Speaker A
เลิกพูดมากได้แล้วเหอวิจู้คว้าข้อมือฉิน ไหวหรูแล้วลากเข้าไปในห้องนอนที่สภาพ เหมือนรังหมาของตัวเองเวรเอ๊ยฉันเสียเงิน ไปตั้งเท่าไหร่แกยังไม่ยอมให้ฉันแตมแม้ แต่ปลายนิ้ววันนี้ฉันจะขืนใจแกซะ ช่วยชินไหวหรูเพิ่งได้สติและคิดจะตะโกน เรียกคนน่าเสียดายที่เหอหรือวิจู้ตอบสนอง ไวมากมือใหญ่ข้างหนึ่งปิดปากเธอไว้อย่าง แม่นยำส่วนมืออีกข้างก็ทั้งผลักทั้งดันกด ร่างของคนตัวเล็กลงบนเตียงที่ส่งกลิ่น เฉพาะตัวของชายโสดชิ้นไหวหรูดิ้นรนราวกับ ปลาขาดน้ำแต่จะสะบัดหลุดจากร่างกายกำยำ ทรงพลังของเหอวิจู้ไปได้อย่างไรเธอตื่น ตระหนกของจริงแล้วปกติซาจู้ที่เอาแต่ยิ้ม ซื่อๆเวลาขอยืมเงินก็แทบจะล้วงกระเป๋า กางเกงเอามาประเคนให้วันนี้ทำไมถึงเหมือน โดนถีม้าพ่อพันธุเข้าสิงกันละเธอคิดไม่ ถึงเลยว่าซาจู้ที่ปกติดูโง่ๆทึ่มๆต่อหน้า เธอจะมาใช้กำลังบังคับเธอแบบนี้ก่อนหน้า นี้เวลามาขอยืมเงินเขายังไม่กล้าแสดงท่า ทีแบบนี้เลยสักนิดกระทั่งว่าถ้าเธอทำท่า ทีไม่อยากรับเงินของเขาเขายังยัดเยียดให้ ขอร้องให้เธอรับไว้ด้วยซ้ำแต่วันนี้ซาจู้ มันกินยาผิดขวดมาหรือไงก็เพราะเธอเชื่อ ว่าซาจู้คนนี้ไม่กล้าทำอะไรเธอเธอถึงได้ วางใจอยู่กับเหอวี่จู้ตามลำพังในห้องอย่า ว่าแต่เธอเลยแม้แต่แม่สามีที่คอยแต่จะหา เรื่องและด่าว่าเธอหน้าด้านอยู่ทุกวันก็ ยังวางใจปล่อยให้เธอมาขอยืมเงินจากซาจู้ คนนี้ที่แย่กว่านั้นคือตอนที่เธอเข้ามา เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาเห็นตอนยืมเงิน แล้วจะเสียเรื่องเธอเลยจัดการลงกลอนประตู บ้านซาจู้เสษศัพท์คราวนี้จะร้องเรียกฟ้า ก็ไม่ตอบเรียกร้องดินๆก็ไม่เหลียวแล้วเหอ วิจู้ไม่สนใจเรื่องพวกนี้เขากำลังวุ่นวาย อยู่กับการปลุกปล้ำกับเข็มขัดกางเกงของ ฉินไหวหรูจนเหงื่อตกฉินไหวหรูก็ถีบขาสอง ข้างไปมาราวกับกงล้อไฟอยู่นิ่งๆเหอวิจู้ เกิดฉลาดขึ้นมากะทันหันหรือจะเรียกว่าหมา จนตรอกก็ว่าได้เขาคำรามเสียงต่ำอย่างดู
Speaker A
ร้ายเวรเอ๊ยถ้าแกขยับอีกทีเชื่อไหมว่าฉัน จะไปข้า่าปั้งเกิ่งทิ้งเดี๋ยวนี้เลยเขา รู้ดีว่าสิ่งที่ฉินไหวหรูใส่ใจที่สุดก็ คือลูกชายคนนี้ปั้งเกิ่งคือจุดตายของเธอ ได้ผลฉินไหวหรูชะงักไปในพริบตาราวกับถูก สกัดจุดต่อให้เหอวิจู้ปล่อยมือที่ปิดปาก เธอๆก็ทำเพียงกัดริมฝีปากไม่กล้าส่งเสียง ออกมาแม้แต่อเดียวแม้กระทั่งตอนที่เหอ วิจู้แลกเปลี่ยนอย่างลึกซึ้งเธอยังเอามือ ปิดปากตัวเองไว้แน่นเพราะกลัวว่าจะทนไม่ ไหวจนส่งเสียงออกมาเธอไม่กล้าเสี่ยงว่า ซาจู้จะกล้าฆ่าปั้งเกิ่งจริงไหมสิ่งที่ เขาทำอยู่ตอนนี้ยังอธิบายปัญหาได้ไม่ชัด เจนพออีกเหรอเหรอ 10 กว่านาทีต่อมา เฮอิจจู้พลิกตัวนอนหงายอย่างพึงพอใจมองดู รอยดั่งบนเพดานสมองขาวโพลนเข้าสู่โหมด เวลาแห่งนักปราชญ์ครั้งแรกนี้นะมักจะขาด ประสบการณ์เสมอเลยออกแรงมากไปหน่อยแล้วก็ รู้สึกเหนื่อยอยู่บ้างฉินไหวหรูลุกขึ้น เงียบๆสวมกางเกงอย่างลุกลี้ลุกลนไม่พูด ไม่จาแววตาซับซ้อนล่องลอยอย่าจะรีบออกไป จากที่นี่ให้เร็วที่สุดอะแห้มเหอวิจู้ กระแอมในลำคอแฝงไปด้วยความใจปล้ำและความ รู้สึกผิดหลังเศรษฐกิจเอ่อจัดผมเผ้าให้ เรียบร้อยก่อนค่อยออกไปจะได้ไม่โดนใคร เห็นแล้วเอาไปนินทาอ้อใช่ในกระเป๋ากางเกง ฉันยังมีอีก 20 หยวนแกเอาไปเถอะยังไงก็ เป็นเงินในฝันเก็บไว้ก็เอาไปใช้ในชีวิต จริงไม่ได้สู้เอามาทำความดีความชอบซื้อใจ แม่หม้ายหน้าสวยคนนี้ดีกว่าเผื่อครั้ง หน้าฝันถึงแล้วจะได้สานต่อความสัมพันธ์ อีกไงฉินไหวหรูชะงักฝีเท้ารีบใช้มือสางผม อย่างรวดเร็วจากนั้นก็ก้มลงเก็บกางเกงที่ เหอวิจู้ทิ้งขว้างไว้บนพื้นอย่างไม่เกรง ใจล้วงเอาแบงค์ต้าถวนเจี๋ธนบัตร 10 หยวน 2
Speaker A
ใบออกมาจากกระเป๋าอย่างแม่นยำกำไว้ในมือ รีบดึงกอนประตูแล้วผลออกไปตอนที่จากไปยัง ไม่ลืมที่จะช่วยเหอวิี่จู้ปิดประตูให้ ด้วยเหอวิจู้นอนอยู่บนเตียงฟังเสียงฝี เท้าที่เดินห่างออกไปเดาะลิ้นหนึกถึงความ ฝันที่สมจริงสุดๆเมื่อกี้เปลือกตาก็เริ่ม สู้กันอีกครั้งฝันนี้คุ้มแล้วเขาบ่นพึมพำ ก่อนจะหลับสนิทไปเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นสู้ๆ เคร้งเฮตาเฒ่าหลี่คนในห้องน้ำเยอะไหม เอี๊ดวงดนตรีซินโฟนี่สารพัดเสียงยามเช้า ของเรือน 4 ประสานแบบฉบับปักกิ่งเก่า ทะลวงผ่านกำแพงและซอกหน้าต่างที่ไม่มี คุณสมบัติเก็บเสียงเลยแม้แต่น้อยกรอก หูเหอวิี่จู้อย่างไร้ความปราณี เอ๊ยใครวะมารื้อบ้านอะไรแต่เช้า ตรุเนี่ยจะให้คนเขาอยู่กันไหมเหอวิจู้ถูก รบกวนจนปวดหัวหลับตาคลำไปที่โต๊ะหัวเตียง ด้วยความเคยชินเอ๊ะโทรศัพท์มือถือ iPhone 7 Plus มือสองที่เขาใช้มา 5-6 ปีล่ะ คล่ำหาอีกหลายครั้งก็ยังไม่มีเหอวิจู้ สะดุ้งเฮือกลุกพรวดขึ้นนั่งเบิกตากว้าง ราวกับกระดิ่งทองเหลืองเอ๊ย อะไรเนี่ยมือถือฉันล่ะความมุ่งหายเป็น ทิ้งในพริบตาเหงื่อเย็นผุดพรายไอ้ศาลเลว หน้าไหนมันขโมยมือถือฉันไปเนี่ยในนั้นยัง ติดหนี้ฮาเปอร์อยู่อีกตั้งหลายพันแบบนี้ มันก็จะทำให้เครดิตงาของฉันกลายเป็นงาบท เลยหรือไง เขามองไปรอบๆอย่างลุกลี้ลุกลนเตรียมจะทัก ทายโคตรนอกศักราชของไอ้ศาลเลวที่ขโมยมือ ถือเขาไปจากนั้นเขาก็แข็งค้างกลายเป็นหิน ไปเลยที่ที่นี่มันที่ไหนวะเนี่ย สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ห้องเช่าที่
Speaker A
ร้อนชื้นและมีเสียงแอกระหึมของเขาแต่เป็น กำแพงแงดินที่แปะด้วยหนังสือพิมพ์เก่าๆ หน้าต่างบานพับไม้แบบโบราณเฟอร์นิเจอร์ ไม้ผูผๆสีลอกในอากาศอบอวนไปด้วยกลิ่นแห้ง ๆเย็นๆและแฝงไปด้วยกลิ่นคาวที่เขาคุ้นเคย ฉันสิ่งที่โดนขโมยไม่ใช่โทรศัพท์แต่เป็น ตัวฉันเองเหรอวะเนี่ยความคิดน่ากลัวแล่น เข้ามาในหัวหรือว่าฉันถูกจับตัวมาเจาะไต ที่พม่าขั้วเหนือวะเนี่ย เขาเลิกผ้าห่มที่แข็งกระด้างและมีกลิ่น เหม็นอับของเท้าออกด้วยความหวาดกลัว 2 มือสั่นเถาลูกคลำไปที่หลังเอวของตัวเอง โชคดีผิวยังเรียบเนียนไม่มีรอยแผลเป็น ตะขาบอย่างที่คิดแต่ยังอยู่หรือว่าพวกโจร เรียกฆ่าไถ่ยังไม่ทันลงมือเหอวิจุยังคง หวาดผวาความเย็นเยียบแล่นจากฝ่าเท้าพุ่ง ตรงขึ้นสู่กระหม่อม ไม่ได้การล่ะจะมานั่งรอความตายไม่ได้ต้อง หาที่ซ่อนตัวทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ในหัวของเหอวิจู้ฉากตรงหน้าก็เปลี่ยนไปใน พริบตา เรื่องนี้ทำไว้จนครบแล้วเพียงสมัครสมาชิก รายเดือนที่นิยายบายมันตราเพื่อฟังนิยาย เสียงเหมาแบบบุฟเฟ่ต์ได้ทุกเรื่องเป็น ร้อยเรื่องแค่เดือนละ 98 บาทได้ที่เว็บ อิงเรมนะครับลิงก์วิธีสมัครอยู่ในช่อง คอมเมนต์ YouTube เลยครับบทที่ 2 พื้นที่ มิติผ้าตรงหน้าหมุนคว้างอยู่พักหนึ่งพอ เหอวี่จู้ปรับสายตาให้โฟกัสได้อีกครั้งก็ แทบจะถลนลูกตาออกมาเขากำลังยืนอยู่ในสถาน ที่ที่มีภูเขาเขียวขจีสายน้ำใสสะอาดนก ร้องดอกไม้หอมอากาศบริสุทธิ์จนแทบจะบรรจุ กล่องขายได้เลยพระเจ้าช่วยกล้วยทอดฝันนี้
Speaker A
มีภาคต่อด้วยเหรอเขาหยิกเนื้อต้นขาตัวเอง อย่างแรงซีดโดดโอ๊ยเจ็บจนต้องสูดปาก 7 ไม่ได้ฝันไปจริงๆเหรอเนี่ยเนี่ย ยืนอึ้งอยู่พักใหญ่พอลองนึกย้อนไปถึงฝัน ดีที่สมจริงจนเกินเบอเมื่อคืนความคิดหลุด โลกที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นเล็กๆก็ผุด ขึ้นมาให้ตายเถอะหรือว่าฉันจะทะลุมิติมา จริงๆวะเนี่ยแถมยังมาอยู่ในร่างของซาจู้ ที่ชื่อเหมือนกันแป๊ะอีกเรื่องเมื่อคืน เป็นเรื่องจริงนั้นเหรองั้นที่นี่โอโหว่า จะเป็นนิ้วทองคำในตำนาน พอคิดถึงฉินไหวหรูเหอวิจู้ก็เก็บซ่อนความ ภาคภูมิใจเล็กๆในใจไว้ไม่อยู่รอยยิ้มฉี่ กว้างไปถึงหลังหูหือๆรสชาตินั้นชวนให้ รำลึกจริงๆหรือว่าคืนนี้ความคิดลามกเพิ่ง จะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาจู้จื่อจู้จื่อแดดแยง ก้นแล้วยังไม่ตื่นอีกเหรอ รอให้โรงงานหักเงินเดือนแกหรือไงเสียงทรง พลังราวกับติดเครื่องขยายเสียงดังระเบิด ขึ้นในหัวของเขาโดยตรงสั่นคลอนภาพอันน่า หลงใหลเหล่านั้นจนแหลกละเอียดในพริบตาหืม เหอวิจู้สะดุ้งเฮือกใครเนี่ยเรียกฉันว่า จู้จึฟังดูเหมือนผู้ชายวัยกลางคนถึงวัย ชราอี้จงไห่ต้องเป็นคุณลุงใหญ่จอมเสแร้ง คนนั้นแน่ๆในหัวของเขามีแทกนิยายแฟนฟิก แล่นผ่านอย่างรวดเร็วผู้มีอำนาจใน 4 ประสานช่างฟิตเตอร์ระดับ 8 อาจารย์ของ เจียตงซวี่ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นจอมเสร้ง ส่วนในซีรียส์นะเหรอเหอะตอนหลังๆติด VP หมดแหละคนจนกรอบอย่างเขาแค่เว็บเถื่อนยัง ขี้เกียจกดเข้าไปดูเลยพอได้ยินเสียงฝี เท้าใกล้เข้ามาจากนอกประตูขนอ่อนของเหอ วิจู้ก็ลุกชันประตูไม่ได้ล็อคถ้าตาเฒ่าคน นี้ผลักประตูเข้ามาแล้วเห็นสภาพเลยเปล่า ล่อนจ้อนของเขาออกไปเขาทำตามวิธีในนิยาย
Speaker A
ท่องรหัสผ่านในใจฟุบเขากลับไปนอนอยู่บน เตียงรังหมาที่แผ่กลิ่นอายเฉพาะตัวของชาย โสดอีกครั้งโอ๊ยคุณลุงใหญ่เดี๋ยวนี้นี่ แหละกำลังลุกแล้วเหอวิจู้แหกปากตะโกนกลัว ว่าถ้าช้าไปวิเดียวอี้จงไหจะพองประตูเข้า มานอกประตูมือของอี้จงไห่ที่เพิ่งยกขึ้น แต่บานประตูชะงักไปเอาเธอเร็วๆหน่อยล่ะ ฉันไปก่อนนะถ้าสายแล้วโดนหักเงินก็อย่ามา โทษคนอื่นพูดจบเสียงฝีเท้าก็ค่อยๆห่างออก ไปเขาเป็นเหมือนฟันเฟืองในโรงช่างท้าสาย ก็โดนหักเงินจริงๆไม่เหมือนซาจู้ที่เป็น พ่อครัวใหญ่ประจำโรงอาหารแค่ตอนเปิดกิน ข้าวมีกับข้าวในหม้อผู้อำนวยการโรงงานก็ ไม่ว่าอะไรมากหรอกส่วนเหตุผลที่เขาต้อง มาเรียกเหอวิจู้ตื่นนอนนั้นย่อมต้องมีแผน การเล็กๆน้อยๆของตัวเองแฝงอยู่อย่างแรก คือต้องการแสดงให้ผู้พักอาศัยในลานเรือน เห็นว่าเขาใส่ใจเรื่องงานของเหอวิจู้ อย่างที่ 2 คือต้องการปลุกฝังให้เหอวิจุ้ คุ้นชินกับการเชื่อฟังคำพูดของเขาอย่าง เงียบๆรับทราบเหอวิจุ้ขานรับไม่ได้คิด อะไรมากดีตัวลุกขึ้นนั่งคว้ากางเกงที่ เพิ่งผ่านการเยือนจากฉินไหวหรูเมื่อคืนมา สวมท่าทางคล่องแคล่วไม่เหมือนคนที่เพิ่ง ตื่นนอนเลยสักนิดเหอวิจู้ถือแก้วเคลือบมี หูพร้อมแปรงสีฟันเดินแกว่งไปแกว่งมาจนถึง ก๊อกน้ำกลางลานเรือนเพิ่งจะแปรงฟันจนฟอง ฟากก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ะ หยันและเสียดสีลอยมาจากด้านหลังโย่ซาจุ วันนี้ทำไมตื่นสายจังวะเมื่อคืนคงไม่ได้ ไปปีนขึ้นเตียงเมียบ้านไหนมาหรอกนะเหอ วิจุ่าแปลงสีฟันค่อยๆหันหลังกลับมาโหชาย หนุ่มหน้าม้าที่กำลังจูงจักรยานอยู่ถ้า ไม่ใช่ไอ้เวรสวีต้าเมแล้วจะเป็นใครได้อีก ครกๆถุยเหอวิจู้ไม่รีบร้อนบ้วนน้ำยาบ้วน ปากวาดเป็นเส้นโค้งที่สวยงามพ่นใส่พื้น ตรงหน้าเท้าของสวีต้าเมื่ออย่างแม่นยำ โอ๊ยเอ๋ยซาจู้
Speaker A
แกเป็นบ้าอะไรวะสวีต้าเมื่อตกใจกระโดดหยง สูง 3 ศอกน่าเสียดายที่ขากางเกงรีดเรียบ กริบของเขายังคงสัมผัสแนบแน่นกับหยดน้ำ โคลนที่สาดกระเซ็นขึ้นมากางเกงตัวใหม่ของ ฉัน เหอวิจู้เช็ดฟองที่มุมปากปากหัวเราะร่า ราวกับพังพรที่ขโมยไก่มาได้สวีต้าเมตา ข้างไหนของแกเห็นฉันปีนขึ้นเตียงเมียชาว บ้านวะหรือว่าเตียงที่ฉันปีนขึ้นไปเป็น เตียงของโหลเสี่ยวเอ๋อของบ้านแก ยืนดูอยู่ข้างๆอย่างมมันล่ะสิทำไมไม่ส่ง เสียงล่ะวะเขาเปิดฉากยิงเต็มกำลังเจาะจง แทงใจดำสวีต้าเม่าโดยเฉพาะอ่านแฟนฟิกมา ตั้งเยอะเขารู้ดีว่าไอ้หมอนี่มันมีนิสัย ยังไงเก่งนักเรื่องทำลายเนื้อคู่ของซาจู้ เลวซามต่ำช้าสุดๆเฮอวิจู้เคยเห็นหนังสือ บางเล่มฟอกขาวให้สวีต้าเม่าโดยให้เหตุผล ว่าเพราะเขาไม่ถูกกับอี้จงไหสำหรับเรื่อง นี้เขาไม่เห็นด้วยเลยความเลวของสวีต้า เมื่อมันสลักลึกถึงกระดูกแถมอย่าไม่มี เส้นแบ่งศีลธรรมอีกต่างหากคนแบบนี้ก็ เหมือนกับเนื้อเพลงที่ร้องว่าถ่านมันเกิด มาก็ดำอยู่แล้วไม่ว่าจะล้างยังไงมันก็ เป็นของสกปรกอยู่วันยังค่ำ ไม่พูดถึงว่าอีจงไหคนนี้จะเป็นคนดีจริง หรือจอมเสแร้งกันแน่ความไม่พอใจที่สวีต้า เมื่อมีต่อเขาก็แสดงออกให้เห็นตอนที่ อี้จงไห่ช่วยพูดแทนเหอวิจู้พูดง่ายๆก็คือ สวีต้าเมพุ่งเป้าไปที่เหอวิจู้คอยหา เรื่องเหอวิจู้ตลอดนั่นแหละตอนนี้เขาคือ เหอวิจู้แกสวีต้าเมื่อพุ่งเป้าไปที่เหอ วิจู้ก็เท่ากับพุ่งเป้ามาที่ฉันแล้วฉันจะ ทนได้ยังไง อีกอย่างที่ฉันพูดก็ไม่ใช่เรื่องร้ายสาระ เตียงของโหลเสี่ยวเ๋อฉันต้องไปปีแน่ๆแถม ไม่ใช่รอให้พวกแกอย่ากันก่อนด้วยเรื่องหา เรื่องใส่ตัวแบบนี้สำหรับคนที่ทะลุมิติมา อยู่ในเรือน 4 ประสานทุกคนมันเป็นสิ่งที่
Speaker A
ต้องทำอยู่แล้วแกซ่าจู้ฉันจะสู้ตายกับแก สวีต้าเม่าโกรธจนหน้าเขียวปัดกันที่เมีย ตัวเองถูกนินทาต่อหน้าทางกำนันลูกผู้ชาย ที่ไหนก็ทนไม่ได้วันนี้ถ้าเขาไม่ซัดกับ เหอวิจู้สักตั้งคนอื่นคงคิดว่าเขาสวีต้า เป็นเต่าหัวหดไปแล้วสวีต้าโม่โยนจักรยาน ทิ้งแล้วพุ่งตัวเข้ามาด้วยท่าทางดูร้าย ราวกับกลางเล็บแยกเขี้ยวมาๆปู่คนนี้สะสม พลังมาทั้งคืนยังไม่มีที่ระบายพอดีวันนี้ จะช่วยยืดเส้นยื้อสายให้แกเองเหอวิจู้โยน แก้วเคลือบมีหูลงไปในอ่างน้ำถกแขนเสื้อ ขึ้นแล้วใส่ยะยิ้มเดินเข้าไปหาผลัวผัว ตุ๊กตาบทั้ง 2 คนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันใน พริบตาเหอวิจู้ประหลาดใจที่พบว่าฉายา เทพสงครามแห่งเรือน 4 ประสานไม่ได้ได้มา เพราะโชคช่วยจริงๆร่างกายแข็งแรงเป็นบ้า พละกำลังมหาศาลเวลาต่อยตีแทบไม่ต้องใช้ สมองกำปั้นกับฝาเท้ามีระบบนำทางในตัวพุ่ง เป้าไปที่จุดอ่อนของสวีต้าเม่าโดยเฉพาะ ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่าสวีต้าเมก็ถูกจับ ทุ่มลงไปกองกับพื้นเหอวิจู้ไม่พูดพร่ำทำ เพลงขึ้นคร่อมร่างอีกฝ่ายทันทีเงื้อมือ ใหญ่เท่าพัดใบลานขึ้นเพี้ยตบซ้ายตบขวา เสียงนั้นดังกังวาลใสราวกับจุดประทัดปี ใหม่ผสมผสานกับเสียงร้องโหยหวนและเสียง ก่นด่าราวกับหมูถูกเชือดของสวีต้ากลาย เป็นวงซินโฟนีที่ปลุกให้ตื่นเต็มตาที่สุด ในเช้าวันใหม่ของเรือน 4 ประสานในพริบตา ซาจู้เลิกตีได้แล้วหยุดเดี๋ยวนี้นะมี เพื่อนบ้านแหกปากตะโกนแต่ฝ่าเท้ากลับ เหมือนอย่างรากลงดินไม่มีใครเข้ามาห้าม ทับจริงๆสักคนซาจู้เวลาตีคนไม่เคยสนใจ อะไรทั้งนั้นขืนเข้าไปห้ามแล้วโดนลูกหลง 7
Speaker A
ตัวขึ้นมาจะไม่ซวยเอาเหรอด้วยนิสัยอันธพา ไม่แคร์โลกของซาจูอยากจะให้เขาจ่ายค่าทำ ขวัญหน้าฝันไปเถอะต้าเม่าต้าเมคุณเป็น อะไรไหมซาจู้หยุดเดี๋ยวนี้นะตอนนั้นเอง เสียงผู้หญิงที่ไพเราะแต่แฝงไปด้วยความ ร้อนรนและโกรธเกรี้ยวก็ดังมาจากด้านหลัง ตามมาด้วยร่างอรชรที่พุ่งพรวดพราดเข้ามา ระดมทุกแผ่นหลังของเหอวิจู้ด้วยหมัดน้อยๆ ที่ไร้ซึ่งพลังทำลายล้างโดยสิ้นเชิง เฮอวี่จู้แผ่นหลังแข็งที่แรงผลักจากมือ น้อยๆนั่นพอสัมผัสได้ถึงมือเล็กๆที่อ่อน นุ่มราวกับไร้กระดูกซึ่งเหมือนกำลังนวด ให้เขาอยู่หัวใจก็อดแกว่งไม่ได้รังพึ่ง รังนี้เขาต้องรีบแทงให้แตกโดยเร็วเหอ วิจู้แกล้งทำเป็นลุกขึ้นเล็กน้อยหมุนตัว ท่อนบนไปด้านหลังหันหน้าเข้าหาโหล เสี่ยวเ๋อ โหลเสี่ยวเหอวี่จู้ยังพูดไม่ทันจบโหล เสี่ยวเออก็ถูกแรงเฉื่อยผลักดันเธอกำลัง ออกแรงผลักอยู่พอเหอวี่จู้หันกลับมามือ ทั้งสองข้างของเธอก็ทาบลงบนแผงอกล่ำสรของ เหอวิจู้อย่างจังเหอวิจู้สวมวิญญาณนัก แสดงทันทีร้องโอ๊ยอย่างโอเวอร์แกล้งทำ เป็นทรงตัวไม่อยู่ 2 มือไขว่คว้าในอากาศ สะเปะสะปะเหมือนต้องการคว้าอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มแล้วเขาก็คว้าแขน เรียวทั้ง 2 ข้างของโหลเสี่ยวเออไว้แน่น ออกแรงเอนตัวไปด้านหลังดึงร่างของโหลโหล เสี่ยวเอ๋อล้มลงไปด้านหลังด้วยกันทำให้ โหลเสี่ยวเอ๋อทั้งตัวตกลงไปในอ้อมกอดขอ องค์เขากรี๊ดโดดโลเซียวเออตกใจจนหน้าถอด สีกฤตร้องออกมาด้วยความตกใจและหลับตาปี๋ ตามสัญชาตญาณ บทที่ 3 หวานจริงๆนุ่มจริงๆโลเซียวเออ
Speaker A
หลับตาพุ่งล้มไปข้างหน้ามือทั้งสองข้าง ถูกไอ้สาเลวเหอวิจู้จับไว้แน่นแล้วดึงแยก ออกไปด้านข้างทำให้พยุงตัวกับพื้นไม่ได้ เลยเธอตกใจจนแทบสิ้นสติเสียงกรีดร้องพุ่ง ปรี๊ดเป็นเสียงโลมามาแย่แล้วคราวนี้หัว ต้องกระแท่จนเลือดอาบแน่ๆเธอคิดอย่างสิ้น หวังเอ๊ะความเย็นเยียบและแข็งกระด้างของ พื้นหินอย่างที่คิดไว้กลับไม่มาถึงแต่ กลับล้มทับลงบนเอ้อเบาะที่แอบแข็งนิด หน่อยแต่ก็พอนุ่มนิ่มทว่ายังไม่ทันที่เธอ จะแอบดีใจปากที่อ้ากว้างเพราะเสียงกรีด ร้องก็ถูกอุสนิทด้วยลมหายใจที่มีกลิ่นหอม เย็นของมิ้นในพริบตากลิ่นยาสีฟัน ในหัวของโหลเสี่ยวเอ๋อดังวิ้งขาวพรนไปถึง 3 วินาทีเต็มนี่มันปากของซาจู่ เวรเอ๊ยเธอถูกซาจู้จูบเข้าแล้วนี่เธอถูก ซาจู้ลนลเหรอเนี่ยทำไงดีทำไงดีสวีต้าก็ นอนอยู่ข้างๆด้วยนะถ้าเรื่องนี้แพร่งพราย ออกไปอย่าแน่โหลเสี่ยวเอ๋อลุกลี้ลุกลนทำ อะไรไม่ถูกรู้สึกเหมือนฟ้ากำลังจะถล่ม จังหวะที่เธอใกล้จะขาดใจตายแรงกดทับที่ ริมฝีปากก็หายไปในที่สุดตามมาด้วยเสียง หยอกล้อที่ได้ยินเพียงแค่เธอคนเดียวดัง เข้าหูจุ๊ๆหวานจริงๆนุ่มจริงๆด้วยตู้ม โลเซียอรู้สึกเหมือนเลือดทั้งตัวสูบฉีก ขึ้นไปถึงใบหูทั้งอับอายทั้งโกรธแค้นแทบ อยากจะกระโดดขึ้นไปขวนหน้าไอ้สาเลวคนนี้ ให้ลายแต่เสียงของเหอวิจู้ก็ลอยมาอย่าง กับผีสางแฝงไปด้วยคำขู่แบบจ่งแจ้งอย่า ร้องไม่มีใครเห็นหรอกถ้าเธออยากให้ทุกคน รู้ว่าฉันเอาเปรียบเธอเธอก็ร้องออกมาเลย ความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นของโหลเสี่ยว เอ๋อถูกประโยคนี้บีบดับลงในลำคออย่างฝืน ทนเธอคิดตกแล้วว่าไอ้สาเลวลซ่าจู้นี่มัน จงใจเธอจ้องเขมงไปที่เหอวิจู้ซึ่งอยู่ใต้ ร่างแทบอยากจะใช้สายตาฆ่าเขาให้ตายเป็น พันๆครั้งสิ่งที่ทำให้เธอใจสั่นยิ่งกว่า นั้นก็คือสัมผัสที่แข็งขืนและเต็มไปด้วย พละกำลังบางอย่างที่อยู่ใต้ร่างความรู้
Speaker A
สึกนี้บนตัวสวีต้าเมื่อไม่เคยมีมาก่อนใน ใจเธอทั้งอับอายและว้าวุ่น เฮ้ยๆโหลเสี่ยวเอ๋อเธอรีบลุกออกไปจากตัว ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะผัวเมียรังแกไอ้หนุ่ม โสดอย่างฉันมันหมายความว่ายังไงจู่ๆเหอ วิจู้ก็แหกปากตะโกนลั่น 2 มือยกขึ้นปิด หน้าออกอย่างโอเวอร์ราoundวกับถูกเอา เปรียบอย่างหนักพวกเธอผัวเมียจะรังแกกัน เกินไปแล้วมั้งเห็นว่าฉันไม่ตีผู้หญิงใช่ ไหมเรรีบลุกออกไปเลยชื่อเสียงความ บริสุทธิ์ของไอ้หนุ่มอย่างฉันจะเอาไปไว้ ที่ไหนวันหน้าจะแต่งเมียได้ยังไง สาจู้ แก มันหน้าด้านโลเซียวเอ๋โกรธจนตัวสั่นคลัง คำศัพท์ของคุณหนูผู้ดีอย่างเธอสู้กับความ หน้าด้านหน้าทนของเหอวิจู้ไม่ได้จริงๆพอ ถูกเหอวิจู้วยวายแบบนี้เธอก็เพิ่งนึกขึ้น ได้ว่าตัวเองยังคร่อมอยู่บนตัวเขาท่าทาง แบบนี้มันล่อแหลมเกินไปแล้วเธออายจนหน้า แดงก่ำรี่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างลุกลี้ ลุกลนแกอะไรล่ะรีบลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลย เอวฉันถูกเธอทับจนจะหักอยู่แล้วเหอวิจู้ นอนอยู่บนพื้นใส่ยะยิ้มแสดงละครต่อไปน้ำ เสียงและท่าทางจัดเต็มในช่วงเวลาชุดละมุน วุ่นวายนี้เพื่อนบ้านในลานกลางอีกหลาย ครอบครัวก็ถูกเสียงกรีดร้องของโหลเสี่ยว เอ๋อและเสียงแหกปากโวยวายของเหอวิจู้ปลุก ให้ตื่นต่างพากันเปิดประตูออกมาดูเรื่อง สนุกโอ้โหเห็นโหลเสี่ยวเอ๋อหน้าแดงก่ำทำ ตัวไม่ถูกเพิ่งจะตะเกียดตะกายลุกขึ้นจาก ตัวเหอวิจู้ส่วนบนพื้นข้างๆยังมีสวีต้า ที่นอนกลุ่มหน้าส่งเสียงคลังฮืออย่างมึน งง ตั้งแต่โหลเสี่ยวเอ๋อพุ่งเข้ามาช่วยจนถึง ตอนที่เหอวิจู้ถูกผลักล้มทั้ง 2 คนล้มทับ
Speaker A
กันจนกระทั่งโหลเสี่ยวเอ่อลุกขึ้นมาใช้ เวลาสั้นๆแค่ 1-2 นาทีส่วนอุบัติเหตุแลก น้ำลายแบบปากประกบปากที่เกิดขึ้นชั่วพริบ ตาตอนที่ทั้งสองล้มลงนั้นศีรษะของโหล เสี่ยวเอ๋อบางสายตาของคนดูพอดีบวกกับเวลา ที่สั้นมากจึงไม่มีใครเห็นเหตุการณ์แลก น้ำลายอันน่าตื่นตาตื่นใจที่เกิดขึ้นใน ช่วงไม่กี่วินาทีสั้นๆนั้นเลยทุกคนคิดแค่ ว่าโหลเสี่ยวเอ๋อตกใจที่หกล้มหน้าถึงได้ แดงขนาดนั้นก็แหงละกลางวันแสกๆต่อหน้าพูก นมากมายจะไปทำอะไรได้โอยยนี่นี่มันเรื่อง อะไรกันล่ะเนี่ยคุณป้าใหญ่ฐานกุ้ยฮาวา ภรรยาของอี้จงไห่วิ่งออกมาจากเรือนฝั่ง ตะวันออกเป็นคนแรกมองดูสถานการณ์วุ่นวาย นี้ด้วยสีหน้าร้อนรนเพื่อนบ้านที่กำลังดู เรื่องสนุกพอได้ยินเสียงของคุณป้าใหญ่ก็ พากันหลีกทางให้พอเหอวิจู้เห็นกรรมการมา แล้วก็รีบนอนแผ่ฟ้องร้องด้วยความอ่อนแรง ทันทีคุณป้าป้าใหญ่ในที่สุดคุณป้าก็มาคุณ ป้าช่วยตัดสินให้หน่อยสวีต้าเมกับเมียเขา ร่วมมือกันรังแกฉันยังมีกฎหมายอยู่ไหมฉัน ยังเป็นไอ้หนุ่มบริสุทธิ์อยู่นะถ้าเรื่อง นี้แพร่งพรายออกไปวันหน้าฉันจะแต่งเมีย ได้ยังไงแล้วก็เอวฉันโอ๊ยสงสัยจะหักแล้ว คุณป้าต้องให้ความเป็นธรรมกับฉันนะถุยพูด จะเหลวไหลโหลเสี่ยวเอ๋อทั้งอายทั้งโกรธ กระทืบเท้าเถียงแต่ชั่วขณะนั้นก็ไม่รู้จะ ด่ากลับยังไงดีนอกวงล้อมที่หน้าประตู เรือนฝั่งตะวันตกฉินไหวหรูมองดูท่าทาง อันธพานของเหอวิจู้อย่างเย็นชาไฟโกรธในใจ ประตุ๊พรึบๆขึ้นมาไอ้ศาลเลวคนนี้เมื่อคืน เพิ่งจะขืนใจเธอเช้าตรุวันนี้ก็ไปหา เรื่องโหลเสี่ยวเอ๋ออีกเมื่อก่อนตาบอด จริงๆนึกว่าเขาเป็นแค่คนโง่ซื้อบื้อที่ แท้ในสันดานก็เป็นพวกบ้ากามในหัวมีแต่ เรื่องลามกจกเดิมทีรายการประจำวัน อย่างการชกต่อยกันระหว่างเหอวิจู้กับ สวีต้าเม้าฉินไหวหรูก็ขี้เกียจจะดูอยู่
Speaker A
แล้วถ้าไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องที่ผิดปกติ ของโหลเซียวเ๋อเธอคงไม่ออกมาแน่ผลคือผอก มาก็เห็นโหลเสี่ยวเออคร่อมอยู่บนตัวเหอ วิจุ ภาพนี้ทำให้เธอนึกถึงเรื่องที่ไม่อยากจะ จำเมื่อคืนขึ้นมาทันทีโกรธจนแทบจะกัดฟัน กรามแตกพอนึกถึงเมื่อคืนฉินไหวหรูก็ลูก กระเป๋าเสื้อตามสัญชาตญาณเงิน 25 หยวน หยิบมาจากกระเป๋ากางเกงซาจู้ 20/10 หยวน ที่ซาจู้ให้ก่อนหน้านี้เธอหยิบออกมาแค่ 5 หยวนให้เจียจังซื่อยังซุกไว้อุ่นๆอยู่เลย นี่มันเงินที่เธอแลกมาด้วยร่างกายของตัว เองนะจะยอมมอบให้ยายเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่าง เจี่ยจังซื่อได้ยังไงเมื่อคืนตอนที่เธอ เอาเงิน 5 หยวนให้แม่สามียายเท่านั้นเห็น สีหน้าเธอไม่ค่อยดีก็ด่าสาเสียเทเสียทัน ทีทั้งคำว่ากะหรี่หนังจิ้งจอกหลุดออกมา เป็นชุดเจี่ยจางซื่อย่อมรู้ดีว่าไอ้โง่ ทึมอย่างซาจู้ไม่มีทางและไม่กล้าทำอะไร ฉินไหวหรูจริงๆหรอกไม่งั้นคงไม่วางใจให้ ฉินไหวหรหูไปยืมเงินที่บ้านเหอวิจุกลาง ดึกกลางดื่นแบบนี้ยิ่งกว่านั้นยังเป็น สภาพแวดล้อมที่ปิดประตูมิดชิดมีแค่ชาย หญิงอยู่กันตามลำพังอีกเพียงแต่ครั้งนี้ ฉินไหวหรูไปนานไปหน่อยถ้าจะทำอะไรกันจริง ๆเวลาก็พอถมเทสำคัญที่สุดคือสภาพของฉิน ไหวหรูตอนกลับมาครั้งนี้มันดูผิดปกติเธอ ถึงได้คิดจะหลอกถามลูกสะพาคนนี้ดูชิ้นไหว หรูมีชนักติดหลังแต่ฝีมือการแสดงของแม่ ดอกบัวขาวระดับปรมาจารย์มีหรือจะธรรมดา สั่งน้ำตาได้ดั่งใจทำท่าทางเหมือนได้รับ ความไม่เป็นธรรมอย่างใหญ่หลวงกัดฟันไม่ ยอมรับเด็ดขาดแม่ฉันไม่ได้ทำแม่จะมาปรัก
Speaker A
ปรำฉันแบบนี้ได้ยังไงความจริงแล้ว สัญชาตญาณของเจียจางซื่อแม่นยำมากเพียง แต่ฉินไหวหรูยืนกรานว่าตัวเองไม่ได้ทำ เรื่องผิดต่อลูกชายที่ตายไปแล้วของเธอแถม ยังแต่งเรื่องที่ทำให้เจี่ยจางซื่อเชื่อ สนิทใจอีกด้วยคำแก้ตัวของฉินไหวหรูก็คือ เฮอวี่สุ่ยน้องสาวของซาจู้กำลังจะแต่งงาน เงินของซาจู้ต้องเก็บไว้เป็นสินสอดชินไหว หรูยังพูดอย่างน่าสงสารว่าตัวเองพูดจนปาก เปียกปากแฉะซาจู้ถึงยอมให้ยืมมา 5 หยวน อย่างไม่เต็มใจแม้ยายเถอจะเชื่อครึ่งไม่ เชื่อครึ่งแต่พอได้ยินว่าซาจู้จะเอาเงิน ที่ควรจะเป็นของเธอไปให้ตัวขาดทุนอย่าง เหอวิสุ่ยเป็นสินสอดก็เปลี่ยนเป้าหมายโจม ตีทันทีด่าทอว่ากจะไปคิดบัญชีกับซาจู้ ชิ้นไหวหรูจะกล้าให้เธอไปได้ยังไงสนามรบ ในบ้านซาจู้ยังไม่ได้เก็บกวัดเลยนะเธอจะ ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักใส่สีตีไข่ เล่าถึงท่าทีอันเลวร้ายและนิสัยอันธพาน ของซาจู้ตอนที่ขอยืมเงินกว่าจะกดหัวยาย เฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้ไว้ได้แบบหืดขึ้นคอบท ที่ 4 โหลเสี่ยวเอ๋อปิดประตูขวาง โลเสี่ยวเอ๋อยืนอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ เท่าไหร่หัวใจยังเต้นตึกตักไม่หยุดเธอ ชำเลืองมองสวีต้าเมที่นอนคลังฮืออยู่บน พื้นข้างๆไอ้โง่นี้เรื่องที่เกิดขึ้นข้าง ตัวเขาเมื่อกี้เขากลับไม่รู้เรื่องเลยสัก นิดไม่รู้ทำไมความตื่นเต้นที่อธิบายไม่ ถูกและแฝงไปด้วยความรู้สึกต้องห้ามถึงได้ ค่อยๆคืบคลานเข้ามาในใจของโหลเซียวเอ๋อ แต่พอหันกลับมาสบตากับใบหน้าที่แกเกินวัย ของเหอวิจู้ทั้งที่อายุไม่ได้ห่างกันเท่า ไหร่แต่กลับหน้าแกจนกลายเป็นรุ่นลุงพอคิด ถึงเมื่อกี้หมอนั่นถึงกับสอดลิ้นเข้ามา พัวพันทำเอาเธอเผลิกลืนน้ำลายของซาจู้ลง ไปตั้งหลายอึกแหวะท้องไส้โหลเสี่ยวเออ๋อ
Speaker A
ปั่นป่วนความตื่นเต้นที่เพิ่งก่อตัวขึ้น ถูกความขยักแขยงกลบมิตรในพริบตาถ้าเขาดู หนุ่มกว่านี้สักนิดเธอคงไม่ขยักแขยงขนาด นี้ตอนนั้นเองเหอวิจู้ที่นอนอยู่บนพื้นก็ ร้องโอ๊ยขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วตะโกนฝ่า ฝูงชนออกไปว่าคุณป้าใหญ่คุณป้าต้องให้ ความเป็นธรรมกับฉันนะซองผัวเมียสวีต้า เมี่มันรังแกกันเกินไปแล้วโอ้โหล่นบทคน ร้ายฟ้องก่อนได้เนียนสุดๆซาจู้ไอ้ศาลเลว แกไม่เพียงแต่ตีด้าเมาของฉันแต่ยังเอาฉัน โหลเซียวเอ๋อโกรธจนตัวสั่นเกือบจะหลุดปาก พูดไปแล้วว่าแกยังจูบฉันด้วยแต่คำพูดที่ มาถึงริมฝีปากก็ถูกกลืนกลับลงไปอย่างยาก ลำบากถ้าขืนโวยวายเรื่องนี้ออกไปซาจู้ ต้องเข้าไปเหยียบจากเย็บผ้าในคุกแน่ๆแต่ ตัวเธอโหลเสี่ยวเออก็อย่าหวังจะเชิดหน้า ชูตาในเรือน 4 ประสานได้อีกเลยยิ่งไปกว่า นั้นสวีต้าเมก็อยู่ข้างๆใจคอกับแคบเท่ารู เข็มของเขาถ้ารู้ว่าตัวเองถูกศัตรูคู่ อาฆาตเอาเปรียบมีหวังอาละวาดบ้านแตกแน่ แล้ววันข้างหน้าเธอจะใช้ชีวิตยังไงดัง นั้นเธอจึงเปลี่ยนคำพูดกะทันหันลูกหน้า ผากเกลี้ยงเกลาของตัวเองร้องเรียนด้วยน้ำ เสียงสะอื้นยังเอาฉันยังดึงฉันล้มด้วยทำ เอาหัวฉันกระแทกเจ็บไปหมดแล้วเธอออกแรงถู หน้าผากไม่นานก็เกิดรอยแดงขึ้นมาเป็นแถบ ดูไม่ออกเลยว่าโดนกระแทกจริงๆหรือถูจนแดง เองแต่ยังไงก็ดูสมจริงใช้ได้เลยล่ะเฮอ วิี่จู้เห็นปฏิกิริยาของโหลเสี่ยวเอ๋อก็ เข้าใจแจ่มแจ้งในใจยายผีเสื้อโง่นี้ถึง เวลาหน้าสิวหน้าขวานสมองก็ยังไวใช้ได้เอา เปรียบโหลเสี่ยวเอ๋อก็ทำแล้วสวีต้าก็อัด ไปแล้วควรจะหยุดตอนที่ยังได้เปรียบขืนทำ ให้เธอโกรธจริงๆขึ้นมาวันหลังไม่มีโอกาส ได้เจาะไข่แดงโหลเเซียวเอ๋ยคงขาดทุนย่อย ยับโหลเสี่ยวเอ๋อเรื่องนี้จะมาโทษฉันไม่ ได้นะเหอวิจู้ร้องโอ๊ยกุ้มเอวลุกขึ้นยืน แสดงท่าทางโอเวอร์ทุกคนก็เห็นกันหมดฉัน
Speaker A
ยืนแปรงฟันอยู่ดีๆสวิทอีต้าเมื่อบ้านเธอ ก็เข้ามาพูดจาถากถางหาว่าเมื่อคืนฉันไป ปีนขึ้นเตียงเมียชาวบ้านนี่มันใส่ร้ายให้ เสื่อมเสียชื่อเสียงกันชัดๆฉันยังไม่ได้ แต่งเมียเลยถ้าคำพูดเขาแพร่งคลายออกไปใคร จะกล้าแต่งกับฉันล่ะเขาเสียงดังฟังชัด เต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิ้นไหวหรูที่อยู่ หลังฝูงชนพอได้ยินคำว่าปีนขึ้นเตียงเมีย ชาวบ้านก็แทบจะตกใจจนวิญญาณหลุดออกจาก ร่างหรือว่าเรื่องเมื่อคืนจะถูกสวีต้า เม่าเห็นเข้า ซาจู้ฉันก็แค่ล้อเล่นเว้ยสวีต้ามที่นอน อยู่บนพื้นพร้อมใบหน้าบวมเป่งราวกับหัว หมูลิ้นขับปากตะโกนอย่างเจ็บปวดและโกรธ แค้นแล้วแกละแกดันบอกว่าปีนเตียงเอ๋อจื่อ บ้านฉันเอ๋ยแบบนี้ใครจะทนได้วะถ้า ฉันไม่ตีแกฉันก็เป็นไอ้ลูกเต่าบัดซบแล้ว อะไรนะเขาพูดแบบนั้นจริงๆเหรอโหลเสี่ยว เอ๋อสมองดังก้องวิ้งไอ้สาเลวนี่ใจกล้า เกินไปแล้วถึงกับกล้าเอาความคิดแบบนี้มา พูดให้ผัวเธอฟังตรงๆนี่ๆมันช่างๆช่างบ้า บิ่งเกินไปแล้วผ่อนึกเชื่อมโยงกับท่าทาง ไม่สน 4 สน 8 ของเหอวิจู้เมื่อกี้ความรู้ สึกเคยแขยงในใจของโหลเสี่ยวเอ๋อกลับถูก ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ว่ากล้าแสดงออก เพื่อความรักเจือจางลงไปบ้างอย่างน่า ประหลาดจี้ระบบความคิดของคุณหนูนายทุนบาง ทีก็ไม่ค่อยเหมือนคนธรรมดาทั่วไปจริงๆน่า เสียดายที่คำพูดต่อมาของเหอวิจู้ตบความ รู้สึกดีๆที่เพิ่งจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาของ เธอจนตายคาหทรายในพริบตา เฮ้ยฉันก็แค่ต่อปากต่อคำตามน้ำไปเท่านั้น แหละเหอวิจู้เท้าเอวพูดอย่างมีเหตุผลแก บอกว่าฉันปีนเตียงเป็นเมียชาวบ้านแกเห็น กับตาตัวเองหรือไงขอถามสหายสวีต้าเม่า หน่อยแกเห็นได้ยังไงตอนนั้นแกไม่ได้อยู่
Speaker A
กับเมียแกเหรอดึกดื่นค่อนคืนแกไม่ไปอยู่ เป็นเพื่อนเมียแล้วไปเดินเตริดๆที่ไหนล่ะ ถ้าแกบอกว่าตอนนั้นกำลังกอดเมียนอนอยู่ งั้นเตียงที่ฉันไปปีนจะเป็นของใครได้ล่ะ ก็เหลือแค่โหลเสี่ยวเอ๋อบ้านแกแล้วไหมถ้า แกพูดจาส่งเดชใส่ไร้ป้ายสีความบริสุทธิ์ ของฉันเหอวิจู้แค่นเสียงเย็นได้งั้นตอน นี้เราไปคุยกันที่สถานีตำรวจเลยแกทำให้ ชื่อเสียงฉันเสียหายกระทบกับการหาคู่ของ ฉันความรับผิดชอบนี้แกรับไหวไหม ไอ้ศาลเลวไอ้ลูกเต่าโลเซียวเอ๋อโกรธจน หน้ามืดเมื่อกี้เธอยังอุตส่าห์คิดว่าหมอ นี่กล้าหาญเพื่อรักแท้อยู่เลยที่แท้ก็เอา เธอมาเป็นเครื่องมือเพื่อแก้แค้นปากเสียๆ ของสวีต้าเม่าเอาชื่อเสียงของเธอมาเหยียบ ย่ำเป็นขี้หมาสายตาที่โหลเสี่ยวเอ๋อมอง เหอวิจู้ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความ โกรธในพริบตาท่าทางนั้นแทบอยากจะพุ่งเข้า ไปกัดเขาสัก 2 คำเฮ้ยๆโหลเสี่ยวเออเรื่อง นี้จะมาโทษฉันไม่ได้นะเป็นเพราะผัวเธอปาก พล่อยเองฉันว่านะหรือเธอจะยกับเขาไปเลยดี กว่าหมอนี่เอาแต่พูดเรื่องปีนเตียมเมีย ชาวบ้านติดปากอยู่ทั้งวันคงจะทำเรื่องแบบ นี้มาไม่น้อยแน่ๆไม่งั้นจะพูดได้ลื่นปาก ขนาดนี้เหรอเฮอร์วิจู้เห็นโหลเสี่ยวเอ๋อ โกรธขนาดนี้ก็รู้ว่าคำพูดที่ตัวเองพูดออก ไปเมื่อกี้ไปแตะโดนเส้นขีดจำกัดของเธอ เข้าแล้วแต่ก็คำพูดพวกนี้เอาไปนินทลับๆก็ แล้วไปเถอะแต่ดันเอามาพูดต่อหน้าเจ้าตัว แถมยังต่อหน้าทานกำนันแบบนี้แบบนี้มัน ตั้งใจจะทำให้คนอื่นอับ อย่าชัดไม่ใช่หรือไง ตัวเขาเองตอนแรกก็กจะหยุดตอนที่ยังได้ เปรียบหาทางลงให้ตัวเองแล้วเคลียร์เรื่อง ราวให้กระจ่างไม่คิดเลยว่าสวีต้าเมจะขุด เรื่องที่ตัวเองพูดว่าปีนเตียงโหลเสี่ยวๆ เอ๋อขึ้นมาอีกคราวนี้เลยกลายเป็นล่วงเกิน โหลเสี่ยวเอ๋อจนตายกันไปข้างจริงๆสาจู้
Speaker A
ฉันจะสู้ตายกับแกความเป็นผู้ดีของคุณหนู นายทุนของโหลเสี่ยวเอ๋อพังทลายลงอย่าง สิ้นเชิงทีแรกก็พูดต่อหน้าคนตั้งเยอะว่า จะมาปีนเตียงเธอตอนนี้อย่ามายุยงให้เธอ อย่าอีกไอ้อีสานเลวนี่ตั้งใจจะทำให้เธอ ไม่มีหน้าจะอยู่ในเรือน 4 ประสานแล้วใช่ ไหมเธอหลุดกรี๊ดออกมาแล้วพุ่งกางเล็บใส่ เหอวี่จู้อย่างเอาเป็นเอาตายเหอวิี่จู้ เห็นถ้าไม่ดีก็ใส่เกหมาฟุบมุดกลับเข้า ห้องตัวเองปังปิดประตูใหญ่ทันที สาจู้ แกใส่หัวออกมาเดี๋ยวนี้เปิดประตูโหล เสี่ยวเอ๋อมีหรือจะยอมเลิกราเธอตามไปถึง หน้าประตูตกบานประตูจนเสียงดังสนั่นเหอ วิจู้ใช้ 2 มือยันประตูไว้ลดเสียงต่ำลง มั่นใจว่ามีแค่โหลเสี่ยวเอ๋อที่อยู่ข้าง นอกเท่านั้นที่ได้ยินโหลเสี่ยวเอ๋อฉันรู้ ว่าตอนนี้ฉันพูดอะไรไปเธอคงไม่เชื่อเธอคง คิดว่าฉันกำลังยุแยงตะแคงรวกความสัมพันธ์ ผัวเมียของพวกเธอแน่ๆแต่เธอลองคิดดูสิเธอ แต่งงานกับสวีต้าเมื่อมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมถึงยังไม่มีลูกสักคนสวีต้าโมเอาแต่ บอกว่าเป็นปัญหาของเธอใช่ไหมแต่ว่านี่มัน เป็นปัญหาของเธอจริงๆหรือเปล่าตัวเธอเอง ไม่รู้เลยหรอเรื่องอื่นฉันก็จะไม่พูดมาก แล้วขืนพูดมากไปเธอจะพานคิดว่าฉันประสงค์ ร้ายเอฮาเป็นว่าเธอกลับไปคิดดูดีๆเองเถอะ ซาจู้เปิดประตูชื่อเสียงของฉันป่นปี้ เพราะแกหมดแล้วแกออกมาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ พูดให้ชัดเจนต่อหน้าทุกคนเลยโหลเสี่ยว เอ๋อที่อยู่ข้างนอกยังคงไม่ยอมลดและเสียง ตบประตูและเสียงตะโกนไม่หยุดเลยสักนิดเฮย ฉันบอกแล้วไงว่าทำไมยายผู้หญิงคนนี้ถึง ไม่ฟังคำเตือนคนอื่นเลยนะเหอวิจุอึ้งไป พักหนึ่งยายผีเสื้อโง่นี่มันโง่จริงๆแฮะ ฉันต้องการให้แกขอโทษฉันโหลเสี่ยวเออที่
Speaker A
อยู่ข้างนอกยังคงยืนกรกรานเธอเหอวิจู้ เพิ่งจะอ้าปากบอกว่าทำไมเธอถึงไม่ฟังคำ เตือนจู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่โหล เสี่ยวเอ๋อพูดคือให้เขาโทษเธอไม่ได้บอก ว่าไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดเขาลองอย่างเชิง ตะโกนผ่านร่องประตูนี่ที่ฉันพูดไปเมื่อ กี้เธอฟังเข้าหูบ้างไหมถ้าฟังเข้าหูจริงๆ ก็ตะโกนตามที่ฉันบอกสาจูไอ้สาเลวรีบขอโทษ ฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นวันนี้ฉันไม่กลับแน่ เสียงตบประตูด้านนอกชะงักไปครู่ต่อมา เสียงตะโกนอย่างฟึดฟัดแต่ชัดเจนสุดๆของ โหลเสี่ยวเอ๋อก็ดังขึ้นสาจู้ไอ้สาเลวรีบ ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นวันนี้ฉันไม่ กลับแน่ เฮ้ยมีหวังแฮะเหอวิจู้ยิ้มไร่ผีเสื้อโง่ นี่ฟังเข้าหูจริงๆด้วยตอนนี้ก็แค่เสีย หน้าต้องการทางลงเท่านั้นแหละได้ขอโทษก็ ขอโทษลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้นเหอวิจู้ตอบ ตกลงอย่างง่ายดายแม้จะยังไม่ได้เจาะไข่ แดงแต่เหอวิจู้ก็ถือว่าโหลเสี่ยวเอ๋อเป็น ผู้หญิงของตัวเองไปแล้วอย่างน้อยก็จู่ปาก กันไปแล้วเรื่องอื่นมันก็แค่ช้าหรือเร็ว เท่านั้นไม่ใช่หรือไงเขาดึงประตูเปิดออก ทันทีเห็นมือเล็กๆข้างหนึ่งกำลังฟาดลงมา ที่หน้าตัวเองเขาเพิ่งจะหลบแต่พอนึกขึ้น ได้ว่าโหลเสี่ยวเ๋อคงจะโกรธเขามากสู้ยอม ให้เธอตีสัก 2-3 ทีเพื่อระบายอารมณ์ไปเลย ดีกว่าโหลเสี่ยวเอ๋อที่อยู่ข้างนอกก็อึ้ง ไปเลยเธอตั้งใจจะตีคนเสียที่ไหนก็แค่ตบ ประตูจนอินจัดแรงเฉื่อนมันพาไปพอเห็นว่า รั้งฝ่ามือไว้ไม่อยู่แล้วเธอทำได้แค่ พยายามดึงรั้งแรงกลับคืนมาอย่างสุดชีวิต สุดท้ายมือเล็กๆข้างนั้นก็แปะลงบนหน้าอก กำยำของเหอวิจู้ดังแปะเบาๆอย่างนุ่มนวลบท ที่ 5 ไปทำงานมือของโหลเสี่ยวเอ๋อฟาดลงบน หน้าอกแข็งๆของเหอวิจู้สัมผัสนั้นแน่นปั๋
Speaker A
อย่างกับกำแพงหัวใจเธอเต้นแรงอย่างไม่มี สาเหตุใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีปลายนิ้ว อิงหงิกมึงโดยสัญชาตญาณราวกับถูกลวกเหอ วิจู้ดีใจจนเนื้อเต้นในใจจุ๊ๆดูถ้าไอ้ หนุ่มสวีต้าเม่านี่มันจะไม่ได้เรื่องจริง ๆดูสิว่าทำเอาแม่นางคนสวยคนนี้หิวโหยขนาด ไหน สหายโหลเสี่ยวเอ๋อเหอวิจุกระแอมพยายาม เลียนแบบน้ำเสียงขึงขังจริงจังแบบใน ซีรีส์โทรทัศน์ที่เคยดูมาเมื่อกี้ฉันเหอ วิจู้ปากไม่มีหูรูดพูดจาเหลวไหลไร้สาระ ออกไปต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่และพี่น้องทุก คนฉันขอโทษคุณด้วยขอโทษจริงๆครับไม่มีทาง เลือกพจนานุกรมของซาจู้เจ้าของร่างเดิม ไม่มีคำว่าขอโทษเขาเลยต้องเริ้่นสดเอาเอง โลเสี่ยวเอ๋อถูกความจริงจังกะทันหันของ เขาทำให้หลุดขำพืชออกมาแล้วก็เลียนแบบน้ำ เสียงของเขาปั้นหน้าขรึมตอบกลับไปว่าสหาย เหอวิี่จู้หวังว่าคุณจะทบทวนตัวเองอย่าง ลึกซึ้งและอย่าให้มีคราวหน้าอีกครั้งนี้ ฉันจะยกโทษให้คุณขอบคุณสหายโหลเสี่ยวเออ ที่ใจกว้างเหอวิจู้พยักหน้าอย่างเป็นจริง เป็นจังโอเคงั้นฉันกลับล่ะโหลเสี่ยวเออ พูดจบท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านทั้งลาน เรือนที่อ้าปากค้างจนคางแทบหลุดเธอก็เดิน หน่วยหน้ากลับไปที่ลานหลังอย่างสง่างาม พระสงฆ์พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเหรอ เนี่ยไอ้ซาจู้จอมอันธพายอมขอโทษเมียของ สวีต้าหม้อศัตรูคู่อาฆาตเนี่ยนะที่แปลก ประหลาดยิ่งกว่าคือเมียสวีต้าหม้อกลับยก โทษให้ง่ายๆซะงั้นต้องรู้ก่อนนะว่าคำพูด ที่ซาจู้บอกว่าจะปีนเตียงชาวบ้านเมื่อกี้ ถ้าเอาให้หนักโดนยัดข้อหาลวนลามก็หนีไม่ พ้นแน่ๆสวีต้าเมื่อตอนนี้ก็ตะเกียกตะกาย ลุกขึ้นมาแล้วพอเห็นสถานการณ์แบบนี้เอวก็ ยืดตรงแหนวทันทีซาจุยังขอโทษมีเขาเลยนี่ ไม่เรียกว่ายอมจำนนแล้วจะเรียกว่าอะไรเขา ยืดอกขึ้นมาทันทีซาจู้อย่ามัวแต่ขอโทษเม ฉันสิขอโทษปู่คนนี้ด้วยไม่งั้นฉันจะไป ฟ้องสำนักงานชุมชนข้อหากลรามเดี๋ยวนี้
Speaker A
แหละ อย่างแกนะเหรอมีค่าพอเหอวิจู้ปลายตามอง เขาแค่นเสียงหัวเราะฟ้องร้องไปดิไปเร็วๆ เลยจะได้ให้หัวหน้าหวังช่วยตัดสินว่าใคร เป็นคนพ่นหมาออกจากปากก่อนแต่งเรื่องว่า ฉันปีนเตียงเมียชาวบ้านให้ทุกคนได้เห็น กันไปเลยว่าใครเป็นคนทำตัวอันธพาลวนลาม ก่อน พ่อสวีต้าเมื่อได้ยินแบบนี้ก็หดวูบเรื่อง นี้ถ้าจะสืบสาวราวเรื่องกันจริงๆคำพูดของ เขาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันปล่อยข่าวลือ สร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีความบริสุทธิ์ ของคนอื่นยุคสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อบายมุขพนัญญาเสพติดเข้าไปยุ่งเกี่ยวข้อ ไหนก็หนักหนาสาหัสทั้งนั้นฮึซ่าจู้ แกคอยดูเถอะเรายังไม่จบกันแค่นี้แน่ สวีต้าเมทำปากเก่งทั้งที่ในใจกลัวทิ้ง ท้ายด้วยคำขู่นึกขึ้นได้ว่าที่โรงงานยัง มีงานสำคัญต้องรีบจูงจักรยานลูกรักกลับ บ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อกี้ถูกซาจู้กด ถูกับพื้นทั้งตัวเต็มไปด้วยฝุ่นหลังจาก เหอวิี่จู้ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็กลับ เข้าห้องเอาเงินและคูปองก้นหีบที่ซ่อนไว้ ตามซอกมุมตู้เสื้อผ้ายัดเข้าไปในพื้นที่ มิติรวดเดียวจากนั้นก็หิ้วกล่องข้าว อลูมิเนียม 2 ใบอันเป็นเอกลักษณ์เดิน สร่ายอัดๆออกจากบ้านไปพอออกจากบ้านเขาก็ เริ่มปวดใจขึ้นมาเมื่อคืนเขาใจปั้มหน้า ใหญ่นึกว่าฝันไปเลยเอาเงินเดือนที่เพิ่ง ได้มาทั้งหมดเปให้ฉินไหวหรูไปซะเกลี้ยง นั่นมันเงินหยาดเหงื่อแรงงานทั้งเดือนเลย นะตอนนั้นคิดว่า 30 หยวนแลกกลับเจียโหม ของแม่ไม่ฉินนคุ้มสุดๆพอสติกลับมาซีดค่า ครองชีพนี่มันแพงหูชีเกินไปแล้วมั้งสิ่ง ที่ทำให้เขาหน้ามืดไปกว่านั้นคือเขา เหมือนจะหลุดปากพูดไปว่านี่เก่าที่ยืมไป
Speaker A
ถือว่ายกยอดให้หมดด้วยหรือเปล่าโอ้แม้ เจ้าโว้ยนั่นมันเงินเท่าไหร่กันเนี่ย โรเจียโหมชิ้นนี้มันขอบฝังทองคำชัดๆไม่ ได้จะยอมขาดทุนฟรีๆไม่ได้ต้องเอาคืนมาให้ หมดถ้าฉินไหวหรูไม่ยอมล่ะก็ฮึประกายความ เหี้ยมโหดว่าผ่านดวงตาของเหอวิจู้มีพื้น ที่มิติเป็นเบาะรองรับแล้วเขาจะกลัวอะไร ทำให้ไอ้เด็กเนรคุณปั้งเกิ่งหายตัวไป อย่างไม่รู้ตัวก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือไม่ ใช่หรือไงระหว่างทางซื้อสลาเป่าไส้เนื้อ 2 ลูกยัดเข้าท้องรวดเดียวพอเดินส่ายอัดๆมา ถึงห้องครัวด้านหลังของโรงอาหารโรงงานรีด เหล็กหงส์ซิงลูกศิษย์ 2 คนของเขาก็ชงชา เข้มๆไว้รอเขาตั้งนานแล้วถ้าเป็นเมื่อ ก่อนเขาคงนอนแผ่เป็นตาแก่อยู่บนเก้าอี้ เอนไปแล้วแต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมตอนนี้ เขาเป็นคนมีพื้นที่มิติแล้วต้องใช้ให้ เป็นประโยชน์สิเขาเดินเตร่ๆไปที่โซนเด็ด ผักอาศัยจังหวะที่เด็กล้างผักไม่ทัน สังเกตเก็บมันฝรั่งกับหัวชายเท้าเข้าไปใน พื้นที่มิติ 2-3 หัวยังมีรากผักอีกจำนวน หนึ่งเขาอยากจะลองดูว่าของพวกนี้จะปลูก รอดในพื้นที่มิติไหมเมล็ดพันธุ์อาหารหลัก ในโรงอาหารไม่มีหรอกมีแต่ข้าวกับแป้งที่ แปลแปรรูปมาแล้วแน่นอนว่าปลูกไม่ได้ส่วน พวกเนื้อสัตว์โรงอาหารก็ไม่มีสัตว์เป็น ถึงมีสัตว์เป็นๆเขาก็ไม่กล้าเอาไปหรอกยุค สมัยนี้ใครๆก็ขาดแคลนเนื้อสัตว์โรงงานรีด เหล็กออกจะใหญ่โตเดือนนึงยังเห็นเนื้อ สัตว์แค่ไม่กี่ครั้งมีสัตว์เป็นๆก็คงลง หม้อไปตั้งนานแล้วหลังจากทำเรื่องใหญ่นี่ เสร็จเขาก็เอนกลายกลับไปนอนบนบัลลังก์ ส่วนตัวอย่างพึงพอใจคนทะลุมิติมานี่นะ วิสัยทัศน์ต้องกว้างไกลเข้าไว้จะมายอม เหนื่อยสายตัวแทบขาดเพื่อของกินได้ยังไง
Speaker A
เสียศักดิ์ศรีแย่ตอนเที่ยงเปิดกินข้าวเหอ วิจุผู้มายืนที่ช่องตักกับข้าวอย่างที่ ไม่เคยเป็นมาก่อนไม่ใช่ว่าเขาขยันหรอกนะ แต่แค่อยากสัมผัสความสุขของการเขย่า ทัพพีสัตว์หน่อยชิ้นไหวหรูยังคงต่อแถวที่ ช่องของเขาเพียงแต่วันนี้ใจลอยสายตาหลุก หลิกในใจเหมือนมีถังน้ำ 15 ใบแกว่งไป แกว่งมาตุ๊มๆต่อมๆทั้งอยากจะกอบโกยของดีๆ จากซาจู้ให้มากขึ้นแต่ก็ไม่อยากเห็นหน้า เขาจริงๆเรื่องเมื่อคืนเหมือนหนามที่ทิ่ม แทงอยู่ในใจพอถึงคิวเธอเหอวิจู้ไม่แม้แต่ จะเหลือบตามองแต่ทัพพีกลับใจกว้างเป็น พิเศษเคาะป๊อกๆไม่กี่ทีก็ตักกับข้าวใส่ กล่องข้าวเธอจนล้นปรี่แถมยังจงใจเลือกมัน โถ่ลูกที่ใหญ่ที่สุดขาวที่สุดซ้อนทับไป ให้อีก 2 ลูกตลอดกระบวนการทั้ง 2 คนไม่ ได้พูดกันเลยสักคำบรรยากาศเงียบงันจนน่า ประหลาดเพื่อนคนงานที่ต่อแถวอยู่เบิกตาจน แทบจะถลนออกมาแปลกจริงๆปกติพอซาจู้เห็น ฉินไหวหรูปากก็เหมือนช่ามาพ่นน้ำลายไม่ หยุดเรียกพี่ฉินหวันจอยส่วนฉินไวหรูนั เหรอก็คอยแต่จะพูดว่าจู้จึเติมให้อีก หน่อยสิจู้จื่อมันโถลูกนี้เล็กไปเปลี่ยน ลูกใหญ่ให้พี่หน่อยวันนี้มันละครฉากไหน กันทะเลาะกันเหรอก็ไม่น่าใช่นะทะเลาะกัน แล้วฉินไหวหรูยังกล้ามาอีกเหรอและซาจู้ ยังตักให้เยอะขนาดนี้อีกซาจู้ นายกับช่างฉินทะเลาะกันเหรอมีพวกชอบสอด รู้สอดเห็นทนไม่ไหวชะโงกหน้าเข้ามาถาม ประโยคหนึ่งไปประหยัดแส่เรื่องชาวบ้าน ระวังปู่คนนี้จะตักน้ำแกงผักให้แกสัก ทัพพีนะเหอวิจู้ทำหน้าดูชูทัพพีตักกับ ข้าวในมือขึ้นเหอะไม่พูดก็ช่างเถอะปู่คน นี้ก็ไม่อยากฟังเหมือนกันรีบใสหัวไปเลย
Speaker A
อย่ามาเกะกับเวลาทำงานของปู่ นี่นายตักให้ฉันเสร็จแล้วเหรอ ทำไมรังเกียจว่าเยอะไปเหรอไม่ตักน้ำแกง ผักให้แกสักทัพพีก็บุญหัวแกแล้ว ได้ซาจู้ นายแน่มากวันหลังถ้าฉันมาให้นายตักกับ ข้าวให้อีกฉันยอมเป็นหลานนายเลย อย่าเลยฉันไม่มีบุญขนาดนั้นหรอกไม่งั้น พ่อแกคงตีแกตายแน่ๆเหอวิจู้ฝีปากคมกริบ ต่อกลับไปคนนั้นโกรธจนหน้าดำหน้าแดงด่า ทอปเดินจากไปชิ้นไหวหรูประคองกล่องข้าว ที่หนักอึ้งในใจยิ่งว้าวุ่นกว่าเดิมวัน นี้ซาจู้มันเปลี่ยนนิสัยไปแล้วเหรอเมื่อ ก่อนเธอต้องพูดจนปากเปียกปากแฉะถึงจะได้ ของดีๆเพิ่มมาบ้างแต่วันนี้เขาไม่พูดไม่ จาแต่กลับให้มาเยอะขนาดนี้หรือว่าเป็นการ ชดเชยเรื่องเมื่อคืนถ้าคืนนี้เขายังอยาก ตัวเธอควรจะปฏิเสธหรือว่าปฏิเสธวันหน้าก็ คงอย่าหวังว่าจะแค้งเงินจากมือเขาด้วยสัก แดงเดียวข้าวปลาก็คงหดเหลือแค่น้ำแกงผัก แน่ๆตกลงงั้นวันหน้าเวลาของเงินก็จะได้มี เหตุผลอันชอบธรรมใช่ไหมมาตรฐานอาหารการ กินนี้ก็จะได้คงอยู่ต่อไปแต่ว่าถ้าเกิด เขาเล่นจนเบื่อแล้วล่ะเด็ก 3 คนยังเล็ก ลำพังเงินเดือนอันน้อยนิดของเธอจะเลี้ยง ดูคนทั้งครอบครัวได้ยังไงถ้าขาดตั๋วอาหาร ระยะยาวอย่างซาจู้ไปจะใช้ชีวิตต่อไปได้ ยังไงหรือว่าจะปล่อยน้ำไหลรินเดือนนึงให้ ความหวานเขาสักครั้งนึงดีไหมทำแบบนี้ทั้ง ช่วยดึงเชงเขาไว้ให้เขารู้สึกแปลกใหม่รอ จนเขาอายุมากขึ้นหาคู่ไม่ได้สุดท้ายก็ ต้องตกมาอยู่ในมือเธออยู่ดีไม่ใช่หรือถ้า ไม่ใช่เพราะเมื่อคืนเหอวิจู้ใช้กำลัง บังคับฉินไหวหรูไม่มีทางยอมให้เขาตอนนี้ เด็ดขาดเธอเข้าใจดีเกินไปแล้วความตื่น เต้นที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิงก็เหมือนน้ำ เดือดบนเตาตอนแรกๆก็ร้อนระอุดเดือดปุดๆ แต่พอเวลาผ่านไปถอนฟืนออกค่อยๆมันก็เย็น
Speaker A
ชืดลงเธอต้องเลี้ยงไฟกองนี้ให้ลุกโชว์นาน ขึ้นอีกหน่อยนานขึ้นอีกสักหน่อยบทที่ 6 เหตุการณ์ปั้งเกิ่งขโมยซีอิ๊ว เวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่ายใกล้จะเลิกงาน แล้วแต่ในห้องครัวด้านหลังของโรงอาหารโรง งานรีดเหล็กกลับกำลังวุ่นวายกันอย่างหนัก เหอวิจู้กำลังแกว่งทัพพีทำอาหารมื้อพิเศษ สำหรับเลี้ยงรับรองอยู่ส่วนหมาฮวะลูก ศิษย์ก็กำลังหั่นผักเสียงดังฉับอยู่ข้างๆ และยังมีอาจารย์หยางที่เพิ่งมาใหม่ไม่กี่ วันคอยเป็นลูกมือช่วยยกอาหารนี่เป็นงาน ที่ผู้บริหารโรงงานสั่งเพิ่มกะทันหัน เพราะเหอวิจู้ฝีมือดีดังนั้นพอโรงงานมี งานเลี้ยงรับรองทีไรก็มักจะให้เขาเป็นคน ทำอาหารเสมอ อาหารจานหลักจานสุดท้ายไก่ตุ๋นเห็ด เหอวิจู้ตักไก่ที่ตุ๋นจนหอมฉุยในหม้อดิน ขึ้นมาวางบนเขียงเงื้อมีดสับลงไปดังฉับ ไก่ทั้งตัวก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ซีกเขาตาไว คว้าไก่ซีกเล็กนั้นโยนกลับลงไปในหม้อดิน ดังตุ๋มและให้อาจารย์หยางยกไปส่งที่ห้อง อาหารเล็กตอนนั้นเองร่างเล็กๆที่มีทรงผม หน้าม้าหัวเห็ดก็ผลุบเข้ามาจากประตูหลัง ด้วยท่าทางลับๆล่อๆราวกับหนูตัวน้อยเจ้า หนุ่มน้อยย่อตัวลงกรอกตากลมดิ๊กวัดมองไป รอบๆพอแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วก็พุ่งตรงดิ่ง ไปที่ชั้นวางเครื่องปรุงอย่างมีเป้าหมาย ที่ชัดเจนเห็นเขาคว้าขวดซีอิ้วขึ้นมา อย่างชำนาญแล้วล้วงขวดแก้วใบเล็กที่พกติด ตัวออกมาจากนั้นก็เริ่มเทศุอาก ตอนนั้นเหอวิจู้เก็บของเสร็จพอดีเขาเอา ไก่ซีกใหญ่ที่อยู่บนเขียงใส่ลงในกล่อง ข้าวของตัวเองหันหลังเตรียมจะกลับแต่ก็พอ ดีเห็นปั้งเกิ่งกำลังขโมยซีุอยู่ถูกต้อง เด็กที่ไว้ผมทรงหัวเห็ดคนนี้ก็คือเจี่ย เกิ่งลูกชายของฉินไหวหรูและเจี่ยตงซวี่ หรือชื่อเล่นว่าปั้งเกิ่ง
Speaker A
เหอวิจู้นึกขึ้นมาได้ทันทีว่านี่คงจะเป็น เหตุการณ์ปั้งเกิ่งขโมยซีอิ๊วที่มักจะถูก พูดถึงบ่อยๆในนิยายพวกนั้นและยังเป็น เนื้อเรื่องเริ่มต้นของซีรีส์ต้นฉบับรัก เต็มเรือน 4 ประสานอีกด้วยเหอวิจุไม่เคย ดูซีรีส์ต้นฉบับแบบเต็มๆหรอกความจริงแล้ว เขาไม่ค่อยรู้เรื่องเนื้อหาหลายๆส่วนเขา แค่ชอบอ่านนิยายไม่ชอบดูซีรียส์คาดว่านี่ ก็คงเป็นโรคติดต่อของคนหนุ่มสาวสมัยนี้ ไม่สิต้องบอกว่าเป็นโรคติดต่อของคนหนุ่ม สาวในยุคก่อนที่เขาจะทะลุมิติมามากกว่า พูดให้ถูกก็คงเรียกโรคติดต่อไม่ได้ต้อง บอกว่าเพราะยุคนั้นมีรูปแบบความบันเทิง มากมายจังหวะชีวิตก็เร็วมากซีรียส์ทาง โทรทัศน์จึงอาจจะกำลังถูกแทนที่ด้วย วีดีโอสั้นแบบfastฟู้ดไปทีละน้อยแม้ว่า เหอวิจู้จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับเนื้อเรื่อง ต้นฉบับและไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับเวลาคร่าว ๆของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่อง ต้นฉบับเลยก็ตามแต่นิยายหลายเรื่องก็มัก จะใช้คำว่าในต้นฉบับเพื่ออธิบายว่าเหตุ การณ์ไหนเคยเกิดขึ้นในซีรีย์ ดังนั้นเขาจึงพอจะมีความรู้เกี่ยวกับเหตุ การณ์ที่ถูกพูดถึงในนิยายอยู่บ้างอย่าง เช่นเหตุการณ์ปั้งเกิ่งขโมยซีอิ๊วในครั้ง นี้ก็มีนิยายหลายเรื่องบรรยายเอาไว้และ เขาก็รู้ด้วยว่าต่อไปสวีต้าเมื่อจะเข้ามา อวดอ้างกับเขาว่าถูกผู้อำนวยการเชิญไปกิน เหล้าแล้วในตอนนี้เขาก็ควรจะคว้าไม้นวด แป้งทอดนั้นปลาใส่เรื่องตีวิต้าเมเขาไม่ มีความตะขิดตะขวงใจเลยแม้แต่น้อยไม่ใช่ เพื่ออะไรหรอกก็เพื่อจะหาเรื่องเจาะไข่ แดงโหลเสี่ยวเอ๋อนั่นแหละส่วนไอ้หนุ่ม ปั้งเกิ่งนิยายที่เขียนเกี่ยวกับเรือน 4 ประสานทุกเรื่องล้วนบอกว่าเขาเป็นคน เนรคุณเหอวี่จู้ย่อมไม่ไปทดลองอะไรเพื่อ พิสูจน์ความจริงหรอกต่อให้เพื่อความสะดวก
Speaker A
ในการกินโร่เจียโหมของฉินไหวหรูวันหน้า เขาก็ไม่มีทางตามใจปั้งเกิ่งคนนี้แน่แต่ เขารู้ว่าเดี๋ยวสวีต้าจะเข้ามาดังนั้นก็ เลยปล่อยไอ้เด็กนี่ไปก่อนแน่นอนว่าสิ่ง ที่ควรพูดก็ยังต้องพูดสิ่งที่ควรทำก็ยัง ต้องทำปั้งเกิ่งที่เทซีอิ๊วเสร็จและเอา ขวดซีอิ๊วกลับไปวางบนชั้นแล้วจู่ๆก็ได้ ยินเสียงตวาดเกล้าไอ้หนูขโมยซีอิ๊วหลวง เหรอปั้งเกิ่งมือสั่นจนเกือบทำขวดซีอิ้ว 6 ไม่ทันได้คิดอะไรมากก็สับตีนแตกพุ่งออกไป นอกประตู วิ่งวิ่งๆเหอวิจู้แหกปากตะโกนไปพลางคว้า ไม้นวดแป้งที่เล็งไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา พลางรวบรวมแรงทั้งหมดปใส่ผ้าม่านประตู หลังอย่างจังท่าทางลื่นไหลราวกับสายน้ำ เหมือนเคยฝึกซ้อมมาแล้วเป็นพันๆครั้งตอน นั้นเองผ้าม่านประตูก็ถูกเปิดออกสวีต้า เมื่อที่เดินเข้ามาจากข้างนอกถูกไม้นวด แป้งที่ลอยมาฟาดเข้าที่หน้าอกอย่างจังล้ม ลงไปกองกับพื้นดังแอกแถมยังไปชนอ่างล้าง หน้าข้างๆอีกด้วยร่างกายของสวีต้าโมนี่ มันอ่อนปวกเปียกจริงๆถึงกับถูกไม้นวดแป้ง แค่ท่อนเดียวฟาดจนล้มลงไปกองกับพื้นได้มี หน้าหลเสี่ยวเอ๋อถึงได้มีท่าทางเหมือนกิน ไม่อิ่มอยู่ตลอดเวลา ฮ่าๆพอเหอวิจู้เห็นสภาพทุลักทุเลของ สวีต้าก็อดหัวเราะก๊กออกมาไม่ได้เดิมที สวีต้าเมื่อตั้งใจมาที่ห้องครัวด้านหลัง เพื่ออวดเบ่งต่อหน้าซาจู้สักหน่อยผู้ อำนวยการโรงงานเชิญเขาไปกินเหล้าแล้วหน้า ตาใหญ่โตขนาดไหนผลคือพอเดินเข้าประตูมา สิ่งที่ต้อนรับเขาก็คือไม้นวดแป้งฟาด กระบานพอได้ยินเสียงหัวเราะเยาะอย่างไม่ ปิดบังของซาจู้อีกเขาก็รู้สึกเหมือนถูก เอาหน้าไปถูไถกับพื้นไฟโกรธในใจประตุ๊ พรืบขึ้นมาชนเพดานทันทีเขาคว้าไม้นวดแป้ง บนพื้นขึ้นมากระโดดหยงขึ้นมาราวกับผีดิบ คืนชีพแกว่งไม้นวดแป้งสะเปะสะปะไปมาใน อากาศชี้หน้าเหอวิจู้กับหมาฮวาสลับกันไป
Speaker A
มาตาแดงกล่ำไปด้วยความโกรธใครป่า ฉันเองใครล่ะเหอวิจู้ทำหน้าเยอะๆยอมรับ อย่างอารมณ์ดีพอได้ยินว่าเป็นซาจู้บวกกับ นึกถึงความอัปยศที่ถูกซาจู้นั่งคร่อมตัว ตบหน้าเพี้ยเมื่อเช้าความโกรธของสวีต้าก็ กดไว้ไม่อยู่อีกต่อไปเขาคามี่อีโต้ที่ อยู่บนเขียงข้างๆขึ้นมาสับลงบนเขียงอย่าง บ้าคลั่งถ้าเหมือนเขียงนั้นเป็นเหอวิจู้ ต้องสับให้แหลกเป็นชิ้นๆถึงจะระบายความ แค้ในใจได้แต่สับไปได้แค่ไม่กี่ทีมี่ อีโต้ก็สับลึกติดเขียงจนดึงไม่ออกสวีต้า เมเลยทำได้แค่เอาไม้นวดแป้งที่วางอยู่บน โต๊ะฟ้าใส่เขียงอย่างแรงใครจะรู้ว่า สวีต้าเมะถึงกับไม่มีแรงแม้แต่จะจับไม้ นวดแป้งให้แน่นไม้นวดแป้งเท่านั้นเลยหลุด มือลอยละลิ่วออกไปดังฟิวเมื่อไม่มีอาวุธ ในมือสวีต้าเม่าจึงทำได้แค่หันกลับมาทำ หน้าถมึงถึงชี้หน้าเหอวิจู้แล้วคำราม ซาจู้ มึงรนหาที่ตายใช่ไหม สวีต้าเมื่อฉันว่านแกนี่หาเรื่องเจ็บตัว จริงๆเหอวิจุยังคงทำหน้าอารมณ์ดีน้ำเสียง ก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ตัวเองเพิ่งเอาไม้ นวดแป้งแงฟ้าสวิต้าเมื่อกี้เลยสักนิดฉัน ตีลูกชายแม่ไม่ฉินแกมายุ่งอะไรด้วยฮะ มีประตูหน้าไม่เดินแกมาเข้าประตู หลังแกนี่นะพ่อสวีต้าเมื่อได้ยินเหอ อวี่จู้บอกว่าตัวเองหาเรื่อง 7 ตัวก็นึก ขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่มีเรื่องกับซาจู่ สุดท้ายคนที่เสียเปรียบก็คือตัวเองเขาจึง ค่อยๆสงบสติอารมณ์ลงห้องครัวด้านหลังหนี้ มันถิ่นของซาจู่ถ้าเขาโดนอัดที่นี่ก็เท่า กับเจ็บตัวฟรีแต่สวีต้าว่าเป็นคนแบบไหน ล่ะจะยอมโดนตีฟรีๆได้ยังไงเขาไม่เอาหน้า แล้วหรือไงต่อให้สู้ไม่ได้แต่อย่างน้อย ปากก็ต้องไม่ยอมแพ้ไม่ต้องมาทำหน้าระื่น ซาจู้อ้ารู้ไหมว่าใครเชิญฉันมาสวีต้า เมื่อเอามือกุมหน้าอกที่ปวดตุบๆฝืนยืดเอว
Speaker A
ให้ตรงชูนิ้วโป้งมือขวาชี้ไปทางห้องอาหาร เล็กอย่างโอหังท่าทางหยิ่งผยองนั้นแทบจะ พ่นออกมาจากรูจมูกอยู่แล้วเขาพูดอย่างอวด ดีว่าผู้อำนวยการโรงงาน เหอวิจู้ย่อมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงอด หัวเราะเบาๆไม่ได้สวีต้าไม่ต้องเอาหน้า ร้อนๆของแกไปแนบก้นเย็นๆของคนอื่นหรอกแก คิดว่าเขาเชิญแกจริงๆเหรออย่างมากเขาก็ แค่ถามแกว่าคืนนี้ฉายหนังให้เขาดูสัก เรื่องได้ไหมพอได้ยินคำพูดนี้สวีต้าเมก็ ไม่พอใจเถียงกลับอย่างมั่นใจอ้าวแล้วไง ล่ะฉันก็ได้กินเหล้าสักจอกนึงแหละน่าฉัน ได้นั่งร่วมโต๊ะกับผู้อำนวยการโรงงานแล้ว แกละพูดจบเห็นเหอวิจู้ไม่พูดอะไรก็นึกว่า เหอวิจู้ปอดแหกแล้วจึงพูดอย่างเหยียดหยาม ว่าก็แค่พ่อครัวกระจอกกระจอกคนนึง สวีต้าเมื่อพูดพลางก็จะเดินไปที่ห้อง อาหารเล็กเหอวิจุเห็นเขาเดินมาก็หยิบขั้ว แตงกวาใกล้มือปลาใส่ปากก็ตะโกนว่าฉันแตง กว่าแกกิน โอ๊ยสวีต้าเมื่อที่โดนขั้วแตงกัวปาใส่หัว รีบวิ่งหนีไปที่ห้องอาหารเล็กไอ้ซาจู้นี่ แรงเยอะชะมัดเอาขั้วแตงกัวปาคนยังเจ็บ ขนาดนี้เผ่นก่อนดีกว่าพอนึกถึงกับข้าวที่ ตัวเองอุตส่าห์ตั้งใจทำอย่างเหน็ดเหนื่อย ต้องไปตกถึงท้องคนเลวๆอย่างสวีต้าเมาเเหอ วิจู้ก็รู้สึกไม่พอใจตะโกนไล่หลังสวีต้า เมไปว่าหนีเหรออย่ากินไก่นั่นน่ะฉันใส่ยา ถ่ายลงไปแล้วพกกระดาษมาโว้ยสวีต้าเมหัน กลับมามองเหอวิจู้ด้วยสายตาดูแคลนลูกไม้ ตื้นๆแค่นี้คิดจะหลอกปู่คนนี้เหรอมึงไม่ อยากให้กูกินไก่กูก็จะกินแถมยังใส่ยาถ่าย อีกมึงกล้าเหรอนี่มีแต่ระดับผู้บริหารโรง งานทั้งนั้นมึงคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว มั้งบทที่ 7 ยิ่งคิดยิ่งสยอง เหอวิจู้หิ้วถุงตาข่ายที่ใส่กล่องข้าว 2 ใบสะพายไว้ข้างหลังเดินส่ายอัดๆออกจาก
Speaker A
ห้องครัวด้วยท่าทางไม่เห็นหัวใครท่าทาง นั้นช่างดูอิสระเสรีสุดสุดเพิ่งเดินพ้น ประตูเหอวิจู้ก็ได้ยินเสียงอาจารย์หยาง ดังมาจากในครัวเอ้อหมาฮาวาฉันได้ยินมาว่า อาจารย์ของนายกับพนักงานฉายหนังที่ชื่อ สวีต้ามาอยู่เรือน 4 ประสานเดียวกันนี่นา ตามมาด้วยเสียงตอบรับที่แฝงความภูมิใจ เล็กๆของหม่าฮาวาใช่ครับเขาอยู่วัดเดียว กันกัดกันไม่ปล่อยเลยล่ะหยุดไปครู่หนึ่ง หมาฮาวาก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน เฉอะแล้วพูดต่ออย่างได้ใจอาจารย์หยางครับ คุณเพิ่งมาใหม่ผมจะบอกอะไรให้นะทุกครั้ง ที่สวีต้าเเชิญคนจากสถานีนี้จ่ายหนังมา กินข้าวอาจารย์ของผมจะต้องจัดการเขาสะบะ ล่ะฮึมทุกทีเหอะถ้าไม่จริงผมให้เตะเลยหือ ๆอาจารย์หยางฟังจบก็หัวเราะตามไปด้วยธรรม ถ้าเหมือนรอชมเรื่องสนุกคุณรอดูได้เลยหมา ฮาวายิ้มอย่างผู้ชนะได้เลยอาจารย์หยางรับ คำส่งเห็นได้ชัดว่าเริ่มสนใจขึ้นมาเหมือน กันฮึๆเหอวิจู้ฟังบทสนทนาของทั้ง 2 คน แล้วก็ส่ายหน้ายิ้มๆเดินออกจากโรงอาหารไป พอพ้นประตูโรงงานรีดเหล็กไปได้ไม่ไกล กลิ่นหอมของไก่ย่างที่ผสมกับกลิ่นไม่นิดๆ ก็ลอยมาเตะจมูกเหอวี่จู้ เฮอวี่จู้หยุดเดินสู่จมูกฟุฟิอย่างแรง 2 ทีมองซ้ายมองขวาราวกับสุนัขตำรวจแล้วก็ ตามกลิ่นไปจนถึงหน้าท่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ ริมถนนเขาก้มตัวลงมองเข้าไปในท่อซีเมนต์ ไม่เห็นใครจึงเดินไปที่ท่อซีเมนต์ท่อถัด ไปเลยหาไปทีละท่อจนกระทั่งเห็นเด็ก 3 คน กำลังซ่อนตัวอยู่หลังท่อซีเมนต์หันหลัง ให้ถนนกำลังกินอะไรบางอย่างอย่างเอร็ด อร่อยดูตั้งอกตั้งใจสุดๆมาจิ้มซีอิ๊ว
Speaker A
ปังเกิ่งพูดเสียงเบาเสี่ยวตังหงหยิบขวด ซีอิ๊วขึ้นมาแล้วเหยาะซีอิ๊วลงบนเนื้อไก่ ในมือของปั้งเกิ่งเล็กน้อยเหอวิี่จู้ยิ้ม ออกมาตามสัญชาตญาณคิดจะเดินเข้าไปดูเด็ก 3 คนนั้นพอเพิ่งจะยกเท้าเหอวิจู้ก็ขมวดคิ้ว กะทันหันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยเขากล้าพูดได้ เต็มปากเลยว่าเขาไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ให้กับเด็ก 3 คนนี้สักเท่าไหร่แต่ทำไม เมื่อกี้ถึงเกิดความรู้สึกชอบและอยากจะ เข้าไปดูพวกเขาล่ะจริงสิวันนี้ตอนอยู่ใน ครัวคำพูดหลายคำเขาก็หลุดปากพูดออกไปโดย ไม่ได้คิดให้รอบคอบอย่างเช่นประโยคที่บอก ให้สวีต้าเมอย่ากินไก่นั่นถ้าเป็นนิสัย ของเขาเขาไม่มีทางพูดออกไปแน่ไม่ว่าจะใส่ ยาหรือไม่ใส่คำพูดแบบนี้ก็ไม่ควรพูดแต่ เขากลับพูดคำนั้นออกไปแถมยังจงใจพูดให้ สวีต้ามาฟังอีกด้วยแล้วตอนนั้นอาจารย์ หยางที่เพิ่งมาใหม่ก็อยู่ด้วยถึงแม้คำพูด นี้จะเป็นแค่การล้อเล่นแต่ถ้าคนคิดร้าย ได้ยินเข้าแล้วอยากจะจัดการเหอวิจุเกิด แอบไปใส่ยาจริงๆวางยาคนทุกคนที่กินอาหาร มื้อพิเศษในห้องอาหารเล็กวันนี้จนหมดสุด ท้ายคนที่ต้องรับเคราะห์ก็คือเขาเหอวิจู้ อย่างแน่นอนยิ่งคิดเหอวิจู้ก็ยิ่งรู้สึก ว่ามันไม่ชอบมาพาลยิ่งยิ่งคิดก็ยิ่งรู้ สึกกลัวจนขนลูกสู้มันช่างน่าสะพรึงกลัว จริงๆหรือว่าวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมยัง คงอยู่ในร่างกายนี้เป็นไปไม่ได้สิถ้า วิญญาณ 2 ดวงใช้ร่างกายเดียวกันเขาต้อง รู้สึกได้แน่ๆเพราะเขาคือผู้บุกรุกถ้า เป็นนิสัยของเหอวิจู้เจ้าของร่างเดิมมีคน บุกมาถึงบ้านจะหนีไปซ่อนตัวโดยไม่ต่อสู้ ขัดขืนเลยได้ยังไงถ้าไม่ใช่วิญญาณของเหอ วิจู้เจ้าของร่างเดิมที่กำลังเล่นตุกติด ก็เป็นไปได้เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือความ
Speaker A
ทรงจำกล้ามเนื้อของร่างกายนี้ความเคยชิน บางเรื่องพอทำบ่อยๆเข้ามันก็ฝังลึกเข้าไป ในกระดูกพอเจอร์สถานการณ์ที่คุ้นเคยร่าง กายก็ตอบสนองเร็วกว่าสมองความชำนาญก็จัด อยู่ในกรณีนี้เหมือนกันอย่างเช่นตอนตื่น นอนมาล้างหน้าแปรงฟันเมื่อเช้าเขาไม่ได้ คิดเลยสักนิดว่าแปรงสีฟันอยู่ไหนหรืออ่าง ล้างหน้าอยู่ไหนเขาแค่หยิบอุปกรณ์ล้าง หน้าแล้วเดินไปที่อ่างน้ำกลางลานเรือน เพื่อล้างหน้าแปรงฟันตามสัญชาตญาณ แล้วก็กล่องข้าวที่หนักอึ้งในมือนี้ด้วย ข้างนมีไก่ครึ่งตัวนี่มันฝีมือดั้งเดิม ของซาจู้เจ้าของร่างเดิมชัดๆร่างกายมันทำ ไปตามสัญชาตญาณการแอบเก็บไก่จากอาหารจัด เลี้ยงไว้ครึ่งตัวอย่างชำนาญแถมยังเลือก ชิ้งใหญ่ๆด้วยแบบนี้มันหาเรื่องตายชัดๆ ต่อให้ผู้บริหารโรงงานจะเห็นแก่ฝีมือทำ อาหารของเขาแล้วหลับตาข้างหนึ่งก็เถอะใน นิยายพวกนั้นก็ไม่เคยได้ยินว่าเหอวิจู้ เจ้าของร่างเดิมจะโดนลงโทษเพราะเรื่องนี้ เลยแต่เขาไม่ใช่เหอวิจู้เจ้าของร่างเดิม นะเขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเพราะเรื่อง ไร้สาระพวกนี้ยิ่งไปกว่านั้นเดี๋ยวใน เรือนเหมือนจะมีคนเอาไก่ครึ่งตัวนี้มาวาง กับดักเหอวิจู้แล้วก็จะเกิดปฏิกิริยาลูก โซ่ตามมาอีกเพียบผลสุดท้ายก็คือเหอวิจุ จู้ถูกเล่นงานเมื่อคิดถึงตรงนี้เหอวิจู้ ก็รีบเดินกลับไปทางโรงงานรีดเหล็กทันทีจะ ให้ไก่ครึ่งตัวนี้มาทำลายชื่อเสียงของตัว เองไม่ได้พอมาถึงประตูโรงงานก็เห็นหมาฮอ ลูกศิษย์เดินออกมาจากโรงงานพอดีอาจารย์ ทำไมยังไม่กลับอีกล่ะครับเราใครอยู่เหรอ ครับหมาฮวาเห็นเหอวิจู้ก็รีบวิ่งเหยาะ เข้ามาทักทายก็รอนายอยู่นี่แหละมัวชักช้า อะไรอยู่ตามฉันมาเหอวิจู้ไม่อธิบายอะไร ทิ้งคำพูดไว้แล้วหันหลังเดินไปทางที่ลับ ตาคนมาฮาใจคอไม่ดีเดินตามไปอย่างกล้าๆ กลัวๆพอถึงมุมที่ไม่มีคนเขาก็ตื่นเต้นจน เหงื่อซึมเต็มฝ่ามืออาจารย์เรียกผมมามี เรื่องอะไรเหรอครับผมทำอะไรผิดหรือเปล่า
Speaker A
ครับสมองเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าวัน นี้ทำอะไรผิดไปบ้างถึงได้ล่วงเกินอาจารย์ หมาฮาวาได้ยินว่าบ้านนายคนเยอะเอาของพวก นี้กลับไปกินสิเหอวิจู้พูดพลางยื่นกล่อง ข้าวของตัวเอง 2 ใบไปตรงหน้าหมาฮาวา มาฮาวามองดูกล่องข้าว 2 ใบนั้นไม่ยอมรับ ไปหน้าซี่เผือดลงทันทีเขารีบถามด้วยน้ำ เสียงสั่นเครืออาจารย์ผมทำอะไรผิดไปหรือ เปล่าครับถ้าอาจารย์ยังไม่หายโกรธจะด่าจะ ตีผมยังไงก็ได้แต่แต่อาจารย์อย่าไล่ผมออก เลยนะครับเขารู้ดีว่าในกล่องข้าว 2 ใบของ เหอวิจุนั้นใส่อะไรไว้กล่องหนึ่งคือข้าว และกับข้าวที่ตัดจากโรงอาหารตอนกลางวัน ส่วนอีกกล่องคือไก่ครึ่งตัวที่แอบหักไว้ จากอาหารจัดเลี้ยงตอนก่อนเลิกงานยุคสมัย นี้สำหรับคนธรรมดาทั่วไปแค่ได้กินอิ่ม ท้องก็ถือว่าดีมากแล้วไม่ได้กินเนื้อ สัตว์เป็นเดือนๆนั่นแหละคือเรื่องปกติไม่ ต้องพูดถึงครอบครัวยากลำบากปากที่มี สมาชิกเยอะแต่ไม่มีใครเป็นพนักงานประจำ อย่างครอบครัวของห่าฮาเลยเนื้อไก่นะเขา ได้แต่ยืนมองในห้องครัวบางครั้งก็ได้ซด น้ำซุปไก่สักคำเนื้อไก่นี่ไม่ต้องพูดถึง ส่วนพ่อแม่พี่น้องที่บ้านยิ่งไม่ต้องพูด ถึงเลยตลอดทั้งปีก็มีแค่ตอนปีใหม่ที่โรง งานจากเนื้อสัตว์มานิดหน่อยครอบครัวถึงจะ ได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์บ้างส่วนอาหารประเภท เนื้อสัตว์ในโรงอาหารเดิมทีก็มีไม่พอให้ คนในโรงงานกินอยู่แล้วมีแต่อาจารย์เหอ วิจู้ของเขาคนเดียวนี่แหละที่กล้าแย่ง อาหารจากปากผู้บริหารแบบนี้ไก่ครึ่งตัว แบบนี้เขามีสิทธิ์แค่มองเท่านั้นแต่วัน นี้อาจารย์ของเขากลับมารอเขาที่ประตูโรง งานเพื่อจะเอาไก่ครึ่งตัวที่แอบเก็บไว้
Speaker A
นี้มาให้เขาเรื่องแบบนี้มันจะเป็นการให้ ขนมหวานก่อนจะไล่คนออกหมายความว่าให้จาก กันด้วยดีและเพื่อให้พูดคำไล่ออกได้ง่าย ขึ้นด้วยเหอวิจู้ไม่คิดเลยว่าหมาฮาวาจะตี ความเจตนาของเขาผิดไปเขาถอนหายใจเงียบๆ แล้วพูดว่าหมาฮาวาใครบอกว่าจะไล่นายออก หนี้เป็นรางวัลสำหรับนายตั้งแต่พรุ่งนี้ ไปไม่ต้องหั่นผักแล้วมาอยู่หน้าเต่ากับ ฉันหา อาจารย์ พูดพูดจริงเหรอครับผมผมจะได้เรียนทำอาหาร แล้วเหรอครับหมาฮวาคิดว่าตัวเองหูฝาดมอง เหอวี่จู้อย่างไม่อยากจะเชื่ออยากจะยืน ยันให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดไปส่วน เรื่องรางวัลอะไรที่เหอวิจู้พูดเขาไม่ได้ ฟังเข้าหูเลยเป็นลูกศิษย์คนนึงก็เพื่อจะ ได้เรียนวิชาไม่ใช่หรือเขาอดทนมาตั้งหลาย ปีเหอวิจู้ไม่เคยให้เขาขึ้นเตาเลยได้แต่ หั่นผักอยู่ข้างๆตอนนี้ในที่สุดก็รอจนถึง วันที่อาจารย์จะสอนเขาทำอาหารจริงๆแล้ว เขาจะไม่ตื่นเต้นจะไม่ดีใจได้ยังไงนายไม่ ได้ฟังผิดหรอกบอกพรุ่งนี้ขึ้นเตากับฉัน ตั้งใจเรียนล่ะครับอาจารย์วางใจได้เลยผม จะตั้งใจเรียนจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง แน่นอนพอได้รับคำยืนยันจากเหอวิจู้ หมาฮาวาก็ดีใจจนขอบตาแดงก่ำและให้คำมั่น สัญญากับเหอวิจู้อย่างจริงจังเอาล่ะล่ะ เก็บน้ำตามมูล้าของนายกลับไปซะเอากล่อง ข้าวไปแล้วรีบใส่หัวไปเลยเหอวิจู้ตีหน้า ยักย้ายดุมาฮาวากลับไม่ได้สนใจคำพูดหยับ คายของเหอวิจู้เลยสักนิดนี่แสดงว่า อาจารย์ไม่ได้มองเขาเป็นคนนอกแต่กล่อง เข้าของอาจารย์เขารับไว้ไม่ได้เด็ดขาด อาจารย์ของนี่มันมีค่าเกินไปผมรับไว้ไม่ ได้หรอกครับรีบรับไปเถอะหน้าถ้าไม่รับต่อ ไปก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าอาจารย์เหอวิจู้ ทำท่าโมโหหนนี่เขาไม่ได้แกล้งทำนะเขาโกรธ จริงๆหมาวานี่ชักช้าอึดอาเสียจริงเขาต้อง รีบกลับไปดูงิ้วโรงใหญ่นะไม่มีเวลามาแสดง ละครศิษย์อาจารย์ผูกพันกับนายหรอกเออพอ
Speaker A
เห็นว่าเหอวิจู้ดูเหมือนจะโกรธจริงๆหม่า ฮาวาก็ไม่กล้าปฏิเสธอีกต่อไปเขารับกล่อง ข้าวของเหอวิจู้ไปพลางขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำ แล้วเดินไปเหลียวหลังมองไปฝีเท้าเบาหิว ราวกับจะลอยได้บทที่ 8 เลี้ยงไก่เหอวิจุ มองตามหลังหฮาวาจนลับสายตาถึงได้รีบจ้ำ อ้ากลับบ้านพอเดินมาถึงปากต่อก็ได้กลิ่น ควันไฟลอยมาจากบ้านแต่ละหลังถึงจะไม่มี กลิ่นหอมของเนื้อหรือข้าวสวยแต่กลิ่นควัน ไฟจากฟืนที่ผสมผสานกับกลิ่นหอมของธัญพืช อย่าก็ทำให้คนจากศตวรรษที่ 21 อย่างเขา รู้สึกถึงกลิ่นอายของการใช้ชีวิตอย่างแท้ จริงเวรเอ๊ยฉันเอากล่องข้าวไปให้มาฮาวา แล้วมื้อเย็นฉันจะกินอะไรล่ะเนี่ยเหอวิจุ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามื้อเย็นของตัวเองยัง ไม่มีที่ลงในบ้านเหมือนจะไม่มีอะไรให้เขา กินเลยเหลือแต่แป้งข้าวโพดนิดหน่อยไอ้นี่ เขากินไม่ลงจริงๆไม่รู้ว่ามันฝรั่งกับหัว ชายเท้าที่ปลูกในพื้นที่มิติเมื่อเช้า เป็นยังไงบ้างแล้วในนิยายหลายเรื่องบอก ว่าของในพื้นที่มิติไม่ว่าจะเป็นพืชที่ ปลูกหรือสัตว์ที่เลี้ยงจะเติบโตเร็วมาก ไม่รู้ว่าพื้นที่มิติของเขาจะมีคุณสมบัติ นี้ด้วยหรือเปล่าเหอวิจู้กรอกตาเล็งตรอก เปลี่ยวไร้ผู้คนข้างข้างแล้วแวบเข้าไปใน นั้นเพียงแค่คิดร่างกายก็เข้ามาอยู่ใน พื้นที่มิติแล้วโอ้โหให้ตายเถอะต้นมัน ฝรั่งเขียวขจีเป็นพืชพอแหวกดินดูก็เห็น ก้อนทองคำขนาดเท่ากำปั้นให้อยู่เต็มไปหมด หนักอึ้งเชียวหัวชายเท้าที่ถอนขึ้นมาก็ ทั้งอวบทั้งยาวใหญ่ขนาดเท่าท่อนแขนเขาเลย ล่ะยังมีพวกรากผักที่โยนทิ้งๆขว้างๆเข้า มาก็โตเป็นกอใหญ่มีทั้งผักกัดขาวผักกวาง ตุ้งเอาเป็นว่ามีกินพอสำหรับเขาคนเดียว แน่นอนแค่ช่วงกลางวันวันๆเดียวผักพวกนี้ ก็ขยายพันธุ์จนเต็มพื้นที่แถมยังโตมา
Speaker A
อย่างดีเยี่ยมอีกพื้นที่มิตินี่สุดยอดไป เลยรุนพีไม่หลอกลวงฉันจริงๆด้วยเหอวิจุ ไม่กล้าอยู่ในพื้นที่มิตินานเกินไปการ เล่นเสกคนข้างนอกมีความเสี่ยงสูงเกินไป เขารีบออกจากพื้นที่มิติมองซ้ายมองขวา อย่างระแวดระวังโชคดีไม่มีใครถึงได้ถอน หายใจอย่างโล่งอกมื้อเย็นมีทางออกแล้วถึง จะเป็นแค่มันฝรั่งกับหัวชายเท้าแต่นี่ก็ เป็นผลผลิตจากพื้นที่มิติธรรมชาติ 100% ไร้สารพิษในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่จำเป็น ต้องอยู่ข้างนอกแล้วรีบกลับบ้านดีกว่า เดิมทีเขายังคิดจะไปตลาดสดหรือสหกรณ์จัด หาและจำหน่ายเพื่อดูว่ามีอะไรที่เขากิน ได้ขายบ้างหรือเปล่าพอคิดถึงเรื่องกินเหอ วิจู้ก็นึกถึงไก่ครึ่งตัวนั้นเหอถ้านึก ขึ้นได้เร็วกว่านี้ว่าตัวเองมีพื้นที่ มิติจะต้องเอามื้อเย็นของตัวเองไปให้ หมาฮวาทำไมล่ะโยนใส่พื้นที่มิติไปเลยใคร จะหาเจอยังขาดประสบการณ์สินะคืนนี้คงต้อง กลับไปแท้มันฝรั่งกับหัวชายเท้าแล้วล่ะ คิดจะไปเสี่ยงดวงที่ตลาดสดเหรอลืมไปเถอะ ป่านนี้แล้วต่อให้เขามีเนื้อมีผักก็คงโดน เหมาไปหมดแล้วจะเหลือตกถึงท้องเขาได้ยัง ไงล่ะ กลับดีกว่ามันฝรั่งกับหัวชายเท้าก็มัน ฝรั่งกับหัวชายเท้าอย่างน้อยก็จะไม่ถูก 2 ผัวเมียสวีต้าเมาเข้าใจผิดว่าขโมยไก่ของ พวกเขาไปอีกบังเอิญจริงๆเหอวิจู้เพิ่ง เตรียมตัวจะออกจากตรอกเปรี่ยวแห่งนี้ก็มี ยายแก่ผมหงอกสวมเสื้อผ้าประชุนคนหนึ่ง วิ่งโซะโซเซ่เข้ามามือขวาหิ้วไก่ตัวผู้ กับตัวเมียอย่างละตัวส่วนแขนซ้ายคล้อง ตะกร้าใส่ไข่ไก่พอยายแก่เห็นเหอวิจู้ก็ ลุกลี้ลุกลนจะถอยออกจากตรอกในขณะที่เหอ วิจุตอนนี้ก็ได้ยินเสียงไออโวยวายดังมา จากไกลคงจะมาตามจับยายแก่คนนี้แน่ๆยาย ครับนี่คือเหอวิจู้พอจะเดาออกว่าเกิดอะไร ขึ้นเขาเดินเข้าไปคว้าแขนยายแก่ที่กำลัง
Speaker A
จะหนีไว้พ่อหนุ่มปล่อยมือเถอะไม่งั้นยาย ต้องถูกจับไปแน่ถ้ายายถูกจับหลานสาวตัว น้อยที่น่าสงสารของยายก็จะไม่มีใครดูแล ยายแก่ร้อนใจมากแต่แขนที่ถูกเหอวิจู้จับ ไว้ก็สะบัดไม่หลุดนางแท่าจะร้องให้ออกมา ด้วยความร้อนใจอ้อนวอนเหอวิี่จู้ว่าพ่อ หนุ่มได้โปรดเถอะปล่อยยายไปเถอะนะที่บ้าน เหลือแต่หลานสาวอายุ 5 ขบคนเดียวถ้ายาย กลับไปไม่ได้ก็จะไม่มีใครดูแลนางแล้ว เหอวิจู้จะมูกตื้อขึ้นมาทันทีถามว่ายาย ครับยายอย่าเพิ่งร้อนใจผมแค่จะถามว่าไก่ กับไข่พวกนี้ยายจะขายหรือเปล่ายายไม่ต้อง กลัวผมจะซื้อเองเหอวิจู้ไม่กล้าพูดอ้อม ค้อมบอกจุดประสงค์ของตัวเองออกไปตรงๆกลัว ว่ายายแก่คนนี้จะไม่กล้าบอกจุดประสงค์ที่ แท้จริงยายไม่ได้ขายซื้อขายของส่วนตัวมัน ผิดกฎหมายยายไม่ได้ขายของนะแต่ยายแกก็ยัง คงไม่กล้าลดความระมัดระวังกลัวว่าชาย หนุ่มตรงหน้าจะเป็นพวกเดียวกับคนที่ตาม จับนางมายายครับคนพวกนั้นใกล้จะมาถึงแล้ว ตอนนี้ยายมีทางเลือกเดียวคือต้องเชื่อผม ไก่กับไข่พวกนี้ผมให้ 10 หยวนยายรับเงิน แล้วรีบไปเลยเอาของให้ผมผมจะไม่ขวางยาย เด็ดขาดเหอวิจู้พูดพลางใช้มือซ้ายล้วง เงิน 10 หยวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อความ จริงแล้วอาศัยกระเป๋าเสื้อบังตาแล้วหยิบ ออกมาจากพื้นที่มิติต่างหากพอเห็นเหอ วิจู้ถือแบงค์ 10 หยวนใบใหญ่ไว้ในมือยาย แกก็ลังเลเพราะของพวกนี้รวมกันแล้วยังไง ก็ไม่ถึง 10 หยวนแต่พ่อหนุ่มตรงหน้ากลับ
Speaker A
จะใช้เงิน 10 หยวนมาซื้อของพวกนี้พ่อ หนุ่มยายจะเชื่อเธอสักครั้งแต่ของพวกนี้ ของยายไม่ได้มีค่ามากมายขนาดนั้นหรอกเธอ ให้ 5 หยวนก็พอ ส่วนเหออวี่จู้ยัดเงิน 10 หยวนใส่มือยาย แก่ทันทีพร้อมกับรับตะกร้าไข่ไก่มาพูดว่า ถือซะว่าซื้อตะกร้าใบนี้ของยายก็แล้วกัน ยายอายุขนาดนี้ยังต้องออกมาขายของแถมยัง ขายไก่แม่พันธุ์ที่กำลังไข่อีกที่บ้าน ต้องมีเรื่องเดือดร้อนแน่ๆผมเองก็มีเงิน ไม่มากยายรับไปใช้ฉุกเฉินก่อนเถอะ นี่พ่อพระแท้ๆแท้พ่อหนุ่มเธอชื่ออะไรบ้าน อยู่ที่ไหนวันหน้ายายจ้ะยายแก่ได้ยินเหอ อวี่จู้พูดแบบนี้ก็ไม่ปฏิเสธอีกรับเงินมา แล้วถามด้วยความซาบซึ้งใจอย่าถามเลยครับ ยายรีบไปเถอะถือซะว่าเราไม่เคยเจอกันเหอ วิจุ้รีบขัดจังหวะดันนางให้เดินไปอีกฝั่ง ของตรอกเหอะงั้นยายไปก่อนนะขอบใจเธอมากนะ พ่อหนุ่มยายแก่ขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าปาด น้ำตาสังเกตการดูรอบๆแล้วก็รีบจากไปเหอ วิจู้ไม่กล้าชักช้าแค่คิดไก่กับไข่ในมือ ก็หายวับเข้าไปในโกดังของพื้นที่มิติทัน ทีเขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดิน สร่ายอัดๆออกจากตรอกเล็กๆราวกับไม่มีอะไร เกิดขึ้นอ้าวซาจู้นี่นาเห็นยายแก่หิ้วไก่ บ้างไหมวิ่งมาทางนี้นี่นา เหอวิจู้เพิ่งเดินออกจากตรอกได้ไม่นานก็ บังเอิญเจอปลอกแขนแดง 3 คนเดินสวนมาเหอ วิจุถือว่าเป็นคนดังในละแวกนี้แทบจะไม่มี ใครไม่รู้จักเขาดังนั้นพอปอกแขนแดงทั้ง 3 คนเห็นเหอวิจู้ก็ทักทายเขาพร้อมกับถามว่า
Speaker A
เห็นยายแก่ที่รักลอบค้าขายคนนั้นหรือ เปล่ายายแก่หิ้วไก่เหรอพวกคุณคงไม่ได้ หมายถึงเจียจางซื่อหรอกนะงั้นผมก็ไม่เห็น จริงๆแต่ผมเห็นปั้งเกิ่ง 3 พี่น้องซ่อน ตัวอยู่หลังท่อซีเมนตรงโน้นกำลังกินไก่ อยู่นะโอ้โหมฟุ้งเชียวล่ะเหอวิจู้นึกแผน การโยนความผิดให้คนอื่นออกทันทีเจี่ย จังซื่อ ปั้งเกิ่ง 3 พี่น้องกำลังกินไก่อยู่คำพูด นี้ดึงดูดความสนใจของปอกแขนแดงขึ้นมาทัน ดีเจี่ยจางซื้อหิ้วไก่ไปทำไมแล้วไก่ที่ ปั้งเกิ่ง 3 พี่น้องกินมาจากไหน สาจู้ นายแน่ใจนะว่าเห็นเจียจจางซื้อหิ้วไก่ แล้วปั้งเกิ่ง 3 พี่น้องกำลังกินไก่อยู่ ตรงนั้นปลอกแขนแดงคนที่ดูมีอายุที่สุดยัง คงถามเพื่อความแน่ใจเพราะซาจู้เป็นคนยัง ไงคนทั้งชุมชนก็รู้กันดีโง่ๆทึมๆพูดจา เหลวไหลไม่สน 4 สน 8 เจี่ยจางซื่อผมไม่ เห็นหรอกผมเห็นแต่ปั้งเกิ่ง 3 คนกำลังกิน ไก่เอาเป็นว่าผมต้องกลับไปทำกับข้าวมื้อ เย็นแล้วไว้เจอกันใหม่นะพวกคุณเหอวิจู้ ผู้จบก็เดินผ่านทั้ง 3 คนไปมุ่งหน้ากลับ บ้านโดยไม่หันหลังกลับมามองไปไปดูกันเถอะ
Speaker A
ทั้ง 3 คนมองตามหลังเหอวิจู้ที่เดินจากไป แล้วก็ตัดสินใจไปตรวจสอบดูว่าสิ่งที่เหอ วิจู้พูดเป็นความจริงหรือไม่เหอวิจู้กลับ มาถึงเรือน 4 ประสานพอเข้าลานกลางปุ๊บก็ เห็นฉินไหวหรหูกำลังซักผ้าอยู่ริมอ่างน้ำ เพิ่งจะคิดจะเข้าไปทักทายก็เห็นฉินไหวหรู หันหลังให้ไม่พูดไม่จาทำเหมือนมองไม่เห็น เขาเชอตามใจจนเคยตัวล่ะสิ เหอวิจู้ก็ไม่เข้าไปหาเรื่องใส่ตัวหรอก เดินตรงกลับบ้านล็อคประตูแล้วเข้าไปใน พื้นที่มิติอีกครั้งแล้วก็พบว่าไข่ไก่พวก นั้นถูกแม่ไก่ฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบหมด แล้วมองดูลูกเจี๊ยบ 4-50 ตัวเหอวิจู้รู้ สึกพอใจมากรู้สึกว่าต่อไปนี้ในที่สุดก็ ไม่ต้องกังวลเรื่องของกินของใช้แล้วรอให้ มีโอกาสค่อยไปหาสัตว์ปีกหรือปสุสัตว์อื่น ๆมาเลี้ยงก็จะสามารถบรรลุอิสรภาพในการกิน เนื้อกินไข่ได้แล้วเหอวิจู้ไม่ได้ฆ่าไก่ แค่เอามันฝรั่ง 5-6 หัวกับหัวชายทัเอาหัว ใหญ่ออกมาแม้ว่าตอนนี้ตัวเองจะไม่ขาดไก่ กินแต่ก็อธิบายที่มาไม่ได้ถ้าเป็นเวลา ปกติคนในเรือนก็คงไม่สนใจแต่เดี๋พอสวีต้า เมากลับบ้านก็จะพบว่าแม่ไก่แก่ที่บ้านหาย ไปตัวนึงแล้วถ้าคืนนี้เขายังกล้าตุ๋นไก่ อีกก็เท่ากับกินปูนร้อนท้องชัดๆกระโดดลง แม่น้ำฮวงโหล้างความผิดไม่หมดถึงตอนนั้น ข้อหาขโมยทรัพย์สินส่วนรวมโดนสวมลงมาเขา คงได้รับบทเรียนอย่างหนักแน่เอาเถอะก้ม หน้าก้มตาแทมันฝรั่งกับหัวชายเท้าไปอย่าง เจียมเนื้อเจียมตัวดีกว่าบทที่ 9 เหตุ
Speaker A
การณ์ที่ไม่อาจหยุดยั้งได้เพื่อหลีก เลี่ยงปัญหาที่จะตามมาเอวิจู้ตัดสินใจอด กลั้นความอยากอาหารไว้ก่อนโอกาสที่จะได้ กินไก่ยังมีอีกเยอะเขาเอามันฝรั่งใส่หม้อ นึ่งแล้วก็ปอกเปลือกหัวชายเท้าหั่นเป็น ชิ้นๆแล้วเอาไปทำน้ำแดงแม้ว่าที่บ้านจะ ยังมีแป้งข้าวโพดเหลืออยู่บ้างแต่ในฐานะ คนใต้แถมยังเป็นคนที่ทะลุมิติมาจากศตวรรษ ที่ 21 เขาแทบจะกลืนธัญพืชหยับที่บาดคอ พวกนี้ไม่ลงเลยจริงๆต่อให้ในศตวรรษที่ 21 เขาจะเป็นแค่คนจนที่ไม่มีปัญญาซื้อกับ ข้าวสัก 2 อย่างมากินก็ตามพอนึ่งมันฝรั่ง สุขเหอวิจู้ก็หยิบมา 2 ลูกใส่ชามกจะกิน ประทังความหิวไปก่อนตอนนั้นเองเขาก็ได้ ยินเสียง 2 ผัวเมียสวีต้าหม้อกับโหล เสี่ยวเออคุยกันแว่วๆมาจากในลานเรือนหรือ จะไปหาคุณลุงใหญ่ดีขอให้เขาช่วยเรียกคนใน เรือนออกมาถามดูหน่อยน้ำเสียงของโหล เซียวเอ๋อฟังดูร้อนรนเดี๋ยวก่อนจู่ๆสวี่ ต้ามก็สูดจมูกฟุดฟิเหมือนค้นพบทวีปใหม่ กลิ่นอะไรน่ะหอมจังเหมือนกลิ่นเนื้อเลย หืมโหลเสี่ยวเอ๋อก็สูดจมูกดมตามหอมจริงๆ ด้วยแต่เธอก็ทำน่าสงสัยทันทีแต่นี่ไม่ เหมือนกลิ่นเนื้อไก่นี่นาเหมือนจะลอยมา จากบ้านซาจู้นะสวีต้ามตาเป็นประกายวาวับ เหมือนแมวได้กลิ่นคาวปารีบวิ่งตรงดิ่งไป ที่บ้านเหอวิจู้ทันทีไปดูกันไอ้นี่ต้องมี อะไรปิดบังแน่ๆเอ๊ะต้าเมื่อนี่มันไม่ เหมือนกลิ่นเนื้อไก่นะคุณจะไปบ้านซาจู้ ทำไมเนี่ยโหลเสี่ยวเอ๋อยังไม่ทันจะได้ ห้ามสวีต้าเมื่อก็พุ่งไปถึงหน้าประตูบ้าน
Speaker A
เหอเหอวิจู้แล้วเขาง้างหมัดทุกประตูรัวๆ ปังๆเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพัง ประตู ใครวะเหอวิจู้ถามเสียงห้วนเหอวิจู้ได้ยิน บทสนทนาของสวีต้าเมกับโหลเสี่ยวเอ๋อเมื่อ กี้ชัดเจนกลิ่นเนื้อบ้าบารกันปู่คนนี้แค่ ทำหัวชายเท้าน้ำแดงแกมาบอกว่ามีกลิ่น เนื้อเนี่ยนะถึงหัวชายเท้าหม้อนี้จะทำออก มาหอมน่ากินจริงๆก็เถอะแต่ถ้าจะบอกว่า เป็นกลิ่นเนื้อมันไม่เวอร์ไปหน่อยเหรอ โชคดีนะที่แกไม่ได้บอกว่าเป็นกลิ่นไก่ขืน แกบอกว่าเป็นกลิ่นไก่ล่ะก็วันนี้ฉันจะทำ ให้โหลเสี่ยวเอ๋อกลายเป็นแม่หม่ายแล้วคืน นี้ก็จะให้เธอมานอนรอบนเตียงฉันแบบไร้รอย ต่อเลยคอยดูสิซาจู้เปิดประตูเร็วเข้าทำ อะไรอยู่ในบ้านน่ะสวีต้าโมตะโกนเสียงดัง ลั่นราวกับกลัวว่าคนทั้งเรือนจะไม่ได้ยิน ต้ามคุณเบาเสียงหน่อยสิโหลเสี่ยวเออตามมา ทันขมวดคิ้วปรามเธอยิ่งดมก็ยิ่งรู้สึกว่า ไม่น่าใช่กลิ่นหัวชายเท้านี่มันชัดมาก กลิ่นหอมซอดของการทำน้ำแดงมีรสหวานสดชื่น แฝงอยู่แต่ไม่เหมือนกลิ่นเนื้อเลยสักนิด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกลิ่นไก่เลยคุณไม่ต้อง ยุ่งหน้าวันนี้ฉันต้องสั่งสอนให้ซาจู้มัน สักหน่อยสวีต้าโมกดเสียงต่ำทำหน้าเหี้ยม กระซิบข้างหูโหลเซียวเอ๋อต้าว่าคุณจะทำ อะไรซาจู้เขาก็ไม่ได้ขโมยไก่บ้านเราสัก หน่อยโหลเสี่ยวเออเริ่มร้อนใจขโมยหรือไม่ ขโมยคุณพูดไม่ได้หรอกรอดูเถอะสวีต้าเม่า ทำหน้าเหมือนแผนการอยู่ในกำมืออวดอ้างกับ เมียตัวเองอย่างภาคภูมิใจแต่นี่มันโหล เสี่ยวเอ๋อเห็นท่าทางมั่นใจของเขาแล้วก็ ยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิมไม่รู้ว่าเขาขายยา พิษอะไรในน้ำเต้ากันแน่ แอดเหอวิจู้เปิดประตูออกยืนหน้าดำคร่ำ เครียดขวางประตูจ้องสวีต้าเมด้วยสายตาไม่ เป็นมิตรว่าสวีต้าเมดึกดื่นป่านนี้แกไม่ นอนอยู่บ้านวิ่งมาทำอะไรที่บ้านฉันฮะ หึซ่าจู้ไก่บ้านฉันหายไปตัวนึงฉันเพิ่ง เดินมาถึงลานกลางก็ได้กลิ่นเนื้อมาจาก
Speaker A
บ้านแกเพราะงั้นฉันถึงสงสัยว่าแกขโมยไก่ บ้านฉันไปสวีต้าเมื่อพูดพลางก็จะดันตัว เข้าไปในบ้านเหอวิจู้แต่ถูกเหอวิจู้ขวาง ไว้เข้าไปไม่ได้เลยเหอวิจู้ไม่สนใจเขาหัน ไปมองโหลเสี่ยวเอ๋อสายตะแฝสความพินิจ พิเคราะห์โหลเสี่ยวเออเธอก็คิดว่าฉันขโมย ไก่บ้านเธอไปเหรอเธอก็ได้กลิ่นไก่ด้วย หรือไงเขาอยากจะดูว่ายายผีเสื้อโง่ที่ถูก เรียกว่า1ึ่งใน 2 คนดีประจำเรือน 4 ประสานคนนี้จะตามน้ำหลับหลูหลับตาพูดโกหก ไปด้วยไหมโหลเสี่ยวเอ๋อถูกเขามองจนใจสั่น รู้สึกใจคอไม่ดีอย่างประหลาดรีบส่ายหน้า ปฏิเสธฉันฉันเปล่านะฉันไม่รู้ฉันไม่ได้ กลิ่นไก่จากบ้านายเลยเธอพูดอย่างหนักแน่น เหอวิี่จู้พยักหน้าอย่างพอใจก้มหน้าพูด กับสวีต้ามาว่าสวีต้าเมื่อเมียแกยังบอก เลยว่าไม่ได้กลิ่นไก่จากบ้านฉันแล้วแกจะ หาว่าฉันขโมยไก่บ้านแกได้ยังไงแกกำลังใส่ ร้ายฉันนะเว้ยฉันจะไปฟ้องตำรวจว่าแกแจ้ง ความเท็จฟ้องฉันเหรอเอาสิสวีต้าเมยิ่งได้ ใจยืดคอเถียงรอฉันค้นเจอเนื้อไก่ในบ้านแก ก่อนเถอะฉันจะไปแจ้งตำรวจเองแกจะได้ไม่ ต้องเสียเวลาเดินไปท่าทางแบบหลักฐานมะตัว ดิ้นไม่หลุดแกหนีไม่รอดหรอกของเขานี่ไม่ รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเรื่องนี้ทำ ให้เหอวิจุสงสัยหนักมากในบ้านเขาอย่าว่า แต่เนื้อไก่เลยแค่ขนไก่สักเส้นยังไม่มี นึ่งมันฝรั่งทำหัวชายเท้าน้ำแดงมันจะมี กลิ่นไก่มาได้ยังไงขนาดโหลเสี่ยวเอ๋อยัง ปฏิเสธเลยแล้วสวีต้าเอาความมั่นใจมาจาก ไหนแม้เขาจะไม่ค่อยได้ดูซีรีส์ต้นฉบับ เท่าไหร่แต่เรื่องราวในตอนแรกๆที่ดูฟรี เขาก็พอจำได้ลางลๆงๆสาเหตุมาจากเหอวิจู้ เอาไก่ครึ่งตัวที่แอบหักจากโรงอาหารกลับ มาบ้านแล้วตุ๋นน้ำซุปไก่กินกลิ่นหอมของ น้ำซุปไก่ลอยไปเตะจมูก 2 ผัวเมียสวีต้า
Speaker A
เม่าที่กำลังตามหาไก่อยู่พอดีบังเอิญว่า แม่ไก่แก่ที่สวีต้าเม่าเลี้ยงไว้ในกรง หน้าบ้านหายไปพอดีพวกเขาเลยคิดว่าเหอ วิจู้เป็นคนขโมยไก่บ้านพวกเขาไปแต่เขา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก็ได้เอาไก่ครึ่งตัวที่หักจากโรงอาหาร พร้อมกับข้าวที่ห่อมาจากโรงอาหารให้มาฮวา ไปหมดแล้วแถมในบ้านเขาก็ไม่มีเนื้อสัตว์ อะไรเลยมีแค่สับมันฝรั่งไปนึ่งกับทำหัว ชายเท้าน้ำแดงมันจะมีกลิ่นเนื้อไปได้ยัง ไง แต่สวีต้าโมนี่สิกลับมั่นใจเต็มประดาว่า เขาเป็นคนขโมยไก่ไปขนาดเขาขู่ว่าจะไปแจ้ง ตำรวจหมอนี่ก็ยังไม่กลัวสักนิดหรือว่าจะ มีแผนอะไรเตรียมไว้เล่นงานเขาอีกคงไม่ได้ คิดจะยัดข้อหาจริงๆหรอกมั้งเอาของผิดกฎ หมายอะไรมาแอบซ่อนไว้ในบ้านเขาแล้วแจ้ง ตำรวจพอตำรวจมาค้นโป๊ะเขาคงโดนล่าไปยิง เป้าแหง เอ๊ยสวีต้านี่มันใจคอโหดเหี้ยมจริงๆ ปู่แค่คิดจะเจาะไข่แดงเมียแกดันแกจะเอา ชีวิตปู่เลยเหรอเนี่ยไม่ได้จะยอมให้มัน เข้ามาค้นในบ้านไม่ได้เด็ดขาดเอ๊ยไอ้ หมาเวรปู่ตัดสินใจแล้วคืนนี้ปู่จะไม่กิน โร่เจียโหมของแม่หม้ายฉินแล้วยังไงวันนี้ ปู่ก็จะทำลายความสาวของโหลเสี่ยวเอ๋อให้ ได้ให้แกเข้าไปค้นฉันกลัวแกจะแอบเอาของ ผิดกฎหมายมาซ่อนไว้ในบ้านฉันล่ะสิโหล เสี่ยวเอ๋อฉันเชื่อใจเธอนะเธอเป็นคนดี ช่วยไปตามคุณลุงใหญ่กับพวกผู้ใหญ่มาให้ หน่อยถ้าอยากจะค้นบ้านฉันก็ต้องให้ทุกคน อยู่เป็นพยานจะปล่อยให้บางคนเล่นซอกกปอน กลับหลังไม่ได้โหลเสี่ยวเอ๋อมองเหอวิจู้ สัมผัสได้ถึงความเชื่อใจจากเขาเธอพยัก หน้าให้เหอวิจู้อย่างจริงจังได้ฉันจะไป ตามคุณลุงทั้ง 3 มาเดี๋ยวนี้แหละโหล เสี่ยวเออคิดว่าในเมื่อไม่ยอมให้สวีต้าเม ปรักปรำเหอวิจุ้งนั้นคนมาเป็นพยานยิ่ง
Speaker A
เยอะก็ยิ่งดีสิส่วนสวีต้าก็คิดว่าเหอ วิี่จู้ให้โหลเสี่ยวเอ๋อไปตามคุณลุงใหญ่ อี้จงไห่แต่โหลเสี่ยวเอ๋อกลับบอกว่าจะไป ตามมาทั้ง 3 คนเลยสงสัยจะกลัวว่าอี้จงไห่ ตาแก่คนนี้จะเข้าข้างซาจู้ล่ะสิสวีต้าเมะ เลยไม่ได้ห้ามโหลเซียวเ๋อ ส่วนเหอวิจู้ก็เดาว่านี่คงเป็นไปตามเนื้อ เรื่องปกติการมาของเขาอาจจะเปลี่ยนแปลง อะไรบางอย่างได้บ้างแต่เรื่องใหญ่ๆบางที เขาก็คงเปลี่ยนไม่ได้หรอกบทมันจะเกิดก็ ต้องเกิดเรื่องนี้ทำไว้จนครบแล้วเพียง สมัครสมาชิกรายเดือนที่นิยายบายมันตรา เพื่อฟังนิยายเสียงเหมาแบบบุฟเฟ่ต์ได้ทุก เรื่องเป็นร้อยเรื่องแค่เดือนละ 98 บาท ได้ที่เว็บอิงเรมนะครับลิงก์วิธีสมัคร อยู่ในช่องคอมเมนต์ YouTube เลยครับบทที่ 10 ความผิดปกติของหลิวไห่จงอี้จงไฮกับ คุณป้าใหญ่ถูกโหลเสี่ยวเอ๋อเชิญมาเป็นคน แรกจู้จื่อนี่มันเรื่องอะไรกันอีจงไหเห็น เหอวิจุ้ยืนขวางประตูคิ้วก็ขมวดเข้าหากัน เป็นปมในใจเริ่มรู้สึกไม่ดีนี่คือตัว เลือกคนเดียวในตอนนี้ที่จะพึ่งพาในยามแก่ เฒ่าได้จะยอมให้มีเรื่องอะไรผิดพลาดอีก ไม่ได้เรื่องเมื่อเช้าเขาก็ได้ยินจาก ภรรยาแล้วตอนนี้สวีต้าเมื่อมาปิดประตู ขวางแถมยังให้โหลเสี่ยวเอ๋อมาตามพวกผู้ดู แลอย่างเขาไปอีกสงสัยจะมาคิดบัญชีเรื่อง เมื่อเช้าล่ะสิโลเสี่ยวเอ๋อเอาแต่เร่งให้ พวกเขามาเร็วๆไม่ได้อธิบายรายละเอียดอี้ จงไห่เลยทึกทับไปตามสัญชาตญาณว่าซาจู้ ไปติวิต้าเม 2 ผัวเมียเลยมาให้พวกเราช่วย
Speaker A
ทวงความยุติธรรมคุณลุงใหญ่คุณป้าใหญ่รบ กวนพวกคุณรอสักครู่นะครับเหอวิจุมีรอย ยิ้มบางๆบนใบหน้าระโหลเสี่ยวเออไปตามคุณ ลุงรองคุณลุง 3 มาให้ครบก่อนเราค่อยเปิด ฉักเล่นงิ้วกันทีเดียวจะได้ไม่ต้องมานั่ง เล่าซ้ำ 2 รอบอี้จงไฮกับคุณป้าใหญ่สบตา กันอย่างงุนงงไม่รู้ว่าเหอวิจู้กำลังเล่น ลูกไม้ไหนส่วนสวีต้ามก็เชิดหน้าขึ้นฟ้า แค่นเสียงฮึดฮัดไม่สนใจ 2 ผัวเมียนี้เลย ในสายตาเขาอี้จงไหก็คือที่พึ่งของซาจู้ พูดอะไรไปก็ป่วยการไม่นานหลิวไห่จนก็พุง โย้เดินมาพร้อมกับคุณป้ารองและลูกชายทั้ง 2 คนโดยมีโหลเสี่ยวเอ๋อเดินนำมาพอเห็น อี้จงไห่ 2 ผัวเมียยืนอยู่ก่อนแล้วหน้า อูมๆของหลิวไห่จงก็ยืดบึ้งตึงยิ่งกว่า หน้าม้าทันทีตวัดสายตาไม่พอใจใส่โหล เสี่ยวเ๋อร้ายนักนะเมียสหวีต้าเอยู่ลาน หลังด้วยกันแท้ๆเวลาเชิญผู้ใหญ่กลับไป เชิญอี้จงไห่ก่อนไม่เห็นหัวคุณลุงรอง อย่างฉันเลยหรือไง โลเซียวเอ๋อไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่อง หยุมหยิมพวกนี้เธอแค่เรียกคนตามลำดับ 1 2 3 นั้นอีกอย่างลึกๆแล้วเธอเข้าข้างเหอ วิจู้ก็ย่อมต้องเรียกคุณลุงใหญ่ที่ดูพึ่ง พาได้มากที่สุดก่อนเธอไม่หยุดเดินรี่สาว เท้าไปลานหน้าเพื่อตามคุณลุง 3 เหยียนปู้
Speaker A
กุ้ยพอเหยียนปู้กุ้ยพาคนทั้งครอบครัวมา ถึงโหลเสี่ยวเออก็แอบกลับไปลานหลังอีก ครั้งเธอรู้สึกว่าฝั่งเหอวิจู้มีแค่คุณ ลุงใหญ่ 2 ผัวเมียเดี๋ยวอาจจะเสียเปรียบ ได้เลยกับจะไปเชิญคุณย่าหูหนวกมาช่วยนั่ง เป็นก้างขวางคอให้คุณย่าหูหนวกคนนี้ปกติ ก็พูดแต่ข้อดีของซาจู่ให้เธอฟังบ่อยๆ เมื่อก่อนเธอไม่ได้คิดอะไรแถมซาจู่ก็เป็น พวกอันธพานไม่เคยพูดดีกับเธอเลยสักคำลา ทะเลาะกับสวีต้ามก็มักจะพล่อยดับอยาก กระทบชิ่งว่าเธอเป็นแม่ไก่ที่ไข่ไม่ออก อยู่บ่อยๆแต่เมื่อเช้านี้ซาจู้กลับบอกเธอ ว่าไม่มีลูกอาจจะไม่ใช่ปัญหาของเธอก็ได้ คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินเล็กๆที่โยนลงไปใน ทะเลสาบหัวใจที่สงบนิ่งมานานของเธอทำให้ เกิดระลอกคลื่นนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนไม่ เอาข้อหาไข่ไม่ออกมาสวมหัวเธอตรงๆดังนั้น เธอจึงมองเหอวิจู้เปลี่ยนไปแน่นอนเหตุผล สำคัญที่สุดที่เธออยากช่วยเหอวิจู้ก็ เพราะความมีน้ำใจของเธอเธอไม่ได้กลิ่นไก่ ในบ้านเหอวิจู้เลยจริงๆเธอไม่อยากให้เหอ วิจุต้องมาแบกรับข้อกล่าวหาที่ไม่ ยุติธรรมแบบนี้พ่อโหลเสี่ยวเอ๋อประคองคุณ ย่าหูหนวกเดินต้วมเตี้ยมมาถึงลานกลางหน้า บ้านตระกูลเฮอก็มีผู้คนมารวมตัวกันแน่น ขนาดแล้วคนที่ควรมาก็มากันครบแล้วโอ้โห อวีสินะรูปร่างแบบนี้ขายาวๆแบบนี้เด็ด จริงๆเหอวิจู้เห็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ในกลุ่มบ้านตระกูลเหยียนก็อดไม่ได้ที่จะ ลอบชื่นชมในใจเฮ้อเหล่าอี้ ไอ้ซาจู้นี่มันไปก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ เนี่ยเหยียนปู้กุ้ยดันแว่นตาขึ้นพออ้าปาก ปุ๊บก็จะเผลอวิจู้สู้ไปถึงพืชบนเสาประจาน แห่งความผิดทันทีน้ำเสียงของเขาราวกับว่า ได้กุมหลักฐานการกระทำผิดไว้แน่นหนาแล้ว แต่คำพูดนี้กลับเตือนสติให้อีจงไห่รู้สึก ถึงความผิดปกติบางอย่างคนที่ไม่ปกติไม่ ใช่เหยียนปู้กุ้ยแต่เป็นหลิวไห่จงหลิวไห่
Speaker A
จงเป็นคนแบบไหนก็พวกบ้าอำนาจนสิเรื่องขี้ หมูราขี้หมาแห้งก็ชอบวางมาดคุณลุงรองเบ่ง อำนาจบาดใหญ่ถือโอกาสสร้างความรำคาญใจให้ อี้จงไห่หวังจะดึงเขาลงจากตำแหน่งคุณลุง ใหญ่เพื่อเปิดทางให้ตัวเองแต่วันนี้ล่ะพอ ตาแก่คนนี้มาถึงกลับเงียบกริบเหมือนพระ อิฐพระปูในวัดความเงียบผิดปกติแบบนี้มัน แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกลับที่ว่าทุกอย่าง อยู่ในกำมืออี้จงไห่มองหลิวไห่จงอย่าง ครุ่นคิดแล้วหันไปพูดกับเหยียนปู้กุ้ยว่า เหล่าเหยียนฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิด อะไรขึ้นลองถามเหล่าหลิวดูดีกว่าเหล่า หลิวนายลองเล่ามาสิเหย็นปู้กุ้ยหันไปมอง หลิวไห่จงเขาไม่ได้คิดมากอะไรนึกว่าหลิว ไห่จงมาถึงก่อนอี้จงไห่ถึงได้บอกให้เขา ถามหลิวไห่จง อะแห้มหลิวไหจงกระแอมยืดตัวตรงวางมาดข้า ราชการเต็มที่เหล่าี้เหล่าเหยียนในเรือน ของเราหน้านั้นมีขโมยโผล่มาแล้วพฤติกรรม เลวร้ายมากนิสัยแย่ๆแบบนี้ต้องจัดการให้ เด็ดขาดจะปล่อยประลเลยไม่ได้ไม่อย่างนั้น แต่ละครอบครัวจะอยู่กันอย่างสงบสุขได้ยัง ไงใครจะรู้ว่าพอออกจากบ้านไปข้าวของจะโดน ขโมยไปหมดหรือเปล่าเขาพูดน้ำลายแตกฟอง เต็มไปด้วยความโกรธแค้นแม้จะไม่ได้เอ่ย ชื่อแต่สายตานั้นเฉียบคมราวกับมีสั้นพุ่ง ปักไปที่เหอวิี่จู้ตรงๆขาดก็แต่ชี้หน้า แต่ว่าสาจู้คือขโมยเท่านั้นอะไรนะในเรือน มีขโมยเหรอ บ้านซาจู้โดนขโมยขึ้นเหรอเหยียนปู้กุ้ยตก ใจจนแว่นตาแทบหลุดรีบหันไปมองเหอวิจู้ พอมองไปก็ยิ่งงงหนักโหบนใบหน้าของผู้เสีย หายคนนี้ไม่มีความร้อนใจเลยสักนิดกลับมี รอยยิ้มเหมือนกำลังดูลิงแสดงปาหิอยู่ ซะงั้นนี่มันเล่นละครฉากไหนกันเนี่ยหรือ ว่าไอ้เด็กปั้งเกิ่งนั่นมาเยี่ยมเยือน บ้านเขาอีกแล้วแต่มันก็ไม่น่าจะใช่นะ ซาจู้รักปั้งเกิ่งเหมือนลูกแท้ๆต่อให้ ปั้งเกิ่งขโมยเข็มไปสักเล่มเขายังยิ้ม หน้าบานไปได้ครึ่งค่อนวันแล้วทำไมเรื่อง
Speaker A
ถึงได้บานปลาใหญ่โตขนาดนี้ล่ะพอี้จงไห่ ได้ยินคำพูดของหลิวไห่จงและเหยียนปู้กุ้ย เขาก็ชะงักไปเหมือนกันในเสี้ยวินาทีนั้น เขาก็มีความคิดเดียวกับเหยียนปู้กุ้ยคิด ว่าปั๊เกิ่งคงขโมยของอะไรในบ้านของซาจู้ ไปไม่ใช่เหล่าเหยียนนายเข้าใจผิดแล้ว หลิวไฮจงรีบโบกมือปฏิเสธอย่างร้อนรนแอบ ด่าเหยียนปู้กุ้ยในใจที่มาทำให้เรื่อง วุ่นวายฉันบอกว่าในเรือนเรามีขโมยโผล่มา ไม่ใช่ว่าในเรือนถูกขโมยของซ่าจู้ไม่ใช่ ผู้เสียหายเขาคือ ทว่าหลิวไห่จงยังพูดไม่ทันจบสวีต้าเมที่ เงียบมาตลอดก็ตะโกนขึ้นมาว่าคุณลุงรอง ทำไมจะไม่ใช่ในเรือนถูกขโมยของล่ะไก่แม่ พันธุที่บ้านฉันหายไปตัวนึงไก่ตัวนั้น เป็นของขวัญที่คอมโมคนอื่นให้มาตอนฉันไป ฉายหนังที่ชนบทฉันตั้งใจเอามาเลี้ยงไว้ ให้มันออกไข่บำรุงร่างกายให้เมียฉันนะ อะไรนะไก่บ้านนายหักจริงๆเหรอลิ้วไหจง หลุดปากร้องด้วยความตกใจก่อนจะรู้ตัวว่า พูดหลุดปากไปจึงรีบแก้ตัวเอ้ยไม่ใช่ฉัน หมายความว่าไก่บ้านนายถูกซาจู้ขโมยไปจริง ๆเหรอการแก้ตัวแบบนี้สู้ไม่แก้ยังจะดี กว่ายิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขารู้เรื่องที่ ซาจู้ขโมยไก่ล่วงหน้าเข้าไปอีกเฮ้ยๆนี่ คุณลุงรองคุณอย่ามาพูดจาส่งเดชนะระวังฉัน จะอัดคุณให้ฉันยังไม่ได้แต่งเมียเลยนะคุณ มาหาว่าฉันขโมยของท่าเรื่องนี้แพร่งพราย ออกไปวันหน้าฉันจะหาคู่ได้ยังไงเหอวิจู้ ได้ยินคำพูดของหลิวไห่จงไฟโกรธก็พุ่ง ปริ๊กขึ้นมาทันทีชี้หน้าด่าหลิวไห่จนแก พูดภาษาคนเป็นไหมฮะถ้าฉันจะขโมยจริงๆฉัน จะไปขโมยลูกสะใภ้แกนู่นเชื่อมั้ยล่ะแต่คำ พูดของหลิวไห่จนก็ทำให้เหอวิจู้เกิดความ คิดขึ้นมาในใจตาแก่คนนี้กับสวีต้าเม 2 คน ที่เลวร้ายที่สุดในเรือน 4 ประสานคงจะ
Speaker A
ร่วมมือกันหาทางเล่นงานเขาแน่ๆแถมยังเป็น การเล่นงานให้ตายซะด้วยถึงแม้เขาจะอ่าน นิยายมาหลายเรื่องทุกเรื่องต่างก็บอกว่า คนที่เลวร้ายที่สุดในเรือน 4 ประสานคือ อีจงไฮกับฉินไหวหรูหรือแม้กระทั่งคุณย่า หูหนวกบอกว่าที่พวกเขาทำดีกับซาจู่ก็ เพราะหวังพึ่งพาตอนแก่หวังจะได้คนเลี้ยง ข้าวไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือเท็จแต่ อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีสิ่งที่ต้องการถือ ว่าเป็นการทำร้ายคนอื่นเพื่อประโยชน์ของ ตัวเองแต่ไอ้ 2 ตัวที่อยู่ตรงหน้านี้ สวีต้าเมกับหลิวไห่จงนี่มันตัวอย่างของ พวกทำร้ายคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่ได้อะไร เลยชัดๆตัวเขาเองก็ไม่ได้ไปหาเรื่องพวก เขาก่อนแท้ๆแต่พวกเขากลับตั้งหน้าตั้งตา จะเหยียบเขาให้จมดินสวีต้าม่อนนมีความ แค้นสะสมกันมานานพอจะเรียกว่ามีเรื่องบาด หมางกันได้แต่หลิวไห่จงล่ะตัวเขากับ หลิวไห่จงไม่ได้มีความแค้นในอดีตและไม่ ได้มีความขัดแย้งในปัจจุบันเพียงเพราะเขา เป็นคนที่อี้จงไห่คุ้มครองอยู่เหรอหรือ แค่เห็นเขาเป็นขาใหญ่ในโรงอาหารแล้วขัดหู ขัดตาไอ้แก่คนนี้เลวซามต่ำช้าแบบไม่มี เหตุผลเอาซะเลยบทที่ 11 หลิวบ้าไหบ้าหรือ จงบ้าเมื่อได้ยินคำถามของเหอวิจู้ใบหน้า อ้วนท้วนของหลิวไห่จงก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ก่ำราวกับตับหมูเข้าตวาดด้วยความโกรธ เกรี้ยวว่าสาจู้ แกเลิเลิกแก้ตัวได้แล้วโลเซียวเอ๋อบอกฉัน เองกับปากว่าแกขโมยไก่แม่พันธุ์บ้านพวก เขาไปถ้าไม่ได้ทำผิดแกจะขัดขวางไม่ให้ต้า เมเข้าไปค้นบ้านทำไม โลเซียวเออ๋บอกงั้นเหรอเหอวิจู้ขมวดคิ้ว หันไปมองอี้จงไฮกับเหยียนปู้กุ้ยแล้วถาม
Speaker A
ว่าคุณลุงใหญ่คุณลุงสามโหลเสี่ยวเอ๋อได้ บอกพวกคุณไหมว่าผมขโมยไก่บ้านพวกเขาไม่ ได้บอกฉันนะอี้จงไห่ส่ายหน้าหันไปมอง เหยียนปู้กุ้ยเหล่าเหยียนดูจากท่าทางนาย นางก็คงไม่ได้บอกนายเหมือนกันใช่ไหม อึมไม่ได้บอกเหยียนปู้กุ้ยก็พยักหน้า เรื่องแบบนี้เขาไม่จำเป็นต้องโกหกและโกหก ไม่ได้ด้วยเพราะโหลเสี่ยวเอ๋อก็ยืนอยู่ ตรงนี้ถามนางคำเดียวก็รู้เรื่องหมดแล้ว คุณลุงรองคุณเป็นคนที่ 2 ที่โหลเสี่ยว เอ๋อไปหาถ้าบอกว่าตอนไปหาคุณลุงใหญ่เพราะ ความรีบร้อนอาจจะลืมเรื่องนี้ไปแต่พอไปหา คุณนางอาจจะนึกขึ้นได้ก็เลยบอกคุณแต่ตอน ที่ไปหาคุณลุง 3 นางคงไม่น่าจะลืมเรื่อง นี้อีกรอบใช่ไหมครับเหอวิจู้ยิ้มหยันมอง หลิวไห่จงแล้วก็ที่คุณบอกว่าผมขวางสวีต้า ไม่ให้เข้าไปค้นบ้านผมขอถามหน่อยสวีต้า เมื่อเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยของโรงงานเหรอเขามีสิทธิ์อะไรมา ค้นบ้านคนอื่น ซาจู้ที่พวกเราไม่ไปแจ้งตำรวจกับฝ่าย รักษาความปลอดภัยก็เพื่อไว้หน้าแกนะแก อย่ามาทำเป็นไม่รู้ดีรู้ชั่วหลิวไหจงตวาด เสียงดังผมไม่ต้องการให้พวกคุณมาไว้หน้า และในสายตาพวกคุณผมก็ไม่ได้มีหน้ามีตา อะไรอยู่แล้ววันๆเอาแต่เรียกซาจู้อย่าง นู้นซาจู้อย่างนี้นี่นั่นเหรอการให้ เกียรติผมเรื่องวันนี้ต่อให้พวกคุณไม่ไป แจ้งตำรวจกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยผมก็จะ ไปแจ้งเองผมแค่อยากรู้ว่าไก่บ้านสวีต้าเม หายทำไมถึงมาสงสัยผมคิดว่าผมเหอวิจู้ รังแกง่ายนักใช่ไหม ผมขอบอกพวกคุณเลยนะไอ้หลิวบ้าไอ้โมบ้าถ้า วันนี้หาไก่หรือแม้แต่ขนไก่ในบ้านผมไม่ เจอผมจะบอกว่าเงิน 500 หยวนที่บ้านผมหาย
Speaker A
ไปแล้วผมก็จะสงสัยว่าบ้านหลิวกับบ้าสวี่ เป็นคนขโม ย่อผมก็จะไปค้นบ้านพวกคุณเหมือนกันตด เหม็นๆของแกนสิใครขโมยเงินบ้านแกฮะไม่รอ ให้หลิวไหจมกับสวีต้าเมื่อได้พูดคุณป้า รองราวกับแมวถูกเหยียบหางกระโดดเหยียงแหก ปากร้องลั่นนิ้วชี้แทบจะทิ่มจมูกเหอวิจู้ เฮ้ยมีไอ้หลิวบ้าจะรีบร้อนไปไหนล่ะเหอ วิจู้ทำหน้าตกใจเลียนแบบน้ำเสียงของนาง เมื่อกี้ถ้าบ้านคุณบริสุทธิ์ใจก็เปิดอก ให้ผมเข้าไปค้นดูหน่อยจะเป็นไรไปจะโวยวาย ทำไมก็นี่ไงไอ้หลิวบ้าบ้านคุณเพิ่งพูดเอง ไม่ใช่เหรอถ้าไม่ได้ทำผิดจะขัดขวางไม่ให้ เข้าไปค้นทำไมทำไมพอถึงคิวตัวเองเหตุผล นี้ก็ใช้ไม่ได้แล้วเหรอจุดไฟเองได้แต่ไม่ ยอมให้ชาวบ้านจุดตะเกียงงั้นสิเขาลาก เสียงยาวทุกถ้อยคำทิ่มแทงใจดำแก่แกคุณป้า รองโกรธจนตัวสั่นกลั้นอยู่นานกว่าจะเค้น ออกมาได้ประโยคหนึ่งไอ้เด็กแกเรียก ใครว่าเมียไอ้หลิวบ้าฮะ จิไอ้หลิวบ้าบ้านคุณเรียกผมว่าซาจู้มา เป็น 10 ปีผมเรียกเขากลับว่าไอ้หลิวบ้า บ้างก็ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจไม่เห็นจะ เกินไปตรงไหนเลยใช่ไหมเหอวิจู้มือทำหน้า ซื่อตาใสราวกับเด็กถูกแย่งลูกอมหรือคุณจะ บอกมาเลยว่าชอบให้เรียกแบบไหนไอ้ไหบ้า หรือไอ้จงบ้าดีผมเปลี่ยนให้เดี๋ยวนี้เลย ส่วนคุณล่ะแน่นอนว่าต้องเป็นเมียไอ้ไหบ้า หรือไม่ก็เมียไอ้จงบ้าคุณเลือกมาเลยรับ รองบริการประทับใจแล้วจะต้องมาโมโหอะไร ขนาดนี้ด้วยดูผมสิถูกพวกคุณเรียกว่าซาจู้ มาตั้งหลายปีเคยหน้าแดงใส่ใคร ที่ไหนเขากระพริบตาปริบๆท่าทางขอคำชี้แน อย่างจริงใจแบบนี้ทำเอาคนเป็นโกรธจนแทบ ตายคนตายก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้เลยแก่แก่ๆ คุณป้ารองหมดคำจะพูดชี้หน้าเหอวิจู้ด้วย มือที่สั่นเทาราวกับใบไม้ร่วงในสายลมพืช เสียงหัวเราะคิกคักที่กลั้นไว้ไม่อยู่ดัง
Speaker A
มาจากกลุ่มคนบ้านตระกูลเหยียนอวีลรีบเอา มือปิดปากแต่รอยยิ้มในดวงตาตากลับซ่อนไว้ ไม่มิดนางก็อดขำกับคำพูดของเหอวิจู้ไม่ ได้จริงๆทนไม่ไหวจนหลุดเสียงหัวเราะออกมา นางแต่งงานเข้ามาตั้งนานเข้าจริงก็ไม่ ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับเหอวิจู้เท่าไหร่ภาพ จำที่นางมีต่อเหอวิจู้ก็ล้วนมาจากคำพูด ของคนบ้านเหยียนโดยเฉพาะเหยียนเจียเฉิง สามีของนางซึ่งคำพูดของเหยียนเจียเฉิงจะ มีอะไรดีๆบ้างล่ะถ้าไม่บอกว่าเป็นอันธพา ก็บอกว่าโง่เหง่าแต่วันนี้พอได้มาเห็น ละครฉากนี้กับตาตัวเองโอ้โหปากคอหมอนี่ ราวกับเวทีงิ้วเคลื่อนที่ได้น่าสนใจจริง เหยียนเจี่ยเฉิงได้ยินเสียงหัวเราะของ เมียหันไปมองอาวีก็เห็นสายตาที่อาวีใช้ มองซาจู้มันมีประกายแปลกๆที่เขาไม่เคย เห็นมาก่อนซวยแล้วเหยียนเจเฉิงสัมพันธ์ ได้ถึงความผิดปกติของเมียอย่างรวดเร็วรีบ ขยับตัวไปบังหน้าอาวีไว้ไม่ให้นางมองหน้า ตาอันน่ารังเกียจของซาจู้อีกเจเฉิงคุณทำ อะไรน่ะบังฉันหมดแล้วอาวียังไม่รู้ตัวว่า สายตาของนางเมื่อกี้ทำให้เหยียนเจียเฉิง เกิดความรู้สึกถูกคุกคามพอเห็นเหยียน เจียเฉิงมาบังหน้านางไม่ให้ดูการแสดงของ เหอวิจู้ก็อดพูดอย่างร้อนใจไม่ได้อาวี หรือเรากลับกันเถอะไม่มีอะไรน่าดูหรอก เหยียนเจียเฉิงก็ไม่กล้าพูดจะรุนแรงกับ อาวีกลัวว่าเดี๋ยวเมียจะไม่ให้ขึ้นเตียง ฉันว่ามันก็น่าดูดีออกนะถ้าคุณคิดว่าไม่ สนุกก็กลับไปก่อนสิฉันขออยู่ดูต่ออีก หน่อยอาวี่ผลักร่างของเหยียนเจียเฉิงที่ บังอยู่ข้างหน้าให้ขยับไปด้านข้างแล้วมอง ไปที่เหอวิจู้ด้วยดวงตาที่เป็นประกายต่อ ไปงั้นผมอยู่ดูเป็นเพื่อนคุณดีกว่ารอย ยิ้มบนใบหน้าของเหยียนเจียเฉิงดูน่า เกลียดกว่าตอนร้องให้เสียอีกในใจได้แต่ แช่งชักขักกระดูกให้ซาจู้ถูกตำรวจกับฝ่าย รักษาความปลอดภัยจับตัวไปซะเมื่อเห็นผัว เมียหลิวไห่จงถูกต่อกลับจนพูดไม่ออก สวีต้าก็รีบกระโดดออกมารับหน้าซาจู้แกพูด
Speaker A
จาแบบนี้กับคุณลุงรองคุณป้ารองได้ยังไง ยังไงพวกเขาก็เป็นผู้ใหญ่คุณลุงใหญ่สอนแก มาตั้งหลายปีทำไมแกถึงยังไม่รู้จักเคารพ ผู้ใหญ่เลยฮะถึงแม้คำพูดของสวีต้าเมื่อจะ ฟังดูเหมือนกำลังต่อว่าเหอวิจุ้ว่าไร้การ ศึกษาแต่ความจริงแล้วเขากำลังโยนเผือก ร้อนไปให้อี้จงไห่ต่างหากอี้จงไห่เอาแต่ พร่ำสอนคนในเรือนให้เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้ซาจู้ที่เขาเข้าข้างมาตลอดกลับ มาพูดจาล่วงเกินหลิวไห่จงที่เป็นผู้ดูแล เหมือนกันแถมยังมีคุณป้ารองอยู่ด้วยต่อ หน้าต่อตาเขาดูซิว่าอี้จงไหจะยังกล้าเข้า ข้างซาจู้อย่างเปิดเผยอีกไหมจู้จื่อที่ ต้าเมื่อพูดก็ถูกถึงคุณลุงรองคุณป้ารอง ของนายจะพูดผิดไปบ้างนายก็ไม่ควรไปตั้ง ฉายาให้พวกเขาแบบนั้นวันหลังห้ามเรียกไอ้ หลิวบ้าเมียไอ้หลิวบ้าอะไรพวกนี้อีกนะ แล้วก็ไอ้ไห่บ้าไอ้จงบ้าก็ห้ามเรียกด้วย คนไม่รู้อาจจะนึกว่านายกำลังว่าฉันอยู่ก็ ได้นะแต่อีจงไหใช่คนที่สวีต้าเมื่อจะจัด การได้ง่ายๆเหรอพูดแค่ไม่กี่คำก็เปลี่ยน เรื่องการไม่เคารพผู้ใหญ่ของเหอวิจู้ให้ กลายเป็นแค่เรื่องการตั้งฉายาให้หลิวไห่ จงไปซะอย่างนั้นแถมยังจงใจผู้ติดตลกว่า ไอ้ไห่บ้าไอ้จงบ้าที่ว่านั่นหมายถึงตัว เขาเองเพื่ออาจะบอกเป็นว่าต่อไปถ้ามีคน เรียกไอ้ไห่บ้าไอ้จงบ้าก็ไม่ได้หมายถึง เขาหรอกแต่หมายถึงหลิวไหจงต่างหากเพราะ เขารู้จักนิสัยของเหอวิจู้ดีเกินไปฉายา ที่เหอวิจู้ตั้งให้หลิวไห่จงในวันนี้ พรุ่งนี้อาจจะรู้กันไปทั่วทั้งชุมชนหงส์ ซิงแล้วก็ได้ ครับคุณลุงใหญ่สอนได้ถูกต้องแล้วครับเหอ วิจุยืดตัวตรงทันทีก้มหัวโค้ง 90 องศาให้ กับผัวเมียหลิวไห่จงสีหน้าเจ็บปวดราวกับ ก่อกำทำเข็นมาอย่างหนักคุณลุงรองคุณป้า รองผมผิดไปแล้วครับผมไม่ควรตั้งฉายาให้ พวกคุณเลยจริงๆพวกคุณเป็นใครล่ะครับพวก
Speaker A
คุณคือผู้ดูแลที่สำนักงานชุมชนแต่งตั้งมา เชียวนะครับเป็นเสาหลักของคนทั้งเรือนเรา การวางตัวเหนือกว่าคนอื่นก็เป็นเรื่องสม ควรแล้วให้พวกคุณเรียกผมว่าซาจู้ได้แต่ ห้ามผมเรียกคุณว่าไอ้หลิวหลิวบ้าหรือเมีย ไอ้หลิวบ้านี่มันสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว ครับเป็นคอความผิดของผมเองที่ระดับความ ตระหนักรู้ต่ำผมไม่รู้เลยว่าในสังคมยุค ใหม่นี้เรื่องสรรพนามยังต้องแบ่งแยกชน ชั้นวรรณกันอยู่อีกพรุ่งนี้เช้าผมจะไป สำนักงานชุมชนไปสารภาพผิดกับหัวหน้าหวัง ทบทวนความผิดมหันของตัวเองที่ไปทำลายความ น่าเชื่อถือของผู้นำเหยียบย่ามระบบชนชั้น วรรณะให้มันลึกซึ้งไปเลยครับเขาพูดอย่าง ออกรถออกชาติแต่ละคำราวกับกลั่นออกมาจาก เลือดน้ำตาราวกับละครล้อเลียนฉากใหญ่อุบ ฮ่าๆครั้งนี้อวีกลั้นไม่อยู่จริงๆหัวเราะ จนตวงอท่าทางเสียใจอย่างสุดซึ้งที่เกิน จริงของเหอวิจู้มันตลกเกินไปแล้วยิ่งมา ประกอบกับเหตุผลวิบัติวิบัติในการวิจารณ์ ตัวเองแบบนี้ผลลัพธ์ที่ได้มันช่างเหมือน กับปรมาจารย์ตลกบนสะพานลอยกำลังปล่อยมุก ไม่มีผิดอาวีเหยียนปู้กุ้ยหน้าเครียดดู เสียงต่ำอาวีรีบเอามือปิดปากแต่สายตาที่ มองไปยังเหอวิี่จู้กลับยิ่งเปล่งประกาย เจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆความจริงแล้วเหอวิจู้ สังเกตเห็นสายตาที่อาวีมองมาที่เขาตั้ง นานแล้วในใจเขาแอบวางแผนจัดการกับอาวีคน นี้ไว้แล้วด้วยซ้ำอ่านหนังสือมาเยอะมันดี แบบนี้นี่เองวิธีการหลายๆอย่างในหนังสือ สามารถเอามาใช้ได้เลยอย่างอาวีเเนี่ยถ้า อยากจะจับขึ้นเตียงความจริงแล้วมันง่าย นิดเดียวบทที่ 12 ฉันพูดอะไรออกไปตอนนี้ โหลเสี่ยวเอ๋อที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดข้าง ประตูทางเข้าลานหลังแทบจะกลั้นขำจนช้ำใน ไหล่ของเธอสั่นระริกอาศัยแค่มือเหี่ยวย่น ของคุณย่าหูหนวกที่อยู่ข้างๆปิดปากเธอไว้ แน่นถึงได้ไม่หลุดหัวเราะออกมาความจริง
Speaker A
แล้วคุณย่าหูหน่วกับโหลเสี่ยวเอ๋อมาถึง ตั้งนานแล้วได้ยินเสียงเหอวิจู้แผงฤทธิ์ อยู่ที่ลานกลางมาแต่ไกลต่อกลับจน 2 สามี ภรรยาตระกูลหลิวเถียงไม่ออกคุณย่าหูหนวก น่าฉลาดจะตายรีบคว้าตัวโหลเสี่ยวเออที่ อยากจะพุ่งออกไปเอาไว้แล้วพาซ่อนตัวอยู่ หลังประตูเงียบๆทำไมนะเหรอคุณแย่มองออก ทะลุปรูโปร่งหลิวไฮจงกับสวีต้า 2 คนนี้ มันพวกตัวร้ายแน่นอนว่าต้องเก็บซ่อนแผน ชั่วไว้ในใจกับจะเล่นงานหลานรักของเธอแน่ ออกไปตอนนี้เหรอนั่นมันแหวกหญ้าให้งูตื่น ชัดๆต้องปล่อยให้พวกมันตั้งเวทีเล่นนิ้ว ให้เสร็จงัดแผนการร้ายออกมาให้หมดไม้ใกล้ ฝั่งอย่างเธอถึงจะค่อยออกไปรับมือและคอย หนุนหลังหลานรักได้ถ้าขืนไปขัดจังหวะกลาง คัน 2 คนนี้อาจจะงัดแผนที่เลวร้ายกว่า เดิมออกมาแล้วลากเธอเข้าไปพัวพันด้วยแบบ นั้นสิถึงจะแย่จริงๆอีกอย่างดูความเท่ของ หลานรักเธอตอนนี้สิรับมือกับเจ้าอ้วนหลิว และเจ้าตัวร้ายสวีได้อย่างสบายๆแม้แต่ จิ้งจอกเฒ่าอย่างอี้จงไห่ก็ยังไม่ได้ออก โรงเลยด้วยซ้ำแบบนี้จะพึ่งเข็มทิศทองคำ อย่างเธอให้ลงสนามไปทำไมดูงิ้วสิต้องดู งิ้ว ซาจู้เสียงเย็นเยียบของเหยียนปู้กุ้ยแทรก ขึ้นมาขัดจังหวะโชว์เดี่ยวของเหอวิจู้สี หน้าของเขาไม่ค่อยดีนักด้านหนึ่งเป็น เพราะสายตาของอาวีลูกสะใภ้ตัวเองที่มอง เหอวี่จู้นั้นเป็นประกายจนเขาใจเขาไม่ดี ส่วนอีกด้านหนึ่งคำพูดที่เหอวิจุ้เพิ่ง พูดออกมาว่าผู้อาวุโสผู้ดูแลทำตัวสูงส่ง กว่าคนอื่นหรือจะไปฟ้องสำนักงานชุมชนแม้ จะพุ่งเป้าไปที่หลิวไห่จงแต่พอสาดโคลนแบบ นี้เหยียนปู้กุ้ยก็พล่อยโดนหางเล่ห์ไป
Speaker A
ด้วยทำไมนะเหรอในบรรดาคุณลุงทั้ง 3 เขา นี่แหละกลวงที่สุดอี้จงไห่เป็นช่างระดับ 8 เพียง 1 ใน 2 คนของโรงงานรีดเหล็กเงิน เดือน 99 หยวนหลิวไฮจงเป็นช่างตีเหล็ก ระดับ 7 เดือนหนึ่งก็ได้ 78 หยวนแต่ เหยียนปู้กุ้ยล่ะเป็นแค่ครูประถมต๊อกต๋อย เดือนหนึ่งรับเงินแค่ 30 กว่าหยวนหวัง พึ่งแต่ชื่อคุณลุง 3 คอยเขียนคำกลอนคู่ ช่วงเทศกาลจดบัญชีงานมงคลงานอุมงคลแบ่ง เมล็ดแตงโมถั่วลิสง์จากชุมชนหาเศษหาเลิมา จุนเจือครอบครัวถ้าซาจู้ไปโวยวายกับหัว หน้าหวังจริงๆแล้วถอดหมวกคุณลุง 3 ใบนี้ ออกไหผักโด่งบ้านเขาคงวอห้ามเปล่าไปครึ่ง หนึ่งอีจงไห่กับหลิวไห่จงเงินเดือนสูงไม่ สนเงินเล็กน้อยแค่นี้แต่เขาจะรับผลกระทบ ไม่ไหวหรอกนะดังนั้นความโกรธของเหยียนปู้ กุ้ยครั้งนี้ 3 ส่วนมาจากอาวีและอีก 7 ส่วนมาจากกระเป๋าเงินของตัวเองเหอวิจู้จะ
Speaker A
ไปรู้เรื่องซับซ้อนพวกนี้ได้ยังไงเขารู้ สึกแค่ว่าเหยียนปู้กุ้ยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ อย่างไม่มีเหตุผลเฮ้อเดิมทียังรู้สึกเกรง ใจคุณลุง 3 อยู่บ้างนิดหน่อยหลักๆคือหมาย ตาสะใภ้บ้านเแต่ตอนนี้เหรออาจารย์เหยียน ขอโทษด้วยนะความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่จะ จีดสะใภ้บ้านแกกลายเป็นศูนย์แล้วอ้าว อาจารย์เหยียนเหอวิจุ้มองไปแบบยิ้มแต่ตา ไม่ยิ้มตอนอยู่ที่โรงเรียนคุณก็ชอบตั้ง ฉายาให้เด็กนักเรียนแบบนี้เหมือนกันเหรอ พวกไอ้โง่ไอทึ่มอะไรทำนองนี้พูดออกมาได้ หน้าตาเฉยเลยถ้าใช่พรุ่งนี้ฉันคงต้องไป ที่โรงเรียนคุณแล้วรายงานเรื่องจรรยาบรร คันคูกับพวกผู้นำศักดิ์หน่อยแล้วแต่ถ้า ไม่ใช่เขาจมใจลากเสียงยาวงั้นเรื่องที่ คุณเรียกฉันว่าซาจู้ก็ต้องไปคุยกับผู้นำ ของคุณให้รู้เรื่องเหมือนกันพ่อเหยียนปู้ กุ้ยได้ยินก็แทบจะหงายหลังดีล่ะไอ้ซาจู้ ไม่ว่ายังไงแกก็จะไปฟ้องโรงเรียนให้ได้ ใช่ไหมนี่ก็จะทุบหม้อข้าวฉันเลยหรือไงได้ แก้ความปราณีก็อย่าหาว่าฉันไร้คุณธรรม สาจู้ ตอนนี้เรากำลังคุยเรื่องที่แกทำผิดเลิก พูดจาไร้สาระเปลี่ยนเรื่องได้แล้วเหยียน ปู้กุ้ยป้าหน้าขรึมงัดมากสั่งสอนนักเรียน ออกมาโอ้โหเหอวิจุตบต้นขายอย่างโอเวอร์ ฟังนะฟังไว้ยัดข้อหานี้ให้ฉันแล้วทำผิด เหรอนี่พวกคุณผู้อาวุโสผู้ดูแลรวมหัวกัน ยังไม่ทันรู้ดำรู้แดงก็ตัดสินความผิดให้ ชาวบ้านตาดำๆอย่างฉันไปซะแล้วจุๆไร้กา จริงๆหมวกคุณลุงที่สำนักงานชุมชนมอบให้ กลายเป็นดาบอายสิทธิ์เป็นอำนาจชี้เป็นชี้ ตายของลานเรือนเราไปแล้วสิอยากจะยัดข้อหา ใครก็ยัดได้เลยเหรอเขาพูดจาประชดประชัน สาดกระสุนเต็มพิกัดคราวนี้อย่ารังแตนเข้า แล้วสีหน้าของอี้จงห่าเปลี่ยนไปทันทีก่อน หน้านี้เรื่องตั้งฉายานะเรื่องเล็กแต่คำ พูดตอนนี้สิอันตรายถึงชีวิตผู้อาวุโสผู้
Speaker A
ดูแลกลุ่มอำนาจชี้เป็นชี้ตายงั้นเหรอถ้า เรื่องนี้แพร่งคลายออกไปโดนข้อหาทำตัว เป็นระบบครอบครัวศักดินาหรือต่อต้านสังคม ใหม่ขึ้นมาพวกเขาทั้ง 3 คนได้เดือดร้อน แน่จู้จื่อ แก้หุบปากเดี๋ยวนี้พูดจะเหลวไหลอะไร อิจจงไหตวาดลั่นเหงื่อเย็นเยียบแทบจะไหล ออกมาเหยียนปู้ก็ยิ่งตกใจจนวิญญาณแทบหลุด ออกจากร่างหน้าซีดเผื่อเสียงเริ่มสั่น เหมือนจะร้องไห้ด่าจู้แกปรักปรำคนอื่นฉัน ไปตัดสินความผิดแกตั้งแต่เมื่อไหร่ แกจะฆ่าพวกเราให้ตายเลยใช่ไหมเขาเหมือน เห็นภาพตัวเองยืนอยู่บนเวทีประนามแล้วคน ข้างล่างก็สาดน้ำลายใส่มีแค่หลิวไห่จงคน เดียวที่ยังไม่เข้าใจความร้ายแรงของ เรื่องนี้เขาไม่เพียงไม่รู้สึกว่าคำพูด ของเหอวิจู้มีปัญหาแต่กลับฟังแล้วรู้สึก ฮึกเหิมนายท่านผู้กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตาย ของลูกบ้านในลานเรือนงั้นเหรอนี่มันอำนาจ บารมีที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดไม่ใช่หรือไงสาย ตาที่เขามองเหอวิจู้กลับแฝงไปด้วยความรู้ สึกแปลกๆเหมือนจะชื่นชมเหอวิจู้สะดุ้ง ตื่นจากเสียงตวาดของอี้จงไห่เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังเอ๊ยยุคนี้คำพูด บางคำแตะปุ๊บตายปั๊บจริงๆเล่นแรงไปแล้ว ความตั้งใจเดิมคือจะได่เหยียนปู้กุ้ยแต่ พลังทำลายล้างของคำพูดนี้มันระดับ นิวเคลียร์ส่งคุณลุงทั้ง 3 คนรวมถึงตัว เขาเองไปลงนรกได้เลยเหยียนปู้กุ้ยน่า รังเกียจก็จริงแต่ความผิดไม่ได้ถึงตายและ ยิ่งไม่ควรตายด้วยวิธีนี้ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะคนในครอบครัวถึงตอนนั้นอาวีก็ต้อง พ่อยซวยไปด้วยแน่แน่ฉันพูดอะไรออกไปเหอ วิจู้กับหัวตามแผนทำหน้าตางุนงงผสมกับ ความไร้เดียงสาฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ ฉันแค่ได้ยินพวกคุณบอกว่าฉันทำผิดฉันก็
Speaker A
อยากรู้ว่าฉันทำผิดอะไรพวกคุณก็พูดมาให้ ชัดๆสิเขารีบเปิดโหมดความจำเสื่อมตีให้ ตายก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้ต้องปล่อยผ่านใคร ขุดขึ้นมาคนนั้นก็เอาตัวไปขวางลูกปืนเอง เหอะทำไมแกจะไม่ได้พูดเมื่อกี้พวกเราได้ ยินกันหมดแกบอกว่าพ่อฉันกับคนอื่นๆเหยียน เจเฉิงที่เหมงขี้หน้าเหอวิจู้มาตั้งนานพอ เห็นเหอวิจู้ปอดแหกก็คิดว่าจากจุดอ่อนเหอ วิจู้ได้รีบกระโดดออกมาชี้ตัวหวังจะอวด ภูมิเบ่งต่อหน้าภรรยาตัวเองแต่คำพูด หลุดออกมาได้ครึ่งเดียวก็ถูกเหยียนปู้ กุ้ยพ่อบังเกิดเกล้าเอามือปิดปากไว้ด้วย ความเร็วปานสายฟ้าแลบอูอี้อูอี้เหยียน เจี่ยเฉิงเบิกตากว้าไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อ แท้ๆถึงต้องปิดปากตัวเองอาวีที่อยู่ข้างๆ สายตาที่มองเหยียนเจเฉิงเปลี่ยนจากเปล่ง ประกายตอนที่มองเหอวิจู้เมื่อครู่กลาย เป็นรังเกียจราวกับมองขยะทันทีผู้ชายคน นี้โง่เขลาจนหมดทางเยียวยาจริงๆซาจู้จงใจ แกล้งความจำเสื่อมเพื่อทำให้เรื่องใหญ่ กลายเป็นเรื่องเล็กเรื่องเล็กกลายเป็นไม่ มีอะไรแล้วให้เรื่องนี้จบๆไปแต่แกกลับดัน ทุรังจะหยิบมีดที่สามารถฆ่าพ่อตัวเองขึ้น มาช่างโงเงาเต่าตุ่นสิ้นดีแก้หุบปากไปเลย นะเหยียนปู้กุ้ยโกรธจนตัวสั่นตะคอกใส่ลูก ชายเสียงดังลั่นฝุ่นชอกแทบจะร่วงกราลงมา จากเส้นผมเหยียนเจียเฉิงถูกตะคอกจนมึนงใน ที่สุดก็สงบปากสงบคำใสหุหัวไปไซหัวกลับไป อยู่ในบ้านเลยถ้าฉันไม่สั่งห้ามออกมาเด็ด ขาดเหยียนปู้กุ้ยปล่อยมือชี้ไปที่ประตู บ้านตัวเองเสียงยังสั่นไม่หายเขากลัวแล้ว จริงๆกลัวว่าลูกชายโง่ๆของตัวเองจะพูดออก ใหม่สักครึ่งคำแล้วส่งตระกูลเหยียนของพวก เขาไปทัวร์นรกเขาถือว่าดูออกทะลุปรุโปร่ง แล้ววันนี้เจ้าซาจู้ก็คือถังดินปืนที่ พร้อมระเบิดใครกล้าโยนประกายไฟใส่เขาก็ กล้ากอดคอคนนั้นระเบิดขึ้นฟ้าไปด้วยกัน ไม่สนหรอกว่าจะเป็นผู้อาวุโสผู้ดูแลหรือ พระอินที่ไหนเขาไม่แคร์ทั้งนั้นหน้าตา เหรอชีวิตเหรอน้ำใจของอี้จงไหเหรอใน
Speaker A
พจนานุกรมความบ้าระหำของเขาไม่มีคำพวกนี้ อยู่เลยบทที่ 13 แผนการไร้กาดเหยียน เจี่ยเฉิงถูกเหยียนปู้กุ้ยผู้เป็นพ่อทั้ง ผลักทั้งดันเลกลับบ้านก่อนไปเขายังคิดจะ ดึงตัวอวีไปด้วยแต่กลับถูกอวีสะบัดมือออก อย่างรวดเร็วเขาทำได้แค่ถลึงตาใส่เหอ วิจู้อย่างเครียดแค้นแล้วเดินคอตกหายไป จากลานกลางด้วยความหงุดหงิดเต็มประดา ซาจู้จื่อเหยียนปุ๊กกุ้ยถูมือไปมาปั้นรอย ยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าร้องไห้คุณลุงสามโทษ แกด้วยเมื่อกี้ฉันผิดเองใจร้อนร้อนไป หน่อยยังไม่ทันเข้าใจเรื่องราวก็โวยวาย ใส่แกแล้วดูสิเรื่องมันวุ่นวายไปหมดเขา ไม่กล้างัดข้อกับคนบ้าระห่ำคนนี้อีกแล้ว กลัวว่าไอ้หนุ่มนี่จะพูดจาเอาชีวิตใคร หลุดออกมาอีกได้ครับคุณลุง 3 รู้ผิดแล้ว แก้ไขนับว่าเป็นความดีสูงสุดในเมื่อคุณ รู้ตัวว่าทำผิดงั้นฉันก็จะไม่ถือสาคุณ แล้วเหอวิจู้ด้วยทีก็หยุดส่วนเรื่องที่ คุณบอกว่าเกิดอะไรขึ้นฉันก็กำลังสงสัย อยู่เลยฉันกำลังเตรียมกินข้าวเย็นอยู่ใน ห้องจู่ๆสวีต้าเมก็เหมือนกินดินปืนมาจาก ไหนไม่รู้มาทุกประตูห้องฉันแล้วยืนกราน ว่าฉันขโมยแม่ไก่บ้านเขาแล้วแกตกลงว่าได้ เอาไปหรือเปล่าเหยียนปู้กุ้ยถามอย่าง ระมัดระวังเขาไม่กล้าใช้คำว่าขโมยอีกถึง เหยียนปู้กุ้ยจะไม่ได้พูดว่าขโมยแต่คำว่า เอาไปกับขโมยสำหรับหูเเหอวิี่จู้แล้วมัน ก็ไม่ต่างกันเลยคุณลุง 3 ฉันจะไปขโมยไก่ บ้านเขาได้ยังไงเหอวิจู้พูดอย่างหงุดหงิด ในใจก็คิดว่าต่อให้ฉันไปขโมยเมียเขาฉันก็ ไม่ขโมยไก่บ้านเขาหรอกซ่าจู้ แกนั่นแหละขโมยไม่งั้นทำไมแกถึงไม่กล้า ให้ฉันเข้าไปค้นในบ้านล่ะสวีต้าเมาเห็น
Speaker A
เขาไม่ยอมรับก็แหกปากตะโกนทันทีค้นเหรอ ได้สิเหอวิจู้เท้าเอวเสียงดังกว่าเขาเสีย อีกประโยคเดิมเลยต้องทำต่อหน้าคุณลุงทั้ง 3 แต่ขอพูดไว้ก่อนนะแกบอกว่าฉันขโมยไก่ ฉันยอมให้แกค้นแล้วถ้าฉันบอกว่าแกขโมย เงินบ้านฉันไป 500 หยวนแกก็ต้องเปิดประตู อ้าซ่าให้ฉันเข้าไปค้นบ้านแกเหมือนกันใช่ ไหม ใครขโมยเงินแก มีสิทธิ์อะไรมาค้นบ้านฉันสวีต้าเมโกรธจน หน้าดำหน้าแดงคุณลุงทั้ง 3 พวกคุณได้ยิน แล้วใช่ไหมเหอวิจู้แบมือสองข้างทำหน้าตา ใสซื่อสุดๆไม่ใช่ว่าฉันไม่ให้ความร่วมมือ นะแต่สวีต้าว่ามันไม่พูดจาด้วยเหตุผลเลย นี่อย่างที่ไหนบ้านฉันเขาอยากค้นก็ค้นแต่ พอเป็นบ้านเขาดันกลายเป็นเขตอนุรักษ์ห้าม แตะต้องเหตุผลบ้าบออะไรกันเพราะฉันมีหลัก ฐานไงหลักฐานมะตัวแน่นหนาสวีต้าเมเชิด หน้าอย่างได้ใจรูจมูกชี้ฟ้าทำถ้าเหมือน จับโจรได้คาหนังคาเขาแล้วอ้าวหลักฐานมัด ตัวเหอวิจู้หัวเราะงั้นก็รีบเอาออกมาให้ ทุกคนเปิดหูเปิดตาหน่อยสิถ้าพิสูจน์ได้ ว่าเป็นฝีมือฉันจริงๆอย่าว่าแต่ค้นบ้าน เลยจะรื้อบ้านฉันทิ้งก็ยังได้ฉันก็อยาก รู้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้แกมั่นใจกัด ไม่ปล่อยขนาดนี้ หลักฐานน่ะเหรอก็อยู่บนโต๊ะกินข้าวบ้านแก ไงสวีต้าพูดอย่างเด็ดขาดชี้นิ้วตรงไปที่ โต๊ะกินข้าวในบ้านเหอวิี่จู้ บนโต๊ะกินข้าวเหอวี่จู้ทำหน้างงหันกลับไป มองโต๊ะโซมๆของตัวเองบนนั้นมีแค่หัวชาย เท้าตุ๋นซีอิ๊ว 1 ชามกับมันฝรั่ง 2-3 ลูก
Speaker A
บนโต๊ะกินข้าวบ้านฉันมีอะไรประชุมหัวชาย เท้ามันฝรั่งจำแรงกาย บนโต๊ะกินข้าวก็ต้องมีไก่บ้านฉันสิมุมปาก สวิต้าเมยกขึ้นเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คิด ว่าตัวเองคำนวณมาอย่างดีแล้วไม่มีพลาดเหอ วี่จู้ เขาใช้สายตามองมองไอ้โง่ที่วิวัฒนาการล้ม เหลวกว่าตามองสวีต้าเมื่อตั้งแต่หัวจโรกะ เท้าไอ้เวนี่หรือว่ามันก็มาเกิดใหม่หรือ ทะลุมิติมาเหมือนกันทำไมถึงมั่นใจนักหนา ว่าบนโต๊ะกินข้าวฉันมีไก่ไม่ถูกการที่ สวีต้ามั่นใจขนาดนี้อธิบายได้แค่อย่าง เดียวคือเขารู้ว่าวันนี้บ้านฉันกินไก่คน ที่มั่นใจว่าวันนี้ที่บ้านฉันมีไก่ถ้าไม่ ใช่เพราะสวีต้าคนนี้ก็ทะลุมิติมาเหมือน กันก็ต้องแปลว่ามาเกิดใหม่แน่นอนนอกจาก ความเป็นไปได้ 2 อย่างนี้แล้วยังมีความ เป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งก็คือสวีต้าเมื่อ รู้ว่าตัวเองเอาไก่ครึ่งตัวจากโรงอาหาร กลับมาแต่ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้แบบ ไหนสิ่งที่สวีต้าเจัดฉากในวันนี้ก็ล้วนมี แต่แผนการไร้กาดความเป็นไปได้ที่ 1 สวีต้าเมื่อตอนนี้ก็เหมือนกับเขาคือเป็น วิญญาณคนอื่นทะลุมิติมาเข้าร่างในเมื่อ เขารู้เรื่องไก่หนี้ก็แปลว่าต้องรู้พลอต เรื่องคร่าวๆในเนื้อเรื่องเดิมไก่บ้า สวีต้าเมาถูกปั้งเกิ่งขโมยไปแต่ตอนนี้เขา กลับยังกัดตัวเองไม่ปล่อยแถมยังมั่นใจมาก ว่าในบ้านตัวเองมีไก่และยังต้องการเข้าไป ในบ้านเพื่อจับผิดนั่นก็อธิบายได้เพียง อย่างเดียวว่าเขาตั้งใจจะใช้ไก่ตัวนี้มา เล่นงานตัวเองเล่นงานยังไงในเนื้อเรื่อง เดิมหลิวไห่จงเคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ตอน นั้นเหอวิจุร้อนมากเขาบอกว่าขโมยไก่บ้าน สวีต้าเมยังไม่เท่าไหร่นั่นเป็นแค่การ ขโมยของส่วนบุคคลแต่ถ้าเอาไก่ของโรงอาหาร ในโรงงานมานั่นคือการขโมยทรัพย์สินของรัฐ
Speaker A
ซึ่งต้องเปิดการประชุมประนามทั่วทั้งโรง งานเลยนะและถ้าสวีต้าคนนี้แค่สนใจไก่บ้าน ตัวเองเขาก็ควรจะป้องกันไม่ให้ปั้งเกิ่ง ขโมยไก่ไปล่วงหน้าต่อให้ลืมเรื่องนี้ไป เขาก็ควรจะพุ่งตรงไปที่ตระกูลเจี่ยเลยไม่ ใช่มาหาเขาความเป็นไปได้ที่ 2 สวีต้าเมมา เกิดใหม่แน่นอนว่าถึงสวีต้าเมื่อจะมาเกิด ใหม่ก็ยังคงเป็นสวีต้าอยู่ดีดังนั้นความ เป็นไปได้นี้ก็เหมือนกับความเป็นไปได้ที่ 3 นั่นก็คือรู้ว่าเหอวิจู้เอาไก่ครึ่ง ตัวจากโรงอาหารกลับมาถ้าสวีต้าหม้อแค่มา ตามหาไก่ของตัวเองไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทาง มาหาที่บ้านเหอวิจู้ได้เลยเพราะวันนี้ บ้านเขาไม่ได้ทำไก่อบเลยจึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะได้กลิ่นไก่ลอยออกมาถึงลานหลัง เหมือนในเนื้อเรื่องเดิมถ้าเป็นสวีต้า เมื่อที่มาเกิดใหม่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะ จำไม่ได้ว่าตอนแรกที่เขามาหาเรื่องถึง บ้านตระกูลเหอเป็นเพราะได้กลิ่นหอมของซุป ไก่ลอยออกมาจากช่องระบายอากาศหลังบ้าน ตระกูลเหอต่อให้ตอนแรกจะเป็นแค่ความเคย ชินที่พุ่งเป้ามาที่เหอวิจู้แต่ตอนนั้น โหลเสี่ยวเออก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้กลิ่น ไก่เลยสักนิดดังนั้นไม่ว่าสวีต้าเมื่อจะ มาเกิดใหม่หรือไม่การที่เขามั่นใจขนาดนี้ ว่าบ้านเหอวิจู้มีไก่ก็แปลว่าเขารู้แน่ นอนว่าเหอวิจู้เอาไก่ครึ่งตัวจากโรงอาหาร กลับมาบ้านและจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา ก็ไม่ใช่เพื่อตามหาไก่บ้านตัวเองที่หายไป แต่เป็นการตามหาไก่ครึ่งตัวที่เอามาจาก โรงอาหารต่างหากพูดง่ายๆก็คือไม่ว่าจะ เป็นความเป็นไปได้ไหนวันนี้สวีต้าหม้อก็ ตั้งใจจะยัดเยียกข้อหาขโมยทรัพย์สินของ รัฐให้เหอวิจู้ให้ได้ช่างไร้กาสุดๆจริงๆ แล้วพอลองคิดถึงตาเฒ่าหลิวไห่จงคนนี้พอ โผล่มาก็โวยวายว่าในลานเรือนมีโจรคำพูด แต่ละคำล้วนพุ่งเป้ามาที่ตัวเองแต่เรื่อง
Speaker A
ที่ไก่บ้าสวีต้าเมหายดูจากปฏิกิริยาของ หลิวไห่จงแล้วเขาไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย โหลเสี่ยวเอ๋อก็ไม่เคยบอกเขาแล้วโจรที่ เขาพูดถึงจะหมายถึงใครได้อีกก็หมายถึงตัว เองที่เอาไก่ครึ่งตัวจากโรงอาหารมาไม่ใช่ หรือไงเรื่องนี้ในลานเรือนนอกจากเหอวิจู้ แล้วตามหลักก็มีแค่สวีต้าเท่าที่รู้ถ้า หลิวไหจนก็รู้เรื่องนี้ด้วยหือๆคำตอบมัน ก็ชัดเจนอยู่แล้ว 2 คนนี้สมรู้ร่วมคิดกัน จะเล่นงานเาร้ายนักคนนึงอยากจะยัดข้อหา ขโมยทรัพย์สินของรัฐให้ตัวเองอีกคนก็คอย เติมเชื้อไฟเล่นนิ้วรับส่งกันอยู่ข้างๆ โหดเหี้ยมจริงๆโชคดีที่เขาเดินหมากเหนือ กว่า 9 หนึ่งยัดไก่ให้มาฮวะลุลูกศิษย์ตัว เองไปก่อนแล้วต่อให้ไม่ได้ให้หมาฮาวาเขา ก็ยังมีพื้นที่มิติเป็นไม้ตายคิดจะหาไก่ ครึ่งตัวนั้นน่ะเหรอฟันไปเถอะส่วนเรื่อง ที่สวีต้าเมรู้เรื่องไก่ได้ยังไงเหอวิจู้ คิดปุ๊บก็เข้าใจทันทีวันนี้สวีต้าเมไป ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนผู้นำเมนูไก่ตุ๋นเห็ด บนโต๊ะนั่นก็ฝีมือเขาทำไม่ใช่เหรอในนั้น มีไก่แค่ครึ่งตัวตอนนั้นตัวเองยังปากบอล ไปเตือนเขาว่าอย่ากินไก่ด้วยความใจแค่ เป็นรูเข็มและความดื้อรั้นที่อยากจะเอา ชนะตัวเองไปตลอดชีวิตของสวีต้าเมาที่จะ ไม่ให้เขาสนใจเมนูไก่ตุ๋นเห็ดจานนั้นคง เป็นไปได้ยากความจริงก็เป็นแบบนั้นสวีต้า เมื่อคนนี้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเหอวิจู้มา ทั้งชีวิตเหอวิจู้ไม่ให้เขากินเมนูไก่ ตุ๋นเห็ดจานนั้นเขาก็ยิ่งอยากจะกินดัง นั้นหลังจากที่เขาดื่มเล่ากับผู้นำไปรอบ หนึ่งแล้วอาหารจานแรกที่เขากินก็คือเมนู ไก่ตุ๋นเห็ดนั่นเองเรื่องกินเนื้อเขาคง ไม่กล้าเป็นคนแรกที่ครีบกินแน่แต่ถ้าตัก น้ำซุปมาซดหลักก็ยังพอได้ดังนั้นตอนที่ เขาคนซุปไก่เขาก็พบว่าในหม้อดินมีไก่ที่
Speaker A
ถูกตุ๋นจนเปื่อยร่อนออกจากกระดูกอยู่แค่ แค่ครึ่งตัวไก่ครึ่งตัวนี้เห็นได้ชัดว่า ถูกสับแบ่งด้วยมีดไม่ใช่ครึ่งตัวที่เกิด จากรอยกินสวีต้าเม่าจึงเดาได้ทันทีว่าอีก ครึ่งตัวต้องถูกซาจู้มเอาไว้แน่ๆแต่ตอน นั้นเขาไม่ได้กระโตกกระตากเพราะยังไงผู้ นำพวกนี้ปกติก็ดีกับซาจู้มากเรียกได้ว่า คนทั้งโรงงานรีดเหล็กต่างก็รู้ดีถ้าเขา พูดออกไปตอนนี้เรื่องใหญ่ก็คงกลายเป็น เรื่องเล็กแล้วจบลงไปดื้อๆโดยไม่ส่งผล กระทบอะไรต่อซาจู้เลยดังนั้นสวีต้าเม่า จึงตัดสินใจทำให้เรื่องมันใหญ่โตจนถึง ขั้นที่ผู้นำโรงงานอยากจะปิดเรื่องก็ปิด ไม่มิดบทที่ 14 ต้าเมเอ้ยทำไมแกถึงเล้อ เลือนนักความจริงแล้วสิ่งแรกที่สวีต้าเม ทำหลังจากกลับมาก็คือการไปหาหลิวไห่จง เพื่อให้หลิวไห่จงช่วยดึงอี้จงไห่เอาไว้ ส่วนทางฝั่งเหยียนปู้กุ้ยเขาก็ไม่กังวล เพราะปกติเวลาที่เขาไปฉายหนังที่ชนบทพอ กลับมาก็จะเอาของติดไม้ติดมือมาฝากเหยียน ปู้กุ้ยบ้างนิดหน่อยเห็นแก่ของพวกนี้ อย่างน้อยในเรื่องนี้เหยียนปู้กุ้ยก็ไม่ มีทางเข้าข้างซาจู้อย่างแน่นอนแน่นอนว่า เงื่อนไขสำคัญก็คือต้องหาไก่ครึ่งตัวที่ เอามาจากโรงอาหารโรงงานรีดเหล็กในบ้าน ซาจู้ให้เจอเธอและต้องมั่นใจว่าจะไม่ ปล่อยให้ซาจู้ทำลายหลักฐานชิ้นนี้ไปได้ เถียงไม่ออกแล้วล่ะสิซาจู้รู้ตัวก็รีบเอา ไก่ออกมาจะได้ไม่ต้องทำให้ทุกคนลำบาก สวีต้าเม่าเห็นเหอวิจู้นิ่งเงียบไปก็ กระหยิ่มยิ้มย่องจนหางแทบจะชี้ฟ้าคิดว่า อีกฝ่ายกำลังร้อนตัวและเผยจุดอ่อนออกมา แล้วสวีต้าเม่าฉันก็ยังยืนยันคำเดิมบ้าน ฉันเงินหายไป 500 หยวนฉันสงสัยว่าแกเป็น คนขโมยฉันก็ต้องไปค้นบ้านแกเหมือนกันเหอ วิจู้แทบจะคร้านที่จะเหลียวมองแต่คำพูด
Speaker A
ที่พูดออกมานี้พอพอเข้าหูคนอื่นกลับฟังดู เหมือนเป็นการดิ้นรนเฮืสุดท้ายต้ามรับปาก เขาไปเลยหลิวไห่จมที่อยู่ข้างๆทนรอไม่ไหว ที่อยากจะส่งเหอวิจู้เข้าคุกเต็มทีแล้ว ขืนเถียงกันต่อไปแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ สู้เข้าไปค้นไก่ให้เจอแล้วส่งตัวซะจู้ เข้าตารางไปก่อนดีกว่าพอเขาเข้าไปอยู่ใน นั้นแล้วใครมันจะยังมาสนใจเรื่องเงิน 500 หยวนที่ซ่อนไว้อีกเหรอเขาหาไก่ให้เจอก่อน สำคัญกว่า เออสวีต้าเมื่อเริ่มลังเลก็เงินตั้ง 500 หยวนเชียวนะถึงบ้านเขาจะไม่ขาดแคลนเงิน แต่เงินส่วนใหญ่ก็นับเป็นสินสอดของโหล เสี่ยวเเ๋อด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดของเขา จะเก็บเงินได้ถึง 500 หยวนก็ไม่รู้ว่า ชาตินี้จะทำได้หรือเปล่าต้าเม่าแกมานี่ หลิวไหจงเห็นท่าทีปอดแหกของเขาก็รีบลาก ตัวไปที่มุมกำแพง คุณลุงรองคุณหมายความว่ายังไงฉันเอาเงิน 500 หยวนนี้ออกมาไม่ได้หรอกนะซาจู้มัน เห็นได้ชัดว่ากำลังเล่นแง่บนธนบัตรบ้าน ฉันไม่ได้เขียนชื่อฉันเอาไว้นะถ้าถูกค้น เจอเงินเข้าแล้วซาจู้มันยืนกรานว่าฉัน ขโมยเงินมันไปงั้นเงินของฉันก็ไม่เท่ากับ ยกให้มันฟรีๆหรือไง สวีต้าโม่ขมวดคิ้วพูดต้าโม่เอ๊ยทำไมแกถึง เล้อเลือนนักพอค้นไก่เจอเราก็รีบแจ้งความ แจ้งกองรักษาความปลอดภัยเลยส่งตัวมันเข้า คุกไปกินข้าวแดงตรงๆเลยคนมันเข้าไปอยู่ใน นั้นแล้วใครมันจะไปเชื่อคำพูดพล่อยๆของ มันที่บอกว่าเงินหายผีเท่านั้นแหละที่ เชื่อสายตาที่หลิวไห่จงมองสวีต้าเม่าราว กับกำลังมองท่อนไม้ทึ่มๆที่ไม่รู้จัก กระสีประสา คุณลุงรองมันก็พูดได้สิสวีต้าเมขมวดคิ้ว
Speaker A
แน่นแล้วถ้าสมมติสมมติว่านต่อให้เขาถูก จับไปแล้วเขาก็ยังยืนกรานว่าตัวเองเงิน หายไป 500 หยวนแถมตำรวจกับกองรักษาความ ปลอดภัยก็เชื่อคำพูดของเขาแล้วจะมาช่วย เขาค้นบ้านฉันล่ะจะทำยังไงสวีต้าเมยังคง รู้สึกว่าต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมาให้รอบ คอบถึงจะถูกโธ่เอ๋ยหลิวไฮจงกัดฟันกระทืบ เท้าหัวใจแทบจะหลั่งเลือดยอมทุ่มสุดตัว เลยถ้าถูกค้นเจอเงิน 500 หยวนขึ้นมาจริงๆ ฉันฉันจะช่วยแกออกครึ่งนึง 250 ก็ 250 ขอ แค่สามารถถอนเสี้ยนหนามอย่างซาจู้ออกไป ได้ส่งตัวมันไปใช้แรงงานดัดนิสัยให้ หลิวไหจงคนนี้ได้ระบายความอัดอั้นตันใจ บ้างเงิน 250 นี้ก็ถือซะว่าเอาไปให้หมา กินก็แล้วกันถึงหมาตัวนี้มันจะแพงไปสัก หน่อยก็เถอะแต่ใครใช้ให้ไอ้เด็กเปรดนี่ ชอบทำตัวเป็นศัตรูกับเขาอยู่เรื่อยไม่ เคารพเขาในฐานะคุณลุงรองเลยสักนิดแถมยัง ชอบต่อกันหน้าจนเขาลงจากเวทีไม่ได้อยู่ บ่อยๆสวีต้าปวดใจจนตัวสั่น 250 เงินเดือน ตั้งค่อนปีของเขาเลยนะจะยอมเสียเปรียบไอ้ หลานเลวซาจู้ไปฟรีๆเหรอแค่คิดก็กัแค้นใจ แล้วแต่พอมองดูท่าทางทุ่มสุดตัวของ หลิวไห่จึงอีกครั้งคนเขาอุตส่าห์มาช่วย ยอมเฉือนเนื้อชิ้งใหญ่ขนาดนี้ถ้าตัวเอง ยังมัวแต่ลังเลไม่ยอมเสี่ยงสักนิดวันหน้า ถ้าอยากจะขอให้เขาช่วยอีกคงยากแล้วล่ะ ตกลงคุณลุงรองช่างมีน้ำใจจริงๆสวีต้าตัด
Speaker A
ใจงั้นเอาอย่างนี้ให้กวงเทียงกับกวงฝู วิ่งไปจัดการตอนนี้เลยดีไหมคนนึงไปสถานี ตำรวจท้องที่อีกคนไปกองรักษาความปลอดภัย โรงงานพอคนมาถึงก็ให้พิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว จับตัวไปเลยจะได้ไม่ต้องกังวลยืดเยื้อทาง ที่ดีที่สุดคือให้พวกนั้นรีบมาจับใส่ กุญแจมือไปซะตรงนั้นเงิน 250 ของเขาอาจจะ ยังรักษาไว้ได้ใช่ๆเอาตามนี้แหละหลิวไหจง ตบต้นขาฉัดรีบพันขวาไปขยิบตาหลิวตาใส่ หลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝูที่หดหัวอยู่ หลังฝูงชนแล้วกระซิบสังการ 2-3 คำเจ้า เด็ก 2 คนนั้นพอได้รับคำสั่งก็พุ่งพรวด หายว่าไปอย่างกับกระต่าย เหล่าหลิวกวงเทียนกับกวงฝูรีบร้อนออกไป ดึกๆดื่นๆทำไมกันอีจงไหเห็นหลิวไห่จงกลับ มาก็ขมวดคิ้วถามเขารู้สึกเสมอว่าเรื่อง นี้มันแปลกๆอาหไม่มีอะไรหรอกเหล่าี้หลิว หลิวไหจงรี่หัวเราะกลบเกลื่อนเอ่อทางฝั่ง ต้าเมื่อฉันเคลียร์ให้แล้วเขายอมรับ เงื่อนไขของซาจู้แล้วเขารีบเปลี่ยนเรื่อง ในใจก็คำนวณเอาไว้ว่าพอตำรวจมาถึงซาจู้ก็ คงติดปีกบินหนีไปไหนไม่ได้แล้วนอกจาก สวีต้าเมื่อคนอื่นๆรวมถึงเหอวิจู้ได้ต่าง ก็มองสวีต้าเมื่อด้วยความตกตะลึงสวีต้าเม คนนี้สมองมีปัญหาหรือเปล่าเว้นเสียแต่ว่า บนเงินบ้านเขาจะเขียนชื่อสวีต้าเม่าหรือ โหลเสี่ยวเอ๋อเอาไว้แต่เหอวิจู้ไม่ได้ กลัวหรอกนะถึงยังไงเขาก็ต้องทักทายโหล เสี่ยวเอ๋อสักหน่อยอย่าให้ตัวเองเอาเงิน เธอไปแล้วเธอเธอมาโกรธตัวเองจนทำให้เสีย การใหญ่ก็แล้วกันงั้นฉันก็ต้องถามโหล เสี่ยวเอ๋อสักหน่อยอย่าให้ถึงตอนที่ฉันไป ค้นบ้านแกแล้วเธอออกมาขัดขวางอีกล่ะแบบ นั้นฉันได้ขาดทุนเย่ยับเหรอเหอวิจู้พูดจบ
Speaker A
ก็ไม่รอให้สวีต้าเมื่อตอบรับก็ตะโกนเรียก ชื่อโหลเซียวเ๋อเสียงดังลั่นเลิกตะโกนได้ แล้วเสียงใสๆดังมาจากเงามืดที่หน้าประตู ลานหลังโหลเสี่ยวเอ๋อเดินออกมาเพียงลำพัง สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับแฝงไปด้วยความ รู้สึกเหมือนกำลังดูงิ้วซาจู้ฉันตกลงค้น บ้านอะไรนั่นไม่ต้องหรอก ขอแค่ค้นไม่เจอไก่บ้านฉันในบ้านนายเงิน 500 หยวนนี้ฉันโหลเสี่ยวเอ๋อจะนับจ่าย ให้นายตรงนี้เลยแต่ทว่าเธอเปลี่ยนน้ำ เสียงกะทันหันสายตาคมกริบถ้าค้นเจอขึ้นมา นอกจากเงิน 500 หยวนจะไม่มีส่วนของนาย แล้วนายยังต้องชดใช้แม่ไก่ออกไข่ให้บ้าน ฉันอีก 1 ตัวว่าไง ไม่ได้ฉันไม่ตกลง เสียงตวาดอย่างร้อนรนว่าไม่ได้ของหลิวไห่ จงกับเสียงไม่ตกลงอย่างเดือดแของสวีต้า เม่าดังขึ้นแทบจะพร้อมกันโอ้โหเหอวิจู้ หัวเราะมองหลิวไห่จงด้วยสีหน้าล้อเลียน คุณลุงรองเรื่องของฉันกับตระกูลสวีมันไป เกี่ยวอะไรกับคนนอกอย่างคุณด้วยล่ะแกของ แกมันไม่ยุติธรรมทำไมบ้านต้าเมถึงต้องให้ แก 500 หยวนแต่แกกลับจ่ายแค่ไก่ตัวเดียว หลิวไห่จงแสร้งทำเป็นโวยวายแทนถึงมูลค่า สิ่งของที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องเสียไปซึ่งแตก ต่างกันอย่างมหาศาล แต่ความจริงเป็นเพราะว่าเงิน 500 หยวนนี้ มีครึ่งนึงที่เขาต้องเป็นคนออกโหลเสี่ยว เอ๋อที่เป็นคุณหนูลูกสาวนายทุนไม่ใส่ใจ
Speaker A
เงินแค่นั้นหรอกแต่หลิวไห่จงอย่างเขาเป็น แค่คนงานธรรมดานะเงิน 250 หยวนนี้ต่อให้ เขาไม่กินไม่ดื่มก็ต้องหาเงินตั้ง 3-4 เดือนเลยนะเฮอเรื่องนี้ฉันไม่ใช่คนเสนอ ใช่ไหมเรื่องนี้มันเป็นข้อขัดแย้งระหว่าง ฉันกับตระกูลสวี่คุณลุงทั้ง 3 ก็แค่มา เป็นพยานสวีต้าเมจะค้นบ้านฉันฉันก็ยื่น เงื่อนไขสวีต้าเมยอมรับงั้นถ้าตระกูลสวี ยื่นเงื่อนไขมาบ้างก็แค่ต้องรอให้ฉันตกลง หรือปฏิเสธเท่านั้นและมันไปถึงคิวคุณให้ มาพูดจาพลอยๆตั้งแต่เมื่อไหร่เหอวิจู้พูด พลางหันไปพูดกับอี้จงไห่คุณลุงใหญ่ฉันรู้ สึกว่าคุณลุงรองคนนี้มีท่าทีลำเอียงเข้า ข้างตระกูลสวีฉันกลัวว่าเดี๋เขาจะตัดสิน อะไรที่ไม่เป็นผลดีกับฉันอีกดังนั้นฉัน หวังว่าคุณลุงรองจะกล้า ไปก่อนดีกว่าที่นี่เราไม่ต้องการคุณลุง ที่ไม่สามารถจัดการข้อพิพาท์ของเพื่อน บ้านอย่างยุติธรรมและโปร่งใสได้หรอกนะแต่ ยังไม่ทันที่อี้จงไห่จะได้พูดอะไรหลิวไห่ จนที่ได้ยินซาจู้พูดว่าตัวเองไม่ยุติธรรม และไม่โปร่งใสนั่นก็แปลว่าตัวเองไม่มี คุณสมบัติที่จะเป็นผู้อาวุโสผู้ดูแลของ ลานเรือนแล้วแบบนี้จะไปทนได้ยังไงว่าแล้ว เชียวซาจู้วันไหนยังไม่ถูกกำจัดหลิวไห่จง อย่างฉันก็หงุดหงิดไปวันๆต้องรีบส่งมัน เข้าคุกไปให้เร็วที่สุดเอาแบบที่ไม่มีวัน ได้กลับมาอีกเลยยิ่งดีซาจู้แกพูดจาเหลว ไหลอะไรฉันไม่ยุติธรรมไม่โปร่งใสตรงไหน พวกแกคนนึง 500 อีกคนแค่ไก่ตัวเดียวแบบ นี้เรียกว่ายุติธรรมโปร่งใสแล้วเหรอที่ ฉันคัดค้านก็เพื่อปกป้องความยุติธรรมและ โปร่งใสต่างหากได้คุณยุติธรรมและโปร่งใส
Speaker A
ที่สุดเลยเหอวิจู้แค้หูสีหน้าเริ่มรำคาญ ไม่งั้นจะพูดได้ไงล่ะว่าลูกชาย 2 คนของ บ้านคุณเวลาโดนตีก็ต้องแบ่งกันโดนเท่าๆ กันแต่ก็ไม่รู้สินะว่าหลิวกวงฉีบ้านคุณจะ มีวาสนาได้รับเข็มขัดผัดเนื้อจากคุณสัก จานหรือเปล่าเหอวิจู้พูดเนิบๆคำพูดนี้พอ เข้าหูโหลเซียวเอ๋อกับอาวีทั้ง 2 คนก็ ต้องเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะอีกครั้งบท ที่ 15 คนจากกองรักษาความปลอดภัยมาแล้ว ซาจู้ฉันจะตีลูกฉันมันก็ไม่ถึงตาแกมาสอด ปากหรอกหลิวไหจงตวาดใส่เหอวิจู้ด้วยความ ป่าเถื่อนใช่ๆคุณพูดถูกทุกอย่างเลยเหอ วิจุตบต้นขาอย่างอารมณ์ดีเรื่องในบ้านคุณ ๆคือผู้ยิ่งใหญ่พวกเราไม่มีสิทธิ์ยุ่งแต่ เรื่องในบ้านฉันฉันพูดแล้วไม่นับกลับต้อง ฟังคุณลุงรองอย่างคุณงั้นเหรอเหตุผลนี้ มันฟังไม่ขึ้นเลยนะอีกอย่างนะคุณลุงรอง ฉันไม่ใช่ลูกคุณและก็ไม่กล้าตีเสมอไปเป็น ลูกคุณหรอกขืนวันไหนดวงซวยเหอต้าชิงถือ มีดหั่นผักกลับมามีหวังฉันโดนสับเป็นชิ้น ๆแน่แต่ว่านะเขาจงใจลากเสียงยาวสายตามอง หลิวไห่จงตั้งแต่หัวจระเท้าอย่างล้อเลียน ถึงตอนที่เหอต้าชิงกลับมาหาคุณถึงที่ เพื่อคุยดั้วยอจริงๆคุณกล้าแจกเข็มขัดผัด เนื้อให้เขาสักมื้อเหมือนที่ฟาดกวงเทียน กับกวงฝูหรือเปล่าล่ะจู้จื่อ พ่อแกจะกลับมาเหรอพอได้ยินเหออวี่จู้บอก ว่าเหอต้าชิงจะกลับมาอีจงไห่ก็เป็นคนแรก ที่เก็บอาการไม่อยู่เสียงดังขึ้นมาทันที พ่อฉันที่ไหนกันเหอวิจู้เปลี่ยนสีหน้าทัน ทีเสียงดังกว่าอี้จงไห่เสียอีกอย่างเหอ ต้าชิงมันคู่ควรด้วยเหรอ ตอนนั้นเขาทิ้งฉันกับอวีสุ่ยไปไม่สนใจดีๆ เอาแต่ไปเสวยสุขกับแม่หม่ายฉันยังจะนับ
Speaker A
ถือคนแบบนี้เป็นพ่อได้อีกเหรอ เขาไม่กลับมาก็แล้ไปเถอะแต่ถ้ากลับมาก็ ต้องชดใช้สิ่งที่ติดค้างพวกเรา 2 พี่น้อง ตลอดหลายปีนี้มาซะก่อนไม่งั้นล่ะก็อย่า หวังจะได้ก้าวเข้าประตูเรือนนี้เลยเขา ตะโกนอย่างโกรธแค้นน้ำลายแทบจะกระเด็นใส่ หน้าแก่ๆของอี้จงไห่ความจริงแล้วเหอวิจู้ ไม่ได้โกรธแค้นเหอต้าชิงขนาดนั้นหรอกถึง ยังไงคนที่เหอต้าชิงทอดทิ้งก็คือเจ้าของ ร่างเดิมไม่ใช่เขาแต่การที่คนแบบนั้นคิด จะกลับมาเหอวิจู้ก็รับไม่ได้เหมือนกันไม่ ใช่พ่อเขาซะหน่อยอี้จงไห่ฟังคำประกาศตัด ขาดความสัมพันธ์ของเหอวิจู้แล้วในใจก็รู้ สึกโล่งงอกเหลือเกินแต่ภายนอกยังต้องทำ เป็นแสร้งพูดว่าจู้จึเอ้ยจะพูดแบบนั้นก็ ไม่ถูกนะสายเลือดเดียวกันตัดยังไงก็ไม่ ขาดต่อให้เขาทำผิดแค่ไหนยังไงก็ยอมรับเขา เหรอได้สิเหอวิจู้ขัดจังหวะทันทีพลางนับ นิ้วคิดบัญชีเอาความลำบากที่เราพี่น้อง ต้องกินแกลบกินรำทนหนาวทนหิวตลอดหลายปี ที่ผ่านมาตีเป็นเงินมาให้หมดห้ามขาดแม้ แต่แดงเดียวตอนนี้อาวี่สุ่ยมีแฟนแล้วค่า สินสอดเขาต้องจ่ายให้หมดเป็นไงล่ะก็จะไม่ จ่ายอะไรเลยพ่อแก่ตัวทำงานไม่ไหวก็จะกลับ มาเสวยสุขนั้นเหรอในโลกนี้มีเรื่องสบาย แบบนั้นที่ไหนกันพ่อแบบนี้มีหรือไม่มีมัน ต่างกันตรงไหน เห็นท่าทีแข็งก้าวราวกับก้อนหินของเหอ วิจู้อีจงไหก็ดีใจจนเนื้อเต้นตปากกลับถอน หายใจและไม่พูดโน้มน้าวต่อในใจสำเร็จหมาก ตานี้เดินถูกแล้วเหอวิจุย่อมไม่รู้ว่า อีจงไหกำลังคิดอะไรอยู่แต่เขาก็นึกถึง เรื่องที่นิยายพวกนั้นเขียนไว้เกี่ยวกับ อี้จงที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่างเพื่อให้ เหอวิจู้เลี้ยงดูตัวเองตอนแก่เ้าจากท่าที ร้อนรนในตอนแรกของอี้จงไห่จนมาถึงความ นิ่งเฉยในตอนนี้เหอวิจู้ก็มั่นใจได้เลย ว่าเรื่องที่นิยายพวกนั้นเขียนว่าอีจงไห
Speaker A
วางแผนให้เหอวิจู้เลี้ยงดูตัวเองตอนแก่ เท่าหน้าจ้ะเป็นเรื่องจริงถึง 8 ส่วนฉัน คงกินอิ่มจนว่างจัดสินะถึงขนาดพ่อแท้ๆของ ร่างเดิมฉันยังไม่อยากจะเลี้ยงดูเลยแล้ว นะประสาอะไรกับเพื่อนบ้านในลานเรือนที่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อยอย่างคุณ ฉันต้องคิดสั้นขนาดไหนเนี่ยถ้าคุณไม่มี ใครเลี้ยงดูตอนแกคุณก็ไปหาบ้านพักคนชราสิ มาหาฉันทำไมแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเถียง เรื่องนี้ยังมีหมาอีก 2 ตัวที่ต้องจัดการ อยู่ตรงหน้าสวีต้าเม่าเหอวิจู้หันปาก กระบอกปืนข้อเสนอที่สหายโหลเสี่ยวเอ๋อพูด มาแกจะตกลงไหมถ้าตกลงประตูห้องฉันเปิด อ้าซ่าให้เลยตอนนี้เข้าไปค้นได้ตามสบาย แต่ถ้าไม่ตกลงงั้นทุกคนก็แยกย้ายกลับไป อาบน้ำนอนเถอะแต่คืนนี้เรา 2 คนต้องเฝ้า อยู่ตรงนี้ใครก็ห้ามขยับไปไหนจะได้ไม่ ต้องมาหาว่าพอตำรวจมาพรุ่งนี้แล้วฉันแอบ เอาไก่ไปซ่อนตอนกลางดึกและฉันก็กลัวแกจะ แอบกลับไปซ่อนเงินก้อนโต 500 หยวนของฉัน ไว้ในรูหนูเหมือนกันเรามาผลัดกันจับตาดู ยุติธรรมดีไหม สาจุลูกนี่แกเรียกว่ายุติธรรมเหรอสวีต้า โมโกรธจนกระโดดเต้นทำไมบ้านฉันต้องจ่าย ตั้ง 500 และแกจ่ายแค่ไก่ตัวเดียวโหล เสี่ยวเอ๋อสมองครึ่งประโยคหลังถูกสายตาดู ดันราวกับใบมี่ของโหลเสี่ยวเอ๋อบังคับให้ กลืนลงคอไปได้ในเมื่อเป็นแบบนี้งั้นทุกคน ก็แยกย้ายกันไปเถอะคืนนี้สวีต้าเหมาะกับ ฉันจะค้างคืนกันตรงนี้แหละเหอวิจู้เห็น
Speaker A
สวีต้าเมื่อไม่ตกลงก็ไม่มีความจำเป็นต้อง เสียเวลาอยู่ที่นี่อีกให้คนอื่นกลับไป ก่อนพรุ่งนี้ค่อยแจ้งตำรวจทีเดียวทว่าเหอ วิจู้เพิ่งพูดจบก็มีคน 3 คนเดินเข้ามาจาก ประตูคนนำหน้าคือหลิวกวงเทียนลูกชายคนรอง ของหลิวไห่จงส่วนอีก 2 คนที่ตามหลังมาดู จากชุดแล้วน่าจะเป็นคนจากกองรักษาความ ปลอดภัยของโรงงานรีดเหล็กทั้ง 2 คนสะพาย ปืนยาวมาคนละกระบอกด้วย อาจารย์เหอเหล่าจังเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยวัยกลางคนที่ดูท่าทางฉลาดหลักแหลม กว่าสายตามองคนเต็มลานเรือนก่อนจะหยุดสาย ตาไว้ที่เหอวิจู้โดยตรงใบหน้าของเขามีรอย ยิ้มแฝงความเหนื่อยใจได้ยินมาว่าคุณหญิง ไก่บ้านพนักงานฉายภาพยนตร์สวี่มาเหรอน้ำ เสียงของเขาแฝงการหยอกล้อใครบ้างจะไม่รู้ ว่าคนหนุนหลังซาจู้คือผู้อำนวยการโรงงาน หยางแค่ขโมยไก่อย่างมากก็แค่ชดใช้เงินจะ เรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียวแผนกรักษาความ ปลอดภัยเองก็ไม่อยากจะล่วงเกินพ่อครัวคน นี้จริงๆหรอกโอ้โหเหล่าจางข้าวกินซี้ซั้ว ได้แต่คำพูดพูดซี้ซั้วไม่ได้นะเหอวิจุรีบ ร้องโวยวายขอความเป็นธรรมทันทีใครขโมยไก่ ใครเห็นไม่มีหลักฐานมาปรักปรำกันแบบนี้ นี่มันใส่ร้ายชัดชัดต้องรับผิดชอบด้วยนะ เขาเสียงดังฟังชัดความมั่นใจเต็มเปี่ยม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้ง 2 คน ชะงักไปครู่หนึ่งมองหน้ากันพวกเขาเข้าเวร อยู่ที่โรงงานหลิวกวงเทียนก็วิ่งหน้าตั้ง มาแจ้งความบอกว่าเหอวิจู้พ่อครัวใหญ่ของ โรงอาหารขโมยแม่ไก่บ้าสวีต้ามาให้พวกเขา รีบมาจับคนแต่พอดูจากสถานการณ์ตรงหน้าไม่
Speaker A
เหมือนโดนจับได้คันหนังคาเขาเลยนี่นาไอ้ หนุ่มแจ้งความเท็จเหรอเหล่าจังหน้าตึง ตวัดสายตามองหลิวกวงเทียนที่ยังหอบแพก เสี่ยวหลี่ที่ยังหนุ่มกว่าก็ขยับตัวเข้า มาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรม่ำไม่ได้แจ้ง ความเท็จนะหลิวกวงเทียนถูกท่าทีนี้ข่ม ขวัญจนขาเต้นพับๆพูดจะติดอ่างพระพ่อฉัน พ่อฉันเป็นคนให้ฉันมาบอกพวกคุณแบบนี้นะ เขาตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกขายพ่อแท้ๆ ของตัวเองซะงั้นโอ้โหสหายจากกองรักษาความ ปลอดภัยทั้งสองท่านลำบากพวกคุณแล้วลิ้วไฮ จงรีบแทรกตัวออกมาจากฝูงชนปั้นรอยยิ้ม แข็งทื่อบนใบหน้าอยากจะวางมาดผู้นำสัตว์ หน่อยแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดึกดื่นป่านนี้ ยังต้องวิ่งวุ่นเพื่อเรื่องเล็กน้อยของ ประชาชนช่างเป็นแบบอย่างของพวกเราจริงๆ เป็นเสาหลักของโรงงานเลยนะคำสรรเสริญเยิน ยอของเขาช่างแข็งกระด้างและน่าอึดอัดฟัง แล้วคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันจิตปลาย เท้าด้วยความอายแทนอาจารย์หลิวเหล่า จันทร์กลั้นใจไม่มองบนถือว่ายังไว้หน้า อยู่บ้างนี่ลูกชายคุณเหรอ ใช่สหายช่างตะแหลมคมจริงๆมองปราชญเดียวก็ รู้เลยสายตาเฉียบแหลมมากหลิวไห่จงพยัก หน้ารัวๆเหล่าจางคิดในใจฉันไม่ได้ถามว่า นี่ลูกแกหรือเปล่าเว้ยฉันกำลังยืนยันว่า แกเป็นคนให้ไอ้หมอนี่ไปหากองรักษาความ ปลอดภัยใช่ไหมมต่างหากเขาบอกว่าอาจารย์ เหอขโมยไก่ของพนักงานฉายภาพยนตร์สวี่ เรื่องจริงเหรอเหล่าจานเข้าประเด็นทันที จริงสิจริงแท้แน่นอนริ้วไฮจงกลัวว่าเป็ด ที่ต้มสุกแล้วจะบินหนีไปเลยรีบชิงต่อไม่ งั้นดึกดื่นป่านนี้พวกเราตั้งเยอะแยะจะ กินอิ่มจนว่างจัดมารวมตัวกันดูดาวหน้า บ้านซาจู้หรือไงเขาชี้ไปที่ฝูงชนที่ยืนออ กันอยู่เหล่าหลิว อี้จงไหก้าวออกมาถูกจังหวะปั้นหน้าขรึม ตวาดเรื่องยังไม่ทันสืบสวนให้แน่ชัดแกจะ มาพูดจาซี้ซั้วอะไรตรงนี้เขาหันไปหาเจ้า หน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้ง 2 คนใบหน้า
Speaker A
เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนแต่แฝงความน่า เกรงขามทันทีสวัสดีครับสหายทั้งสองผมอี้ จงไห่จากแผนกช่างฟิตเตอร์ของโรงงานและ เป็นคุณลุงใหญ่ผู้ดูแลของลานเรือนนี้ครับ อาจารย์อี้สวัสดีครับเหล่าจันทร์กับ เสี่ยวหลี่ยืดตัวตรงทันทีใบหน้าเต็มไป ด้วยความเคารพ 1 ใน 2 ช่างฟิตเตอร์ระดับ 8 ของโรงงานรีดเหล็กหงซิงเสาหลักของโรงางาน ปรมาจารย์ด้านเทคนิคจากกองรักษาความปลอด ภัยอย่างพวกเขาจะกล้าเสียมารยาทได้ยังไง คุณคือคนงานดีเด่นของโรงงานเราเลยนะเป็น แบบอย่างใครบ้างจะไม่รู้จักล่ะครับเหอะ หลิวไหจงที่ถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบส่ง เสียงฮึดฮัดๆในลำคอด้วยความไม่พอใจอี้จง ไห่หัวเราะเยาะในใจแต่ภายนอกกลับทำตัว ถ่อมตนและพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอด ภัยทั้งสองว่าไม่กล้ารับหรอกครับพวกเรา ล้วนทำงานอุทิศตนให้โรงงานให้ประเทศชาติ แค่แบ่งหน้าที่กันทำงานเท่านั้นโรงงานรีด เหล็กของเรามีคนตั้งเยอะหน่วยงานสำคัญ ขนาดนี้ถ้าไม่ได้สหายจากกองรักษาความปลอด ภัยอย่างพวกคุณก็คงไม่มีสภาพแวดล้อมการ ผลิตที่มั่นคงแบบนี้หรอกท่าทีแบบนี้ยิ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรู้สึก ว่าเขาเป็นผู้ที่น่าเคารพนับถืออาจารย์ อี้แล้วคุณช่วยเล่าหน่อยได้ไหมครับว่า ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เหล่าจางถาม อย่างสุภาพอี้จงไห่ถอนหายใจทำท่าทาง ยุติธรรมและจนใจเฮ้อจริงๆแล้วก็ไม่ใช่ เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับแค่ไก่แก่บ้า สวีต้าเมหายไปเขาก็เลยสงสัยว่าจู้จึเป็น คนเอาไปนิสัยของจู้จึใครในโรงงานบ้างที่ ไม่รู้เป็นพวกหัวรั้นแถมปกติก็ไม่ถูกกับ ต้าเมอยู่แล้วจะยอมให้เข้าไปค้นบ้านง่ายๆ ได้ยังไงนี่ไงก็เลยยืดเยื้อกันอยู่ตรงนี้
Speaker A
แหละคำพูดของอี้จงไห่แนบเนียนไร้ที่ติฟัง เผินๆเหมือนเป็นการเล่าความจริงแต่พอเข้า หูเหล่าจานกับเสี่ยวหลี่ความหมายกลับ เปลี่ยนไปออไก่บ้าสวีต้าเม่าหายเพราะมี เรื่องบาดหมางกับซาจู้ก็เลยปรักปรำว่าเขา ขโมยส่วนไอ้บ้าซาจู้ก็ดื้อดึงไม่ยอมให้ ค้นสมเหตุสมผลดีสวีต้าคนนี้น่าจะหาเรื่อง กลั่นแกล้งแก้แค้นเรื่องส่วนตัวแน่ๆบทที่ 16 หลี่เจี้ยนกั๋วเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยทั้ง 2 คนสบตากันก่อนจะหันขวาไป มองสวีต้าเมาพร้อมกันเหล่าจันค่าบุหรี่ ไว้ในปากแล้วเอ่ยถามช้าๆว่าพนักงานฉาย ภาพยนตร์สวี่สายตาอันแหลมคมของคุณทำไมถึง ฟันธงได้ล่ะครับว่าเป็นอาจารย์เหอที่หยิบ ไก่บ้านคุณไปมันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่ เหรอสวีต้าเมยืดคอขึ้นนิ้วแทบจะทิ่มจมูก เหอวิี่จู้ฉันได้กลิ่นเนื้อลอยมาจากบ้าน มันเลยแต่ไอ้ซาจู้นี่สิทำตัวหวงก้างอย่าง กับหมาเป็นตายังไงก็ไม่ยอมให้ฉันเข้าไป คุณทั้งสองลองว่ามาสินี่ไม่เรียกว่าร้อน ตัวแล้วจะเรียกว่าอะไร โอ้โหเหอวิจุตบต้นขาฉะเสียงดังจนฝุ่นบน ขื่อร่วงได้ยินไหมได้ยินไหมสรุปว่าคืนนี้ ที่นครซื่อจิวถ้ามีกลิ่นเนื้อหอมๆลอยมาก็ ต้องเป็นไก่บ้านสวีต้าเม่าหายงั้นสิวัน หลังใครจะตุ๋นเนื้อทั้งเมืองต้องทำรายงาน ขออนุญาตสวีต้าเมื่อก่อนไหมถามหน่อยสิว่า ไก่บ้านเขากระโดดลงหม้อเองหรือเปล่า ซาจู้ในเมื่อแกไม่ได้ขโมยทำไมถึงไม่กล้า ให้ฉันเข้าไปดูในบ้านล่ะสวีต้าเมตวาดกลับ ฉันไม่ให้แกค้นบ้านตรงไหนพวกแกต่างหากที่ ไม่ยอมรับเงื่อนไขของฉันเหอวิจู้เถียง กลับอีกครั้งเงื่อนไขของแกฉันตกลงไม่ได้ หรอกสวีต้าเมื่อพูดจบก็หันไปมองเจ้าหน้า ที่รักษาความปลอดภัยทั้ง 2 คนแล้วพูดต่อ
Speaker A
ซาจู้บอกว่าเงินบ้านเขาหายไป 500 หยวน สงสัยว่าฉันเป็นคนขโมยเขาจะไปค้นบ้านฉัน ถ้าค้นเจอ 500 หยวนนี้ก็แปลว่าฉันขโมย เงินบ้านเขาไปพวกคุณลองตัดสินดูสิมีคนพูด จาแบบนี้ด้วยเหรอ เงินบ้านไหนมันไม่น่าตาเหมือนกันบ้างถ้า เงินบ้านฉันถูกมันค้นเจอก็กลายเป็นเงิน ของไอ้ซาจู้แถมฉันยังต้องรับข้อหาขโมย เงินอีกเฮ้อสวีต้าเม่าแกพูดแบบนี้ก็ไม่ ถูกนะทำไมแกสงสัยว่าฉันขโมยไก่บ้านแก ถึงเข้าบ้านฉันมาค้นได้แต่พอฉันสงสัยว่า แกขโมยเงินบ้านฉันฉันกลับไปค้นบ้านแกไม่ ได้ล่ะในโลกนี้มีเหตุผลแบบนี้ด้วยเหรอ เหรอเหอวิจู้พูดจบก็ไม่ลืมหันไปหาเจ้า หน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้ง 2 คนพวกคุณ ว่าจริงไหมล่ะครับเอ่อคราวนี้ทำเอาเจ้า หน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้ง 2 คนถึงกับ สับสนจะว่าคำพูดของซาจู้มันก็ดูมีเหตุผล นะแต่ก็รู้สึกเหมือนเป็นการแถข้างๆคูแต่ เขาก็พูดถูกสวีต้าเมก็แค่สงสัยแล้วทำไม สวีต้าเมถึงเข้าไปค้นไก่ที่หายไปในบ้าน เขาได้ล่ะแค่เพราะกลิ่นเนื้อที่สวีต้าเม ได้กลิ่นนั้นเหรอแต่กลิ่นเนื้อก็ไม่ได้ แปลว่าเป็นกลิ่นไก่นี่นาเหตุผลของสวีต้า เมก็ดูจะฟังไม่ขึ้นเหมือนกันที่จริง เรื่องนี้มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยแค่เข้า ไปดูในบ้านแป๊บเดียวก็จบแต่ไอ้ซาจู้นี่ ดันหัวรั้นไม่ยอมให้เข้าเหล่าจังนวดขมับ พยายามไกล่เกลี่ยอาจารย์เหอเอาแบบนี้ไหม เราเข้าไปดูสักหน่อยไม่ได้ลำบากอะไรนัก หรอกจะได้ไม่ต้องเถียงกันค่อนคืนได้สิเหอ วิจู้ตอบตกลงอย่างฉะฉาน
Speaker A
สวีต้าเมกับหลิวไห่จงเพิ่งจะยิ้มกลิ่นใน ใจแต่ประโยคถัดมาของเหอวิจู้ก็ปิดตายหน ทางนั้นทัน ดูบ้านฉันเสร็จรบกวนพวกคุณ 2 คนย้ายก้นไป ช่วยหาเงิน 500 หยวนของฉันที่บ้านสวีต้า มาด้วยนะขาดไปสักแดงเดียวก็ไม่ได้ ซาจู้ แกจงใจใช่ไหมสวีต้าแทบจะระเบิดอารมณ์ตรง นั้นเงินมันก็หน้าตาเหมือนกันหมดนี่แกกจะ แบ็คเมย์กันชัดๆมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าเงิน บ้านฉันเป็นเงินที่บ้านแกทำหาย แล้วแกมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าฉันขโมยไก่ บ้านแกหรือว่าเนื้อไก่มันหน้าตาไม่เหมือน กันเหอวิจู้นั่งไขวห้างนั่งนิ่งสงบดั่ง ขุนเขาไม่ยอมถอยให้แม้แต่นิดเดียวพอได้ แล้วโลเซียเอ๋อตวะเสียงใสเดินออกมาจาก หลังฝูงชนคิ้วขมวดด้วยความรำคาญใจเถียง กันมาครึ่งค่อนคืนก็แค่เงิน 500 หยวนไม่ ใช่เหรอฉันจ่ายเองเธอเชิดหน้าขึ้นใส่เหอ วี่จู้อย่างเด็ดขาดตามที่ฉันพูดไปก่อน หน้านี้ค้นไม่เจอไก่เงินเป็นของนายค้นเจอ นายต้องชดใช้ไก่ให้บ้านฉัน เอ๋อจื่อไม่ได้ฉันไม่ตกลงสวีต้าปวดใจจน ตัวสั่นงั้นแกก็ทนไปเถอะฉันงั้นกลับล่ะ โหลเสี่ยวเออหันหลังเตรียมเดินหนีคนอื่นๆ ก็พอดูออกแล้ววันนี้ถ้าสวีต้าเมไม่ยอม ตกลงเรื่องเงิน 500 หยวนเหอวิจู้ก็ไม่มี ทางให้เขาเหยียบเข้าประตูบานนี้เด็ดขาด งั้นพวกเราก็กลับเหมือนกันพนักงานฉาย ภาพยนตร์สวี่คุณอาศัยแค่กลิ่นเนื้อที่คุณ ได้กลิ่นก็หาว่าอาจารย์เหอขโมยไก่บ้านคุณ ไปแบบนี้มันฟังไม่ขึ้นจริงๆนะยิ่งไปกว่า
Speaker A
นั้นพวกเรามาตั้งนานก็ไม่ได้กลิ่นเนื้อ อะไรเลยได้กลิ่นแต่หัวชายเท้าตุ๋นซียุเตะ จมูกมากกว่าเหล่าจางพูดพลางเตรียมตัวจะ กลับพร้อมกับเสี่ยวลี่ ไปไปพวกเราก็กลับบ้านกันเถอะดึกป่านนี้ แล้วมาโวยวายอะไรกันนักหนาเหยียนปู้กุ้ย ก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้วขืนอยู่ต่ออาหารเย็น ที่กินเข้าไปคงเย่ยหมดเพราะยืนนานถึงตอน นั้นจะหิวนอนไม่หลับเอาเหล่าี้ถอยกันเถอะ ปิ่นหัวชายเท้านี่ทำเอาฉันหิวจนไส้กิว แล้วขืนยืนต่ออาหารเย็นที่กินไปคงละลาย หายไปกับตรงนี้หมดแน่ งั้นพวกเราก็กลับกันเถอะอีสงไหพูดพลางดึง คุณป้าใหญ่เตรียมตัวกลับเข้าบ้านเอเหล่า เหยียนเหล่าี้พวกนายอย่าเพิ่งไปสิยังหา ไก่ที่ไอ้ซาจุลูกขโมยไปไม่เจอเลยนะ หลิวไห่จงเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอด ภัยทั้ง 2 คนรวมถึงครอบครัวอี้และ ครอบครัวเหยียนกำลังจะกลับก็เริ่มร้อนใจ หลักฐานก็อยู่ในบ้านนั่นแหละนี่เป็นโอกาส ทองที่จะได้สั่งสอนซาจู้สักครั้งเชียวนะ จะหาอะไรอีกล่ะเหล่าหลิวกลางวันแกทำงาน ยังเหนื่อยไม่พอเหรอ ดูทำตัวเข้าสิว่างจัดหรือไงอี้จงไฮตวาด กลับด้วยความหมายแฝงน่าเสียดายที่หลิวไห่ จงฟังไม่ออกจริงๆว่าอีจงไหกำลังด่าเขาว่า หาเรื่องใส่ตัวจงใจหาเรื่องเหล่าจางกับ เสี่ยวหลี่ยิ่งขี้เกียจพูดพูดให้มากความ ยกขาเติมเดินหนีน้ำขุนนี่ยุ่งมามากพอแล้ว เมื่อเห็นว่าเวทีงิ้วจะพังคนดูกำลังจะหนี สวีต้าหม้อก็หน้าตาตื่นรีบคว้าแขนเสื้อ โหลเซียวเอ๋อไว้แล้วตะโกนบอกทุกคนว่าอย่า เพิ่งไปฉันยอมแล้วยอมแล้วพอใจไหมเขาปั้น รอยยิ้มจอมปลอมรั้งเหล่าจานกับเสี่ยวหลี่ ไว้ทั้งสองท่านช้าก่อนรอก่อนครับรบกวน ทั้ง 2 ท่านช่วยเป็นพยานให้หน่อยเดี๋ยวผม
Speaker A
จะหาตั๋วหนังรอบพิเศษมาให้พวกท่าน 2 ใบ เหล่าจางกับเสี่ยวหลี่บีบบุหรี่ต้าต้า เฉียนเหมือนที่สวีต้าเมยัดใส่มือให้สี หน้าดูดีขึ้นเล็กน้อยแต่ในใจกลับดักไอ้ หลานเนรคุณนี่เห็นพวกเราเป็นลิงให้หลอก หรือไงทุกคนเพิ่งจะกลับมารวมตัวกันหน้า บ้านตระกูลเหออีกครั้งก็มีเสียงดังมาจาก หน้าประตูเรือนหลิวกวงฝูพากระทิงหนุ่มใน เครื่องแบบตำรวจ 2 คนพุ่งพรวดเข้ามาในลาน กลางหนึ่งในตำรวจหนุ่มตีหน้าขรึมกว่าสาย ตามองไปรอบๆในพวกคุณใครคือเหอวี่จู้มีคน แจ้งความว่าคุณขโมยไก่ เหอะไอ้หมอนี่มาเล่นละครทำเป็นไม่รู้จัก ฉันต่อหน้าฉันงั้นเหรอ พอเหอวิจู้ได้ยินตำรวจหนุ่มคนนั้นพูดแบบ นี้หน้าก็ดำทะมึนไม่ใช่อะไรหรอกก็เพราะ ไอ้เด็กนี่คือว่าที่น้องเขยของเขาอ้อไม่ สิต้องบอกว่าเป็นว่าที่น้องเขยในความทรง จำของร่างเดิมตำรวจท้องที่กำลังจะจด ทะเบียนสมรสกับเหอวิยหลี่เจี้ยนกั๋วนั่น เองฉันเองแหละเหอวิจู้สหายตำรวจมาพอดีเลย พวกคุณก็เข้าไปดูในบ้านพร้อมกันเลยสิเหอ วิจู้พูดเสียงเรียบในเมื่อนายหลี่เจี้ยน กัวแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันงั้นก็อย่าหา ว่าฉันไม่นับถือนายว่าเป็นน้องเขยก็แล้ว กันดูอะไรดูไก่ที่แกขโมยมานะเหรอ รีบเอาไก่ออกมาแล้วตามพวกเราไปโรงพัก เพื่อบันทึกปากคำสดีหลี่เจี้ยนกั๋วตวัด ใส่เหอวี่จู้ งั้นก็รบกวนสหายตำรวจช่วยให้ฉันยืมไก่สัก ตัวหน่อยสิไม่งั้นฉันคงไม่มีให้เอาออกมา จริงๆเหอวิจู้น้ำเสียงเย็นชาเรื่องของไอ้ หมาบัดซบตัวนี้กับอาวีสุ่ยก็จบลงตรงนี้ แหละจะบ้าเหรอฉันจะไปให้แกยืมไก่ที่ไหน ฉันจะไปเอาไก่ที่ไหนมาให้แกยืมหลี่เจี้ยน กั๋วโมโหโก็คุณบอกให้ฉันเอาไก่ไปโรงพัก
Speaker A
กับคุณไม่ใช่เหรอถ้าคุณไม่ให้ยืมแล้วฉัน จะไปโรงพักกับคุณได้ยังไงเหอวิจู้พูดจบก็ หันไปพูดกับตำรวจอีกคนพวกคุณเป็นตำรวจ เดี๋ยวนี้เขาทำงานกันแบบนี้แล้วเหรอต้อง ให้ผู้ต้องสงสัยเสกของขึ้นมาเองเตรียม หลักฐานความผิดให้พร้อมแล้วเอาไปประเคน ให้พวกคุณถึงมือเลย แก พูดจาเหลวไหลอะไรหลี่เจี้ยนกั๋วได้ยินเหอ หวีจู้พูดแบบนั้นก็โมโหขึ้นมาทันทีทำแทบ จะพุ่งเข้าไปใช้กำลังกับเหอวิจู้ จังหวะนั้นเองตำรวจอีกคนก็รีบควัดตัวหลี่ เจี้ยนกั่วไว้แล้วกระซิบถามด้วยความสงสัย เจี้ยนกั่วนี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ยหรือ ว่านายกับเหอวิจู้คนนี้มีความแค้นต่อกัน บทที่ 17 หลี่เจี้ยนกั๋วโดนอัดหลี่เจี้ยน กั๋วถูกเพื่อนร่วมงานถามจนตอบไม่ออกหน้า ดำหน้าแดงเขาจะไปพูดได้ยังไงว่าไอ้โจร ขโมยไก่ตรงหน้าคือว่าที่พี่เมียของเขาและ ที่วันนี้เขาเสนอหน้ามาก็เพื่อจะเล่นบท ซื่อตรงยุติธรรมให้เข้าข้างญาติมิตรหวัง จะสร้างความประทับใจให้ผู้บังคับบัญชาและ ถือโอกาสเหยียบหัวพี่เมียไต่เต้าขึ้นไปน สิแล้วทำไมหลี่เจี้ยนกั๋วถึงต้องใช้ เหอวิจู้เป็นบันไดเหยียบขึ้นไปด้วยล่ะต้น เหตุก็มาจากเหอวิี่สุ่ยนั่นแหละช่วงก่อน หน้านี้เหอวิสุ่ยทำตัวลับๆล่อๆมาบอกความ ลับสถานฟ้ากับเขาแถมยังขอร้องให้เขาไป ช่วยค้นแฟ้มประวัติเขาต้องทุ่มเทสุดกำลัง กว่าจะสืบจนรู้เรื่องแล้วผลลัพธล่ะความ ลับนั่นไม่เพียงไม่ทำให้เหอวิสุ่ยสนิทสนม กับเขามากขึ้นแต่กลับเย็นชาใส่เขาซะงั้น แม้แต่งานแต่งที่กำหนดไว้อย่างดิบดีว่าจะ เป็นสิ้นเดือนเธอก็ดึงดันเลื่อนไปเป็น สิ้นปีหลี่เจี้ยนกั๋วกำลังอัดอั้นตันใจ ไม่มีที่ระบายโอกาสก็ดันมาประเคนให้ถึง ที่จัดการไอ้ซาจู้ซะได้ทั้งผลงานเผลอๆอาจ จะทำให้เหอวิสุยตะสว่างเห็นว่าใครกันแน่
Speaker A
ที่เป็นผู้ชายที่พึ่งพาได้กริ๊งๆเสียง กริ่งจักรยานดังกังวาลทำลายความเงียบงัน หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสวมชุดทำงานสีฟ้า ถักเปียคู่เข็นจักรยาน 28 เข้ามาในลาน กลางเอ๊ะทำไมคนเยอะแยะจังพวกคุณมามุงอะไร หน้าบ้านฉันเนี่ยคนที่มาก็คือเหอวี่สุ่ย น้องสาวของเหอวิจู้แฟนของหลี่เจี้ยนก๋ว นั่นเองอวี่ซุ่ยกลับมาแล้วเหรอเหอวิจุ ยิ้มมองเหอวิสุ่ยน้องสาวของเจ้าของร่าง เดิมพี่นี่มันเรื่องอะไรกันเหอวิสุ่ยเห็น เหอวิจู้ปลอดภัยดีก็โล่งใจขึ้นมาเปราะ หนึ่งไม่มีอะไรหรอกมีสหายตำรวจคนนึงบอก ว่าพี่ขโมยไก่บ้านสวีต้าเมาแถมยังให้พี่ เตรียมไก่ไว้เป็นของกลางเพื่อตามพวกนั้น ไปโรงพักให้ปากคำนสิเหอวิจู้แค่นหัวเราะ สายตาเย็นชาจ้องมองหลี่เจี้ยนกลัวขณะที่ พูดกับเหอวิสุ่ย อะไรนะพี่ๆขโมยไก่บ้าสวีต้าเม่าเหรอเห็น ได้ชัดว่าเหอวิสุ่ยฟังไม่ออกว่าเหอวิจู้ หมายถึงอะไรนึกว่าเหอวิจู้ไปขโมยไก่บ้าน สวีต้าเมจริงๆเพราะยังไงพี่ชายก็รับปาก ว่าจะตุ๋นซุปไก่ให้เธอกินคืนนี้นี่นาหรือ ว่าพี่ชายจะซื้อไก่ไม่ได้ก็เลยไปขโมยไก่ บ้านสวีต้าเมื่อมาตุนซุปให้เธอกิน ซาบซึ้งใจจังพี่ชายคนนี้ดีกับเธอเหลือ เกินฮืออยากจะร้องให้เลยแต่เหอวิจุกลับ มุมปากกระตุกไม่หยุดที่นิยายพวกนั้นบอก ว่าเหอวิสุ่ยเป็นไงตัวแสบชอบสร้างเรื่อง ให้พี่ชายเงี่ยไม่ผิดเลยสักนิดก่อนหน้า นี้ตอนเขาอ่านนิยายก็หลงคิดว่าเป็นเพราะ เหอวิจู้มัวแต่ไปตามจีบฉินไหวหรูเลยละล น้องสาวแท้ๆทำให้เหอวิสุ่ยที่เป็นน้องสาว อย่าจะแก้แค้นเหอวิจู้ถึงได้คอยสร้าง เรื่องปวดหัวให้พี่ชายแท้ๆคนนี้ไม่หยุด หย่อนแต่จากความทรงจำของร่างเดิมเขามั่น ใจได้ 100% เลยว่าจนกระทั่งเขาทะลุมิติมา
Speaker A
ร่างเดิมก็ยังไม่ได้มีความคิดอกุศลกับฉิน ไหวหรูเลยที่เขาเข้าไปช่วยก็เพราะเห็นว่า ตระกูลเจลำบากเกินไปเท่านั้นเองและก็ไม่ เคยละเลยน้องสาวตัวเองเพราะไปช่วยตระกูล เจี่ยเลยสักครั้งการที่เหอวี่สุ่ยผอมบาง ในยุคสมัยนี้ถือเป็นเรื่องปกติมากๆไม่ใช่ เพราะโดนเหอวิจู้ทารุณกรรมสักหน่อยส่วน เรื่องที่คนตระกูลเจอยู่ดีกินดีถึงเหอ วิจู้จะมีส่วนอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้หมาย ความว่าเอาส่วนของเหอวี่สุ่ยไปให้บางคน แค่กินน้ำก็อ้วนแล้วแต่บางคนกินยังไงก็ ไม่อ้วนเหตุผลก็คือแบบนี้แหละงั้นคำถามก็ คือร่างเดิมของเขาไม่ได้ละเลยน้องสาวคน นี้แล้วทำไมเหอวิี่สุ่ยถึงกลายเป็นตัวแสบ จอมสร้างเรื่องได้ล่ะเหอวิจู้มอง เหอวิสุ่ยที่น้ำตาตาคลอเบ้าแล้วลอบถอนหาย ใจยายเด็กนี่ก็คงจะซื่อบื้อเหมือนซาจู้ แน่ๆเลยถ้าไม่เห็นว่าหน้าตาดีล่ะก็เขาคง ตบสั่งสอนไปสัก 2 ฉาดแล้วยังไงซะก็ไม่ใช่ น้องสาวเขาเป็นน้องสาวของซาจู้ต่างหักตี ไปก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดใจหรอกแค่เสียดายนิด หน่อยเสียของเปล่าๆหน้าตาออกจะสวยขนาดนี้ พูดได้เลยว่าในสายตาเหอวิจู้เหอวิสุยคน นี้คือระดับท็อปของความสวยในเรื่องชิ้นรู เมาส์ 4 เหอยวนเลยทีเดียวทำไงได้ร่างกาย ปัจจุบันของเขากลับเป็นพี่ชายแท้ๆของเธอ นี่นาโยนความคิดเพ้อเจ้อทิ้งไปเหอวิจู้ ปั้นหน้ายักย้ายใส่เหอวิสุ่ยใครบอกว่าฉัน ขโมยไก่บ้านเขากัน ฉันหมายถึงไอ้ตำรวจต๊อกต่อยนั่นบอกว่าฉัน ขโมยไก่บ้านสวีต้าเม่าพวกเขาไม่มีหลักฐาน จะให้ฉันเตรียมหลักฐานเองแล้วตามไปให้ปาก คำที่โรงพักเหอวี่สุ่ยหันไปตามทิศทางที่ เหอวิี่จู้ชี้ทันใดนั้นตาก็เบิกกว้าง ตะโกนเสียงหลงหลี่เจี้ยนกั๋วทำไมคุณถึงมา อยู่ที่นี่
Speaker A
อวีซุ่ย ฉันได้รับแจ้งความจากประชาชนก็เลยมาจับ โจรขโมยไก่นสิหลี่เจี้ยนกั๋วหัวเราียพี่ ชายฉันไม่ได้ขโมยไก่นะพวกคุณเข้าใจผิด แล้วรีบกลับไปเถอะเหอวิสุยเคหยิบตาให้ หลี่เจี้ยนกั๋วรัวๆหวังให้เขาปล่อยพี่ชาย เธอไปจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่า สิ่งที่เหอวิจู้เพิ่งพูดหมายความว่ายังไง ยังคงคิดว่าเหอวิจู้ขโมยไก่บ้าสวีต้า เมื่อจริงๆคำพูดที่เธอพูดออกไปก็เพียงแค่ หวังให้หลี่เจี้ยนกั๋วเห็นแก่หน้าเธอแล้ว ปล่อยพี่ชายเธอไปเท่านั้นเรื่องยังไม่ทัน สืบสวนให้แน่ชัดพวกเราจะกลับได้ยังไงหลี หลี่เจี้ยนกั๋วตวัดใส่เหอวิสุ่ยเขาเห็น เหอวิสุ่ยขอให้เขาทำผิดกฎหมายจะไปทำได้ ยังไงเพื่อนร่วมงานก็ยืนดูอยู่ตรงนี้นะ ถ้าเรื่องนี้ถึงหูผู้บังคับบัญชาหลี่ เจี้ยนกั๋วอย่างเขาไม่จบเหรอ ไอ้เวรเอ๊ยแกรงขึ้นเสียงใส่น้องสาวฉันอีก คำสิเหอวิจู้พุ่งเข้าไปตบหน้าหลี่เจี้ยน กั๋วเต็มแรงปากก็สบถด่าไม่หยุดตอนนี้รู้ แล้วเหรอว่าเรื่องยังไม่สืบสวนให้แน่ชัด เมื่อกี้แกยังมั่นใจอยู่เลยไม่ใช่เหรอว่า ฉันเป็นคนขโมยไก่บ้าสวีต้ามะนะ เฮ้ยเหอวิจู้หยุดเดี๋ยวนี้นะถ้าขืนลงมือ อีกฉันจะยิงจริงๆด้วยเหล่าโจเพื่อนร่วม งานของหลี่เจี้ยนกั๋วตกใจสุดขีดรีบพุ่ง เข้าไปห้ามทาบมือไว้ที่ซองปืนแต่ว่ามือ ของเหอวิจู้นั้นราวกับครีมเหล็กง้างไม่ ออกเลยสักนิดมันขึ้นเสียงใส่น้องสาวฉัน ต้องขอโทษน้องสาวฉันก่อนเหอวิจู้ไม่กลัว คำขู่ของตำรวจคนนั้นเลยสักนิดอย่างมากก็ จับทุกคนที่นิยมปล่อยให้พวกเขาไม่ได้ออก มาอีกเลยตลอดกาลต่อให้มิตินั้นจะใช้การ ไม่ได้แล้วเป็นพ่อครัวอย่างเขามีหรือจะอด ตาย อี้จงให้เห็นท่าทีจะเอาจริงวิญญาณก็แทบจะ หลุดออกจากร่างรีบพุ่งเข้าไปกอดแขนข้าง ที่ถือปืนของเหล่าโจไว้แน่นสหายสหายใจ เย็นใจเย็นใจเย็นใจเย็นไว้ก่อนจู้จื่อมัน
Speaker A
ก็แค่ไอ้หน้าโง่คนนึงหัวดื้อมันรักน้อง สาวคนนี้ที่สุดทนเห็นใครมาขึ้นเสียงใส่ ไม่ได้มันก็แค่หน้ามืไปชั่วขณะคุณอย่า เพิ่งโมโหไปเลยเดี๋ยวผมช่วยพูดให้ผมช่วย พูดให้เองเขาพูดพลางขยิบตาให้เหอวิจู้ อย่างเอาเป็นเอาตายพ่อคุณเอ๊ยรีบปล่อยมือ สิลูกปืนมันไม่มีตานะสวีต้าเมกับครอบครัว หลิวไห่จมที่ยืนดูงิ้วอยู่หน้าประตูตอน นี้ยิ้มจนเห็นฟันกรามแล้วสาจู้ แกจบเหแน่ทำร้ายตำรวจพวกเราเห็นกันหมดแก เตรียมตัวกินลูกปืนได้เลยสวีต้าเมาแหกปาก ตะโกนดีใจจนเนื้อเต้นใช่เร็วเข้ารีบใส่ กุญแจมือมันเลยยิงเป้าต้องยิงเป้าหลิวไห จงตื่นเต้นจนตบต้นขาฉาดถึงขนาดอยากจะสั่ง คนจากกองรักษาความปอดปลอดภัยที่ยืนดูอยู่ ข้างๆด้วยซ้ำพวกคุณกองรักษาความปลอดภัยม ยืนบื้ออะไรอยู่ลุยเลยสิเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัยทั้ง 2 คนปลายตามองหลิวไห่จง ราวกับมองคนบ้าเหล่าจังเอ่ยเสียงเย็น อาจารย์หลิวกองรักษาความปลอดภัยอย่างพวก เราจะทำงานยังไงต้องให้คุณมาสอนด้วยเหรอ หรือว่าจะเอาปืนหนี้ไปจัดการเองไหมล่ะว่า แล้วก็จงใจยกปืนยาวในมือขึ้นมานิดหน่อย หลิวไหจงถูกปากกระบอกปืนดำทะมึนเล็งใส่ ความก่างก็ดับวูบลงทันทีหดคอหัวเราะแห้งๆ 2 เสียงไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีกแม้แต่คำ เดียวพอได้แล้วปล่อยมือกันให้หมดเหล่าจาง ตะคอกด้วยความรำคาญหันไปหาตำรวจทั้งสอง โดยเฉพาะหลี่เจี้ยนกั๋วที่กำลังถูกเหอ วิจู้กระชากคอเสื้อสหายตำรวจทั้ง 2 ท่าน นี่เป็นเรื่องภายในของพนักงานโรงงานรีด เหล็กของเรากองรักษาความปลอดภัยของโรงงาน จะรับช่วงต่อเองพวกคุณกลับไปได้แล้วน้ำ เสียงหนักแน่นแฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจ ปฏิเสธได้ในยุคนี้อำนาจของกองรักษาความ
Speaker A
ปลอดภัยในรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่มีมากกว่า ตำรวจท้องที่ซะอีกพอได้ยินว่ากองรักษา ความปลอดภัยจะเป็นคนรับหน้าอีจงไห่ก็ค่อย วางใจปล่อยมือที่กอดแขนเหล่าโจออกเหล่าโจ เองก็ถอนหายใจโล่งอกหันไปมองหลี่เจี้ยน กั๋วที่ยังถูกเหอวิจู้กระชากคอเสื้ออยู่ เจี้ยนกั๋วในเมื่อสหายจากกองรักษาความ ปลอดภัยรับเรื่องนี้ไปแล้วงั้นพวกเราก็ ความหมายชัดเจนถอยเธออย่ามาขายหน้าอยู่ ตรงนี้เลยปล่อยมือหลี่เจี้ยนกลัวทั้งอาย ทั้งโกรธวันนี้ตั้งใจจะมาจับโจรขโมยไก่ แต่กลับเสียไก่ไปทั้งเล้าผลงานก็ไม่ได้ แถมยังโดนตบหน้ากลางแจ้งอีกขายหน้าไปถึง โคตรโง่สักเลยขอโทษอวิยซะมือของเหอวิจู้ ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิดสายตาราวกับคมมี่ กรีดลงบนตัวหลี่เจี้ยนกั๋วพี่ช่างมันเถอะ ตอนนี้เหอวิสุ่ยซาบซึ้งจนน้ำตานองหน้าไม่ คิดเลยว่าพี่ชายจะกล้าลงไม้ลงมือกับตำรวจ เพื่อตัวเองขนาดนี้เธอคบกับหลี่เจี้ยน กลัวมาตั้งนานแน่นอนว่าต้องรู้ว่าการทำ ร้ายตำรวจนั้นผิดกฎหมายดังนั้นเธอต้อง เกลี้ยกล่อมให้พี่ชายปล่อยหลี่เจี้ยนกั๋ว ไปให้ได้ช่างมันอะไรกันนี่ยังไม่ได้แต่ง งานกันเลยเขายังกล้าทำกับแกขนาดนี้ถ้า แต่งงานกันไปจะไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกับแก เลยเหรอเหอวิจู้กลับไม่ยอมปล่อยมือเด็ด ขาดแถมยังสั่งสอนเหอวิี่สุ่ยด้วยเหตุผล ชุดใหญ่ อะไรนะคนนี้คือแฟนของอาวี่สุ่ยเหรอจังหวะ นั้นเองคุณป้าใหญ่ก็ถามขึ้นด้วยความ ประหลาดใจใช่คนนี้แหละแฟนของอาวีสุ่ยแล้ว ทำไมเมื่อกี้ถึงบอกว่าไม่รู้จักเหอวิจู้ ล่ะอาวีก็ผู้สนับสนุนเหอวิจู้ขึ้นมาถูก จังหวะ จริงด้วยตอนที่เขาเพิ่งเข้ามายังถามเลย ว่าใครคือเหอวิจู้หรือว่าเขาจะไม่รู้ว่า ซาจู้เป็นพี่ชายของอาวีสุ่ยไม่เคยเจอหน้า ซาจู้ว่าที่พี่เมียคนนี้เลยเหรอตอนนี้คุณ ป้า 3 ก็มองหลี่เจี้ยนกั๋วและเหอวิสุ่ย
Speaker A
ด้วยความสงสัยเธอไม่ได้อยากจะช่วยเหอ วิจู้พูดหรอกนะแค่อยากจะดูงิ้วของตระกูล เหอให้สนุกเท่านั้นแหละเรื่องนี้ทำไว้จน ครบแล้วเพียงสมัครสมาชิกรายเดือนที่นิยาย บายมันตราเพื่อฟังนิยายเสียงเหมาแบบ บุฟเฟ่ต์ได้ทุกเรื่องเป็นร้อยเรื่องแค่ เดือนละ 98 บาทได้ที่เว็บอิงเริมนะครับ ลิงก์วิธีสมัครอยู่ในช่องคอมเมนต์ YouTube เลยครับบทที่ 18 เกลี้ยกล่อมให้เลิกกัน แม้แต่เหล่าโจตำรวจที่มากับหลี่เจี้ยน กั๋วก็ยังมองหลี่เจี้ยนกั๋วด้วยสายตาจับ ผิดหลี่เจี้ยนกั๋วเด็กสาวคนนี้คือแฟนคุณ งั้นเหรอ เอ่อใช่ครับเหล่าโจก็แค่แฟนยังไม่ได้จด ทะเบียนสมรสกันเลยแบบนี้ไม่น่าจะนับว่า เป็นแยกกันหรอกมั้งครับหลี่เจี้ยนกัวย่อม เข้าใจความหมายในคำพูดของเหล่าโจดี เหอวิจู้เป็นพี่ชายของเหอวิสุ่ยเข้ากับ เหอวิสุ่ยกำลังคบหาดูใจกันอยู่เขาก็ควรจะ รู้ตัวและหลีกเลี่ยงยิ่งไม่สมควรเสนอตัว มาจัดการคดีที่เกี่ยวข้องกับเหอวิจู้แบบ นี้เอาคำพูดนี้กลับไปบอกผู้กำกับกับรอง ผู้กำกับที่โรงพักเถอะเหล่าโจพูดเสียง เย็นเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหลี่เจี้ยนกั๋ว พอเข้ามาในลานเรือนก็โวยวายจะจับเหอวิจู้ ให้ได้นี่แกจะเหยียบหัวพี่ชายแฟนตัวเอง เพื่อสร้างผลงานสินะไอ้หมอนี่นิสัยมี ปัญหา เหล่าโจไม่แม้แต่จะปลายตามองหลี่เจี้ยน ก๋วยเดินจากไปเพียงลำพังนับตั้งแต่เหล่า จังบอกว่าไม่ต้องให้ตำรวจอย่างพวกเขาเข้า มายุ่งภารกิจของพวกเขาก็สิ้นสุดลงแล้ว หลี่เจี้ยนกั๋วเห็นเหล่าโจทิ้งเขาไว้คน เดียวก็รีบดิ้นรนร้องเรียกเหล่าโจรรอผม ด้วยสิแต่เหอวิจู้ก็ยังคงจับเขาไว้แน่น
Speaker A
ไม่ยอมปล่อยพลางตวาดรีบขอโทษน้องสาวฉัน เดี๋ยวนี้ไม่งั้นวันนี้แกไม่ได้ไปไหนแน่ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครช่วยพูดให้หลี่ เจี้ยนกั๋วก็จำใจต้องหันไปพูดกับเหอ วิสุ่ยว่าอาวี่สุ่ยผมขอโทษนะเมื่อกี้ผมใจ ร้อนไปหน่อยเลยเผลอขึ้นเสียงใส่คุณไปยก โทษให้ผมเถอะนะพี่ เหอวิสุ่ยหันไปมองพี่ชายจอมทึมที่คอยปก ป้องคุ้มครองเธอมาตลอดแต่ไม่เคยแสดงออก ให้เห็นเลยสำหรับคำขอโทษของหลี่เจี้ยน กั๋วเธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีเหอะ เห็นแกอวี่สุ่ยวันนี้ฉันจะปล่อยแกไปก่อน เหอวิจู้คลายมือใหญ่ที่จับเขาเสื้อ หลี่เจี้ยนกั๋วออกแล้วเบือนหน้าหนีไม่มอง เขาอีกอาวีซุยผมไปก่อนนะไว้มีเวลาผมจะมา หาคุณใหม่หลี่เจี้ยนกั๋วพูดจบก็ไม่รอให้ เหอวี่สุยตอบรับวิ่งหนีออกจากเรือน 4 ประสานไปอย่างทุลักทุเล ตอนนี้เขาอยากจะฆ่าเหอวิจุให้ตายคำือไอ้ ไอ้เวรเอ๋ยถ้ายอมให้จับกลับไปดีๆเพื่อให้ ฉันได้ทำผลงานต่อหน้าผู้บังคับบัญชาจนได้ รับคำชมได้เลื่อนขั้นขึ้นเงินเดือนเหอ วิสุ่ยก็พล่อยได้ผลพล่อยได้ไปด้วยไม่ใช่ หรือไง แกเป็นพี่ชายแท้ๆยอมเสียสละเพื่อตัวน้อง สาวกับน้องเขยหน่อยมันจะเป็นไรไป ตอนนี้เป็นไงล่ะลาบก้อนโตหลุดลอยไปต่อ หน้าต่อตาเหล่าโจ้กลับไปไม่รู้จะเอาฉันไป พูดเสียๆหายๆต่อหน้าผู้บังคับบัญชายังไง บ้างถ้าฉันโดนลงโทษเพราะเรื่องนี้คิดว่า ชีวิตน้องสาวแกจะมีความสุขงั้นเหรอ เหอวิจุมองสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ของเหอวี่สุ่ยแล้วก็รู้สึกปวดใจถึงแม้ใน ซีรีส์จะไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับ ตำรวจท้องที่เป็นแฟนของเหอวิสุ่ยคนนี้มาก นักและในนิยายหลายเรื่องก็มักจะพูดถึงแค่ ผ่านๆแต่ใครก็ตามที่เอ่ยถึงตำรวจท้องที่ คนนี้มักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหมอนี่ เป็นลูกแหง่ติดแม่หลังจากเหอวี่สุ่ยแต่ง
Speaker A
งานไปก็มีชีวิตที่ไม่ค่อยดีนักนั่นเป็น เหตุผลที่ทำให้ตอนที่เหอวี่จู้ถูก ครอบครัวแม่หม้ายฉินสูบเลือดสูบเนื้อจน หมดตัวเธอถึงไม่เคยกลับมาดูดำดูดีเขาสัก ครั้งเดียวจากเหตุการณ์ในครั้งนี้จะลูก แหงแหง่หรือไม่ลูกแหง่เขาดูไม่ออกหรอกแต่ ที่แน่ๆคือนิสัยของหมอนี่ต้องแย่มากแน่ นอนอาวี่สุ่ยเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิว่า สมาชิกในครอบครัวบ้านเขากับท่าทีที่คนที่ บ้านเขามีต่อเธอเป็นยังไงบ้างพี่จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรหรอกเจ้าบ้านเขามีแค่เขา กับแม่เขาสุขภาพไม่ค่อยดีต้องพึ่งเงิน เดือนละ 27.5 5 หยวนของเขามาจุนเจือ ครอบครัวเหอวิสุยไม่มีอะไรต้องปิดบังที่ ชายของตัวเองอวีสุ่ยเอ๊ยเมื่อก่อนที่ผิด เองที่ไม่สื่อประวัติให้ดีก่อนตกลงเรื่อง งานแต่งของพวกเธอตอนแรกพี่คิดว่าในฐานะ ที่เป็นสหายตำรวจยังไงก็คงไม่แย่เท่าไหร่ หรอกต่อให้ทางบ้านจะลำบากพี่ก็พอจะช่วย เหลือจุนเจือพวกเธอได้บ้างแต่พี่รู้แล้ว ล่ะว่าพี่คิดผิดเหอวิจู้มองเหอวิสุ่ยด้วย ความรู้สึกผิดอาวี่สุ่ยแม่ของเขาต้องกิน ยาตลอดทั้งปีแถมยังทำงานอะไรไม่ได้เลยใช่ ไหมอื้อพี่รู้ได้ยังไงนะเหอวิสุ่ยถามด้วย ความประหลาดใจเดาเอานะถ้าเดาไม่ผิดเวลา เธอไปบ้านเขางานบ้านทุกอย่างเธอเป็นคน ช่วยทำหมดเลยใช่ไหม อื้อแม่เขาแค่ขยับตัวนิดหน่อยก็บ่นว่า เหนื่อยแล้วกว่าจะทำกับข้าวเสร็จก็ปาไป ครึ่งค่อนวันหลี่เจี้ยนกั๋วกลับบ้านมาก็ ไม่ได้กินข้าวร้อนๆหรอกเอาล่ะพี่เข้าใจ แล้วงานแต่งครั้งนี้พี่ไม่อนุญาตแล้วถ้า เธอไม่แต่งกับเขาไม่ได้จริงๆพี่ที่มี เงื่อนไขเดียวนั่นก็คือต้องรอให้แม่เขา ตายก่อนเหอวิจู้พูดอย่างเด็ดขาดนี่ไม่ใช่ ว่าเขาจิตใจโหดเหี้ยมจงใจกลั่นแกล้งเหอ วิสุ่ยหรอกนะแต่เขาไม่อยากให้น้องสาวแต่ง
Speaker A
งานไปเป็นคนรับใช้บ้านคนอื่นต่างหาก ที่แบบนี้แบบนี้มันจะไม่ดีมั้งเราตกลงกัน ไว้แล้วว่าจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้เหอวิสุย พูดด้วยความลำบากใจรัฐบาลมีกฎหมายข้อไหน บอกว่าตกลงกันแล้วต้องแต่งงานเท่านั้นไหม ล่ะหรือว่าเธอโดนเขาเหอวิจู้เบิกตากว้าง จ้องมองเหอวิสุยเขม็งในใจก็แอบรู้สึกหึง หวงขึ้นมานิดนึงนิดพี่พูดจะเหลวไหลอะไร เนี่ยเหอวิสุยถลึงตาใส่เหอวิจู้แรงๆพร้อม กับชำเลืองมองคนที่อยู่ไม่ไกลอย่างรวด เร็วใบหน้าแดงกลับเป็นตูดลิงในพริบตาอืม ในเมื่อไม่มีก็ดีแล้วต่อไปนี้ก็เลิกคบค้า สมาคมกับเขาซะไอ้หมอนี่ไม่ใช่คนดีอะไรเลย ขนาดฉันมันยังคิดจะทำร้ายนี่มันเดรัจฉาน ชัดๆอื้อฉันรู้แล้วจ้าะเหอวิสุ่ยก้มหน้า ตอบรับเสียงเบาหวิวราวกับเสียงยุงเอาเถอะ รีบปับกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนได้แล้วที่ บ้านยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเหอวิจู้ลูบ หัวเหอวิสุ่ยด้วยความเอ็นดูนึกไม่ถึงว่า พอเขาบอกให้เธอเลิกกับตำรวจต๊อกต่อยนั่น เธอจะไม่คัดค้านเลยดูท่านางหนูนี่ก็ไม่ ได้โง่ขนาดนั้นนี่นาอืมสั่งสอนดีๆน่าจะ ยังพอมีทางเยียวยาจะปล่อยให้เธอกลายเป็น น้องสาวจอมสร้างเรื่องปวดหัวให้พี่ชายไม่ ได้เด็ดขาดรอจนเหอวิสุ่ยเดินเข้าห้องเล็ก ฝั่งตะวันออกของเธอไปเหอวิจู้ถึงได้หัน หลังเดินกลับมาที่หน้าประตูห้องโถงกลาง เอ่ยปากขอโทษเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งสองว่ารบกวนพวกคุณ 2 คนแล้ววันหน้ามี อะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะเมื่อกี้เจ้า หน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คนนี้ช่วยเขา ไว้จริงๆถ้าเขาไม่มีน้ำใจตอบแทนวันหลัง ใครจะมาช่วยพูดแทนเ้าล่ะแต่ในสถานการณ์ แบบนี้เขาก็พูดจ่งแจ้งเกินไปไม่ได้สวีต้า เมกับหลิวไห่จง 2 คนนี้ยังจ้องเขมงอยู่
Speaker A
เดี๋ยวจะพานไปสร้างความเดือดร้อนให้เจ้า หน้าที่จากกองรักษาความปลอดภัยเอาได้ อาจารย์เหอเกรงใจไปแล้วนี่มันเป็นเรื่อง ความขัดแย้งของพนักงานภายในโรงงานรีด เหล็กของเราอยู่แล้วตำรวจอย่างพวกเขาไม่ มีสิทธิ์เข้ามายุ่งหรอกเหล่าจังเข้าใจ ความหมายที่คนบ้านเหอสื่อในในเป็นอย่างดี และยังรู้สึกประทับใจในตัวซาจู้ที่ลือกัน ว่าเป็นคนหัวดื้อขึ้นมามากเลยทีเดียวใคร บอกว่าหมอนี่โง่กันนี่ก็พูดจาฉานดีไม่ใช่ หรือไงแต่เรื่องรายละเอียดคงต้องรอดู พฤติกรรมจริงๆของเขาอีกทีจากนั้นเหล่าจาน ก็หันไปมองหลิวไห่จงเอ่ยเสียงเรียบสหาย หลิวไห่จงเมื่อกี้คุณเป็นคนสั่งให้ลูกชาย ไปแจ้งตำรวจใช่ไหมหรือคุณไม่รู้ว่านี่คือ ความขัดแย้งภายในโรงงานรีดเหล็กของเราคุณ กลับให้ตำรวจเข้ามายุยุ่งคิดว่ากองรักษา ความปลอดภัยอย่างเราจัดการเรื่องนี้ไม่ ได้งั้นเหรอหรือว่าจริงๆแล้วคุณไม่ไว้ใจ กองรักษาความปลอดภัยของเรากันแน่ ไม่ใช่ไม่ใช่เหล่าจังคุณฟังฉันอธิบายก่อน นะคือว่าพวกเราอาศัยอยู่ในพื้นที่รับผิด ชอบของพวกเขาฉันก็เลยคิดว่าทางที่ดีควรจะ แจ้งให้พวกเขารับรู้ไว้สักหน่อยหลิวไห่จง รีบแก้ตัวเป็นพลวัน เหล่าจางแค่นเสียงเย็นไม่สนใจหลิวไห่จง อีกแต่หันไปพูดกับเหอวิจู้และสวีต้าเม้า แทนว่าในเมื่อพวกคุณตกลงกันได้แล้วงั้น เราก็มาเริ่มกันเถอะดึกมากแล้วเหอวิจู้ พยักหน้าเห็นด้วยได้ครับแต่ที่บ้านผมก็ ไม่ได้กว้างขวางอะไรงั้นนี่เจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัย 2 ท่าน 2 สามีภรรยา สวีต้าเมาแล้วก็คุณลุงทั้ง 3 เข้าไปก็พอ ส่วนคนอื่นๆก็ไม่ต้องตามเข้าไปเบียดหรอก
Speaker A
นะแล้วก็ผมไม่ไว้ใจสวีต้าเมกับหลิวไห่จง เลยต้องแบ่งเป็นคู่ๆเพื่อจับตาดูกันเอง สหายเหล่าจังคู่กับหลิวไห่จงคุณลุงใหญ่ คู่กับสวีต้าเม่าสหายเสี่ยวหลี่คู่กับคุณ ลุง 3 ส่วนผมก็คู่กับโหลเสี่ยวเออทุกคน ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับแบ่งแบบนี้ถือว่าสม เหตุสมผลดีเป็นการจับตะดูกันและกันภายนอก ดูเหมือนทั้ง 8 คนนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายอย่างลงตัวเหอวิจู้กับอี้จงไห่อยู่ พวกเดียวกันคนอื่นต้องคิดแน่ว่าพวกเขา 2 คนกำลังคิดหาวิธีปกปิดส่วน 2 สามีภรรยา สวีต้าเมคือผู้เสียหายย่อมต้องอยากหาไก่ ตัวนั้นให้เจออยู่แล้วท่าทีของหลิวไห่จง ก่อนหน้านี้ก็ชัดเจนว่าเข้าข้างสวีต้า หม้อทางด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จากโรงงานทั้ง 2 นายและคุณลุงสามเหยียน ปู้กุ้ยภายนอกดูเหมือนไม่เข้าข้างใครดู เป็น แต่เหอวิจู้กลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ตาเฒ่าขี้งกเหยียนก็แอบเป็นศัตรูกับเขา อยู่ลึกๆเขาเลยให้เซียวหลีคู่กับตาแก่ นั่นส่วนเขากับโหลเสี่ยวเออนเหรอฮือๆบท ที่ 19 ไก่อยู่ไหน สำหรับแผนการของเหอวิจู้ทุกคนก็ไม่ได้ขัด ข้องอะไรต่างก็ไม่อยากเสียเวลากับเรื่อง พันนี้อีกแล้ว ไม่นานทั้ง 4 คู่รวม 8 คนก็เดินเข้าไปใน
Speaker A
บ้านตระกูลเหอสวีต้าเมกับหลิวไห่จงพุ่ง ตรงไปที่โต๊ะกินข้าวกลางห้องโถงก่อนใคร เพื่อนอี้จงไห่กับเหล่าจันทร์ก็รีบตามไป ติดๆไม่ใช่ว่ากลัวพวกนั้นจะทำเรื่องนอก ลู่นอกรอยอะไรต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้หรอก นะแต่เพื่อเป็นการสร้างแรงกดดันทางจิตใจ ให้พวกนั้นรู้ตัวว่ามีคนคอยจับตะดูอยู่ ตลอดเวลาจะได้ไม่กล้าทำเรื่องใส่ร้ายป้าย สีทั้ง 4 คนเดินมาถึงโต๊ะกินข้าวก็เห็น แค่จานหัวชายเท้าตุ๋นซีอิ๊วที่เย็นชื่อ กับมันฝรั่งลูกเบ้อเริ่ม 2 ลูกที่นอนแอ้ แม้งอยู่ในจานซึ่งเย็นชื่อไปแล้วเช่นกัน ไหนล่ะไก่ ไก่อยู่ไหนสวีต้าเมตะโกนถามนั่นสิไก่อยู่ หลิวไฮจงก็ร้องถามด้วยความตื่นตระหนกเช่น กันเหอวิี่จู้ยืนอยู่ข้างโหลเสี่ยวเ๋อมอง แผ่นหลังที่ร้อนรนของสวีต้าเมกับหลิวไห่ จงด้วยสายตาล้อเลียนพลางหัวเราะเยาะใช่ไ แก่อยู่ไหนล่ะฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนถาม พวกแก 2 คนเป็นไปไม่ได้ฉันได้กลิ่นเนื้อ ลอยมาจากบ้านแกจริงๆนะสวีต้าก็ยังคงไม่ เชื่อว่าบ้านเหอวิจู้จะไม่มีไก่วันนี้ฉัน ก็ทำแค่หัวชายเท้าตุ๋นซีอิ๊วกับนึ่งมัน ฝรั่งไป 2-3 ลูกในหม้อห้องครัวยังมีนึ่ง ไว้อีก 2-3 ลูกพวกแกจะลองไปหาในห้องครัว ดูอีกรอบไหมล่ะเหอวิจู้เสนอให้พวกเขาไป ค้นในห้องครัวอีกรอบจะได้ไม่มาหาว่าเขา ร้อนตัวใช่ๆยังไม่ได้หาในห้องครัวเลยไป ต้าเมรีบไปดูในห้องครัวกันหลิวไหจมที่ยืน อยู่ข้างๆรีบเร่งสวีต้าเมอย่างร้อนรนเขา
Speaker A
ยังรอที่จะส่งเหอวิจู้เข้าตารางอยู่เลยจะ ได้ระบายความแค้นที่เหอวิจู้ไม่ยอมไว้ หน้าเขาแถมยังชอบต่อกลับเขาต่อหน้าคนอื่น บ่อยๆด้วยสวีต้าเมไม่พูดพร่ำทำเพลงพุ่ง พรวดเข้าไปในห้องครัวหลิวไห่จงรีบตามไป ติด อีจงไห่กับเหล่าจังสบตากันก่อนจะรีบตาม เข้าไปในห้องครัวมีแค่กระทะที่เพิ่งทำหัว ชายเท้าเสร็จยังไม่ได้ล้างกับมันฝรั่งลูก เบ้อเริ่ม 4 ลูกที่กำลังนึ่งอยู่ในซึ้ง มันฝรั่งลูกใหญ่ขนาดนี้พวกเขาเพิ่งเคย เห็นเป็นครั้งแรกเมื่อกี้เห็นบนโต๊ะกิน ข้าวนึกว่าเหอวิจุจงใจเลือกลูกใหญ่เป็น พิเศษมา 2 ลูกเพื่อทำอาหารเย็นนึกไม่ถึง ว่ามันฝรั่งทั้งหม้อจะลูกใหญ่ขนาดนี้มอง ไม่เห็นไก่แถมยังไม่เห็นร่องรอยการตุ๋น ไก่เลยแม้แต่น้อยสวีต้าเม่าจึงเริ่มรื้อ ค้นตามตู้กับข้าอีกครั้งในห้องโถงเหอ วิจู้หันไปพูดกับเหยียนปู้กุ้ยและ เสี่ยวหลีว่าคุณลุง 3 สหายเสี่ยวหลี่พวก คุณลองช่วยหาแถวๆนี้ดูหน่อยมยได้งั้นพวก เราจะลองหาดูนะเมื่อมาแล้วจะยืนเฉยๆก็ กรไรอยู่เหย็นปู้กุ้ยตอบพร้อมรอยยิ้มเหอ วิจู้หัวเราะฮืองั้นพวกคุณลองหาในห้องโถง นี้แหละจากนั้นก็หันไปขยิบตาให้โหล เสี่ยวเอ๋อสหายโหลเสี่ยวเอ๋อคุณเข้าไปหา ในห้องด้านในกับฉันดีไหมเขาจงใจเรียกห้อง นอนว่าห้องด้านในเพื่อกันไม่ให้คนอื่นคิด อกุศล ได้สิโลเซียเอ๋ยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยพยัก หน้ารับเหอวิจู้เดินนำเข้าไปในห้องนอนโหล เสี่ยวเอ๋อก็เดินตามเข้าไปเขาจงใจเปิด ประตูห้องทิ้งไว้จะได้ไม่มีใครกล้าคิดเลย เถิดซาจู้หลอกฉันเข้ามาในห้องนอนนี่นายก็
Speaker A
จะรวนลามฉันใช่ไหมโหลเสี่ยวเอ๋อยืนพิง กำแพงข้างประตูใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม ที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้เอ่ยถามเหอวิจู้ เสียงเบาเหอวิจุ้มีความคิดแบบนี้อยู่แล้ว พอเห็นท่าทีของโหลเสี่ยวเอ๋อแน่นอนว่าเขา ก็ไม่เกรงใจเดินเข้าไปสวมกอดเธอแล้วปรัก บรริมฝากจูบลงไปทันทีมุมนี้กำแพงมังพอดิบ พอดีตราบใดที่คนข้างนอกไม่เดินเข้ามาก็ ไม่มีทางเห็นเด็ดขาดเนิ่นนานผ่านไปโหล เสี่ยวเอ๋อโดนเหอวิจู้จูบจนแทบจะขาดใจถึง ได้ออกแรงผักเอ๋อวิจู้ออกไปไอ้บ้าแล้ว เดี๋จะให้ฉันออกไปเจอหน้าคนอื่นยังไงโหล เสี่ยวเอ๋อถลึงตามองเหอวิจู้ด้วยสายตา หยัดเยิ้มเธอรู้สึกได้เลยว่าปากตัวเองเจอ ไปหมดแล้วแบบนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนไม่ เป็นไรหรอกแป๊บเดียวก็หายแล้วเหอเหอวิจุ้ ยิ้มแป้นมองหญิงสาวหน้าตาสวตรงหน้าดู เหมือนว่าแผนทำตัวเป็นปัญหาสังคมของเขา ใกล้จะเป็นจริงแล้วชิโหลเสี่ยวเอ๋อตวัด ค้อนขวบอย่างแง่งอนพวกผู้ชายนี่มันพวกใส่ กางเกงเสร็จก็ไม่รับผิดชอบกันทั้งนั้นแต่ ว่าเธอเองก็เป็นผู้หญิงปกติคนนึงนะกินไม่ อิ่มท้องมันก็ต้องหิวเป็นธรรมดาคุณไม่หา ดูหน่อยเหรอเหอวิจู้คลายมือที่โอบเอวคลอด ของโหลเซียวเอ๋อออกแล้วเอ่ยถามยิ้มๆมี อะไรให้หาอีกล่ะโหลเสี่ยวเออตอบอย่าง หงุดหงิด ถ้าคุณหาไก่ไม่เจอเงิน 500 นั่นก็ตกเป็น ของฉันแล้วนะเหอวิจุยิ้มอย่างมีเล่หสน เงิน 500 นให้ได้ไม่มีปัญหาแต่ห้ามเอาไป ใช้นั้นนั่นมันเงินสินสอดของฉันโหลเสี่ยว เอ๋อยืนกรานเสียงแข็งอ้าวในเมื่อคุณรับ ปากว่าจะให้ฉันแล้วทำไมฉันถึงจะใช้ไม่ได้ ล่ะก็ไม่ได้ไงโหลเสี่ยวเอ๋อเริ่มใช้ไม้ ออกลายแงโอเคไม่ใช้ก็ไม่ใช้เก็บไว้ให้คุณ ก็แล้วกันเหอวิจุยิ้มอย่างจนใจฮีฉันรู้
Speaker A
อยู่แล้วว่านายต้องช่วยฉันทำไมนี่คุณแกจะ ยักยอกทรัพย์สินเหรอนายว่าไงล่ะไอ้คนบ้า เอาเปรียบฉันไปหมดแล้วยังจะให้ฉันไป ปรนิบัติสวีต้าเมื่ออีกเหรอโหลเสี่ยวเออ แวะใส่อ้าวแล้วสวีต้าเมื่อต้องการคุณจะ ปฏิเสธได้ยังไง ถ้าฉันไม่ยอมเขากล้าทำอะไรฉันเหรอโหล เสี่ยวเอ๋อพูดอย่างวางอำนาจ แต่นี่มันก็ไม่ใช่แผนระยะยาวนะสักวันเขา ก็ต้องทนไม่ไหวอยู่ดีอย่างเขาน่ะเหรอ หึร่างกายอ่อนปกเปียกยิ่งกว่าไก่ซะอีกโหล เสี่ยวเออพูดอย่างดูแคลนเอ่อก็ได้ถ้างั้น คืนนี้คุณเหอวิจุแอบตื่นเต้นในใจลองอย่าง เชิงขามดูใสหัวไปเลยถ้ายังไม่หย่าฉันไม่ มีทางทำเรื่องแบบนั้นกับนายเด็ดขาดโหล เสี่ยวเอ๋อยังคงยึดมั่นในจุดยืนของตัวเอง เหอวิจู้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยอืมฉัน เคารพการตัดสินใจของคุณแน่นอนเหอวิจู้รับ ปากอย่างหนักแน่นหือหึโหลเสี่ยวเออเบ้ปาก ทำหน้าเหมือนจะบอกว่าผีที่ไหนจะเชื่อตอน นั้นเองพวกสวีต้าเมก็ค้นในห้องครัวจนแทบ จะพรุนแล้วนอกจากแป้งข้าวโพดนิดหน่อยกับ มันฝรั่งบนเตา 2-3 ลูกก็ไม่มีอะไรอย่าง อื่นอีกเลยซาจู้ แกเอาไก่ไปซ่อนไว้ไหนตอนนี้สวีต้ามหน้าดำ หน้าแดงด้วยความร้อนรนพุ่งพรวดออกจาก ประตูห้องครัวแล้วตะโกนถามเสียงหลงเหอ วิจู้เหลือบมองโหลเสี่ยวเออริมฝีปากยัง บวมจะนิดๆเลยบอกให้เธอซ่อนตัวอยู่ในห้อง นอนไปก่อนอย่าเพิ่งออกไปเขาเดินออกจาก ห้องนอนแล้วพูดกับสวีต้าเมว่าสวีต้าเม่า แกเป็นคนบอกเองนะว่าฉันขโมยไก่แกไปแกก็ ต้องเป็นคนหาไก่ให้เจอสิบ้านฉันไม่มีไก่ จะให้ฉันไปเสกไก่มาจากไหนให้แกฮะ เป็นไปไม่ได้บ้านแกต้องมีไก่แน่ๆสวีต้าเม ยังคงยืนกรานคำเดิมงั้นแกก็หาไก่ให้เจอสิ ฉันไม่เชื่อหรอกคุณลุงรองพวกเราหาดูอีก รอบสวีต้าเมื่อพูดจบก็กลับมาที่ห้องโทโถง
Speaker A
เพื่อรื้อค้นต่อต้าเม่าตรงนี้เมื่อกี้ฉัน กับสหายเสี่ยวหลี่หาดูแล้วนะไม่มีหรอกตอน นี้เหยียนปู้กุ้ยเห็นสวีต้ากลับมาหรือค้น ตรงที่ตัวเองเพิ่งหาไปก็เอ่ยปากเตือนด้วย ความหวังดีพวกคุณต้องหาไม่ละเอียดแน่ๆตอน นี้สวีต้าแทบจะสิ้นสติไปแล้วไม่สนหรอกว่า น้ำเสียงที่ตัวเองพูดออกไปจะเป็นยังไง เฮ้อไม่รู้จักแยกแยะดีชั่วจริงๆงั้นแกก็ ไปหาเอาเองเถอะพวกเราจะยืนดูอยู่ตรงนี้ แหละเหยียนปุ๊กก็หยุดค้นหาอย่างอารมณ์ เสียแล้วยืนดูอยู่ข้างๆแทนเฮอวิจู้แวบ กลับเข้าไปในห้องนอนเหลือบมองริมฝีป่าของ โหลเสี่ยวเอ๋อนอกจากจะแดงขึ้นนิดหน่อยก็ ดูไม่ออกแล้วว่าไปทำอะไรมันเลยพูดขึ้นว่า ไม่เป็นไรแล้วงั้นตอนนี้เราออกไปกันเถอะ โหลเสี่ยวเอ๋อกระซิบถามอืมออกไปเถอะ สวีต้าเมน่าจะใกล้บ้าแล้วเดี๋ยวจะพานมา ระเบิดอารมณ์ใส่คุณเอาเขากล้าเหรอ ต่อหน้าอาจจะไม่กล้าแต่ลับหลังไม่แน่อาจ จะเล่นสกปรกอะไรก็ได้อืมนายพูดก็ถูกงั้น ออกไปกันก่อนเถอะโลเซียวเอ๋อพยักหน้าก่อน จะเดินตามเหอวิจุออกจากห้องนอนไปพร้อมกัน พอพ้นประตูห้องนอนสายตาหลายคู่ก็จับจ้อง มาที่โหลเสี่ยวเอ๋อทันใดนั้นพวกเขาก็ เพิ่งสังเกตเห็นว่าโหลเซียวเอ๋อกับเหอ วิจู้เพิ่งจะอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้อง นอนเมื่อครู่นี้แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไร มากเพราะยังไงประตูห้องนอนก็เปิดอ้าซ่า อยู่ตลอดเวลา 2 คนนี้คงไม่กล้าทำเรื่อง บัดสีบัดเถลิงหรอกมั้ง บทที่ 20 เล่ห์เหลี่ยมของเอ๋อจือผู้โง่ เขลาสวีตต้าเมกับหลิวไห่จงที่ตอนนี้กำลัง น่ามืดตะมัวเพราะความร้อนรนจะเอาเวลาที่ ไหนไปสนใจโหลเสี่ยวเอ๋อ ดังนั้นในจังหวะที่โหลเสี่ยวเอ๋อกับเหอ วิจู้ชายหญิงคู่หนึ่งเดินออกมาจากห้องนอน
Speaker A
ของเหอวิจู้พร้อมกันแม้แต่สวีต้าเม่าสามี ตัวจริงของโหลเสี่ยวเอ๋อก็ยังไม่ทัน สังเกตเห็นเลยโหลเสี่ยวเอ๋อถูกสายตาจับ ผิดของอี้จงไห่และคนอื่นๆมองจนขนลุกสู้ เหอวิจู้กลัวว่าเธอจะหลุดพิรุธจึงรีบ เปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อกี้โหลเสี่ยวเอ๋อ หาดูในห้องด้านเแล้วนะก็ไม่เจอไก่ใช่ไหม โหลเสี่ยวเอ๋อเพราะโหลโหลเสี่ยวๆได้ยินก็ รู้ทันทีว่าเหอวิจู้กำลังช่วยกลบเกลื่อน ความร้อนตัวของเธอจึงรีบพยักหน้ารับใช่ ฉันหาอยู่นานเลยรือค้นตู้สระเอียดเชียว หัวไปโขกมุมตู้เข้าให้ด้วยเจ็บจะตายอยู่ แล้วแต่ก็ไม่เจอแม่ไก่แก่ของบ้านฉันหรอก พูดจบก็ไม่ลืมเม้มริมฝีปากแน่นๆยกมือขึ้น คลึงศีรษะเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากริมฝี ปากที่โดนเหอวิจู้ดูดดุลจนบวมเจอร้ายนัก นะยายผู้หญิงคนนี้เล่นละครเก่งใช้ได้เลย เฮอจู้ดูออกแล้วใครบอกว่ายายนี่เป็นเอ๋อ จึผู้โง่เขลากันในใจเย็นี่ฉลาดเป็นกรดเลย ล่ะโกหกหน้าตายไหลลื่นเป็นน้ำไม่รู้ว่า ที่พูดกับเขาก่อนหน้านี้หลอกกันหรือเปล่า ในเนื้อเรื่องเดิมและนิยายหลายๆเรื่องมัก จะบรรยายว่าโหลเสี่ยวเอ๋อเป็นคนซื่อๆไม่ มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรแต่ลองคิดดูดีๆสิลูก สาวนายทุนที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากคน ที่ได้ฉายาว่าโหลปั้นเฉิงจะเป็นคนหัวอ่อน ได้ยังไงยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่เธอหนี ไปฮ่องกงธุรกิจของเธอก็เจริญรุ่งเรือง อย่างมากถ้าเป็นคนที่ไม่มีเล่หเหลี่ยมจะ สามารถยืนหยัดในที่แบบฮ่องกงได้เหรอ บางคนอาจจะบอกว่านั่นเป็นเพราะบารมีของ โหลปั้นเฉิงต่างหากคำพูดนี้ก็ไม่ผิดหรอก แต่ถ้าโหลเสี่ยวเอ๋อเป็นแค่ผู้หญิงใส่ ซื่อบริสุทธิ์จริงๆคนต่างถิ่นอย่างตระกูล โหลจะรักษาธุรกิจใหญ่โตที่โหลปั้นเฉิง สร้างมาได้ยังไง ความใส่ซื่อที่เธอแสดงออกในเรือน 4 ประสานกลับยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความฉลาด หลักแหลมของเธอในยุคสมัยนี้ลูกสาวนายทุน
Speaker A
ที่อยากจะมีชีวิตสงบสุขเครื่องรางคุ้มภัย ที่ดีที่สุดก็คือการกลมกลืนไปกับชนชั้น กรรมาชีพทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของชนชั้น กรรมาชีพเธอถึงได้แต่งงานกับสวีต้าลูกชาย ของคนรับใช้ในบ้านของเธอในอดีตไงล่ะถึงจะ บอกว่าการแต่งงานกับสวีต้าเมื่อเป็นการ ตัดสินใจของพ่อแม่เธอแต่นั่นก็ผ่านความ เห็นชอบจากตัวเธอเองด้วยหลังจากแต่งเข้า ตระกูลสวี่ถึงแม้เธอจะเข้ากับคนอื่นๆใน ลานเรือนไม่ค่อยได้แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ ได้แสดงท่าทีเย่อหยิ่งจองหองแบบคุณหนูลูก ผู้ดีออกมาเลยแถมยังหาที่พึ่งที่แข็ง แกร่งที่สุดในลานเรือนได้อีกต่างหากนั่น ก็คือคุณย่าหูหนวกและคุณย่าหูหนวกก็ชอบ ยุยงให้เธออยากกับสวีต้าเมาแล้วมาอยู่กับ เหอวิจู้บ่อยๆแต่เหอวิจู้ในสายตาของโหล เสี่ยวเอ๋อตอนนั้นเป็นแค่คนหน้าตาขี้เหร่ ปากหมาแถมยังเป็นพวกอันธพานเธอไม่มีทาง ชายตามองหรอกแต่ถ้าเป็นคนซื่อบื้อจริงๆพอ ได้ยินคำพูดแบบนี้ต่อให้ไม่ตบหน้ากลับไป สักฉาดก็ต้องหลบหน้าหลบตาไปแล้วใช่ไหมแต่ โหลเสี่ยวเออกลับทำเหมือนฟังไม่รู้เรื่อง ยังคงไปเยี่ยมเยียนคุณย่าหูหนวกตามปกติ นี่เรียกว่าโงะเหรอเรียกว่าจิตใจใส่ซื่อ เหรอนี่มันซ่อนรูปต่างหากล่ะแล้วลองดู สิ่งที่เธอเพิ่งทำไปสิอาศัยจังหวะที่ สวีต้าเมื่อมีเรื่องกับตัวเองก็คิดจะยัก ยอกทรัพย์สินทันทีโอนเงินสินสอด 500 หยวน มาไว้ที่ตัวเองแถมยังใช้ความรู้สึกที่ตัว เองมีต่อเธอเป็นเครื่องมือให้ตัวเองช่วย เก็บเงินก้อนนี้ไว้ให้อีกหนี้ไม่มีทาง เป็นการตัดสินใจปลุกปรับแน่ๆเธอต้องมี ความคิดนี้มาตั้งนานแล้วแน่ๆแค่ยังไม่เจอ คนที่ไว้ใจได้และโอกาสเหมาะๆเท่านั้นเอง พอเมื่อเช้าตัวเองเพิ่งจะล่วงเกินเธอไป หมาดๆเธอก็ฉวยโอกาสจากเรื่องไก่หายของ บ้านสวี่ในครั้งนี้เป็นข้ออ้างในการโอน เงินมาไว้ที่ตัวเองได้สำเร็จดีนะที่ตัว
Speaker A
เองเรียกแค่ 500 ถ้าเกิดเรียกสัก 5,000 เธอก็อาจจะเอาเงิน 5,000 นั้นมาให้ได้ เหมือนกันเหอวิจู้รู้ดีว่าใต้เตียงของ ตระกูลสวี่ยังมีทองแท่งเล็กซ่อนอยู่อีกนะ ความเจ้าเล่ห์ของผู้หญิงคนนี้ลำลึกจนน่า กลัวจริงๆแต่ว่านะเหอวิี่จู้แอบหัวเราะใน ใจโชคดีที่เขาไม่จำเป็นต้องกลัวเธอนอก เหนือจากความต้องการทางร่างกายแล้วเขาก็ ไม่เห็นว่าจะต้องพึ่งพาอะไรเธอเลยผู้หญิง ที่เหอวี่จู้ไหมตาก็ไม่ได้มีแค่เธอคน เดียวซะหน่อยถ้าเธอไม่ยอมก็ไม่เห็นเป็นไร เป้าหมายของเขามีอีกตั้งเยอะแยะจะปล่อย ให้โหลเสี่ยวเอ๋อมากุมจุดอ่อนเขาได้ยังไง เหอวิจุผู้คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจน กระทั่งเสียงโวยวายราวกับคนเสียสติของ สวีต้าเมดึงสติเขากลับมาสู่โลกแห่งความ เป็นจริงสาจู้แกเอาไก่ไปซ่อนไว้ไหน รีบเอาออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะพี่จางดูสิเหอ วิจุเลิกสนใจสวีต้าเม่าหันไปหาเหล่าจาง จากกองรักษาความปลอดภัยแทนสวีต้าเม่าความ จริงก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าบ้านอาจารย์เหอไม่ ได้ซ่อนไก่บ้านคุณไว้เลยแม้แต่ขนไก่สัก เส้นก็ไม่มีเพราะงั้นเลิกโวยวายไร้สาระ อยู่ที่นี่ได้แล้วรีบไปหาที่อื่นเถอะเรา จะหมดความอดทนกับสวีต้าเมาแล้วก่อนหน้า นี้ยังให้เกียรติเรียกว่าพนักงานฉาย ภาพยนตร์สวีตอนนี้เรียกชื่อตรงๆแล้วเป็น ไปไม่ได้ก็ฉันเห็นชัดๆว่าเขามาจากสวีต้า เม่าชะงักคำพูดกลางครรภเพราะเขานึกขึ้น ได้ว่าตัวเองมองข้ามปัญหาข้อหนึ่งไปนั่น ก็คือเขาเห็นไก่แค่ครึ่งตัวบนโต๊ะอาหาร รับรองผู้นำแต่เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่า ไก่นั้นมีแค่ครึ่งตัวตั้งแต่แรกหรือว่า ถูกซาจู้พ่อครัวใหญ่แอบอมไปครึ่งตัวกัน แน่แกเห็นชๆชัดว่าฉันมาจากอะไรเหอวิจู้
Speaker A
ถามเสียงเรียบทำไมไม่พูดต่อล่ะเหอะแกขโมย ไก่บ้านฉันไปชัดๆสวีต้าเมื่อไม่กล้าพูด ว่าเหอวิจู้เอาไก่มาจากโรงอาหารของโรงงาน หรอกเพราะเขาไม่มีหลักฐานเรื่องพันนี้พอ ไปเกี่ยวพันกับของหลวงความผิดมันก็ เปลี่ยนไปแล้วปรักกรำว่าซาจู้ขโมยไก่บ้าน ตัวเองก็เป็นแค่เรื่องบาดหมางระหว่าง เพื่อนบ้านอี้จงไห่ก็บอกไปแล้วว่า 2 คน นี้มีเรื่องผิดใจกันเป็นการจงใจแก้แค้น ซาจู้แต่ถ้าไปใส่ร้ายว่าซาจู่ขโมยทรัพย์ สินของรัฐนั่นคือการก่ออาชญากรรมเลยนะตอน นั้นเองเสียงเย็นชาของโหลเสี่ยวเอ๋อก็ดัง ขึ้นตามเลเลอร์พูดได้แล้วกลับบ้านกันเถอะ จากนั้นเธอก็หยิบปึกเงินปึกใหญ่ออกมายื่น ให้เหอวิจู้ใบหน้ายังคงเรียบเฉยซาจู้นี่ เงิน 500 ลองนับดูสิไม่ได้เงินก็นี้ให้ มันไม่ได้นะจังหวะนั้นเองสวีต้าก็พุ่ง พรวดเข้ามาประชิดตัวเหอวิจู้ราวกับคนเสีย สติหมายจะแยกเงิน 500 หยวนที่เหอวิจู้กำ ไว้ในมือสวีต้าเมื่อฉันขอเตือนให้แกอยู่ เฉยๆดีกว่าเงินนี่เป็นของฉันแล้วถ้าแก กล้าแย่ง ก็เตรียมตัวกินลูกปืนได้เลยแบบนี้เขา เรียกว่าปล้นทรัพย์นะเหอวิจุยกเท้าขึ้น ถีบเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ของสวีต้าเมาถึง แม้โหลเสี่ยวเอ๋อจะรับปากเป็นมั่นเป็น เหมาะว่าจะไม่ยอมให้สวีต้าเมแต่ต้องตัว เธอแต่เพื่อความไม่ประมาทเหอวิจู้ก็ตัด สินใจทำประกันความเสี่ยงไว้ก่อนทำให้หมอ นี่ไร้น้ำยาไปสักระยะหนึ่งก็แล้วกันอารค เสียงร้องโหยหวนดังก้องฟ้าสวีต้าเมื่อกุม เป้าตัวเองขดตวงเป็นกุ้มกลิ้งไปกลิ้งมา อยู่บนพื้นหยุดซาจู้ นายทำอะไรเนี่ย
Speaker A
ฉันก็เอาเงินให้นายแล้วทำไมยังต้องทำร้าย คนอื่นอีกโหลเสี่ยวเอ๋อเดินเข้าไปหา สวีต้าเมื่อด้วยความโกรธหวังจะดึงตัวเขา ขึ้นมาเหอะตีแค่นี้ยังน้อยไปสิมันตั้งใจ จะปล้นเงินฉันต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะเงิน ตั้ง 500 หยวนเชียวนะโดนลากไปยิงเป้าได้ สบายๆเลยล่ะเหอวิจู้พูดด้วยน้ำเสียงเย็น ชาโหลเสี่ยวเออเงียบไปอี้จงไหรีบหันไปพูด กับหลิวไห่จงเหล่าหลิวรีบพากลับไปเถอหน้า เพื่อนบ้านเรือนเคียงกันทั้งนั้นไม่เห็น ต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย หลิวไห่จงมีสีหน้าไม่ค่อยเต็มใจนักเขา เป็นถึงคุณลุงรองเชียวนะทำไมถึงกลายเป็น ลูกน้องอี้จงไหไปได้ล่ะทำไมฉันต้องฟังคำ สั่งแกด้วยใครเป็นคนตีก็รับผิดชอบเองสิ หลิวไหจงต่อกลับอย่างไม่สบอารมณ์ซาจู้นาย ช่วยพาด้ากลับไปส่งทีตอนนี้โหลเสี่ยวเอ๋อ ก็ออกคำสั่งบ้าง ทำไมฉันต้องทำด้วยล่ะมันเป็นคนเริ่มคิดจะ แย่งเงินฉันก่อนนะจริงๆแล้วเหอวิจุ้อยาก จะพาสวีต้าหม้อกลับไปส่งใจจะขาดจะได้อยู่ กับโหลเสี่ยวเอ๋อ 2 ต่อ 2 อีกครั้งส่วน สวีต้าม่อนน่ะเหรอก็แค่โยนทิ้งไว้บนเตียง แล้วปิดประตูห้องนอนสมอนั่นจะไปรู้ได้ยัง ไงว่าโหลเซียวเอ๋อกับเขาทำอะไรกันอยู่ ข้างนอกแต่จะแสดงออกชัดเจนเกินไปก็ไม่ได้ ในเมื่อเขากับสวีต้าเมถูกกันปฏิเสธไม่ยอม ช่วยถึงจะเป็นเรื่องปกติจู่ๆมาทำตัวว่า ง่ายคุยง่ายคนอื่นจะสงสัยเอาได้เอ่อจู้จึ เอ้ยเรื่องที่เขาแย่งเงินกับเรื่องที่นาย ทำร้ายเขามันคนละเรื่องกันนะต่อให้เขาจะ โดนล่าไปยิงเป้าแต่นายทำร้ายเขานายก็ต้อง รับผิดชอบอยู่ดีตอนนั้นเองเหยียนปู้กุ้ย ก็ขยับแว่นตาแล้วพูดขึ้นมาเนิบๆคุณลุง 3
Speaker A
อย่าคิดว่าฉันไม่รู้อะไรนะนี่มันเป็นการ ป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายต่างหากเหอ วิจุยังคงทำตัวหัวแข็งไม่ยอมฟังใครบทที่ 21 หลิวไห่จงคนไม่มีสมอง ตอนนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้ง 2 คนก็ไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกแล้ว เหล่าจางกระแอมเบาๆแล้วพูดกับเหอวิี่จู้ ว่าอาจารย์เหอดูเรื่องวุ่นวายพวกนี้สิเอา เป็นว่าเรื่องนี้ทุกคนยอมถอยกันคนละก้าว ให้มันจบๆไปเถอะบ้าสวีต้าก็จ่ายเงินแล้ว ท่าทีก็ถือว่าเออพอจะดีขึ้นบ้างตอนหน้า สิวหน้าขวานเผลอทำเรื่องล้ำเส้นไปบ้างก็ พอจะให้อภัยกันได้ใช่ไหมล่ะครับคำพูดของ เหล่าจางช่วยเปิดทางลงให้เฮอวิจู้พอดีท่า ทีแข็งเกล้าก่อนหน้านี้ของเขาก็เพื่อปก ปิดความคิดที่แท้จริงเท่านั้นตอนนี้มีคน ช่วยพูดไกล่เกลี่ยนแน่นอนว่าเขาก็ต้องโอน อ่อนตามน้ำไปแถมยังได้หน้าจากอีกฝ่ายด้วย ในเมื่อพี่จังพูดขนาดนี้แล้วผมก็ต้องไว้ หน้าคนจากกองรักษาความปลอดภัยอย่างพวกคุณ บ้างล่ะครับผู้จบเหอวิจุลูกก็ก้าวฉับ 2 ก้าวไปหยุดอยู่ข้างๆสวีต้าเมที่นอนกอง อยู่บนพื้นไม่สนเลยว่าอีกฝ่ายจะสูดปาก ด้วยความเจ็บปวดจนตาเหลือกตาขวางแค่ไหน เขายื่นมือใหญ่ๆออกไปหิ้วสวีต้าเมาขึ้นมา เหมือนหิ้วหมาตายตัวหนึ่งไปเถอะเดี๋ฉัน ช่วยแบกมันกลับไปส่งให้เองเหอวิจู้มองโหล เซียวเอ๋อแอบขยิบตาให้เธออย่างแนบเนียน เหอะโหลเสี่ยวเอ๋อแค่นเสียงเย็นชาไม่พูด อะไรหันหลังเดินออกไปนอกประตูงั้นทุกคนก็ แยกย้ายกันเถอะเรื่องวุ่นวายแค่นี้รบกวน พวกคุณ 2 คนต้องมาเหนื่อยเลยอีจงไหพูด พลางไม่ลืมกล่าวขอโทษเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัยทั้ง 2 คนมันเป็นหน้าที่ของ
Speaker A
พวกเราอยู่แล้วครับในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว งั้นพวกเราก็ขอตัวกลับก่อนหล่าจางไม่ได้ แสดงท่าทีไม่พอใจอะไรถึงยังไงเมื่อกี้เหอ วิจู้ก็ให้เกียรติเขามากแล้วแค่เรื่องที่ สวีต้าพุ่งเข้าไปแย่งเงินในมือเหอวิจู้ ถ้าเขาจะเอาเรื่องจริงๆสวีต้าเมก็ต้องถูก จับไปแล้วเงินตั้งเยอะขนาดนั้นถึงจะแย่ง ไม่สำเร็จแต่มูลค่ามันสูงขนาดนี้บทสรุปจะ เป็นยังไงก็พูดยากถึงเรื่องนี้จะไม่ค่อย เกี่ยวกับเหล่าจังเท่าไหร่แต่อาจารย์เหอ ยอมปล่อยสวิต้าเมไปเพราะเห็นแก่หน้าเขา ยังไงซะก็นับว่าเป็นบุญคุณเห็นว่าเรื่อง จบแล้วคนในบ้านกำลังจะแยกย้ายหลิวไห่จน กลับไม่ยอมแพ้เดี๋ยวพวกคุณจะไปไม่ได้นะ ทุกคนหันกลับไปขมวดคิ้วมองไอ้อ้วนหลิว ส่วนสีหน้าของเหล่าจานกับเสี่ยวหลี่ก็ เริ่มแสดงความเย็นชาออกมาอย่างเห็นได้ชัด ฉันจะแจ้งความฉันจะแจ้งความว่าซาจู้ขโมย ไก่หลิวไหจงตะโกนอย่างตื่นเต้นแต่เสียง ตะโกนของเขาทำเอาสวีต้าเมที่แกล้งตาอยู่ ถึงกับสะดุ้งเฮือกพี่ชายอ้อไม่ใช่สิคุณ ลุงคุณลุงรองคุณลุงรองที่เคารพนี่มันเวลา ไหนแล้วคุณอย่ามาหาเรื่องปวดหัวให้ฉันอีก จะได้ไหมไม่เห็นเหรอว่าฉันไม่พูดถึง เรื่องนี้แล้วในสมองหมูของคุณมันมีอะไร อยู่กันแน่ฮะ หลิวไห่จงบ้านอาจารย์เหอพวกเราก็ค้นกัน อย่างละเอียดและไม่เห็นมีไก่ที่พวกคุณพูด ถึงเลยถ้าคุณยังโวยวายไม่เลิกเชื่อไหมว่า ฉันจะจับคุณกลับไปที่กองรักษาความปลอดภัย เดี๋ยวนี้เลยเหล่าจันทร์ก็เริ่มฉุนหลิว ไห่จงเหมือนกันจะรังแกคนอื่นเกินไปแล้วนะ อาจารย์เหอก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ได้ ขโมยไก่พวกคุณก็ดึงดันจะค้นบ้านเขาให้ได้ ตอนนี้เขาให้ค้นแล้วก็ไม่เจออะไรเจ้าทุก อย่างสวีต้าเมยังไม่พูดอะไรเลยแล้วคุณ เป็นคนนอกจะมาโวยวายอะไรอีกล่ะขนาดต่อ หน้าพวกเรากองรักษาความปลอดภัยคุณยังกล้า สาดโคนใส่คนอื่นหน้าด้านแบบนี้คิดดูสิว่า ปกติในลานเรือนคุณจะก่างขนาดไหนไม่ใช่
Speaker A
เหล่าจังคุณเป็นถึงเจ้าหน้าที่กองรักษา ความปลอดภัยของโรงงานมีหน้าที่ปกป้อง ทรัพย์สินของโรงงานตอนนี้ฉันแจ้งความว่า มีคนขโมยทรัพย์สินของโรงงานคุณกลับจะปก ป้องคนผิดแถมยังจะมาจับฉันที่ทำความดี แจ้งเบาะแสคุณยังอยากทำงานในโรงงานรีด เหล็กอยู่หรือเปล่าหลิวไหจงขาดสติไปแล้ว เขาคิดแค่ว่าพวกกองรักษาความปลอดภัยกับ อี้จงไห่ส่งซิกให้กันต้องปกป้องซาจู้แน่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือกล้าไม่เห็นหัวช่าง ตีเหล็กระดับ 7 แห่งโรงงานรีดเหล็กผู้ดู แลลานเรือนหมายเลข 95 แห่งตรอกหนาหลัวกู อย่างฉันได้ยังไงความแค้นนี้เขากลืนไม่ลง จริงๆคุณบอกว่าใครขโมยทรัพย์สินของโรงงาน แล้วขโมยอะไรไปเหล่าจังหรี่ตาถามเสียง เรียบถ้าวันนี้คุณไม่มีหลักฐานมาตัวแน่น หนาพวกเราจะจับคุณข้อหาแจ้งความเท็จทำลาย ความสามัคคีในหมู่หมู่สหายปฏิวัติ เหล่าหลิวแกบ้าไปแล้วเหรออย่าพูดจาเหลว หลายสิปกติแกจะพูดในลานเรือนก็แล้วไปเถอะ แต่ตอนนี้อยู่ต่อหน้ากองรักษาความปลอดภัย นะตอนนั้นเองอี้จงไหก็พูดเตือนดูเหมือนจะ ว่าหลิวไห่จงพูดจะเหลวไหลแต่ความจริงแล้ว กำลังเติมเชื้อไฟให้เขาต่างหากหลิวไห่จง ไม่ได้รู้สึกอะไรแค่ได้ยินอี้จงไห่บอกว่า เขาบ้าพูดจะเหลวไหลก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วแต่พอเหล่าจานกับเสี่ยวหลี่ได้ยินคำ พูดของอี้จงไหสิ่งที่พวกเขาจับประเด็นได้ ไม่ใช่คำพวกนั้นแต่เป็นคำว่าปกติแกจะพูด ในลานเรือนนั่นหมายความว่าหลิวไหจงคนนี้ ปกติก็ชอบใส่ร้ายคนอื่นมั่วซั่วแบบนี้ อยู่แล้วหลิวไห่จงเชิดหน้าพูดอย่าง อันธพานใครบ้า ใครพูดเหลวไหล สิ่งที่ฉันพูดคือเรื่องจริงซาจู้เพิ่งเอา ไก่ครึ่งตัวของโรงอาหารมาวันนี้นั่นเป็น
Speaker A
ของที่ผู้นำโรงงานใช้เลี้ยงแขกเป็นทรัพย์ สินของโรงงานซาจู่เอาไปก็เท่ากับขโมย ทรัพย์สินของรัฐคุณลุงรองอย่าพูดจาซีซัสิ บ้านซาจู้ก็หาไก่ไม่เจอแล้วเขาจะเอาไก่ ครึ่งตัวของโรงงานมาจากไหนล่ะตอนนี้ สวีต้าเมื่อไม่กล้าแกล้งตายแล้วกัดฟันข่ม ความเจ็บปวดรีบพูดแย้งทันทีเพื่อนตายแต่ ฉันไม่ตายไอ้หมูอั้วหลิวอย่ากรนหาที่ตาย ก็เรื่องของแกอย่ามาล่าฉันเข้าไปซวยด้วย สิเหอวิจู้ลอบหัวเราะในใจเป็นอย่างที่คิด ไว้ไม่มีผิดเบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ก็ คือไก่ครึ่งตัวนั่นสวีต้าเมกับหลิวไห่จน กับจะเล่นงานเขาให้ตายโชคดีนะที่คืนนี้ เขาไม่ได้กินไก่ไม่งั้นต่อให้กระโดดลงแม่ น้ำหวงโหล้างมลทินไม่พ้นแน่สวีต้าคงรู้ ตัวแล้วว่าวันนี้คงทำอะไรไม่ได้เพราะหา ไก่ในบ้านเขาไม่เจอแต่หลิวไห่จงคนไม่มี สมองกลับยังกัดไม่ปล่อยไม่รู้ว่าในสมอง เขาบรรจุอะไรไว้กันแน่และก็เป็นไปตามคาด พอได้ยินสวีต้าเมคัดค้านตัวเองหลิวไห่จน ก็ถึงกับงงเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆสวีต้า เมถึงเปลี่ยนข้างไหนแกบอกฉันเป็นมั่นเป็น เหมาะไงว่าซาจู้ขโมยไก่ครึ่งตัวของโรง อาหารกลับมา ตาเมนี่แกไม่ ยังไม่ทันที่หลิวไห่จงจะพูดจบสวีต้ามก็ รีบพูดขัดขึ้นมาคุณลุงรองคุณทำงานตอนกลาง วันเหนื่อยเกินไปจนเบลอแล้วใช่ไหมรีบกลับ ไปพักผ่อนเธอซาจู้เขาไม่ได้เอาไก่ของโรง งานมาหรอกเห็นหลิวไห่จงทำแทบจะพูดต่อ สวีต้าเมาก็ไม่สนความเจ็บปวดที่ท้องน้อย ฝืนทนเจ็บสะบัดแขนเหอวิจู้ที่ประคองอยู่ ค่อยๆกระเถิบตัวเข้าไปหาหลิวไห่จงแล้ว กระซิบอธิบายให้ฟังยืดยาวพอหลิวไห่จงฟัง คำอธิบายของสวีต้าเมจจบก็เหงื่อแตกพลาก ยิ่งพอหันไปเห็นสายตาเย็นชาของเหล่าจาง กับเสี่ยวหลี่ก็ยิ่งตัวสันงกอดไม่ได้ที่ จะกระซิบตัดเพ้อตามแล้วทำไมแกไม่เตือนฉัน ให้เร็วกว่านี้ล่ะเวรเอ๊ยเรื่องแบบนี้ยัง ต้องให้เตือนอีกเหรอแค่มีสมองสักนิดก็
Speaker A
ต้องรู้แล้วว่าไม่ควรดันทุรังต่อถ้าไม่ กลัวว่าจะลากฉันไปซวยด้วยฉันจะปล่อยให้แก ตายไปเลยถึงในใจจะคิดแบบนั้นแต่ปากก็ต้อง อธิบายดีๆคุณลุงรองเมื่อกี้สถานการณ์มัน เป็นยังไงคุณก็เห็นอยู่นั่นเงินตั้ง 500 หยวนเชียวนะฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจ เรื่องอื่นจนถึงตอนนี้ฉันยังเจ็บจนยืนแทบ ไม่ไหวเลยเนี่ยไอซ่าจูบาเอ๋ยลงเท้า้าหนัก ชะมัดสักวันฉันจะเอาคืนมันให้ตายเลย สวีต้าเมื่อไม่อยากเสียเวลากับหลิวไห่จน คนไม่มีสมองอีกจึงรีบเปลี่ยนเป้าหมายไป ที่เหอวิจู้ทันทีเป็นไปตามคาดพอพูดถึง ซาจู้หลิวไห่จนก็ลืมเรื่องที่สวีต้าเมไม่ ยอมเตือนไปซะสนิทพยักหน้ารัวๆใช่จะปล่อย มันไปไม่ได้เด็ดขาดไอ้ส่าจูนี้ไม่เห็นหัว ฉันที่เป็นคุณลุงรองเลยสักนิดหลิวไห่จง สรุปคุณจะแจ้งความไหมถ้าไม่แจ้งพวกเราจะ กลับแล้วนะเหล่าจังมองสวีต้าเมกับหลิวไห จงที่สมรู้ร่วมคิดกันในใจก็พอจะเดาอะไร ได้บ้างแต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานพวกเขาก็ จับใครไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้น 2 คนนี้ก็ไม่ ใช่คนที่จะแตะต้องได้ง่ายๆสวีต้าเมื่อ เป็นพนักงานฉายภาพยนตร์คนเดียวของโรงงาน ถ้าจับเขาไปแล้วงานฉายภาพยนตร์ของโรงงาน รีดเหล็กหงส์ซิงกับคอมมูลรอบๆนครซื่อจิว ใครจะรับผิดชอบล่ะส่วนหลิวไห่จงก็เป็นถึง ช่างระดับ 7 ของแผนกตีเหล็กถึงจะยังไม่ ถึงระดับ 8 แต่ทั้งโรงงานรีดเหล็กก็มี ช่างระดับ 8 แค่ 2 คนเท่า
Speaker A
ดังนั้นช่างระดับ 7 อย่างหลิวไห่จนก็ถือ ว่ามีตำแหน่งไม่ธรรมดาในโรงงานถ้าจับเขา ไปเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆก็อาจจะสร้าง ปัญหาที่ไม่จำเป็นตามมาได้บทที่ 22 ฉัน หิวแล้วถึงยังไงเรื่องที่หลิวไห่จงพูดมัน ก็เกี่ยวพันถึงเรื่องใหญ่โตถ้าจะสืบสวนก็ ต้องใช้ทั้งกำลังคนและเวลามากมายและที่ สำคัญที่สุดคือมันเป็นแค่เรื่องไก่ครึ่ง ตัวถ้าหลิวไหจงนัดหลักฐานออกมาได้กอง รักษาความปลอดภัยอย่างพวกเขาก็ไม่มีทาง เลือกต้องรับเรื่องไว้แต่ตอนนี้พวกเขาทุก คนเพิ่งจะค้นบ้านเหอวิจู้ไปหมาดๆไก่สัก ตัวยังไม่มีเลยดังนั้นไม่ว่าจะมองในมุม ไหนเรื่องนี้ก็ควรจะตัดไฟแต่ต้นลมจะดีที่ สุดเหล่าจางเลยไม่แต่เรื่องซาจูเอาไก่ ครึ่งตัวของโรงอาหารมาที่หลิวไห่จงพูดถึง แต่ก็จะให้เขาเก็บเรื่องนี้เงียบไว้ใน ท้องไม่ว่าเหอวิจู้จะเอาไก่ครึ่งตัวนั้น มาหรือไม่แต่ในความเป็นจริงคือต้องถือว่า เขาไม่ได้เอามาไม่แจ้งแล้วไม่แจ้งแล้วฉัน ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นฉันแค่เหนื่อย เกินไปง่วงนอนจนเบลอไปหมดแล้วหลิวไหจงรีบ ตอบหลังจากโดนสวีต้าเมื่อเตือนสติเขาก็ รู้ซึ้งถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ไม่ กล้าดึงดันเรื่องเหอวิจู้ขโมยไก่อีกแล้ว แล้วเมื่อกี้คุณบอกว่าจะแจ้งเรื่องอะไร ล่ะเพื่อป้องกันไม่ให้หลิวไห่จงกลับคันใน ภายหลังเหล่าจางเลยต้องยืนยันกับเขาให้ ชัดเจนก่อนฉันอยากจะแจ้งว่าสมองหมูของ หลิวไห่จงจะไปเข้าใจความหมายแฝงของเหล่า จางได้ยังไงเขากำลังจะพูดเรื่องเหอวิจู้ ขโมยไก่ออกมาอีกรอบแต่สวีต้าเมื่อฉลาด เป็นกรดเขาฟังความหมายของเหล่าจังออกทะลุ ปรุโปร่งพอเห็นหลิวไห่จงจะแกว่งเท้าหา เสี้ยนอีกก็รีบพู้แทรกทันไม่ได้จะแจ้ง ความอะไรหรอกคุณลุงรองแค่เบลอไปเองไม่ได้
Speaker A
คิดจะแจ้งความใช่ไหมคุณลุงรองพูดพลางก็ ไม่ลืมหยิกพุงหนาๆของหลิวไห่จงไปทีนึงโดน สวีต้าเมื่อเตือนสติแบบนี้ถึงหลิวไห่จงจะ ยังไม่ค่อยเข้าใจเจตนาของเหล่าจังนักแต่ เขาก็คิดว่าเชื่อสวีต้าเมื่อไว้ก่อนหน้า จะปลอดภัยกว่าเลยรีบพยักหน้ารัวๆใช่ๆฉัน ไม่ได้จะแจ้งความฉันแค่จะบอกว่ายังหาไก่ บ้านต้าเไม่เจอเลยอืมงั้นพวกคุณก็ลองช่วย กันหาดูอีกรอบนะพวกเราขอตัวกลับโรงงาน ก่อนล่ะเหล่าจางมองสวีต้าเมื่ออย่างพอใจ แล้วก็บอกลาอี้จงไหกับคนอื่นๆก่อนจะเดิน ออกจากเรือน 4 ประสานไปพร้อมกับ เสี่ยวหลี่ พอคุณลุงทั้ง 3 เดินคล้อยหลังไปเหอวิจู้ ก็คว้าแขนสวีต้าเมล่าออกไปนอกประตูทันที โอ๊ยซาจู้ช้าๆหน่อยเบาๆเจ็บโวยสวีต้าเม โดนเหอวิจู้ลากก้าวเท้ายาวไปหน่อยจน สะเทือนถึงแผลงั้นแกก็เดินกลับไปเองสิเหอ วิจู้พูดพลางหยุดเดินแล้วปล่อยมือที่จับ แขนสวีต้าเมออกเฮ้ยๆโอ๊ยก่อนหน้านี้ สวีต้าเมทิ้งน้ำหนักไปที่มือของเหอวิจุ ผู้ที่จับเขาไว้พอเหอวี่จู้ปล่อยมือเขาก็ เสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นทัน ทีโหลเสี่ยวเอ๋อยืนมองดูอยู่ข้างๆด้วยสาย ตาเย็นชาไม่ขยับเขยื้อนและไม่พูดอะไรเลย เหอวิจู้เหลือบมองเธอแวบหนึ่งแล้วพูดว่า โลหเสี่ยวเออเขาไม่ให้ฉันไปส่งนั้นคุณก็ พยุงเขากลับไปเองก็แล้วกันฉันพยุงไม่ไหว หรอกโหลเสี่ยวเอ๋อพูดพลางเดินออกไปนอก ประตูโดยไม่สนใจสวีต้าเม่าเลยเฮ้ยๆเอ๋อ จื่อพยุงฉันลุกขึ้นหน่อยเสียเพิ่งไป สวีต้าเม่าเห็นโหลเสี่ยวเอ๋อไม่สนใจตัว เองก็เริ่มร้อนใจยินนี่ชัจะเหิมเกริมใหญ่ แล้วกล้าชัดสีหน้าใส่ฉันเหรอแกเล่นควัก เงินออกไปทีเดียวตั้ง 500 ฉันยังไม่ได้
Speaker A
คิดบัญชีกับแกเลยนะโว้ย สวีต้าเม่ารีบใส่หัวไปซะฉันยังไม่ได้กิน ข้าวเย็นเลยนะเหอวิจู้พูดอย่างหงุดหงิด โดนป่วนมาจนป่านนี้เขายังหิวไส้กิวอยู่ เลยถึงจะได้เงินมา 500 หยวนแต่โหลเสี่ยว เอ๋อก็ไม่ยอมให้เขาเอาไปใช้แล้วที่ เหนื่อยมาทั้งคืนนี่สรุปว่าไม่ได้อะไรเลย งั้นสิอืมเหมือนจะได้จูบโหลเสี่ยวเอ๋อไป ทีนึงแต่จูบนี้มันแพงไปหน่อยมยตั้ง 500 หยวนเชียวนะแพงกว่าโล่เจียโหมของฉินไหว หรูตั้งเยอะในเรือน 4 ประสานนี่ไม่มีใคร ธรรมดาสักคนจริงๆไม่รู้ว่าอาวีจะเป็น เหมือนในนิยายพวกนั้นไหมที่ถึงจะชอบคิด เล็กคิดน้อยแต่วิสัยทัศน์แคบถ้าเป็นแบบ นั้นจริงๆคนอย่างเธอก็คงหลอกเอาเงินได้ แค่เล็กๆน้อยๆคงไม่เหมือนฉินไหวหรูกับโหล เสี่ยวเอ๋อที่ดูเหมือนไม่ต้องใช้เงินแต่ ความจริงแล้วต้องจ่ายแพงกว่าใช้เงินซะอีก ว่าแล้วเชียวของฟรีนี่แหละที่แพงที่สุดใน โลกจริงสิวันนี้ที่ลานกลางวุ่นวายขนาดนี้ ทำไมไม่เห็นครอบครัวฉินไหวหรุเลยล่ะก่อน หน้านี้มัวแต่คิดหาวิธีเล่นงานสวีต้ากับ หลิวไห่จงเลยไม่ได้สนใจครอบครัวฉินไหวหรู เลยบ้านก็อยู่ใกล้กันแค่นี้เสียงดังเออ โวยวายขนาดนี้คนชอบดูความหายนะของคนอื่น อย่างเจี่ยจังซื่อจะพลาดโอกาสมาซ้ำเติม ได้ยังไง แต่เรื่องพวกนั้นก็ไม่เกี่ยวกับเขาสัก หน่อยเขาไม่สนความเป็นอยู่ของตระกูลเจี่ย หรอกโร่เจียโหมของฉินไหวหรูเขาจะกินแต่ ถ้าคนตระกูลเจี่ยคิดจะมาสูบเลือดสูบเนื้อ เขาอีกล่ะก็ฝันไปเถอะสวีต้าเมาเห็นเหอ วิจู้ยืนเหมอก็แอบหัวเราะเยาะในใจไอ้ ซาจู้นี่มันโง่จริงจริงยังไม่ได้กินข้าว ยังก็รีบไปกินสิว่ามายืนเหมออะไรอยู่ได้
Speaker A
มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าสมองมีปัญหา เหอวิจู้ด้วยสติกลับมาเห็นสวีต้าเมยัง นั่งใหม่อยู่ที่พื้นไม่ขยับไปไหนก็เดิน เข้าไปหิ้วปีกสวีต้าโมเตรียมจะโยนออกไป นอกประตูเฮ้ยๆซาจู้ใหญ่ๆอย่าโยนฉันทิ้ง ไว้นอกบ้านสิหิ้วฉันกลับไปส่งที่บ้านเลย สวีต้าเมื่อรู้สันดานเหอวิจู้ดีไอ้ อันธพานี่ไม่มีทางใจดีพยุงเขากลับบ้านแน่ ๆวันหลังอย่ามาแหยมกับปู่เตือนไว้ก่อนถ้า มีคราวหน้าปู่ไม่เกรงใจแน่เหอวิจู้พูดจบ ก็หิ้วคอสวีต้าเมหิ้วลูกไก่เดินตรงไปที่ ลานหลังสวีต้าเมาะนึกไม่ถึงเลยว่าซาจู้จะ ยอมฟังตัวเองในใจก็ยิ่งดูถูกไอ้หน้าโง่ นี่เข้าไปอีกพอไปถึงบ้านสวีต้าเมื่อประตู บ้านเปิดอ้าซ่าโหลเสี่ยวเอ๋อนั่งอยู่ข้าง โต๊ะกินข้าวมองคนทั้งสองที่เดินเข้ามา ด้วยสายตาเย็นชาโหลเสี่ยวเอ๋อฉันเอาคนมา ส่งแล้วนะคุณต้องหาอะไรอร่อยๆให้ฉันกิน บ้างล่ะฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนะเหอ วิจู้ยิ้มอย่างกวนประสาทเอาเขาไปวางไว้บน เตียงสิ ฉันยกไม่ไหวหรอกโหลเสี่ยวเออนั่งนิ่งไม่ ขยับฉันก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเหมือนกัน ตอนแรกอ่ะจะให้สวีต้าเมกลับมาทำให้กินแต่ ดันท้องเรื่องวุ่นวายซะก่อนเขาก็เลยทำกับ ข้าวไม่ได้แล้วเมื่อกี้ฉันเห็นบ้านนายมี มันฝรั่งนึ่งอยู่ตั้งหลายลูกนายเอามาให้ ฉันรองท้องสัก 2 ลูกสิเหอเรื่องวุ่นวาย พวกนี้บ้านคุณเป็นคนก่อแท้ๆทำไมฉันต้อง เอามันฝรั่งมาให้คุณกินด้วยล่ะเหอวิจู้ บ่นอุบอิบพลางแบบสวีต้าเข้าไปในห้องนอน ฉันไม่สนฉันหิวแล้วนายต้องเอามันฝรั่งมา ให้ฉันโลเซียวเอ๋อทำตัวไร้เหตุผลขวางหน้า เหออวี่จู้ไว้เหมือนกับว่าถ้าเหอวิจู้ไม่ เอามันฝรั่งมาให้เธอจะไม่ยอมให้เขาออกจาก บ้านไปไหนเออเดี๋ยวไปเอามาให้ติดหนี้คุณ จริงๆเลยเหอวิจู้ยิ้มกรุ้มกริ่มมองโหล เสี่ยวเอ๋อที่จ้องเขากลับด้วยรอยยิ้ม
Speaker A
กลุ้มกริ่มเช่นกันเพราะมีตัวเหอวิจู้บัง อยู่สวีต้าเมที่นอนอยู่บนเตียงจึงมองไม่ เห็นสีหน้าของภรรยาตัวเองเลยหลงคิดไปว่า เธอกำลังบังคับให้เหอวิจู้เอามันฝรั่งมา ให้กินจริงๆโลเสี่ยวเอ๋อทำกับข้าวไม่เป็น ปกติสวิสวีต้าจะทำไว้ให้กินมื้อเที่ยงก็ มักจะกินของเหลือจากเมื่อคืนถ้าไม่มีของ กินจริงๆก็จะไปฝากท้องที่บ้านคุณย่าหู หนวกวันนี้สวีต้าไปดื่มเหล้ากับผู้นำที่ โรงงานเลยกลับค่ำหน่อยพอกลับมาถึงก็ไป บ้านหลิวไห่จงเพื่อวางแผนเล่นงานเหอวิจู้ พอกลับมาถึงบ้านยังไม่ทันเข้าบ้านก็เห็น ว่าไก่ในเล้าหายไป 1 ตัวก็เลยเกิดเรื่อง วุ่นวายตามหาไก่ขึ้นมาจะเอาเวลาที่ไหนไป ทำกับข้าวให้โหลเสี่ยวเอ๋อกินล่ะแถมตอน นี้ยังโดนเหอวิจู้เตะจนเจ็บปางตายแค่นอน เฉยๆยังปวดร้าวไปหมดจะเอาแรงที่ไหนไปทำ กับข้าให้โหลเสี่ยวเ๋อ ดังนั้นการที่โหลเสี่ยวเอ๋อจะหิวจนต้องไป ขอของกินจากเหอวิจู้เขาจึงไม่รู้สึกว่ามี อะไรผิดปกติเลยบทที่ 23 วันนี้พ่อจะกิน เนื้อเหอวิจู้กับโหลเสี่ยวเอ๋อสบตากัน อย่างรู้ใจทั้ง 2 คนมีแผนการอยู่ในหัว แล้วเหอวิจู้แกล้งทำเป็นยอมแพ้จะกลับไป เอามันฝรั่งมาให้โหลเสี่ยวเอ๋อถึงยอมหลีก ทางให้แต่พอเหอวิจู้เดินมาถึงหน้าประตู เขาก็กระซิบเบาๆว่าชิฝันไปเถอะว่าจะเอา มันฝรั่งมาให้รอไปเถอะผู้จบก็วิ่งแจ้ง กลับไปที่ลานกลางทันทีไอ้บ้ากล้าหลอกฉัน เหรอโหลเซียเออซบถดาพลางวิ่งตามออกไปนอก บ้านทิ้งให้สวี่ต้าเม่านอนเบิกตาโพรงอยู่ บนเตียงคนเดียวไม่นานทั้ง 2 คนก็เดินตาม
Speaker A
กันเข้าไปในบ้านตระกูลเหอเหอวิจู้ประตู บ้านลงกลอนแล้วรวบตัวโหลเสี่ยวเอ๋อเข้ามา กอดจุบเธออย่างเร่าร้อนอีกครั้งเนิ่นนาน ผ่านไปทั้งสองก็พละออกจากกันแต่ก่อนที่ เหอวิจู้จะได้สาต่อโหลเสี่ยวเออก็เดินไป ที่โต๊ะกินข้าวหยิบมันฝรั่งขึ้นมาเตรียม จะยัดเข้าปากเหอวิจู้เห็นว่าเธอน่าจะหิว จัดจริงๆเลยรีบห้ามอันนั้นมันเย็นแล้วน หม้อยเดี๋ฉันไปอุ่นหัวชายเท้าให้ด้วยงั้น ก็รีบๆหน่อยฉันหิวจนไส้กิวแล้วโหลเสี่ยว เอ๋อพูดพลางวางมันฝรั่งในมือลงแล้วยื่น จาน 2 ใบที่วางอยู่บนโต๊ะให้เหอวิจู้ วางใจได้แป๊บเดียวเสร็จเหอวิจู้รับจานหัว ชายเท้ากับมันฝรั่งจากโหลเสี่ยวเอ๋อมา ด้วยรอยยิ้มมีเล่หสนแล้วเดินเข้าครัวไปหึ ไอ้โรคจิตโหลเซียเอ๋อบนอุบอิบอย่าง หงุดหงิดไม่นานเหอวิจู้ก็เดินออกมาจาก ครัวพร้อมกับจานที่ใส่มันฝรั่ง 2 ลูกอัน นี้เพิ่งเอาขึ้นจากหม้อยังร้อนๆอยู่คุณ กินรองท้องไปก่อนนะหัวชายเท้าใกล้จะเสร็จ แล้วโลเซียวเออหยิบมันฝรั่งขึ้นมาลูก หนึ่งอุณหภูมิกำลังดีไม่ร้อนจนลวกมือเธอ รีบยัดเข้าปากอย่างหิวโหยเอ๊ะ ทำไมมันฝรั่งนี่อร่อยขนาดนี้ล่ะโหลเสี่ยว เอ๋อกลืนมันฝรั่งเนื้อเนียนนุ่มลงคออย่าง รวดเร็วก่อนจะร้องอุทานออกมาด้วยความ ประหลาดใจชู่อย่าเสียงดังสิดึกป่านนี้และ หนุ่มสาว 2 ต่อ 2 ปิดประตูอยู่ด้วยกันใน ห้องแบบนี้ถ้าคนอื่นได้ยินเข้าคุณควรจะ เอาหน้าไปไว้ที่ไหนเหอวิจู้ได้ยินเธอ เสียงดังก็รีบเอามือไปปิดปากเธออย่างลน ลานหือๆโหลเสี่ยวเอ๋อเบี่ยงหน้าหลบมือเหอ
Speaker A
วิจู้แล้วแค่นหัวเราะเยาะนายยังจะกลัวอีก เหรอไม่ใช่ว่ากล้าหาญชานชัยนักหรือไง เมื่อกี้ยังคิดจะกลืนกินฉันอยู่เลยไม่ใช่ เหรอ ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอกแต่กลัวคนอื่นจะมา เห็นคุณเข้าต่างหากล่ะเหอวิจู้ทำหน้า เหมือนว่าฉันหวังดีกับคุณจริงๆนะชิไม่ ต้องมาทำตัวเป็นคนดีหรอกถ้านายหวังดีกับ ฉันจริงๆก็คงไม่มายุ่งกับฉันตั้งแต่แรก แล้วโหลเสี่ยวเอ๋อไม่เชื่อคำพูดพล่อยๆของ เขาหรอกก็ใครใช้ให้คุณสวยขนาดนี้ล่ะเหอ วิจู้ยิ้มอย่างหื่นกามหึทำเป็นหน้าเป็นตา พูดจะลื่นไหลนะเมื่อก่อนไม่เห็นจะรู้เลย ว่าพูดจะเก่งขนาดนี้ถึงปากจะว่าแบบนั้น แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็เผยให้เห็นความรู้ สึกจริงๆในใจผู้หญิงคนไหนบ้างล่ะที่ไม่ ชอบให้คนอื่นชมว่าสวยแหมก็เมื่อก่อนฉัน ยังไม่ประสีประสาไงอ๋อหมายความว่าตอนนี้ ประสีประสาแล้วงั้นสิอยากมีเมียแล้วล่ะสิ แล้วทำไมไม่ไปหาผู้หญิงดีๆสักคนแต่งงาน ด้วยล่ะฉันก็อยากนะแต่จะหาคนสวยๆแบบคุณน มันหายากนี่นาฉันว่าแม่หม้ายฉินยังสวย กว่าฉันตั้งเยอะโหลเสี่ยวเออ๋ลองอย่าง เชิงดูเฮอะคุณอยากให้ฉันแต่งงานกับหล่อน เหรอ ฟันไปเถอะต่อให้คุณอย่าแล้วฉันแต่งกับคุณ ฉันก็ไม่มีทางแต่งกับหล่อนเด็ดขาดคำพูด นี้ของเหอวิจู้เป็นความจริงจากใจในเนื้อ เรื่องเดิมหลังจากโหลเสี่ยวเอ๋อใหญ่กับ สวีต้าเม่าทั้ง 2 คนก็เตรียมตัวจะไปจด ทะเบียนสมรสกันอยู่แล้วน่าเสียดายที่พายุ ทางการเมืองมาเร็วเกินไปทำให้ทั้ง 2 คน ต้องพลาดโอกาสครองคู่กันแต่เหอวิจู้ก็แค่ พูดไปอย่างนั้นและเขาไม่ได้คิดจะแต่งงาน กับโหลเสี่ยวเอ๋อจริงๆหรอกเพราะพายุการ เมืองลูกนั้นเขาไม่อาจหยุดยั้งได้โหล
Speaker A
เสี่ยวเอ๋อยังไงก็ต้องไปฮ่องกงอยู่ดีแต่ คำพูดนี้พอเข้าหูโหลเสี่ยวเอ๋อกลับทำให้ เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟหมายความว่าไงนายคิด ว่าฉันสู้ฉินไหวหรูไม่ได้ใช่ไหม ฉันจะบอกให้นาเหอวิจู้ต่อให้นายอยากแต่ง กับฉัน ฉันก็ไม่ตกลงหรอกหึ ผู้หญิงนั่นน่ะตัวเองจะพูดถ่อมตัวว่าสู้ ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้ก็ไม่เป็นไรถึงแม้จะ เป็นแค่การพูดประชดก็เถอะแต่ถ้าเป็นคน อื่นมาพูดแบบนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาดโดยเฉพาะ ถ้าเป็นผู้ชายต่อให้ผู้ชายคนนั้นเธอจะไม่ ได้ชอบก็ตามแต่เขาจะเอาผู้หญิงคนอื่นมา ข่มเธอไม่ได้เฮ้อชัจะเอาใหญ่แล้วนะเฮอ วี่จู้รวกตัวโหลเสี่ยวเ๋อเข้ามาอุ้มไว้ แนบอกแล้วเดินตรงดิ่งไปที่ห้องนอน สาจู้ นายจะทำไรรีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะโลเซีย เออตกใจสุดขี่กับการกระทำอันกะทันหันของ เหอวิจู้เธอถีบขาทั้งสองข้างอย่างเอาเป็น เอาตายพยายามจะดิ้นให้หลุดวันนี้พ่อจะกิน เนื้อเหอวิจู้สแยะยิ้มชั่วร้ายไม่ได้นะ ซ่าจู้รีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉัน โกรธจริงๆด้วยโหลเสี่ยวอะอกลัวขึ้นมาจริง ๆแล้วเธอยังไม่พร้อมที่จะมีความสัมพันธ์ ลึกซึ้งกับเหอวิจู้นะงั้นขอนอนกอดเฉยๆ แป๊บนึงเหอวิจุ้เห็นเธอโกรธจริงก็ไม่กล้า ดึงดันต่อให้ขืนใจไปก็อาจจะเกิดเรื่อง ใหญ่ขึ้นมาจริงๆถึงยังไงตอนนี้พายุการ เมืองก็ยังไม่มาโหลปั้นเฉิงก็ยังมี อิทธิพลอยู่บ้างหึไอ้โรคจิตถ้านายกล้าทำ เรื่องล่วงเกินฉันล่ะก็ฉันจะไม่มีวันยก โทษให้นายไปตลอดชีวิตเลยโหลเสี่ยวเอ๋อ เห็นเหอวิจู้ยอมถอยให้เธอก็ไม่กล้าปฏิเสธ ไปซะทีเดียวขืนไปยั่วโมโหไอ้อันธพานี่เขา เกิดมาหน้ามืดทำเรื่องที่ไม่อาจแก้ไขขึ้น มาจะยุ่งแต่คำว่าล่วงเกินนี่มันหมายความ ว่าไงล่ะจุบกันไม่เรียกว่าล่วงเกินเหรอ นอนกอดกันไม่เรียกว่าล่วงเกินเหรอดังนั้น คำพูดนี้ฟังดูเหมือนเป็นการข่มขู่แต่จริง
Speaker A
ๆแล้วก็เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลยอย่างมากก็ แค่เป็นการย้ำจุดยืนของตัวเองว่าตราบใด ที่ไม่ทำถึงขั้นนั้นอย่างอื่นก็ยอมให้หมด แหละเหอวิจุเห็นท่าทีของเธอก็ไม่เกรงใจ อีกต่อไปอุ้มเธอไปวางบนเตียงแต่พอกอดกัน ได้แป๊บเดียวกลิ่งเหม็นไม่ก็ลอยมาจากห้อง ครัวฉิบหายแล้วลืมไปเลยว่าอุ่นหัวชายเท้า ทิ้งไว้บนเตาเหอวิจู้รีบผุดลุกขึ้นวิ่ง หน้าตั้งไปที่ห้องครัวโหลเสี่ยวเออรีบ เด้งตัวลุกขึ้นคว้ามันฝรั่งบนโต๊ะแล้ว เปิดประตูวิ่งกลับบ้านตัวเองไปอย่างรวด เร็วได้ยินยินเสียงเปิดประตูเหอวิจุวิ่ง ออกมาดูเหอะหายตัวไปซะแล้วผู้หญิงคนนี้ ช่างเถอะยังไงก็ไม่ได้กินอยู่แล้วหนีไปก็ หนีไปเดี๋ยวค่อยไปหาฉินไหวหรูมาดับไฟ แทนก็แล้วกันกุมความลับเรื่องชีวิตของ ปั้งเกิ่งเอาไว้เขาไม่เชื่อหรอกว่าฉินไหว หรูจะไม่ยอมจำนนดูเหมือนว่าถ้าจะทำให้ เกิดปัญหาบานปลายก็ต้องหาจุดอ่อนของเธอ ให้เจอแต่ว่าจุดอ่อนของผู้หญิงคนนี้อยู่ ตรงไหนกันนะเหอวิจู้คิดว่าคงต้องสังเกตดู อีกสักพักจัดการมันฝรั่งลูกใหญ่ 2 ลูกลง ท้องอย่างรวดเร็วเฮ้ยรสชาติมันฝรั่งนี่ อร่อยสุดยอดไปเลยมิน่าล่ะคุณหนูลูกผู้ดี อย่างโหลเสี่ยวเอ๋อถึงได้เอ่ยปากชมดู เหมือนว่าของที่ปลูกในมิติของเขาจะไม่ใช่ ของธรรมดาซะแล้วอ้อจริงสิจำได้ว่าในมิติ มีน้ำพุภูเขาด้วยไม่รู้ว่าน้ำนั่นจะเป็น น้ำภูวิเศษเหมือนในนิยายเรื่องอื่นที่พอ ดื่มแล้วจะช่วยปรับเปลี่ยนสรีร่างกายอะไร ทำนองนั้นหรือเปล่า เขาไม่ค่อยพอใจกับผลงานการกินโร่เจียโหม ของฉินไหวหรหูเมื่อคืนนี้เท่าไหร่ถึงแม้ ก่อนหน้านี้เขาจะเป็นแค่ไก่อ่อนแต่ยุค ศตวรรษที่ 21 ข้อมูลมันหาง่ายจะตายอะไรก็ หาดูได้ในเน็ตแถมในนิยายพวกนั้นก็ยัง
Speaker A
เขียนไว้ว่าพอดื่มน้ำผู้วิเศษนั่นเข้าไป เสี่ยวอวี่จู้ก็จะกลายเป็นต้าอวี่จู้พลัง รบเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียวถ้าน้ำ ภูเขาในมิติของเขามีสรรพคุณแบบนั้นบ้าง ล่ะก็ไม่แน่ว่าโร่เจียโหมของฉินไหวหรหู อาจจะมาเสิร์ฟถึงที่โดยที่เขาไม่ต้องเอา ชีวิตปั้งเกิ่งไปขู่เลยด้วยซ้ำถึงยังไง การขู่บังคับมันก็มีความเสี่ยงแฝงอยู่สู้ ให้เธอเต็มใจมาหาเองไม่ได้หรอกปลอดภัย กว่ากันเยอะเหอวิจู้คิดปุ๊บก็แวบเข้าไปใน มิติทันดีแล้วเขาก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่าใน มิติมีไก่อยู่เป็นร้อยๆตัวแถมไข่ไก่ก็กอง พะเนินเป็นภูเขาเหล่ากล้าพวกมันฝรั่งหัว ชายเท้าผักต่างๆก็กองสูงเป็นภูเขาเหมือน กันนี่นี่จะกินหมดได้ยังไง เหอวิจู้สลัดความตกตะลึงทิ้งไปเดินไปที่ ลำธานริมเขาไม่รอช้าก้มลงไปดื่มน้ำผู้ นั้นทันทีบทที่ 24 พี่จะเลี้ยงดูเธอไป ตลอดชีวิตสบายจังโว้ยในที่สุดเหอวิจู้ก็ แก้ผ้าจนล่อนจ้อนแล้วกระโดดลงไปในลำธาร น้ำในลำธารนี้เป็นน้ำเป็นที่ไหลลงมาจากภู เขาส่วนจะไหลไปที่ไหนเขาก็ไม่รู้เหมือน กันรอบๆมิติแห่งนี้มีแต่ความเหมือนถูกห่อ หุ้มด้วยหมอกสีเทาและลำธารสายนี้ก็ไหลทอด ยาวไปสู่หมอกสีเทานั้นในเมื่อเป็นน้ำเป็น การที่เขาลงไปอาบน้ำก็คงไม่ทำให้น้ำสกปรก หรอกมั้งที่สำคัญคือการได้แช่ในน้ำนี้มัน สบายสุดๆไปเลยไม่รู้ว่าแช่ไปนานแค่ไหนเหอ วิจู้ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู พี่ๆทำอะไรอยู่นะเคาะประตูตั้งนานทำไมไม่ มาเปิดเสียงของเหอวิสุ่ยดังมาจากนอกมิติ เหอวิจู้รีบลุกจากลำธานสวมเสื้อผ้าอย่าง รวดเร็วแล้วออกจากมิติไปเขาเอาผ้าขนหนู เช็ดผมลวกๆและตะโกนบอกคนที่อยู่ข้างนอก ว่ารอแป๊บนะขอใส่เสื้อผ้าก่อนเร็วๆหน่อย ฉันหิวแล้วรีบหาอะไรให้กินหน่อยสิเหอ วิสุยโวยวายอย่างน้อยใจอยู่หน้าประตู เวรเอ๊ยลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลยวันนี้
Speaker A
ร่างเดิมตั้งใจจะเอาไก่ครึ่งตัวจากโรง อาหารกลับมาตุ๋นซุปให้เหอวิสุ่ยกินเหอ วิสุ่ยก็ตั้งใจกลับมากินซุปไก่กับเนื้อ ไก่โดยเฉพาะแน่นอนว่าเธอยังไม่ได้กินข้าว เย็นมาแน่ เพราะรู้ว่าคืนนี้สวีต้าจะมาหาเรื่องไก่ เหอวิจู้เลยให้ไก่ครึ่งตัวนั้นกับหมาฮาวา ไปแล้วคืนนี้เขาเลยตุ๋นไก่ให้อาวี่สุ่ย กินไม่ได้แล้วถึงแม้ในมิติของเขาจะมีไก่ อยู่ตั้งเยอะแยะก็เถอะเหอวิจุแกล้งทำเป็น งัวเงียเดินออกจากห้องนอนค่อยๆเดินไปเปิด ประตู อาวี่สุ่ยรีบเข้ามาสิเหอวิจู้พูดพลางมอง เหอวิสุ่ยที่สวมชุดนอนบางเบาแล้วก็อดไม่ ได้ที่จะรู้สึกเลือดลมสูบฉีดพี่ๆแต่ เหอวิสุ่ยกับยืนอึ้งอยู่ตรงประตูเอาแต่ จ้องมองเหอเหอวี่จู้ตาค้างเหอวิี่จู้แอบ เช็ดน้ำลายอย่างแนบเนียนก่อนจะพูด แก๊กเกอร์ว่าอาวี่สุยวันนี้เธอสวยจังเลย นะหาพี่พี่พูดอะไรน่ะเหอวิสุ่ยหน้าแดง แปร๊ดแต่แล้วก็จ้องเหอวิี่จู้ตาไม่ กระพริบถามว่าพี่พี่ไปกินยาอายุวัฒนะอะไร มาหรือเปล่าทำไมรู้สึกว่าพี่ดูหนุ่มขึ้น เยอะเลยล่ะผิวก็ดูขาวใสเต่งตึงเหมือนไข่ ปอกเลยหือเหอวิจู้ชะงักรีบยกมือตัวเอง ขึ้นมาดูก็เห็นว่ามือทั้งสองข้างของเขา ขาวเนียนราวกับหยกนุ่มเด้งเหมือนบีบน้ำ ออกมาได้เลยต้องเป็นเพราะน้ำภูเขานั่นแน่ ๆว่าแล้วเชียวน้ำนั่นมีสรรพคุณช่วยปรับ เปลี่ยนสรีระร่างกายได้จริงๆด้วยถ้าไม่ ติดว่าเหอวิสุ่ยยืนอยู่ตรงนี้ล่ะก็เขาแทบ อยากจะถอดกางเกงดูเดี๋ยวนี้เลยว่าเสี่ยว อวี่จู้กลายเป็นต้าอวี่จู้ไปแล้วหรือยัง แต่เขาก็พอจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง บางอย่างอยู่เหมือนกันนะด้วยความตื่นเต้น เหอวิจู้ดึงตัวเหอวิสุ่ยเข้ามาในบ้านปิด ประตูแล้วทำท่าทางมีลับลมคมในอวี่สุยเอ้ย พี่จะบอกความลับอะไรให้ฟังนะเธอห้ามเอาไป บอกใครเด็ดขาดเลยนะอื้อๆพี่ว่ามาเลยฉันจะ เก็บเป็นความลับแน่นอนเหอวิสุ่ยเห็นที่
Speaker A
ชายทำท่าทางลึกลับก็พยักหน้ารับอย่างจริง จังจริงๆแล้วช่วงหลายวันมานี้พี่กินไข่ ไก่ลึกลับชนิดหนึ่งอยู่นะเขาบอกว่าพอกิน แล้วผิวพรรณจะขาวใสเต่งตึงก่อนหน้านี้ที่ ไม่ยอมบอกเธอก็เพราะกลัวเธอจะไม่เชื่อแถม พี่เองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะจริงอย่างที่เขา พูดไหมพี่เลยลองกินดูปรากฏว่ามันวิเศษ อย่างที่เขาพูดจริงๆตอนนี้เธอก็เห็นความ เปลี่ยนแปลงของพี่แล้วใช่ไหมมล่ะเหอวิจุ ย่อมไม่กล้าบอกว่าตัวเองมีมิติวิเศษที่มี น้ำภูเขาที่ช่วยปรับเปลี่ยนสรีร่างกายได้ เขาเลยต้องอ้างว่าเป็นไข่ไก่ลึกลับแทนก็ ตอนนี้ไข่ไก่ในมิติของเขามันกองเป็นภูเขา เหล่ากล้าเอามาให้เหอวิสุ่ยกินสักหน่อยก็ ไม่เห็นเป็นไรแถมไก่พวกนั้นก็เลี้ยงอยู่ ในมิติมันก็ต้องกินน้ำภูภูเขาน่านด้วยไข่ ที่ออกมามันก็น่าจะมีสรรพคุณของน้ำภูภู เขาแฝงอยู่บ้างล่ะน้าส่วนมันฝรั่งกับหัว ชายเท้าพวกนั้นถึงรสชาติจะอร่อยมากแต่เหอ วิจู้ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีสรรพคุณแบบนั้น ไหมเพราะเขาไม่ได้เอาน้ำพูภูเขาไปรดผัก พวกนั้นเลย หา มีไข่ไก่แบบนี้ด้วยเหรอ กินเข้าไปแล้วจะไม่มีผลข้างเคียงใช่ไหม พี่เหอวิสุ่ยเรียนจบตั้งมัธยมปลายย่อม ต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานอยู่ บ้างเธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีไข่ไก่ ที่กินแล้วช่วยให้ผิวดีขึ้นได้ไม่มีหรอก พี่กินมาตั้งนานแล้วร่างกายมีแต่จะแข็ง แรงขึ้นตอนนี้ผิวพรรณก็ดีขึ้นด้วยเธอว่า หน้าตาพี่เหมือนคนมีอาการข้างเคียงตรงไหน ล่ะเหอวิจู้รีปฏิเสธ แล้วไข่ไก่แบบนี้มันจะแพงมากไหมอ่ะไม่แพง หรอกพี่ซื้อไหวแน่ๆเธอหิวไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวพี่ไปต้มให้กินสัก 2-3 ฟองเหอวิจู้ พูดพลางเดินเข้าครัวไปหยิบไข่ไก่จากมิติ ออกมา 5 ฟองใส่หม้อต้มทันทีจากนั้นก็เอา
Speaker A
มันฝรั่งที่เย็นชื่อไปแล้วมาอุ่นซ้ำแล้ว หยิบมันฝรั่งที่แค่อุ่นๆลูกหนึ่งออกมาให้ ก่อนอาวี่ซุ่ยกินมันฝรั่งท้องไปก่อนนะอีก 2-3 วันเดี๋ยวพี่ไปซื้อแม่ไก่แกมาตุ๋น ซุปบำรุงให้ดูเธอสิเหอวิจู้กับจะบอกว่า เธอผอมจนเหลือเหลือแต่กระดูกแต่พอมองเห็น หน้าอกหน้าใจที่นูนเด่นของเหอวิสุ่ยเขาก็ ต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอไปพร้อมกับกลืนน้ำ ลายดังเอือกเหอวิสุ่ยรับมันฝรั่งมาโดยไม่ ได้สังเกตเห็นสายตาของเหอวิจู้เธอกัดมัน ฝรั่งเข้าปากอย่างหิวโหยว้าวพี่มันฝรั่ง นี่อร่อยจังเลยอย่ากินเยอะล่ะเดี๋ยวต้อง กินไข่ต้มอีกถ้าชอบกินวันหลังก็กลับมากิน ข้าวบ้านนะพี่มีปัญญาเลี้ยงเธออยู่แล้ว เหอวิจุอยากให้เหอวิสุ่ยกลับมากินข้าว เป็นเพื่อนเขาทุกวันจริงๆนะก็ในเรือน 4 ประสานนี้ผู้หญิงที่สวยที่สุดก็คือเหอวี่ สุ่ยนั่นแหละแน่นอนว่านี่เป็นความคิดของ เหอวิจู้ฝ่ายเดียวมีสาวสวยระดับนี้มานั่ง กินข้าวเป็นเพื่อนเจริญอาหารจะตายไปอื้อๆ งั้นฉันจะกลับมากินข้าวบ้านทุกวันเลยนะ พี่ฉันกินเก่งนะพี่ห้ามบ่นว่าฉันกินเยอะ ล่ะวางใจเถอะหน้าต่อให้ต้องเลี้ยงเธอไป ตลอดชีวิตพี่ก็เลี้ยงไหวเหอวิจู้หัวเราะ ร่วนพูดออกไปอย่างไม่ใส่ใจงั้นฉันจะให้ พี่เลี้ยงไปตลอดชีวิตเลยเหอวิซุยก็รับมุก ผู้ติดตลกกลับไปได้เลยพี่จะเลี้ยงดูเธอไป ตลอดชีวิตไม่นานไข่ต้มทั้ง 5 ฟองก็สุกเหอ วิจู้เอาไปแช่น้ำเย็นสักพักแล้วเอามาให้ เหอวิี่สุ่ยเยอะขนาดนี้เลยเหรอฉันกินไม่ หมดหรอกเหอวิสุ่ยมองไข่ต้ม 5 ฟองตาโต้ บ้านไหนเขากินไข่ต้มทีละ 5 ฟองกันล่ะ
Speaker A
เมื่อกี้ใครเพิ่งบอกว่าตัวเองกินเก่งฮะ แค่ไข่ต้ม 5 ฟองทำเป็นบ่นกินไม่หมดเหอ วิจู้แซวก็เมื่อกี้ฉันเพิ่งกินมันฝรั่ง ลูกเบ้อเริ่มไปนี่นาเหอวิสุยเบ้ปากทำหน้า น้อยใจโอเคเอกินได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น แหละที่เหลือพุพรุ่งนี้ค่อยเอาไปกินที่ทำ งานตกลงขอบคุณนะพี่พี่ดีกับฉันที่สุดเลย มันแน่อยู่แล้วพี่ไม่ดีกับเธอจะให้ไปดี กับใครล่ะใช่พี่ต้องดีกับฉันต้องดีกับฉัน ไปตลอดชีวิตเลยนะ 2 พี่น้องคุยเล่น หัวเราะร่วมกันอยู่พักใหญ่เหอวิี่สุ่ยก็ อิ่มแปล้กลับเข้าห้องนอนไปอย่างมีความสุข เหอวิจู้มองตามแผ่นหลังของเหอวิสุ่ยแล้ว ก็แอบกลืนน้ำลายอีกรอบยีหนูนี่หุ่นดี ชะมัดเลยหน้าอกเป็นหน้าอกเอวเป็นเอวสะโพก เป็นสะโพกปกติใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ๆบังไว้ เลยมองไม่ค่อยออกพอมองจนคอแห้งผากเหอ วิจู้ก็อดไม่ได้ที่จะเบนสายตาไปทางบ้าน ของตระกูลเจี่ยยายฉินไหวหรูหายหัวไปไหน เนี่ยพ่อรอจะกินโล่เจียโหมของเธออยู่นะบท ที่ 25 เจี่ยจางซื่อจะเอาไก่ดึกสงัดเดือน 4 ประสานตกอยู่ในความเงียบงันเหอวิจู้รอ จนเริ่มหงุดหงิดกำลังจะปิดประตูนอนหางตา ก็เหลือไปเห็นนาคนลางลๆงหลายคนเดินผ่าน ประตูฉุยฮาลานหน้าเข้ามาในลานกลางอย่าง หมดเรี่ยวแรงเหอวิจู้เพ่งตามองก็เห็นว่า เป็นครอบครัวเจนั่นเองเจี่ยจังซื่อเดินนำ หน้าตาบุตบึ้งปากก็บ่นอุบอิบด่าทออะไรสัก อย่างไม่หยุดตามด้วยฉินไหวหรูที่ใบหน้า เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจหางตายังมี คราบน้ำตาที่เช็ดไม่หมดส่วนพี่น้อง ปั้งเกิ่งทั้ง 3 คนก็เดินคอตกห่อไหล่ตาม
Speaker A
หลังมาเหมือนนกกระทาตัวน้อยๆแม้แต่เสี่ยว ไหวฮอว 3 ขวบก็ยังมีแค่เสี่ยวตังจูมือ เดินต่อแต่มาเองเหอวิจุไม่ได้สนใจหรอกว่า ทำไมสายตาตัวเองถึงดีขนาดนี้ถึงได้มอง เห็นชัดแจ๋วแม้ในตอนกลางคืนมองเห็น กระทั่งคราบน้ำตาบนใบหน้าสวยๆของฉินไวหรู สิ่งที่เขาคิดในตอนนี้ก็คือครอบครัวเจน พวกปลอกแขนแดงเรียบไปสั่งสอนที่สำนักงาน ชุมชนมาหรือเปล่าเจี่ยจางซื่อกับฉินไหว หรูเดินเข้าลานกลางมาก็เห็นเหอวิจู้ยืน อยู่ตรงประตูห้องโถงกลางใต้แสงไฟเจี่ยจาง ซื่อแค่นเสียงใส่เหอวิี่จู้อย่างไม่มี เหตุผลแล้วเปิดประตูเข้าบ้านตัวเองไปส่วน ฉินไหวหรูก็แค่มองเงาร่างนั้นแวบหนึ่งโดย ไม่พูดอะไรสายตาซับซ้อนแฝงความรู้สึกบาง อย่างและร่องรอยความเหนื่อยล้าก่อนจะหัน หลังเตรียมเข้าบ้านพี่ฉิน พวกพี่ไปไหนมาทำไมเพิ่งกลับล่ะเหอวิจู้ เห็นฉินไหวหรูกล้าเมินเขาในหัวก็ผุดท่า สั่งสอนเธอขึ้นมาหลายท่าแล้วไม่มีอะไร หรอกจู้จื่อพี่ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย ต้องรีบไปทำอะไรกินก่อนไม่คุยด้วยแล้วนะ ฉินไวหรูไม่หยุดเดินพูดพลางเดินเข้าบ้าน ไปปั้งเกิ่งทั้ง 3 คนได้ยินเสียงเหอวิจู้ ก็เงยหน้าขึ้นมองแต่สายตาของปั้งเกิ่ง กลับเต็มไปด้วยความอาฆาตร้ายวันนี้หลัง เลิกเรียนเขาก็จะไปขโมยของกินบ้านเหอวิจุ ตอนเดินไปถึงหน้าบ้านตระกูลเหอก็ได้ยิน เสียงแม่ไก่แก่ร้องกุ๊กกุ๊กดังมาจากลาน หลังเลยแอบย่องเข้าไปดูก็เห็นแล้วไก่อยู่ หน้าบ้านสวีต้าเม่าเห็นประตูบ้านสวีต้าเม ปิดสนิทในลานก็ไม่มีใครปั้งเกิ่งก็ตัดสิน ใจเด็ดขาดรีบเปิดแล้วไก่คว้าเขแม่ไก่แก่ ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดไก่ตกใจกำลังจะดิ้น รนส่งเสียงร้องปั้งเกิ่งกลัวคนจะได้ยินก็ เลยบีบคอไก่แน่นออกแรงบิดเต็มแรงได้ยิน
Speaker A
เสียงกรอบเบาๆแม่ไก่แกก็อ่อนระทวยลงทันที ปั้งเกิ่งหอบหายใจแรงยัดไก่ที่สิ้นใจแล้ว ใส่เสื้ออกสั่นขวัญไปหมดตอนนั้นปั้งเกิ่ง ก็ยังนึกถึงน้องสาวทั้ง 2 คนอยู่บ้าง อาศัยจังหวะจังหวะที่เจียจางซื่อเผลอแอบ เรียกเสี่ยวตันกับเสี่ยวไหวฮวาออกมาพาพวก เธอวิ่งเหยาะไปหลบอยู่ข้างท่อปูนซีเมนต์ เก่าๆหลังโรงงานรีดเหล็กส่วนเหตุผลที่ ปั้งเกิ่งเลือดที่นี่อย่างแรกคือมันห่าง จากเรือน 4 ประสานพอสมควรคนในลานเรือนไม่ มีทางมาจะอย่างที่ 2 คือมันติดกับโรงงาน รีดเหล็กขาดเครื่องปรุงอะไรก็แอบเข้าไป หยิบจากโรงอาหารมาได้เลยยังไงซะก็มีซาจู้ อยู่ต่อให้โดนจับได้ซาจู้ก็คงไม่เอา เรื่องเขาหรอกเขาทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ปั้งเกิ่งพาน้องสาว 2 คนช่วยกันก่อไฟ อย่างทุลักทุเลถอนขนควักไส้แล้วเอาไก่ ขึ้นย่างไฟจนน้ำมันหยดติ๋งๆกลิ่นหอมฉุย แต่ใครจะไปคิดว่าอุตส่าห์ลำบากลำบตั้งนาน ไก่ยังกินไม่ทันหมดพวกกรอกแขนแดงจากสำนัก งานชุมชน 3 คนก็โผล่มาซะก่อนพวกนั้นเข้า มาถึงก็ยึดไก่ที่ยังกินไม่หมดไปเลยแถมยัง ซักไซส์ว่าเอาไก่มาจากไหนปั้งเกิ่งบอกว่า เป็นของที่บ้านพวกกรอกแขนแดงก็ไม่เถียงพา ตัวพวกเขากลับไปที่สำนักงานชุมชนทันที แล้วให้คนไปตามเจางซื่อกับฉินไหวหรูที่ บ้านตระกูลเจี่ยปลอกแขนแดงคนที่ไปตามตัว ก็เจ้าเล่หนักเขาไม่ได้ถามเจี่จางซื่อกับ ฉินไหวหรูตรงๆว่าปั้งเกิ่งขโมยไก่ที่บ้าน ไปหรือเปล่าแต่แกล้งถามว่าที่บ้านเลี้ยง
Speaker A
ไก่มยเจี่ยจางซื่อกับฉินไหวหรูก็นึกว่ามี คนไปฟ้องว่าบ้านพวกเขาแอบเลี้ยงไก่ในลาน เรือนถึงแม้ว่ายุคนี้การเลี้ยงไก่เอาไข่ สักตัว 2 ตัวจะเป็นเรื่องปกติแต่ประเด็น คือตระกูลเจี่ยรับเสบียงบรรเทาทุกข์ตลอด ทั้งปีคนยังกินไม่อิ่มเลยจะเอาธัญพืชที่ ไหนไปเลี้ยงไก่ล่ะดังนั้นเจี่ยจางซื่อกับ ฉินไหวหรูเลยรีบปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ เลี้ยงไก่แถมยังบอกว่าต้องมีคนใส่ร้ายแน่ ๆให้สำนักงานชุมชนจัดการคนที่ใส่ร้าย ตระกูลเจี่อย่างเด็ดขาดพอมั่นใจแล้วว่า ตระตระกูลเจี่ยไม่ได้เลี้ยงไก่ปลอกแขนแดง ก็ถามต่อว่า 2-3 วันนี้ตระกูลเจี่ยได้ ซื้อไก่มากินบ้างไหมเจี่ยจางซื่อกับฉิน ไหวหรูก็ปฏิเสธเสียงแข็งอีกนั่นแหละไร้ สาระนี่มันความจริงชัดๆพวกเขามีเงินซื้อ ไก่กินที่ไหนกันล่ะทีนี้ปลอกแขนแดงก็มั่น ใจแล้วว่าปั้งเกิ่งโกหกส่วนที่ว่าปั้ง เกิ่งจะเอาเงินตัวเองไปซื้อเห่อขนาดที่ บ้านยังไม่มีเงินซื้อไก่กินแล้วเขาจะเอา เงินมาจากไหนล่ะ พ่อเจี่ยจางซื่อกับฉินไหวหรูมาถึงสำนัก งานชุมชนเห็นซ่าโครงไก่ที่ยังมีเนื้อติด อยู่บ้างวางอยู่บนโต๊ะหัวหน้าหวังฉินไหว หรูหรูก็ใจคอไม่ดีขึ้นมาทันทีแต่เจี่ยจาง ซื่อยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเห็นซ่า โครงไก่ที่ยังมีเนื้อติดอยู่ก็แอบกลืนน้ำ ลายเอือกเจี่ยจังซื่อไก่นี่ของบ้านคุณใช่ ไหมหัวหน้าหวังยังต้องทนหิวทำงานล่วงเวลา อยู่เลยอารมณ์ก็บู่สุดๆก็เพราะเด็กบ้าน 73 คนดันไปแอบย่างไก่กินข้างนอกแล้วโดนปอก แขนแดงของสำนักงานชุมชนจับได้นี่แหละใช่ เจี่ยจางซื่อเห็นซากโครงไก่ที่ยังมีเนื้อ ติดอยู่ก็อยากกินจนสติหลุดพอได้ยินหัว หน้าหวังถามแบบนั้นก็นึกว่าแค่ยอมรับว่า
Speaker A
เป็นของบ้านตัวเองก็จะได้กินแล้วแต่ยัง ไม่ทันพูดจบฉินไหวหรูที่อยู่ข้างๆก็รีบ พูดแทรกทันทีไม่ใช่ข้าหัวหน้าหวังคุณอย่า ไปฟังที่แม่ฉันพูดแกเพ้อเจ้อนะคะนี่ไม่ ใช่ไก่บ้านเราบ้านเราไม่ได้เลี้ยงไก่แล้ว ก็ไม่มีเงินซื้อไก่กินด้วยคะเธอพอจะเดา ออกลางๆแล้วและถ้ามีคนไปฟ้องว่าบ้านเธอ เลี้ยงไก่ก็คงไม่เอาซากโครงไก่ที่กิน เหลือมาวางบนโต๊ะหัวหน้าหวังแบบนี้หรอก ดังนั้นต้องเป็นเพราะลูกชายหัวแก้วหัว แหวนของเธอไปก่อเรื่องอะไรไว้แน่ๆเพลอๆ เธออาจจะเดาได้แล้วด้วยซ้ำว่าปั้งเกิ่ง หน้าจะไปขโมยไก่บ้านใครมาแล้วตอนนี้ก็คง โดนขังอยู่ที่สำนักงานชุมชนนี่แหละแต่ต่อ ให้รู้เธอก็ไม่กล้ายอมรับหรอกว่านี่เป็น ไก่ของบ้านตัวเองถึงไปขโมยไก่คนอื่นอย่าง มากก็แค่ชดใช้เงินแต่ถ้ายอมรับว่าเป็นไก่ ของบ้านตัวเองวันหลังบ้านเธอจะหมดสิทธิ์ รับเสบียงบรรเทาทุกข์เลยนะถึงเงินจะซื้อ ธัญพืชได้แต่เสบียงบรรเทาทุกข์หนี้มันได้ ระยะยาวนะถ้าต้องมาเสียสิทธิ์รับเสบียง บรรเทาทุกข์ไปตลอดเพราะเงินแค่นี้มันได้ ไม่คุ้มเสียเลยส่วนเรื่องที่ปั้งเกิ่งจะ โดนจับติดคุกไหมชิ้นไหวหรูไม่ค่อยกังวล เท่าไหร่ก็ปั้งเกิ่งเพิ่งจะ 13 เองแค่ ขโมยไก่ตัวเดียวขงไม่ถึงขั้นโดนจับติดคุก หรอกมั้งน่าเสียดายที่เจี่ยจางซื่อคิดไม่ ได้แบบนี้พอได้ยินฉินไหวหรูติเสธไม่ยอม รับไก่ตรงหน้าก็ตวาดแหวทันทีฉินไหวหรูนาง ตัวซวยไก่ของฉันแท้ๆทำไมแกถึงบอกว่าไม่ ใช่ฮะหรือว่าแกไม่ได้กินเนื้อไก่ก็เลยจง ใจยั่วโมโหฉัน เจี่ยจังซื่อระวังคำพูดคำจาหน่อยดูด้วย ว่านี่ที่ไหนนึกว่าตลาดสดหรือไง มาตะโกนโหวกเเหกโวยวายแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน หัวหน้าหวังได้ยินเจียจางซื่อกล้าด่าทอ กันต่อหน้าต่อตาแถมยังใช้คำล้าหลังอย่าง ตัวซวยอีกนี่มันไม่เห็นหัวหน้าสำนักงาน
Speaker A
ชุมชนอย่างเธออยู่ในสายตาเลยนี่นาไม่ใช่ ไม่ใช่ค่ะหัวหน้าหวังขอโทษด้วยนะคะฉันก็ แค่โดนฉินไหวหรูนางตัวฉันก็แค่โดนฉินไหว หรูกวนประสาทนะคะแค่ไม่ได้กินไก่ก็หาว่า นี่ไม่ใช่ของบ้านฉันหัวหน้าหวังคุณอย่าไป ฟังหล่อนนะคะหล่อนจงใจแก้แค้นฉันไก่นี่ ของบ้านฉันแหละคะคุณดูเนื้อพวกนี้สิฉัน เพิ่งกินเหลือแค่นี้เองเจี่ยจางซื่อพูด พลางจะเอื้อมือไปคว้าซ่าโครงไก่บังอาจ เจี่ยจังซื่อใครใช้ให้แตะซากโครงไก่นี่ มันของกลางนะหรือว่าคุณคิดจะทำลายหลักฐาน หัวหน้าหวังเห็นเจียจางซื่อกล้าเอื้อมมือ ไปจับซากโครงไก่โกรธจนตบโต๊ะตวาดล่านตอน นั้นเองปลอกแขนแดงที่อยู่ข้างนอกก็พุ่ง พรวดเข้ามาพอเห็นท่าทีโกรธจัดของหัวหน้า หวังทั้ง 2 คนก็รีบพุ่งเข้าไปล็อคแขน เจียจจังซื่อพร่ยหลังคนละข้างแล้วกดตัว เธอลงอย่างไม่ปราณี เจี่ยจังซื่อกล้าทำตัวกำเริบเสิร์ฟสาต่อ หน้าหัวหน้าหวังเหรอสงสัยจะไม่อยากมี ชีวิตอยู่แล้วใช่ไหมนั่นสิคิดว่าที่นี่ เป็นที่ไหนคิดจะมาอาละวาดก็ทำได้งั้นเหรอ เจิเสี่ยจางซื่อตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า จนทำอะไรไม่ถูกแขนโดนบิดจนเจ็บแบบร้องโหย หวนเหมือนหมูโดนเชือดโอ๊ยเจ็บปล่อยนะรีบ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ฉันไม่กล้าแล้วไม่กล้า แล้วจ้าไก่นั่นฉันไม่เอาแล้วไม่เอาแล้ว ถือซะว่าถือซะว่าฉันมอบให้ท่านผู้นำทั้ง หลายก็แล้วกันได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ เรื่องนี้ทำไว้จนครบแล้วเพียงสมัครสมาชิก รายเดือนที่นิยายบายมันตราเพื่อฟังนิยาย เสียงเหมาแบบบุฟเฟ่ต์ได้ทุกเรื่องเป็น ร้อยเรื่องแค่เดือนละ 98 บาทได้ที่เว็บ อิงเรมนะครับลิงก์วิธีสมัครอยู่ในช่อง คอมเมนต์ YouTube เลยครับบทที่ 26 ฉัน
Speaker A
เก็บไก่มาพอหัวหน้าหวังได้ยินเจี่ยจาง ซื่อพูดแบบนั้นความโกรธก็ยิ่งพุ่งปริโต๊ะ แทบจะพังคามือรีบสั่งให้ปลอกแขนแดง 2 คน ลากยายแก่ปากพล่อยนี่ไปขังไว้ในห้องมืด กลัวว่าถ้าทนไม่ไหวขึ้นมาจริงๆจะเผลอพุ่ง ไปฉีกปากยายเฒ่าจอมลวงโลกนี่เข้าชิ้นไหว หรูตกลงไก่นี่มันของบ้านคุณหรือเปล่าหัว หน้าหวังสูดหายใจเข้าลึกๆหลายครั้งพยายาม ข่มความโกรธที่แทบจะทะลุปรอดแล้วให้โอกาส ฉินไหวหรูอีกครั้งเธอก็รู้ว่าบ้านตระกูล ตูนเจลำบากถ้าไม่ได้เสบียงบรรเทาทุกนั่น ก็คงอยู่กันไม่รอดแล้วแต่ที่เธอไม่รู้คือ คนในเรือนหมายเลข 95 มักจะเรียเงินและ เสบียงอาหารมาช่วยตระกูลเจี่อยู่บ่อยๆแถม ฉินไหวหรูก็มักจะไปขอยืมเงินยืมเสบียงจาก เหอวิจู้และยังอาศัยเหอวิจู้ในการตักข้าว ฟรีที่โรงอาหารของโรงงานรีดเหล็กอีกต่าง หากฉินหรูรีบส่ายหน้าหัวหน้าหวังไก่นี่ ไม่ใช่ของบ้านเราจริงๆถ้าสถานการณ์บ้าน เราคุณก็รู้จะเอาธัญพืชที่ไหนไปเลี้ยงไก่ ยี่ไม่มีเงินไปซื้อไก่มากินหรอกค่ะจริงๆ แล้วเงินซื้อไก่นะเธอมีก็เพิ่งจะหน้าด้าน ไปเอาจากซาจู้มาตั้ง 20 กว่าหยวนนี่นาแต่ ตอนนี้อยู่ต่อหน้าหัวหน้าหวังก็ต้องบีบ น้ำตาคำตัวน่าสงสารเข้าไว้ในเมื่อไก่นี่ ไม่ใช่ของบ้านพวกคุณแล้วปั้งเกิ่งกับน้อง ๆไปเอาไก่ตัวนี้มาจากไหนล่ะหัวหน้าหวัง ถามด้วยสีหน้าจริงจังเป็นอย่างที่คิดไว้ ไม่มีผิดแต่ฉินไหวหรูก็ยังแกล้งทำเป็นตก ใจเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลยอะไรนะคะ หัวหน้าหวังบอกว่าปั้งเกิ่งเป็นคนเอาไก่ หนี้มาเหรอคะ ใชช่วันนี้เสี่ยวจังกับคนอื่นๆไปเห็นเด็ก 3 คนบ้านคุณแอบย่างไก่กินอยู่หลังข้าว
Speaker A
ปูนซีเมนต์แถวแถวโรงงานรีดเหล็กบนพื้นก็ มีขนไก่กับเลือดไก่ที่เพิ่งถอนใหม่ๆแถม ยังมีกองไฟที่ยังไม่ดับดีอีกมั่นใจได้เลย ว่าไก่ตัวนี้เด็ก 3 คนเพิ่งเชือดแล้วเอา มาย่างสดๆร้อนๆเลยตอนนั้นเสี่ยวจางก็ถาม ปั้งเกิ่งว่าเอาไก่มาจากไหนเขาบอกว่าเป็น ของที่บ้านพวกเขาก็เลยคิดว่าเด็ก 3 คนน่า จะแอบขโมยไก่ที่บ้านออกมาย่างกินโดยที่ ผู้ใหญ่ไม่รู้ก็เลยพาตัวมาที่นี่เพื่อจะ ถามพวกคุณให้แน่ใจว่าไก่ที่บ้านหายไปจริง ๆหรือเปล่าแต่ตอนนี้คุณก็บอกเองแล้วว่า ไก่นี่ไม่ใช่ของบ้านคุณๆคงเข้าใจความหมาย ของฉันใช่ไหมหัวหน้าหวังอธิบายอย่างอ้อม ค้อมจริงๆแล้วพวกกรอกแขนแดงอย่างเสี่ยว จังมั่นใจมาตั้งแต่แรกแล้วว่าปั้งเกิ่ง ขโมยไก่มาและตอนนี้เมื่อฉินไหวหรูยืนยัน แล้วหัวหน้าหวังก็ถือว่ามีหลักฐานมาตัว นั่นหนาตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าฉินไหวหรหู จะจัดการยังไงถึงแม้พวกจะยังไม่รู้ว่าไก่ ตัวนี้ไปขโมยมาจากบ้านไหนแต่ในเมื่อรู้ แล้วว่าเป็นไก่ที่ขโมยมาก็ต้องจากปากจาก เด็กทั้ง 3 คนได้อยู่แล้วนี่ๆจะเป็นไปได้ ยังไงคะ หัวหน้าหวังปั้งเกิ่งกับน้องๆยังเด็กอยู่ เลยจะไปขโมยไก่คนอื่นได้ยังไงแถมยังฆ่า ไก่ย่างไก่อีกเหรอคะฉินไวหรูยังคงแสร้งทำ เป็นไม่อยากเชื่อหวังจะแก้ต่างให้ลูกชาย อีกสักครั้งอันที่จริงหัวหน้าหวังก็ไม่ ค่อยอยากจะเชื่อหรอกว่าเด็กตัวแค่นี้ อย่างปั้งเกิ่งจะฆ่าไก่เป็นแต่ความจริงก็ ประจักษ์อยู่ทนโท่จะไม่เชื่อก็ไม่ได้ชิ้น ไหวหรูนี่คือความจริงปั้งเกิ่งแค่บอกว่า ไก่นี่เอามาจากที่บ้านแต่ไม่ได้ปฏิเสธนะ ว่าเขาไม่ได้เป็นคน่าแถมในที่เกิดเหตุก็
Speaker A
มีทั้งขนไก่และเลือดไก่เรื่องนี้ไม่มีทาง เป็นอื่นไปได้เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำ ตอนนี้คือสืบหาที่มาของไก่ตัวนี้ให้แน่ ชัดแล้วก็ต้องรีบไปขอโทษเจ้าทุกข์อย่า ปล่อยให้เรื่องบานปลายไม่งั้นมันจะส่งผล เสียต่อครอบครัวคุณอนาคตของเด็กๆหรือแม้ กระทั่งชื่อเสียงของชุมชนเราเลยนะหัวหน้า หวังพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดยุคนี้ใคร ๆก็อยู่กันอย่างยากลำบากเด็กตัวแค่นี้ยัง กล้าไปขโมยไก่คนอื่นโตขึ้นไปจะขนาดไหน พอได้ยินหัวหน้าหวังพูดแบบนี้ฉินไหวหรูก็ โล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่งเห็นได้ชัดว่าหัว หน้าหวังไม่อยากทำเรื่องให้เป็นเรื่อง ใหญ่แต่ก็ต้องรู้ก่อนว่าไก่นี่เป็นของ บ้านไหนจะได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า ขืนไปเจอพวกคนหัวรั้นคุยไม่รู้เรื่องเข้า หลักก็ยุ่งตายชักหัวหน้าหวังฉันขอไปพบพวก เด็กๆหน่อยได้ไหมคะถ้าเกิดพวกเขารู้เท่า ไม่ถึงการไปก่อเรื่องเข้าจริงๆฉันฉันจะ ได้ถามให้รู้เรื่องว่าไก่นี่เป็นของบ้าน ไหนพวกเราจะได้รีบไปขอโทษขอโพยเขาจะต้อง ชดใช้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามาเลยค่ะฉันยินดี จ่ายเต็มจำนวนชินไวหรูมองหัวหน้าหวังด้วย สายตาอ้อนวอนท่าทางดูสำนึกผิดอย่างจริงใจ ได้คุณไปดูพวกเขาเถอะถึงยังไงก็เป็นเด็ก แถมก่อนหน้านี้ที่เรายังไม่แน่ใจเรื่อง แหล่งที่มาของไก่เราก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร พวกเขาเลยคำพูดของหัวหน้าหวังหมายความว่า ให้ฉินไหวหรูสบายใจได้พวกเขาไม่ได้ทำอะไร รุนแรงกับเด็กๆทั้ง 3 คนซึ่งก็เป็นความ จริงพวกเขาไม่ได้ทุบตีหรือดูด่าปั้งเกิ่ง เลยแถมยังไม่ได้สอบปากคำอะไรด้วยแค่จับ พวกเขาไปขังไว้ในห้องมืดใช่และห้องมืดที่ มืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลยนั่นแหละเด็กๆ ส่วนใหญ่ก็กลัวความมืดกันทั้งนั้นและจริง ๆแล้ววิธีนี้ได้ผลดีกว่าการทุบตีหรือดู ด่าซะอีกชิ้นไหวหรูเดินเข้าไปในห้องมืด เสี่ยวจางปอกแขนแดงที่อยู่ข้างนอกก็เปิด
Speaker A
ไฟให้ตรงมุมห้องปั้งเกิ่งกับน้องๆนั่ง เบียดกันแน่นร้องให้กระซิกซิกอยู่ห้องที่ เคยมืดสนิททำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวจน ร้องให้กันแงแงตอนที่เพิ่งถูกจับเข้ามา ใหม่ๆเด็กทั้ง 3 คนก็ร้องให้เสียงดังลั่น ปั้งเกิ่งถึงกับตะโกนด่าทอด้วยซ้ำแต่น่า เสียดายที่ไม่มีใครสนใจพวกเขาเลยสุดท้าย ก็ร้องให้จนเหนื่อยเหลือแค่เรี่ยวแรง สะอื้นให้เห็นสภาพน่าสงสารของลูกๆคนเป็น แม่จะทนดูดายได้ยังไงในใจเธอรู้สึกแค้น เคืองคนของสำนักงานชุมชนอย่างมากแต่เธอก็ รู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะมาระเบิด อารมณ์ได้ต่อให้จะสงสารแค่ไหนเธอก็ทำได้ แค่อดทนไว้ปั้งเกิ่งเสี่ยวตังไหวฮวาเสียง ของฉินไหวหรูสั่นเครือจนแทบสังเกตไม่เห็น แม่ แม่จ๋า แม่ๆเสียงเรียกที่เจือด้วยเสียงสะอื้นดัง ก้องขึ้นพร้อมกันดวงตา 3 คู่ที่เอ่อคลอไป ด้วยน้ำตาหันขวาไปมองแสงแสงสว่างตรงประตู ทันทีฉินไหวหรูพุ่งเข้าไปอ้าแขนกอดร่าง เล็กๆที่สั่นเทาทั้ง 3 ไว้แน่นตกหลังรูป ไหล่ปลอบโยนเสียงเบาไม่ต้องกลัวไม่ต้อง กลัวนะแม่มาแล้วแม่มาแล้วชิ้นไหวหรูมี อะไรก็รีบๆถามค่าไฟมันแพงนะเสี่ยวจังที่ ยืนอยู่หน้าประตูพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ จ้ะๆรบกวนคุณด้วยนะคะสหายถึงแม่ฉินไหวหรู จะแค้นเสี่ยวจางจนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เธอก็ทำได้แค่ข่มความโกรธไว้แล้วเอ่ย ปากขอบคุณอย่างเกรงใจเสี่ยวจางแ่นเสียง ฮึดฮัดเดินหลบไปด้านข้างยืนฟังบทสนทนาของ 4 แม่ลูกตระกูลเจอย่างเงียบๆปั้งเกิ่ง บอกแม่มาสิไก่นั่นลูกเอามาจากไหนชินไหว
Speaker A
หรูถามขึ้นเธอตั้งใจใช้คำว่าเอามาแทนคำ ว่าขโมย ผมผมเก็บๆมาครับปังเกิ่งหลบสายตาพูดจาติด ขัดเก็บมาเหรอไปเก็บมาจากไหนถึงฉินไหวหรู จะไม่ค่อยเชื่อคำพูดของปั้งเกิ่งนักแต่ เธอก็หวังว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นความจริง ที่ก็ในลานเรือนของเรานั่นแหละครับลาน เรือน ในลานเรือนเราเนี่ยนะชิ้นไหวหรูขมวดคิ้ว แน่นใน 3 ครอบครัวที่อยู่ลานกลางดูเหมือน จะไม่มีบ้านไหนเลี้ยงไก่นี่นาครับ ปั้งเกิ่งพยักหน้าแล้วลูกรู้ไหมว่าไก่ตัว นั้นเป็นของบ้านไหนชินไหวหรูเห็นท่าทาง ของปั้งเกิ่งก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ พูดความจริงเลยลองอย่างเชิงถามดูอีกครั้ง คือผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าของใครผม เห็นมันเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านเราผม ก็เลยจับมันไว้ปั้งเกิ่งเกือบจะหลุดปาก บอกไปแล้วว่าเป็นไก่ของสวีต้าเม้าแต่เขา ก็ไหวตัวทันรีบเปลี่ยนคำพูดทันทีคราวนี้ ฉินไหวหรูมั่นใจแล้วเหรอว่าไก่นี่ปั้ง เกิ่งต้องขโมยมาแน่ๆแค่เขาไม่ยอมบอกว่า เป็นของใครแต่ในเมื่อเป็นของคนในลานเรือน เรื่องก็ง่ายขึ้นแล้วเดี๋พอกลับไปค่อยไป สืบดูว่าบ้านไหนเลี้ยงไก่แล้วไก่หายเท่า นี้ก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอถึงตอนนั้นค่อยไป ขอให้อีจงไห่คุณลุงใหญ่ไปขอโทษขอโพยด้วย กันแล้วก็ลากซาจู้ไปช่วยเป็นกันชนให้ด้วย หรืออย่างแย่ก็ให้ซาตาจู้ช่วยออกเงินค่า ปรับให้ปั้งเกิ่งลูกรักของเธอก็จะพ้นผิด แล้วไม่ใช่เหรอ พอคิดแผนออกฉินไหวหรูก็ปลอบโยนเด็กๆอีก พักหนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องมืไปหาหัว หน้าหวังเพื่อคุยเรื่องนี้ต่อแน่นอนว่าพอ ฉินไหวหรูเดินออกไปเสี่ยวจางก็ปิดไฟใน ห้องมืดลงอีกครั้งทำให้เด็กๆทั้ง 3 คนตก
Speaker A
ใจกลัวจนร้องให้แงขึ้นมาอีกฉินไหวหรูกลับ มาที่ห้องทำงานของหัวหน้าหวังแล้วเล่าบท สนทนาระหว่างเธอกับปั้งเกิ่งให้ฟังอย่าง ละเอียดแน่นอนว่าเธอคงไม่เล่าเรื่องที่ ปั้งเกิ่งเกือบจะหลุดปากคำว่าคือออกมาให้ ฟังหรอกหัวหน้าหวังฟังจบก็ไม่ได้ซักไซ้ อะไรต่อเพราะเรื่องนี้ไม่มีใครเห็นถ้ามี คนเห็นก็คงห้ามไว้ตั้งแต่แรกแล้วดังนั้น ในเมื่อปั้งเกิ่งบอกว่าเก็บมาเธอก็ไม่มี หลักฐานอะไรไปโต้แย้ง ถึงจะบอกว่าเก็บไก่มาได้แต่นั่นมันก็ของ คนอื่นตามหลักแล้วพอเก็บของคนอื่นได้ก็ ต้องถามไถ่ดูก่อนว่าของใครหายไปยิ่งเป็น ถึงไก่ตั้งตัวหนึ่งด้วยต่อให้ตอนนั้นจะหา เจ้าของไม่เจอหรือปั้งเกิ่งไม่อยากเลี้ยง ไว้ที่บ้านเขาก็เอาไปให้ตำรวจตรวจหรือเอา มาส่งที่สำนักงานชุมชนก็ได้ยังไงพวกเราก็ ต้องหาเจ้าของจนเจอละหน้าหัวหน้าหวังหยุด ไปนิดนึงก่อนจะมองฉินไหวหรูด้วยสายตาจริง จังแล้วพูดต่อว่าการเก็บของได้แล้วส่งคืน เจ้าของถือเป็นคุณธรรมอันดีงามของชนชาติ จีนเรานะจะเอาของที่เก็บได้มาเป็นของตัว เองไม่ได้ครั้งนี้เป็นแค่ไก่แต่ถ้าคราว หน้าดันไปเก็บของพวกสายลับศัตรูได้ ครอบครัวคุณจะซวยกันหมดนะบทที่ 27 ซาจู้ เป็นคนเลวหัวหน้าหวังรู้ดีอยู่แก่ใจไก่ นั่นร้อยทั้งร้อยเป็นฝีมือปั้งเกิ่งขโมย มาแน่ๆแต่ในเมื่อจับไม่ได้คาหนังคาเขาเธอ ก็ยัดเยียกข้อหาให้ไม่ได้เลยต้องพูดขู่ ให้ดูร้ายแรงเข้าไว้เพื่อให้ฉินไหวหรู ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาเธอหวังว่า พอกลับไปแล้วฉินไหวหรูจะสั่งสอนปั้งเกิ่ง อย่างจริงจังอย่าปล่อยให้เด็กคนนี้ถลำลึก ลงสู่เส้นทางอาชญากรรมไปจริงๆฉินไหวหรู ได้ยินคำพูดของหัวหน้าหวังก็ย่อมเข้าใจ ความหมายดีแต่ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ภาพเด็ก ทั้ง 3 คนที่กำลังหวาดกลัวจนน่าสงสารจับ
Speaker A
ใจคิดแต่จะพาลูกๆกลับบ้านให้เร็วที่สุด เท่านั้นหัวหน้าหวังพูดถูกข้าพอกลับบ้าน ไปฉันจะสั่งสอนแกให้ดีเลยค่ะชิ้นไหวหรู ปากก็รับคำไปอย่างนั้นแต่ในใจกลับไม่ค่อย เห็นด้วยเท่าไหร่ถ้าของพวกสายลับศัตรูมัน เก็บกันได้ง่ายๆป่านี้เขาจะเรียกว่าสาย ลับศัตรูเหรออืมกลับไปแล้วต้องสั่งสอนให้ ดีๆล่ะแล้วก็รีบสืบหาให้เจอด้วยว่าไก่ นั่นเป็นของบ้านไหนที่ทำหายไปขอโทษขอโพย เขาให้เรียบร้อยต้องชดใช้ก็ชดใช้ไปซะอย่า รอให้เขามาหาฉันถึงที่นี่ถึงตอนนั้นฉันก็ ต้องจัดการตามกฎหมายแล้วนะหัวหน้าหวัง กำชับด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้งแน่นอน ข้าแน่นอน หัวหน้าหวังวางใจได้เลยกลับไปฉันจะไปขอ ให้คุณลุงใหญ่ช่วยถามไทยทีละบ้านเลยค่ะ ว่าบ้านไหนไก่หายบ้างฉินไหวหรูก็ให้คำ มั่นอีกครั้งเรื่องนั้นไม่ต้องรีบร้อนตอน นี้หรอกหัวหน้าหวังโบกมือกว่าพวกคุณจะ กลับไปถึงคนในลานเรือนก็คงนอนกันหมดแล้ว ไว้ค่อยถามพรุ่งนี้ก็ยังไม่สายตอนนี้กลับ ไปน่าจะยังทันนะคะทุกคนน่าจะเพิ่งกินข้าว เสร็จคงยังไม่นอนกันหรอกค่ะฉินไหวหรูเป็น ห่วงลูกเลยอยากจะรีบไปให้พ้น ตอนนี้เหรอหัวหน้าหวังขมวดคิ้วน้ำเสียง เย็นชาลงทันทีคำพูดของเจี่ยจังซื่อเมื่อ กี้จงใจใส่ร้ายเจ้าหน้าที่สำนักงานชุมชน ของเราว่าทุจริตรับสินบนชัดๆเห็นแก่ที่ เป็นครั้งแรกฉันจะไม่เอาความให้ถึงที่สุด แต่ก็ปล่อยผ่านไปเฉยๆไม่ได้หรอกขังห้อง มืดสัก 2 ชั่วโมงให้ไปสำนึกผิดซะบ้างส่วน ปั้งเกิ่งกับเด็กๆเธอชะงักไปนิดกว่าสายตา มองฉินไหวหรูก็ให้อยู่ในห้องมืดไปก่อน แล้วกันหวังว่าจะจำใส่ใจไว้บ้างแต่เห็น แก่ว่าเป็นเด็กคุณเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนใน นั้นได้นะหรือถ้าอยากจะกลับไปก่อนคนเดียว ก็ได้เห็นได้ชะว่าหัวหน้าหวังยังไม่หาย โกรธยังไงก็ต้องลงโทษปั้งเกิ่งกับเจี่ย
Speaker A
จังซื่ออยู่ดีแน่นอนว่าฉินไหวหรูไม่มีทาง กลับไปคนเดียวแน่ๆอย่างแรกเลยถ้ายายแก่ เจ้าเล่ห์เจี่จางซื่อรู้ว่าเธอทิ้งแกไว้ ที่นี่แล้วหนีกลับไปคนเดียวแกจะอาละวาด ขนาดไหนแค่คิดก็สยองแล้วอย่างที่ 2 เห็น ลูกทั้ง 3 คนตกอยู่ในสภาพหวาดกลัวน่า สงสารขนาดนั้นเธอจะทิ้งไปคนเดียวได้ยังไง ล่ะดังนั้นฉินไหวหรหูเลยต้องทนนั่งกอดลูก ทั้ง 3 คนอยู่ในห้องมืดถึง 2 ชั่วโมงใน 2 ชั่วโมงนี้ฉินไหวหรูไม่ได้พูดถึงเรื่อง ที่ปั้งเกิ่งเก็บไก่ง่ายเลยเอาแต่พร่ำบ่น กรอกหูเด็กๆซ้ำแล้วซ้ำล่ะว่าก็เพราะย่า ของลูกนั่นแหละที่ปากพล่อยไปล่วงเกินหัว หน้าสำนักงานชุมชนเข้าถ้าแกไม่พูด จาซี้ซั้ว ป่านนี้พวกเราแม่ลูกได้กลับบ้านไปตั้งนาน แล้วส่วนคำสั่งของหัวหน้าหวังที่ให้สั่ง สอนปั้งเกิ่งนั้นเธอโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง ไปตั้งนานแล้วในที่สุดประตูห้องมืดก็เปิด ออกฉินไหวหรูจูงมือลูกๆออกมายืนรออยู่ หน้าประตูเจี่ยจังซื่อเดินโซเซออกมาด้วย ใบหน้าเขียวคล้ำแกไม่รู้เลยว่าหลานๆก็โดน ขังด้วยและยิ่งไม่รู้ว่าฉินไหวหรูก็ทน ทุกข์อยู่ในนั้นตั้ง 2 ชั่วโมง พอเห็นหน้าฉินไหวหรูความโกรธที่อัดอั้น อยู่ของเจียจางซื่อก็ระเบิดออกมาทันทีนาง ตัวซวยแกด่าทอด้วยเสียงแหลมปริ๊กง้างมือ ผอมแห้งเตรียมจะตกหน้าฉินไหวหรูหยุดนะ เสี่ยวจังที่ยืนอยู่ข้างๆตวัดลั่นสายตาคม
Speaker A
กริบดั่งใบมีดเจี่ยจางซื่อดูเหมือนห้อง มืดจะทำให้คุณสบายเกินไปสินะอยากจะ เปลี่ยนไปอยู่ที่ที่มันโปร่งกว่านี้ไหม ล่ะเขาจงใจเน้นคำว่าโปร่งอย่างมีความหมาย แฝง เจี่ยจางซื่อไม่กลัวความมืดแต่คำขู่ที่ บอกว่าเปลี่ยนที่ทำเอาแกหายวาบเดาได้เลย ว่าคงไม่ใช่ที่ที่ดีแน่ๆแกจึงจำใจลดมือลง สายตาหางตะจิกมองด้วยความแค้นเคืองแม่มี อะไรค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านได้ไหมจ๊ะ ชิ้นไวหรูอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนระเหย โรยเธอหิวจนไส้กิวร่างกายอ่อนปวกเปียกไป หมดอย่าจะรีบกลับบ้านไปหาอะไรลงท้องจะแย่ ถึงแม้เสี่ยวจางจะช่วยห้ามไม่ให้เจียจาง ซื่อตีเธอแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจ เลยสักนิดและไม่กล้าแสดงท่าทีอะไรออกไป ด้วยที่จริงเจี่ยจางซื่อก็หิวเหมือนกัน แต่ความแค้นที่สุ่มอกมันแผดเผาจนทรมาน กว่าถ้าไม่ใช่นางตัวซวยฉินไหวหรูฉีกหน้า แฉคำโกหกของแกคนของสำนักงานชุมชนจะขังแก ไว้จนป่านนี้เหรอ จนถึงตอนนี้แกก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัว เองถึงโดนขังนึกว่าเป็นเพราะตัวเองไปแอบ อ้างเอาโครงไก่นั่นแล้วฉินไหวหรูไม่ยอม ช่วยพูดแก้ต่างให้ทำให้หัวหน้าหวังคิดว่า แกตั้งใจจะฮุบหลักฐานที่ว่านั่นเลยโดนจับ ขังดังนั้นความแค้นที่แกมีต่อฉินไหวหรู ย่อมไม่ต้องอธิบายให้มากฟาร์มพอพ้นประตู สำนักงานชุมชนออกมาได้เจี่ยจางซื่อก็ทน ไม่ไหวอีกต่อไปเพี้ยะฝ่ามือฟาดลงบนหน้า ฉินไหวหรูอย่างแรงจนหน้าหันแสบจนชาไปหมด นางตัวซวยนางไม้กวาดหักทำให้ตรงสวีของฉัน ต้องตายยังไม่พอยังคิดจะส่งฉันเข้าคุกอีก เหรอนางงูพิษไร้หัวใจวันนี้ฉันจะตีแกให้ ตายเลยคอยดูแกด่าทออย่างส่าเสียเทเสีย พร้อมกับง้างมือจะตีอีกรอบฉินไหวหรูรีบ เบี่ยงตัวหลบยกมือขึ้นกุมแก้มร้องให้ สะอื้นแม่ฉันเปล่านะฉันทำเพื่อช่วยบ้าน เรานะฉันไม่ได้คิดจะส่งแม่เข้าคุกเลยถุย เจี่ยจังซื่อถ่มน้ำลายใส่หางตาเบิกกว้าง
Speaker A
เลิกเสแสร้งได้แล้วอย่าคิดว่าฉันแกแล้วจะ เล้อเลือนนะแกไปแอบส่งสายตาให้ไอ้ซาจู้คน โสดนั่นมาตั้งนานแล้วใช่มั้ยล่ะก็แค่รอ ให้ฉันตายแกจะได้ไปแต่งงานกับมันใช่ไหม ฉันจะบอกแกให้น้าฝันไปเถอะชินไวหรูอย่าง แกเป็นคนของตระกูลเจตายก็ต้องเป็นผีของ ตระกูลเจี่ยต่อให้ฉันตายแกก็ห้ามแต่งงาน ใหม่เด็ดขาด สายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ะหยันและอาฆาต ร้ายราวกับกระแสน้ำเย็นเยียบที่ซะเข้า ท่วมทนหัวใจของฉินไหวหรูในพริบตาปั้ง เกิ่งที่เอาแต่ฟังแม่บ่นกรอกหูในห้องมืด ว่าเป็นเพราะย่าทำให้พวกตนต้องโดนขังตอน แรกก็กัจะช่วยแม่เถียงแต่พอได้ยินย่าบอก ว่าแม่จะไปแต่งงานกับซาจู่ก็นึกถึงเรื่อง ที่โดนซาจู่เล่นงานเมื่อตอนบ่ายขึ้นมาทัน ทีเลยแทรกขึ้นด้วยความแค้นแม่จะไปอยู่กับ ไอ้ซาจู้ไม่ได้นะมันเป็นคนเลวเมื่อตอน บ่ายมันยังจะตีผมอยู่เลยเจี่ยจางซื่อกับ ฉินไหวหรูพอได้ยินว่าซาจู้จะตีปั้งเกิ่ง ก็อึ้งไปทั้งคู่ตอนแรกฉินไหวหรูก็ไม่อยาก จะเชื่อหรอกเพราะเมื่อก่อนซาจู้ดีกับปั้ง เกิ่งและน้องๆมากรักเหมือนลูกแท้ๆของตัว เองเลยแต่แล้วเธอก็นึกถึงคำพูดที่ซาจู้ ขู่เธอตอนที่บังคับขุนใจเธอเมื่อคืนนี้ เวรเอ๊ยขยับอีกทีสิลองดูว่าพ่อจะไปบีบคอ ปั้งเกิ่งให้ตายเดี๋ยวนี้เลยไหม หัวใจของฉินไหวหรูกระตุกกู่บหรือว่าเมื่อ คืนเธอจะปรนิบัติเขาไม่ดีพอหรือเป็นเพราะ วันนี้เธอทำหน้าบู่ใส่เขาเลยจงใจขู่เธอ แบบนี้ แต่เจี่ยจางซื่อกลับของขึ้นทันทีโหว่วาย ลั่นไอ้สัตจูบาเ๋ยกินดีหมีหัวใจเสือมาจาก ไหนถึงกล้ามาตีหลานฉันฉันจะไปพังหลังคา บ้านมันเดี๋ยวนี้เลย ฉินไหวหรูได้ยินเจี่ยจางซื่อพูดแบบนั้นก็ รีบร้อนรนขึ้นมาทันทีขืนไปยั่วโมโหซาจู้ เขาเกิดเขาบ้าดีเดือด่าปั้งเกิ่งขึ้นมา จริงๆจะทำยังไงห้ามให้ยายกับปากมอมมี่ไป ทำอะไรรุนแรงจนซาจู้โกรธเด็ดขาดเธอจึงรีบ
Speaker A
ดึงเจี่ยจางซื่อที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็น ไฟไว้แล้วพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ใจเย็นใจ เย็นก่อนค่อยๆคุยกันก่อนสิบางทีซาจู้อาจ จะแค่ล้อปั้งเกิ่งเล่นก็ได้นะ ปล่อยฉันนะอย่าคิดว่าฉันไม่รู้แกก็แค่ อยากจะปกป้องชู้รักของแกใช่ไหมล่ะเจี่ย จางซื่อตวาดแหม่ ฉันเปล่านะปังเกิ่งเป็นลูกฉันฉันจะทำร้าย ลูกได้ยังไงวันนี้แม่ก็เห็นแล้วถ้าแม่ไม่ จัดการให้รู้เรื่องเกิดมีเรื่องใหญ่โตตาม มาจะทำยังไงล่ะฉินไหวหรหูพยายามอธิบาย ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน้อยใจเรื่อง ใหญ่อะไร เด็กแค่นี้จะไปก่อเรื่องใหญ่อะไรได้ อีกอย่างปั้งเกิ่งของฉันโตขึ้นจะได้เป็น ขุนนางใหญ่โตสร้างชื่อเสียงให้วงตระกูลจะ ไปก่อเรื่องได้ยังไงเจียจจางซื่อเถียง อย่างข้างๆคู แม่ถามให้รู้เรื่องก่อนเถอะจ๊ะชินไวหรูก็ เหนื่อยใจเหลือเกินคุยด้วยเหตุผลกับยาย แก่จอมเจ้าเล่่นนี่ไม่ได้เลยจริงๆต้องให้ หัวหน้าหวังจะไปขังห้องมืดแบบนั้นแหละถึง จะยอมสงบปากสงบคำหึเจี่ยจังซื่อแค่นเสียง เย็นแกไม่ได้อยากจะฟังคำพูดพูดของฉินไหว หรูหรอกแกแค่อยากจะรู้ว่าหลานชายสุดที่ รักบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าจะได้ไปรีดไถ ข้าเสียหายก้อนโตจากซาจู้ปั้งเกิ่งบอกย่า มาสิไอ้ซาจู้เวรตะลายนั่นมันตีหลานยังไง เดี๋ยย่าจะไปแก้แค้นให้เอง ย่าปั้งเกิ่งนึกถึงเรื่องเมื่อตอนบ่ายก็ ยังรู้สึกหวาดกลัวไม่หายยิ่งทำให้เขา เกลียดเหอวิจู้เข้ากระดูกดำตอนบ่ายผมไป โรงอาหารของโรงงานรีดเหล็กเพื่อจะเท ซีอิ๊ว ไอ้ซาจู้มันเห็นเข้ามันก็เลยคว้าไม้กล่า นวดแปลงทอนเบอร์เริ่มปาใส่ผมดีนะที่ผม วิ่งเร็วไม่งั้นหัวแบะไปแล้วภาพไม้กะลา นวดแป้งที่ลอยละลี่แหวกอากาศมายังคงฝัง แน่นอยู่ในหัวของเขาอะไรนะไอ้ซาจู้กล้า เอาไม้กะลานวดแป้งปาใส่หลานเลยเหรอเจี่ย
Speaker A
จังซื่อก็รู้สึกเสียวสันหลังว่าเหมือนกัน ถ้าไม้กะลานวดแป้งนั่นโดนหัวหลานรักของแก เข้าล่ะก็หลานแกก็ต้องกลายเป็นคนบ้าสิถ้า เป็นบ้าแล้วจะไปเป็นขุนนางใหญ่โตได้ยังไง ถ้าไม่เป็นขุนนางใหญ่โตแล้วเจียจังซื่อ อย่างแกจะเสวยสุขตอนแกได้ยังไงบทที่ 28 ไก่อยู่ไหนชิ้นไหวหรูฟังคำบอกเล่ากึ่ง จริงกึ่งเท็จของปั้งเกิ่งหัวใจก็หล่นวูบ ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดแม้แต่ลม หายใจยังติดขัดซาจู้กระจะเอาให้ตายเลย เหรอ จะทำยังไงดีหรือว่าคืนนี้ต้องไปปนิบัติ เขาให้ดีอีกสักรอบแต่จะใช้ข้ออ้างอะไรไป ล่ะเมื่อวานเพิ่งจะไปขอยืมเงินเขามาย้าย แก่เจ้าเล่หนี่ไม่มีทางยอมให้ไปอีกแน่ๆ แต่ถ้าไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้ซาจู้โกรธ ชีวิตปั้งเกิ่งก็แขวนอยู่บนเส้นได้สิทว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ต้อง รีบจัดการยายแก่แม่ผัวที่ไม่มีสมองคนนี้ ก่อนถ้าปล่อยให้ยายแก่นนี่บุกไปหาเรื่อง ซาจู้แบบไม่คิดน่าคิดหลังด้วยนิสัยบ้า บิ่นไม่เกรงกลัวใครของซาจู้ล่ะก็ปั้ง เกิ่งปั้งเกิ่งจะได้อยู่ดูดวงอาทิตย์ขึ้น พรุ่งนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ก็ซาจู้คนนี้นะ เอาแน่เอานอนกับความคิดเขาไม่ได้หรอกนะ ถ้าเกิดเขาบ้าดีเดือดข้าปั้งเกิ่งขึ้นมา จริงๆเธอจะไปร้องให้ที่ไหนได้ล่ะต่อให้ ซาจู่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตแต่มันก็เอาชีวิต ลูกชายเธอคืนมาไม่ได้นี่ดังนั้นถึงจะโดน ซาจู้ข่มขู่บังคับให้เป็นเครื่องระบาย ความใคร่ฉินไหวหรูก็ทำได้แค่ข่มความขยะ แขยงแล้วให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ตอน นั้นเองเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยใจและ เครียดแค้นของปั้งเกิ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง ใช่ครับย่าตอนนั้นมีคนอื่นในครัวเห็นด้วย นะอ้อมีสวีต้าเมจากลานหลังด้วยไม้กะลานวด แป้งนั่นน่าจะไปโดนเขาแทนไม่ได้ต่อให้มัน ปาไม่โดนหลานรักของฉันฉันก็ต้องไปคิด บัญชีกับมันให้ได้ไอ้นางโง่สาจู้
Speaker A
ไอ้พวกไร้ลูกสืบสกุลกล้าลงมือกับหลานชาย หัวแก้วหัวแหวนของฉันเหรอ ฉันจะถลกหนังมันให้ดูถ้าไม่ยอมจ่ายมา 10 หยวนให้ฉันเอาไปซื้อแม่ไก่แก 2 ตัวมา บำรุงหลานล่ะก็เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ เจี่ยจังซื่ออยากกินไก่มานานแล้ววันนี้พอ เห็นไก่ที่เหลือตะโครมบนโต๊ะหัวหน้าหวัง ก็ยิ่งน้ำลายซะเลยกจะใช้เรื่องที่ปั้ง เกิ่งเกือบโดนตีมาเป็นข้ออ้างรีดไถเงิน จากเหอวิจู้เพื่อเอาไปซื้อไก่กินป่าก็ อ้างว่าจะเอามาบำรุงปั้งเกิ่งแต่สุดท้าย เนื้อไก่มันเยิ้มหอมฉุยพวกนั้นกว่าครึ่ง ก็ต้องตกถึงท้องของเจียจจังซื่ออยู่ดี นั่นแหละแม่แม่ไปไม่ได้นะชิ้นไหวหรูเห็น ยาแกจะไปหาเรื่องก็รีบรั้งตัวเจียจางซื่อ ไว้อย่างสุดชีวิตใส่หัวไปให้พ้นนาง แพทยศยานี่กลอบคบชู้กับไอ้หน้าโง่นั่น จริงๆใช่ไหมหา ถึงได้เข้าข้างมันขนาดนี้ ปั้งเกิ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อเคื้อยของแก นะลูกแท้ๆของแกเลยนะลูกโดนรังแกแกไม่ไป เอาเรื่องคนที่ตีลูกกลับมาห้ามฉันไม่ให้ ไปงั้นเหรอ มีแม่ที่ไหนเขาทำกันแบบนี้บ้างเจีย จังซื่อเริ่มสงสัยจริงๆแล้วว่าฉินไหวหรู กับซาจู้มี something กันไม่งั้นจะอธิบาย พฤติกรรมผิดปกติของฉินไหวหรูยังไงล่ะ เจี่ยจางซื่อด่าฉินไหวหรหูจนแทบแทรกแผ่น ดินหนีแม้แต่ปั้งเกิ่งตอนนี้ก็มองฉินไหว หรูด้วยสายตาเครียดแค้นแม่ของเขาปกป้อง ไอ้นาโง่สาจู้ผู้ชายเฮงสวยนั่นจนถึงขนาด ขัดขวางไม่ให้ย่าไปแก้แค้นให้เขาเลยชิ้น ไหวหรูรู้สึกจุกอกไปหมดความขมขื่นที่ อธิบายไม่ได้แผ่ซ่านไปทั่วใจลูกโดนตีแล้ว เธอจะไม่ปวดใจได้ยังไงแต่พวกคุณลองคิดดู
Speaker A
สิว่าทำไมซาจู้ถึงตีปั้งเกิ่งเมื่อก่อน เขาเคยโหดร้ายกับปั้งเกิ่งขนาดนี้ที่ไหน กันล่ะที่เธอต้องห้ามไม่ให้เจี่ยจางซื่อ ไปหาเรื่องซาจู้ตอนนี้ก็เพื่อปกป้องปั้ง เกิ่งทั้งนั้นนะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเธอ ทำได้แค่ใช้เรื่องที่ปั้งเกิ่งขโมยไก่มา เป็นข้ออ้าง แม่ชินไวรูแผ่เสียงดังลั่นกลบเสียงด่าของ เจียจจังซื่อแม่รู้ไหมว่าทำไมปั้งเกิ่ง กับน้องๆถึงโดนจับไปขังในห้องมืดที่สำนัก งานชุมชนวันนี้ อะไรนะหลานรักของฉันก็โดนไอ้พวกใจจืดใจดำ นั่นจับขังห้องมืดด้วยเหรอโอยหลานรักของ ย่าหลานต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหนเนี่ยพวก มันกล้าทำกับหลานรักของฉันแบบนี้ได้ยังไง รอให้หลานโตไปเป็นใหญ่เป็นโตเมื่อไหร่จะ จับพวกมันไปยิงเป้าให้หมดเลยพอเจี่ยจาง ซื่อรู้ว่าปั้งเกิ่งก็โดนขังห้องมืด เหมือนกันก็หันไปเครียดแค้นสำนักงานชุมชน ทันทีส่วนเสี่ยวตันกับไหวฮาที่โดนขังด้วย กันกลับถูกลืมไปราวกับไร้ตัวตนใช่โตขึ้น ไปเป็นขุนนางใหญ่โตเมื่อไหร่ผมจะจับพวก มันไปยิงเป้าให้หมดเลยปั้งเกิ่งยังฝังใจ กับความบอบช้ำทางจิตใจที่ได้รับจากห้อง มืดเมื่อกี้เลยพล่อยเกล็ดชางเจ้าหน้าที่ สำนักงานชุมชนทุกคนที่จับเขาไปคั้งในใจ สาบานเลยว่าโตขึ้นจะต้องจับพวกนั้นไปยิง เป้าให้หมดหุบปากเด็กบ้าพูดจะเหลวไหลอะไร เนี่ยชินไวหรูหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ตวัดใส่ปั้งเกิ่งเสียงเขียวนี่ยังเดินออก มาจากสำนักงานชุมชนได้ไม่เท่าไหร่เลยนะแก ไม่กลัวพวกนั้นจะได้ยินหรือไงเธอใจหายใจ คว่ำรีบหันขวาไปมองตรอกมืดๆข้างหลังก็ กลัวว่าคนของสำนักงานชุมชนจะได้ยินที่ ปั้งเกิ่งพูดนสิถ้าเป็นแบบนั้นปั้งเกิ่ง คงโดนพวกกรอกแขนแดงหมายหัวไว้แน่ๆแล้วพวก นั้นก็คงหาเรื่องมาวุ่นวายกับปั้งเกึ่ง ไม่หยุดหย่อนชัวร์ส่วนเจื่อน่ะเหรออยาก ด่าก็ด่าไปเถอะให้ดีก็ด่าให้ชาวบ้านชาว ช่องรู้กันไปทั่วเลยจะได้โดนจับขังลืมไป
Speaker A
เลยยิ่งดีปั้งเกิ่งพอโดนแม้เตือนสติก็ เหงื่อแตกพลักรีบหันกลับไปมองข้างหลังว่า มีคนของสำนักงานชุมชนตามมาหรือเปล่าไม่ ต้องมองแล้วถ้าพวกนั้นได้ยินป่านนี้แกคง ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอกทีนี้รู้ตัวว่า กลัวแล้วสิเมื่อกี้ทำไมถึงปากเก่งนักล่ะ ฉินไหวหรูพูดอย่างเหลืออดฉินไหวหรูหุบปาก ไปเลยนะแกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนหลานรัก ของฉัน คนของสำนักงานชุมชนแล้วไงล่ะคนสำนักงาน ชุมชนห้ามคนอื่นพูดหรือไงจริงๆแล้วเมื่อ กี้เจี่ยจางซื่อก็แอบตกใจกับคำพูดของฉิน ไหวหรูเหมือนกันตอนที่ฉินไหวหรหูสั่งสอน ปั้งเกิ่งก็เลยเงียบปริดไม่กล้าปริปากแต่ พอฉินไหวหรหูบอกว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลัง ก็กลับมากำเริบเสิร์ฟสาอีกครั้งแม่พูด น้อยๆหน่อยเถอะมาคุยเรื่องปั้งเกิ่งกัน ก่อนดีกว่าถ้าแม่ยังมัวแต่วุ่นวายเรื่อง อื่นปั้งเกิ่งได้ซวยเพราะแม่จริงๆแน่ ชิ้นไหวหรูเกลียดอีายตัวป่วนนี่ข้าวไส้ จริงๆวันๆไม่ทำอะไรเอาแต่กินกับสร้าง เรื่องเมื่อกี้ถ้าคนของสำนักงานชุมชนตาม มาอยู่ข้างหลังจริงๆเธอโดนจับเข้าไปคน เดียวก็แล้วไปเถอะแต่ปั้งเกิ่งก็ต้อง พร้อยซวยไปด้วยน่ะสิฉินไหวหรูแกอย่ามาพูด จาเหลวหลายกล้ามานินทาฉันต่อหน้าหลานรัก ของฉันหรือฉันจะไปทำร้ายหลานฉันได้ยังไง เจี่ยจังซื่อได้ยินฉินไหวหรูหาว่าตัวเอง จะทำให้ปั้งเกิ่งตายก็เต้นผางทันทีไม่ใช่ ว่าแกรักห่วงใยความปลอดภัยของปั้งเกิ่ง อะไรนักหนาหรอกแต่กลัวปั้งเกิ่งจะหูเบา เชื่อคำพูดของฉินไหวหรูแล้วต่อไปจะไม่รัก ย่าคนนี้โตขึ้นมาก็จะไม่เลี้ยงดูแกน่ะสิ ส่วนประโยคติดปากที่ว่าหลานฉันโตขึ้นจะ ได้เป็นขุนนางใหญ่โตนั่นเหรอความจริงแล้ว แม้แต่ตัวแกเองก็ยังไม่เชื่อเลยแกก็แค่ พูดเอาใจปั้งเกิ่งใช้คำหวานๆหลอกล่อให้ ปั้งเกิ่งหลงรักจะได้ผูกขาดความกตัญญูของ ปั้งเกิ่งไว้กับตัวถึงแกจะไม่รู้จักคำว่า ผัวก็เถอะเพราะงั้นพอได้ยินคนมาพูดจาใส่
Speaker A
ร้ายเป่าหูให้ปั้งเกิ่งเกลียดแก้นผางเป็น เจ้าเข้าแบบนี้ไงฉินไหวหรูไม่ได้คิดลึก ขนาดนั้นเธอคิดแค่ว่าแม่ผัวเป็นห่วงหลาน จริงๆก็เลยต้องอดทนอธิบายให้ฟังแม่ฟังฉัน พูดให้จบก่อนได้ไหม วันนี้ปั้งเกิ่งขโมยเก็บไก่มาด้วยตัวนึง ไก่ตัวนี้เป็นของคนในลานเรือนเราตอนนี้ เจ้าของเขายังไม่รู้ว่าปั้งเกิ่งขโมยเก็บ ไก่ไปพรุ่งนี้เราต้องไปขอให้อี้จงไหคุณ ลุงใหญ่ช่วยถามไทยดูว่าบ้านไหนไก่หายถึง ตอนนั้นเราก็ต้องชดใช้เงินให้เขาไม่ใช่ เหรอ ถ้าให้ซาจู้เป็นคนออกเงินก้อนนี้ให้มัน ไม่ดีกว่าเหรอเหรอ ถ้าตอนนี้แม่ไปมีเรื่องกับซาจู้ เขาจะยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินให้เราอีก เหรอชิ้นไหวหรูพรั่งพรูความคิดของตัวเอง รวดเดียวจบเธอระแวงจริงๆว่ายายตัวก่อกวน นี่จะพ่นคำพูดไร้สาระออกมาไม่หยุดหย่อน อะไรนะปั้งเกิ่งเก็บไก่มาได้ตัวนึงงั้น เหรอดวงตาฟ้าฟางของเจียจางซื่อเปล่ง ประกายความโลภขึ้นมาทันทีหันขวับไปจ้อง ปั้งเกิ่งเขม็งรีบถามเสียงหลงไก่อยู่ไหน ฉินไหวหรูคิดในใจว่านั่นไงล่ะยายแก่ตะกะ นี่รู้จักแต่เรื่องกินจริงๆเวลาหน้าสิว หน้าขวานขนาดนี้ยังจะห่วงเรื่องกินอยู่ อีกไม่รอให้ปั้งเกิ่งตอบฉินไหวหรูก็ชิง ตอบก่อนว่าซ่าไก่บนโต๊ะหัวหน้าหวังนั่น แหละจ้ะอะไรนะปั้งเกิ่งไอ้หลานล้างผลาญ กินไก่ทั้งทีไม่รู้จักเหลือไว้ให้ย่ากิน บ้าง ดันเอาไปให้ 2 อีเด็กเหลือขอกินซะได้ผู้ จบก็หันไปตวาดใส่เสี่ยวตังกับไหวฮวาพวกแก 2 คนนังตัวขาดทุนกล้าดีกินไก่ของฉันเหรอ ฉันจะทำโทษพวกแกไม่ให้กินข้าว 3 วัน
Speaker A
เด็กหญิงทั้งสองคนเดิมทีก็กลัวหน้าตาดู ร้ายของเจียจังซื่ออยู่แล้วพอยิ่งมาได้ ยินว่าจะไม่ได้กินข้าวถึง 3 วันในที่สุด ก็ทนไม่ไหวปล่อยโฮออกมาด้วยความหวาดกลัว สิ้นหวังและไร้ที่พึ่งบทที่ 29 เดี๋ยวนี้ ไม่อายฟ้าอายดินกันแล้วใช่ไหม ฉินไหวหรูแค้นแม่ผัวคนนี้จนแทบจะกินเลือด กินเนื้อไม่เพียงแต่ห่วงกินยังมาข่มขู่ ลูกสาวตัวน้อย 2 คนของเธออีกแม่เสียงของ ฉินไหวหรูเจอความเหนื่อยล้าและอารมณ์โกรธ ที่พยายามกดไว้ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือต้องคิดว่าจะชดใช้ค่าไก่ให้เขาได้ยัง ไงต่างหากล่ะเจี่ยจางซื่อถลึงตาใส่เท้า เอวน้ำลายแทบจะกระเด็นรดหน้าฉินไว้รู้ชด ใช้อะไรล่ะไก่นั่นปั้งเกิ่งเก็บมาได้ใคร เก็บได้ก็ต้องเป็นของคนนั้นสิอีกอย่างตอน นี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าปั้งเกิ่งเก็บไก่ ได้ถ้าเราไม่บอกแล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าปั้ง เกิ่งเก็บไก่มาเจี่ยจางซื่อพูดอย่างหน้า ไม่อายแถมยังหันไปกำชับทุกคนในครอบครัว ว่าจำคำฉันไว้ให้ดีนะวันนี้บ้านเราไม่มี ใครเห็นไก่ทั้งนั้นฉินไหวหรูยิ้มอย่างจน ใจคนของสำนักงานชุมชนเขารู้กันหมดแล้วหัว หน้าหวังก็บอกไว้แล้วด้วยว่าท่าบ้านที่ ไก่หายไปโวยวายถึงสำนักงานชุมชนเขาจะจัด การตามกฎหมายถึงตอนนั้นปั้งเกิงจะโดนลง โทษหนักกว่าถูกคังห้องมืดแน่นอน จะล่าไปยิงเป้าหรือไงเจี่ยจังซื่อแค่น เสียงดูถูกร่างอ้วนเผละส่ายไปมาทำหน้าตา ไม่ยี่ล่ะปั้งเกิ่งยังเด็กแค่นี้แค่กิน ไก่ไปตัวเดียวจะต้องทำเรื่องเล็กให้เป็น เรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ ย่าผมไม่อยากโดนขังห้องมืดอีกแล้วฮือๆผม ไม่อยากไปห้องมืดอีกแล้วฮือๆพอปั้งเกิ่ง
Speaker A
ได้ยินฉินไหวหรูบอกว่าไม่ใช่แค่โดนขัง ห้องมืดนั่นหมายความว่าจะโดนจับไปขังใน ที่ที่น่ากลัวกว่านั้นปราการในใจก็พัง ทลายลงทันทีเขาตกใจกลัวจนวิญญาณแทบหลุด ออกจากร่างโผล่เข้ากอดขาเจียจจางซื่อน้ำ มูกน้ำตาไหลเปรอเปื้อนเต็มหน้าหึตอนกิน ไก่ไม่ยากกันนึกถึงย่าพอตอนนี้ดันนึกถึง ขึ้นมาเชียว ไอ้คนเนรคุณย่าอุตส่าห์รักแกเสียเปล่าใน สายตาของเจียจางซื่อมีแต่ความริษยาแค้น เคืองไม่มีความสงสารปั้งเกิ่งเลยแม้แต่ น้อยแม่ฮือปั้งเกิ่งเห็นหญ้าพึ่งไม่ได้ก็ โผล่ไปหาฉินไหวรู้แทนกอดขาเธอไว้แน่นแม่ ช่วยผมด้วยผมไม่อยากไปห้องมืดแม่เสียง ร้องไห้ของเด็กชายดังก้องบาดหูท่ามกลาง ความมืดมิดที่เย็นใหยเยือกฉินไหวหรูมอง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความสงสารแล้ว ปลอบประโลมว่าปังเกิ่งไม่ต้องห่วงพรุ่ง นี้เช้าแม่จะไปหาคุณลุงใหญ่ให้เขาช่วยถาม ดูว่าบ้านไหนไก่หายถึงตอนนั้นค่อยให้อาซา ของลูกไปขอโทษเขาแทนพูดจาดีๆกับเขาเขา เห็นแก่หน้าคุณลุงใหญ่กับอาซาของลูกคงไม่ เอาเรื่องหรอกถึงในใจปั้งเกิ่งจะไม่อยาก ให้แม่ไปยุ่งเกี่ยวกับซาจู้แต่พอได้ยิน ว่าซาจู้จะช่วยออกหน้าไปขอโทษแทนเขาจึงจำ ใจรับปากเรื่องไก่พอจะแก้ไขปัญหาเฉพาะ หน้าไปได้ครอบครัวเจี่ยจึงเดินกลับเรือน 4 ประสานกันอย่างเงียบๆแต่เจี่ยจางซื่อกลับ ไม่หยุดปากบ่นด่าไปตลอดทางคำด่าทอแสนหยาบ คายราวกับเข็มเคลือบยาพิษทิ่มแทงฉินไหว หรูและเด็กๆอย่างไม่ปราณีมีโดยเฉพาะฉิน ไหวหรูที่โดนด่าซ้ำไปซ้ำมาว่าเล่นชู้กับ ซาจู่หรือคบชู้กับผู้ชายอื่นจนฉินไวหรูตา แดงก่ำได้แต่กัดริมฝีปากล่างแน่นปล่อยให้ น้ำตาแห่งความอดสูไหลรินลงมาอับแก้มท่าม กลางลมหนาวอย่างเงียบงันพอกลับมาถึงเรือน 4 ประสานก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนเด่นเป็น สง่าอยู่หน้าประตูห้องโถงกลางใต้แสงไฟ
Speaker A
สลัวดูเหมือนว่ากำลังรอพวกเขาอยู่ไม่ต้อง เดาก็รู้ว่าเป็นซาจู้แน่ๆเจี่ยจางซื่อรู้ ตัวดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาอาละวาดใส่ ซาจู้ยังต้องพึ่งเงินเขาชดใช้ค่าไก่อยู่ ดวงตาขุ่นมัวกรอกไปมากลืนคำด่าทอที่ เตรียมไว้ลงคอทำได้เพียงแค่พ่นลมหายใจออก ทางจมูกอย่างแรงส่วนฉินไหวหรูก็คิดหนัก เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้ซาจู้เต็มใจ หรือแม้กระทั่งเสนอตัวเป็นคนออกเงินค่า ไก่นี้เองพอเห็นเขายืนรออยู่ที่ประตูในใจ เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดและระแวงขึ้นมาจึง แกล้งทำเป็นเงียบถึงปั้งเกิ่งจะยอมให้แม่ ไปขอให้ซาจู้ช่วยออกหน้าไปขอโทษแทนแต่พอ นึกถึงที่ย่าดับไปตลอดทางว่าแม่กับซาจู่ เป็นชู้กันบวกกับเรื่องที่ซาจู่เอาไม้ กะลานวดแป้งปลาใส่เมื่อตอนบ่ายในตรงอาหาร เขาก็ยิ่งเกลียดซาจู้เข้าไส้ส่วนเสี่ยว ตังกับไหวฮอ 2 พี่น้องตอนนี้ในหัวมีแต่ เรื่องความหิวโหยที่จะต้องทนไปอีก 3 วัน เต็มๆจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดเรื่องอื่นเหอ วิจุมองดูท่าทีเย็นชาของครอบครัวนี้แล้ว ก็ลอบหัวเราะในใจเขาไม่รู้สึกผิดสักนิด ที่คมคืนฉิ้นไหวหรูเมื่อวานไม่รู้สึกผิด วันนี้ไม่รู้สึกผิดแล้ววันหน้าก็จะไม่รู้ สึกผิดอีกอย่างโร่เจียโหมของฉินไหวหรูเขา ต้องได้กินต้องได้กินแค่คนเดียวด้วยแล้ว ต้องให้เธอมาเสนอตัวขอให้เขากินเองด้วย ดวงตากรอกไปมาเเหอวิจู้ก็หันหลังเดินกลับ เข้าบ้านไปสักพักก็ออกมาใหม่ในมือมีมัน ฝรั่งลูกใหญ่เท่ากำปั้นเพิ่มมา 1 ลูกเขา เดินไปที่หน้าประตูบ้านตระกูลเจี่ยที่ปิด สนิทกระแอมเบาๆแล้วตะโกนผ่านช่องประตูว่า พี่ฉินออกมาหน่อยมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย จู้จึมีอะไรไว้คุยพรุ่งนี้เถอะนะพี่หิวมา
Speaker A
ทั้งคืนข้าวอย่าไม่ได้ตกถึงท้องสักเม็ดขอ ตัวไปหาอะไรกินรองท้องก่อนนะเสียงของฉิน ไหวหรูดังมาจากข้างในเจี่ยจางซื่อก็จ้อง เขม็งไปที่ฉิหินไหวหรูที่กำลังวุ่นวาย อยู่ในครัวด้วยสายตาอันตรายเธอเริ่มั่นใจ ขึ้นเรื่อยๆว่าข้อสันนิษฐานของเธอถูกต้อง ซาจู้กับลูกสะใภ้เธอต้องมีอะไรกันแน่นๆ่ พี่ฉินเรื่องที่ฉันจะพูดมันสำคัญมากนะถ้า พี่ไม่ออกมาพรุ่งนี้ปั้งเกิ่งอาจจะโดนจับ ไปเลยนะเหอวิจู้แค่นเสียงเย็นชาอะไรนะ ปั้งเกิ่งจะโดนจับหรือว่าซาจู้รู้เรื่อง ที่ปั้งเกิ่งขโมยไก่แล้ว หัวใจของฉินไหวหรูหล่นวูบราวกับถูกมือ เย็นเฉียบกระชากบีบใบหน้าซีดเผือดในพริบ ตาเธอทำถ้าจะพุ่งออกไปถามให้รู้เรื่องแต่ พอก้าวออกจากครัวก็โดนเจางซื่อตวัดใส่จะ ไปไหน นี่เห็นฉันตายไปแล้วหรือไงเดี๋ยวนี้ไม่ อายฟ้าอายดินกันแล้วใช่ไหม ซาจู้บอกว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวพันถึงปั้ง เกิ่งนะชินไวหรูร้อนใจจนทนไม่ไหวยายแก่คน นี้ไม่สนใจชีวิตคนอื่นเลยจริงๆพูดจบเธอก็ ไม่สนใจเสียงด่าทอของเจียจางซื่อที่ดัง ไล่หลังมารีบวิ่งไปเปิดประตู จู้จึมีอะไรเหรอปั้งเกิ่งบ้านฉันไปทำอะไร มาชิ้นไว้รู้ถามอย่างลุกลี้ลุกลนหัวใจ เต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกนอกอกเธอสงสัยว่า ซาจู้รู้เรื่องปั้งเกิ่งขโมยไก่แต่ก็ไม่ กล้าแสดงพิรุธออกไปก่อนเผื่อว่าเขาจะหมาย ถึงเรื่องอื่นล่ะถ้าเป็นอย่างนั้นก็เท่า กับประเคนจุดอ่อนให้เขาเพิ่มอีกนะสิที่ ฉินออกมาข้างนอกหน่อยเรื่องนี้อย่าให้คน รู้เยอะจะดีกว่าเหอวิจู้จงใจปลายตามอง เข้าไปในบ้านตระกูลเจ็บเป็นในๆฉิไหวหรู พยักหน้าหันไปปิดประตูแล้วเดินตามเหอ วิจู้ไปหลบมุมมืดๆลับตาคนข้างกำแพงเงาของ ความมืดช่วยบดบังพวกเขา 2 คนไว้ได้อย่าง ดีพ่อหยุดยืดยืนเหอวิจู้ก็ยัดมันฝรั่งลูก
Speaker A
ใหญ่ใส่มือฉินไหวหรูที่ฉินกินรองท้องไป ก่อนสิฉินไหวหรูไม่ได้เกรงใจอะไรเธอไม่ เคยรู้สึกตะขิดตะขวงใจกับการรับของจากเหอ วิจู้อยู่แล้วชิ้นไหวหรูหยิบมันฝรั่งขึ้น มากัดกินแค่คำแรกที่แตะลิ้นความหวาละมุน เข้มข้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็ระเบิดซ่า ไปทั่วปากรสชาติช่างล้ำเลิศเกินบรรยายนี่ คือมันฝรั่งที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เธอ เคยกินมาเลยแถมเนื้อสัมผัสก็เนียนนุ่มไม่ ฝืดคอเลยแม้แต่น้อยแทบจะละลายในปากด้วย ซ้ำชิ้นไหวหรูลืมเรื่องที่จะถามเหอวิจู้ ไปเสียเธอกินเอาอย่างตะกลัดตะกรามด้วย ความหิวโยบวกกับความอร่อยล้ำทำให้เธอลืม ไปเลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหนลืมไปเลยว่าข้าง กายยังมีเหอวิจู้ที่จ้องมองเธอราวกับเสือ ร้ายราวกับว่าทั้งโลกใบนี้เหลือเพียงมัน ฝรั่งแสนวิเศษในมือเธอเท่านั้นเฮอี่จู้ ขยับเข้าไปด้านหลังเธอภายใต้ความมืดมิดใบ หน้าของเขาเผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะเขาทาบ ทับร่างลงไปอย่างเงียบเชียบ 2 แขนโอบรัส รอบเอวคลอดของฉินไหวหรูจากด้านหลังฝ่ามือ หนาสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อบุวมบางๆอย่างช่ำ ชองลูบไลขึ้นไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียด อย่างแม่นยำแล้วประกอบกุมความนุ่มหยุ่น อวบอิ่มทั้งสองเต้าไว้ร่างของฉินไหวหรู เกร็งสถานหยุดเคี้ยวไปชั่วขณะแต่รสชาติ อันแสนวิเศษที่ยังติดค้างในปากรวมถึงผล ประโยชน์ที่อาจจะได้จากของกินล้ำค่านี้ เปรียบเสมือนตาข่ายไร้รอยต่อที่รัดปรึง ความต้านทานของเธอไว้ช่างเถอะยังไงซะ เรื่องที่ไม่ควรเกิดมันก็เกิดไปแล้วโดน จับนิดจับหน่อยจะเป็นไรไปขอแค่ขอแค่ต่อไป ยังได้กินของอร่อยๆแบบนี้อีกร่างกายที่ แข็งทื่อของเธอค่อยๆผ่อนคลายลงยอมแม้ กระทั่งเอนตัวพิงแผนนอกกว้างนั้นเล็กน้อย ก้มหน้าก้มตากัดกินมันฝรั่งแสนอร่อยต่อไป ปล่อยปล่อยปลเลให้มือซุกซนนั้นทำตามใจชอบ อย่างเงียบๆเหอวิจู้ไม่พูดอะไรเพียงแต่
Speaker A
กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นวางคางเกยบนลาด ไหล่สัมผัสถึงความโอนอ่อนและยอมจำนนของ หญิงสาวในอ้อมแขนกลิ่นหอมหวานของมันฝรั่ง ผสมผสานกับกลิ่นสบู่จางๆจากตัวเธอลอยอวน เตะจมูกหลังจากการมันฝรั่งลูกใหญ่ไปครึ่ง ลูกฉินไหวหรูก็เริ่มรู้สึกตัวเธอหยุดกิน กะทันหันก็จะเก็บอีกครึ่งลูกที่เหลือไว้ ให้ปั้งเกิ่งกินทำไมไม่กินต่อล่ะลมหายใจ อุ่นร้อนของเหอวิจู้รินรดใบหูน้ำเสียง ทุ้มต่ำแสงความเกลียดคร้านวงแขนยังคงโอบ กอดเธอแน่นนิ้วมือซุกซนก็ไม่ได้มีทีท่า ว่าจะหยุดพักเลยแม้แต่น้อยฉินไหวหรูได้ สติกลับมาเต็มเปี่ยมตระหนักได้ว่า สถานการณ์ของทั้งคู่ในตอนนี้มันอันตราย แค่ไหนนี่มันลานเรือนนะถึงจะมืดแต่ถ้ามี คนมาเห็นเข้าล่ะเธอสะดุ้งสุดตัวใบหน้า เห่อร้อนขึ้นมาทันทีเธออยากจะดิ้นหนีแต่ ก็ไม่กล้าออกแรงมากกลัวจะไปทำให้เขาโกรธ แล้วพานไปลงกับปั้งเกิ่งเข้าทำได้เพียง ข่มความอับอายและหวาดกลัวไว้กระซิบเสียง สั่นเครือแกมขอร้องจู้จื่อเธอเธอปล่อยฉัน ก่อนเถอะเถอะได้ไหมขืนทำแบบนี้เดี๋ยวมีคน มาเห็นเข้า แบบนี้ก็ดีออกหนี้กอดกันไว้อุ่นดีเหอวิจุ ไม่ยอมปล่อยแถมยังรัดแน่นขึ้นกว่าเดิมน้ำ เสียงราบเรียบไร้อารมณ์กิมันฝรั่งแค่ ครึ่งลูกก็อิ่มแล้วเหรอฉินไหวหรูใจหายวาบ เธอไม่ได้อิ่มหรอกแค่อยากจะเก็บไว้ให้ลูก ชายกินแต่เธอจะบอกความจริงไปได้ยังไงขืน พูดออกไปซาจุต้องโกรธแน่ๆเธอจึงจำต้อง เออกไปตามน้ำอึมอึมอิ่มแล้วจ้ะแค่นี้ก็ อิ่มแล้วเหรอน้ำเสียงของเหอวิจู้แฝงความ เสียดายอย่างจงใจน่าเสียดายจังฉันยังมี ไข่ต้มอีก 2 ใบนะก็จะให้พี่กินแถบยังไม่ อิ่มแต่ในเมื่ออิ่มแล้วก็ช่างเธอเก็บไว้ ให้อวี่สุ่ยกินตอนเช้าดีกว่าไข่ต้มชิ้นไว รู้แทบจะคลั่งไอ้ซาจู้บ้ามีไข่ต้มก็ไม่ รีบเอาออกมาแต่แรกเมื่อกี้ก็แค่เอามัน
Speaker A
ฝรั่งให้เธอกินงั้นเหรอจงใจชัดเหลวร้าย ที่สุดความอยากอาหารที่พลรุ่งพล่านขึ้นมา อย่างรุนแรงกดทับความคิดอื่นๆไปจนหมดสิ้น เธอพล่งออกมาอย่างลืมตัวอย่าเพิ่งจู้จื่อ ไข่แก้ต้มให้ให้พี่ได้ไหมพี่พี่จำไม่ได้ แล้วด้วยซ้ำว่ารสรสชาติไข่ต้มมันเป็นยัง ไงน้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความกระตือ หรือร้นและประจบประแจงโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ รู้ตัวเลยได้สิเหอวิจุเหมือนจะรอคำนี้ อยู่แล้วตอบรับทันควันพร้อมกับพลายอ้อม กอดออกมือซุกซนก็พละออกไปเช่นกันงั้นตาม ฉันไปเอาที่บ้านสิพูดจบเขาก็ทำแท่าจะหมุน ตัวเดินกลับเข้าบ้านแต่ฉินไหวหรูกลับยืน ตัวแข็งทื่อราวกับถูกตอกตะปูตรึง่งไว้กับ ที่การเดินตามเขาเข้าบ้านหมายความว่ายัง ไงเธอรู้ดีที่สุดถึงแม้ลึกๆในใจจะถูกปลุก เร้าความปรารถนาที่ซ่อนเร้นขึ้นมาบ้าง แล้วก็ตามแต่พอพอนึกถึงใบหน้าแก่ๆของ ซาจู้เธอก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันที ยิ่งไปกว่านั้นในบ้านยังมีแม่ผัวตัวร้าย รอเธออยู่อีกบทที่ 30 สงสัย ทำไมยังไม่ไปอีกล่ะเหอวิจู้ขมวดคิ้วน้ำ เสียงเย็นชาท่ามกลางความมืดฉินไหวหรูมอง ไม่เห็นสีหน้าของเหอวิจู้เลยแม้แต่น้อย แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้เธอหนาวสั่นไป ทั้งตัวจู้จื่อเสียงของเธอแผ่วหวิวสั่น เครือด้วยความเมวอนฉันแม่ผัวฉันยังรออยู่ ที่บ้านนะเธอปล่อยฉันไปไม่ได้เหรอเหรอ เข้าบ้านไปก่อนน้ำเสียงเด็ดขาดและไม่ อนุญาตให้ปฏิเสธของเหอวิจู้ทำให้ฉินไวหรู รู้สึกสิ้นหวังเธอรู้ดีว่าตอนนี้ต่อให้ ไม่เอาไข่ต้มเหอวิจู้ก็คงไม่ปล่อยเธอไป ง่ายๆแน่ฉินไหวหรูกัดฟันเดินตามเข้าบ้าน ตระกูลเหอครั้งนี้เธอไม่ได้เป็นคนปิด ประตูแต่เหอวิจู้จะยอมให้เป็นอย่างนั้น ได้ยังไงถ้าไม่ปิดประตูเขาจะสั่งสอนแม่ ดอกบัวขาวคนนี้ได้ยังไงล่ะหลังจากปิด ประตูเหอวิจู้ก็เดินเข้าโครหยิบไข่ต้มฟอง
Speaker A
หนึ่งที่เหอวี่สุ่ยกินไม่หมดออกมารับไปสิ ฉินไหวหรูไม่กล้ายื่นมือไปรับทำไมไม่เอา แล้วเหรอ ฉินไหวหรูถึงได้เงยหน้าขึ้นมองเหอวิจู้ แต่เพียงแวบเดียวก็ทำให้เธอต้องตกตะลึง นี่คนๆนี้คือซาจู้งั้นเหรอ คือชายโสดแก่ๆรูปร่างเผละหน้าตามันย่อง ที่มักจะทำให้เธอรู้สึกแขยงคนนั้นในความ ทรงจำงั้นเหรอ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นชาย หนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาคมคาย ชัดๆผ่าภายใต้แสงไฟสลัวโครงหน้าของเขา เด่นชัดแววตาคมกริบทั้งเนื้อทั้งตัวแผ่ ซ่านไปด้วยความมีชีวิตชีวาแบบที่เธอไม่ เคยเห็นจากซาจู้มาก่อนเลยความรู้สึกเหลือ เชื่ออย่างรุนแรงพุ่งเข้าจู่โจมเทอร์ฉิน ไหวหรูปากคอสั่นโพล่งถามออกไปว่าเธอเธอ เธอคือซาจู้จริงๆเหรอน้ำเสียงเต็มไปด้วย ความหวาดหวั่นและไม่อยากจะเชื่อฉันไม่ใช่ ซาจู้เหอวิจุตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง จ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบดั่งเปลวเพลิง พอเห็นฉินไหวหรูหน้าซีดเผือดเขาก็เหยียด ยิ้มมุมปากเผยรอยยิ้มที่มีแววล้อเลียนฉัน คือเหอวิจู้พี่ฉิงเดี๋ยวนี้กล้าเรียกฉัน ว่าซาจู้ต่อหน้าเลยเหรอคิดว่าฉันมันซื่อ บื้อหลอกง่ายมากงั้นสิฉินไหวหรูใจหายวาบ หรือว่าเขารู้แล้วว่าที่ผ่านมาเธอหลอกเขา มาตลอดมีหน้าล่ะเขาถึงได้ทำกับเธอแบบนั้น ไม่ใช่นะจู้จื่อเธอรีบปฏิเสธและล่ำลัก เสียงร้อนรนจนผิดเพี้ยนพี่ไม่เคยหลอกเธอ เลยจริงๆนะเธอต้องเชื่อพี่สิพี่ถึงขั้น ถึงขั้นยอมมีอะไรกับเธอแล้วพี่จะหลอกเธอ ได้ยังไงในยามหน้าสิวหน้าขวานเธอยกเอา เรื่องเมื่อคืนมาอ้างเพื่อพิสูจน์ความ บริสุทธิ์ใจโดยลืมไปสนิทเลยว่าเมื่อคืน เธอโดนขืนใจความจริงแล้วตอนนี้ฉินไวหรูก็ เต็มใจจะอยู่กับเหอวิจู้คนนี้แล้วล่ะ เพราะเหอวิจู้ในตอนนี้หล่อเหลาเกิน มาตรฐานของเธอไปมากดูดีกว่าเจี่ตงซวี่ ตั้งเยอะยิ่งไปกว่านั้นลีลาบนเตียงของเหอ
Speaker A
วิจู้เมื่อคืนก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขา ไม่ได้ไร้น้ำยาเหมือนเจตงซวี่ พี่ฉินเหอวิจุโน้มตัวลงมาเล็กน้อยใบหน้า ที่หล่อเหลาเกินจริงนั้นประดับด้วยรอย ยิ้มกึ่งบึ้งตึงในตาลึกล้ำราวกับจะมอง ทะลุเข้าไปในจิตใจฉันยังไม่ได้บอกเลยนะ ว่าพี่หลอกฉันแล้วพี่จะร้อนตัวไปทำไมรอย ยิ้มนั้นราวกับมีมนต์สะกดประหลาดทำให้หัว ใจฉินไหวหรูเต้นผิดจังหวะแรงดึงดูดที่ไม่ คุ้นเคยและย่าจะต้านทานทำให้เธอเริ่มจะ ถลำลึกจู้จื่อเธอหายใจหอบทีพวงแก้มทรัพย์ สีละเรื่อยอย่างไม่เป็นธรรมชาติที่แค่ เห็นเธอเปลี่ยนไปแบบนี้ก็เลยรู้สึกสึกเธอ พูดตะกุกตะกักไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกดี ๆที่พุ่งปริ๊กขึ้นมาอย่างรุนแรงเพราะการ เปลี่ยนแปลงอันหน้าทึ่งนี้ได้อย่างไรที่ แท้รูปลักษณ์ภายนอกก็มีพลังทำลายล้างมห มหาศาลขนาดนี้สามารถลบล้างภาพจำแย่ๆใน อดีตไปได้จนหมดสิ้นในพริบตางั้นคืนนี้สาย ตาของเหอวิจู้จับจ้องใบหน้าเธอเขมงคำพูด ที่เอ่ยออกมานั้นตรงไปตรงมาจนแทบจะเปลือย เปล่าพี่ยอมค้างที่นี่ไหมล่ะนี่จู้จึพี่ ก็อยากอยู่นะแต่ว่าแต่ว่ายายแก่เจ้าเล่ห์ นั่นยังรออยู่ที่บ้านเสียงของเธอเบาหวิว ราวกับยุงบินแฝงไปด้วยความลังเลฉินไหวหรู ก็ลำบากใจเหมือนกันตอนนี้เธออยากจะอยู่ ต่อมากๆแต่ที่บ้านก็ยังมีคนแก่ที่คอยจับ ตะดูอยู่นี่สิงั้นพี่กลับไปก่อนรอพวกนั้น หลับสนิทแล้วค่อยแอบมาใหม่ฉินไหวหรูครุ่น คิดอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดความลังเลก็พ่าย แพ้ต่อตัณหาเธอพยักหน้าเบาๆเมื่อเห็นเธอ ตกลงท่อนแขนแข็งแกร่งของเหอวิจู้ก็รวบตัว เธอเข้ามาในอ้อมกอดโน้มใบหน้าลงมาจุมพิษ อย่างหนักหน่วงจนไม่อาจขัดขืนฉินไหวหรู ครางอื้ออึงร่างกายตอบสนองก่อนสมองจะสั่ง การสองแขนอบรอบพอเขาตอบรับจูบที่ให้ความ รู้สึกแตกต่างจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง แต่กลับทำให้เธอหวั่นไหวมากยิ่งขึ้นเนิ่น นานกว่าทั้งสองจะพาออกจากกันด้วยลมหายใจ หอบเหนื่อยเหอวิจุผู้ปล่อยเธอส่งสัญญาณ
Speaker A
ให้เธอกลับไปก่อนเพื่อไม่ให้เจี่ยจางซื่อ สงสัยจนเกิดเรื่องวุ่นวาย อ้อจริงสิจู้จือชินไวรูเริ่มหายใจเป็น ปกตินึกถึงลูกชายขึ้นมาได้คิดว่าหลังจาก ได้อิงแอบแนบชิดกันเมื่อครู่เหอวิจู้คง ไม่คิดร้ายกับปั้งเกิ่งแล้วจึงลองอย่าง เชิงถามดูเมื่อกี้เธอพูดว่าปั้งเกิ่งเค้า ปั้งเกิ่งเหรอความอ่อนโยนบนใบหน้าของเหอ วิจุ้มลายหายไปในพริบตาแทนที่ด้วยความ เย็นชาวันนี้มันแอบเข้าไปในโรงอาหารขโมย ซีอิ๊วของโรงงานนั่นมันทรัพย์สินของรัฐ ถ้าโรงงานเอาเรื่องข้อหาขโมยของหลวงมัน ได้เข้าไปนอนในคุกสักพักแน่ประเด็นคือ เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่เห็น ตอนนั้นในโรงอาหารยังมีคนอื่นอยู่อีกฉัน คงไม่ปากหอยปากปูไปฟ้องผู้นำหรอกแต่คน อื่นนี่สิหือฉันไม่รับประกันหรอกนะเมื่อ พูดถึงปั้งเกิ่งแววตาของเหอวิจู้ก็ แข็งเกล้าผิดปกติแววตาที่ไอ้เด็กนั่นมอง เขามันเต็มไปด้วยความเลือดเอยอและเป็น ปรปักษ์โดยธรรมชาติเขามองออกทะลุปรุโปร่ง สันดานคนเนรคุณของไอ้เด็กนี่มันฝังรากลึก เกินเยียวยาแล้วเรื่องนี้ฉินไหวหรูได้ยิน ปั้งเกิ่งเล่าให้ฟังแล้วแน่นอนว่าตอนนั้น ทุกคนมัวแต่สนใจเรื่องที่ซาจู้เอาไม้กะลา นวดแป้งปลาใส่ปั้งเกิ่งจนลืมความร้ายแรง ของเรื่องที่ปั้งเกิ่งไปขโมยซีอิ๊วเสีย สนิทตอนนี้พอได้ยินเหอวิจู้เตือนสติฉิน ไหวหรูก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา ได้ทันทีนี่มันร้ายแรงกว่าขโมยไก่ชาวบ้าน ซะอีกนะเมื่อถูกเหอวิจู้จี้จุดสำคัญฉิน ไหวหรูก็รู้สึกเขาอ่อนร่างกายเอ็นซบลงใน อ้อมกอดของเหอวิจู้อย่างหมดแรงน้ำเสียง เจือเสียงสะอื้นจู้จื่อเรื่องนี้จะทำยัง ไงดีคนอื่นจะจะไปฟ้องจริงๆเหรอ เหอวิจู้อบกอดร่างโวบอั๋ในอ้อมแขนมือไม้ ก็เริ่มซุกซนอีกครั้งพูดยากนะเสียงของเขา กระซิบอยู่ข้างหูฉินไหวหรูลมหายใจอุ่น ร้อนรินรสผิวที่อ่อนไหวแต่น้ำเสียงกลับ เยือกเย็นเป็นพิเศษไม่ใช่แค่คนในโรงอาหาร
Speaker A
ของเราที่เห็นนะสวีต้าเมื่อจากลานหลังก็ เห็นท่าไม่ใช่เพราะโดนไม้กะลานวดแป้งที่ ฉันปาไปโดนเข้าละก็หมอนั่นต้องซักไซ้ไล่ เรียงเรื่องปั้งเกิ่งแน่พอได้ยินคำว่าไม้ กะลานวดแป้งปลาใส่ความโกรธของฉินไหวหรูก็ ผุดขึ้นมาอีกครั้งอดไม่ได้ที่จะขยับยุก ยิกในอ้อมกอดเหอวิจู้แกล้งทำเป็นโวยวาย อย่างออดอ้อนยังจะพูดอีกปั้งเกิ่งมาฟ้อง ฉันนะว่าเธอเอาไม้กะลานวดแป้งปลาใส่เขาดี นะที่ไม่โดนถ้าเกิดหัวร้างข้างแตกขึ้นมา เธอจะไม่สงสารบ้างเลยเหรอ เหอวิจู้แค่นหัวเราะฉันจะไปสงสารทำไมไม่ ใช่ลูกฉันซะหน่อยอีกอย่างฉันตั้งใจจะปา ใส่เขาซะที่ไหนล่ะฉันก็จังบอกไว้แล้วปลา ตอนที่เขากำลังจะวิ่งพ้นประตูไปแล้วต่าง หากก็แค่ขู่ให้กลัวเท่านั้นแหละถึงเหอ วิจู้จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจปาใส่ปั้งเกิ่ง แต่พอฉินหรูได้ยินประโยคแรกหัวใจเธอก็ หล่นวูบที่แท้ในใจซาจู้ก็ไม่ได้เห็นปั้ง เกิ่งสำคัญอะไรเลยแล้วแบบนี้เธอควรจะสา ต่อความสัมพันธ์กับเขาดีมั้ยล่ะจู้จื่อ เธอกดความรู้สึกเย็นเยือกในใจลงแกล้งทำ เป็นออดอ้อนต่อไปพยายามจะทำให้เขาใจอ่อน ทำไมพูดแบบนี้ล่ะจะจะเห็นแก่ฉันดีกับปั้ง เกิ่งหน่อยไม่ได้เหรอปั้งเกิ่งเขาเเป็น ลูกชายคนเดียวของฉันนะน้ำเสียงแฝงความ เมวอนอย่างไม่รู้ตัวพี่ก็ส่วนที่ปั้ง เกิ่งก็ส่วนปั้งเกิ่งสิเหอวิจู้ไม่หวั่น ไหวแทนยังย้อนถามด้วยน้ำเสียงจับผิดที่ ยังปรนิบัติฉันทำให้ฉันมีความสุขได้แล้ว ปั้งเกิ่งจะให้อะไรฉันได้ล่ะต่อไปฉันจะ ให้ปั้งเกิ่งเลี้ยงดูเธอตอนแก่ไงฉินไวหรู โพ่งออกไปฉันมีลูกชายของฉันเองได้ไม่ต้อง พึ่งเขาสักหน่อยเหอวิจู้แค่นยิ้มปฏิเสธ ข้อเสนอของฉินไหวหรูร้ายสาระฉันอ่านนิยาย มาตั้งเยอะจะให้ปั้งเกิ่งมาเลี้ยงตอนแก่ เนี่ยนะฉันต้องรนหาที่ขนาดไหนถึงจะทำแบบ นั้น งั้นชินไวรูดมองแล่นปรู๊ดปรดไม่ยอมแพ้ งั้นฉันให้ปั้งเกิ่งรับเธอเป็นพ่อบุญธรรม
Speaker A
ทำให้เขาเป็นลูกบุญธรรมของเธอดีไหม ไม่เอาเหอวิจู้ปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะ เปลี่ยนเรื่องสายตาลึกล้ำขึ้นลูกบุญธรรม ผู้ชายนไม่ต้องหรอกแต่ถ้าเป็นลูกบุญธรรม ผู้หญิงหลักกอหน้าสนนะเสี่ยวตังค์กับไหว ฮวาให้มาเป็นลูกบุญธรรมฉันสิรอให้พวกแกโต ค่อยให้พวกแกมาปรนิบัติฉันก็พอฉินไหวหรู ไม่ได้คิดลึกเธอคิดว่าคำว่าปรนิบัติก็คือ คอยดูแลปรนิบัติเหอวิจู้ตอนแก่เธออยากรับ เสี่ยวตังค์กับไหวฮาเป็นลูกบุญธรรมจริงๆ เหรอเธอเก็บซ่อนความดีใจแกล้งทำเป็นถาม อย่างเป็นกังวลไม่กลัวเพื่อนบ้านนินทาเอา เหรอแล้วต่อไปต่อไปเธอจะหาแฟนย่าเอานะถึง ปากจะพูดแบบนั้นแต่ในใจฉินไหวหรูลิงโลด มากถ้าอาศัยลูกสาว 2 คนนี้ผูกมิตรกับ ซาจู่ได้ต่อไปเธอก็สามารถใช้ลูกสาวมาขอ ของจากซาจู้ได้มากขึ้นแล้วของพวกนั้นพอ กลับถึงบ้านใครจะรู้ล่ะว่าสุดท้ายมันตกไป อยู่ในท้องใครหาแฟนเหรอเหอวิจู้เลิศคิ้ว ยิ้มหยันหาแฟนไปทำไมล่ะทำไมนะเหรอชินไว รู้ชนะนักก็ต้องหาคนมาคอยดูแลเอาใจใส่ซัก ผ้าทำกับข้าวสืบสกุลไงล่ะเรื่องพวกนี้สาย ตาของเหอวิจู้จ้องมองเธอเขม็งแฝงวาคุกคาม อย่างรุนแรงพี่ทำไม่ได้เหรอ ฉันเหรอชินไวรู้สะดุ้งไม่คิดว่าเขาจะถาม แบบนี้ช่วยซักผ้าทำกับข้าวก็พอได้อยู่แต่ แต่เรื่องสืบสกุลนี่สิเธอหลบตาไม่กล้าสบ ตาเขาความหมายของฉินไหวหรูก็ง่ายๆยอมมี อะไรกับเขาเพื่อสืบสกุลนได้แต่ห้ามีลูก ด้วยกันจริงๆนะขืนมีลูกโผล่มาจริงๆเธอจะ เอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ ที่ไปเอาห่วงคุมกำเนิดออกก็สิ้นเรื่อง แล้วไม่ใช่เหรอแต่เหอวิจุกลับเข้าใจความ หมายของเธอผิดไปเขาคิดว่าฉินไหวหรูมีลูก ไม่ได้เพราะใส่ห่วงคุมกำเนิดห่วงคุม กำเนิดเขารู้ได้ยังไงว่าเธอใส่ห่วงคุม กำเนิดฉินไหวหรูตกใจจนตัวเกร็งหรือว่า ซาจู้คนนี้จะเป็นผู้ถีปีศาจแปลงกายมาจริง
Speaker A
ๆ เธอ เธอเธอรู้ได้ยังไงว่าฉันใส่ห่วงคุมกำเนิด ตกลงเธอเป็นใครกันแน่ชิ้นไหวหรูเสียงสั่น พยายามจะดิ้นหนีจากอ้อมกอดของเหอวิจู้แต่ ขาทั้งสองข้างกลับอ่อนเปรี้ยจนขยับไม่ได้ พี่ไม่ต้องสนหรอกว่าฉันรู้ได้ยังไงฉันถาม แค่ว่าพี่จะยอมหรือเปล่าส่วนฉันเป็นใคร มันก็เห็นๆกันอยู่ไม่ใช่เหรอฉันจะเป็นใคร ไปได้ล่ะฉันก็คือซาจู้ไอ้หน้าโง่ที่โดนคน อื่นหลอกง่ายๆไงล่ะหัวใจของฉินไหวหรูเต้น ระรัวอย่างบ้าคลั่งแทบจะหลุดออกมา นอกอกคำพูดของเหอวิจู้เธอไม่เชื่อเลยสัก นิดคนตรงหน้าเธอตอนนี้แผ่ซ่านแต่ความแปลก หน้าและหน้าขนลุกตั้งแต่หัวจโรเท้าแต่เธอ ก็ไม่กล้าถามหรือสงสัยอะไรอีกการสวมรอย หรือ่าปิดปากแค่คิดก็ทำเอาเธอขนลูกสู้ไป ทั้งตัวคนที่สามารถสวมรอยเป็นซาจู้ได้ อย่างแนบเนียนขนาดนี้มีอะไรที่เขาไม่กล้า ทำอีกล่ะเหอวิจุมองเห็นความหวาดกลัวและ เคลือบแพลงใจที่ไม่อาจปิดบังได้ในแววตา ของฉินไหวหรูในใจก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา เหมือนกันเขาไม่คิดเลยว่าแค่คำว่าห่วงคุม กำเนิดคำเดียวจะทำให้แม่ดอกบัวขาวคนนี้ จับพิรุธเขาได้ผู้หญิงคนนี้ฉลาดแกมโกงไม่ บอเลยจริงๆบทที่ 31 รอดูพฤพฤติกรรมเธอ แล้วกันค่ำคืนในเรือน 4 ประสานมืดมิดจน แทบจะบีบน้ำออกมาได้นิ้วมือของฉินไหวหรู เย็นเฉียบกำชายเสื้อแน่นจนปลายนิ้วซีกขาว เสียงของเธอเหมือนถูกบีบคั้นออกมาจากลำคอ อย่างยากลำบากเจอความสั่นเครือที่แทบจะ สังเกตไม่เห็นฉันฉันต้องกลับแล้วกลับ เสียงของเหอวิจู้ไม่ดังนักแต่กลับหนัก อึ้งราวกับท่อเหล็กหล่นกระทบความเงียบงัน ฟังดูชัดเจนเป็นพิเศษภายใต้แสงไฟสลัวที่ ไม่กลัวว่าจะมีคนไปฟ้องโรงงานว่าปั้ง
Speaker A
เกิ่งบ้านที่ขโมยซีอิ๊วจากโรงอาหารเหรอ ฉัน ก้าวเท้าของฉินไหวหรูชะงักงันอยู่ตรงธรณี ประตูราวกับถูกตะปูที่มองไม่เห็นตอกตรึง ไว้กับที่ดวงตาคู่นั้นเอ่อล้นไปด้วยความ หวาดหวั่นและอ้อนวอนริมฝีปากขยับไปมาแต่ กลับเปล่งเสียงออกมาไม่เป็นคำมานี่เสียง ของเหอวิจู้ราบเรียบไร้ระลอกคลื่นทว่าแฝง คำสั่งที่ไม่อาจขัดขืนชิ้นไหวหรูกัดฟัน ถึงแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ เพื่อปั้งเกิ่งเธอจึงเลือกที่จะเชื่อฟัง เหอวิจู้ดึงตัวฉินไหวหรูเข้ามารวบกอดเธอ ไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งมือล้วงเข้าไปใต้ร่ม ผ้าอย่างช่ำชอ ทุกสัมผัสที่ลูบไลฟ์ผ่านผิวเนียนละเอียด ก็ลุกสู้เป็นหนังไก่โดยไม่รู้ตัวฉินไหว หรูเกร็งจนถึงขี่สุดร่างกายแข็งทื่อโอ๊ย เสียงร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดหลุดรอดออก มาจากลำคอของฉินไหวหรูเหอวิจู้ลงน้ำหนัก มือแรงมากแฝงความในถึงการลงโทษและควบคุม เธอเจ็บจนสูดปากน้ำตาคลอเบ้าในพริบตาแต่ ก็กัดฟันแน่นไม่กล้าเอ่ยปากต่อว่าสักคำ อย่าทำตัวแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้สิถ้าขืน ยังทำตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้อยู่แบบนี้ เชื่อไหมว่าฉันจะบีบเนื้อตัวพี่ยี่เขียว ช้ำไปหมดเลยน้ำเสียงของเหอวิจู้ไร้ซึ่ง ความปราณี ฉันฮือฉันก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้นี่ฮือใน ที่สุดฉินไหวหรูก็ทนไม่ไหวความอัปยสอสู และความหวาดกลัวที่เก็บกดไว้พังคลายลงน้ำ ตาพรั่งพรูออกมาไหลอาบแก้มซีดเผื่อเต็มไป ด้วยความไร้ที่พึ่งและอัปยศหุบปากถ้าขืน ยังร้องให้อีกฉันจะปล้ำพี่เดี๋ยวนี้เลย ชิ้นไหวหรูสะดุ้งสุดตัวรีบยกมือขึ้นปิด ปากตัวเองนั่นไหล่บอบบางสั่นสถานอย่างรุน รุนแรงทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นให้ที่ แผ่วเบาและแตกสลายน้ำตาไหลซึมเปียกชุ่ม ง่ามนิ้วอย่างเงียบงันหมดอารมณ์เลยเหอ วิจู้ชักมือกลับผลักฉินไหวหรูที่อยู่ใน อ้อมกอดออกไปไฟปรารถนาในใจเขามอดดับลงไป
Speaker A
มากแล้วชิ้นไหวหรูเซลาไปก้าวหนึ่งก่อนจะ ทรงตัวได้ราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ ถูกทอดทิ้งไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เหลือเพียงเสียงสะอื้นให้เป็นพักๆเพราะ ถึงยังไงจุดอ่อนของปั้งเกิ่งก็ยังตกอยู่ ในกำมือของอีกฝ่ายเหอวิจู้พูดด้วยน้ำ เสียงเย็นชาเอาเงินมา 10 หยวนเดี๋ยวฉันจะ ไปช่วยปิดเรื่องนี้ให้ 10 หยวนเสียงร้อง ไห้ของฉินไหวหรูหยุดชะงักความตกตะลึงพุ่ง เข้าแทนที่ความหวาดกลัวในชั่วพฤตาเธอเบิก ตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อแค่แค่ 4 นิด เดียวเองนะทำไมถึงเรียกตั้ง 10 หยวนล่ะ จำนวนเงินมหาศาลนี้ราวกับก้อนหินยัดย้าย ทับลงบนหัวใจเธอดูเหมือนว่าในใจเธอเงินก็ ยังสำคัญที่สุดอยู่ดีสินะซีอิวนิดเดียว งั้นเหรอ เห่อสำหรับพี่มันอาจจะแค่ซีนิดเดียวแต่ใน สายตาผู้บังคับบัญชานั่นมันคือทรัพย์สิน ของรัฐนะถ้าพี่เสียดายเงินจะไม่จ่ายก็ได้ นะแต่คนอื่นเขาจะไปฟ้องหรือเปล่าฉันไม่ รับประกันนะเหอวิจู้แค่นหัวเราะฉันฉันยอม ซื้อซีอิ๊วครึ่งช่างไปคืนให้โรงงานก็ได้ ชินไวหรูรีบโพ่งออกไปเธอคำนวณเงินก้อนนี้ ไว้อย่างดิบดีปั้งเกิ่งขโมยซีอิ๊วจากโรง อาหารไปอย่างมากก็ครึ่งชั่งิชั่งก็แค่ เหมาเดียวแต่เหอวิจู้กลับมาเรียกเงินเธอ ตั้ง 10 หยวนนี่เห็นเธอเป็นคนโง่หรือไง เหอโรงงานเขาขาดแคลนซีอิ๊วครึ่งช่างของ พี่หรือไง ถ้ามันเป็นแค่เรื่องซีอิ๊วครึ่งช่างจริง
Speaker A
จริงยังต้องถึงมือพี่เหรอฉันซื้อซีอิ๊ว ครึ่นช่างไปเติมให้เองไม่ดีกว่าเหรอพี่ ไม่เข้าใจความร้ายแรงของเรื่องนี้เลยสัก นิดปั้งเกิ่งนักขโมยทรัพย์สินของรัตนนะ ถ้าทางปวดร้าวใจของเหอวิจู้ดูต่างจาก เมื่อกี้ลิบลับถ้าฉินไหวหรูไม่ได้จ้องเขา อยู่ตลอดเวลาคงนึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นห่วง เป็นใยปั้งเกิ่งจริงๆซะอีกแต่เธอก็ไม่ กล้าเถียงเพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนงานขโมย เศษเหล็กของโรงงานไปแล้วโดนจับไปใช้แรง งานดัดนิสัยมาแล้วถึงเธอจะไม่รู้ว่าซีกับ เศษเหล็กมันต่างกันยังไงแต่ก็ถือว่าเป็น ของโรงงานเหมือนกันแต่ฉันไม่มีเงินเยอะ ขนาดนั้นนี่นาชิ้นไว้หรูเผลิงงัดมายาบัว ขาวออกมาใช้อีกครั้งน้ำตาคอเบ้าน้ำเสียง อ่อนแอไรทที่เพิ่งตามความเคยชินหวังจะ เรียกความสงสารจากเหอวิจู้ได้บ้างไม่มี เงินเหอวิจู้เหมือนจะขำกับความหน้าด้าน ของเธอมุมปากยกยิ้มเยอะๆสุดขีดฉินไว้หรู พี่คิดว่าฉันลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อคืนฉัน เพิ่งเอาเงินเดือนเกือบทั้งหมดที่เพิ่ง ได้มาให้พี่ไปน่ะรวมกับของพี่เองด้วยใน มือพี่มีไม่ต่ำกว่า 50 หยวนแน่ๆฉินไหวหรู ทำหน้าเศร้าต่อกลับไปว่าเงินฉันให้แม่ผัว ไปหมดแล้วจ้าะ เห่อปั้งเกิ่งไม่ใช่หลานแท้ๆของแกหรือไง แกจะปล่อยให้หลานตายด้วยลงคอเหรอเหอ วิจู้ฉายอย่างไม่ไว้หน้าอีกอย่างนี่มัน เรื่อยในครอบครัวพี่ไม่เกี่ยวกับฉันสัก หน่อยถ้าไม่เห็นแก่ที่พี่ยังพอปนิบัติฉัน ได้ฉันก็ขี้เกียจไปยุ่งเรื่องเน่าเหม็น ของบ้านพี่หรอกนะจากนั้นก็แค่นหัวเราะแต่ ว่าตอนนี้ฉันชัดจะหมดอารมณ์กับพี่แล้วสิ พี่กลับไปเถอะเดี๋ยวก็ไม่ต้องมาแล้วนะ แล้วเรื่องของบ้านที่วันหลังก็ไม่ต้องมา หาฉันแล้วด้วยไม่นะจู้จิอย่าไล่ฉันไปเลย ต่อไปฉันจะเชื่อฟังเธอทุกอย่างชิ้นไหวหรู ร้อนรนขึ้นมาทันทีเธอตัดใจที่เงินเดือน
Speaker A
37.5 5 หยวนทุกเดือนของซาจู้ไม่ลงหรอก อ้าวเมื่อกี้ยังกลัวจนตัวแข็งทื่อเป็น ท่อนไม้อยู่เลยไม่ใช่เหรอเป็นไงล่ะตอนนี้ ไม่กลัวแล้วเหรอเหอวิจู้หัวเราะเยาะหลัง จากงัดเอามารยาบัวขาวออกมาใช้ความตึง เครียดของฉินไหวหรูก็ลดลงไปเยอะเธอตีหน้า เศร้าออดอ้อนต่อไปว่าจู้จึวันหลังฉันจะ ปรนิบัติเธอให้ดีๆเลยนะได้โปรดอย่าทิ้ง ฉันเลยนะงั้นก็ต้องรอดูพฤติกรรมของพี่ แล้วล่ะแต่เรื่องของปั้งเกิ่งถ้าพี่ไม่ ยอมจ่ายเงินฉันก็ช่วยไม่ได้จริงๆพี่ก็รู้ ว่าเงินฉันน่ะพี่ก็ยืมไปหมดแล้วชิ้นไหว หรูหัวเราะเจือนแต่พอนึกถึงว่าจะต้องควัก เงินจ่ายก็ปวดใจขึ้นมาตะหงิดหงิดทว่าเธอ ก็ไม่กล้าพูดอะไรมากเธอพอดูออกแล้วว่าคง เป็นไปไม่ได้แล้วล่ะที่จะรีดไถเงินจากเหอ วิจู้เพิ่มแถมดูจากท่าทีของซาจู้ตอนนี้ แล้วถ้าเธอจะขอร้องให้เขาช่วยจ่ายค่าไก่ ให้ปั้งเกิ่งก็คงเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน เธอจึงตัดสินใจไม่พูดถึงเรื่องปั้งเกิ่ง ขโมยไก่อีกงั้นฉันขอตัวกลับไปก่อนนะรอให้ ที่บ้านหลับกันหมดแล้วฉันค่อยมาหาใหม่ ชิ้นไวหรูลองอย่างเชิงดูเธอไม่แน่ใจว่า ที่เหอวิจจูบอกว่าหมดอารมณ์กับเธอนั้น เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าได้สิฉันจะรอพี่ อยู่ที่บ้านนะเหอวิจู้ยิ้มร้ายมีของมา ประเคนให้ถึงที่ไม่กินก็โง่แล้วผู้หญิงคน นี้ก็ต้องคอยกดดันเธอแบบนี้แหละให้เธอตา สว่างซะบ้างไม่งั้นจะยิ่งได้ใจคิดว่าถ้า ไม่มีเธอแล้วคนอื่นจะอยู่ไม่ได้ชิ้นไหว หรูออกจากบ้านตระกูลเหอจนกระทั่งเดินมา ถึงหน้าประตูบ้านตัวเองถึงได้ถอนหายใจออก มาเฮือกใหญ่ในหัวเธอตอนนี้สับสนวุ่นวายไป หมดใจหนึ่งก็ไม่อยากจะปล่อยเงินเดือน 37.5 5 หยวนของเหอวิจู้หลุดมือไปอีกใจก็ไม่ อยากให้ปั้งเกิ่งได้รับอันตรายใดๆประเด็น
Speaker A
สำคัญคือตอนนี้ซาจู้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เลยนอกจากหน้าตาที่ยังคล้ายคล้ายตอนที่ เธอเพิ่งแต่งงานเข้ามาอยู่ในเรือน 4 ประสานแล้วอย่างอื่นไม่มีอะไรเหมือนเดิม เลยสักนิดนี่มันหนุ่มขึ้นเป็น 10 ปีเลยนะ เนี่ยแถมไม่ได้แค่ดูหนุ่มขึ้นเฉยๆตลอด ขึ้นเป็นกองเลยด้วยถ้าตอนที่เธอเพิ่งเข้า มาอยู่ในเรือน 4 ประสานเพื่อดูตัวกับ เจียตงซวี่แล้วได้เจอเหอวิี่จู้ในสภาพแบบ ตอนนี้ล่ะก็เธอคงไม่เลือกคนอายุสั้นอย่าง เจี่ยตงซวี่หรอกแล้วดูตอนนี้สิจเจี่ตง ซอวี่ชิงตายจัดไปซะก่อนทิ้งภาระหนักอึ้ง อย่างยายกับปากจัดจอมเรื่องมากกับลูกๆที่ ยังเล็กอีก 3 คนไว้บนบ่าของผู้หญิงตัว เล็กๆอย่างเธอผ่าระหนักอึ้งพวกนี้มันควร จะเป็นหน้าที่ของผู้ชายอก 3 ศอกอย่างเขา ต่างหากจริงๆเธอก็อยากจะทิ้งทุกอย่างไป อยู่กับซาจู่ให้รู้แล้วรู้รอดด้วยฐานะของ ซาจู่ตอนนี้เธอเต็มใจอย่างยิ่งเลยล่ะแต่ท ว่าท่าทีที่ซาจู้มีต่อปั้งเกิ่งในตอนนี้ มันกลายเป็นหนามทิ่มแทงใจเธอเจี่ยจังซื่อ เธออาจจะไม่สนใจได้แต่ปั้งเกิ่งไม่ได้ เด็ดขาดนี่คือลูกชายคนเดียวของเธอนะอนาคต ยังต้องพึ่งเขาเลี้ยงดูตอนแก่อีกความคิด ที่สับสนวุ่นวายค่อยๆตกตะกอนและชัดเจน ขึ้นท่ามกลางความเป็นจริงอันโหดร้ายเธอ ต้องเดินหน้า 2 ทางไปพร้อมกันต้องช่วย ปั้งเกิ่งให้ได้และต้องไม่ยอมปล่อยซาจู้ ไปเด็ดขาดแถมยังต้องรีบจัดการเรื่องรับ
Speaker A
ลูกสาวทั้ง 2 คนเป็นลูกบุญธรรมให้เสร็จ โดยเร็วด้วยแบบนี้จะได้ลดภาระที่บ้านไป ได้เยอะเลยส่วนเรื่องที่ปั้งเกิ่งขโมยไก่ ไว้ค่อยคุยตอนที่ซาจู้อารมณ์ดีที่สุดก็ แล้วกันไม่แน่ว่าตอนที่เขากำลังเคลิบ เคลิ้มหลงใหลอาจจะยอมรับปากเรื่องนี้ก็ ได้ถึงยังไงไก่ตัวนึงในตลาดอย่างมากก็แค่ 2 หยวนซาจู้คงไม่ถึงกับไม่มีเงินแค่นี้ หรอกเมื่อก่อนถึงเธอจะขอยืมเงินเขาบ่อยๆ แต่เดือนนึงก็ยืมแค่ 5 หยวน 10 หยวนเขาก็ น่าจะยังมีเงินเก็บอยู่บ้างแหละอย่างน้อย เงิน 2 หยวนก็ต้องควักออกมาได้แน่ๆชิ้น ไหวหรูสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามปรับสี หน้าตื่นตระหนกและเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า ให้เรียบร้อยก่อนจะผลักประตูเข้าไปแสงไฟ สลัวๆส่องให้เห็นใบหน้าดูแคลนของเจีย จางซื่อที่ดูราวกับผีสางพวงหนี้หล่อนชี้ หน้าดัดเธอว่าหนังหน้าไม่อาย ดึกป่านนี้ยังจะแอบไปกับผู้ชายอื่น 2 ต่อ 2 อีกหายหัวไปตั้งนานแก้แอบไปทำเรื่อง บัดสีลับหลังตรงสวีลูกฉันใช่ไหม บทที่ 32 ปั้งเกิ่งต้องตายฉินไหวหรูไม่ คิดจะเถียงกับเจี่ยจางซื่อหรอกยังไงยาย แก่นี่ก็ดับประโยคนี้เป็นประจำจนเธอชินชา ไปแล้วแต่พอเห็นจานเปล่าบนโต๊ะเธอก็รู้ ทันทีว่ายายแก่ตัวแสบกินหมั่นโถแป้งข้าว
Speaker A
โพ่ 2 ลูกที่เธอนึ่งไว้หมดแล้วทั้งๆที่ ตั้งใจจะให้ตัวเองกับเจี่ยจังซื่อคนละลูก แท้ๆส่วนเด็กๆ 3 คนตอนบ่ายฟาดไก่ไปเกือบ ทั้งตัวจะไปทำข้าวเย็นเผื่อพวกแกทำไมล่ะ แต่ตอนนี้ยายแก่นนี่กลับสวาปามส่วนของเธอ ไปจนเกลี้ยงนี่มันไม่สนใจความเป็นตายของ เธอเลยสักนิดนี่นาถึงเธอจะได้กินมันฝรั่ง ที่อร่อยกว่ามาแล้วแถมในกระเป๋ายังมีอีก ครึ่งลูกกับไข่ต้มอีก 1 ฟองก็เถอะแต่นั่น เธอตั้งใจจะเก็บไว้ให้ปั้งเกิ่งกินพรุ่ง นี้นะแม่หมั่นโถของฉันล่ะหมั่นโถของแก งั้นเหรอเจี่ยจางซื่อขึ้นเสียงแหลมปรี๊ด ดวงตาขุ่นมัวทอประกายวาวราวกับแมวโดน เหยียบหางแกไปกินอิ่มมาจากข้างนอกแล้วยัง จะหน้าด้านมาแย่งของกินฉันอีกเหรอ ฉินไหวหรูแทบจะหลุดขำออกมาด้วยความโมโห ก้อนความโกรธจุกอยู่ที่อกฉันไปกินอะไรมา จากข้างนอกล่ะต่อให้ฉันจะไปกินอะไรมาเยอะ แยะขนาดไหนมันก็เป็นของที่คนอื่นให้มา เกี่ยวอะไรกับที่แม่มาแย่งส่วนของฉันไป กินด้วยฮะแต่เธอไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่า ไปกินของข้างนอกมาไม่งั้นด้วยสันดานของ เจียจางซื่อต้องไล่ให้เธอไปขอของกินจาก ซาจู้แน่ๆไม่ได้กินเหรอ ไม่ได้กินแล้วพวกแก 2 คนไปทำอะไรกันล่ะ หายไปตั้งนานป่านนี้ลูกดกไปแล้วมั้งเจีย จังซื่อหรี่ตาแค่พูดประชดประชัน แม่ พูดบ้าอะไรเนี่ย สภาพฉันเป็นยังไงแม่ก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ ชิ้นไหวหรูหมายถึงเรื่องใส่ห่วงคุมกำเนิด นั่นแหละเห่องั้นแปลว่าพอแกใส่ห่วงแล้วแก
Speaker A
ก็จะไปทำตัวที่ไหนก็ได้งั้นสิ แม่ตอนนั้นแม่เป็นคนบังคับให้ฉันไปใส่ ห่วงเองนะฉินไว้หรูก็ฉุนขาดเหมือนกันจน ถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ผัว ถึงต้องมาบังคับให้ลูกสะใภ้แม่หม่ายไปใส่ ห่วงคุมกำเนิดหลังจากที่ลูกชายตัวเองตาย ไปแล้วด้วยเจี่ยจางซื่อแค่นเสียงเย็นชา น้ำเสียงเย็นยือกชินไวรู้ใครจะไปรู้ว่าแก ออกไปทำเรื่องสำนับ กับผู้ชายมาเป็นโหลแล้วมั้งถ้าฉันไม่ บังคับให้แกใส่ห่วงแล้วแกอุ้มท้องลูกชู้ กลับมาบ้านตระกูลเจนหน้าตาตระกูลเจี่ยของ ฉันคงป่นปี้หมดเห่อที่แท้ยายแก่นนี่ก็ ระแวงฉันมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเหรอเนี่ย อุตส่าห์แต่เสียแรงที่ฉันต้องมาคอยปวดหัว หาวิธีหลบหลีกพวกผู้ชายหน้าหม้อในโรงงาน ที่จ้องจะลวนลามไม่คิดเลยว่าจะต้องมาโดน ยายแก่นี่ปรักว่าไปนอนกับผู้ชายมาเป็นโหล แบบนี้ในเมื่อแม่ไม่ไว้ใจฉันงั้นพรุ่งนี้ ฉันจะไปเอาห่วงออกฉินไหวหรหูพูดด้วยความ น้อยใจเต็มประดา ดีนะนางฉินไหวหรูนี่แกคิดจะอุ้มท้องลูก ชู้กลับมาบ้านตระกูลเจี่ยจริงๆใช่ไหมก็จะ ให้ไอ้ลูกชู้มันมาฮุบบ้านกับงานของตระกูล เจี่ยไปใช่ไหมพอเจี่ยจังซื่อได้ยินว่าฉิน ไหวหรูจะไปเอาห่วงคุมกำเนิดออกก็เต้นผาง ขึ้นมาทันทีชี้หน้าแดฉินไหวหรูฉอดๆความตก ใจบนใบหน้าของฉินไหวหรหูเลือนหายไปในพริบ ตาตอนนี้เธอถึงได้รู้เหตุผลที่แท้จริงที่ เจี่ยจางซื่อบังคับให้เธอใส่ห่วงคุม กำเนิดที่แท้ก็กลัวว่าเธอจะตั้งท้องลูกคน อื่นแล้วกลับมาแย่งบ้านกับงานของตระกูล เจี่ยนี่เองเรื่องนี้เธอก็พอจะเข้าใจได้ อยู่หรอกเพราะยังไงเธอก็ยังสาวหน้าตาก็สว มีผู้ชายตั้งเยอะแยะที่อยากจะสาสัมพันธ์ กับเธอถ้าเกิดเธอไปหลวมตัวกับผู้ชายคนไหน เข้าจนท้องขึ้นมาเด็กคนนี้ก็มีสิทธิ์จะ ได้รับมรดกของเธอด้วยไม่ใช่เหรอ ตอนนี้มีเจี่จางซื่อคอยจับตะดูอยู่เธอก็ คงไม่กล้ายกบ้านกับงานของตระกูลเจี่ยให้
Speaker A
เด็กคนนี้หรอกแต่ถ้าเด็กรอดจนโตเจี่จาง ซื่อก็คงไปเฝ้ายมบาลกับเหล่าเจี่ยและ เสี่ยวเจี่แล้วถึงตอนนั้นข้าวของทุกอย่าง ของตระกูลเจี่ยก็ต้องตกเป็นของฉินไหวหรู ไม่ใช่เหรอ ถึงตอนนั้นเธออยากจะยกให้ใครมันก็สิทธิ์ ของเธอถึงแม้ตอนนี้เธอจะรักปั้งเกิ่งที่ สุดแต่ถ้ามีลูกชายอีกคนล่ะนี่มันพูดยากนะ อนาคตจะเป็นยังไงใครจะไปรับประกันได้ก็ จิตใจคนเรามันเปลี่ยนกันได้ง่ายที่สุดนี่ นาสำหรับเรื่องนี้ฉินไหวหรูเข้าใจความ กังวลของเจี่ยจังซื่อได้เป็นอย่างดีนั่น ก็แปลว่าสิ่งที่เจี่ยจังซื่อเป็นห่วงจริง ๆไม่ใช่ว่าเธอจะออกไปทำตัวสำส่อนที่ไหน แต่กลัวว่าเธอจะอุ้มลูกคนอื่นกลับมาต่าง หากล่ะแต่ว่านะแม่ถ้าแม่ไม่สบายใจงั้นฉัน ยกงานให้แม่เลยส่วนบ้านก็เป็นสวัสดิการ ของโรงงานพอยกงานให้แม่แล้วบ้านก็ต้องตก เป็นของแม่อยู่แล้วนี่นาฉินไหวหรูพูด เสียงเนิบๆอะไรนะเจียจังซื่อซื่อเบิกตา กว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้าราวกับได้ยิน คำสาปแช่งที่ไร้กาดที่สุดในโลกนางงูพิษ จิตใจอมหิตนางตัวซวยนี่แกจะบีบให้ยายแก่ อย่างฉันตายเลยใช่ไหมจะให้ยายแกใกล้ลง อย่างฉันไปแกว่งค้อนเหล็กในโรงงานรีด เหล็กเนี่ยนะฉินไหวหรูจิตใจแกมันช่างโหด เหี้ยมเหลือเกินตรงสวิเอ๊ยลูกแม่ลืมตา ขึ้นมาดูสิเมียใจดำของลูกมันแกจะบีบแม่แก ให้ตายเลยนะมันจะไปมีลูกชู้กับไอ้หน้าโง่ ซาจู้นั่นแล้วมันจะพาลูกชู้หนีตามซาจู้ไป แล้วมันจะทิ้งยายแก่อย่างฉันกับลูกของแก 3 คนไม่ดูดำดูดีเลยนะตงสวี่เอ๊ยรีบขึ้นมาพา มันไปอยู่ด้วยเถอะนางงูพริกนี่มันทำให้ ลูกต้องตายตอนนี้มันกำลังจะมาเอาชีวิตแม่ แล้วนะแกทรุดวบลงไปนั่งแหมกับพื้นสองมือ ทุบพื้นดังป้าๆร้องให้ฟูมฟายน้ำมูกน้ำตา ไหลอาบหน้าเสียงโหยหวนบาดแก้วหู ชิ้นไหวหรูโดนอาการอาละวาดแบบไม่ทันตั้ง ตัวนี้เล่นเอาปวดขมับตึบๆความรู้สึกไร้
Speaker A
เรี่ยวแรงอย่างรุนแรงพุ่งเข้าจู่โจมการ คุยด้วยเหตุผลกับคนพาหน้าด้านไร้เหตุผล แบบนี้ก็เหมือนสีซอให้ควายฟังนั่นแหละเธอ ขี้เกียจแม้แต่จะปลายตามองกองโคนเลเๆบน พื้นนั่นหันหลังเดินตรงไปเลิกม่านประตู ห้องด้านในปิดกั้นการแสดงบทโศกของเจี่ย จางซื่อไว้ข้างนอกตัวเองไม่ได้คิดจะฮุบ สมบัติของตระกูลเจี่ยเลยสักนิดแต่อีกฝ่าย กลับหาว่าเธอจะไปมีลูกกับซาจู่เพื่อมา แย่งบ้านกับงานของตระกูลเจี่ยคนอย่าง ซาจู้เขามีทั้งบ้านทั้งงานเป็นของตัวเอง อยู่แล้วจะมาอยากได้บ้านกับงานของตระกูล เจียไปทำไมกัน กับคนพานไร้เหตุผลแบบนี้ฉินไหวหรูขี้ เกียจจะพูดพูดอะไรด้วยแล้วการคุยด้วยเหตุ ผลกับคนแบบนี้ก็เหมือนเสียเวลาเปล่าปล่อย แกบ้าไปเถอะอาละวาดจนเหนื่อยเดี๋ยวก็คงไป นอนเองแหละเจี่ยจังซื่อเห็นฉินไหวหรูเดิน หนีเข้าห้องไปโดยไม่โต้ตอบก็หลงคิดว่าโดน เธอด่าจนเถียงไม่ออกต้องหนีหัวซุกหัวซุน ก็ยิ่งได้ใจหันไปพ่นคำด่าทอแสนหยับคายใส่ ผ้าม่านประตูห้องในไม่หยุดหย่อนจนกระทั่ง เสียงเริ่มแหบแห้งหายใจไม่ทันถึงได้ยอม หยุดแต่อย่างแค้นเคืองแกหอบแพกเย็นตัวลุก ขึ้นจากพื้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าใบหน้าไม่ มีร่องรอยความเศร้าโศกหลงเหลืออยู่เลยมี แต่ความสใจอย่างร้ายกาดปากยังคงบ่นอุบอิบ ด่าท่อคลำทำทางปีนขึ้นเตียงเตาของตัวเอง ไปที่บ้านตระกูลเหอวิจู้นั่งอยู่หน้าโต๊ะ กินข้าวนั่งฟังเสียง 2 คนในบ้านตระกูลเจ คุยกันเงียบๆในใจก็ลอบหัวเราะอย่างเย็นชา เขาเองก็ไม่นึกเหมือนกันว่าหลังจากได้ ดื่มน้ำภูภูเขาสุดวิเศษในมิติเข้าไปไม่ เพียงแต่ร่างกายจะเหมือนได้เกิดใหม่แต่ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ยังเฉียบคมขึ้นอย่าง น่าเหลือเชื่อเมื่อกี้บทสนทนาระหว่างแม่
Speaker A
ผัวลูกสะใภ้ตระกูลเจี่ยหลังจากที่ฉินไหว หรหรูกลับไปเขาได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำและ ก็ได้รู้แล้วว่าทำไมฉินไหวหรูถึงได้ไปใส่ ห่วงคุมกำเนิดหลังจากที่เจียดตงซอวิตายไป แล้วแต่ยังไงซะฉินไหวหรูก็ต้องเอาห่วงคุม กำเนิดนั่นออกและต้องอุ้มท้องลูกของเขา ให้ได้ด้วยเรื่องนี้เฮอวิจู้คิดมาอย่าง รอบคอบแล้วโร่เจียโหมของฉินไหวหรูเขาตัด ใจทิ้งไม่ลงจริงๆแต่ผู้หญิงคนนี้ทุ่มเท ทั้งชีวิตจิตใจให้ปั้งเกิ่งยอมทำทุกอย่าง เพื่อปั้งเกิ่งดูได้จากปฏิกิริยาของเธอ ตอนที่ถูกเขาขืนใจเมื่อวานก็รู้แล้วถ้า ปั้งเกิ่งเป็นเด็กรู้คุณคนเหอวิจู้ก็ไม่ ขัดข้องที่จะช่วยฉินไหวหรูเลี้ยงดูมันแต่ น่าเสียดายที่มันไม่ใช่คนแบบนี้ไม่ว่าสุด ท้ายมันจะหลอกเอาสมบัติของเหอวิจู้ไปแล้ว ถีบหัวส่งเขาออกจากบ้านหรือไม่เหอวิจู้ก็ ไม่มีทางยอมให้มันมาเป็นอุปสรรคต่อแผนการ กินโร่เจียโหมของฉินไหวหรูในระยะยาวเด็ด ขาดเพราะงั้นปั้งเกิ่งต้องตายและการตาย ของปั้งเกิ่งก็ต้องทำให้ฉินหรูกระเทือนใจ อย่างหนักไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำอะไร ลงไปบ้างผู้หญิงที่ห่วงลูกนน่ากลัวมากๆ โดยเฉพาะตอนที่ต้องสูญเสียลูกชายเพียงคน เดียวไปดังนั้นเหอวิจู้เลยตัดสินใจจะหา ลูกคนใหม่ให้ฉินไหวหรูคอยปกป้องและลูกคน นี้ก็ต้องเป็นสายเลือดของเขาเองเหอวิจู้ นั่งรอฉินไหวหรหูมาหาที่บ้านฉินไหวหรหูก็ กำลังรอให้เจี่ยจางซื่อหลับสนิทส่วนเด็ก ทั้ง 3 คนก็หลับสนิทไปแล้วเจี่ยจางซื่อ ยายแก่เจ้าเล่ห์เห็นแก่ตัวคนนี้เมื่อกี้ ยังโมโหเป็นฟืนเป็นไฟด่าฉินไหวหรูสเละเทะ แต่ตอนนี้พอล้มตัวลงนอนก็หลับสนิทไร้ กังวลเหมือนหมูตายซะงั้นฉินไหวหรูรออยู่ พักหนึ่งก็ย่องไปที่เตียงของเจียจังซื่อ ลองสะกิดเจี่ยจางซื่อที่หลับสนิทเหมือน หมูตายเบาๆแม่ๆเจี่ยจางซื่อไม่มี ปฏิกิริยาตอบสนองเลยแม้แต่น้อยฉินหินไหว
Speaker A
หรูถึงได้ย่องออกจากห้องไปเงียบๆบทที่ 33 เธอไม่ได้บอกว่าจะแนะนำลูกพี่ลูกน้องให้ ฉันเหรอเช้ามืดวันรุ่งขึ้นฉินไหวหรูก็ถูก เหอวิจู้ปลุกให้ตื่นยินี่ก็ช่างใจกล้า จริงๆแอบมาลักลอบคบชู้ตอนกลางคืนยังจะ หลับสนิทได้ขนาดนี้หนี้ฟ้าจะสางอยู่แล้ว ยังไม่รีบกลับไปอีกชิ้นไหวหรูถูกปลุกขึ้น มาด้วยอาการงัวเงียพอเห็นใบหน้าหล่อเหล่า กับแผงอกล่ำสรรของเหอวิจู้ก็รู้สึกเคลิบ เคลิ้มเรื่องเมื่อคืนมันทำให้เธอรู้สึก เหมือนกำลังฝันไปจริงๆความเร่าร้อนและ ความสุขสมแบบที่ไม่เคยเคยสัมผัสมาก่อนทำ ให้เธอรู้เลยว่าชีวิตคู่ 10 กว่าปีที่ ผ่านมามันช่างสูเปล่าจริงๆขนาดครั้งแรก กับเหอวิจู้เมื่อก่อนหน้านี้เธอยังไม่รู้ สึกมีความสุขเท่าไหร่เลยแต่เมื่อคืนร่าง กายเธอเหมือนล่องลอยอยู่บนปุ๋ยเมฆจน กระทั่งเหนื่อยหลับไปเหอวิจู้ก็ยังไม่ หยุดเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะความสุขทาง กายหลายครั้งแต่ก็หลับไปในความสุขนั้น อย่างรวดเร็วเธอเองก็ไม่รู้ว่าเสร็จไปกี่ ครั้งรู้แค่ว่าตอนนี้ต้องเปลี่ยนผ้าปูที่ นอนให้เหอวิจู้แล้วจู้จึเธอก็ลุกเถอะฉัน จะเอาผ้าปูที่นอนไปซักให้ก่อนตอนนี้ในลาน เรือนยังไม่มีคนเหอวิจู้ไม่ได้นอนเลยทั้ง คืนความจริงเขาเพิ่งจะเสร็จกิจไปเมื่อกี้ เองพอเห็นว่าสายแล้วเลยปลุกฉินไหวหรูไม่ เป็นไรพี่กลับไปก่อนเถอะบนโต๊ะมีไข่ไก่ 2 ฟองกับมันฝรั่งลูกนึงเมื่อคืนที่ก็ เหนื่อยมาทั้งคืนกินบำรุงซะหน่อยกินเสร็จ ค่อยกลับไม่งั้นเรื่องปั้งเกิ่งขโมยไก่ ฉันได้ไปหาสวีต้าหม้อให้หรอกนะโดนเฆี่ยน ตีมาเป็นเวลานานขนาดนี้ต่อให้ฉินไหวหรูจะ อึดแค่ไหนก็คงรับไม่ไหวเพื่อให้คืนนี้ยัง ใช้งานต่อได้เหอวิจู้จึงไม่หวงไข่ไก่ 2
Speaker A
ฟองกับมันฝรั่ง 1 ลูกแต่สิ่งที่ฉินหวัหรู สนใจหลังจากได้ยินคำพูดของเหอวิจู้กลับ เป็นเรื่องปั้งเกิ่งขโมยไก่ต่างหากเมื่อ คืนเธอตั้งใจจะพูดเรื่องนี้กับเหอวิจู้ อยู่แล้วแต่ลีลาอันดุดันของเขากลับทำให้ เธอยอมจำนนแต่หัววันจนไม่มีโอกาสได้เอ่ย ปากหรือจะพูดให้ถูกก็คือลืมเรื่องนี้ไปจน หมดสิ้น แล้วเขารู้ได้ยังไงเนี่ยหรือว่าเธอเผลอ หลุดปากพูดไปตอนที่กำลังหน้ามืดตะมัว เธอเธอรู้ได้ยังไงว่าปั้งเกิ่งขโมยไก่ เหอวี่จู้ยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะเมื่อคืน ไก่บ้านสวีต้าตาเม่าหายก็เลยมาโวยวายที่ บ้านฉันไม่ใช่แค่คุณลุงทั้ง 3 พาครอบครัว มามุมดูนะแม้แต่คนจากกองรักษาความปลอดภัย ของโรงงานกับตำรวจก็ยังมาแต่ในฐานะเพื่อน บ้านครอบครัวพี่กลับไม่โผล่หัวมาเลยสักคน ฉันก็เลยสงสัยว่าปั้งเกิ่งลูกพี่เป็นคน ขโมยไปบวกกับเมื่อตอนบ่ายมันยังไปขโมย ซีอิ๊วที่โรงงานอีกฉันก็เลยยิ่งมั่นใจ อะไรนะไก่เป็นของบ้านสวีต้าเม่าเหรอชิ้น ไหวหรูถามด้วยความตกใจคราวนี้ยุ่งล่ะสิ สวีต้าเมกับซาจู้ก็ไม่ถูกกันอยู่แล้วถ้า ให้ซาจู้สู้ไปจัดการเรื่องอาจจะบานปลาย กว่าเดิมก็ได้ส่วนเรื่องกองรักษาความปลอด ภัยกับตำรวจถึงเธอจะกลัวๆอยู่บ้างแต่ดู จากน้ำเสียงท่าทางของเหอวิจู้และเหตุ การณ์เมื่อคืนแล้วพวกนั้นน่าจะยังไม่รู้ ว่าปั้งเกิ่งเป็นคนเก็บไก่ไปใช่ของบ้า สวีต้าเม่านั้นแหละมีไก่ 2 ตัวนึงยังอยู่ ในเล้าส่วนอีกตัวหายไปที่เข้าใจความหมาย ฉันใช่ไหมเหอวิจู้พูดพลางยิ้มกลิ่มมือก็ เลื้อยไปจับหน้าอกหน้าใจของฉินไหวหรูอีก ครั้งอื้ออย่ากวนสิขืนกวนอีกฉันไปทำงาน
Speaker A
ไม่ไหวไหวจริงๆนะชินไหวหรูพยายามจะปัดมือ ซุกซนของเหอวิจู้ออกแต่มันก็ไร้ผลทว่าเธอ ก็พอจะเข้าใจความหมายที่เหอวิจู้จะสื่อ แล้วนั่นก็คือไก่บ้าสวีต้าหม้อไม่ได้หลุด ออกมาเองแต่ถูกขโมยไปไม่งั้นไก่อีกตัวจะ ยังอยู่ในเล้าได้ยังไง ส่วนที่เหอวิี่จู้พูดแบบนี้ก็เพราะเขาเคย อ่านนิยายกับดูซีรียส์มาแล้วในนั้นบรรยาย ไว้ว่าตอนที่ปั้งเกิ่งถูกถามว่าเอาไก่มา จากไหนเขาก็ตอบว่าเก็บมาจากในลานเรือนดัง นั้นเหอวิจู้เลยเดาว่าปังเกิ่งคงบอกฉิน ไหวหรูแบบนั้นเหมือนกันส่วนฉินไหวหรหูจะ เชื่อหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเธอแต่เขา ต้องทำให้พฤติกรรมการขโมยไก่ของปั้งเกิ่ง เป็นที่ประจักษ์ให้ได้ถึงแม้จะดูเหมือน เป็นการทำเรื่องซ้ำซ้อนแต่มันมีผลอย่าง มากต่อแผนการในอนาคตชิ้นไหวรู้คิดตามนิด หน่อยก็เข้าใจความหมายของเหอวิจู้ถึงเธอ จะไม่อยากเชื่อว่าลูกชายตัวเองไปขโมยไก่ บ้าสวีต้าเมแต่ลึกๆในใจเธอก็รู้อยู่แล้ว ล่ะว่าไก่นั่นปั้งเกิ่งเป็นคนขโมยมาเธอ แค่หลอกตัวเองเพื่อปกป้องลูกชายก็เท่า นั้นฉันเข้าใจที่เธอพูดนะจริงๆฉันก็รู้ แหละว่าไก่นั่นปั้งเกิ่งขโมยมาแต่ว่าเหอ แกยังเด็กอยู่นะถ้าโดนตราหน้าว่าเป็นขโมย ต่อไปแกจะไปเรียนไปหางานไปหาคู่ได้ยังไง ฉินไวหรูพูดด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มเห่อยัง หวังจะมีอนาคตอีกเหรออนาคตพี่ก็เตรียมตัว คลอดลูกให้ฉันอย่างเดียวก็พอเหอวิจู้แค่น หัวเราะในใจเด็กแค่นี้ก็ริอาจขโมยไก่แล้ว โตขึ้นจะไปขโมยอะไรอีกก็ไม่รู้พี่เป็นแม่ คนจะสปอยลูกแบบนี้ได้ยังไง เมื่อวานตอนพวกพี่กลับมาถึงสีน่าจะดูไม่ ค่อยดีกันเท่าไหร่แต่ปั้งเกิ่งก็คงไม่โดน ลงโทษอะไรหนักหนาสินะถึงฉินไหวหรูจะไม่ ได้บอกว่าเมื่อคืนครอบครัวเธอไปไหนมาแต่ เหอวิจู้ก็เป็นคนชี้ทางให้พวกหลอกแขนแดง เองดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากที่เมื่อ คืนพวกเขาจะไปอยู่ที่สำนักงานชุมชนมีโดน ลงโทษสิมเมื่อวานเด็กทั้ง 3 คนโดนสำนัก
Speaker A
งานชุมชนจับไปขังในห้องมืดตั้งหลาย ชั่วโมงนะเธอไม่รู้หรอกเด็กๆร้องให้กัน ใหญ่เลยน่าสงสารมากฉันเห็นแล้วใจแทบขาด ฉินไวหรูรีบตอบเฮอๆเอาเธอในเมื่อพี่คิด ว่าพวกเด็กๆได้รับการลงโทษจากสำนักงานชุม ชนแล้วงั้นฉันก็จะไม่พูดอะไรอีกเรื่องไก่ หนี้เดี๋ยวฉันจัดการเองที่ไม่ต้องยุ่ง แล้วนะวันหลังก็มาหาฉันที่นี่ทุกคืนเข้า ใจไหมเหอวิจู้ไม่อยากเถียงเรื่องปั้ง เกิ่งกับเธออีกไม่มีประโยชน์อะไรหรอกยัง ไงปั้งเกิ่งก็อายุสั้นอยู่แล้วจะไปสนใจ ทำไมให้มากความ หาทุกคืนเลยเหรอ แต่แต่ผู้หญิงก็ต้องมีวันนั้นของเดือนที่ ไม่สะดวกบ้างนะฉินไหวหรูก็อยากมาทุกคืน เหมือนกันเพราะความรู้สึกนั้นมันชวนให้ ลุ่มหลงจริงๆแต่เกิดเป็นผู้หญิงก็ต้องมี ช่วงเวลาที่ไม่สะดวกบ้างจะให้ทำศึกทั้ง ที่เลือดอาบก็คงไม่ไหวมั้งงั้นพี่ก็หาคน มาแทนฉันสิอืมพี่ไม่ได้บอกว่าจะแนะนำลูก พี่ลูกน้องให้ฉันเหรอเหอวิจู้นึกถึงฉิน จริงหรูเยโง่จอมหิวเงินคนนั้นขึ้นมาได้ ไม่ได้จิงหรูยังเป็นสาวเป็นนางจะให้มา เป็นเมียน้อยเธอไม่ได้เด็ดขาดฉินไหวหรู รีบปฏิเสธทันควนยุบนี้ยังไม่มีคำว่าเมีย น้อยหรือกิ๊กหรอกตามภาษาคนรุ่นก่อนความ สัมพันธ์แบบที่จดทะเบียนไม่ได้แต่ยังคบ กันอยู่ในสายตาฉินไหวหรูก็คือการเป็นเมีย น้อยนั่นแหละจริงๆแล้วความสัมพันธ์แบบนี้ ในปัจจุบันมีคำเรียกที่ฮิตมากว่าคบชู้แต่ เธอพูดไม่ออกจริงๆเพราะเธอก็กำลังคบชู้ กับเหอวิจู้อยู่เหมือนกันแน่นอนว่ายังมี อีกคำที่ฮิตกว่าคืออันธพานคำนี้ยิ่งไม่ กล้าพูดใหญ่ถ้าโดนจับได้โทษถึงตายเชียวนะ พี่รู้ได้ไงว่าเธอจะไม่ยอมเธอก็แค่อยาก เข้ามาเป็นคนเมืองมีกินมีใช้ไม่ขาดแคลน ซึ่งพวกนี้ฉันหาให้เธอได้หมดเหอวิจู้พูด อย่างดูแคลน จริงๆแล้วเขาไม่ได้สนใจฉินจริงหรูยายคน เห็นแก่เงินที่ไร้สมองนั่นหรอกสู้ฉินไหว
Speaker A
หรูก็ไม่ได้แต่ใครใช้ให้ยายนั่นหน้าตาดี ล่ะแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือถ้าฉิน จริงหรูไม่มาแล้วใครจะไปยุให้โหลเซียว เอ๋ออย่าล่ะนี่แต่ว่าแต่ว่าป้าฉันกับ ครอบครัวแกต้องไม่ยอมแน่ๆฉินไหวหรหูยังคง ลังเลก็อย่าให้พวกเขารู้สิขอแค่เธอได้ เข้ามาอยู่ในเมืองแล้วส่งของกลับไปให้ที่ บ้านทุกเดือนพวกเขาจะไม่ยอมได้ไงเหอวิจู้ เย้ายะของของอะไรเหรอพอได้ยินคำว่าของฉิน ไหวหรูก็ตาลุกวาวทันทีถ้าครอบครัวฉิงจริง หรูได้ของแล้วเธอจะได้บ้างไหม แป้งสาลีร้อยช่างต่อเดือนพอไหมความจริง เหอวิจู้ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องความเป็นอยู่ ในชนบทตอนนี้เท่าไหร่หรอกที่บอกว่าร้อย ช่างก็แค่ลองอย่างเชิงฉินไหวหรูดูเท่า นั้นแหละนี่ท้ารช่างต่อเดือนหากส่วนของ จริงหรูออกไปก็คงเหลือไม่เท่าไหร่หรอก บ้านป้าฉันมีลูกชายตั้ง 3 คนคิดดูสิว่าหา กันแล้วจะได้คนละเท่าไหร่เชียวชิ้นไว้รู้ สึกผิดหวังนิดหน่อยแค่แป้งสาลีร้อยช่าง แป้งข้าวโพดช่างละ 5 เฟิร์นก็แค่ 5 หยวน เองจิ้งหรูกินอยู่กับฉันแป้งสาลีร้อยช่าง นี่คือให้เธอเอาส่งกลับบ้านต่างหากแป้ง สาลีร้อยช่าง แถมยังไม่นับรวมส่วนของจริงหรูอีกเหรอ คราวนี้ฉินไหวหรูตกใจของจริงแป้งสาลี อย่างถูกๆก็ช่างละ 1 เหมาแถมยังต้องใช้ คูปองอาหารอีกคิดดูสิว่าเดือนนึงต้องใช้ เงินเกือบ 20 หยวนเลยนะเธอเชื่อเลยว่าถ้า เสนอเงื่อนไขนี้ไปบ้านป้าเธอต้องรีบ
Speaker A
ประเคนจริงหรูมาประทับถึงเตียงเหอวิจู้ แน่นอนเรื่องนี้ทำไว้จนครบแล้วเพียงสมัคร สมาชิกรายเดือนที่นิยายบายมันตราเพื่อฟัง นิยายเสียงเหมาแบบบุฟเฟ่ต์ได้ทุกเรื่อง เป็นร้อยเรื่องแค่เดือนละ 98 บาทได้ที่ เว็บอิงเรมนะครับลิงก์วิธีสมัครอยู่ใน ช่องคอมเมนต์ YouTube เลยครับบทที่ 34 ปนิบัติราวกับพระนางซูศีไทยเฮา ชิ้นไหวหรูกุมมือใหญ่ของเหอวิจู้ที่กำลัง กรอกวนอยู่บนหน้าอกของเธอด้วยความรู้สึก เปรี้ยวจี๊ดในใจพลางออดอ้อนว่าจู้จื่อ แล้วฉันล่ะจะได้อะไรบ้างไหม เฮอรวี่จู้ยกมุมปากขึ้นอย่างมีเล่หสนน้ำ หนักมือไม่เพียงไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มมาก ขึ้นสัมผัสความนุ่มหยุ่นที่กระเพื่อมไหว ใต้ฝ่ามือโอ้พี่อยากได้อะไรล่ะเขาถามด้วย ความสนใจสายตาจับจ้องไปที่แก้มที่เริ่ม แดงระเดื่อด้วยความเจ็บปวดของเธอ ชิ้นไหวหรูสูดหายใจเข้าลึกราวกับถูกแรงกด ดันนั้นบังคับให้พูดความในใจออกมาโดยไม่ ต้องคิดขอขอแป้งสาลีเดือนละร้อยช่างให้ บ้านฉันบ้างได้ไหมสายตาของเธอเต็มไปด้วย ความคาดหวังก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้นะเหอวิจุ ยิ้มแต่ยังไม่ทันที่ฉินไหวหรูจะดีใจเขาก็ พูดต่อแต่พี่ต้องคลอดลูกชายให้ฉันธัญพืช พวกนั้นฉันให้พี่ส่วนลูกชายฉันจะเลี้ยง เองหาชินไวหรูตกใจจนแทบจะลุกพรวดขึ้นมา แต่แรงกดทับที่หน้าอกก็ทำให้เธอหงายหลัง กลับไปอีกใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดเหลือ เพียงความตื่นตระหนกแต่แต่แม่ผัวฉันไม่ ยอมให้เอาห่วงออกในอีกอย่างถ้าแม่หม้าย อย่างฉันท้องขึ้นมันจะไม่โดนน้ำลายชาว บ้านชาวช่องถมน้ำลายใส่จนจมน้ำลายตายเหรอ ขี้ปากชาวบ้านเธอพูดจาตะกุกตะกักราวกับ มองเห็นภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนั้น
Speaker A
โง่จริงๆเหอวิจู้ใช้นิ้วบีบคางที่เกร็ง แน่นของเธอน้ำเสียงแฝงการยั่วยวนแอบไปเอา ออกที่โรงพยาบาลสิยายแก่นั่นจะไปรู้ได้ ยังไงส่วนเรื่องท้องเขาขยับเข้าไปใกล้หู เธอลมหายใจอุ่นร้อนรินรซอกคอฉันมีวิธีก็ แล้วกันจะทำเรื่องขอไปทำงานต่างถิ่นให้ พี่ศักดิปีนึงพี่ก็กลับไปบำรุงคันแล้วก็ คลอดที่หมู่บ้านตระกูลฉินนั่นแหละพอถึง ตอนนั้นฉันจะเอาเงินไปให้พี่ศักดิ์พัน หยวนรับรองได้เลยว่าคนบ้านที่จะเทิดทูล ที่ราวกับบรรพบุรุษปรนิบัติพัดียิ่งกว่า พระนางซูศีไทยซะอีก คำว่าพันหยวนและหมู่บ้าตระกูลฉินราวกับ ก้อนหินที่โยนลงไปในสนามในใจของฉินไหวหรู ทำให้เกิดระลอกคลื่นแห่งความขมขื่นขึ้นใน ทันทีตั้งแต่แต่งงานเข้าตระกูลเจอกลับไป เยี่ยมบ้านเกิดนับครั้งได้อย่าว่าแต่ซื้อ ของดีๆติดไม้ติดมือกลับไปเลยใบหน้าที่แก่ ชราลงทุกวันของพ่อแม่และสายตาที่เต็มไป ด้วยความน้อยใจของพี่สะใภ้ล้วนเป็นความ รู้สึกผิดที่กดทับอยู่ในใจเธอพันหยวน นั่นมันตัวเลขมหาศาลเลยนะบ้านเธอทำงานอาบ เหงื่อต่างทั้งปีก็เก็บเงินได้ไม่ถึง 100 หยวนด้วยซ้ำต่อให้ไม่กินไม่ดื่ม 10 ปีก็ ยังไม่รู้ 5 จะเก็บเงินได้เยอะขนาดนั้น หรือเปล่าถ้ามีเงินก้อนนี้ต่อให้เธอจะ ท้องโตกลับไปหรือต่อให้ลักลอบมีชู้ให้พวก เขาเห็นกับตาพวกเขาก็คงจะปรนิบัติพัด วีเธอด้วยรอยยิ้มอย่างแน่นอนในเสี้ย วินาทีนั้นฉินไหวหรหูรู้สึกถึงความเยะโยน ใจอันมหาศาลที่กำลังกอบกุมหัวใจเธอฉินไหว หรูรู้สึกหวั่นไหวมากแต่ก็ยังคงอดเป็น ห่วงปั้งเกิ่งลูกชายสุดที่รักของเธอไม่ ได้และในช่วงเวลา 1 ปีนี้ฉันก็คงไม่ได้
Speaker A
เจอปั้งเกิ่งเลยใช่ไหมฉินไวหรูถามด้วย ความลังเล ถ้ามันอยากไปเยี่ยมพี่ที่หมู่บ้านตระกูล ฉินฉันก็ยินดีไปส่งให้แต่ถ้ามันเห็นที่ ท้องป่องพี่จะอธิบายกับมันยังไงล่ะถึงยัง ไงมันก็ 12 ขวบแล้วบางเรื่องมันก็พอจะ เข้าใจบ้างแล้วนะเหอวิจู้ไม่ปิดบังเขาพูด ความจริงอันโหดร้ายออกมาตรงๆโยนสิทธิ์ใน การเลือกกลับไปให้เธอกางข้อดีข้อเสียให้ เห็นชัดๆให้เธอช่างน้ำหนักเอาเองฉินไหว หรูรู้สึกสับสนวุ่นวายใจไม่รู้ว่าจะทำยัง ไงดีจู่ๆเธอก็นึกถึงฉินจริงหรูขึ้นมาได้ ถ้าเธอกลับไปบำรุงครรภ์ที่หมู่บ้านตระกูล ฉินก็คงหลีกเลี่ยงการติดต่อกับครอบครัว ของป้าไม่ได้อยู่แล้วการที่ครอบครัวทั้ง 2 ฝ่ายจะรู้เรื่องที่เธอกับฉินจริงหรูใช้ สามีร่วมกันก็คงไม่เป็นไรหรอกเพราะถ้าผล ประโยชน์มากพอพวกเขาก็คงไม่สนใจเรื่องพวก นี้หรอกในยุคนี้การได้กินอิ่มท้องไม่ต้อง อดตายถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดตรัสใดที่ ไม่ให้คนอื่นในหมู่บ้านรู้ก็พอแต่ว่าทำไม ฉินจริงหรูมาถึงก็ได้แป้งสาลีเดือนละร้อย ช่างเลยล่ะแต่ทำไมเธอต้องรอให้คลอดลูกชาย ก่อนถึงจะได้ล่ะจู้จื่อฉันก็คอยปรนิบัติ เธอมาตลอดจิงหรูก็เป็นคนแนะนำให้เธอรู้ จักแต่พอจริงหรูมาเธอกลับให้แป้งสาลีร้อย ช่างเลยแล้วทำไมฉันต้องรอให้คลอดลูกชาย ก่อนถึงจะได้ล่ะแล้วถ้าคลอดเป็นลูกสาวจะ ไม่ได้อะไรเลยใช่ไหมชินไวหรูมองเหอวี่จู้ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน้อยใจรู้สึก เหมือนตัวเองเสียเปรียบอย่างหนักฉันหาฉิน จริงหรูมาไม่ได้แค่ให้มาแทนที่ช่วง 2-3 วันนั้นหรอกนะเธอยังต้องช่วยฉันดูแลคุณ ย่าด้วยไม่งั้นเธอก็ไม่มีที่อยู่หรอกก็คง ต้องจัดให้ไปอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าที่ห้อง คุณย่านั่นแหละคุณย่าที่เหอวิจุ้พูดถึง
Speaker A
ย่อมหมายถึงคุณย่าหูหนวกที่อยู่ลานหลัง นั่นเองนี่ก็เป็นเหตุผลที่เหอวิจุกล้าเอา ฉินจริงหรูเข้ามาในลานเรือนคือใช้ข้ออ้าง เรื่องการดูแลคุณย่าหูหนวกเพื่อเอาฉิน จริงหรูมาอยู่ข้างกายเขาคุณย่าก็มีคุณลุง ใหญ่กับคุณป้าใหญ่คอยดูแลอยู่แล้วไม่ใช่ เหรอฉินไหวหรูถามด้วยความสงสัย คุณลุงใหญ่ก็ต้องไปทำงานคุณป้าใหญ่ร่าง กายก็ไม่ค่อยแข็งแรงเพราะงั้นหาเด็กสาวๆ มาดูแลน่าจะอุ่นใจกว่าแล้วก็ช่วยแบ่งเบา พารคุณลุงใหญ่กับคุณป้าใหญ่ได้ด้วยเหตุผล นี้ช่างดูดีมีชาติตระกูลฟังขึ้นจนไม่มี ใครหาข้อติได้ส่วนแผนการลึกๆในใจเขาแน่ นอนว่าเขาไม่มีทางบอกฉินไหวหรูหรอกเอาล่ะ พี่หาเวลากลับไปพาฉินจริงหรูมาเถอะเดี๋ยว ฉันไปคุยกับคุณย่าเองส่วนที่จะยอมคลอดลูก ให้ฉันไหมฉันก็ไม่บังคับหรอกนะยังไงสฉิน จริงหรูก็คงยินดีทำอยู่แล้วและในอนาคตก็ คงมีผู้หญิงอีกมากมายที่เต็มใจทำโอกาสที่ จะได้เป็นลูกชายคนโตนี้ฉันตั้งใจจะเก็บ ไว้ให้พี่แต่ดูเหมือนพี่ก็ไม่ค่อยสนใจ เท่าไหร่เห็นฟ้าใกล้จะสางแล้วเหอวิจู้ก็ เร่งให้ฉินไหวหรูลุกจากเตียงฉันฉันขอพา จริงหรูมาก่อนแล้วกันนะสุดท้ายฉินไหวหรหู ก็ยังไม่ได้ตอบตกลงคำขอของเหอวิจู้เธอ ต้องรอดูเรื่องแป้งสาลีร้อยช่างต่อเดือน ของฉินจริงหรูรู้ก่อนถึงจะตัดสินใจอึม เดี๋ยวฉันไปทำอาหารเช้าหน่อยพี่กินของบน โต๊ะให้หมดแล้วค่อยกลับนะเหอวิจู้ผู้จบก็ เดินออกจากห้องนอนไปมันฝรั่งกับไข่ต้มที่ ให้ฉินไหวหรูกินคือของเหลือจากมื้อที่ แล้วส่วนเข้ากับเหอวิสุ่ยก็ต้องกินของสด ใหม่ทำเสร็จใหม่ๆอยู่แล้วในเมื่อฉินหรู ยังไม่ยอมตกลงคลอดลูกให้เขากันที่เขาแบ่ง ของกินให้บ้างก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้วในหัว ของฉินไหวหรูตอนนี้มีแต่คำพูดที่เหอวิจู้ พ้นออกมาเงิน 1,000 หยวนแป้งสาลี 100
Speaker A
ช่างคลอดลูกชายส่วนปั้งเกิ่งนะเหรอเธอเอง ก็ไม่ทันสังเกตว่าตัวเองเผลอลืมเขาไปเสีย สนิทเธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่ตั้ง ท้องปั้งเกิ่งพ่อแม่ที่บ้านเกิดอุตส่าห ประหยัดกินประหยัดใช้หอบหิ้วแม่ไก่แกที่ กำลังออกไข่กับไข่ไก่อีก 20 ฟองที่เก็บ หอมรอมริบมานานแสนนานเด้นด้นมาจากบ้านนอก เพื่อมาบำรุงคันให้เธอแต่สุดท้ายล่ะของดี ๆพวกนั้นกลับตกไปอยู่ในท้องของเจียจจาง ซื่อผู้เป็นแม่ผัวและเจียตงซอวิ หมดเธอไม่ได้กินน้ำซุปไก่ดีๆสักหยดได้แต่ นั่งเลียก้นชามที่มีแต่น้ำแกงลอยมันจางๆ ความน้อยเนื้อต่ำใจและความขมขื่นในวันราว กับน้ำดีรสขมที่ถูกหมักหมมมานานพอถูก กระตุ้นด้วยความหวังลมๆแล้งๆที่เหอวิจุ วาดไว้มันก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่จมูก ทันทีขอบตาเริ่มร้อนผ่าวหยัดน้ำตาร้อนๆ รินไหลลงมาอับแก้มอย่างเงียบงันโดยไม่อาจ กลั้นไว้ได้ครั้งนี้ฉินไหวหรูเชื่อฟังมาก เธอกินมันฝรั่งลูกใหญ่กับไข่ต้ม 2 ฟองที่ เหอวิจุให้จนหมดเกลี้ยงแถมยังดื่มน้ำ เปล่าจนหมดชามแล้วถึงได้กลับบ้านตัวเองไป เธอไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำว่าอาการลุกไม่ ค่อยจะขึ้นเมื่อครู่ตอนนี้เดินกลับบ้าน กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยสักนิด เหอวิจู้ค่อนข้างพอใจกับพฤติกรรมของฉิน ไหวหรูในวันนี้อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้แอบ เก็บมันฝรั่งครึ่งลูกกับไข่ต้มกลับไปให้ ปั้งเกิ่งเหมือนเมื่อวานนี้แสดงให้เห็น ว่าคำพูดของเขาและสิ่งยั่วใจอันมหาศาล นั้นเริ่มออกฤทธิ์แล้วเฮอี่จู้เดินกลับ เข้าห้องนอนเก็บผ้าปูที่นอนที่เปียกชุ่ม เป็นวงกว้างแล้วเปลี่ยนผืนใหม่ที่สะอาด สะอ้านเขาไม่อยากให้เหอวิสุ่ยเข้ามาเห็น คร่าวพวกนี้หรอกนะส่วนเรื่องจะให้ใครมา ซักผ้าปูที่นอนผืนนี้เขาก็มีคนในใจอยู่
Speaker A
แล้วแต่ว่าก็ต้องหาข้ออ้างบังหน้าหน่อย เขาเลยเอาผ้าปูที่นอนนอนที่เปลี่ยนออกมา ไปแช่ไว้ในกะละมัง รอจนเหอวิสุ่ยตื่น 2 พี่น้องกินอาหารเช้า ร้อนๆเสร็จเหอวิจู้ก็ยัดไข่ต้ม 3 ฟองมัน ฝรั่ง 2 ลูกกับหัวชายเท้าตุ๋นซีิ้วหอมฉุย ใส่ปิ่นโตให้เหอวิสุ่ยเอาไปกินที่ทำงานพอ ส่งน้องสาวเสร็จเสียงอี้จงก็ดังมาจากหน้า ประตูเร่งให้เขาไปทำงานพร้อมกันคุณลุง ใหญ่ล่วงหน้าไปก่อนเลยครับผมขอเก็บของ แป๊บนึงเดี๋ยวตามไปเหอวิจุไม่ได้เดินออก ไปแต่ตะโกนตอบจากในบ้านด้วยน้ำเสียงปกติ เขาต้องรอให้คนที่ต้องไปทำงานในลานเรือน ออกไปให้หมดก่อนเขาถึงจะไปทำธุระของตัว เองได้อาศัยช่วงเวลาสั้นๆนี้เหอวิจุหยิบ มันฝรั่งอุ่นๆ 2-3 ลูกหัวชายเท้าตุ๋นสีู หอมฉุย 1 ปิ่นโตและไข่ต้ม 5 ฟองเดินอย่าง อารมณ์ดีไปที่บ้านหลังเล็กซอมซ่อของย่าหู หนวกที่ลานหลังย่าหูหนวกเพิ่งจะล้างหน้า แปรงฟันเสร็จกำลังจะกินข้าวต้มแป้งข้าว โพดใสๆกับหมั่นโถแป้งผสมที่คุณป้าใหญ่เอา มาให้ม่านประตูก็ถูกเลิกขึ้นคุณย่ายังไม่ กินข้าวใช่ไหมครับผมเอาของกินมาให้ครับ เหอวิจู้เดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้า ย่าหูหนวกพอพอเห็นเหอวิจู้เอาของกินมาให้ แต่เช้าก็ดีใจจนเนื้อเต้นรู้สึกว่าการที่ ต้องออกไปยืนตากลมหนาวครึ่งค่อนคืนเมื่อ วานนี้มันคุ้มค่าจริงๆแต่ทว่าพอแกเห็นใบ
Speaker A
หน้าของเหอวิจู้ก็ต้องตกใจสุดขีดทำไมผ่าน ไปแค่คืนเดียวหน้าตาไอ้เด็กนี่มันถึง เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้หรือว่าฉันจะแก่จนสาย ตาฟ้าฟางไปแล้วจริงๆ เมื่อคืนตอนแกบซุ่มดูอยู่หลังประตูฉุย ฮวาแกก็ไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง บนใบหน้าของเหอวิจู้เลยแต่เรื่องหน้าตา ที่เปลี่ยนไปของเหอวิจู้แกก็ไม่ได้พูด อะไรออกมาได้แต่คิดว่าเมื่อเมื่อก่อนเหอ วิจุคงไม่ค่อยดูแลตัวเองวันนี้อาจจะมี เรื่องสำคัญอะไรเลยตั้งใจแต่งตัวซะหน่อย เพราะยังไงใบหน้านี้แกก็คุ้นเคยดีมันคือ เหอวิจู้หลานชายคนโตของแกนั่นแหละเหอวิจุ ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆว่าเมื่อคืนย่าหู หนวกแอบซุ่มดูอยู่หลังประตูเพื่อช่วยเขา และโหลเสี่ยวเอ๋อก็ดันลืมบอกเรื่องนี้ไป ซะสนิทด้วยเหตุผลบางประการโอ๊ยหลานรักของ ย่าช่างกตัญญูจริงๆมีของอร่อยก็ยังนึกถึง ย่าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ของย่าหูหนวกยิ้มกลิ่มแกตะไวเห็นไข่ต้ม ตั้ง 5 ฟองเชียวนะแถมหัวชายเท้าตุ๋นซีอิว นั่นก็หอมฉุยจริงๆย่าได้กลิ่นเนื้อไก่โชย มาเตะจมูกเลยมิน่าล่ะเมื่อวานสวีต้าเมถึง ได้ฟันธงว่าไอ้ซาจู้ตัวแสบนี่ขโมยไก่บ้าน เขาไปบทที่ 35 ฉันจะหาคนมาดูแลย่าเองครับ เหอวิจุวางของกินลงตรงหน้าหญ้าหูหนวกแล้ว หยิบไข่ต้มมาปอกเปลือกคุณย่าผมปอกไข่ให้ ชิมดูก่อนนะไข่นี่อร่อยมากเลยนะเมื่อวาน อวี่สุ่ยฟาดไปตั้ง 2 ฟองรวดเหอวิจู้พูด ราวกับกำลังนำเสนอของล้ำข้าโอ๊ยย่าหูหนวก จ้องไข่ต้มที่ปอกเปลือกแล้วเขมงลำคอขยับ กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัวแต่ปากก็ยังรักษา มารยาทของล้ำค่าพันธุนี้เก็บไว้ให้หลาน รักของย่ากินเถอะย่าแก่ป่านนี้แล้วกินของ
Speaker A
ดีๆแบบนี้ไม่ได้หรอกสำหรับย่าหูหนวกคนนี้ เหอวิจุก็เคยอ่านนิยายมาหลายเรื่องเสียง วิจารณ์ก็แตกออกเป็น 2 ฝั่งฝั่งหนึ่งบอก ว่าแกเป็นคนดีคนหนึ่งในบรรดาไม่กี่คนใน เรือน 4 ประสานนี้ส่วนอีกฝั่งก็บอกว่าย่า หูหนวกนี่แหละคือบอสใหญ่ตัวจริงคือคนที่ ร้ายกาดที่สุดในเรือน 4 ประสาน แต่ตอนนี้เหอวิจู้ก็ยังไม่แน่ใจนักว่าย่า แกเป็นคนยังไงกันแน่แล้วก็ไม่ได้สนใจด้วย ว่าแกจะดีหรือร้ายขอแค่แกดีกับเขาไม่มา วางแผนคิดร้ายกับเขาเขาก็ยินดีจะหาคนมา คอยดูแลแกมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไรฮิๆคุณ ย่าไข่นี่ผมตั้งใจเอามาให้คุณย่ากินนะของ บำรุงกำลังแบบนี้คุณย่าต้องกินเยอะๆจะได้ อายุยืนเป็นร้อยปีไม่งั้นวันหน้าใครจะคอย หนุนหลังผมล่ะครับเหอวิจู้พูดด้วยรอยยิ้ม เขาเคยอ่านเจอในนิยายพวกนั้นว่าย่าแกเส้น สายกว้างขวางขอแค่เขาไม่ทำตัวอันธพาน เหมือนซาจู้ในเนื้อเรื่องเดิมอาศัยเส้น สายของคุณย่าการจะขอตำแหน่งหัวหน้าเล็กๆ ในโรงงานรีดเหล็กก็คงไม่ใช่เรื่องยากไร ต่อให้ยากแกจะไม่ได้มีเส้นสายใหญ่โตขนาด นั้นอย่างน้อยแกก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาตรง หน้านี้ให้เขาได้แหละน่าได้ได้ย่าจะอยู่ ให้ถึง 100 ปีเลยจะไม่ยอมให้พวกตาบอดมา รังแกหลานรักของย่าเด็ดขาดย่าหูหนวกรับ ไข่ต้มที่ปอกเปลือกแล้วจากเหอวิจู้มา เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยเห็นย่าหูหนวก อารมณ์ดีเหอวิจู้ก็บอกจุดประสงค์ของการมา ครั้งนี้คุณย่าครับคุณป้าใหญ่สุขภาพก็ไม่ ค่อยจะสู้ดีคุณลุงใหญ่ก็ยุ่งกับงานต้องมา คอยดูแลคุณย่าก็คงจะเหนื่อยแย่ให้ผมหาคน
Speaker A
มาดูดูแลคุณย่าดีมั้ครับอะไรนะจะหาคนมาดู แลย่างั้นเหรอไม่ได้หรอกนั่นมันวิถีพวก เศรษฐีที่ดินชัดๆหญ้าให้คนมาคอยรับใช้ไม่ ได้หรอกนะยาหูหนวกรีบปฏิเสธทันควันไม่ได้ ให้มารับใช้ครับแค่ให้มาคอยดูแลทำกับข้า ซักผ้าทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆแล้วก็อยู่เป็น เพื่อนคุยกับคุณย่าไงครับเหอวิจู้รีบ อธิบาย ใครกันล่ะย่าแกถามอย่างระแวดระวังลูกพี่ ลูกน้องของฉินไหวหรูครับเป็นเด็กต่าง จังหวัดขยันขันแข็งมากลูกพี่ลูกน้องของ ฉินไหวหรูงั้นเหรอไม่ได้หรอกฉินไหวหรูย่า หูหนวกไม่ได้พูดอะไรต่อแกรู้ดีว่าเหอ วิจู้แอบมีใจให้ฉินไหวหรูมาตลอดแต่แกรู้ สึกไม่ถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เลยแกก็เคย เตือนเหออวี่จู้เรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่เหอวิจู้ก็ไม่เคยเก็บไปใส่ใจครั้งนี้ ถึงขนาดจะพาลูกพี่ลูกน้องของฉินไหวหรู เข้ามาอยู่ในลานเรือนเพื่อมาดูแลแกไม่มี ทางยอมแน่ๆคุณย่าครับลูกพี่ลูกน้องของฉิน ไหวหรูคนนี้ไม่เหมือนฉินไหวหรูหรอกนะไม่ ได้มีเล่ห์เหลี่ยมพราวเป็นแค่เด็กซื่อๆ ที่ไม่เคยเห็นโลกกว้างมีคุณย่าคอยจับตะดู อยู่แกจะไปก่อเรื่องอะไรได้ล่ะครับหือ เมื่อกี้หลานพูดว่าอะไรนะย่าหูหนวกมองเหอ วิจุอย่างประหลาดใจนึกว่าตัวเองหูตึง กำเริบฟังที่เหอวิจุ้พูดเมื่อกี้ไม่ชัดผม บอกว่าเด็กคนนี้ซื่อๆครับคุณย่าวางใจได้ เหอวิจุ๊เองก็คิดว่าย่าหูหนวกคงหูตึง กำเริบอีกแล้วเลยรีบชะโงกหน้าไปตะโกนกรอก หูแกเสียงดังลั่นโอ๊ยย่าหูหนวกสะดุ้งโหยง กับเสียงตะโกนที่ดังขึ้นมากะทันหันตีแขน เหอวิจู้ไปทีนึงอย่างหมั่นไส้ไอ้หลานบ้า ก็จะให้ย่าหัวใจวายตายหรือไงแกถลึงตาใส่ เหอวิี่จู้อย่างคาดโทษย่าหมายถึงก่อนหน้า นี้หลานพูดถึงฉินไหวหรูว่าอะไรนะฉินไหว หรูเหรอครับผมไม่ได้พูดอะไรถึงหล่อนสัก หน่อยก็แค่บอกว่าลูกพี่ลูกน้องของฉินไหว หรูไม่ได้มีเล่หเหลี่ยมเยอะเหมือนหล่อนนะ ครับเฮ้อที่แท้ก็รู้อยู่แต่หมอกอุตส่าห์
Speaker A
ให้ย่ามานั่งเป็นห่วงกลัวจะโดนเขาหลอกซะ อีกฮิๆเหอวิจู้หัวเราะร่วนคางเกาหัวทำไม ผมจะไม่รู้ล่ะครับก็แค่ขี้เกียจจะไปถือสา หาความกับพวกนั้นแค่นั้นเองก็ถูกของหลาน หลานย่าเก่งจะตายไปเมื่อวานย่าก็เห็นแล้ว หลิวไห่จงกับพักพวกกระจรรังแกหลานย่าสุด ท้ายก็โดนหลานย่าสั่งสอนสงอไปเลยไม่ใช่ เหรอเหอวิจู้ถึงเพิ่งรู้ว่าเรื่องเมื่อ วานย่าแกก็รู้เห็นเป็นใจหมดเลยนี่นาฮิๆ สรุปว่าเมื่อวานคุณย่าก็เห็นเหตุการณ์หมด เลยเหรอครับอืมย่าหูหนวกเม้มปากอย่างผู้ ชนะนางหนูเสี่ยวเ๋อเป็นคนมาตามย่าเองและ ย่าตั้งใจไม่ออกไปเสนอหน้าแต่แอบซุ่มซุ่ม ดูอยู่หลังประตูฉุยฮอลลาน่าอยากจะดูซิว่า พวกมันจะทำอะไรได้บ้างฮือแต่นึกไม่ถึงเลย ว่าพวกมันจะไม่ได้เรื่องเอาซะเลยย่าเลย ขี้เกียจจะออกไปยุ่งด้วยเลยน้ำเสียงของแก แฝงความเจ้าเล่ห์ประหนึ่งกุนสือผู้วางแผน แล้วเรื่องให้ลูกพี่ลูกน้องฉินไหวหรูมาดู แลคุณย่านี่เหอวิจู้ลองอย่างเชิงพูด เรื่องฉินจริงหรูขึ้นมาอีกครั้งแล้วแม่ หนูนั่นอุตส่าห์ดนด้นมาตั้งไกลจะให้ไปพัก ที่ไหนล่ะย่าหูหนวกถามกลับคุณย่าครับเอา อย่างนี้ดีไหมให้เด็กนั่นพากับคุณย่าจะ ได้สะดวกคอยดูแลคุณย่าด้วยส่วนค่าอาหารผม ออกเองค่าแรงเด็กนั่นผมก็จ่ายคุณย่าแค่ ให้ที่พักก็พอคุณย่าว่าไงครับย่าหูหนวก ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและไงหน้า ถามเหอวิี่จู้ว่าหลานเคยเห็นหน้าแม่หนู นั่นหรือยัง ยังเลยครับเหอวิจุ้ตอบตามความจริงแต่ได้ ยินฉินไหวหรูบอกว่าหน้าตาสะสวยน่าดูเชียว ส่วนจะหน้าตาเป็นยังไงไว้รอแม่หนูนั่นมา ถึงคุณย่าก็เห็นเองแหละครับถ้าดูแล้วไม่ ถูกใจเราก็ส่งกลับไปเลยไม่ต้องพูดพร่ำทำ เพลงให้เสียเวลา อ๋อย่าหูหนวกทำเสียงลากยาวใบหน้าเผยรอย ยิ้มอย่างรู้ทันใช้นิ้วชี้ๆหน้าเหอวิจู้ เป็นเชิงล้อเลียนว่าแล้วเชียวย่ารู้อยู่ แล้วหลานบ้าอย่างหลานน่ะพอได้ยินว่าสาว
Speaker A
เจ้าหน้าตาสวก็คงจะปิ๊งขึ้นมาล่ะสิก็จะ เอาแม่หนูนั่นมาฝากหญ้าเลี้ยงไว้ก่อนแล้ว ก็ไม่ให้เสียฤกษ์แต่งงานด้วยใช่มั้ล่ะฮิๆ คุณย่าก็เหอวิจู้โดนจี้ใจดำแต่ก็ไม่ได้ โกรธเคืองอะไรแค่หัวเราะแห้งๆแล้วลดเสียง ลงพูดทีเล่นทีจริงว่าขุนย่าก็อย่าพูดแรง ไปสิครับผมก็แค่คิดว่าวันหน้าถ้ามีลูกดก จะได้ให้คุณย่าย่าช่วยเลี้ยงเป็นเพื่อน เล่นไงล่ะครับเขาจงใจพูดกึ่งล้อเล่นกึ่ง อย่างเชิงถุยย่าหูหน่วแกล้งทำเป็นโกรธ แล้วถ่มน้ำลายใส่แต่ในแววตากลับไม่มี วิแววของการตำหนิเลยแม้แต่น้อยซ้ำยังมี แววเจ้าเล่หเปล่งประกายขึ้นมาแวบหนึ่งไอ้ เด็กบ้าวันหลังห้ามไปพูดจาเหลวไหลแบบนี้ ข้างนอกเด็ดขาดนะพูดกับย่าก็พอแล้วเมีย หลายคนหือนั่นมันความล้าหลังของสังคมเก่า นะสำเร็จเรื่องนี้ผ่านฉลุยเฮอวิจู้รู้สึก โล่งใจสุดๆถึงปากคุณย่าจะด่าทะเรื่องมีคน รับใช้เป็นพวกเศรษฐีที่ดินอย่างจริงจัง แต่แกก็ยอมรับให้ฉินจริงหรูมาดูแลแล้ว ส่วนเรื่องเมียหลายคนนั่นน่ะแกก็ไม่ได้ โกรธจริงจังอะไรแถมยังมีท่าทีรู้กันอยู่ อีกต่างหากขอแค่ให้ฉินจริงหรูเข้ามาอยู่ ในบ้านคุณย่าได้มีคุณย่าเป็นร่มโพร่มไทร คุ้มครองให้เขาก็สามารถต่อยให้ฉินจริงหรู แอบมาปรนิบัติเขาในตอนกลางคืนได้อย่าง สบายใจหายห่วงงั้นคุณย่าเรื่องนี้ก็ตกลง ตามนี้นะครับเดี๋ยวผมให้ฉินไหวหรูไปรับ ลูกพี่ลูกน้องมาและให้คุณย่าช่วยดูตัวให้ ด้วยอืมคุณพามาให้ดูก่อนก็แล้วกันย่าหู หนวกพยักหน้าแต่ก็ไม่ลืมทิ้งท้ายไว้ว่า แต่ถ้าไม่ถูกใจย่าย่าเลยแต่จะเพิดกลับไป จริงๆนะได้เลยเชื่อฟังคุณย่าทุกอย่างครับ เฮอรวิี่จู้เดินยิ้มร่าออกมาจากบ้านย่าหู หน่วประจบเหมาะเจอกับสวีต้าเม่าที่กำลัง เข็นจักรยานเตรียมตัวไปทำงานพอดีอ้าว สวีต้าเม่าเหอวิจู้จงใจดัดเสียงให้ดัง ขึ้นใบหน้าก็ประดับรอยยิ้มกวนประสาทสุดๆ หาแม่ไก่แก่ที่ไม่ยอมออกไข่ของบ้านนายเจอ หรือยังระวังจะโดนไก่ตัวผู้บ้านอื่น้าไป
Speaker A
กินนะโว้ยน้ำเสียงนั้นช่างยนกวนประสาทหา ได้เปรียบสวีต้าเมื่อได้ยินเสียงซาจู้ก็ หันขวับไปมองด้วยความโกรธจัดแต่ก็ต้อง อึ้งไปครู่หนึ่งนี่มันซาจู้จริงดิหล่อลาก ไส้ขนาดนี้เลยเหรอน่าจะดีกว่าพระเอกหนัง ซะอีกรีสลัดความคิดนี้ออกจากหัวกันที่ ซาจู้หล่อขนาดนี้มันทำให้เขาอิฉะตาร้อน สุดๆถ้าพวกผู้หญิงในแผนกประชาสัมพันธ์มา เห็นเขาไม่พากันวิ่งเข้าใส่ไอ้เวนี่กัน หมดเหรอไม่ได้การปล่อยให้เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นเด็ดขาด ถุยใบหน้าสวีต้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำใน พริบตาถ่มน้ำลายอย่างเครียดแค้นแต่ก็พูด อะไรไม่ออกคำพูดของเหอวิจู้ล้วนแฝงไปด้วย คำเหน็บแนมแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาตรงๆทำให้ เขาหาเรื่องมาดับกลับไม่ได้ซาจู้แกอย่า เพิ่งดีใจไปแล้วเราจะได้เห็นดีกันเขาทำ ได้แค่ทิ้งท้ายด้วยคำขู่เขาหาคำมาด่ากลับ ซาจู้ไม่ได้จริงๆก็ในเมื่ออีกฝ่ายก็แค่ พูดกระทบกระเทียบไม่ได้พูดตรงๆว่าเมียเขา ไม่มีน้ำยาซะหน่อยโอ๊โๆเหอวิจู้แกล้งเลิศ คิ้วอย่างโอเวอร์ก้าไปข้างหน้า 1 9 จงใจ กวาดสายตามองสวีต้าเมื่อตั้งแต่หัวจโร เท้านี่กับว่าพอนอนพักคืนเดียวแผลหายก็ ลืมความเจ็บปวดเลยเหรอยังกล้ามาทำก่างใส่ อีกนะ ฉันหวังดีช่วยเตือนเรื่องที่ไก่บ้านนาย อาจจะหายไปไหนนายกลับจะให้ฉันรอดูงั้น เหรอช่างเนคคุณจริงๆไร้หัวใจสิ้นดีไม่รู้ เหมือนกันนะว่าใครที่เมื่อคืนร้องๆให้ขอ ร้องไม่ให้ฉันทิ้งไว้ข้างนอกขอให้ฉันพา กลับไปส่งที่บ้านน่ะพอตอนนี้ปลอดภัยดี แล้วก็ลืมเรื่องพวกนั้นไปซะสนิทเลยล่ะสิ แกสวีต้าโกรธจนตัวสั่นเทิ้มหน้าอก กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงกำหมัดแน่นจน เกิดเสียงดังกรอบแกบแต่สุดท้ายก็ต้อง กลั้นความโกรธเอาไว้เขาจ้องหน้าเหออวี่
Speaker A
จู้อย่างเครียดแค้นพ่นลมหายใจออกทางจมูก อย่างหนักหน่วงแล้วเข็นจักรยานเดินจากไป บทที่ 36 จ้างอวีทำงานเดินตามหลังสวีต้า เมื่อออกมาจากลานหลังจนพ้นลานกลางเหอ วิจู้ถึงได้หันไปเหยียดยิ้มเยอะๆใส่สายตา เครียดแค้นของสวีต้าเมื่อก่อนจะเดินทำ หน้าตายียวนเหมือนเด็กได้แกล้งคนไปทาง บ้านเหยียนปู้กุ ประตูไม้เก่าๆของบ้านตระกูลเหยียนเปิด แงะมคนทั้งครอบครัวกำลังล้อมวงอยู่รอบ โต๊ะสี่เหลี่ยมที่ขัดจนมันแผลบจิบข้าวต้ม แป้งข้าวโพ่ใสแจ๋วชนิดที่แทบจะส่องเหงา ตัวเองได้แกล้มกับผักโด่งที่แบ่งกันกิน เป็นชิ้นๆเหยียนปู้กุ้ยนั่งอยู่ตรง ตำแหน่งประธานหันหน้าออกประตูกำลังยกชำ จิบข้าวต้มทีละนิดคุณลุงสามกินข้าวอยู่ เหรอครับเหอวิจู้ปั้นรอยยิ้มเป็นมิตรร้อง ทักทายเสียงดังฟังชัดซ่าเหยียนปู้กุ้ยใน หน้าขึ้นตามเสียงคำเรียกที่คุ้นเคยกำลัง จะหลุดออกจากปากแต่พอสายตาปะทะเข้ากับเหอ วิจู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูคำว่าจู้ก็จุก อยู่ที่คอหอยแก่ชะงักกึกดวงตาขุ่นโมเบอ กว้างขึ้นทันทีราวกับเห็นภาพปาฏิหาริย์ ตรงหน้าชั่วขณะนั้นสายตาของทุกคนในตระกูล เหยียนต่างพุ่งตรงไปที่เหอวิจุอย่างพร้อม เพียงบรรยากาศรอบตัวคล้ายจะหยุดนิ่งได้ ยินเพียงเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆที่กลั้น ไว้ไม่อยู่นี่ใช่ซาจู้ที่พวกเขารู้จัก จริงๆเหรอใช่ซาจู้คนเดิมที่ปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวทั้งที่เพิ่งจะอายุ 30 ต้นๆแต่ กลับดูห่อเหี่ยวเหมือนคนอายุ 4-50 คนนั้น จริงๆหรือเวลาผ่านไปแค่คืนเดียวทำไมถึง ได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนขนาดนี้ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้ารูปร่างสูง
Speaker A
โปร่งท่าทางกระฉับกระเฉงใบหน้าเกลี้ยง กลาวผมจัดทรงเรียบร้อยแผ่กลิ่นอายความ สะอาดสะอ้านและความหล่อเหลาอย่างที่ไม่ เคยมีมาก่อนโดยเฉพาะคู่สะใภ้กับน้องสามี อย่างอวีและเหยียนเจเจียตี้ 2 สาวจ้องมอง เหอวี่จู้ตาไม่กระพริบราวกับถูกแม่เหล็ก ดึงดูดเอาไว้จนลือแม้กระทั่งจังหวะหายใจ อวีถึงกับรู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนเผ่า ขึ้นมาดื้อๆแต่เหยียนปู้กุ้ยก็ผ่านโลกมา มากหลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่งก็รีบดึงสติ กลับมาได้อย่างรวดเร็วไม่ผิดแน่หน้าตารูป ร่างแบบนี้ซาจู้ตัวเป็นแน่นอนแกคิดในใจ นี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือเปล่า เนี่ยวันนี้ไอ้หนุ่มนี่ถึงได้แต่งตัวสล่อ เหลาอาการหรือว่าจะไปดูตัวแต่พอนึกขึ้น ได้ว่าซาจู้คนนี้ไม่เคยทำหน้าดีใส่แกเลย สักครั้งจู่ๆมาปั้นยิ้มแฉ่งปานนี้แต่เช้า ตรู่ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่พังพรมาสวัสดี ปีใหม่ไก่ไม่ได้มาดีชัวร์ซาจู้จะมีธุระ อะไรหรือเปล่าเหยียนปู้กุ้ยเอ่ยถามฮิๆคุณ ลุง 3 เหอวิจุทำเป็นไม่เห็นท่าทีแปลกๆของ ทุกคนยังคงรักษาหน้าตาซื่อๆไร้พิสงค์ไว้ ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณลุงศักดิ์หน่อย ครับโอ้ดวงตาเล็กๆของเหยียนปู้กุ้ยเปล่ง ประกายวาวราวกับหมาป่าที่ได้กลิ่นเหยื่อ แกวางชามข้าวต้มลงนิ้วมือเคาะโต๊ะเป็น จังหวะโดยไม่รู้ตัวเรื่องอะไรล่ะหลองว่า มาสิลุงนผ่านโลกมาเยอะเผื่อจะช่วยให้คำ แนะนำได้บ้างแต่ว่านะแกจงใจลากเสียงยาว เผยให้เห็นเจตนาที่จะเรียกร้องผลประโยชน์ อย่างโจ่งแจ้งฮิฮิเรื่องดีๆทั้งนั้นแหละ ครับเหอวิจู้ยิ้มอย่างมีเล่สนถ้าคุณลุง ไม่สนใจเดี๋ยวผมหันหลังไปถามคนอื่นลุง อย่ามาเสียดายทีหลังล่ะเล่เหลี่ยมของตา แก่คิ้งเกียรนเนี่ยเขารู้ทันหมดแหละก็แค่ หวังจะได้ส่วนแบ่งไม่ใช่หรือไงแต่คนอย่าง
Speaker A
เหอวี่จู้จะยอมให้ใครมาเอาเปรียบฟรีๆได้ ยังไงคิดว่าเขาเป็นซาจู้คนเดิมอยู่หรือไง แกล้งว่ามาก่อนสิว่าเรื่องดีๆที่ว่ามัน คืออะไรถ้าเป็นเรื่องดีจริงๆเหยียนปู้ก็ ยืดหลังตรงปั้นหน้าทำเป็นใจกว้างลุงก็จะ ไม่เก็บค่าที่ปรึกษาเล็กๆน้อยๆนั่นหรอก โอ้โหงานั้นผมก็ต้องขอบคุณลุงมากเลยนะ ครับเหอวิจุไม่สนหรอกว่าลุงแกจะฟังคำ ประชดออกไหมเขาเข้าประเด็นทันทีคุณลุงสา เมื่อวานตอนพวกคุณลุงเข้าไปในบ้านผมก็คง เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าในบ้านมันรกขนาดไหน แทบจะไม่มีที่ให้ยืนเลยผมอยู่คนเดียวก็ ไม่มีใครมาช่วยจัดกวาดให้ตอนแรกก็กจวาน ให้พี่ฉินช่วยแต่บ้านพี่ฉินแกก็มีเรื่อง ยุ่งๆเต็มไปหมดแถมยังต้องไปทำงานที่โรง งานอีกจะเอาเวลาที่ไหนมาช่วยผมจัดบ้านล่ะ ครับผมมาลองคิดดูแล้วทั้งลานเดือนนี้คน ที่พอจะมีเวลาก็เห็นจะมีแค่อาวีบ้านลุง ไม่ได้อย่าไม่ทันที่เหอวิจู้จะพูดจบ เหยียนเจี่ยเฉินก็เด้งพรวดขึ้นจากม้านั่ง หน้าดำหน้าแดงปฏิเสธเสียงแข็งทันทีเขาแอบ สังเกตอาวีอยู่เงียบๆตั้งแต่เหอวี่จู้ เดินเข้ามาแล้วสายตาของเมียเขาไม่เคยมอง ไปทางอื่นเลยนอกจากใบหน้าหล่อๆนั่นแววตา ที่เป็นประกายแบบนั้นขนาดเขาเป็นผัวยัง ไม่เคยเห็นเลยจะให้อาวีไปจัดบ้านให้ ไอ้ซาจู้เนี่ยนะนี่มันส่งเนื้อเข้าปาก เสือชัดๆไม่มีทางยอมเด็ดขาดเหยียน เจี่ยเฉิงเหอวิจู้ปลายตามองมุมป่ากระตุก ยิ้มเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบังบ้านตระกูล เหย็นนี่ นายเป็นคนตัดสินใจเหรอ ฉันก็ต้องเป็นคนตัดสินใจสิอาวีเป็นเมีย ฉันนะเหยียนเจเฉิงโกโท่จนเลือดขึ้นหน้า กับน้ำเสียงและท่าทางของเหอวิจู้ถ้าไม่ ติดว่ารู้ตัวว่าสู้ไอ้ซาจู้ไม่ได้ป่านนี้ เขาพุ่งเข้าไปอัดมันสักตั้งแล้วอ้าวถ้า เป็นงั้นก็ช่างเถอะผมไปหาป้าหวังบ้านตรง ข้ามดีกว่าให้เดือนละ 5 หยวนแถมเลี้ยง
Speaker A
ข้าวอีกวันละ 3 มื้อผมว่าแกน่าจะยอมทำนะ เหอวิจู้พูดจบก็หันหลังเตรียมจะเดินไป บ้านตระกูลหวังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเดี๋ยว จู้จื่อจู้จื่ออย่าเพิ่งไปสิเสียงร้อนรน ของเหยียนปู้กุ้ยดังไล่หลังมาเสียงแทบจะ เพี้ยนไปแล้วเมื่อกี้แกพูดว่าไงนะลุงยัง ฟังไม่ถนัดเลยแกอย่าไปฟังไอ้ลูกหมา เจียเฉิงมันพูดจาเหลวไหลบ้านนี้มันจะมาทำ ตัวเป็นใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเหยียนปู้ กุ้ยร้อนใจจนกระทืบเท้า 5 หยวนเชียวนะแถม เลี้ยงข้าวอีก 3 มื้อก็แค่จัดบ้านกว่าถู บ้านทุกวันแค่นั้นเองนี่มันสวรรค์มาโปรด ชัดๆจะไปหาที่ไหนได้อีกแต่เหอวิจู้กลับทำ เหมือนไม่ได้ยินยังคงก้าวเดินต่อไปไม่ หยุดอาหวีรีบไปรีบไปดึงจู้จึกลับมาเร็ว เข้าเหยียนปู้กุ้ยไม่สนแล้วว่าลูกสะใภ้จะ มองซาจู้ด้วยสายตายังไงรีบหันไปเร่งอวี เสียงหลงพ่อพ่อจะเห็นแก่เงินแค่นี้แล้ว ยอมให้เมียฉันไปทำงานให้คนอื่นได้ยังไง เหยียนเจเฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆจริงๆแล้วเขา ก็อยากได้เงินก้อนนี้นะแถมยังมีค่าให้กิน ฟรีตั้ง 3 มื้ออีกแต่ในฐานะที่เป็นผัวของ อาวีเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆเงินแค่ นี้เหรอเหยียนปู้กุ้ยหันขวบชี้หน้าเหยียน เจียเฉิงโกรธจนเสียงสั่นเจี่ยเฉิงซองโพ เมียแกให้เงินที่บ้านเดือนละเท่าไหร่ฮะคน ทั้งบ้าน 7 ปาก 7 ท้องจะกินจะขี้จะเยี่ยว ก็ต้องพึ่งเงินเดือนก้อนเดียวของฉันไม่
Speaker A
ใช่หรือไง เมียแกวันๆเอาแต่อยู่บ้านเฉยๆไม่เห็นจะ ออกไปหาการหางานทำตอนนี้มีเรื่องดีๆมา ประเคนให้ถึงหน้าบ้านมีข้าวให้กินแถมยัง ได้เงินอีกเดือนละ 5 หยวนเชียวนะแกยังจะ มาขัดขวางอีกเหรอเหรอแกบอกฉันมาสิว่าแกจะ ไปหางานสบายรายได้ดีแบบนี้ให้เมียแกได้ ที่ไหน ตัวแกเองออกไปรับจ้างรายวันเอเดือนนึงได้ สักกี่แดงอย่างเก่งก็ 7-8 หยวนแต่แกกลับ ทำเป็นมองข้างเงิน 5 หยวนนี่งั้นเหรอยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จู้จึจะเลี้ยงข้าว อีก 3 มื้อเลยนี่มันจะช่วยประหยัดเสบียง ที่บ้านไปได้ตั้งเท่าไหร่รู้ไหมเหยียนปู้ ก็ยิ่งพูดยิ่งโมโหแทบจะคว้าตะเกียบมาฟาด ไอ้ลูกชายไม่รู้จักโตคนนี้ให้รู้แล้วรู้ รอดมีเงินไม่ยอมหานี่มันผลาญสมบัติชัดชัด นึกว่าที่บ้านอยู่สุขสบายมากหรือไงฮะ อาหวีถูกเหยียนปู้กุ้ยเร่งเร้าจนต้องรีบ วางชามข้าวต้มลงแล้ววิ่งตามออกไปนอกบ้าน ความจริงแล้วเธอก็รู้สึกไม่พอใจกับคำพูด ของเหยียนปู้กุ้ยเหมือนกันที่บอกว่าเธอ เอาแต่อยู่บ้านเฉยๆนี่ยังไงถ้าเธอมีงานทำ เธอจะไม่ไปทำหรือไงตอนนั้นเธอช่างตาบอด เสียจริงที่หลวมตัวแต่งเข้าครอบครัวสุดงก แบบนี้พี่จู้จื่อพี่จู้จื่อรอก่อนอาวีลี่ วิ่งเหยาะเหยาะตามเหอวิจู้มาจนทันหอบหาย ใจเบาๆปกติเธอไม่ได้คุยกับเหอวิจู้บ่อย นักเมื่อก่อนก็ตามน้ำเรียกเรียกเขาว่า ซ่าจู้เหมือนคนอื่นๆในบ้านแต่ตอนนี้เมื่อ ต้องพึ่งพาเขาสรรพนามย่อมต้องเปลี่ยนไป อีกอย่างพอมองเห็นเหอวิจู้รูปหล่อคนใหม่
Speaker A
ตรงหน้าเธอก็ทำใจเรียกชื่อฉายาแย่ๆนั้น ไม่ลงอีกแล้วอาวีเหอวิี่จู้หยุดเดินแกล้ง ทำหน้าตางุนงงหันกลับมามองเธอตามมาทำไม ผัวเธอไม่ให้ออกมาไม่ใช่เหรอเธอรีบกลับไป อยู่บ้านดีกว่านะเขาอุตส่าห์บอกว่าจะ เลี้ยงดูเธอไปทั้งชีวิตเชียวนะประโยคสุด ท้ายเขาจมใจพูดเสียงดังๆให้ลอยไปเข้าหูคน ในบ้านตระกูลเหยียนทำให้เหยียนเจียเฉิง ที่อยู่ในบ้านโกรธจนตาแทบลุกเป็นไฟแต่ก็ ทำอะไรไม่ได้พี่จู้จิอย่าไปฟังเขานะแก้ม ของอาวีแดงระเร่อรีบอธิบายเรื่องในบ้าน ฉันพ่อฉันเป็นคนตัดสินใจพ่อๆฉันยอมให้ฉัน ไปทำงานให้พี่แล้วจ๊ะเธอกลัวว่าจะพลาด โอกาสหลุดพ้นจากโต๊ะอาหารของตระกูลเหยียน เลยรีบพูดเข้าประเด็นทันทีเงิน 5 หยวนน เธอรู้ดีว่าต้องถูกตาแก่คิ้งเกียนริบไป หมดแน่ๆอย่างมากก็คงแบ่งให้เธอสักไม่กี่ เหมาเธอไม่หวังเงินก้อนนี้อยู่แล้วแต่ อาหาร 3 มื้อนั่นนตกถึงท้องเธอเต็มๆแน่ นอนเรื่องอาหารการกินบ้านตระกูลเหินนี่ เรื่องชื่อลือนามไปทั้งลานเรือนอย่างน้อย ก็คงไม่ต้องมากินผักโดงแบ่งกันเป็นชิ้นๆ เหมือนบ้านตระกูลเหยียนหรอกหน้านี่แหละ คือสิ่งที่เธอให้ความสำคัญที่สุดงั้นก็ ตกลงเหอวิจู้ไม่พูดพร่ำทำเพลงพยักหน้ารับ ทันทีไปเถอะไปกินข้าวเช้าที่บ้านฉันก่อน มาดูสิว่าที่บ้านเธอให้กินอะไรกันนั่น เรียกข้าวเหรอเขาหันหลังเดินกลับไปทางลาน กลางน้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่าง ไม่ปิดบังภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาคนทั้งบ้าน ตระกูลเหยียนถึงกับอ้าปากค้างตกลงกันง่าย ๆแบบนี้เลยเหรอเหรอไม่คิดจะต่อรองกัน หน่อยเลยหรือไง พ่อต้มของที่สะใภ้เหยียนเจี่ยฟ้างที่นั่ง อยู่ข้างๆจ้องมองข้าวต้มกว่าครึ่งชามกับ ผักดงอีกนิดหน่อยที่อาวีกินเหลือไว้แล้ว
Speaker A
รอบกลืนน้ำลายเขายังไม่อิ่มเลยนะในเมื่อ ตอนนี้อาวีไม่กินแล้วก็ควรจะแบ่งให้เขา สักหน่อยสิ ไปนี่มันข้าวต้มของเมียฉันในเมื่อหล่อน ไม่กินแล้วก็ต้องเป็นของฉันสิตอนนี้ เหยียนเจเฉินก็ได้สติแล้วข้าวต้มแค่นี้ ยังไงก็ไม่อยู่ท้องเย็นเที่ยงแน่เขาเลย หมายตาข้าวต้มครึ่งชามนี้เหมือนกันเจเฉิง เอ๊ยถึงอาวีจะเป็นเมียในแกหล่อนก็ถือเป็น สมาชิกในครอบครัวเรานะข้าวต้มที่หล่อนกิน เหลือก็ต้องแบ่งกันกินสิถึงจะถูกเหยียน ปู้กุ้ยพูดพลางหยิบช้อนมาตักแบ่งข้าวต้ม ใส่ชามของแต่ละคนอย่างยุติธรรม ถึงเหยียนเจียเฉิงจะไม่ค่อยพอใจแต่ก็ถือ ว่าเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดแล้วอาวีเดินตาม เหอวิจุ้เข้าไปในบ้านตระกูลเหอด้วยความ รู้สึกตื่นเต้นนิดๆพอเข้าบ้านเหอวิจู้ก็ บอกให้เธอนั่งลงส่วนเขาก็เดินเข้าครัวไป ไม่นานนะเขาก็ยกมันฝรั่งลูกเบ้อเริ่มร้อน ๆ 2 ลูกไข่ต้มฟองโต 2 ฟองและหัวชายเท้า ตุ๋นซีุสีสวยน่ากินอีก 1 จานเล็กออกมาพอ เห็นอาหารเช้าแบบจัดเต็มตรงหน้าอาวีก็รู้ สึกจุกที่คอขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีตั้ง แต่แต่งงานเข้าบ้านตระกูลเหยียนเธอเคยได้ กินของดีๆแบบนี้ที่ไหนกันไข่ต้ม 2 ฟอง เป็นอาหารเช้าเนี่ยนะเมื่อก่อนเธอไม่กล้า แม้แต่จะฝันด้วยซ้ำกินสิมัวยืนเหมออะไร อยู่เหอวิจู้มองอาวีที่ตาแดงๆแล้วลอบยิ้ม ที่มุมปากอาวีคนนี้นี่แหละหลอกง่ายที่สุด แล้วนี่พี่จู้จึไข่ต้มพวกนี้ให้ฉันกินหมด เลยเหรออาวียังคงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก็ต้องให้เธอกินสิเหอวิจู้พูดพลางนั่งลง
Speaker A
ฝั่งตรงข้ามองเธอแล้วบอกว่าเธอกินไปก่อน เดี๋ยวฉันจะเล่างานที่ต้องทำให้ฟังอื้อ อาหวีเม้มปากแน่นเธอรู้สึกจะมู่กลัวว่า ถ้าพูดออกไปน้ำตาจะพาไหลออกมาซะก่อนบทที่ 37 หรือว่าซาจู้จะไปดูตัว อาวีจ้องมองไข่ต้ม 2 ฟองที่กลมกลึงและ เต่งตึงในชามอย่างเลื่อนลอยลำคอตีดตัน เล็กน้อยยุคสมัยนี้ครอบครัวฐานะแบบไหนกัน ถึงจะยอมให้คนเดียวกินไข่ต้มตั้ง 2 ฟอง เป็นอาหารเช้าแค่ไม่อดอยากก็ถือว่าดีนัก หนาแล้วอย่างตระกูลเหยียนของเธอถ้ามีไข่ ไก่ก็เอาไปแลกเป็นธัญพืชอยากหมดเป้าหมาย มีเพียงหนึ่งเดียวคือให้อิ่มท้องดังนั้น เธอจึงไม่ได้นึกโทษเหยียนปู้กุ้ยที่ ตระหนี่ทีเหนียวกับคนในครอบครัวหรอกถึง ยังไงทั้งครอบครัวก็ต้องพึ่งพาเงินเดือน อันน้อยนิดของแกเพียงคนเดียวแถมแกก็ยัง ให้ความยุติธรรมอย่างเต็มที่ไม่เคยเอา เปรียบใครเพียงเพราะตัวเองเป็นคนหาเงิน เข้าบ้านเพียงคนเดียวถ้าจะโทษก็ต้องโทษ ที่ตอนนั้นเธอตาบอดใจบอดกระโดดลงมาในหลุม ความจนที่ไม่เห็นก้นบึ้งนี้เองถ้าเกิดถ้า เกิดตอนนั้นเธอเลือกผู้ชายตายตรงหน้านี้ เธอก็คงไม่ต้องมานั่งทนกล้ำกลืนฝืนทน เพื่อของกินแค่คำเดียวแบบนี้ใช่ไหม อาวีเดี๋ฉันไปเทน้ำให้สัตว์แก้วนกินช้า ช้าระวังติดคอเหอวิี่จู้มองใบหน้าจิ้ม ลิ้มของอาวีที่ซี่เซียวไร้สีเลือดก็อดไม่ ได้ที่จะรู้สึกสงสารร่างกายผอมบางแบบนี้ คงรับแรงกระแทกจากเขาไม่ไหวแน่ๆดังนั้น เหอวิจู้จึงตัดสินใจจะเอาน้ำภูภูเขาใน มิติให้เธอดื่มบำรุงร่างกายสักหน่อยความ สุขมันต้องเกิดจากทั้ง 2 ฝ่ายสิท่าเพื่อ
Speaker A
ความสุขของตัวเองแล้วทำให้อีกฝ่ายต้อง ทรมานความสัมพันธ์แบบนี้ก็คงอยู่ได้ไม่ นานหรอกยังไงซะอาวีก็ยังไม่เคยคลอดลูก ร่างกายจะไปทนทานเท่าฉินไหวหรหูได้ยังไง ถ้าเกิดอาวีต้องมารับสภาพแบบฉินไหวหรู เมื่อคืนล่ะก็คงได้ตายคาเตียงแน่ๆต่อให้ ไม่ตายก็คงทรมานจนขยาดไม่กล้าเข้าใกล้เขา อีกแน่นอนเหอวิจู้ไม่มีทางทำเรื่องโง่ๆ แบบฆ่าไก่เอาไข่หรอกในเมื่อเป็นผู้หญิง ของเขาก็ต้องทนทนอมดูแลให้ดีๆไม่ใช่แค่ ให้มีกินมีใช้ไม่อดอยากแต่ความสุขทางใจ และทางกายก็ต้องได้รับการเติมเต็มอย่าง ครบถ้วนด้วยเช่นกันอาวีรับชามน้ำมาปลาย นิ้วนิ้วสัมผัสถึงความอุ่นจากชามพอมองศพ สายตาที่ห่วงใยอย่างจริงใจของเหอวิจู้หัว ใจเธอก็อุ่นวาบจมูกเริ่มแสบและขอบตาก็แดง ระฤกษขึ้นมาทันทีเธอทำได้เพียงหลุบตาลง แล้วกล่าวคำขอบคุณเบาๆเหอวิจู้นั่งลงฝั่ง ตรงข้ามเธออย่างเป็นธรรมชาติแล้วเริ่ม เข้าเรื่องจริงๆก็ไม่ได้มีงานอะไรยุ่งยาก หรอกแค่ช่วยฉันจัดบ้านซักเสื้อผ้าซักผ้า ปูที่นอนปลอกหมอนอะไรพวกนี้แหละอาหารเช้า ฉันจะทำเตรียมไว้ให้ทุกวันเธอค่อยมากิน เองส่วนมื้อเที่ยงเธอไปกินที่บ้านคุณย่า ที่ลานหลังนฉันจ้างคนมาดูแลคุณย่าไว้แล้ว เธอแค่เอาเสบียงกับข้าวที่ฉันเตรียมไว้ไป ส่งให้ก็พอมื้อเย็นก็รอฉันกลับมาทำเธอ ค่อยเอาไปกินเป็นเพื่อนคุณย่าที่ลานหลัง หา นี่ นี่นี่มันจะดีเหรอจ๊ะอาวีตกใจจนเกิดพำชาม น้ำในมือหกลือแม้กระทั่งกัดไข่ต้มแสน อร่อยในปากทำไมล่ะงานแค่นี้ทำไม่ได้เหรอ เหอวิจู้ขมวดคิ้วถามไม่ใช่จะไม่ใช่พี่จู้ จิอย่าเข้าใจผิดนะฉันหมายความว่างานแค่ นี้แถมข้าวยังไม่ต้องทำเองฉันจะกล้ารับ เงินตั้งเยอะขนาดนั้นได้ยังไงแค่เลี้ยง ข้าวฉันก็ดีใจมากแล้วอาวีเห็นเหอวิจู้ ขมวดคิ้วก็กลัวเขาจะเข้าใจผิดรีบละล่ำลัก อธิบาย
Speaker A
เหอวิจู้ฟังแล้วก็หลุดขำออกมาแววตาแสง ความเข้าใจไม่เป็นไรหรอกหน้าก็แค่ 5 หยวน เองถ้าไม่มี 5 หยวนนี่ตาแก่คิ้งเกียนจะ ยอมปล่อยเธอมาเหรอน้ำเสียงเขาเจอความเยอะ แหยนเล็กน้อยอาวีใจหายวาบหมายความว่ายัง ไงหรือว่าเหอวิจุยอมจ่าย 5 หยวนก็แค่ เพื่อให้เธอได้มากินข้าวอย่างเปิดเผยแล้ว เขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรบ้านเขามีเสบียง กินไม่หมดมีเงินใช้ไม่ขาดมือขนาดนั้นเลย เหรอพี่จู้จื่อเสียงเธอแหบพร่าเจือด้วย ความไม่อยากจะเชื่อพี่พี่จ่ายเงินเดือนละ 5 หยวนเพียงเพื่อจะให้ฉันมากินข้าวเหรอ จ๊ะเปล่าๆไม่ใช่ 5 หยวน 45 หยวนต่างหาก 5 หยวนแรกให้ตาแก่คิ้งเกียน ส่วนอีก 10 หยวนเป็นของเธอเหอวิจู้พูดตรง ไปตรงมาเขาคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องอ้อม ค้อมกับอาวี หาทำไมล่ะ ชั้นฉันอาหวีพูดคำว่าฉันติดอ่างอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ยข้อสงสัยในใจออก มาอีกอย่างนะเฮอวี่จู้ทำราวกับว่าข้อเสนอ ยังแรงไม่พอเลยเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกทุก เดือนฉันจะส่งแป้งสาลี 100 ช่างไปให้บ้าน เกิดเธอด้วยประโยคนี้ราวกับฟ้าผ่าลงกลาง
Speaker A
ใจอาวีเธอเงยงหน้าขึ้นขอบเสียงสั่นเครือ พี่ๆจะเลี้ยงดูฉันเหรอคราวนี้ความสงสัย ได้แปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจก็ขึ้นอยู่ กับว่าเธอจะยอมหรือเปล่าเหอวิจุโน้มตัวไป ข้างหน้าเล็กน้อยสายตาจ้องมองอย่างเร่ารอ อาหารเช้าวันนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นต่อไป นี้อาหารเช้าอย่างน้อยต้องมีไข่ต้ม 2 ฟอง สลาเป่าซูกแล้วก็น้ำเต้าหู้ 1 ชามมื้อ เที่ยงกับมื้อเย็นต้องมีเนื้อทุกมื้อข้าว สวยหรือมันโถแป้งขาวให้กินไม่อั้นอยากกิน เท่าไหร่ก็กินไปเลยทุกเดือนยังมีเงินกิน ขนมให้อีก 10 หยวนหน้าที่ของเธอก็แค่ช่วย จัดบ้านกับซักผ้าให้ฉันเท่านั้นข้อเสนอ อัญเยะวนใจมหาปะถ้าเข้ากับความเป็นจริง อันโหดร้ายทำเอาอาวีลี่หูอื้อตาลายไปหมด คำถามที่สมจริงที่สุดก็หลุดปากออกไปอย่าง ลืมตัวแล้วไม่ต้องนอนเป็นเพื่อนพี่เหรอ จ๊ะละพูดจบเธอเองก็ยังหน้าแดงซ่านด้วย ความอับอายเหอวิจุมีสีหน้าเรียบเฉยถ้าเธอ ตกลงฉันถึงจะแตะต้องเธอถ้าเธอไม่ยอมฉันก็ ไม่มีวันบังคับอาวีไม่ใช่คนโง่มีหรือจะ ฟังความหมายของเหอวิจู้ไม่ออกรับของเขามา ตั้งมากมายแถมยังช่วยเลี้ยงดูครอบครัว ฝั่งแม่อีกถ้าเธอเอาแต่ปฏิเสธไม่ยอมนอน กับเขาเขาก็คงไม่ยอมเป็นไอ้โง่ให้หลอกสูบ เงินไปตลอดหรอกแต่แต่ถ้าฉันไม่กลับบ้าน ตอนกลางคืนทางบ้านตระกูลเหยียนเธอเอ่ยถึง อุปสรรคในชีวิตจริงด้วยความกังวลมนใจหลัง จากแต่งงานกับเหยียนเจเฉิงเธอก็ย้ายมา อยู่ในห้องพักแคบๆข้างประตูลานหน้าการจะ แอบออกมาถึงจะพอหลบเลี่ยงสายตา 2 สามี ภรรยาเหยียนปู้กุ้ยได้แต่ก็ปิดบังคนนอน
Speaker A
เตียงเดียวกันไม่ได้หรอกรอให้เหยียน เจเฉิงหลับสนิทก่อนเธอค่อยแอบย่องมาสิดู เหมือนเหอวิจู้จะคิดแผนไว้หมดแล้วแบบนี้ นานวันเข้ายังไงก็ต้องความแตกอยู่ดีอาวี ยังคงกระวนกระวายใจเฮอวิจู้แอบดีใจอาวี ไม่ได้ปฏิเสธที่จะนอนกับเขาแต่แค่กังวล ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขา 2 คนจะถูกจับ ได้อย่างที่คิดไว้พูดผู้หญิงคนนี้จีบง่าย ที่สุดแล้วแค่ให้ผลประโยชน์มากพอบวกกับ ความใส่ใจในชีวิตประจำวันอีกนิดหน่อยเธอ ก็พร้อมจะตกลงตรงใจด้วยแล้วไม่ได้หมาย ความว่าอาวีเป็นคนเห็นแก่เงินหรือไม่มี ศีลธรรมหรอกนะแต่มันเป็นผลพวงจากสภาพแวด ล้อมทางสังคมในยุคนี้และที่สำคัญที่สุด คือสภาพแวดล้อมในครอบครัวตระกูลเหยียน ต่างหากและการต้องทนทุกข์อยู่กับความ กังวลเรื่องปากท้องและความขัดแย้งใน ครอบครัวมาเป็นเวลานานแถมยังไม่ได้รับ ความใส่ใจจากสามีผู้หญิงที่ต้องตกอยู่ใน สภาพแบบนี้ถ้าไม่หนีไปก็แปลกแล้วและในยุค นี้การอย่าร้างสำหรับคนธรรมดาถือเป็น เรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงมากถ้าเป็นยุค หลังๆอย่างอวีเนี่ยคงขอยกับเหยียน เจียเฉิงตั้งแต่แต่งงานกันใหม่ๆแล้วล่ะจะ ไปกลัวอะไรเหอวิจู้แค่นหัวเราะน้ำเสียง แฝงความเข้าอกเข้าใจโลกเธอคิดว่าตาแก่ คิ้งเกียนไม่รู้เรื่องเหรอตอนนี้ในสายตา แกมีแต่เรื่องของกินกับเงินเท่านั้นแหละ เธอก็เป็นแค่เครื่องมือแล่เสบียงให้ ครอบครัวแกนั่นแหละจะมีก็แต่เหยียน เจียเฉิงที่อาจจะแคร์ว่าเธอจะเสียเปรียบ หรือเปล่าแต่ก็น่าเสียดายนะนิสัยมันอ่อน ปลวกเปียกอย่างกับเต้าหู้ผู้จะกล้าไปขัด ใจพ่อมันเหรอเชื่อไหมล่ะว่าถ้าครอบครัว เหยียนได้ลิ้มรสความหวานได้รับผลประโยชน์ จริงๆจังๆเข้าลาก็เผลอๆอาจจะช่วยเราปิด บังเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป หาพอได้ยินเหออวี่จู้พูดแบบนั้นอาวีก็แทบ
Speaker A
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบนโลกใบนี้จะมี ครอบครัวที่ทุเรศได้ถึงขนาดนี้นี่พวกเขา มองเธอเป็นตัวอะไรกันเนี่ย เอาล่ะเธอกินข้าวไปก่อนเถอะลองกลับไปคิด ดูดีๆถ้าไม่เต็มใจกินเสร็จแล้วจะกลับไป เลยก็ได้ข้าวเช้ามื้อนี้ถือซะว่าฉัน เลี้ยงก็แล้วกันเหอวิจู้พูดพลางลุกขึ้น ยืนเตรียมตัวจะออกไปข้างนอกฉันขอออกไปทำ ธุระแป๊บนึงนะจะไปซื้อกับข้าวมาตุนไว้ ช่วงนี้คนที่ฉันจ้างมาดูแลคุณย่ายังไม่มา เธอช่วยไปดูแลคุณย่าแทนก่อนก็แล้วกันส่วน ค่าแรงฉันจะจ่ายให้ต่างหากไม่เกี่ยวกับ ข้อเสนอเมื่อกี้หรอกนะอ้อตอนนี้สมองของ อาวีสับสนวุ่นวายไปหมดฟังที่เหอวิจู้พูด ไม่ค่อยจะรู้เรื่องนักความจริงแล้วเธอตอบ ตกลงเงื่อนไขของเหอวิจู้ไปแล้วละเพียงแต่ เธอยังทำใจยอมรับทัศนคติที่ครอบครัว ตระกูลเหยียนมีต่อเธอไม่ได้ในตอนนี้เท่า นั้นเองเฮอวี่จู้เดินเล่นออกไปข้างนอก ครู่หนึ่งพอเห็นว่าไม่มีคนก็แอบเข้าไปใน มิติวิเศษจัดการเชือดไก่ไป 2 ตัวเก็บไข่ ไก่กับผักสดมาอีกจำนวนหนึ่งยัดใส่กระสอบ ป่านใบใหญ่ที่เตรียมไว้แล้วหิ้วกลับเรือน 4 ประสาน ตอนนั้นเองบรรดาเพื่อนบ้านที่ไม่ได้ไปทำ งานก็กำลังจับกลุ่มกันอยู่กลางลานเรือน อาบแดดไปพลางจับเข่าคุยกันไปพลางพอร่าง ของเหอวิจู้ปรากฏตัวขึ้นสายตาทุกคู่ก็ พุ่งตรงไปที่เขาอย่างพร้อมเพลงราวกับถูก แม่เหล็กดึงดูดนั่นนั่นใช่ซาจู้หรือเปล่า น่ะใครคนหนึ่งทำลายความเงียบขึ้นมาน้ำ เสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อดูๆไป ก็แอบคล้ายตอนเด็กๆอยู่นะอีกคนหรี่ตา พยายามเพ่งมองหรือว่าจะเป็นญาติของ ครอบครัวเหล่าเหอกันล่ะไม่เคยได้ยินว่า ครอบครัวเหล่าเหอมีญาติที่ไหนเลยนี่นาแต่ ทำไมซาจู้ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ล่ะเมื่อ
Speaker A
วานยังเห็นเป็นไอ้หนุ่มซกมอกันอยู่เลย ทำไมชั่วข้ามคืนถึงกลายเป็นหนุ่มหล่อเหลา เอาการไปได้ล่ะเนี่ย สงสัยเมื่อก่อนคงไม่ค่อยดูแลตัวเองมั้ง วันนี้น่าจะตั้งใจแต่งหล่อมาเป็นพิเศษ หรือว่าซาจู้จะไปดูตัว พอได้ยินว่าซาจู้จะไปดูตัวบรรดาลุงๆป้าๆ ในลานเรือนต่างก็เดินมุ่งหน้าไปที่ลาน กลางด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไปบทที่ 38 ฉันจะไม่เอาเปรียบเธอแน่นอนเวลานี้ ริมอ่างซักล้างที่ลานกลางอวีกำลังงวนอยู่ กับการซักผ้าปูที่นอนที่เหอวิจัเอาไปแช่ ในกะละมังเมื่อเช้าคุณป้าคุณลุงทั้งหลาย ก็ไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่าเป็นผ้าของที่ บ้านหล่อนเองส่วนเหอวิจู้ก็รู้สึกพอใจกับ ท่าทีของอาวีมคืนนี้ยังไงก็ต้องมีรางวัล ให้สักหน่อยแล้วอาวีสัมผัสได้ถึงสายตา เปื้อนยิ้มของเหอวิจู้แก้มก็พลันเห่อร้อน แดงระฤกษขึ้นมาในเมื่อตอนนี้หล่อนซักผ้า ปูที่นอนให้เขาแล้วก็เท่ากับเป็นการแสดง ความในใจให้รู้หล่อนตกลงรับเงื่อนไขของ เขาแล้วนั่นเองพอเห็นเพื่อนบ้านพากันเดิน มาที่ลานกลางอวีก็ใจเต้นตึกตักนึกว่า เรื่องที่หล่อนตกลงจะหลับนอนกับเหอวิจู้ ความแตกเข้าให้แล้วนี่เมียเจี่ยเฉิงป้า หวังบ้านตรงข้ามบ้านตระกูลเหยียนส่งเสียง ทักทายมาแต่ไกลด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยาก เห็นเป็นเอกลักษณ์วันนี้ซาจู้จะไปดูตัว หล่อนรู้เรื่องนี้หรือเปล่าเนี่ย อาวีได้ยินคำว่าเมียเจี่ยเฉิงก็แอบ หงุดหงิดใจขึ้นมายิ่งพอได้ยินว่าซาจู้จะ ไปดูตัวก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกน้อยใจขึ้น มาดื้อๆหรือว่าหล่อนจะต้องเป็นแค่คนในเงา มืดไปตลอดกาลหล่อนกระแทกผ้าปูที่นอนลงใน น้ำอย่างแรงจนน้ำกระจายกระแทกเสียงตอบ สั้นๆไม่รู้เชอะป้าหวังเบ้ปากอย่างดูแคลน พ่นลมหายใจออกจมูกสะบัดหน้าหนีไม่สนใจ หล่อนอีกเหอวิจู้เอาของไปเก็บในบ้านแล้ว เดินกลับออกมามองดูคุณลุงคุณป้าที่กำลัง
Speaker A
ซุบซิบนินทากันอยู่ในลานเรือนก็ตะโกนขึ้น มาว่าเอาทุกคนอย่าไปพูดมั่วซั่วนะครับ เดี๋ยวคนที่ไม่รู้จะหาว่าผมไปดูตัวจริงๆ ซะอีกขืนผมไม่ได้พาผู้หญิงกลับมาคนเข้าจะ หาว่าไม่มีใครเอาเหอวิจู้คนนี้เอาได้ถึง ตอนนั้นผมคงเอาหน้าไปไว้ที่ไหนไม่ได้แล้ว ซาจู้ถ้าแกไม่ได้ไปดูตัวแล้วจะแต่งตัวซะ หล่อเฟี้ยวขนาดนี้ทำไมดูหนุ่มขึ้นเป็นกอง เลยนะป้าหวังถามอย่างสอดรู้สอดเห็นคุณป้า คนอื่นๆก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยฮิๆก็อายุ อานามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วเมื่อก่อนไม่ค่อย ใส่ใจจะซกมกก็ช่างมันแต่ตอนนี้ก็คิดว่า ถึงเวลาต้องหาเมียเป็นตัวเป็นตนซะทีก็เลย ต้องลุกขึ้นมาแต่งหล่อซะหน่อยเผื่อเดิน ออกไปข้างนอกแล้วบังเอิญไปสะดุดตาแม่สาว สวยๆคนไหนเข้าไงครับเหอวิจู้ตอบกลับด้วย รอยยิ้มสำหรับพวกคนปากหอยปากปูพวกนี้เขา ไม่อยากตกเป็นหัวข้อสนทนาลับหลังอะไรที่ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงดีกว่าฮ่าๆคำพูดของเขา เรียกเสียงหัวเราะครืนจากทุกคนด้วยชื่อ เสียงเรียงนามของซาจู้น่ะเหรอด้วยนิสัย อันธพานแบบนี้นะเหรอจะมีผู้หญิงที่ไหนมา ตกลงกลมใจด้วยนี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้น มาในหัวของแทบจะทุกคนแต่พอเสียงหัวเราะ เริ่มซาลงจู่ๆก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าด้วย รูปร่างหน้าตาของซาจู้ตอนนี้การจะไปจีบ สาวสักคนก็ดูเหมือนน่าจะไม่ใช่เรื่องยาก อะไรเลยนี่นา ทุกคนเริ่มรู้สึกหมั่นไส้ตะิดพวกเขาจะรู้ สึกดีก็ต่อเมื่อซาจู้ยังคงเป็นไอ้หน้าโง่ ซาจู้คนเดิมเท่านั้นแหละบ้านของซาจู่ถือ ว่าดีที่สุดในลานเรือนแถมยังเป็นถึงพ่อ ครัวใหญ่ของโรงงานรีดเหล็กเงินเดือนตั้ง 37.5 5 หยวนแถมยังรับงานนอกได้เป็นระยะ ๆคิดดูสิว่าเดือนๆนึงจะได้เงินเข้า กระเป๋าตั้ง 50 กว่าหยวนด้วยคุณสมบัติ
Speaker A
เทียบพร้อมขนาดนี้การจะหาเมียสักคนมัน ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากซะอีกแต่ทำไม ซาจู้อายุ 30 กว่าแล้วถึงยังครองตัวเป็น โสดอยู่ล่ะก็เพราะหน้าตาที่ดูแก่เกินวัย ปากหมาแถมยังอารมณ์ร้าอีกต่างหากลูกสาว บ้านไหนดีๆเขาจะยอมมาตกลงใจด้วยล่ะนี่ แหละคือจุดที่เพื่อนบ้านพวกนี้เอามาข่ม ให้ตัวเองรู้สึกเหนือกว่าแต่ตอนนี้หน้าตา ของซาจู้เปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือเผลอๆอาจ จะมีสาวๆมาตกหลุมรักเข้าจริงๆก็ได้ถ้าหมอ นี่หาเมียได้เมื่อไหร่ความรู้สึกเหนือ กว่าที่พวกเขามีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็ คงจะมาลายหายไปในพริบตานี่แหละหนาจิตใจคน ไม่กลัวหรอกว่าทุกคนจะลำบากเหมือนกันหมด แต่กลัวว่าจะมีใครได้ดีกว่าตัวเองนี่สิ แต่คำพูดของซาจู่ก็ฟังดูมีเหตุผลพวกเขา เลยเถียงไม่ออกได้แต่เก็บความหงุดหงิดไว้ ในใจแล้วเดินแยกย้ายกันไปรอจนทุกคนไปหมด แล้วเหอวิจู้ถึงได้เดินเข้าไปหาอาวีหึง ล่ะสิเหอวิจุจู้แหย่ฉันไม่ได้หึงสักหน่อย ฉันเป็นใครกันล่ะมีสิทธิ์อะไรไปถึงเธอ อาวีกลั้นความน้อยใจตอบกลับอย่างกระเงาะ กระหงอดหือๆตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่แต่ เดี๋ยวก็ใช่แล้วแหละแต่อย่าหึงเลยนะสิ่ง ที่คนอื่นได้เธอก็ต้องได้เหมือนกันฉันจะ ไม่เอาเปรียบเธอแน่นอนอืมอาวีรู้สึกดี ขึ้นมานิดหน่อยแต่ก็ฟังออกจากคำพูดของเขา ว่าหล่อนไม่ใช่คนในเงามืดคนเดียวของ เหอวี่จู้ เอาเถอค่อยๆซักไปหน้าบ้านก็ค่อยๆจัดไปไม่ ต้องหักโหมมีเวลาอีกถมเทไปเดี๋ยวเอาของ ที่ฉันซื้อมาไปจัดการนะแบ่งไก่ครึ่งตัวไป ตุ๋นกินตอนกลางดึกส่วนอีกครึ่งเก็บไว้ทำ ตอนเย็นตอนฉันกลับมาฉันขอแวะไปหาโหล เสี่ยวเ๋อที่ลานหลังแป๊บนึงนะผู้จบเหอ วิจู้ก็เดินกลับเข้าบ้านหิ้วถุงผ้าใบเล็ก ๆออกมาภายในมีไก่ตัวผู้ที่ถอนขนทำความ สะอาดเรียบร้อยแล้ว 1 ตัวกับไข่ไก่อีก 20
Speaker A
ฟองไก่ตัวนี้เหอวิจุ้จงใจเลือกไก่ตัวผู้ มาเพื่อป้องกันไม่ให้โหลเสี่ยวเอ๋อเข้าใจ ผิดคิดว่าเขาไปขโมยไก่บ้านหล่อนมาจริง ข้างอ่างซักล้างอวีกำผ้าปูที่นอนเปียกๆ นั่นตัวแข็งทื่อปากอ้าค้างอยู่นานก็หุบ ไม่ลงโหลเสี่ยวเอ๋อนั่นมันคุณหนูตระกูล โหลวะเชียวนะลูกสาวของโหลเปิ้ลเฉิงเลยนะ หล่อนหล่อนก็ไปยุ่งกับเหอวิจู้ด้วยเหรอ เป็นไปได้ยังไงแล้วหล่อนจะทำไปเพื่ออะไร บ้านตระกูลโหลมีเงินทองกองเท่าภูเขาของดี ๆมีให้เห็นจนชินตาจะมาสนใจของกระจอกจอก ของเหอวิจู้ได้ยังไงอาวีบรรยายความรู้สึก ตัวเองตอนนี้ไม่ถูกแล้วไม่ว่าจะคิดยังไง ก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้เลยก็ก่อนหน้า วันนี้เหอวิจู้ยังไม่ได้หล่อขนาดนี้นี่ นานแล้วดูจากท่าทางที่เหอวิจุพูดเมื่อกี้ เหมือนว่า 2 คนนี้จะแอบกินกันมานานแล้ว ด้วยนั่นก็หมายความว่าโหลเสี่ยวเอ๋อไม่ ได้หลงรักเหอวิจู้ที่หน้าตาไม่ใช่เพราะ เงินไม่ใช่เพราะเสบียงไม่ใช่เพราะหน้าตา และมันจะเพราะอะไรอีกล่ะ เหอวิจู้หิ้วถุงผ้าเดินผ่านประตูฉุยฮวา ตรงเข้าไปที่ลานหลังอย่างสง่าผ่าเผยแล้ว หยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้าสวีต้าเม่าปังๆ เขาตบประตูอย่างไม่เกรงใจพร้อมกับตะโกน เสียงดังโหลเซียวเอ๋อเปิดประตูหน่อยมี เรื่องจะคุยด้วยบ้านฝั่งตรงข้ามห้องตะวัน ออกของบ้านคุณลุงรองหลิวไห่จงคุณป้ารอง ได้ยินเสียงก็โผล่หน้าออกมาดูพอเห็นว่า เป็นซาจู้กำลังเคาะประตูบ้าสวีต้าเมหล่อน ก็พ่นลมหายใจออกจมูกอย่างแรงแล้วสะบัด หน้ากลับเข้าบ้านไปหล่อนยังจำได้แม่นว่า เมื่อวานซาจู้ทำเอาเหล่าหลิวของหล่อนเสีย หน้าขนาดไหนแถมยังมาเรียกหล่อนว่า หนังซื้อบื้อหลิวอีกต่างหากต่อให้วันนี้ ซาจู้จะดูหล่อเหลสง่างามขึ้นเป็นกอแต่มัน ก็ลบล้างความแค้นที่หล่อนมีต่อซาจู้ไม่ ได้หรอกนะเหอวิจุก็ไม่ได้สนใจคุณป้ารอง
Speaker A
หรอกเสียงพ่นลมหายใจเมื่อกี้เขาก็ได้ยิน ชัดเจนรอก่อนเธอบ้านตระกูลหลิวต้องชดใช้ แน่ๆเสียงโหลเสี่ยวเอ๋อดังมาจากในบ้านฟัง สบายๆแต่ก็แฝงความงัวเงียใครน่ะมาเคาะ ประตูแต่เช้าตรู่คนจะหลับจะนอน หล่อนรู้อยู่แล้วแหละว่าเป็นเหอวิจู้แต่ ก็แค่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไปงั้นแหละฉันเอง เหอวิจู้โหลเสี่ยวเอ๋อทำไมยังไม่ตื่นอีก ล่ะเนี่ย ตะวันจะแยงตูดอยู่แล้วนะด้วยความที่ทุกคน รู้ดีว่าซาจู่เป็นคนพูดจาผงผางไม่คิดน่า คิดหลังเขาเลยไม่ต้องมานั่งประดิษฐ์คำพูด อะไรนึกอะไรออกก็พูดไปเลยถุยนายศิษะวัน แยงตูดเสียงโหลเสี่ยวเอ๋อตวาดแว้มาจากใน บ้านไม่นานประตูบ้านตระกูลสวี่ก็แง้มออก นิดนึงโผล่มาแค่หัวยุ่งๆพร้อมกับสอดส่าย สายตามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังไม่ ต้องมองหรอกไม่มีใครหรอกหน้าเหอวิจู้ยิ้ม ร่าสายตาเจ้าเล่ห์สอดส่องผ่านรอยแง้ม ประตูอย่างไม่ปิดบังโหลเสี่ยวเอ๋อสวมแค่ ชุดนอนบางๆแสงแดดอ่อนๆยามเช้าส่องให้เห็น เรือนร่างเยาวนคอเสื้อที่หลวมโพ่กปิดบัง ความอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวเอาไว้ไม่มิด หึมองอะไรย่ะโลเซียวเอ๋อตวัดสายตาค้อน ขวับแววตาแฝงความประหลาดใจเล็กน้อยไอ้ ซาจู้บ้าเพื่อจะมาหาเธอถึงกับแต่งองค์ทรง เครื่องสะดูดีขนาดนี้เชียวก็ดูหล่อดี เหมือนกันแฮะของสวยๆงามๆก็ต้องมองเยอะๆสิ ปากหวานนักนะรีบบอกมามาหาแต่เช้ามีธุระ อะไร เหอวิจุยื่นถุงผ้าให้นี่เอาไก่มาส่งให้ แล้วก็ใครอีก 20 ฟองไก่นี่ตระกูลเจี่ยเขา ชดใช้มาให้นะแม่ไก่แก่ของบ้านเธอปั้ง เกิ่งมันเป็นคนขโมยไปเรื่องนี้เธอลองไป คุยกับสวีต้าดูเอาเองแล้วกันส่วนไข่พวก นี้เขาเว้นจังหวะนิดนึงลดเสียงลงให้ทุ้ม ต่ำฉันตั้งใจเอามาให้เธอบำรุงร่างกายโดย เฉพาะเลยนะโลเซียวเอ๋อไม่รับถุงแต่ยืนพิง
Speaker A
ขอบประตูมองเขาด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง แววตาแสงความรู้ทันตระกูลเจี่ยชดใช้มาให้ เหรอแน่ใจนะระดับฉินไหวหรูโหลซิเสี่ยว เอ๋อจะไม่รู้ทันได้ยังไงเธอไม่ยอมให้ฉัน ฉันอัดอั้นมาทั้งคืนก็ต้องหาที่ระบายสิ เหอวิจู้ไม่ได้ปิดบังโหลเสี่ยวเอ๋อถึงจะ พูดอ้อมๆแต่ด้วยความฉลาดของโหลเสี่ยวเอ๋อ มีหรือจะฟังไม่ออกไม่จริงน่า ฉินไหวหรูยอมแลกตัวกับไก่แค่ตัวเดียว เนี่ยนะโหลเสี่ยวเอ๋อตกใจมากไม่ใช่เพราะ รู้ว่าเหอวิจู้ไปนอนกับฉินไหวหรูหรอกนะ แต่ตกใจที่ฉินไหวหรุยอมนอนกับเหอวิจุแลก กับไก่แค่ตัวเดียวต่างหากคุณหนูผู้ สูงศักดิ์อย่างเธอไม่มีทางเข้าใจความ ลำบากของชาวบ้านตาดำๆอย่างพวกเราหรอกฮือๆ ฉันรู้แค่ว่าอิ่มปากอิ่มท้องก็คิดเรื่อง พันนั้นในเมื่อนายมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวๆ ขนาดนี้แสดงว่าต้องไม่อดหยักแน่ๆบทที่ 39 ข้าวต้มใส่น้ำเยอะๆให้พอกิน 2 คนพูดถึง เรื่องของกินเหอวิจู้ก็แอบปวดหัวอยู่ เหมือนกันตอนนี้เขาไปพัวพันกับผู้หญิงถึง 3 คนแล้วอีกเดี๋ยวฉินจริงหรูก็จะมาอีกก็ กลายเป็น 4 คนถึงแม้ว่าโหลเสี่ยวเอ๋อจะ ไม่ต้องให้เขาเลี้ยงดูและคงอีกพักใหญ่ๆ กว่าจะได้แอ้มแต่ถ้ามีของดีๆแล้วไม่เอาไป ฝากหล่อนบ้างแผนการจอกไข่แดงก็คงเป็นแค่ ฝันกลางวันแถมยังมีคุณย่าที่ต้องเลี้ยงดู อีกจริงๆแล้วภาระเาก็หนักเอาเลยนะเนี่ย ที่สำคัญคือในมิติไม่มีพืชหลักเลยแถมเงิน ก็ยังไม่พออีกต่างหากต้องหาทางเอาเมล็ด พันธุ์พืชหลักเนื้อหมูแล้วก็เนื้อสัตว์ ชนิดอื่นๆไปเพาะเลี้ยงในมิติให้ได้แล้วก็ ต้องเอาของพวกนี้ไปขายทำกำไรให้ได้ด้วย ไม่คิดจะชวนฉันเข้าไปนั่งพักหน่อยเหรอเหอ
Speaker A
วิจู้สลัดความคิดในหัวทิ้งไปมองดูความอวบ อิ่มที่กระเพื่อมไหวรำทำอะไรตรงหน้าและก็ รู้สึกคอแห้งผากโลเซียวเอ๋อตวัดสายตายั่ว ยวนเม้มปากยิ้มกริ่มแฝงแววหยอกล้อฉันกลัว ว่านายจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่น่ะสิงั้นฉัน ก็คงต้องไปหาคนอื่นดับไฟแล้วล่ะไปเลย ไปเลยโหลเสี่ยวเออหน้าแดงแปรดถ่มน้ำลาย ใส่นายอยากจะไปหาใครก็เชิญเลยฉันไม่ เกี่ยวขอแค่อย่าไปติดโรคร้ายมาแพร่ใส่ฉัน ก็พอเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงฉันยังกจะปั๊ม ลูกกับเธอเป็นงเลยนะเหอวิจู้ขยับเข้าไป ใกล้รถเสียงต่ำลงเจือรอยยิ้มกลุ้มกริ่ม แบบพวกอันธพาน ถุยใครจะไปมีลูกกับนายะ รีบไปเลยนะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าก็ได้เดี๋ ต้องไปทำงานแล้วเหอวิจุถอยหลังออกมา 1 ก้าวก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้อ้อจริงสิกลาง วันนี้ถ้าไม่มีอะไรกินก็ไปกินที่บ้านคุณ ย่าได้นะฉันให้อาวีไปทำกับข้าให้คุณย่า แล้วอาหวีมีเหยียนเจเฉิงนะเหรอนายนี่มัน กระหมาหมดเลยใช่ไหมเนี่ยโหลเซียวเอ๋เบิก ตาพรงน้ำเสียงเริ่มออกอาการหึงหวงฮิเหอ วิจู้แบมือทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจราวกับว่า เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆก็ใครใช้ให้ เธอไม่ยอมชันละฉันก็ไม่มีทางเลือกนี่นา อัดอั้นมาตั้งหลายปีก็ต้องหาที่ระบายบ้าง สิจริงไหม รีบใสหัวไปเลยนะเห็นหน้านายแล้วหงุดหงิด โลเซียวเอ๋อปิดประตูดังปังด้วยความโกรธ จัดแต่ใบหน้ากลับแดงกับหน้าออกกระเพื่อม แรงเธอรู้ตัวดีว่าถ้าขืนปล่อยให้เหอวิจุ้ พูดจาแทะโลมต่อไปเธอคงจะทนไม่ไหวจริงๆเหอ วิจู้มองประตูที่ปิดสนิทตรงหน้าแล้วก็ ส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะหันหลังเดินจากมาเขา ว่าไปหาคุณย่าหูหนวกที่ลานหลังก่อนเพื่อ บอกเรื่องที่อาวีจะมาส่งข้าวกลางวันให้ แล้วค่อยเดินทอดน่องไปที่ลานหน้าเตรียม ตัวไปโรงงานพอเดินเข้าลานหน้าก็เห็นคุณ ป้า 3 กำลังยืนเม้ามอยน้ำลายแตกฟองกับป้า
Speaker A
หวังขาเม้าประจำลานเรือนอยู่คุณป้าสามตา ไวพอเห็นเหอวิจู้ก็รีบเผลอจากป้าหวังปั้น หน้ายิ้มร่าเดินปรี่เข้ามาหาเสยจู้จื่อ เรื่องของอาวีบ้านป้าน่ะเรื่องอาวีผมจัด การเรียบร้อยแล้วครับเดี๋พอครบเดือนผมก็ จะจ่ายค่าแรงให้หล่อนเองเหอวิจุตอบกลับ แบบขอไปทีแม้ดีจังดีจังเลยคุณป้าสามยิ้ม หน้าบานพยักหน้ารัวๆก่อนจะรีบกำชับอย่าง มีเล่สนว่าเอ่อจู้จื่อจะฆ่าแรงของอาวีน่ะ เอามาให้ป้าโดยตรงเลยได้มั้จ๊ะไม่ได้หรอก ครับนี่มันค่าแรงของอาวีจะให้ผมเอาไปให้ คุณป้าได้ยังไงขืนผมเอาเงินให้คุณป้าไป แล้วหล่อนไม่ได้เงินหล่อนก็คงคิดว่าผม เบี้ยวฆ่าแรงน่ะสิครับเหอวิจู้ปฏิเสธ เสียงแข็งยายแก่นี่ช่างกล้าคิดต่อให้จ่าย เงินให้อาวีไปแล้วหล่อนเอามาให้ที่บ้าน เองนั่นก็เป็นเรื่องของหล่อนแต่การที่เขา จ่ายเงินผ่านคุณป้า 3 เนี่ยมันคนละเรื่อง กันเลยนะอีกอย่างเขาก็อยากจะดูเหมือนกัน ว่าเงิน 5 หยวนนี่มันจะสร้างเรื่อง วุ่นวายอะไรให้บ้านตระกูลเหย็นบ้างถ้าให้ คุณป้า 3 ไปตรงๆแล้วมันจะมีเรื่องสนุกๆ อะไรให้ดูอ่ะนีกอล่ะแถมอาวีก็คงจะหมดความ เชื่อใจในตัวเขาไปด้วยไม่หลอกหน้าไม่หลอก หน้าคุณป้าสามตบหน้าอกตัวเองฉาดๆทำหน้า ตายโสโอหังราวกับเป็นเรื่องที่สมควรที่ สุดหล่อนกินข้าวบ้านฉันนอนบ้านฉันเงินของ หล่อนก็เหมือนเงินของบ้านตระกูลเหยียนเรา นั่นแหละเดี๋ยวป้าไปบอกหล่อนคำเดียวรับ รองหล่อนไม่กล้าหือหรอกหล่อนจะยอมหรือไม่ ยอมนั่นก็เรื่องของบ้านคุณป้าเหอวิจู้ แค่นหัวระเยาะกวัดสายตาคมกริบมองคุณป้า 3 ก่อนจะหันไปทางประตูบ้านตระกูลหวังเจ้า
Speaker A
เซียงเหรียญลูกสะใภ้ของป้าหวังกำลังก้ม หน้าก้มตาขยี้ผ้ากองโตในกะละมังอย่างเอา เป็นเอาตายผมรับรู้แค่คนทำงานเท่านั้นถ้า คุณป้าอยากได้เงินก็ไปทวงเอากับอาวีเองสิ จะมาตัดหน้าเอาเงินจากผมเหรอฟั้นไปเถอะ เขาจงใจเพิ่มระดับเสียงหันไปถามทางเจ้า เซียงเหรียญว่าที่สะใภ้บ้านหวังถ้าเกิด บ้านตระกูลเหยียนเขาไม่อยากทำแล้วพี่ สะใภ้สนใจจะรับงานนี้แทนไหมครับเจ้าเซียง เหรียญลูกสะใภ้บ้านหวังสามีชื่อหวังกั๋ว ชิ่งเป็นช่างหล่อทรายในโรงงานรีดเหล็ก ส่วนแม่ของหวังกั๋วชิ่งก็คือป้าหวังจอม เม้านั่นเองครอบครัวนี้แทบจะไม่มีบทบาท อะไรในเรือน 4 ประสานเลยในเนื้อเรื่อง เดิมก็แทบจะไม่เคยพูดถึงเจ้าเซียงเหรียญ ไม่นึกว่าซาจู้จะเรียกหล่อนพอไงหน้าขึ้น มาเห็นใบหน้าหล่อเหลาก็หน้าแดงซ่านรีบก้ม หน้าก้มตาขยี้ผ้าต่อด้วยความเขินอายไม่ กล้าแม้แต่จะปริปากแต่ในเสี้ยววินาทีที่ หล่อนเงยหน้าขึ้นมาเหอวิจู้ก็สังเกตเห็น ทันทีว่าภายใต้ใบหน้าที่ดูอมโร่ของหล่อน นั้นซ่อนความสวยหวานเอาไว้อย่างมิดชิด เมื่อเห็นหล่อนไม่ยอมพูดเหอวิจู้ก็หันไป หาป้าหวังป้าหวังยังไม่รู้เรื่องที่อาวี ไปทำงานให้เหอวิจู้เลยรีบถามขึ้นว่าซาจู้ แกหมายถึงเรื่องอะไรเหรอแต่คุณป้า 3 ที่ ยืนอยู่ข้างๆกับร้อนรนรีบเข้ามาแทรกไม่มี อะไรหรอกจะไม่มีอะไรเอ่อจู้จื่อ แก้เตรียบไปทำงานเถอะจะเดี๋ยวจะสายเอานะ พูดพลางก็ทำถ้าจะดันหลังเหอวิจู้ให้ออกไป นอกประตู ป้าหวังเดี๋ยวผมเลิกงานกลับมาแล้วค่อยมา คุยด้วยนะครับเหอวิจู้เดินหัวเราะร่าออก ไปเจ้าเซียงเหรียญคนนี้เขาหมายหัวไว้แล้ว ให้ตายสิพวกเมียแต่งในเรือน 4 ประสานนี่
Speaker A
หน้าตาดีๆกันทั้งนั้นตรงสเปคเขาสุดๆก็ไม่ ได้แคร์เรื่องศีลธรรมอะไรอยู่แล้วนี่ใน เมื่อพวกคุณเลี้ยงดูเมียตัวเองให้อิ่ม ท้องไม่ได้ผมก็ช่วยเลี้ยงดูให้แล้วผมจะ คิดดอกเบี้ยนิดๆหน่อยๆไม่ได้เชียวเหรอพอ เหอวิจู้คล้อยหลังไปยังไม่ทันที่ป้าหวัง จะได้เอ่ยปากถามคุณป้า 3 ก็หน้าตึงปั้น ปึ่งเดินดุ่มๆไปที่ลานกลางพอเห็นอาวียัง ซักผ้าปูที่นอนอยู่ก็รีบพูดเสียงเขียว อาวีซะจู้เตรียมอะไรให้แกกินตอนเที่ยง บ้างเดี๋เอามาแบ่งกันกินที่บ้านนะอาวีลอบ ถอนหายใจด้วยความสมเพชรในความหน้าด้านของ แม่ผัวตัวเองเหอวิจู้เลี้ยงข้าวหล่อน 3 มื้อแต่ไม่ได้บอกว่าจะเลี้ยงคนทั้งบ้าน หล่อนซะหน่อยแม่ผัวกล้าพูดออกมาได้ยังไง ข้าวปลาอาหารบ้านใครเขาก็ไม่ได้ลอยมาจาก ฟ้านะแต่หล่อนก็ไม่ได้กลัวหรอกเพราะ เหอวี่จู้จัดหาแบ็คอัชั้นดีไว้ให้หล่อน แล้วตอนนี้หล่อนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า ทำไมเหอวิจู้ถึงให้หล่อนไปกินข้าวกับคุณ ย่าที่แท้เขาก็เตรียมรับมือกับแม่ผัวตัว แสบหรือแม้กระทั่งคนอื่นๆในบ้านที่คิดจะ มาเอาเปรียบหล่อนนี่เองหล่อนรู้ดีว่า ครอบครัวหล่อนนขี้เหนียวขนาดไหนไปกิน เลี้ยงทีไรก็ห่อกลับบ้านแม้กระทั่งน้ำแกง ก้นจานแล้วก็เอาน้ำแกงพวกนั้นมาคลุกข้าว กินกันได้อีกตั้งหลายมื้อแม่เรื่องนั้น อย่าหวังเลยจ๊ะถ้าคุณย่ารู้ว่าฉันเอาของ กินกลับบ้านล่ะก็มีหวังโดนตีตายแน่อวี แกล้งทำเป็นหนักใจคุณย่าคุณย่าไหนล่ะคุณ ป้า 3 ยังงงๆอยู่ก็คุณย่าที่อยู่ลานหลัง ไงเจ้าคุณย่าที่อาวุโสที่สุดในเรือน 4 ประสานของเราไง คุณลุงทั้ง 3 คอยพร่ำสอนเรื่องนี้กับพวก
Speaker A
เด็กรุ่นหลังมาตลอดการที่อาวีเรียกเรื่อง นี้มาอ้างย่อมไม่มีใครกล้าเถียงยายแก่หู หนวกนะเหรอคุณป้า 3 ขมวดคิ้วเรื่องนี้มัน ไปเกี่ยวอะไรกับแกด้วยล่ะก็ซาจู้บอกว่า ต่อไปเขาจะรับเลี้ยงคุณย่าเองมื้อเที่ยง ที่ฉันทำก็ทำให้คุณย่านั่นแหละแล้วฉันก็ กินเป็นเพื่อนแกงั้นแกก็ทำเผื่อไว้เยอะๆ สินแล้วค่อยแอบเอามาแบ่งให้ที่บ้านขุนป้า 3 ยังไม่ยอมแพ้พยายามหาช่องทางแม่เลิก คิดเรื่องนี้เถอะจะซาจู้เขาให้เสบียงมาพอ ดีแต่ถ้าแอบเอามาแบ่งให้ที่บ้านพวกเราก็ กินไม่อิ่มนะสิคุณป้า 3 แค่นเสียงฮึดฮัด งั้นแกก็เอาส่วนของแกกลับมากินที่บ้านสิ แล้วฉันจะเอาอะไรกินล่ะอวิงเป็นไก่ตาแตก แกก็ต้องกลับมากินที่บ้านอยู่แล้วไงบ้าน ซาจู้อาหารดีจะตายไปพวกเราก็แค่เอาส่วน ของแกมาเติมน้ำเพิ่มข้าวต้มใส่น้ำเยอะๆ ให้พอกิน 2 คนไงอาวีถึงกับอึ้งกิมกี่ไม่ คิดเลยว่าอุตส่าห์ดิ้นรนหลุดพ้นจากขุมนรก มาได้ยังไม่ทันได้เสวยสุขก็จะโดนดึงกลับ ไปลงนรกอีกรอบบทที่ 40 ชั้นไม่ทำแล้วขณะ ที่อาวีกำลังรู้สึกสิ้นหวังจูๆก็มีคนวิ่ง พรวดพลาดเข้ามาจากประตูฉุยฮาฝั่งลานหน้า ปากก็ตะโกนโวยวายมาแต่ไกลหนาเหยียนจะรีบ วิ่งหนีทำไมล่ะมีเรื่องอะไรถึงบอกกันไม่ ได้ฮะคนที่โผล่มาก็คือป้าหวังที่เมื่อกี้ ยังนั่งจ่อมอยู่หน้าประตูนั่นเองแกจะซัก ไซส์คุณป้า 3 ให้รู้เรื่องว่าซาจู้พูดถึง เรื่องอะไรกันแน่แต่ไม่นึกว่าคุณป้า 3 จะ
Speaker A
รีบร้อนวิ่งมาลานกลางซะก่อนแต่จากคำพูด ของเหอวิจู้เมื่อกี้แกก็พอจะเดาเขาลางได้ บ้างว่าอาวีลูกสะใภ้คนโตบ้านตระกูลเหยียน กำลังไปรับจ้างทำงานให้ซาจู้และซาจู้ก็ จ่ายค่าแรงให้ด้วยไม่ว่าเงินจะมากหรือ น้อยอย่างน้อยก็เป็นรายได้อีกทางลูกสะใภ้ แกวันๆเอาแต่อยู่บ้านทำงานบ้านไม่ได้มี รายได้อะไรทั้งบ้านต้องพึ่งเงินเดือนก้อน เดียวของลูกชายแกชีวิตความเป็นอยู่ก็ถือ ว่าฝืดเคืองเอาเรื่องอยู่พอเห็นป้าหวัง ตามมาถึงหนี้ใบหน้าของคุณป้า 3 ก็ทะมึนลง ทันทีนี่ป้าหวังป้าตามมาถึงลานกลางทำไม กันเนี่ย ฉันบอกป้าไปแล้วไงว่าไม่มีอะไร เหอะอย่ามาหลอกกันเป็นเด็ก 3 ขวบไปหน่อย เลยน่าป้าหวังขึ้นเสียงสูงแฉ้ความจริง อย่างไม่ไว้หน้าสายตากวัดมองอาวีที่ยืน อยู่ข้างกะละมังซักผ้าอย่างไม่เกรงใจคำ พูดของซาจู้เมื่อกี้มันชัดเจนอยู่แล้วไม่ ใช่เหรอถ้าบ้านป้าไม่ทำก็ให้เซียงเหรียญ บ้านผมทำแทนสิหมายถึงงานซักล้างทำความ สะอาดพวกนี้ใช่ไหมมล่ะป้าเหยียนอาวีบ้าน ป้านเป็นสาวชาวกรุงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่าง ดีจะมาทนทำงานหนักพวกนี้ได้ยังไงสู้ให้ เซียงเหรียญบ้านฉันทำดีกว่ายายนั่นมือไม้ คล่องคร่าซักผ้าสะอาดกว่าอาวีบ้านป้าเยอะ มีของฟรีย ข้อจะไม่เอาล่ะต่อหน้าอาวีป้าหวังก็ไม่มี ยั้งแย่งงานกันซึ่งหน้าถ้าเป็นก่อนหน้า ที่คุณป้า 3 จะมาอาวีได้ยินแบบนี้คงไม่ ยอมแน่ๆแต่ตอนนี้เหรอเหอะในเมื่อแม่ผัว อย่างป้าไม่ยอมให้ฉันอยู่ดีกินดีงั้นทุก คนในบ้านก็อดกินกันไปให้หมดนี่แหละป้า หวังงั้นให้พี่สะใภ้เซียงเหรียญมาทำเถอะ
Speaker A
เจ้าฉันไม่ทำแล้วพูดจบอาวีก็ทิ้งผ้าปูที่ นอนในกะละมังหันหลังเดินกลับไปทางลานหน้า ทันทีเอเอี แกจะไปไหนล่ะคุณป้า 3 คราวนี้ร้อนรนผม จริงอะไรกันเนี่ยคุยกันอยู่ดีๆไงบอกไม่ทำ ซะงั้นล่ะฉันไม่ทำแล้วอาวีตอบกลับโดยไม่ แม้แต่จะหันมามองหล่อนไม่ได้กังวลอะไรเลย สักนิดเพราะข้อตกลงระหว่างหล่อนกับเหอ วิจู้ไม่ใช่แค่เรื่องทำงานบ้านหล่อนได้ เผยความในใจให้เหอวิจุรับรู้แล้วและเหอ วิจุ้เองก็ไม่ได้หวังแค่ให้หล่อนมาทำงาน บ้านดังนั้นจะทำหรือไม่ทำก็ฆ่าเท่ากันมัน เป็นแค่ข้ออ้างบังหน้าเท่านั้นแต่หล่อนก็ ต้องไปบอกเหอวิจู้ก่อนเดี๋เขาจะเข้าใจผิด คิดว่าหล่อนเปลี่ยนใจป้าหวังเห็นดังนั้น ก็ฉีกยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงรูหูพูดใจ เย้ยๆคุณป้า 3 ป้าเหย็นเห็นหรือยังล่ะมี ดีแค่หน้าตาสวยๆจะไปทำอะไรกินได้ซักผ้า สักผืนยังไม่สะอาดเลยเอาเถอะปล่อยให้เป็น หน้าที่เซียงเหรียญบ้านฉันก็แล้วกันแก สะบัดหน้าหนีคุณป้า 3 ที่โกรธจนตัวสั่นตา แดงก่ำแล้วเดินกลับลานหน้าไปต้องรีบไปตาม ลูกสะใภ้มาจัดการงานนี้ให้เสร็จศัพท์ไม่ ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไงวันนี้ทำงาน เสร็จซาจู้ก็ต้องจ่ายเงินสดให้อาวีไม่ได้ กลับบ้านตระกูลเหยียนแต่กลับเร่งฝีเท้า ออกไปนอกประตูเรือน 4 ประสานมุ่งหน้าไป ทางโรงงานรีดเหล็กเหอวิจู้เพิ่งออกไปได้ ไม่นานถ้าวิ่งเร็วหน่อยอาจจะตามทันก็ได้ ส่วนคุณป้า 3 ที่ยังยืนเคว้งอยู่กลางลาน
Speaker A
เรือนตอนนี้เพิ่งจะตั้งสติได้มั่นใจเลย ว่าที่อาวีสะบัดบอบทิ้งงานไปก็เพราะไม่ อยากแบ่งของกินให้ครอบครัวนั่นเองหึนาง เนรคุณกินอยู่หลับนอนที่บ้านฉันมาตั้งนาน แค่แบ่งของกินให้หน่อยก็ไม่ยอมเดี๋เจเฉิง กลับมาฉันจะฟ้องให้มันจัดการสั่งสอนเมีย มันซะบ้าง คุณป้า 3 กลับบ้านไปพร้อมกับความโกรธ เกรี้ยวที่สุมอกแต่กลับไม่เจออาวีแกก็เลย เดินไปที่ห้องพักตรงลานหน้าของเหยียน เจียเฉิงก็ยังไม่เจออวีความโกรธก็ยิ่ง ประตูหนักกว่าเดิมมันจะมากไปแล้วนะกล้าชี หน้าใส่ฉันเหรอคุณป้า 3 สบถด่าพลางเดิน กลับมาที่ลานกลางกจะซักผ้าปูที่นอนให้ เสร็จเพื่อรักษาหน้าตาของตระกูลเหย็นเอา ไว้แต่พอมาถึงลานกลางแกก็ต้องผงะเมื่อ เห็นลูกสะใภ้บ้านหวังกำลังก้มหน้าก้มตา ขยี้ผ้าปูที่นอนในกะละมังอย่างเงียบเงียบ นางสะใภ้บ้านหวังแกกำลังทำอะไรฮะคุณป้า 3 ปรี๊ดแตกตวาดลั่น เจ้าเซียงเหรียญตกใจกับเสียงตวาดที่ดัง ขึ้นกะทันหันสะดุ้งหยงเหมือนกระต่ายตื่น ตูมห่อไหล่เงยหน้าขึ้นมองอย่างกล้าๆกลัวๆ ปากก็ตอบตะกุกตะกักป้าเหยียนแม่ผัวฉันให้ ฉันมาช่วยซาจู้ซักซักเสื้อผ้าจ้ะหนังหน้า ด้านนี่แกกล้ามาแย่งงานบ้านฉันเหรอความ โกรธของคุณป้า 3 ยิ่งพุ่งพล่านสาวเท้า เข้าไปประชิดตัวชี้หน้าแต่เจ้าเซียง เหรียญแทบจะทิ่มจมูกนี่นี่มันงานของบ้าน ฉันแกมีสิทธิ์อะไรมาทำวางลงเดี๋ยวนี้เลย นะเจ้าเซียงเหรียญโดนด่าจนขอบตาแดงกล่ำ ก้มหน้าก้มตาอย่างน่าสงสารมือก็กำผ้าปู ที่นอนไว้แน่นจะขยี้ก็ไม่กล้าจะวางก็ไม่
Speaker A
กล้ายืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกนั่งแก่ ปากปีจออย่าคิดนะว่าผัวแกเป็นคุณลุง 3 แล้วฉันจะกลัวแกก็ในเมื่ออาวีบ้านแกทำไม่ ไหวเลยยกให้เซียงเหรียญบ้านฉันทำแกจะมาหา ว่าฉันแย่งงานบ้านแกได้ยังไงะ พูดมาให้รู้เรื่องนะถ้าคุยกันไม่รู้ เรื่องคืนนี้คุณลุงใหญ่กลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะไปฟ้องแกให้มาตัดสินความยุติธรรมให้ บ้านฉันตอนนั้นเองเสียงด่าทอแหลมปรี๊กก็ ดังขึ้นป้าหวังพุ่งพรวดมาจากลานหน้าชี้ หน้าดุนป้า 3 ฉอดๆถุยแกคิดว่าตัวเองเป็น คนดีนักหรือไงนางยายหวังคุณป้า 3 ก็ไม่ ยอมแพ้ต่อกลับอย่างเจ็บแสบชาวบ้านเขารู้ กันทั้งบางว่าแกนด่าทอทุบตีลูกสะใภ้เป็น ว่าเล่นตอนนี้ทำมาเป็นแม่ผัวผู้แสนดีแหวะ น่าขยะแขยง 2 บ้านอยู่ตรงข้ามกันเรื่อง วุ่นวายระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้บ้านหวังคุณ ป้า 3 รู้ทะลุปรุโปร่งฉันจะสั่งสอนลูก สะใภ้ฉันมันก็เรื่องของฉันแกมายุ่งอะไร ด้วย นั่นมันเรื่องภายในครอบครัวเราแต่ตอนนี้ แกซึ่งเป็นคนนอกมาด่าทอเซียงเหรียญบ้าน ฉันฉันก็ยอมไม่ได้หรอกนะป้าหวังก็มีข้อ อ้างเตรียมพร้อมอยู่แล้วโครมเสียงดัง สนั่นหวั่นไหวประตูไม้เก่าซอมซ่อของบ้าน ตระกูลเจี่ยถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง เจี่ยจางซื่อโผล่พรวดออกมาในสภาพผมเผ้า ยุ่งเเหยิงจากการนอนใบหน้าที่เต็มไปด้วย ไขมันยับย่นด้วยความโกรธเกรี้ยวถลึงตา ขุ่นมัวจ้องเขม็งไปยัง 2 คนที่กำลัง
Speaker A
ทะเลาะกันเสียงดังล่านหน้าบ้านก่อนจะแผ่ เสียงด่าทออย่างเกรี้ยวกราดอีพวกหญิงไม่ ผัวทิ้งกินข้าวอิ่มจนว่างจัดหรือไงถึงได้ มาแหกปากร้องให้หน้าบ้านฉันฮะ หนวกหูจนคนจะหลับจะนอนไม่ได้อยากจะทะเลาะ กันก็ใสหัวกลับไปทะเลาะกันบนเตียงบ้านพวก แกนู่นขืนยังมาแหกปากแถวนี้อีกฉันจะไปนอน ขวางหน้าบ้านพวกแกเลยคอยดูสิว่าพวกแกยัง จะกล้าเถียงเียงกันอีกไหมใสหัวไปรีบใส่ หัวไปให้พ้นหน้าบ้านฉันเดี๋ยวนี้พอ 2 คน นั้นเห็นเจียจจางซื่อยายแก่จอมพานที่ไม่ รู้จักเหตุผลโผล่มาต่างก็ใจหายว่าบคนพัน นี้พวกหล่อนไม่อยากจะไปตอแยด้วยหรอกถุย ทั้งคู่หันไปถลึงตาใส่กันอย่างเครียดแค้น ก่อนจะถ่มน้ำลายใส่กันคนละทีแล้วยอม ยุติศึกอย่างจำใจต่างฝ่ายต่างสะบัดหน้า หนีเดินกลับไปทางลานหน้าอย่างกระงอก กระหงอดเจี่ยจางซื่อยังไม่สาแกหันไปถลึง ตาใส่เจ้าเซียงเหรียญที่ยังยืนร้องให้ สะอึกสะอื้นอยู่ริมอ่างซักล้างด่าทออย่าง สัเสียเทเสียนางตัวซวยวันๆเอาแต่ทำหน้า บูดเป็นตูดลิงร้องให้กระซิกซิกให้ใครดูฮะ ถุยน่ารังเกียจชะมัด ดาเสร็จเจี่จางซื่อก็กระแท่ประตูดังปัง แล้วกลับไปนอนต่ออย่างสบายใจทิ้งให้เจ้า เซียงเหรียญยืนตากลมหนาวร้องให้สะอึก สะอื้นอย่างน่าสงสารอยู่คนเดียวทางด้าน อาวีหล่อนวิ่งกระหืดกระหอบตามไปจนถึงปาก ซอยเปลี่ยวซอยหนึ่งถึงได้เจอเหอวิจู้ที่ กำลังเดินทอดน้องไปทำงานอย่างสบายอารมณ์ พี่จู้จื่อพี่จู้จื่อหล่อนวิ่งจนหอบ เหนื่อยหน้าแดงก่ำพุ่งเข้าไปคว้าแขนเหอ วิจุไว้โค้งตัวหอบหายใจอย่างหนักหน้าอก กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วอาวีเหอวิจู้ หันขวับมามองด้วยความตกใจนี่เธอวิ่งตามมา ทำไมเนี่ยเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า พี่จู้จื่ออาวีพยายามปรับลมหายใจผู้ตะกุก ตะกักฉันฉันมาบอกพี่ว่างานที่บ้านที่หน้า
Speaker A
ฉันฉันคงทำไม่ได้แล้วล่ะหล่อนหยุดไปครู่ หนึ่งรวบรวมความกล้าน้ำเสียงแผ่วเบาราว กับเสียงยุงบินแฝงไว้ด้วยความเขินอายและ ความมุ่งมั่นบางอย่างแต่ว่าเรื่องที่พี่ บอกเมื่อเช้าฉันฉันตกลงนะขอแค่พี่เลี้ยง ข้าวฉันให้อิ่มทุกมื้อก็พอประโยคสุดท้าย แทบจะฟังไม่ได้สับไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อย หอบหรือเพราะเขินอายกันแน่ใบหน้าของหล่อน ยิ่งแดงก่ำขึ้นไปอีกไม่ต้องรีบๆค่อยๆพูด หายใจให้ทันก่อนเฮอวิจู้เห็นหล่อนเหนื่อย หอบน้ำเสียงก็อ่อนโยนลงเขาถือโอกาสประคอง เอวลี่กึ่งพยุงกึ่งโอพาหล่อนเข้าไปในตรอก แคบไร้ผู้คนปล่อยให้ร่างอ่อนปลวกเปียกของ หล่อนเอนซบลงบนแผงอกกว้างของตนอาวีถูกโอบ กอดอย่างไม่ทันตั้งตัวแก้มที่แดงอยู่แล้ว ยิ่งเห่อร้อนขึ้นไปอีกเขินจนต้องซุกหน้า ลงกับอกเสื้อของเหอเหอวิจู้ที่ได้กลิ่น สบู่จางๆไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน เหอวิจู้สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวในอ้อมกอด มืออีกข้างก็เริ่มอยู่ไม่สุกลูบไล้ไปตาม เรือนร่างสัมผัสความโค้งไว้ยะบนเบื้อง ล่างเอวคลอดบางอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไว้ด้วย ความเร่าร้อนพี่จู้จื่ออย่าเดี๋ยวมีคนมา เห็นอาวีลี่กระซิบเสียงสั่นแฝงไปด้วย เสียงหอบหายใจราวกับลูกแมวน้อยที่กำลัง ตื่นกลัวแต่เสียงหอบหายใจอันแผ่วเบานี้ กลับเป็นดั่งเชื้อไฟที่สาดลงบนกองฟืนแห้ง ในใจเหอวิจู้ปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อน เร้นให้ลุกโชนขึ้นมาทัน อาวีที่แนบชิดอยู่กับหน้าท้องของเหอวิจู้ สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติใน ทันทีบทที่ 41 เหอวิจู้เป็นสหายที่ดีอาวี รู้สึกราวกับว่าระหว่างพวกเขาทั้ง 2 คนมี คลื่นความร้อนที่มองไม่เห็นกันอยู่ถึงแม้ จะมีเสื้อผ้าหนาๆขวางกั้นแต่ความรู้สึก นั้นก็ชัดเจนจนทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว
Speaker A
ขาเริ่มจะอ่อนแรงในหัวมีแต่เสียงวิ้งๆเธอ คิดอย่างตื่นตระหนกพี่จู้จื่อคนนี้นี่มัน เหมือนม้าพยศเลยไม่ใช่เหรอ พี่จู้จื่อพี่อาวีเผลอยกมือขึ้นอย่างลืม ตัวปลายนิ้วชี้ไปทางเหอวี่จู้อย่างกล้าๆ กลัวๆเหอวี่จู้ตกใจกับการกระทำอัน กะทันหันของเธอเขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความต้องการที่พรุ่งพล่านกัดฟัน ผู้เสียงแหบพร่าและรีบเร่งเธอเธอกลับไป ก่อนเถอะจัดการมื้อเที่ยงของคุณย่าให้ เรียบร้อยส่วนเรื่องอื่นรอฉันกลับมาจาก ที่ทำงานตอนเย็นค่อยคุยกัน อาวีถูกปลุกให้ตื่นจับภวังด้วยน้ำเสียง ที่แหบพร่าและตึงเครียดของเขาเธอรีบชัก มือกลับราวกับถูกของร้อนและถอยหลังไป 1 ก้าเธอเงยหน้าขึ้นแก้มทั้งสองข้างแดง ระเรื่อสายตาลุกลี้ลุกลนไม่กล้าสบตาเหอ วี่จู้เลยพระพี่จู้จึงั้นคืนนี้นะจ๊ะรอ ฉันกลับมาตอนเย็นนะเดี๋จะทำของอร่อยๆให้ กินเหอวิจุพูดพลางก้มลงประกบจูบรินฝี่ปาก ที่เย้าโยนของเธออื้ออาวีไม่ทันตั้งตัว ได้แต่ส่งเสียงครางแผ่วออกมาจากจมูกใน วินาทีสุดท้ายเหอวิจู้ก็สามารถใช้ความอด ทนอันแข็งแกร่งหยุดยั้งตัวเองไว้ได้หลัง จากผละออกจากกันเขาปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แล้วบอกให้อาวีกลับไปก่อนส่วนตัวเขาก็ เตรียมตัวไปทำงานที่โรงงานก่อนกลับอาวี เล่าเหตุผลที่วิ่งตามออกมาให้ฟังว่าแม่ ผัวของเธอบังคับให้เธอเอาของกินส่วนของ เธอไปให้ที่บ้านเธอจนปัญญาเลยตัดสินใจไม่ ทำแล้วเหอวิจู้แค่นหัวเราะเธอเอามันฝรั่ง ไปให้หล่อนสัก 2 ลูกสิให้หล่อนเอาไปต้ม กินเองแล้วคืนนี้ฉันจะจัดการพวกหล่อนเอง แต่นั่นมันก็ข้าวปลาอาหารที่พี่ใช้เงิน ซื้อมานี่จ๊ะอาวีรู้สึกไม่พอใจที่ต้องเอา ข้าวปลาอาหารที่แลกมาด้วยร่างกายของตัว เองไปให้บ้านตระกูลเหย็นเอาเปรียบก็แค่
Speaker A
มันฝรั่ง 2 ลูกอย่าคิดมากเลยแววตาของเหอ วิจู้ทอประกายเย็นชาเขามั่นใจในตัวเองรอ ดูเถอะคืนนี้ฉันกลับไปพวกหล่อนจะต้องเสีย ใจจนไส้กิวแน่เห็นเหอวิจู้ดูมั่นอกมั่นใจ ขนาดนั้นอาวีก็เบาใจลงเธอพยักหน้ารับ อย่างว่าง่ายก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปพอเหอ วิจู้มาถึงโรงอาหารหมาฮวาลูกศิษย์ของเขา ก็รีบเข้ามายิ้มแย้มต้อนรับด้วยความซาบ ซึ้งใจอาจารย์ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อวาน อย่างไม่ทันพูดจบเหอวิจู้ก็ขัดขึ้นมา เมื่อวานอะไรเมื่อวานฉันไม่ได้ทำอะไรเลย นะได้ยินไหม เอ่ออาจารย์เกิดอะไรขึ้นเหรอครับหมาฮวา มองเหอวิจู้อย่างงุนงงแต่พอมองดีๆก็พบว่า อาจารย์ของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยดู เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลแถมยังดูหนุ่มกว่า เขาซะอีกแต่เขาก็รู้ดีว่าอาจารย์เป็นคน ยังไงเลยไม่กล้าถามอะไรมากกลัวว่าถ้าพูด ผิดหูไปอาจารย์จะโกรธแล้วเรื่องที่ตกลง กันไว้เมื่อวานจะพังไม่เป็นท่าเมื่อคืน ไก่บ้านสวีต้าเมาหายมันก็เลยมาสงสัยว่า ฉันขโมยแถมยังบุกมาค้นบ้านฉันด้วยอะไรนะ ไอ้สวีต้าเมื่อมันกินดีหมีหัวใจเสือมาจาก ไหน ถึงกล้ามาปรักปรำอาจารย์ว่าขโมยไก่พ่อ หมาฮวาได้ยินไฟก็ลุกพรึบขึ้นมาทันทีถลก แขนเสื้อเตรียมจะพุ่งออกไปผมจะไปซ้อมมัน ให้พ่อแม่มันจำหน้าไม่ได้เลยคอยดู กลับมานี่เหอวิจู้ดึงตัวลูกศิษย์จอมเลือด ร้อนไว้ที่ฉันเล่าให้ฟังไม่ได้จะให้แกไป หาเรื่องชกต่อยกับมันแต่จะบอกแกให้เข้าใจ ความหมายที่ฉันพูดว่าเมื่อวานไม่ได้มี เรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยเข้าใจไหม หมาฮาชะงักฝีเท้ายืนอึ้งอยู่กับที่ค่อย ค่อยทบทวนความหมายแฝงในคำพูดของอาจารย์ สักพักเขาก็เหมือนจะบรรลุทำพยักหน้าหงึกๆ สายตามุ่งมั่นอาจารย์ผมเข้าใจแล้วครับ เมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยอืมเข้าใจก็
Speaker A
ดีแล้วไก่ครึ่งตัวนั่นฉันตุ๋นไว้ในหม้อ ดินไม่มีใครแตะต้องเลยเหอวิจู้เป็นคนรอบ คอบต่อให้สวีต้าเมกับหลิวไห่จงไม่ถามถึง ไก่ครึ่งตัวนั่นเขาก็ต้องเอาไก่มาเตรียม ไว้กันเหนียวอยู่ดีแต่ว่าอาจารย์ไก่ครึ่ง ตัวนั่นมันชัดๆเลยว่าหมาฮวารู้สึกผิด เพราะไก่ครึ่งตัวนั้นเขาเอากลับไปกินที่ บ้านพ่อแม่พี่น้องกินกันจนปากมันแผลบมี ความสุขกันถ้วนหน้าแถมยังฝากขอบคุณ อาจารย์มาตั้งหลายหนและยังกำชับให้เขาคอย ดูแลอาจารย์ให้ดีๆด้วยก็แค่ไก่ครึ่งตัว คิดว่าอาจารย์อย่างฉันจะซื้อไม่ได้หรือไง จำไว้นะต่อไปนี้ห้ามพูดถึงเรื่องไก่ครึ่ง ตัวนั่นอีกเหอวิจู้ย้ำอีกครั้งได้ครับ อาจารย์ผมจำขึ้นใจเลยหมาฮวาพยักหน้ารับ อย่างหนักแน่นในใจก็คิดว่ารอให้ได้บรรจุ เป็นพนักงานประจำเมื่อไหร่จะต้องซื้อไก่ มาตอบแทนอาจารย์สักตัวให้ได้ทำไมต้องรอ ให้ได้บรรจุด้วยล่ะก็เพราะตอนนี้เงิน เดือนเขาน้อยนิดครอบครัวก็ลำบากไม่มีเงิน ซื้อไก่หรอกต้องรอให้ได้บรรจุเป็นพนักงาน ประจำเงินเดือนขึ้นก่อนถึงจะพอมีเงินเก็บ ไปซื้อไก่มาตอบแทนอาจารย์ได้อืมไปเถอะ ระวังอย่าให้ใครเข้ามานะเดี๋ยวฉันจะเอา ไก่ครึ่งตัวนั่นไปตุ๋นก่อนเฮอิจจู้สั่ง งานได้ครับอาจารย์วางใจได้เลยผมจะไม่ยอม ให้แม้แต่แมลงวันบินผ่านเข้ามาได้เลยผู้ จบหมาฮาวาก็วิ่งไปล้างผักตรงประตูคอยจับ ตาดูรอบล่อประตูอย่างระมัดระวังไม่ให้ใคร เข้ามาขัดจังหวะเหอวิจู้ได้หลังจากตุ๋น แม่ไก่ครึ่งตัวเสร็จเหอวิจู้ก็เริ่มคิดหา วิธีหาลูกหมูเป็นกับเมล็ดพันธุ์พืชหลักจะ ไปรับซื้อตามชนบทก็คงเป็นไปไม่ได้เขาไม่ มีสิทธิ์ทำแบบนั้นถ้าขืนสุ่ม 4 สุ่ม 5 ไป กว้านซื้อที่ชนบทมีหวังได้ไปนอนหยอดน้ำ ข้าวต้มในคุกแน่ๆหรืออย่างน้อยก็คงต้อง
Speaker A
เจอเรื่องวุ่นวายตามมาอีกเพียบหรือว่าจะ ทำเหมือนที่พระเอกในนิยายทำกันคือไปล่า หมูป่าบนเขา แต่เขาไม่รู้เลยนี่นาว่าหมูป่ามันอยู่ตรง ไหนแถมยังล่าสัตว์ไม่เป็นด้วยส่วนเรื่อง เมล็ดพันธุ์พืชหลักหนี้ก็เป็นปัญหาฤดูนี้ ตามชนบทจะไปมีพืชผลอะไรให้เก็บเกี่ยวอีก ล่ะเขาเก็บเกี่ยวกันไปหมดแล้วเหอวิจู้ ขมวดคิ้วมุ่นคิดไม่ตกว่าจะหาเมล็ดพันธุ์ พืชหลักจากชนบทมาได้ยังไงชนบทจริงสิหมู่ บ้านตระกูลฉินไงอีกไม่กี่วันฉินไหวหรูก็ จะกลับไปหาฉินจริงหรูแล้วให้เธอช่วยหา เมล็ดพันธุ์มาให้หน่อยคงไม่ยากเกินความ สามารถหรอกหน้าถ้าให้เงินเธอไปสักก้อนผู้ ใหญ่บ้านก็คงไม่ขัดข้องหรอกมั้งเวลาผ่าน ไปจนถึงตอนเที่ยงเหอวิจูเก็บซุปไก่ที่ ตุ่นไว้เรียบร้อยแล้วหมาฮาวาก็กำลังตั้ง ใจเรียนทำอาหารหม้อใหญ่อยู่ข้างๆส่วนลูก ศิษย์อีกคนที่มีชื่อว่าเจ้าอ้วนก็ยังคงทำ หน้าที่หั่นผักต่อไปแต่สายตาของมันกลับ คอยชำเลืองมองมาทางเหอวิจู้เป็นระยะระยะ แววตาที่ไม่พอใจและเครียดแค้นที่พยายาม ปิดบังเอาไว้ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเหอ วิจู้ไปได้นี่ก็พวกเลี้ยงไม่เชื่องอีกคน ริอาจจะมาเลื่อยขาเตียงอาจารย์อย่างเขา ชาตินี้ก็เป็นได้แค่คนหั่นผักไปตลอดชีวิต นั่นแหละพอทนไม่ไหวก็คงใสหัวไปเองหลังจาก ตักอาหารเที่ยงเสร็จขณะที่เหอวิจุลูก กำลังนอนพักอยู่บนเก้าอี้เอนหลังรองผู้ อำนวยการหลี่ก็เดินนำหัวหน้าแผนก ประชาสัมพันธ์และหัวหน้าโรงอาหารเข้ามา เหอวิจู้ฉันจำได้ว่าเมื่อวานฉันให้ไก่แก ไปทั้งตัวนี่แต่ทำไมวันนี้ท่านผู้นำถึง บอกว่าบนโต๊ะอาหารเมื่อคืนมีไก่แค่ครึ่ง ตัวล่ะแล้วไก่อีกครึ่งตัวมันหายไปไหนพอ หัวหน้าโรงอาหารเข้ามาเห็นเหอวิจู้นอนทำ ตัวเป็นคุณท่านอยู่บนเก้าอี้เอนหลังก็รู้ สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีหัวหน้าโรงอาหารคน นี้ปกติก็ไม่ค่อยกินเส้นกับเหอวิจู้อยู่ แล้วแต่เหอวิจู้ที่มีฝีฝีมือทำอาหารเป็น
Speaker A
เลิศเลยไม่เคยเห็นหัวหน้าอย่างเขาอยู่ใน สายตาเลยแต่ผู้นำระดับสูงของโรงงานกลับ ขาดเหอวิจู้ไม่ได้ทำให้หัวหน้าโรงอาหาร อย่างเขาแทบจะไม่มีหน้ามีตาอะไรเลยเวลา อยู่ต่อหน้าเหออวี่จู้ แต่วันนี้รองผู้อำนวยการหลี่ดูเหมือนจะ เชื่อคำยุยงของหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ ลูกน้องคนสนิทของเขาเลยตั้งใจจะมาเอา เรื่องเหอวิจู้ถ้างั้นเขาก็ขอผสมโรงด้วย คนแล้วกันเหอวิจุขี้เกียจจะต่อล้อต่อ เถียงด้วยเขารู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝี มือสวีต้าเมแน่ๆเดาได้เลยจากการที่หัว หน้าแผนกประชาสัมพันธ์โผล่มาที่นี่ด้วย สวีต้ามาอยู่แผนกประชาสัมพันธ์ไงคงจะยัง ไม่ยอมแพ้วันนี้เลยไปยุยงหัวหน้าแผนก ประชาสัมพันธ์ให้มาถามเรื่องไก่พอหัวหน้า แผนกประชาสัมพันธ์ยืนยันว่าหัวหน้าโรง อาหารให้ไก่มาทั้งตัวแต่พอขึ้นโต๊ะกลับ เหลือแค่ครึ่งตัวไก่อีกครึ่งตัวที่หายไป ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยแล้วโชคดีนะที่ เขาเตรียมตัวมาตั้งแต่เช้าไม่งั้นคงตอบคำ ถามพวกนี้ไม่ได้แน่ๆไก่มันอยู่ในหม้อดิน นั่นไงเมื่อวานกับข้าวตั้งเยอะแยะถ้าเอา ไก่ขึ้นโต๊ะไปทั้งตัวกินไม่หมดก็เสียของ เปล่าๆนี่มันของหลวงทั้งนั้นนขืนปล่อยให้ เสียของก็เท่ากับผลาทรัพย์สมบัติของชาติ ผมรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะเหอวิจูไม่แม้แต่ จะขยับตัวแค่ชี้นิ้วไปยังหม้อซุปไก่ที่ เพิ่งตุ๋นเสร็จเมื่อเช้าถังหยวนชิ่งหัว หน้าโรงอาหารรีบวิ่งไปเปิดฝาหม้อดินกลิ่น หอมของซุปไก่ก็โชยเตะจมูกทันทีทำไมซุปไก่ นี่ยังร้อนอยู่ล่ะถังหยวนชิ่งตั้งข้อ สงสัยเขาดาว่านี่คงเป็นซุปไก่ที่เหอวิจู้ เพิ่งจะตุ๋นใหม่ๆวันนี้แน่ๆก็แหงสิไม่เอา มาอุ่นมันก็บูดหมดสิเหอวิจู้ทำหน้าเหมือน จะบอกว่าเรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้เหรอ เอาล่ะเหล่าหวังไก่ก็เห็นแล้ววันหลังก็ อย่าหูบ่เชื่อข่าวลืออีกนะสหายเหอวิจู้ เป็นสหายที่ดีของโรงงานรีดเหล็กเราจะไปทำ เรื่องขโมยของพันธุนั้นได้ยังไงถึงคำพูด
Speaker A
ของรองผู้อำนวยการหลี่จะฟังดูเหมือนกำลัง ตำหนิหัวหน้าแผนกหวังแห่งแผนก ประชาสัมพันธ์แต่เหอวิจู้ก็ฟังออกว่านี่ คือการเตือนเขาว่าวันหลังอย่าเอาของในโรง อาหารไปอีกเรื่องนี้ทำไว้จนครบแล้วเพียง สมัครสมาชิกรายเดือนที่นิยายบายมันตรา เพื่อฟังนิยายเสียงเหมาแบบบุฟเฟ่ต์ได้ทุก เรื่องเป็นร้อยเรื่องแค่เดือนละ 98 บาท ได้ที่เว็บอิงเรมนะครับลิงก์วิธีสมัคร อยู่ในช่องคอมเมนต์ YouTube เลยครับบทที่ 42 ไก่บูดแล้วเหอวิจู้ลอบหัวเราะเยาะใน ใจแต่ใบหน้ากลับปั้นหน้าขรึงพูดด้วยน้ำ เสียงหนักแน่นว่ารองผู้อำนวยการหลี่พูด ถูกครับหัวหน้าหวังคุณจะหูเบาเชื่อข่าว ลือแบบนี้ได้ยังไงยังไม่ทันสืบสวนให้รู้ ความจริงก็รีบแจ้งไปรายงานรองผู้อำนวยการ หลี่นี่มันทำให้ท่านเสียเวลาทำงานเปล่าๆ นะรองผู้อำนวยการหลี่ยุ่งจะตายไปวันๆต้อง คอยประสานงานกับผู้บังคับบัญชาและผู้นำ จากโรงงานอื่นที่จะมาตรวจเยี่ยมคุณมาแจ้ง ความเท็จแบบนี้ถ้าเป็นคนอื่นคงตกใจจนทำ งานทำการไม่เป็นแล้วแล้วแบบนี้จะให้ผมไป ทำอาหารรับรองแขกบ้านแขกเมืองได้ยังไง ดีนะที่เป็นผมเหอวิจู้คนไม่กลัวฟ้ากลัว ดินทนการกลั่นแกล้งของพวกคุณได้หัวหน้า หวังครับรองผู้อำนวยการหลี่ไม่ได้ดักคุณ นะแต่กำลังอบรมสั่งสอนคุณต่างหากวันหลัง หัดจำไว้เป็นบทเรียนบ้างอย่าให้ใครมาหลอก ใช้เป็นเครื่องมืออีกรองผู้อำนวยการหลี่ กับหัวหน้าหวังโดนเหอวิจุต่อกลับจนหน้า ม้านแต่ก็เถียงไม่ออกในใจเริ่มรู้สึก ตะงิดหงิดว่าวันนี้ซาจู้ผู้คนนี้ดูแปลกไป จากเดิมเหอวิจู้แกพูดกับรองผู้อำนวยการ หลี่แบบนี้ได้ยังไง รู้จักที่ต่ำที่สูงบ้างแกมันก็แค่หัวหน้า
Speaker A
พ่อครัวต๊อกต๋อยมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนรอง ผู้อำนวยการหลี่กับหัวหน้าหวังฮะถังหยน ชิ่งหัวหน้าโรงอาหารเห็นรองผู้อำนวยการ หลี่หน้าเซียก็รีบเสนอหน้าออกมารับหน้า แทนหวังจะประจบประแจงเจ้านายด้วยการตวาด ใส่เหอวิจู้ โอ้โหหน้าถังความหมายของคุณคือคนรามมัน แบ่งชนชั้นวรรณคชั้นต่ำไม่มีสิทธิ์พูดคุย กับคนชั้นสูงเหรอเหอวิจู้แค่นหัวเราะจ้อง หน้าถังหยวนชิ่งเขม็ง คำพูดนี้ทำเอาผู้นำทั้ง 3 คนถึงกับหน้า ถอดสีถ้าขืนคำพูดพวกนี้หลุดรอดออกไปพวก เขาทั้ง 3 คนได้จบเห่แน่แกอย่ามาพูดจาใส่ ร้ายกันนะฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสัก หน่อยถังหยวนชิ่งรีบแก้ตัวเป็นพละวัน รองผู้อำนวยการหลี่ก็รีบผสมโรงช่วยพูดแก้ ต่างสหายเหอวิจู้หัวหน้าถังไม่ได้หมาย ความอย่างที่คุณพูดหรอกนะแต่ในเมื่อคุณ เข้าใจไปแบบนั้นก็แสดงว่าคำพูดของหัวหน้า ถังยังไม่ประกุมพอเอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะ ตักเตือนเขาต่อหน้าเลยแล้วกันอ้องั้นรอง ผู้อำนวยการหลี่ก็เชิญตักเตือนเลยครับเหอ วิจู้พยักหน้ารับแบมือผายออกเป็นเชิงเชิญ ชวนตักเตือนอะไรรองผู้อำนวยการหลี่ทำหน้า งงรองผู้อำนวยการหลี่คงไม่ได้ความจำสั้น ขนาดนั้นหรอกมั้งครับก็เมื่อกี้คุณเพิ่ง บอกเองว่าจะตักเตือนหัวหน้าถังต่อหน้านี่ นาเหอวิจู้มองรองผู้อำนวยการหลี่ด้วยแวว ตาประหลาดใจรองผู้อำนวยการหลี่ถึงเพิ่ง เข้าใจความหมายของคำว่าตักเตือนที่เหอ วิจู้พูดถึงแต่ที่เขาบอกว่าตักเตือนมันก็ คือการตักเตือนไปแล้วไงเอ่อสหายเหอวิจู้ คุณอาจจะเข้าใจผิดนะที่ผมบอกว่าตักเตือน เนี่ยความจริงก็คือตักเตือนเขาไปเรียบ ร้อยแล้ว หา
Speaker A
แค่นี้เรียกว่าตักเตือนแล้วเหรอ ผมก็นึกว่าจะต้องด่าสักยกซะอีกเอ่อรองผู้ อำนวยการหลี่ครับที่ผมให้ยืมเงินไป 100 หยวนนเมื่อไหร่คุณจะคืนครับเหอวิจุทำที เป็นคนซื่อๆไม่รู้เรื่องรู้ราวแต่จู่ๆก็ โพล่งเรื่องทวงหนี้รองผู้อำนวยการหลี่ ขึ้นมาดื้อๆผมไปยืมเงินคุณตอนไหนรองผู้ อำนวยการหลี่ขมวดคิ้วสมองแล่นปรุดแป๊ะทบ ทวนความจำว่าตัวเองเคยไปยืมเงินเหอ วิี่จู้ตอนไหนก็เมื่อกี้ไงครับผมบอกว่าผม ให้คุณยืมเงินไป 100 หยวนนั่นก็แปลว่าผม ให้ยืมไปแล้วไงครับก็คุณบอกเองนี่นาว่า ตักเตือนก็คือตักเตือนไปแล้วงั้นที่ผมบอก ว่าให้ยืมเงินมันก็แปลว่าให้ยืมไปแล้ว เหมือนกันไม่ใช่เหรอครับผู้นำทั้ง 3 คน ถึงกับอ้าปากค้างนี่มันตันกะอะไรกันวะ เนี่ยเล่นแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรองั้นถ้าฉัน บอกว่าให้แกยืมเงินหมื่นแสนล่ะฉันได้รวย ล้นฟ้าไปเลยหรือไง ทำไมล่ะครับหรือว่าคำพูดของคนชั้นสูง อย่างรองผู้อำนวยการหลี่ถึงจะมีน้ำหนัก ส่วนคำพูดของคนชั้นต่ำอย่างผมมันเป็นแค่ เรื่องร้ายสาระงั้นเหรอเหอวิจุริตาจ้อง มองหลี่ไหวเต๋อด้วยสายตาเย็นชาเขาไม่สน หรอกว่าจะล่วงเกินรองผู้อำนวยการคนนี้ต่อ ให้หมอนี่กำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นประธาน คณะกรรมการปฏิวัติในเร็วๆนี้เขาก็ไม่แคร์ คนอย่างเหอวิจู้ไม่มีศีลทำอะไรมาตีกรอบ หรอกนะถ้าแกกล้าเล่นตุกติดกับฉันๆก็จะส่ง แกไปลงนรกซะลีไวทเตอร์สัมผัสได้ถึงสายตา อันหนาวเหน็บของเหอวิจู้ก็ไม่รู้ทำไมถึง รู้สึกขนลุกสู้ขึ้นมาด้วยรีบปั้นหน้ายิ้ม กระจกประแจงไม่ไม่สหายเหอวิจู้เข้าใจผม ผิดแล้วครับที่ผมบอกว่าตักเตือนเนี่ยหมาย ถึงผมได้ลงโทษไปแล้วต่างหากผมหักเงิน
Speaker A
เดือนหัวหน้าถังเดือนนึงเพื่อเป็นการชด เชยที่เขาพูดจาไม่เข้าฮูสหายเหอวิจู้แต่ เงินเดือนๆเดือนนี้ต้องรอสิ้นเดือนหน้า ถึงจะออกผมเลยยังเอาเงินมาชดเชยให้คุณตอน นี้ไม่ได้ครับอ้อที่แท้การตักเตือนของรอง ผู้อำนวยการหลี่ก็มีความหมายแบบนี้นี่เอง ผมเข้าใจรองผู้อำนวยการหลี่ผิดไปจริงๆ ด้วยครับผมขอโทษจากใจจริงเลยครับเหอวิจุ เห็นแก่เงินชดเชยค่าแรง 1 เดือนของหัว หน้าถังก็เลยยอมลุกขึ้นยืนโค้งคำนับขอโทษ รองผู้อำนวยการหลี่แต่โดยดีไม่ต้องสหาย เหอวิจู้เป็นคนซื่อตรงๆหัวหน้าหวังคุณ กลับไปสืบดูนะว่าใครเป็นคนกุเรื่องใส่ ร้ายสหายเหอวิจุว่าขโมยไก่ครึ่งตัวของโรง งานไปสืบได้แล้วมารายงานผมด้วยผมจะหัก เงินเดือนมัน 3 เดือนเอามาชดเชยค่าเสีย หายให้สหายเหอวิจู้ แต่ถ้าคุณสืบไม่ได้ก็เตรียมโดนหักเงิน เดือนคุณเอง 3 เดือนแล้วกันรองผู้อำนวย การหลี่ปั้นหน้าขรึมสั่นการหัวหน้าหวัง ได้ครับผมจะลากคอไอ้ตัวการที่มันปล่อย ข่าวลือมาลงโทษให้ได้ครับหัวหน้าหวังรับ ปากอย่างแข็งขันกัดฟันกรอดไอ้สวีต้าเมาหา เรื่องใส่ตัวแท้ๆทีนี้เป็นไงล่ะต้องจ่าย เงินชดเชยให้เหอวิจู้ตั้ง 3 เดือนหึสมน้ำ หน้าขอบคุณรองผู้อำนวยการหลี่มากครับแล้ว ก็รบกวนหัวหน้าหวังด้วยนะครับเอ่อคือว่า ไก่ครึ่งตัวเนี้ทิ้งไว้ข้ามคืนมันก็เริ่ม จะบูดแล้วถ้าผู้นำทั้งสองท่านไม่รังเกียจ จะช่วยเสียสละรับประทานมันเข้าไปเพื่อไม่ ให้เป็นการสิ้นเปลือนทรัพยากรของชาติแม้ แต่แดงเดียวจะดีไหมครับในเมื่ออีกฝ่ายไว้
Speaker A
หน้าช่วยหาเงินชดเชยให้เขาตั้งเกือบ 200 หยวนจะให้เขาเลี้ยงไก่ครึ่งตัวสักมื้อก็ คงไม่แปลกอะไรหรอกมั้งไก่บูดอะไรกันเมื่อ กี้ฉันเห็นกับตาว่ามันยังถังหยวนชิ่ง กำลังจะเถียงว่าไก่ยังไม่บูดแต่ก็ฉุกคิก ขึ้นมาได้ทันทีนี่มันแผนการติดสินบนของ เหอวิจู้ที่ใช้ของหลวงมาประจบรอบผู้อำนวย การหลี่ชัดๆคุณเป็นพ่อครัวหรือผมเป็นพ่อ ครัวฮะผมบอกว่าบูดมันก็ต้องบูดสิจริงไหม ครับรองผู้อำนวยการหลี่เหอวิจู้พูดพลาง หันไปมองปฏิกิริยาของหลี่ไหวเต๋อหลี่ไหว เต๋อยิ้มหน้าบานเหอวิจู้คนนี้ก็ไม่ใช่คน หัวแข็งไร้น้ำใจซะทีเดียวนี่นาพอเขาช่วย หาเงินชดเชยมาให้ก็ยังรู้จักตอบแทนน้ำใจ ด้วยดีๆดูถ้าเหอวิจู้คนนี้ก็เป็นคนรู้จัก พลิกแพลงตามสถานการณ์เหมือนกันคนแบบนี้ แหละที่มองการไกลเป็นแปลว่าเขาก็อาจจะดึง ตัวมาเป็นพวกได้เหมือนกันปกติเหอวิจู้มัก จะทำตามคำสั่งผู้อำนวยการโรงงานหยางเสมอ อาศัยฝีมือทำอาหารอันยอดเยี่ยมช่วยให้ผู้ อำนวยการโรงงานหยางได้หน้าได้ตาต่อหน้า ผู้นำระดับสูงตั้งหลายครั้งถ้าดึงเหอ วิจู้มาเป็นพวกได้เวลาเขาไปสารสัมพันธ์ กับผู้นำระดับสูงก็จะได้พาเหอวิจู้ไปด้วย ให้ทำอาหารมัดใจผู้นำพวกนั้นซะเลยอืม เรื่องของกินก็ต้องฟังความเห็นของอาจารย์ เหอครับในเมื่ออาจารย์เหอบอกว่าไก่บูดและ งั้นไก่ก็ต้องบูดแล้วแหละเอ่อหัวหน้าถัง รบกวนคุณช่วยเอาไปส่งที่ห้องอาหารเล็ก หน่อยนะผมกับหัวหน้าหวังจะยอมเสียสละตัว เองเพื่อไม่ให้ทรัพยากรของชาติต้องสู เปล่าแม้แต่น้อยหลี่ไหวเต๋ยยิ้มแป้นหันไป สั่งถังหยวนชิ่งครับดีเลยครับผู้นำก็คือ ผู้นำวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆถังหยวน ชิ่งรี่ประจบประแจงทันทีบทที่ 43 ทำโot 1 อาทิตย์ในตอนนี้เหอวิจู้ไม่ได้สนใจไก่แม้
Speaker A
แต่น้อยในมิติวิเศษของเขาฝูงไก่ขยาย พันธุ์กันจนแทบจะล้นหลามต้องรีบหาทางจัด การระบายออกไปบ้างแล้วแถมยังมีมันฝรั่ง หัวชายเท้าและผักอื่นๆอีกมากมายก่ายกองจน กินไม่ทันความมหัศจรรย์ของมิตินี้คือ เมื่อพืชผลโตเต็มที่มันก็จะถูกเก็บเกี่ยว และนำไปกองรวมกันไว้ที่กระท่อมไม้ตรงกลาง โดยอัตโนมัติจากนั้นเมล็ดพันธุ์ใหม่ก็จะ ถูกหว่านลงดินวงเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้ เรื่อยไปส่วนไข่ไก่นั้นเขาก็ไม่ต้อง เหนื่อยไปตามเก็บเลยระบบจะจัดการรวบรวม ให้เสร็จสับไข่ใบไหนที่ฟักได้ก็จะฟักออก มาเป็นลูกเจี๊ยบขนปุยน่ารักมิติทั้งหมด นี้เปรียบเสมือนโลกใบเล็กๆที่หมุนเวียน และดูแลตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยที่ เขาไม่ต้องออกแรงเลยสักนิดภายในห้องอาหาร เล็กรองผู้อำนวยการหลี่และพักพวกลูปภูมิ ที่นูนออกมาเล็กน้อยด้วยความอิ่มหนำสำราญ ถึงแม้จะกินข้าวมาแล้วแต่ในยุคที่อาหาร การกินขัดสนแบบนี้ใครล่ะจะปฏิเสธเนื้อ สัตว์ที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งไปกว่านั้นซุปไก่ ตุ๋นเห็ดที่ร้อนกรุ่นและส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ชามนี้ยังเป็นฝีมือของเหอวิจู้ด้วยแล้ว ถือเป็นความสุขล้ำเลิศแห่งรถสัมผัสเลยที เดียวเมื่อหัวหน้าหวังกลับมาถึงแผนก ประชาสัมพันธ์ไฟโทสะก็คุชนขึ้นในอกเขา เรียกสวีต้าเมที่กำลังงวนอยู่กับการตรวจ เช็คเคลื่อนฉายหนังให้เข้ามาในห้องทำงาน ปิดประตูลงกลอนสายตาคมกริบดุจใบมีดี่จ้อง เขม็งไปที่อีกฝ่ายตอนนี้เขาเกลียดชังไอ้ หมอนี่เข้ากระดูกดำถ้าไม่ใช่เพราะมันพูด ถึงเรื่องไก่ครึ่งตัวแถมยังพูดเป็นว่าเหอ วิจู้เป็นคนขโมยไปหัวหน้าหวังอย่างเขาจะ หน้ามืดตามัววิ่งแจ้นไปรายงานรองผู้อำนวย การหลี่เพื่อหวังความดีความชอบทำไมเขากับ เหอวิจู้ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวอะไรกัน เลยแค่ได้ยินมาว่าช่วงนี้ทิศทางลมเริ่มจะ เปลี่ยนไปก็เลยอยากจะสร้างความมั่นคงให้ ตำแหน่งของตัวเองหรืออาจจะก้าวหน้าขึ้นไป อีกเลยรีบร้อนอยากจะโชว์ผลงานต่อหน้ารอง
Speaker A
ผู้อำนวยการหลี่ใครจะไปคิดว่าจะถูกไอ้ หน้าไว้หลังหลอกอย่างสวีต้าเม้าหลอกใช้ เป็นเครื่องมือความกอบแค้นใจนี้ทำให้เขา รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกสวีต้าเม่า เสียงของหัวหน้าหวังเย็นชาไร้ซึ่งความรู้ สึกใดๆเรื่องที่นายแจ้งความฉันได้รายงาน ให้รองผู้อำนวยการหลี่ทราบอย่างละเอียด แล้วผู้จบเขาก็จ้องมองสวีต้าเมเขมงคอยจับ ตาดูทุกการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆบนใบหน้า ของอีกฝ่ายจริงเหรอครับดวงตาของสวีต้า เมเบอกว้างด้วยความดีใจสุดขีดหัวหน้าหวัง แล้วรองผู้อำนวยการหลี่ว่ายังไงบ้างครับ หัวใจเขาเต้นรัวคาดเดาว่าซาจุต้องเจอดี เข้าให้แล้วใครๆก็รู้ว่ารองผู้อำนวยการ หลี่กับผู้อำนวยการโรงงานหยงไม่ถูกกันมา แต่ไหนแต่ไรแล้วซาจู้ก็เป็นลูกสมุนคนสนิท ของผู้อำนวยการโรงงานหยางไม่ใช่หรือการ ที่รองผู้อำนวยการหลี่จับได้ว่าหมาของผู้ อำนวยการโรงงานอย่างขโมยทรัพย์สินของรัฐ มีหรือที่จะไม่ใช้โอกาสนี้เล่นงานให้หนัก เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของผู้อำนวยการ โรงงานอย่างในสายตะบัก งานทุกคนรองผู้อำนวยการหลี่ก็ต้องจัดการ ขั้นเด็ดขาดกับเรื่องพันนี้อยู่แล้วหัว หน้าหวังยังคงจ้องมองสวีต้าเมด้วยสีหน้า เรียบเฉย แล้วซาจู้โดนลงโทษยังไงบ้างล่ะครับสวีต้า เมถามอย่างร้อนรนทนรอไม่ไหวที่จะรู้ว่า ซาจู้จะโดนรองผู้อำนวยการหลี่ลงโทษแบบไหน ชดใช้เงินหัวหน้าหวังพ่นคำสั้นๆ 2 คำออก มาอย่างเรียบง่ายชดใช้เงินสวีต้าตกใจจน แทบกระโดดเสียงแหลมปริ๊กขึ้นมาทันทีแค่ ให้ชดใช้เงินเนี่ยนะ หมอนั่นขโมยทรัพย์สินของรัฐเลยนะผิดกฎ หมายชัดๆไก่ครึ่งตัวมันจะกี่ตันกันเชียว รองผู้อำนวยการหลี่ทำไมถึงทำไมถึงปล่อย หมอนั่นไปง่ายๆแบบนี้ล่ะเขาไม่อยากจะ เชื่อและรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงกับการ
Speaker A
หลงโทษสถานเบาของรองผู้อำนวยการหลี่แกคิด ว่าเบาไปเหรอ งั้นเอาเป็นการประนามหน้าเสาธงต่อหน้าคน ทั้งโรงงานดีไหม มุมปากของหัวหน้าหวังยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เย็นชาวแววตาแฝงความอาฆาตร้ายแค่นั้นก็ ยังเบาไปอยู่ดีแหละครับสวีต้าเมล่งออกไป ด้วยความกับแค้นใจคนหน้าด้านอย่างซาจู้ ต่อให้โดนประนามหน้าเสาธงหมอนั่นก็คงไม่ สะทกสะท้านหรอกหือ งั้นแกจะเอายังไงจะให้รองผู้อำนวยการหลี่ ยกตำแหน่งให้แกเลยไหมให้แกเป็นคนตัดสิน คดีนี้เองเลยดีหรือเปล่าหัวหน้าหวังแค่น เสียงประชดคำพูดที่เต็มไปด้วยความเย้ะ หยันและเกรี้ยวกราดนี้ราวกับน้ำเย็นจัด ที่ศาสตร์โครมลงมาสวีต้าเมสะดุ้งสุดตัว เพิ่งจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในน้ำ เสียงของหัวหน้าหวังที่แทบจะล้นทะลักออก มาหัวหน้าหวังเอาเรื่องนี้ไปแจ้งจนได้ ความดีความชอบต่อให้ไม่ได้รับคำชมจากรอง ผู้อำนวยการหลี่ก็ไม่น่าจะมาพูดจาประชด ประชันใส่เสิ หัวหน้าหวังคุณคุณหมายความว่ายังไงครับ สวีต้าเม่าใจหายว่าฝืนยิ้มแหยือ สวีต้าเม่าเอ๊ยรองผู้อำนวยการหลี่สั่งหัก เงินเดือนนาย 3 เดือนเพื่อเอาไปชดเชยให้ สหายเหอวิวิจู้ที่นายไปใส่ร้ายว่าเขาขโมย ไก่ไงล่ะหัวหน้าหวังพูดเย้ยแต่ฟังจากน้ำ เสียงนายเมื่อกี้ดูเหมือนจะคิดว่าบทลงโทษ แค่นี้ยังไม่พอสินะอยากจะโดนประนามหน้า เสาธงด้วยใช่ไหมงั้นเดี๋ยวฉันไปคุยกับรอง ผู้อำนวยการหลี่ให้ตอนนี้เลยพูดจบหัวหน้า หวังก็ทำแท่าจะลุกขึ้นสวีต้ามเหมือนโดน ฟ้าผ่าเข้ากลางแสกหน้าสมองตื้อไปหมดจน กระทั่งเห็นว่าหัวหน้าหวังจะไปจริงๆเขา ถึงได้สติรีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนเสื้อหัว หน้าหวังไว้แน่นเสียงสั่นเครือจนแทบจะ ร้องไห้หัวหน้าหวังคุณเมื่อกี้คุณพูดว่า
Speaker A
อะไรนะครับผมผมต้องจ่ายเงินชดเชยให้ซาจู้ เหรอ เขายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องจริงทำไมมีเรื่องอะไรเขาก็ต้องเสีย เงินให้ซาจู้ตลอดเลยล่ะเมื่อคืนที่บ้านก็ เพิ่งจะเสียเงินค่าสินสอดของโหลเสี่ยว เอ๋อไป 500 หยวนถึงเงินนั่นจะเป็นของโหล เสี่ยวเอ๋อแต่มันก็เหมือนเงินของตระกูล สวี่นั่นแหละโหลเสี่ยวเอ๋อก็เป็นคนของเขา เงินของหล่อนก็ต้องเป็นเงินของเขาสินึก ไม่ถึงเลยว่าวันนี้เขาต้องเสียเงินเดือน อีกตั้ง 3 เดือนคิดเป็นเงินตั้งเกือบ 150 หยวนเชียวนะพวกเราไปเจอไก่ครึ่งตัวของ เมื่อวานที่เหลืออยู่ในโรงอาหารเหอวิจู้ ไม่ได้ขโมยไปแบบนี้ไม่เรียกว่านายใส่ร้าย เเหรอ ถ้าเหอวิจู้ไม่ยอมความน้เรื่องมันคงไม่จบ แค่การชดใช้ด้วยเงินเดือน 3 เดือนหรอกพอ พูดถึงเรื่องนี้หัวหน้าหวังก็ยังโมโหไม่ หายท่าไม่ใช่เพราะสุดท้ายเหอวิจู้เอาไก่ ครึ่งตัวที่บูดและมาเส้นว่ายกระเพาะของ พวกเขาจนพอใจวันนี้เขาคงไม่ปล่อยให้คนที่ หลอกใช้เขาเป็นเครื่องมืออย่างสวีต้าเมไป ง่ายๆแน่อะไรนะไก่ครึ่งตัวนั่นยังอยู่ใน โรงอาหารเหรอสวีต้าเมหน้าเหวอถามเสียงหลง แล้วทำไมเมื่อคืนหมอนั่นเมื่อคืนหมอหมอ นั่นถึงยกมาให้แค่ครึ่งตัวล่ะหึรัฐบาลให้ ประหยัดมัธยะสหายเหอวิจู้ก็สนองนโยบาย อย่างเคร่งครัดเมื่อคืนพวกเรากินกันตั้ง หลายคนกับข้าวก็เต็มโต๊ะขนาดนั้นจะกินยัง ไงหมดถ้าทำไก่มาทั้งตัวมันไม่กลายเป็น เหลือทิ้งขว้างเหรอหัวหน้าหวังพูดด้วยน้ำ เสียงขึงขังแฝงความชอบธรรมเหลือทิ้งขว้าง
Speaker A
นั้นเหรอเหลือทิ้งขว้างบ้าบอะไรกันสุด ท้ายซุปไก่น่านก็เหลือแค่ขิงไม่กี่แว่น ไม่ใช่หรือไงแล้วมาบอกว่าทำไก่เพิ่มอีก ครึ่งตัวแล้วจะเหลือทิ้งขว้างฉันได้สดแค่ ซุปไก่นิดเดียวเองนะขนไก่สักเส้นก็ยังไม่ ได้กินเลยแต่สวีต้าก็เข้าใจแล้วล่ะว่าไม่ ว่ายังไงเหอวิจู้ก็ไม่ได้ขโมยไก่ครึ่งตัว นั้นไปการที่เขาไปฟ้องหัวหน้างานสายตรง แบบนั้นก็เท่ากับเป็นการโกหกและการที่หัว หน้างานของเขาไปโดนเจ้านายเบื้องบนด่า เพราะคำพูดของเขาหัวหน้างานของเขาก็ต้อง เอาความโกรธมาลงที่เขาอยู่แล้วช่างเถอะ โดนด่าก็โดนไปโดนหักเงินเดือนก็โดนไป อย่างน้อยก็ยังดีกว่าโดนลากไปประนามหน้า เสาธงล่ะวะหัวหน้าหวังสวดสวีต้าเมยับไป อีกชุดใหญ่สวีต้าเม่าได้แต่คอตกทำทีเป็น ยอมรับผิดแต่โดยดีทั้งที่ในใจด่ากราดโคตร เงาะศักราชของเหอวิจู้ไปไม่รู้กี่ตลบแล้ว พอสวดเสร็จหัวหน้าหวังก็ทิ้งท้ายบทลงโทษ เพิ่มเติมทำโอที 1 อาทิตย์หน้าที่ก็คือ ต้องไปฉายหนังกลางแปลงที่ลานกว้างของโรง งานรีดเหล็กติดต่อกัน 1 อาทิตย์เต็มๆหลัง เลิกงานพอได้ยินว่าแค่ให้ไปฉายหนังสวีต้า หม้อก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกก็แค่กลับบ้าน ดึกหน่อยเรื่องขี้ประติ๋วพอคิดไปคิดมา ความตื่นเต้นลึกๆก็เริ่มก่อตัวขึ้นฉาย หนังกลางแปลงเหรอสาวน้อยสาวใหญ่ในโรงงาน เพื่อจะจองที่นั่งดีๆคงต้องพากันมาประจบ สวีต้าแน่ๆถึงตอนนั้นหือๆนี่มันเป็นโอกาส ทองที่จะได้โชว์เสน่ห์ของเขาชัดๆจะตกสาว ได้กี่คนกันนะโลเสี่ยวเอ๋อเมียที่บ้านก็ หน้าตาสะสวยหุ่นดีผิวพรรณขาวผ่องจนผู้ หญิงด้วยกันยังอิจฉาหรอกนะแต่ไอ้ความเย่อ หยิ่งจองหองแบบคุณหนูไฮโซของหล่อนนั่น แหละที่ทำให้เขาอึดอัดแทบตายเวลาอยู่ข้าง นอกหล่อนก็ไว้หน้าเขาสุดๆทำตัวเป็นแม่สี
Speaker A
เรือนแสนดีว่านอนสอนง่ายแต่พอปิดประตู อยู่ด้วยกัน 2 ต่อ 2 รังสีความน่าเกรงขาม ก็แผ่ซ่านออกมาจนเขาไม่กล้าหือจนพานทำให้ รึเรื่องบนเตียงก็เฮ้อวงจรอุบาทชัดๆสู้ ผู้หญิงข้างนอกไม่ได้หรอกซื่อๆหลอกง่าย แค่หยอดคำหวานนิดๆหน่อยๆก็หลงหัวปักหัว ปั๊มแล้วถ้ามีของกำนันเล็กๆน้อยๆติดไม้ ติดมือไปให้หรือพาไปกินเป็ดย่างเฉวียน จะวิวเต๋อสักมื้อรับรองว่าได้สนิทแนบ เนื้อกันแน่นอนตั้ง 7 วัน 7 วันเต็มๆจะมี สาวสวยมากี่คนมาติดกับดักของเขากันนะจุ แค่คิกก็ฟินแล้วฮ่าสวีต้าเมพยายามกลั้น เสียงหัวเราะบ้าคลั่งที่แทบจะหลุดออกมา จากเขาก้มหน้าลงตีหน้าเศร้ากลัวว่าหัว หน้าหวังจะจับได้ถึงความตื่นเต้นและแผน การร้ายที่ซ่อนอยู่ในแววตาบทลงโทษนี้กลับ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ความชั่วร้ายในใจ เขาซะอย่างนั้นบทที่ 44 ฉันยังสู้สะใภ้ บ้านหวังไม่ได้อีกเหรอเลิกงานตอนเย็นเหอ วิจู้เพิ่งก้าวเท้าเข้าลานหน้าก็เห็นสามี ภรรยาเหยียนปู้กุ้ยกับป้าหวังกำลังเผชิญ หน้ากันอย่างดูเดือดที่หน้าประตูพอเห็น เขาเดินมาทั้งคู่ก็รีบปรี่เข้ามาล้อมหน้า ล้อมหลังทันทีซาจู้จื่อเหยียนปุ๊กกุ้ยชิง พูดก่อนใบหน้าแสงความกรดเกรี้ยวที่พยายาม สะกดกลั้นไว้เมื่อเช้าเราตกลงกันดิบดี แล้วนี่ว่างานนี้เป็นของอาวีบ้านฉันแล้ว ทำไมจู่ๆถึงให้บ้านหวังมาแย่งงานไปได้ล่ะ แบบนี้มันไม่แฟนเลยนะนั่นสิเมื่อเช้าก็ คุยกันรู้เรื่องแล้วว่ายกงานให้อาวีบ้าน
Speaker A
ฉันแล้วทำไมถึงให้ลูกสะใภ้บ้านหวังไปทำ ล่ะนายตั้งใจจะปั่นหัวบ้านเราเล่นใช่ไหม คุณป้า 3 ร่วมวงผสมโรงด้วยความโมโห ใครบอกว่ายกให้อาวีบ้านหล่อนกันป้าหวังมี หรือจะยอมเสียเปรียบเท้าเอวเถียงกลับ เสียงหลงชี้หน้าดักคุณป้า 3 เมื่อเช้า ซาจู้พูดชัดเจนว่าถ้าอาวีบ้านหล่อนไม่ อยากทำถึงจะให้เซียงเหรียญบ้านฉันทำก็ หวีลี่บ้านหล่อนบ่นเหนื่อยที่งานไปเอง เซียงเหรียญบ้านฉันถึงได้เข้าไปเสียบแทง ไงล่ะถุยอาวีบ้านฉันบอกว่าทำไม่ไหวตอนไหน แก่จังหวะที่อาวีไปเข้าห้องน้ำแยกงานไป หน้าด้านต่างหากคุณป้าสามแดงกล่ำเถียงคอ เป็นเอ็นเหอวิจู้ลอบยิ้มเยาะในใจแต่ใบ หน้ากลับปั้นเป็นรำคาญสุดขีดโบกมือปัดๆพอ ๆทุกคนหยุดก่อนเลิกเถียงกันได้แล้วอายชาว บ้านเขาบ้างเอาเป็นว่ากินข้าวเย็นเสร็จ ค่อยมาคุยกันที่บ้านฉันมานั่งเคลียร์กัน ให้รู้เรื่องตกลงไหมแววตาของเขาแฝงความสะ ใจเล็กน้อยไม่ได้คุณป้า 3 ปฏิเสธเสียง แข็งเหตุผลหนักแน่นถ้าไม่คุยกันให้รู้ เรื่องตอนนี้อวีลี่บ้านฉันจะไปกินข้าว เย็นที่ไหนล่ะใช่แล้วคราวนี้ป้าหวังกลับ เห็นพ้องกับคุณป้า 3 อย่างไม่น่าเชื่อวัน นี้เซียงเหรียญบ้านฉันอุตส่าห์ซักผ้าให้ แกกลับไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยด้วยซ้ำ เรื่องนี้ต้องเคลียร์กันให้ชัดเจนเดี๋ยว นี้แหละก็ได้เหอวิจู้แกล้งทำเป็นถอนหายใจ อย่างอ่อนนอกอ่อนใจแต่ในใจกลับลิงโลจน งั้นให้อาวีกับพี่สะใภ้บ้านหวังไปกินข้าว เย็นที่บ้านฉันก็แล้วกันส่วนเรื่องอื่น เอาไว้กินอิ่มแล้วค่อยว่ากันการได้เอา
Speaker A
เปรียบแบบนี้แหละที่เขาต้องการ แล้วค่าแรงล่ะป้าหวังยังคงห่วงเรื่องเงิน มากกว่าเพราะวันนี้เจ้าเซียงเหรียญก็แค่ ซักผ้าปูที่นอนในกะละมังผืนเดียวหลังจาก นั้นพอทั้งสองบ้านทะเลาะกันหนักเขาก็ไม่ ได้เข้าไปจัดบ้านให้เหอวิจู้อีกเลยส่วน อาหวีหลังจากได้มันฝรั่งลูกใหญ่กลับไป 2 ลูกก็กลับไปทำข้าวกลางวันกินกับคุณย่าหู หนวกอย่างมีความสุขส่วนเรื่องทำไมอาวีถึง ไม่ไปจัดบ้านให้เหอวิจู้ไม่ใช่ว่าหล่อน ไม่อยากทำนะแต่เป็นเพราะคุณป้าไม่ยอมให้ ทำต่างหากล่ะในเมื่อบ้านหวังเข้ามาสอด แทรกแล้วจะยอมให้หล่อนไปทำฟรีๆได้ยังไง พวกป้าลองบอกมาสิว่าแต่ละคนทำอะไรไปบ้าง เดี๋ยวผมจะคำนวณค่าแรงตามเนื้องานให้แล้ว จะจ่ายให้วันนี้เลยเหอวิจู้พูดอย่าง หงุดหงิดอาหวีบ้านฉันซักผ้าให้แกแถมตอน เที่ยงยังไปทำกับข้าวให้คุณย่าด้วยคุณป้า 3 รีบนำเสนอ ผ้าผืนนั้นเซียงเหรียญบ้านฉันเป็นคนซัก ต่างหากป้าหวังรีดเถียงพร้อมกับถลึงตาใส่ คุณป้า 3 อาวีบ้านฉันก็ซักเหมือนกันแหละ คุณป้า 3 เถียงกลับอย่างไม่ลดละพอแล้ว เลิกเถียงกันได้แล้วตอนแรกก็ตกลงกันไว้ ว่าเดือนละ 5 หยวนเลี้ยงข้าว 3 มื้อไม่ ต้องวุ่นวายแล้วถือซะว่าพวกหล่อนมาทำงาน เต็มวันทั้งคู่ก็แล้วกันให้คนละ 2 เม นั่งเถียงกันว่าใครทำมากทำน้อยใครกินมาก
Speaker A
กินน้อยตกลงไหมเหอวิจู้โบกมือห้ามทับตัด บท 2 คนที่ทำแท่าจะเปิดศึกน้ำลายกันอีก รอบตกลงคุณป้า 3 และป้าหวังหน้าบานขึ้นมา ทันทียิ้มร่ารับคำอย่างพร้อมเพียงราวกับ ว่าการทะเลาะเบาะแว้งเมื่อครู่ไม่เคยเกิด ขึ้นเลยงั้นผมกลับไปทำกับข้าวก่อนนะอย่า ลืมล่ะให้อาวีกับพี่สะใภ้บ้านหวังมากิน ข้าวเย็นที่บ้านผมด้วยเหอวิจุสั่งความ เสร็จก็ทำถ้าจะเดินจากไปใครจะไปคิดว่าคุณ ป้า 3 และป้าหวังจะพร้อมใจกันก้าวพรวดมา ขวางทางไว้มือหยาบกล้า 2 ข้างยื่นออกมา ตรงหน้าเหออวีจู้พร้อมกันโดยไม่ได้นัด หมายทำอะไรน่ะเหอวิจู้หน้าตึงเงินล่ะยาย แก่ 2 คนทวงถามเสียงแข็งอย่างไม่ละอาย เงินอะไรเสียงของเหอวิจู้เย็นเยียบลงก็ เงินอะไรอีกล่ะก็ 2 เหมาที่แกเพิ่งบอกว่า จะให้ไงคุณป้า 3 ทำหน้าตาเหมือนเป็น เรื่องธรรมดาสามัญที่สุดในโลกเงินนั่นมัน ให้คนทำงานไม่ใช่ให้พวกป้านะพวกป้ามี สิทธิ์อะไรมาแบมือขอฮะเหอวิจู้พูดด้วยน้ำ เสียงเฉียบขาดทำไมจะให้พวกเราไม่ได้ล่ะ ป้าหวังเท้าเอวถามกลับอย่างเกรี้ยวกราด ใครทำงานให้ผม ก็จ่ายเงินให้คนนั้นแหละเหอวิจู้ขี้เกียจ ต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วยื่นแขนไปปัด 2
Speaker A
ยายแก่นั่นให้หลบไปถอยไป คุณป้า 3 ยังไม่ยอมแพ้ทำถ้าจะพุ่งเข้าไป เอาเรื่องแต่ถูกเหยียนปู้กุ้ยดึงแขนไว้ซะ ก่อนป้าหวังเห็นเหยียนปู้กุ้ยห้ามเมียไว้ ก็เลยชะงักฝีเท้าแกอยากรู้ว่าเหยียนปู้ กุ้ยจะพูดอะไรเพราะเรื่องนี้แกก็ยังไม่ ค่อยเข้าใจสถานการณ์ดีนักส่วนเรื่องเงิน นะเหรอเหอวิจุให้เจ้าเซียงเหรียญไปแล้ว เจ้าเซียงเหรียญจะกล้าฮุบไว้เองงั้นเหรอ ตาเฒ่าเหยียนดึงฉันไว้ทำไมคุณป้าป้า 3 ขมวดคิ้วตวัดสายตาไม่พอใจใส่สามี กลับบ้านเหยียนปุ๊กกุ้ยปลายตามองป้าหวัง ที่กำลังเงี่ยหูฟังอยู่แล้วก็ลากคุณป้า 3 เข้าบ้านไปโดยไม่พูดทำเพลงป้าหวังเห็น เหยียนปู้กุ้ยยังระแวงแกอยู่ก็ถ่มน้ำลาย ใส่แผ่นหลัง 2 ผัวเมียนั่นอย่างแรง 1 ที ก่อนจะเดินสะบัดก้นกลับบ้านตัวเองไปไม่ นานอาวีกับเจ้าเซียงเหรียญก็บังเอิญเจอ กันในลานเรือนอาวีส่งยิ้มอ่อนโยนให้เจ้า เซียงเหลียเป็นเชิงทักทายแต่เจ้าเซียง เหรียญกลับยิ้มแหย่ๆตอบรับอย่างเก้ๆกางๆ สายตาหลุกหลิกหวังคิ้วแฝงไว้ด้วยความ ทุกข์ระทมและความจนใจที่ไม่อาจสลัดหลุด ทั้งสองไม่ได้พูดจาอะไรกันเดินตามกันเข้า ไปในลานกลางอวีเกล้าเดินอย่างเบิกบานใจใน เมื่อหล่อนถือว่าตัวเองเป็นผู้หญิงของเหอ วิจู้แล้วการเดินเข้าบ้านเขาก็เหมือนการ เดินเข้าบ้านตัวเองจึงมีความมั่นใจอยู่ เต็มเปี่ยมส่วนเจ้าเซียงเหรียญนั้นตกอยู่ ในสภาวะจำยอมอย่างสิ้นเชิงโดนแม่ผัว บังคับไล่ออกจากบ้านมาป้าหวังออกคำสั่ง เด็ดขาดเรื่องไปกินข้าวบ้านเหอวิจู้เป็น
Speaker A
เรื่องรองแต่เรื่องสำคัญที่สุดคือต้องเอา เงิน 2 เมานั่นกลับมาให้ได้ถ้าไม่ได้เงิน ก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบเรือนนี้อีก ราชโองการอันหนักอึ้งนี้ยิ่งกดทับไหล่ที่ ลู่ตกลงอยู่แล้วให้สุดต่ำลงไปอีกพอเดิน เข้าลานกลางก็เห็นฉินไหวหรหูกำลังงวนอยู่ กับการซักผ้าที่อ่างซักล้างกลางลานเรือน พอฉินไหวหรหูเงยหน้าขึ้นมาเห็นอาวีเดิน เข้ามาก็ฉีกยิ้มทักทายตามมารยาทเหมือนที่ เคยทำเป็นประจำทั้ง 3 คนก็ไม่ได้สนิทสนม อะไรกันมากมายเป็นแค่เพื่อนบ้านที่แค่ พยักหน้าทักทายกันเท่านั้นถ้าอาวีไม่ใช่ ลูกสะใภ้บ้านคุณลุง 3 ฉินไหวหรูก็คงไม่ แม้แต่จะปลายตามองหล่อนด้วยซ้ำส่วนเจ้า เซียงเหรียญที่เดินตามหลังมาฉินไหวหรูก็ มองข้ามไปเลยทำเหมือนหล่อนเป็นธาตุอากาศ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาซักผ้าต่อไปเจ้าเซียง เหรียญก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเพราะครอบครัว หล่อนก็แทบจะไร้ตัวตนในเรือน 4 ประสานนี้ อยู่แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงหล่อนที่เป็น ลูกสะใภ้หน้าตาก็บ้านๆไม่มีความโดดเด่น อะไรแถมยังเป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัวสุดๆ อีกต่างหากทว่าเมื่อหางตาของฉินไหวหรู เหลือไปเห็นเจ้าเซียงเหรียญเดินตามหลัง อวีเต้ยๆก้าวข้ามธรณีประตูบ้านตระกูลเหอ เข้าไปพร้อมกันมือที่กำลังซักผ้าของหล่อน ก็ชะงักกึกสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเกิดอะไร ขึ้นเนี่ยความรู้สึกเปรี้ยวอมขมกลืนที่ อธิบายไม่ถูกแล่นปราดขึ้นมาจุกที่อกผู้ ชายคนนี้เดี๋ยวนี้กล้าทำอะไรตามใจชอบขนาด นี้เลยเหรอขนาดเมียชาวบ้านก็ยังกล้าไป ยุ่งแถมยังเรียกมาทีเดียว 2 คนเลยเนี่ยนะ
Speaker A
แต่พอนึกถึงรสชาติที่โดนเขาเล่นงานจนแทบ สลบเหมือดร่างกายแหลกเหลวเหมือนโดนบดขยี้ เมื่อคืนความประหลาดใจนั้นก็ดูเหมือนจะ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสักเท่าไหร่แต่ว่า นะผู้หญิง 2 คนนี้ก็มีผัวเป็นตัวเป็นตน อยู่ทั้งคู่นี่นาเขากล้าดียังไงที่น่าตก ใจยิ่งกว่าคือนี่มันยังไม่มืสนิทเลยนะใน ลานเรือนก็ยังมีคนเดินไปเดินมาพลุกพล่าน เขายังกล้าทำเรื่องแบบนี้อย่างเปิดเผยไม่ แคร์สายตาใครเลยงั้นเหรอ แล้วครอบครัวของพวกหล่อนล่ะปล่อยให้พวก หล่อนทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ได้ยังไงชิ้นไหว หรูใจคอไม่ดีเลยนี่ถ้าโดนจับได้คังคาเขา ว่ากำลังเล่นชู้กันอยู่ข้อหาอณาจารย์มัน ก็ดิ้นไม่หลุดแล้วยิ่งไปกว่านั้นนี่มัน ผู้หญิง 2 คนกับผู้ชาย 1 คนอยู่ในห้อง เดียวกันเลยนะข้อหานี้มันร้ายแรงถึงขั้น ถูกประหารชีวิตได้เลยนะที่หล่อนไม่เข้าใจ ที่สุดก็คืออวีนพพอเข้าใจได้รูปร่างก็ดี หน้าตาก็สวยแต่เจ้าเซียงเหรียญลูกสะใภ้ บ้านหวังละมันเรื่องอะไรกันน่าแต่จิตชืด แบบนั้นเหอวิจุยังอุตส่าห์ไปชายตามองอีก เหรอ หรือว่าเขาจะหน้ามืดตะมัวหิวโซจนหน้ามืด ไปแล้วความรู้สึกจุกอกจนอธิบายไม่ถูกเข้า เกาะกุมจิตใจของฉินไหวหรูหน้าตาสะสวอย่าง หล่อนเขาไม่ยอมเหลียวแลแต่กลับไปคว้าเอา ลูกสะใภ้บ้านหวังมาแทนเนี่ยนะหรือว่าพอ ได้หล่อนสมใจแล้วก็หมดความตื่นเต้นความ เร็วในการเปลี่ยนใจของเขามันจะเร็วเกินไป แล้วมั้งยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหหญิงคิดก็ยิ่ง ไม่ยอมแพ้ฉินไหวหรูกระแทกเสื้อผ้าที่ เปียกชุ่มลงในกะละมังอย่างแรงแรงขุดลุก ขึ้นแล้วจ้ำอ้าวไปที่บ้านตระกูลเหออย่าง
Speaker A
ไม่ลังเลหล่อนอยากจะเห็นกับตาตัวเองนัก ว่าเจ้าเซียงเหรียญลูกสะใภ้บ้านหวังมี มนต์เสน่ห์อะไรนักหนาที่หล่อนฉินไหวหรู สู้ไม่ได้เลยสักนิดบทที่ 45 เธอต้องมีสติ นะพอฉินไหวหรูก้าวข้ามธรณีประตูบ้าน ตระกูลเหอเข้ามาสายตาก็ถูกดึงดูดด้วยภาพ ตรงหน้าทันทีอวีนั่งจิบน้ำที่โต๊ะกินข้าว อย่างสบายอารมณ์ราวกับอยู่บ้านตัวเองช่าง ต่างกับเจ้าเซียงเหรียญที่นั่งอยู่ฝั่ง ตรงข้ามลิบลับเจ้าเซียงเหรียญบิดชายเสื้อ ไปมาด้วยความประมาทสายตาลุกลิลุลุกลนนั่ง ไม่ติดที่ทั้งตัวแผ่ซ่านไปด้วยความอึดอัด จนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีแสงสลัวจากหน้า ประตูถูกเงาร่าง 1 บทบางคนทั้งสองในบ้าน พร้อมใจกันไงหน้าขึ้นมองพี่สะใภ้บ้าน เจี่ยพี่มาอาวีวังแก้วน้ำลงแววตาแสนความ ประหลาดใจอย่างพอดิบพอดีเป็นฝ่ายเอ่ยปาก ทักทายก่อนส่วนเจ้าเซียงเหรียญเหมือนลูก กวางตื่นภัยรีบหลบตะวูก้มหน้าหงุดจนคาง แทบจะชิดอกสายตาจดจ่ออยู่กับพื้นโต๊ะตรง หน้าราวกับว่ามีอะไรน่าสนใจดึงดูดหล่อน อยู่ตรงนั้นอาวีพวกเธอมาชิ้นไว้รู้กว่า สายตามองใบหน้าของอาวีแกล้งทำเป็นมองไม่ เห็นเจ้าเซียงเหรียญที่นั่งอยู่มุมห้อง น้ำเสียงเจอความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อน เร้นเอาไว้พี่จู้จึชวนพวกเรามากินข้าว เย็นจ๊ะอาวี่ยิ้มบางๆสายตาก็มองสำรวจฉิน ไหวหรูเช่นกันพี่ฉินมาหาพี่จู้จื่อเหรอ จ๊ะตั้งแต่แต่งงานเข้ามาอยู่ในเรือน 4 ประสานหล่อนก็ได้ยินข่าวลือเรื่องเหอ วิจู้กับฉินไหวหรูมานับไม่ถ้วนตอนนี้ความ สงสัยในใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นหรือว่า 2 คน นี้จะแอบกินกันจริงๆอ๋ออื้อใช่แล้วพี่มี
Speaker A
ธุระจะคุยกับจู้จื่อนิดหน่อยนะชินไวหรู รีบปรับสีหน้าปั้นรอยยิ้มตามความเคยชิน กว่าสายตามองไปรอบๆห้องแล้วจู้จึล่ะอาวี พยักพเยิดหน้าไปทางห้องครัวพี่จู้จื่อ ยุ่งอยู่ในครัวจ้ะงั้นพี่เข้าไปดูหน่อยนะ ชินไหวหรูยิ้มแย้มเดินตรงรี่ไปที่ห้อง ครัวอย่างคุ้นเคยท่าทางเป็นธรรมชาติราว กับกำลังเดินอยู่ในบ้านตัวเองในครัวเหอ วิจู้ได้ยินบทสนทนาข้างนอกชัดเจนทุกถ้อย คำพอเห็นฉินไหวหรูเลิกม่านประตูเข้ามาเขา ก็ลดเสียงลงแฝงแววหยอกล้อเป็นไงทนรอให้ ถึงตอนกลางคืนไม่ไหวแล้วล่ะสิ ถุยทะลึ่งชิ้นไวรู้ถมน้ำลายใส่แต่ใบหน้า กลับแดงซ่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ภาพ ความสุขสมถึงใจเมื่อคืนย้อนกลับมาทำให้ขา ทั้งสองข้างอ่อนเปรี้ยจนต้องเผลอหุบขา เข้าหากันคืนนี้เธอมาสิฉันจะเก็บน่องไก่ อันใหญ่ๆไว้ให้เหอวิจู้พูดด้วยรอยยิ้มตอน นี้มีแค่ฉินไหวหรูคนเดียวที่รับความดุดัน ของเขาไหวก็ต้องเอาใจหล่อนหน่อยถึงแม้ว่า การใช้ปั้งเกิ่งข่มขู่จะทำให้หล่อนยอม จำนนแต่ก็ไม่ใช่แผนระยะยาวอีกอย่างปั้ง เกิ่งนเขาต้องหาทางจัดการมันอยู่แล้วถ้า ไม่มีปั้งเกิ่งแล้วแล้วเขาจะเอาอะไรไปขู่ หล่อนล่ะแถมเขายังหวังจะให้ฉินไหวหรหูมี ลูกให้เขาด้วยนะยังจะเหลือถึงฉันอีกเหรอ ฉินไวหรูพูดด้วยน้ำเสียงหึงหวงข้างนอกก็ มีทั้ง 2 คนไม่ใช่เหรอหล่อนหมายถึงอาวี กับเจ้าเซียงเหรียญนั่นแหละไก่ตัวนึงมี แค่ 2 น่องข้างนอกมีผู้หญิง 2 คนก็พอดีคน ละน่องแล้วจะเหลือมาถึงหล่อนได้ยังไงฮี้ ฮิๆวางใจเถอะหน้าไม่ขาดส่วนของพี่หรอกมาๆ มาดูนี่เหอวิจู้พูดพลางใช้ท่อนแขนอบเอว คลอดของฉินไหวหรูอย่างช่ำชองออกแรงนิด
Speaker A
เดียวก็รั้งหล่อนเข้ามาประชิดเตาเขาเปิด ฝาหม้อตุ๋นที่กำลังเดือดปุดๆทันใดนั้น กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อไก่ผสมผสานกับ เครื่องเทศก็ลอยคลุ้งแผลซ่านไปทั่วห้อง ครัวเล็กๆน่องไก่เยอะขนาดนี้เลยเหรอชิ้น ไหวหรหูเบิกตาโตด้วยความตกตะลึงเผลอกลืน น้ำลายเอื้อพลอยน้ำสีขาวเริ่มจังลงหล่อน ถึงเห็นว่าในหม้อมีน่องไก่อวกอ้วนตุ๋น อยู่ตั้ง 8 น่องพอดี 8 น่องเลยเหอวิจู้ นับนิ้วให้หล่อนดูฉันอวีสุยพี่คุณย่าและ ก็ 2 คนที่อยู่ข้างนอกคนละน่องพอดีส่วน อีก 2 น่องที่เหลือพรุ่งนี้ฉันจะเอาใส่ ปิ่นโตให้อวี่สุ่ยเขาอธิบายอย่างเป็น เรื่องปกติอวี่สุยนี่โชคดีจังเลยนะได้กิน คนเดียวตั้ง 3 น่องชิ้นวัยหรูอิจฉาจากใจ จริงเหอวิสุ่ยมีพี่ชายดีขนาดนี้มีของดีๆ ก็เอาไปประเคนให้หมดก็แหงสินั่นน้องสาว แท้ๆของฉันเลยนะถ้าฉันไม่ดีกับน้องแล้ว ฉันจะไปดีกับใครเหอวิจู้พูดอย่างภาคภูมิ ใจความจริงแล้วความคิดอกุศลลึกๆในใจเขาก็ มีแค่เขาคนเดียวที่รู้แต่เขาก็ได้แค่คิด และขืนทำลงไปจริงๆตัวเขาเองยังจะรู้สึก ว่าตัวเองเป็นไอ้เดรัจฉานเลยแต่ทำไงได้ หลักก็เหอวิสุยสวยจริงจริงนี่นาเขาไม่ใช่ น้องชายแท้ๆของหล่อนสักหน่อยมองนิดมอง หน่อยจะเป็นไรไปจะทำดีด้วยมันผิดตรงไหน ล่ะ ให้ตายเถอะการทะลุมิติมันแย่ตรงนี้และ ทำไมไม่ให้เขาทะลุมิติไปเข้าร่างคนอื่นวะ เนี่ย
Speaker A
จริงสิชินไหวหรูดึงสติกลับมาอย่างเชิงถาม ทำไมเธอถึงชวนอาวีกับคนนั้นมากินข้าวที่ บ้านล่ะคนที่บ้านพวกหล่อนหล่อนพูดไม่จบ แต่ความหมายก็ชัดเจนชวนเมียชาวบ้านมากิน ข้าวผัวเขาจะไม่คิดมากได้ยังไงเหอวี่จู้ ยิ้มบางๆอธิบายว่าเมื่อเช้าพี่ก็เห็นแล้ว นี่ผ้าปูที่นอนฉันเปื้อนรอยของพี่ฉันก็ ไม่มีเวลาสักพี่ก็ฉันก็สงสารพี่นสิเลย จ้างอาวีลี่มาช่วยซักผ้าแล้วก็ทำความ สะอาดบ้านิดหน่อยฉันคิดว่าต่อไปคงต้อง เปลี่ยนผ้าปูที่นอนบ่อยๆเลยกับจะจ้าง หล่อนมาช่วยซักผ้าทำความสะอาดบ้านแบบถาวร ไปเลยให้เงินเดือนละ 5 หยวนเลี้ยงข้าว 3 มื้อแล้วลูกสะใภ้บ้านหวังล่ะชิ้นไหวหรู ถามด้วยรอยยิ้มที่มีเล่สไนหล่อนรู้ทัน ความคิดของเหอวิจู้ดีด้วยรูปร่างหน้าตา อย่างอวีไอ้หื่นกรรมนี่ไม่น้ำลายซะก็แปลก แล้วเรื่องนี้น่ะเหรอก็ต้องโทษโทษคุณป้า 3 นั่นแหละแกอยากให้อาวีแอบขโมยของกินกลับ ไปให้อาวีก็ต้องไม่ยอมอยู่แล้วคุณป้า 3 เลยบังคับให้หล่อนเอาของกินส่วนของหล่อน กลับไปอวีโลโหก็เลยประท้วงไม่ทำซะเลยพอดี เมื่อเช้าตอนที่คุยกันฉันเปรยๆไว้ว่าถ้า บ้านตระกูลเหยียนไม่ทำก็จะไปจ้างลูกสะใภ้ บ้านหวังป้าหวังแกหูดีได้ยินเข้าพออาวี เดินปุ๊บแกก็ส่งลูกสะใภ้มาเสียบแทนปั๊บ ฉันเพิ่งเลิกนานกลับมาก็โดน 2 บ้านนี้มา ดักรออยู่หน้าประตูจะเอาเรื่องให้ได้ฉัน ก็เซ็งเหมือนกันก็เลยเรียกทั้งคู่มากิน ข้าวเย็นด้วยกันก่อนค่อยมาตกลงกันทีหลัง ว่าจะเอายังไงเหอวิจุแกล้งคำหน้าเบอหน่าย พลันก็นึกอะไรขึ้นได้เลยพูดต่อว่าที่รีบ ไปรับฉิงจริงหรูมาเร็วๆเข้าสิฉันจัดการ
Speaker A
เรื่องที่พักกับที่ทำงานให้หล่อนเรียบ ร้อยแล้วต่อไปหล่อนก็ไปอยู่บ้านคุณย่าที่ ลานหลังคอยช่วยดูแลคุณย่านั่นแหละหึเธอ จัดการเก่งจังเลยนะแล้วทำไมไม่จัดการให้ ฉันบ้างล่ะหาตำแหน่งงานที่มีค่าให้กิน 3 มื้อแบบนี้ให้ฉันบ้างสิฉินไหวหรหูพูดจา ประชดประชัน ฉันจะไปกล้าให้พี่ทำงานหนักได้ยังไงล่ะขอ แค่พี่คลอดลูกให้ฉันๆก็จะให้พี่อยู่บ้าน เลี้ยงลูกอย่างเดียวเลยไม่ต้องไปทำงานที่ โรงงานแล้วเหอวิจู้เริ่มใช้ลูกไม้พัวกับ หล่อนฉันไม่ได้ทำงานแล้วจะเอาเงินที่ไหน ใช่ล่ะที่บ้านก็ยังมีคนแก่กับเด็กอีกตั้ง 3 คนต้องกินต้องใช้ทั้งนั้นนะชิ้นไว้หรู ในฐานะนางเอกดอกบัวขาวผู้เชี่ยวชาญด้าน การภูมีหรือที่เหอวิจู้มือใหม่จะมาเทียบ รัศมีได้สมองหล่อนปลอดโปร่งกว่าเหอวิจู้ เยอะถ้าไม่ใช่เพราะเหอวี่จู้กุมจุดอ่อน ของหล่อนไว้มีหรือหล่อนจะยอมเสียตัวให้ เขาตั้งแต่แรกเริ่มก็ฉันเป็นคนเลี้ยงพี่ เองไง คำพูดที่หลุดออกมาจากปากเหอวิจู้อย่างไม่ ลังเลทำให้ฉินไหวหรูหัวใจกระตุกกูราวกับ มีก้อนกรดโยนลงไปในสนามอันเงียบสงบในใจ ของหล่อนทำให้เกิดระลอกคลื่นที่คาดไม่ถึง ความรู้สึกอบอุ่นที่เจือด้วยความขมขื่น ซึ่งห่างหายไปนานพุ่งเข้าจู่โจมจิตใจ อย่างกะทันหันจนหล่อนรู้สึกจุกที่คอหอย เธอพูดเองนะฉันจะจำไว้ให้ขึ้นใจเลยชิ้น ไหวหรหูเดินยิ้มๆออกไปแต่ในใจกลับรู้สึก อึดอัดเหมือนมีก้อนสำลีเปียกๆจุกอยู่ที่ อกไว้ใจฉันได้เลยเหอวิจุมองตามแผ่นหลัง ที่เดินจากไปแล้วตะโกนไล่หลังชิ้นไหวหรู ชะงักฝีเท้าพอเดินมาถึงประตูน้ำตาอุ่นๆ หยดหนึ่งก็ไหลกลิ้งลงมาอย่างไม่มีปี่มี ขลุ่ยหล่อนยิ้มเยาะตัวเองกดความหวั่นไหว ที่ไม่เข้าท่าในใจลงไปแล้วกลับไปที่อ่าง ซักล้างอันเย็นเฉียบก้มหน้าก้มตาขยี้ผ้า
Speaker A
ในกะละมังอย่างเหมอลอยซาบซึ้งใจงั้นเหรอ อาจจะมีบ้างล่ะมั้งแต่เหอวิจู้พาหล่อน ขึ้นเตียงได้ยังไงคำูว่าจะฆ่าปั้งเกิ่ง ยังดังก้องอยู่ในหูทั้งที่เพิ่งผ่านไปแค่ 2 วันต่อให้ฉินไหวหรูจะความจำสั้นแค่ไหน ก็ไม่มีทางลืมการข่มขู่ที่น่าอัปปยสอสู นั้นได้หรอกไอ้สาเลวนี่ต้องหลอกหล่อนแน่ๆ ชิ้นไว้รู้หล่อนจะหลงเชื่อคำพูดของเขาไม่ ได้เด็ดขาดที่หล่อนยอมมีอะไรกับเขาก็ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงปั้งเกิ่งให้โตเท่า นั้นหล่อนต้องมีสตินะเรื่องนี้ทำไว้จนครบ แล้วเพียงสมัครสมาชิกรายเดือนที่นิยายบาย มันตราเพื่อฟังนิยายเสียงเหมาแบบบุฟเฟ่ต์ ได้ทุกเรื่องเป็นร้อยเรื่องแค่เดือนละ 98 บาทได้ที่เว็บอิเรมนะครับลิงก์วิธีสมัคร อยู่ในช่องคอมเมนต์ YouTube เลยครับบทที่ 46 ไม่ใช่คนครอบครัวเดียวกันไม่เข้าบ้าน เดียวกันหลังเลิกงานวันนี้เหอวิจุตั้งใจ ซื้อข้าวสารติดมือมาด้วยเพราะเขาเป็นคน ภาคใต้เลยชิงกับการกินข้าวสวยมากกว่า เฮอวี่สุ่ยปั่นจักรยานเข้ามาในลานเรือนพอ ถึงหน้าประตูบ้านก็เห็นอาวีกับเจ้าเซียง เหรียญนั่งหน้าสลอนอยู่ในบ้านตัวเองก็อด แปลกใจไม่ได้อาวีพอเห็นเหอวี่สุ่ยก็แอบทำ หน้าไม่ถูกถึงแม้ว่าเธอกับเหอวิจู้จะยัง ไม่ได้มีอะไรกันลึกซึ้งแต่ในใจก็แอบหวั่น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังคบชู้กับพี่ชาย เขาแล้วโดนจับได้ยังไงอย่างงั้นเจ้าเซียง เหรียญยิ่งนั่งไม่ติดที่เข้าไปใหญ่การมา นั่งกินข้าวฟรีที่บ้านคนอื่นในขณะที่เจ้า ของบ้านกำลังวุ่นวายอยู่ในครัวส่วนตัวเอง ได้แต่นั่งรอให้ถึงเวลาอาหารมันทำให้ หล่อนรู้สึกอึดอัดจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ไม่รู้จะเอามือเอาเท้าไปไว้ตรงไหนแก้มก็ ร้อนเผ่าไปหมดเหอวิจู้ที่อยู่ในครัวได้
Speaker A
ยินเสียงกระดิ่งจักรยานของน้องสาวก็รีบ วางมือจากงานตอนที่ทั้ง 3 คนกำลังมองหน้า กันไปมาบรรยากาศแอบกระอักกระอ่วนเหอวิจู้ ก็เลิกม่านประตูครัวออกมายืนตระง่านอยู่ ตรงกรอบประตูอาวี่ซุ่ยกลับมาแล้วเหรอไป ล้างมือสิจะได้กินข้าวกันเขาทักทายน้อง สาวอย่างเป็นธรรมชาติก่อนจะหันไปทางอาหวี อาวีรบกวนไปรับคุณย่าที่ลานหลังมากินข้าว ด้วยกันหน่อยนะอ้อได้จ้าอาหวีเหมือนได้ รับคำสั่งปลดปล่อยรีบพยักหน้ารับคำแล้ว กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปราวกับหนีตายพี่นี่ มันเรื่องอะไรกันเนี่ยเหอวิสุ่ยมองตาม หลังอวีที่วิ่งแจ้นออกไปสลับกับมองเจ้า เซียงเหรียญที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่ใน บ้านแล้วลดเสียงลงกระซิบถามออวันนี้อาวี กับพี่สะใภ้บ้านหวังมาช่วยพี่เก็บกวัด บ้านนิดหน่อยนะพี่ก็เลยชวนพวกเขากินข้าว เย็นด้วยกันเหอวิจุตอบส่งๆด้วยน้ำเสียง ราบเรียบอ๋องั้นฉันไปล้างมือนะเฮอวิสุ่ย ย่นจมูกกลิ่นหอมฟุ้งของซุกไก่ลอยมากระทบ จมูกกระตุ้นความอยากอาหารขึ้นมาทันทีนี่ แหละที่พี่ชายสัญญาไว้เมื่อวานไม่ได้กิน วันนี้ก็ได้กินสมใจอยากแล้วคิดถึงตรงนี้ ความรู้สึกอบอุ่นก็ขึ้นมาในใจพี่ชายคนนี้ ดีกับเธอแบบไม่มีข้อกังขาจริงๆกับข้าว ทยอยนำมาวางบนโต๊ะเมื่อเหอวิจู้ยกชำใบ ใหญ่ที่เต็มไปด้วยซุปไก่ควันฉุยและน่อง ไก่อวบอ้วนมาวางตรงหน้าไม่เพียงแต่เจ้า เซียงเหรียญที่เบิกตาค้างแม้แต่เหอวิสุ่ย ก็อ้าปากหวอด้วยความตกตะลึงพี่พี่เหอ วิสุยกระตุกชายเสื้อเหอวิจู้พึมพำว่านี่ พี่กจะไม่ใช้ชีวิตต่อแล้วใช่ไหมเนี่ย อาหารมื้อนี้หรูหรายิ่งกว่างานเลี้ยงปี ใหม่ซะอีกพูดจาเหลวหลายหน้าชีวิตดีๆของ พี่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากทำไมจะไม่ อยากใช้ชีวิตต่อล่ะเหอวิจู้ถลึงตาใส่น้อง สาวจอมป่วนรีบไปคดข้าวมาเร็วโอเคโอเคฮิๆ เหอวิสุ่ยหัวเราะร่ายอย่างอารมณ์ดีวิ่ง
Speaker A
แจ้นเข้าครัวไปพี่สะใภ้บ้านหวังเดี๋ยวทาน เยอะๆนะครับดูหน้าพี่สิซี่ซิเดียวจนแทบจะ ไม่มีสีเลือดแล้วยายแก่ที่บ้านไม่ยอมให้ พี่กินอิ่มหรือไงครับเนี่ยเหอวิี่จู้ถือ โอกาสตอนที่ไม่มีคนอื่นอยู่แกล้งแซวพี่ สะใภ้คนสวยสักหน่อยหาจู่ๆโดนเหอวิจุเรียก ชื่อเจ้าเซียงเหรียญก็สะดุ้งสุดตัวพยัก หน้ารัวๆด้วยความประหม่าออเดี๋จะขอบคุณนะ ขอบคุณนะเหอนี่เป็นคำเรียกขานแบบคนรุ่น ก่อนเจ้าเซียงเหลียเป็นสาวชาวบ้านที่แต่ง งานเข้ามาอยู่ในเมืองแน่นอนว่าต้องเรียก เหอวิจุตามธรรมเนียมบ้านเกิดเรียกฉันว่า จู้จื่อก็พอครับอ้อได้จะจู้จื่อเหอ วิี่จู้มองเจ้าเซียงเหรียญที่กำลังประมาท แล้วก็ยิ้มบางๆผู้หญิงที่ขาดความรักความ อบอุ่นแบบนี้จีบติดง่ายก็จริงแต่เจ้า เซียงเหลียเป็นผู้หญิงหัวโบราณมากๆถูก กรอบความคิดแบบเก่าครอบงำจนฝังรากลึกการ จะให้หล่อนทำเรื่องผิดศีลธรรมโอกาสแทบจะ เป็นศูนย์ในสายตาหล่อนศักดิ์ศรีสำคัญยิ่ง กว่าชีวิตเสียอีกแต่เหอวิจุก็ไม่รีบร้อน อะไรหรอกก็แหมผู้หญิงคนนี้ต่อให้แก้ผ้ามา ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ก็ยังไม่มีอารมณ์ เลยผอมแห้งแรงน้อยผิวพรรณก็หยับกล้าหน้า ตาก็ซี่เซียวมองเผินๆนึกว่าคุณยายแก่ๆซะ อีกอาหารเย็นมื้อนี้ทุกคนกินกันอย่างมี ความสุขน่องไก่ชิ้นโตหอมฉุยถูกจัดการ เกลี้ยงเหลือแค่ 3 ชิ้นนอนนิ่งอยู่ก้นชาม ไม่มีใครกล้าแต่อีกฝีมือทำอาหารของเหอ วิจู้นั้นยอดเยี่ยมอยู่แล้วขนาดผักธรรมดา ๆดายังทำออกมาได้อร่อยเหาะเจ้าเซียง เหรียญรู้สึกว่าได้กินน่องไก่ชิ้นนึงก็ ถือว่าเป็นบุญโขแล้วจะกล้าหวังอะไรอีก อาวีกับย่าหูหนวกเมื่อตอนกลางวันก็ได้กิน เนื้อไก่ไปแล้วตกเย็นยังได้กินน่องไก่อีก ชีวิตนี้จะมีความสุขไปกว่านี้ได้ยังไง เฮอวี่สุยอิ่มแปร้จนพูมกลางส่วนน่องไก่ อีก 3 ชิ้นที่เหลือก็เป็นกับข้าวในปิ่นโต
Speaker A
ของเธอสำหรับวันพรุ่ง กินข้าวเย็นเสร็จอาวีก็พาคุณย่าหูหนวกไป ส่งที่ลาหลังพอหล่อนเพิ่งจะก้าวเท้าเข้า บ้านตระกูลเหอ 2 สามีภรรยาตระกูลเหยียน กับป้าหวังก็ตามเข้ามาติดๆจู้จื่อโหกลิ่น หอมฉุยขนาดนี้ตุ๋นไก่ล่ะสิเหยียนปู้กุ้ย ทำจมูกฟุดฟิสูตรกลิ่นเนื้อที่ยังลอยอวน อยู่ในอากาศอย่างตะกะกราม อืมทำไมล่ะครับคุณลุง 3 บ้านผมจะกินไก่ ไม่ได้หรือไงเหอวิจู้แค่นหัวเราะไม่ต้อง รายงานหรอกเย็นปู้กุ้ยขยับแว่นตาลากเสียง ยาวอย่างมีเล่หสนก็แค่ แม่ไก่แก่ของบ้าสวีต้าเมที่หายไปเมื่อคืน จนป่านนี้ก็ยังหาไม่เจอเลยนี่นาแม้คุณลุง ช่างห่วงใยไก่บ้านสวีต้ามเสลือเกินนะเหอ วิจู้หัวเราะเยาะน้ำเสียงแฝงความประชด ประชันงั้นคุณลุงก็ช่วยเขาหาหน่อยสิครับ ไม่แน่พอหาเจอสวีต้าหม้ออาจจะดีใจแบ่งตูด ไก่ให้คุณลุงชิมสักชิ้น 2 ชิ้นก็ได้นะหือ ๆมันจะแบ่งตูดไก่ให้ฉันกินหรือเปล่าฉัน ไม่รู้หรอกแต่ฉันมั่นใจว่าถ้ามันรู้ว่า วันนี้บ้านแกกินไก่มันต้องมาโวยวายอีกแน่ เหย็นปู้กุ้ยพูดอย่างมั่นอกมั่นใจก็ไปบอก สวีต้าเมื่อสิครับจะได้มาคุยกันให้รู้ เรื่องผมจะได้คุยกับบ้านหวังทีเดียวเลย เหอวิจู้แค่นหัวเราะ ซาจู้นี่แก ไม่กลัวสวีต้าไปตามคนจากกองรักษาความปลอด ภัยมาอีกหรือไงเหยียนปู้กุ้ยเสียงแข็งไปๆ คุณลุงรีบไปบอกมันเลยจะได้ดูสิว่าสวีต้า มันจะกล้ามาแหยมกับผมอีกไหมเหอวิจู้พูด พลางทำถ้าจะไล่เหยียนปู้กุ้ยออกจากบ้าน ต้าแก่นี่ยังกล้าเอาเรื่องไก่มาขู่เขาอีก นี่เหรอท่าทีของคนที่มาคุยธุระด้วยตาแก่
Speaker A
คิ้งเกียนกับเมียนิสแล้วที่เป็นผัวเมีย กันตอนกลางวันเมียก็พยายามจะฮุบเสบียง อาหารบ้านเขาผ่านอวีตกกลางคืนผัวก็มาใช้ มุกสกปรกสกปรกกับ Black เมย์เขาเพื่อหาผล ประโยชน์ให้ตัวเองอีกนี่คิดว่าเขาเป็น ซาจู้คนเดิมหรือเห็นว่าเขารังแกง่ายหรือ ไง เฮ้ยๆซาจู้ แกจะทำอะไร แกกล้าผลักฉันเหรอเหรอ แกไม่กลัวฉันไปบอกสวีต้าจริงๆใช่ไหมว่า คืนนี้บ้านแกกินไก่นะร่างผอมแห้งของ เหยียนปู้กุ้ยจะไปสู้แรงของเหอวิจู้ได้ ยังไงโดนผลักจนเซถลาะออกไปนอกประตูคุณป้า 3 ที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นดังนั้นก็รีบตบต้น ขาวโวยวายลั่นตายแล้วโอซาจู้ทำร้ายคนใคร ก็ได้มาดูทีซาจู้ทำร้ายตาเฒ่าเหยียนบ้าน ฉันแล้วเสียงแหลมปรี๊ดบาดหูทำลายความ เงียบสงบของลานเรือนในพริบตาแม่พูดจาเหลว ไหลอะไรเนี่ย พี่ที่จู้จึไปทำร้ายคนตอนไหนอาวีที่ยืน อยู่ข้างโต๊ะยังไม่ทันได้นั่งก็รีบหันไป ต่อว่าแม่ผัวตัวเองถุยนางตัวดีแค่ได้กิน ข้าวบ้านเขาไป 2 มื้อก็ลืมบุญคุณคนบ้าน เดียวกันแล้วเหรอ นี่พ่อแกนะพ่อแกโดนคนเขาทำร้ายแกไม่คิดจะ ช่วยยังจะมาเข้าข้างคนทำร้ายพ่อแกอีกเหรอ คุณป้าสามเห็นอาวี่กล้าชี้หน้าว่าแกทำผิด ก็รีบเบนเป้าหมายมาด่าทอหวีลี่ทันทีแม่ ทำไมแม่ถึงได้ด่าทอพอกันแบบนี้ล่ะฉันไปทำ อะไรให้แม่ถึงได้ด่าว่าหน้าไม่อายคนเขาก็ มองกันอยู่เต็มไปหมดพี่จู้จื่อไปทำร้าย พ่อตอนไหน อีกอย่างฉันก็แค่พูดไปตามความจริงทำไมถึง ด่าว่าฉันน่าไม่อายล่ะอาวีโดนแม่ผัวด่าจน
Speaker A
น้ำตาแทบจะไหลออกมาด้วยความโกรธทำไมถึง ได้ไม่มีเหตุผลขนาดนี้หนังหน้าด้านยัง กล้ามาเถียงอีกเหรอ ดูสิวันนี้ฉันจะไม่ฉีกปากแกให้ดูคุณป้า สามรู้สึกเสียหน้าต่อหน้าป้าหวังเพราะป้า หวังชอบด่าทอทุบตีลูกสะใภ้อยู่เป็นประจำ เจ้าเซียงเหรียญไม่เคยกล้าเถียงเลยสักคำ แล้วดูสะใภ้บ้านแกสิว่านิดว่าหน่อยก็ เถียงฉอดแถมยังปกป้องผู้ชายอื่นอีกขืน เรื่องนี้แพร่งคลายออกไปคนเขาจะเอาไป นินทาว่ายังไงถึงตอนนั้นคงไม่ใช่แค่ เรื่องที่หล่อนซึ่งเป็นแม่ผัวโดนลูกสะใภ้ สั่งสอนหรอกนะแต่ชื่อเสียงของตระกูล เหยียนก็คงจะป่นปี้ไปด้วยลูกสะใภ้ตระกูล เหยียนเข้าข้างผู้ชายอื่นมาต่อว่าแม่ผัว ตัวเองเผลอๆอาจจะสวมเขาให้ลูกชายหล่อน ด้วยซ้ำแล้วแบบนี้หล่อนจะเอาหน้าไปไว้ที่ ไหนตาเฒ่าเหยียนจะไปสอนหนังสือที่โรง เรียนได้ยังไงเหยียนเจเฉินจะออกไปรับจ้าง ทำงานได้ยังไงไม่โดนคนหัวเราะเยาะตายเหรอ บทที่ 47 ความสุขมาเยือนอย่างกะทันหัน ขณะที่คุณป้า 3 กำลังจะง้างมือตบหน้าอาวี เหอวิจู้ก็พุ่งพรวดเข้ามากลางปีกปกป้อง อาวีไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็วมือใหญ่ราว กับครีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของคุณ ป้า 3 ที่กำลังเงื้อขึ้นได้อย่างแม่นยำ หยุดยั้งฝ่ามือพิฆาตนั้นไว้ได้อย่างหวุด หวิดคุณป้า 3 น้ำเสียงของเหอวิจู้ไม่ได้ ดุดันแต่กลับแฝงความเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง มุมป่ากระตุกยิ้มเหยียดกล้ามาส่งไม้ลงมือ ทำร้ายคนในบ้านผมเลยเหรอเอาสิถ้าป้ากล้า ผมก็จะไปตามตำรวจมาตัดสินให้รู้แล้วรู้
Speaker A
รอดไปเลยเขาบอกจ้ะแจ้งตำรวจเพราะอาวีไม่ ใช่คนในครอบครัวเขาอีกอย่างทั้งคุณป้า 3 และอาวีก็ไม่ใช่พนักงานของโรงงานรีดเหล็ก เหอะแจ้งตำรวจเหรอคุณป้า 3 เจ็บข้อมือ จี๊ดแต่ก็ไม่ยอมลดและเถียงคอเป็นเอ็นคิด ว่าฉันจะกลัวแกหรือไงงั้นฉันก็จะไปแจ้ง กองรักษาความปลอดภัยของโรงงานแกฟ้องว่าแก ทำร้ายตาเฒ่าเหยียนบ้านฉัน คุณป้าสาไม่หวั่นงัดเอากองรักษาความปลอด ภัยมาขู่เพราะเมื่อวานแกเห็นกับตาว่ากอง รักษาความปลอดภัยนั้นทรงอำนาจกว่าตำรวจ ตั้งเยอะงั้นก็เชิญไปแจ้งเลยสิเหอวิจู้ทำ หน้าตายไม่ยี่ระแบอบออกแรงบีบข้อมือคุณ ป้า 3 แล้วกระชากลากถูลู่ถูกังไปที่ประตู แต่ก่อนจะไปรบกวนป้าช่วยใส่หัวออกจากบ้าน ผมไปก่อนนะที่นี่ไม่ต้อนรับป้า โอ๊ยปล่อยนะซาจู้ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้คุณป้า สามร้องโอดโอยดิ้นรนขัดขืนปากก็ด่าเไม่ หยุดฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันจะไปฟ้องกองรักษาความปลอดภัยให้มาจัด การแกเอาให้แกไม่มีที่สุขหัวนอนเลยคอยดู เสียงแหลมปริ๊กของแกแทบจะทะลุหลังคาบ้าน รีบไปเลยผมจะรออยู่ที่นี่แหละเหอวิจู้ สะบัดมือแกทิ้งหันไปมองป้าหวังที่ยืนดู เหตุการณ์อย่างงอกสั่นขวัญแขวนน้ำเสียง ของเขาเปลี่ยนไปทันทีประกาศเกล้าอย่างชัด เจนและดังกังวาลป้าหวังตั้งแต่วันนี้ไป งานในบ้านผมขอยกให้พี่สะใภ้เซียงเหรียญทำ นะครับเดือนละ 5 หยวนเลี้ยงข้าว 3 มื้อ เอ๊ะๆดีเลยป้าหวังโดนส้มหล่นทับใส่แบบไม่ ทันตั้งตัวดีใจจนหน้าบานเป็นจานเชิงถูมือ
Speaker A
ไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกระจกกระแจงสุดฤทธิ์ ซาจู้จึเอ๊ยแกวางใจได้เลยเซี้ยงเหรียญ บ้านป้ามือไม้คล่องแคล่ทำงานเรียบร้อยรับ รองว่าแกต้องพอใจแน่นอน ในใจแกแทบจะจุดพลุฉลองแอบขำ 2 ผัวเมีย ตระกูลเหยียนที่ฉลาดนักมักจะพลาดอย่าไม่ ทันได้ตกลงอะไรก็ดันไปล่วงเกินเจ้านายซะ ก่อนทำลายโอกาสดีๆของตัวเองแท้ๆลาบก้อนโต เลยตกมาถึงมือแกฟรีรอยยิ้มบนใบหน้ายิ่ง ประจบประแจงมากขึ้นไปอีกนี่คือเจ้านายนะ ต้องเกรงใจหน่อยต่อไปค่าจ้างของเจ้าเซียง เหรียญก็ต้องพึ่งเขานี่แหละอืมเหอวิจู้ พยักหน้าก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเตือนอย่าง เย็นชาป้าหวังผมขอพูดดักไว้ก่อนเลยนะอย่า คิดจะให้พี่สะใภ้เซียงเหรียญแอบหยิบฉวย อะไรจากบ้านผมกลับไปเด็ดขาดแม้แต่ข้าวสาร สักเม็ดผักสักเส้นก็ไม่ได้พี่สะใภ้เซียง เหรียญกินข้าวที่บ้านผมได้แต่ห้ามห่อกลับ ไปกินที่บ้านแล้วก็เรื่องค่าจ้างผมจะจ่าย ให้พี่สะใภ้เซียงเหรียญคนเดียวป้าอย่ามา แบมือขอเงินผมเด็ดขาดป้าทำได้ไหมรอยยิ้ม บนใบหน้าป้าหวังเจื่อนลงทันทีแววตาเผย ความอึดอัดที่โดนดักทางได้อย่างรวดเร็วแก เคยคิดจริงๆว่าถ้าเซียงเหรียญได้เข้ามาทำ งานบ้านตระกูลเหอจะสั่งให้เซียงเหรียญแอบ ห่อของกินกลับมาทุกวันอย่างน้อยก็ประหยัด ฆ่าข้าวไปได้มื้อนึงใครจะไปคิดว่าไอ้ ซาจู้ที่ดูซื่อบื้อจะมองทะลุปรุปเหมือนมี ตาทิพย์ดักทางแกไว้ซะอยู่หมัดแกเลยจำใจ พยักหน้าแหยะ ทำได้จ้ะ ดีในเมื่อป้ารับปากแล้วก็ดีครับเหอวิจู้ จงใจพูดเสียงดังปลายตามองเหยียนปู้กุ้ย กับคุณป้า 3 ที่กำลังหน้าดำหน้าแดงด้วย ความเสียดายและริษยาแต่ขอร้องล่ะอย่าทำ ตัวเหมือนคุณป้า 3 นะตอนกลางวันยังบังคับ
Speaker A
ให้อาวีแอบห่อมันฝรั่งบ้านผมกลับไปให้ ตั้ง 2 ลูกของมันไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร หรอกแต่ขืนทำแบบนี้วันละ 3 มื้อใครจะไปทน ไหวล่ะครับป้าลองคิดดูสิผมจ้างคนมาช่วย งานหรือจะให้ผมเลี้ยงคนทั้งบ้านกันแน่คำ พูดนี้จงใจพูดกระทบป้าหวังว่าถ้าอาวีทำ ได้เซียงเหรียญก็ทำได้แล้วก็ตั้งใจจะพูด ให้เหยียนปู้กุ๊ยอฟังด้วยให้รู้ว่าทำไม ถึงชวดงานสบายๆแบบนี้ไปกลับไป 2 ผัวเมีย คงได้ทะเลาะกันบ้านแตกแน่ป้าหวังฟังแล้ว ก็ใจหายว่าเพิ่งจะถึงบางอ้อว่าทำไมอวีถึง โดนปลดที่แท้ต้นเหตุก็อยู่ตรงนี้นี่เอง ยายแก่บ้านเหย็นนนี่ก็คิดเหมือนแก๊ะเลยแก แอบดีใจเงียบๆโชคดีนะที่มียายแก่บ้าน เหยียนไปเหยียบกับระเบิดแทนแก รีบตบหน้าอกรับรองความบริสุทธิ์ใจจู้จื่อ แกวางใจได้เลยป้าไม่ใช่พวกเห็นแกได้หน้า มืดตะมัวแบบนั้นหรอกหน้าแกทั้งให้เงิน เดือนแถมเลี้ยงข้าวอีกนี่ก็ถือว่าช่วยต่อ ชีวิตครอบครัวป้าแล้วพวกเราซาบซึ้งใจจะ ตายไปจะไปทำเรื่องอกตัญญูมากๆแบบนั้นได้ ยังไงกัน อย่าดูถูกเงินเดือน 5 หยวนกับข้าว 3 มื้อ เชียวนะถ้านับจริงๆนี่มันดีกว่างานประจำ ในโรงงานซะอีกถึงเงินจะดูไม่เยอะแต่เขา ให้ข้าวกินจริงๆนะยุคนี้ถึงจะไม่ได้ขัดสน เหมือนปีก่อนๆแต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นกิน อิ่มนอนหลับสบายหรอกเสบียงอาหารนมีค่า กว่าเงินสดตั้งเยอะงั้นก็ตกลงตามนี้นะสี หน้าเหอวิจู้ผ่อนคลายลงหันไปทางห้องครัว
Speaker A
ในครัวยังมีถ้วยชามกองอยู่ให้อาวีกับพี่ สะใภ้เซียงเหรียญไปช่วยกันล้างให้เสร็จก็ แล้วกันเขาชะงักไปนิดเหมือนเพิ่งนึกอะไร ขึ้นได้แล้วเสริมว่าอ้อจริงซินเนมอยังมี ซุปไก่เหลืออยู่นิดหน่อยแล้วก็มีกับข้าว เหลืออีกนิดหน่อยพวกเธอ 2 คนแบ่งกันแล้ว เอากลับไปกินที่บ้านนะพูดพลางก็ส่งสายตา ให้อาวีกับเจ้าเซียงเหรียญทั้ง 2 คนเข้า ใจความหมายรีบหันหลังเดินเข้าครัวไปเงียบ ๆป้าหวังกลับตกใจและคนดีใจแทบไม่อยากจะ เชื่อหูตัวเองจู้จื่อนี่ เมื่อกี้แกเพิ่งบอกว่าไม่ให้เอาของกิน กลับไม่ใช่เหรอและซุปไก่กับข้าวเหลือพวก นี้แกกลัวว่าตัวเองจะหูฝาดไปข้าวที่เหลือ ฉันไม่เอาแล้วเหอวิจู้พูดด้วยน้ำเสียงราบ เรียบแต่แววตาแฝงความขบขันจงใจปลายตามอง ไปทางเหยียนปู้กุ้ยกับคุณป้า 3 ที่กำลัง ทำหน้าเบี้ยวด้วยความเสียดายและริษยาเท ทิ้งก็เสียของเปล่าๆให้พวกหล่อนเอากลับไป กินเถอะจู้จื่อจู้จื่อเหยียนปู้กุ้ยทนไม่ ไหวอีกต่อไปรีบผันเข้ามาข้างหน้าปั้นรอย ยิ้มกระจกประแจงเอ๋ออาวีบ้าลุงก็ทำงาน เก่งนะมือไม้ก็คล่องแคล่แกเห็นไหมลาบก้อน โตหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาแถมยังต้องทนดูคน อื่นคว้าเอาไปหน้าตาเฉยในใจแกเหมือนโดน แมวขวนทุรนทุรายไปหมดตาแก่เหยียนถ้าแก กล้ามาทำลายเรื่องดีๆของบ้านฉันวันนี้ฉัน จะขอสู้ตายกับแกไม่รอให้เหอวิี่จู้ตอบป้า หวังก็กระโดดออกมาขวางเท้าเอวชี้หน้าแต่ เหยียนปู้กุ้ยฉอดๆเรื่องดีๆของบ้านแกอะไร กันเหยียนปู้กุ้ยก็สติแตกเหมือนกันหน้า แดงคอโป่งเถียงกลับงานนี้มันเป็นของอาวี บ้านฉันตั้งแต่แรกแล้วแก่หน้ามืดตะมัว อยากจะทวงความยุติธรรมคืนมาให้ได้หน้าตา
Speaker A
หน้าตามันมีค่าสักกี่สตางค์กันหน้าตามัน กินให้อิ่มท้องได้ไหมเงินเดือน 5 หยวนกับ ข้าว 3 มื้อบินหนีไปแล้วแกก็เสียดายจนแทบ กระักเลือดกำลังคิดอยู่ว่าจะกลับไปคิด บัญชีกับหยางรุ่ยฮวาเมียตัวดีของแกยังไง ดีตอนนี้ดันมาบอกว่านอกจากจะมีกับข้าว เหลือแล้วยังมีซุปไก่ให้เอากลับบ้านอีก แถมดูจากท่าทางของซาจู้แล้วก็ไม่ได้ดูกรด เคืองอาวีเลยซุปไก่กับกับข้าวที่เหลือวัน นี้ก็ยังมีส่วนของหล่อนนั่นนั้นแปลว่า ซาจู้ไม่ได้มีปัญหากับอาวีแต่มีปัญหากับ พวกเขา 2 ผัวเมียต่างหากส่วนเหตุผลว่า ทำไมถึงมีปัญหากับพวกเขา 2 ผัวเมียก็ลอง คิดดูสิว่าเมื่อกี้พวกเขา 2 ผัวเมียเพิ่ง ไปทำอะไรมาล่ะเขายังจะไม่รู้อีกเหรอ เหยียนปู้กุ้ยเสียใจจนไส้จะขาดโทษตัวเอง ที่ใจร้อนเกินไปไม่ยอมสืบให้รู้เรื่อง ก่อนว่าทำไมซาจู่ถึงเรียกมาคุยพร้อมกัน 2 บ้านนึกไม่ถึงเลยว่าต้นเหตุจะมาจากหยาง รุ่ยฮวานังเมียตัวดีที่ทำเรื่องไม่ได้ เรื่องที่สำคัญคือหล่อนดันไม่ยอมไปปากบอก ความจริงถ้าบอกแต่แรกเขาจะงัดเรื่องไก่มา ขู่ซาจู้แต่หัววันแบบนั้นเหรอ ทีนี้เป็นไงล่ะไปกระตุกหนวดซาจู้เข้าให้ แล้วไม่พอยังทำเรื่องดีๆพังไม่เป็นท่าอีก ป้าหวังไม่มีทางยอมถอยอยู่แล้วตั้งท่า พร้อมลุยถลึงตาด่า 2 ผัวเมียตระกูลเหยียน
Speaker A
อยากได้งานนี้เหรอข้ามศพฉันไปก่อนเถอะถึง เงินกับของกินพวกนี้จะไม่ได้มีค่าพอให้แก เอาชีวิตเข้าแลกแต่แกก็รู้ดีว่า 2 ผัว เมียตระกูลเหยียนก็ไม่กล้าเอาชีวิตมา เสี่ยงกับแกเหมือนกันแกต้องทำท่าทางเอา เป็นเอาตายแบบนี้และถึงจะขู่ให้ตาแก เหยียนเลิกหวังจะมาฮุบงานของบ้านแกได้ แล้วก็เป็นไปตามคาดตาแกเหยียเลิกเถียงกับ แกหันไปหาเหอวิจู้แทนจู้จึเมื่อกี้ลุงทำ ตัวไม่น่ารักลุงขอโทษแกด้วยนะส่วนป้า 3 ของแกนก็แค่พวกผู้หญิงคิดสั้นแกอย่าไปถือ สาหาความกับหล่อนเลยนะเหอวิจู้ตีหน้าขรึม คุณลุง 3 ในเมื่อลุงพูดขนาดนี้แล้วเรื่อง เมื่อกี้ก็ให้มันจบๆไปเถอะครับแต่งานนี้ ผมรับปากให้พี่สะใภ้บ้านหวังทำไปแล้วจะ ให้กลับคำมันก็กะรอยู่อีกอย่างนะเขาปลาย ตามองไปทางห้องครัวผมดูๆแล้วอาวีก็คงไม่ อยากทำงานนี้เท่าไหร่ช่างเถอะครับอย่า อย่าเพิ่งด่วนตัดสินเหยียนปู้กุ้ยร้อนใจ จนต้องถูมือไปมาตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้าย ออกมาจู้จื่อเอาเอาแบบนี้ไหมแกรับอาวี เข้าทำงานด้วยส่วนค่าแรงค่าแรงพวกเราไม่ เอาก็ได้ขอแค่แกเลี้ยงข้าวหล่อน 3 มื้อก็ พอตกลงไหมแกคิดสรตะในใจ 5 หยวนกับข้าว 3 มื้อแกขอเลือกข้าว 3 มื้อเพราะการได้กิน ข้าวที่นี่ก็ยังพอมีลุ้นว่าจะได้ห่อกับ ข้าวที่เหลือกลับบ้านบ้างที่สำคัญคันที่ สุดคืออาหารการกินบ้านซาจู้มันอุดม
Speaker A
สมบูรณ์เนื้อนมไข่จัดเต็มบทที่ 48 สลับ กันคนละวันไม่ได้ฉันไม่ยอมอย่าไม่ทันที่ เหอวิจู้จะได้พูดอะไรป้าหวังก็กระโดดออก มาขวางอีกครั้งเสียงแหลมปี๊กของแกแทบจะ ทิ่มแทงแก้วหูราวกับแม่หมาป่าหวงลูกทำไม ฉันต้องแบ่งงานของบ้านฉันให้พวกแกครึ่ง นึงด้วยฮะ ฝันไปเถอะแกดูออกว่าตาแก่คิ้งเกียนกำลัง คิดอะไรอยู่งาน 1 งานได้รับผลประโยชน์ 2 ต่อทั้งเงิน 5 หยวนและข้าว 3 มื้อถ้าแบ่ง กันทำ 2 คนคนนึงเลือกข้าว 3 มืออีกคนก็ ต้องรับเงิน 5 หยวนไปถึงครอบครัวแกจะไม่ ได้มีคนเยอะเท่าบ้านเหยียนปู้กุ้ยแต่เงิน เดือนลูกชายแกก็น้อยนิดแค่พอประทังชีวิต คน 3 คนในบ้านเท่านั้นแหละนี่ขนาดยังไม่ มีลูกนะเนี่ยถ้ามีลูกขึ้นมาจะเลี้ยงรอด หรือเปล่ายังไม่รู้เลยตอนนี้เหอวิจู้ใจดี ให้งานทำตั้ง 1 งานเท่ากับมีรายได้เพิ่ม ขึ้นแถมยังมีคนในบ้านลดลงไปกินข้าวที่ อื่นอีก 1 คนไปมาๆก็ช่วยประหยัดเสบียง
Speaker A
อาหารและเงินทองไปได้ตั้งเยอะยิ่งถ้าบาง ครั้งได้ห่อข้าวห่อกับข้าวที่เหลือกลับมา ด้วยเสบียงอาหารที่บ้านก็จะยิยิ่งเหลือ มากขึ้นไปอีกเรื่องดีๆแบบนี้จะไปหาจากที่ ไหนได้อีกล่ะแต่ตอนนี้ตาแก่คิ้งเกียรกลับ มาสอดแทรกจะมาแย่งข้าว 3 มื้อไปถ้าเจ้า เซียงเหรียญไม่ได้กินข้าวที่บ้านเหอวิจู้ แล้วแกจะเอาข้าวเอากับข้าวที่ไหนมาให้ บ้านฉันล่ะถ้าแบบนี้แล้วฉันยังไม่โกรธก็ ถือว่าฉันบ้านตระกูลหวังรังแกง่ายเกินไป แล้วล่ะสิงานนี้แต่แรกมันก็เป็นของบ้าน ฉันที่จู้จื่อให้มาตอนนี้แบ่งให้บ้านแกทำ ครึ่งนึงก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้วแกยังคิดจะ ฮุบไว้คนเดียวอีกเหรอเหยียนปุู๊้กุ้ยคิด ว่าตัวเองยอมถอยให้มากและหน้าดำหน้าแดง ชี้หน้าดับป้าหวังตดเถอะฮุบคนเดียวอะไร เมื่อกี้จู้จื่อก็ตกลงมอบงานให้เซียง เหรียญบ้านฉันเองกับปากตระกูลเหยียนของแก หน้าไม่อายดันธุรังจะมาแย่งไปต่างหากป้า หวังเท้าเอวน้ำลายแทบจะกระเด็นใส่หน้า เหยียนปู้กุ้ยไม่ยอมถอยให้แม้แต่ก้าว เดียวแกฉันไม่คุยกับแกแล้วเหยียนปู้กุ้ย โกรธจนตัวสั่นหันไปหาเหอวิี่จู้ใบหน้า เปลี่ยนเป็นยิ้มกระจบประแจงในพริบตา จู้จื่อเรื่องนี้แกต้องเป็นคนตัดสินใจนะ ในใจแกยังคงคิดว่าซาจู้คนนี้หลอกง่ายเหอ วิจู้กางมือออก 2 ข้างทำหน้าจนใจคุณลุง 3 เรื่องนี้ผมก็จนใจจริงๆครับผมตกลงกับพี่ สะใภ้บ้านหวังไปแล้วลุงอยากจะแทรกเข้ามา ก็ต้องให้บ้านหวังเขาตกลงก่อนสิครับเขา สะบัดลูกบอลกลับไปให้อย่างชานฉลาดเหยียน ปู้กุ้ยกัดฟันกรอดๆตัดสินใจทุ่มสุดตัว จู้จื่อถ้ายกงานนี้ให้อาวีเงิน 5 หยวนฉัน
Speaker A
ก็ไม่เอาขอแค่ข้าว 3 มื้อก็พอ เพื่อให้ได้ข้าว 3 มื้อกับพวกข้าวปลา อาหารที่เหลือแกก็ยอมทิ้งทุกอย่างแล้วใน ความคิดของแกถือว่าถอยให้มากแล้วนั้นนั่น มันเงินตั้ง 5 หยวนเชียวนะแต่แกกลับไม่ เคยคิดเลยว่าคนที่ลงแรงทำงานคืออวีแกคิด แต่เรื่องของตัวเองหรือจะพูดให้ถูกคือคิด แต่เรื่องคนในตระกูลเหยียนของแกไม่สนความ รู้สึกของอาวีเลยแม้แต่น้อยในครัวอาวีได้ ยินเสียงทะเลบาบาแว้งหน้าประตูอย่างชัด เจนความรู้สึกผิดเล็กๆน้อยๆที่มีต่อ ครอบครัวสามีราวกับแผ่นน้ำแข็งบางๆที่ถูก โยนเข้ากองไฟมาลายหายไปในพริบตาเงิน 5 หยวนนั่นหล่อนไม่เคยหวังว่าจะตกถึงมือตัว เองอยู่แล้วหล่อนเหยียดยิ้มเยาะตัวเอง อย่างขื่นขมลดเสียงลงกระซิบกับเจ้าเซียง เหรียญที่อยู่ข้างๆที่เซียงเหรียญที่ว่า แต่งงานเข้าบ้านแบบนี้มันได้อะไรขึ้นมา เหรอจ๊ะ หาเจ้าเซียงเหรียญชะงักกับคำถามที่ไม่มี ปี่มีขลุ่ยพอนึกถึงสถานการณ์ของตัวเองใน บ้านตระกูลหวังแววตาก็หม่่นหมองลงเสียง แผ่วเบากว่าเดิมอาวีเธอเธอยังดีกว่าฉัน ตั้งเยอะแล้วพี่ทนได้ยังไงกันล่ะพวกเขา ไม่เคยเห็นพวกเราเป็นคนในครอบครัวเลยนะ อาวีพูดอย่างโกรธเคือง ก็ใครใช้ให้บ้านเกิดฉันจนล่ะเจ้าเซียง เหรียญก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเช็ดขอบชาม อย่างเหมอลอยจนแล้วต้องยอมให้เขากดขี่ รังแกงั้นเหรอแล้วบ้านตระกูลหวังมันรวย นักหรือไงล่ะอาหวีพูดอย่างดูแคลนเพื่อให้ ได้งานกระจอกจอกนี่แม่ผัวพี่ถึงกับต้อง ยอมแลกชีวิตเลยไม่ใช่เหรอ
Speaker A
แต่แต่อย่างน้อยก็มีข้าวกินอิ่มท้องนี่นา เจ้าเซียงเหรียญตอบเสียงแผ่วที่หมู่บ้าน ฉันมีแต่คนอิจฉาที่ฉันได้แต่งงานเข้ามา อยู่ในเมืองกินอิ่มเหรอ อาวีขยับเข้าไปใกล้กระซิบด้วยน้ำเสียงราว กับปีศาจล่อลวงและพี่เคยคิดไหมถ้าได้แต่ง งานกับผู้ชายอย่างพี่จู้จึยังจะต้องมาทน รองรับอารมณ์ใครแบบนี้อีกไหมได้กินอิ่ม ทุกมื้อแถมยังมีเนื้อให้กินทุกวันด้วยนะ หาเจ้าเซียงเหรียญตกใจจนมือสั่นชามแทบ หล่นรีบเคาะไว้แน่นหันมองซ้ายขวาอย่าง หวาดระแวงเสียงสั่นเครืออาวีพูดจะเหลวไหล แบบนี้ไม่ได้นะจะโดนจับไปแห่ประจานนะแห่ ประจานเหรออาวีหัวระยะแววตาเป็นประกายถ้า การโดนแห่ประจานแลกกับการที่พี่ได้กิน อิ่มทุกวันมีเนื้อให้กินทุกมื้อพี่จะยอม มั้ล่ะฉันเจ้าเซียงเหรียญไม่เคยคิดเรื่อง แบบนี้มาก่อนเลยได้กินอิ่มทุกวันแถมยังมี เนื้อให้กินทุกมื้อนี่มันชีวิตแบบไหนกัน ล่ะเนี่ยถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆการโดนแห่ ประจานเมื่อเทียบกับการต้องอดตายแล้วการ โดนแห่ประจานก็ดูจะไม่น่ากลัวเท่าไหร่เลย นะจริงสิอาวีเหมือนมองทะลุความหวั่นไหว ของหล่อนได้จึงพูดกระซิบต่อแล้วถ้าเขาไม่ เพียงแต่ให้พี่กินอิ่มแต่ยังช่วยดูแล จุนเจือครอบครัวพี่ที่ต่างจังหวัดอีกพี่ จะยอมมั้ยจริงเหรอคราวนี้เจ้าเซียงเหรียญ ตกใจจริงๆถ้าเป็นแบบที่อาวีพูดหล่อนจะ ปฏิเสธได้ยังไงยังไงซะบ้านตระกูลหวังก็ ไม่เห็นหล่อนเป็นคนอยู่แล้วหลอกเล่นจ้ะ อาวีหัวเราะคิกคักดึงสายตาที่ล่อลวงนั้น กลับมาฉันก็แค่สมมติให้ฟังเฉยๆเพราะงั้น นะพี่เซียงเหหลียนถ้าครอบครัวผัวทำไม่ดี กับเราๆก็ไม่จำเป็นต้องทนเป็นที่รองรับ อารมณ์ใครหรอกนะแค่ทำให้ตัวเองมีความสุข นั่นแหละคือของจริงหล่อนไม่มีทางบอกความ ลับระหว่างหล่อนกับเผอวิจู้ให้ใครรู้หรอก แถมหน้าตาอย่างเจ้าเซียงเหรียญพี่จู้จื่อ คงไม่ชายตามองหล่อนหรอกมั้งอ้าวหลอกเล่น เหรอแสงสว่างในดวงตาของเจ้าเซียงเหรียญ
Speaker A
ดับวูบลงอย่างรวดเร็วความผิดหวังถาโถม เข้ามาแทนที่นั้นสินที่การงานของจู้จึก็ ดีเมื่อก่อนไม่ทันสังเกตแต่วันนี้ถึง เพิ่งรู้ว่าหน้าตาก็หล่อเหลาเอาการเข้าจะ มาสนใจคนอย่างหล่อนได้ยังไงฮิๆอาวีแกล้ง เอาข้อศอกสะกิดหล่อนทำไมล่ะพี่เซียง เหรียญแอบคิดอะไรกับพี่จู้จะอยู่จริงๆล่ะ สิให้ฉันช่วยอย่างเชิงให้มย อย่าอย่าเชียวนะเจ้าเซียงเหรียญเขินจน หน้าแดงลมไปถึงคอรี่พูดและล่ำลักอย่างน่า สงสารเรื่องแบบนี้เอามาล้อเล่นไม่ได้นะ ถึงตายเลยนะโอเคโอเคล้อเล่นหน้าอาวียิ้ม กว้างเธอก็รังแกฉันด้วยคนเหรอเจ้าเซียง เหรียญแกล้งทำเป็นโกรธหันหลังไปล้างชาม อย่างแรงจนน้ำกระจาย โอเคโอเคพี่ฉันผิดไปแล้วฉันขอโทษนะเดี๋ยว ซุปไก่พี่แบ่งไปเยอะๆเลยตกลงไหมอาวีรีบ ง้อพรวดเจ้าเซียงเหรียญหลุดขำออกมาแฝง ความภูมิใจนิดนิดฉันก็ล้อเล่นเหมือนกัน แหละทีนี้เราก็หายกันแล้วนะใบหน้าของ หล่อนเผยรอยยิ้มที่ผ่อนคลายอย่างหาดูได้ ยากราวกับได้ยกภูเขาออกจากอกรอยยิ้มที่มา จากใจจริงแบบนี้หายหน้าหายตาไปจากใบหน้า ของหล่อนเสียนานเหอวิจู้ที่อยู่ข้างนอก ได้ยินบทสนทนาของพวกหล่อน 2 คนในห้องครัว ชัดเจนทุกประโยคถึงแม้ทั้ง 2 คนจะกระซิบ กันเสียงเบาแต่ร่างกายของเขาที่ได้รับการ ปรับปรุงจากน้ำพุในมิติวิเศษทำให้มีหู ทิพย์ที่ได้ยินเสียงเล็กๆน้อยๆได้อย่าง สบายๆหน้าประตูเหอวิจู้ได้ยินเป็นเสียง กระซิบกระซาบของ 2 คนในครัวอย่างชัดเจน ร่างกายที่ถูกขัดเกลาด้วยน้ำผู้วิเศษทำ ให้เขามีประสาทสัมผัสเหนือกว่าคนทั่วไป อวีแอบเดาใจเขาถูกซะด้วยยิ่งไปกว่านั้น
Speaker A
เจ้าเซียงเหรียญที่วันๆเอาแต่ทำหน้าอม ทุกข์ก็ไม่ได้สิ้นหวังไปซะหมดแถมยังแอบมี ความร่าเริงสดใสแบบเด็กสาวซ่อนอยู่ด้วย นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่าสภาพแวดล้อมหล่อ หลอมคนจริงๆเหอวิจู้แอบถอนหายใจในใจมาเจอ แม่ผัวมหาภัยอย่างป้าหวังเจ้าเซียงเหรียญ จะไม่กลายเป็นคนอมทุกข์ได้ยังไงหน้าประตู เหยียนปู้กุ้ยกับป้าหวังกำลังเถียงกันคอ เป็นเอ็นเมื่อกี้ตอนที่เหยียนปู้กุ้ยเสนอ ว่าจะเอาแค่ข้าว 3 มื้อไม่รับเงิน 5 หยวน แล้วให้งานทั้งหมดเป็นของอาวีคนเดียวเหอ วิจู้ไม่ได้พูดอะไรแค่ปลายตามองป้าหวัง ด้วยสายตาลำบากใจซึ่งก็แปลความหมายได้ชัด เจนว่าข้อเสนอของฝ่ายนั้นต่ำกว่าบ้านแก ถ้าแกไม่คิดหาทางออกฉันก็จะเปลี่ยนใจแล้ว นะป้าหวังก็ร้อนใจเริ่มจากอ้างว่าอาวีทำ งานไม่เป็นงานบ้านนี้ต้องเซียงเหรียญบ้าน หล่อนถึงจะทำได้พอเห็นเหอวิจุ้เงียบหล่อน ก็เริ่มลดราคาแข่งตอนนี้กำลังเถียงกับ เหยียนปู้กุ้ยอย่างไม่ลดละเหอวิจู้ได้ยิน บทสนทนาของ 2 สาวในครัวเมื่อกี้ในใจก็มี แผนการอยู่ในหัวแล้วในเมื่อพวกเธอ 2 คน ต่างก็เต็มใจงั้นก็รับไว้ทั้ง 2 คนเลย แล้วกันแต่ว่านะบทบาทก็ต้องเล่นให้สมจริง จะได้ไม่มีใครจับพิรุธได้พอแล้วเลิกเถียง กันได้แล้วเหอวิจู้ขึ้นเสียงดังลั่นใบ หน้าเต็มไปด้วยความรำคาญแกล้งนวดขมับราว กับปวดหัวจะแย่ในเมื่อพวกป้า 2 คนอยากได้
Speaker A
งานนี้กันนักงั้นเอาแบบนี้ให้อาวีกับพี่ สะใภ้บ้านหวังสลับกันมาทำงานสลับกันคนละ วันค่าจ้างฉันไม่จ่ายให้แม้แต่แดงเดียว แล้วถึงคิวใครทำงานวันนั้นก็มากินข้าว บ้านฉัน 3 มื้อตกลงตามนี้คืนยังเถียงกัน อีกงานนี้ก็ไม่ต้องมีใครทำทั้งนั้นแหละบท ที่ 49 อวี่สุ่ยสวยใช่ไหมมล่ะแน่นอนว่า ป้าหวังและเหยียนปู้กุ้ยก็พยักหน้าตกลง ทันทีก็แหมตอนที่ทะเลาะกันเมื่อกี้ต่าง ฝ่ายต่างก็ลดแลกแจกแถมจนเหลือแค่ข้าวเย็น มื้อเดียวแล้วนี่นาถึงตอนนี้จะให้สลับกัน มาทำคนละวันแต่ยังไงก็ยังได้กินข้าวครบ 3 มื้ออยู่ดีเท่ากับว่าได้กินเพิ่มมาอีก ตั้งครึ่งมื้อแถมยังช่วยประหยัดค่าข้าว ที่บ้านไปได้อีกตั้งครึ่งมื้อแล้วถ้าได้ ห่อกับข้าวที่เหลือกลับมาด้วยก็เก็บไว้ กินต่อวันรุ่งขึ้นได้อีกไม่ดีตรงไหนล่ะ เหอวิจุเองก็แอบยิ้มในใจอย่างน้อยก็ ประหยัดเงินไปได้เดือนละตั้ง 5 หยวนถึง 5 หยวนสำหรับเขาจะไม่ได้มากมายอะไรแต่มันก็ ไม่มีทางตกถึงมืออาวีกับเจ้าเซียงเหรียญ อยู่ดีแต่สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือ ต้องหาทางเอาของในมิติออกไปขายเปลี่ยน เป็นเงินให้ได้ไม่งั้นเขาจะเอาปัญญาที่ ไหนไปเลี้ยงดูคนตั้งมากมายที่เพิ่มขึ้นมา เรื่อยๆล่ะเนี่ยพอตกลงกันได้แบบนี้ต่าง ฝ่ายต่างก็สลับวันกันมาทำงานก็ช่วยลดความ อึดอัดไปได้เยอะ เหอวิจุจ่ายค่าแรงคนละ 2 เหมาให้ทั้งคู่ ต่อหน้า 2 ผัวเมียเหยียนและป้าหวังจาก
Speaker A
นั้นทั้ง 3 คนก็แยกย้ายกันไปส่วนอาหวีกับ เจ้าเซียงเหรียญก็อยู่แบ่งกับข้าวที่ เหลือกันต่อก่อนหน้านี้เหอวิสุ่ยนั่งดู งิ้ว 2 บ้านนี้กัดกันอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ในใจก็แอบสะใจลึกๆคนในลานเรือนนี้แทบจะหา คนดีไม่ได้เลยวันๆเอาแต่จ้องจะเอาเปรียบ คนอื่นแต่ทว่าการให้อาวีกับเจ้าเซียง เหรียญมาทำงานบ้านให้ถึงจะไม่ต้องจ่ายค่า จ้างแต่ก็ต้องเลี้ยงข้าวพวกหล่อนครบ 3 มื้อทุกวันเลยนะเธอรู้สึกว่าพี่ชายสุดที่ รักของเธอเสียเปรียบเต็มประตูอวีซุ่งนิ้ว โรงนี้สนุกไหมล่ะเหอวิจู้สังเกตเห็นแววตา ที่เปลี่ยนไปมาของน้องสาวก็เอ่ยปากแซวขำๆ แม้ดูแล้วก็สใจดีนะพี่เฮอวิสุ่ยยอมรับตาม ตรงแต่ก็รีบลดเสียงลงเจือความกังวลแต่ว่า พี่จ๋าเสบียงบ้านเรามันไม่ได้ลอยมาจากฟ้า นะพี่เธอพยักพะเย่อไปทางห้องครัววางใจ เถอะน่าเหอวิจู้ยังคงยิ้มแย้มน้ำเสียง หนักแน่นพี่จัดการเองได้เมื่อวานที่ก็บอก เธอแล้วไง ว่าต่อไปนี้บ้านเราจะไม่อดอยากอีกแล้ว เมื่อเห็นพี่ชายดูมั่นใจขนาดนั้น เหอวิสุ่ยก็ไม่ซักไซ้ต่อเอาเถอะในเมื่อ พี่มีแผนในใจก็ดีแล้วงิ้วก็จบแล้วฉันขอ ตัวไปล้างหน้าแปรงฟันนอนก่อนนะเธอลุกขึ้น บิดขี้เกียจแล้วเดินไปทางห้องฝั่งตะวัน ออกอืมรีบไปนอนซะเหอวิจู้พยักหน้าส่วน อาวีกับเจ้าเซียงเหรียญแบ่งกับข้าวเสร็จ ก็บอกลาเหอวิจู้แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน สายตาของเหอวิจู้จ้องมองตามแผ่นหลังอ้อน แอ้นของอวีเวข้อสะโพกผายนั้นชวนให้หัวใจ เขารุ่มร้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเจ้า เซียงเหรียญน่ะเหรอไม่มีอะไรน่าดูเลยสัก นิดก้นแบนแต๊ะแต๋ไม่นานเจ้าเซียงเหรียญก็ ถือชามเปล่าเดินหน้าบูดบึ้งกลับมาจู้จื่อ
Speaker A
ฉันเอาชามมาล้างให้ก่อนกลับนะน้ำเสียง หล่อนดูอูอี้พิกลอืมเอาสิเหอวิจุตอบรับ พลางสังเกตสีหน้าไม่สู้ดีของหล่อนพี่ เซียงเหรียญหน้าตาดูไม่ดีเลยนะโดนแม่ผัว รังแกมาอีกแล้วเหรอ ไม่ใช่แม่ผัวหรอกเจ้าเซียงเหรียญกัดริมฝี ปากล่างแน่นเต่งเสียงออกมา 3 คำอย่างยาก ลำบากเป็นกั๋วชิ่ง หวังกั๋วชิ่งเหอวิจู้ขมวดคิ้วหมอนั่นทำไม เหรอ เขาเจ้าซิงเหลียงขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงกลั้นใจ อยู่นานกว่าจะเค้นคำพูดที่เต็มไปด้วยความ อดสูออกมาได้เขาหาว่าฉันกับเธอแอบเล่นชู้ กันน้ำตาเออะคอเบ้าพยายามกลั้นไว้ไม่ให้ ไหลออกมาเหอะไอ้หมอนี่มันชักจะเหิมเกริม ใหญ่แล้วนะกล้ามาใส่ร้ายป้ายสีคนอย่างฉัน งั้นเหรอเหอวิจู้นึกคำในใจแต่แกล้งทำเป็น โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเขาเขาไม่ได้พูดแค่นั้น หรอกนะเจ้าเซียงเหลียอับอายจนแทบแทรกแผ่น ดินหนีเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบินก้มหน้าจน คางแทบชิดอกเขาบอกว่าถ้าถ้าเธอให้เนื้อ บ้านเราวันละครึ่งช่างได้เขาก็เขาก็คำพูด ต่อจากนั้นหล่อนไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกมา จริงๆที่สำคัญคือแม่ผัวก็นั่งฟังอยู่ข้าง ๆแต่กลับไม่ออกปากห้ามปรามเลยสักคำก็อะไร ล่ะเหอวิจุมองเจ้าเซียงเหรียญอย่าง ประหลาดใจจริงๆเขาก็พอจะเดาออกลางๆแล้ว แต่ไอ้หวังกัวชิ่งนี่มันคิดอะไรของมันวะ เนี่ยเพื่อแลกกับเนื้อแค่วันและครึ่งช่าง ถึงกับยอมยกมีให้คนอื่นเลยเหรอ โธ่เอ๊ยจู้จื่ออย่าถามเลยมันมันน่าอายจะ ตายอยู่แล้วเจ้าเซียงเหรียญเงยหน้าขึ้น ขวบชำเลืองมองเหอวิจู้ด้วยสายตาซับซ้อน แววตานั้นมีความอับอายปนอยู่และแสงความ สับสนที่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันตระหนักหล่อน ทนยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไหวอีกต่อไปเอามือปิด หน้าวิ่งเตลิดหนีเข้าครัวไปราวกับกระต่าย
Speaker A
ตื่นตูมเงียบไปพักใหญ่อวีก็ถือชามเปล่า เดินกลับมาในครัวถึงได้ยินเสียงล้างชาม ดังขึ้นพี่พี่จู้จื่ออาวีเดินเข้ามาอย่าง อารมณ์ดีวางชามลงบนโต๊ะแล้วส่งสายตาหวาน เชื่อไม่เหอวิจู้ เอาของกินกลับไปให้พวกตระกูลเหยียนว่ายัง ไงกันบ้างล่ะเหอวิจุ้มองอาวีอย่างหยอก เย้าในใจพอจะเดาคำตอบได้แล้วอย่าให้พูด เลยอาวีกรอกตาบนทั้งฉุนทั้งขำไอ้เสกข้าว เสกกับข้าวแค่นั้นเอามาแบ่งกันเป็น 3 ส่วนอย่างกับของวิเศษแถมยังบอกว่าพรุ่ง นี้ทั้งบ้านก็ต้องพึ่งไอ้นี่แหละพอกิน เหรอเหอวิจู้ขำกากเติมน้ำเข้าไปสิ ซิม้อเบ้อเริ่มเลยอาวี่ยิ้มแหย หล่อนแต่งงานเข้าบ้านบ้าอะไรกันเนี่ยตลอด เวลาที่ผ่านมาหล่อนใช้ชีวิตแบบไหนกัน แล้วพวกนั้นไม่ได้พูดอะไรอีกเหรออย่าง เช่นเรื่องเหยียนเจียเฉิง เขาจะพูดอะไรได้ล่ะแค่ได้กลิ่นซุปไก่ก็ น้ำลายสอแล้ว อ้าวเขาก็ไม่กลัวว่าฉันจะทำไม่ดีไม่ร้าย เธอเหอวิจู้จงใจลากเสียงยาวสายตากลุ้ม กริ่มแต่หางตาก็เหลือบมองไปทางประตูครัว เขารู้ดีว่าเจ้าเซียงเหรียญล้างชามเสร็จ ตั้งนานแล้วตอนนี้คงกำลังเงี่ยหูฟังอยู่ แน่ๆเชอะแค่เห็นแก่ของกินก็คงยอมขายฉัน ได้แล้วมั้งอาหวีตอบอย่างไม่ยี่ล่ะงั้น ฉันขอเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้าก่อนเลยนะเหอ วิจู้ยิ้มกลุ้มกริ่มลุกขึ้นยืนรวบตัวอวี เข้ามาก่อนที่จู้จื่อประตูยังไม่ได้ปิดนะ อาวีเตือนเสียงเบาแต่ร่างกายกลับซุกเข้า หาอย่างว่าง่ายหลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้า บวกกับท่าทีของคนตระกูลเหยียนเมื่อกี้ หล่อนก็ไม่มีความรู้สึกต่อต้านเหอวิจุ้ หลงเหลืออยู่อีกเลยจุ๊บเหอวิจู้แค่จุบสูบ เบาๆไม่ได้ล่วงล้ำอะไรมากเพราะเดี๋ยวอาวี ก็ต้องกลับบ้านแล้วเอาล่ะเก็บดอกเบี้ยของ วันนี้เรียบร้อยแล้วพรุ่งนี้ใครจะมาล่ะ เหอวิจู้ถามพรุ่งนี้เรามาทั้งคู่นั่นแหละ
Speaker A
อาวีแก้มแดงระบายให้ฟังวันนี้ฉันกินข้าว เที่ยงไปมื้อนึงแต่พี่เซียงเหรียญเป็นคน ซักผ้าปูที่นอนพรุ่งนี้ฉันจะช่วยพี่เขาทำ งานชดเชยให้แต่ฉันจะไม่กินข้าวนะได้สิตก ลงกันเองให้เรียบร้อยก็แล้วกันเหอวิจู้ พยักหน้ารับงั้นฉันฉันกลับก่อนนะน้ำเสียง อวีแฝงความอาลัยอาวรอืมกลับดีๆล่ะเหอ วิจู้โบกมือยิ้มๆอาวีส่งเสียงในลำคอเบาๆ แฝงความออดอ้อนแบบหญิงสาวก่อนจะหมุนตัว เดินจากไปจนกระทั่งเงาร่างนั้นลับหายไป หลังประตูฉุยฮาวาเหอวิจู้ถึงหันไปทางครัว ลดเสียงลงแต่ชัดเจนที่เซียงเหรียญได้ยิน หมดแล้วใช่ไหมในครัวเงียบปรึกบรรยากาศอึด อัดจนแทบหายใจไม่ออกเจ้าเซียงเหรียญตอน นี้แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีหล่อนไม่เคย คิดเลยว่าอาวีกับซาจู้จะเป็นเรื่องจริงบท สนทนาเมื่อครู่ราวกับเหล็กหลอมร้อนๆหน้า กลางใจทำให้หล่อนกระอักกระวน่วนใจจนแทบทำ ตัวไม่ถูกถ้าไม่ยอมออกมาฉันจะเข้าไปตาม เองนะเหอวิี่จู้ขู่เจ้าเซียงเหรียญไม่มี ทางเลือกจำต้องเดินหน้าแดงเถื่อออกมาก้ม หน้าก้มตาไม่กล้าสเหอวิจู้ หวังกั่วชิ่งบอกว่าถ้าให้เนื้อเขาเดือนละ ครึ่งช่างจะยอมให้เธอนอนกับฉันใช่ไหมเหอ วิจู้ถามตรงๆเจ้าเซียงเหรียญสะดุ้งเฮือก ทั้งอายทั้งโกรธปากคอสั่นแต่พูดไม่ออกสัก คำน้ำตาแห่งความอัปยศก็พรั่งครูลงมาอย่าง 5 ไม่อยู่เหอวิจุ้มองสภาพหล่อนแล้วความ คิดที่จะหยอกล้อก็มาลายหายไปช่างเถอะเขา โบกมือปัดดอกเบี้ยของเธอฉันขอแปลไว้ก่อน แล้วกันล้างชามของอาวีเสร็จแล้วค่อยกลับ นะเขาชี้ไปที่ชามเปล่าที่อาวีทิ้งไว้บน โต๊ะออเจ้าเซียงเหรียญเหมือนได้รับคำสั่ง ปลดปล่อยรีบคว้าชามแล้วเผ่นกลับเข้าครัว ไปอย่างรวดเร็วราวกับหนีตายเสียงกระทบกัน ของชามกระเบื้องดันกลางวานขึ้นไม่นานก็ เงียบลงเจ้าเซียงเหลนก้มหน้าก้มตาเดิน จ้ามพรวดออกมาจากครัวเสียงสั่นเครือ จู้จื่อฉันฉันกลับล่ะนะอืมวันหลังมากิน
Speaker A
ข้าวบ้านฉันก็กินเยอะๆหน่อยนะบำรุงร่าง กายให้มีน้ำมีนวลขึ้นหน่อยไม่งั้นเนื้อ ครึ่งช่างของผัวเธอคงไม่มีทางได้หรอกนะ เหอวิจู้พูดทิ้งท้ายกับแผ่นหลังบอกบาง นั้นอ้อเจ้าเซียงเหรียญเผลอรับคำไปอย่าง งงๆเพราะสมองประมวลผลความหมายแฝงในคำพูด นั้นได้ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีราว กับถูกไฟลั่วก้าวเท้าเดินสะดุดสะดุดรีบ จ้ำอ้าวหนีไปพริบตาเดียวก็หายลับไปหลัง ประตูฉุยฮา เหอวิจู้มองประตูที่ว่างเปล่าแล้วก็ส่าย หน้าอย่างอ่อนใจผอมแห้งขนาดนี้กลัวว่าจะ เผลอทำกระดูกหักเอาซะก่อนนะสิบทที่ 50 ทางใครทางมัน 4 วันต่อมาฉินไหวหรูก็ถูก เหอวิจู้ปลุกให้ตื่นในสภาพงัวเงียอีก ครั้งครั้งนี้เธอแต่งตัวอย่างคล่องแคล่า อ้วงวัยดื่มน้ำผู้วิเศษที่เหอวิจู้เตรียม ไว้ให้รวดเดียวหมดแล้วก็รีบออกจากบ้านไป วันนี้เธอต้องไปบ้านเกิดเพื่อรับฉินจริง หรูมาตอนแรกเธอก็จะหาข้ออ้างผูกมัดเหอ วิจู้ไว้เฉยๆไม่นึกเลยว่าเขาจะจับเธอกิน สักเกลี้ยงแถมยังดูดันจนเธอแทบรับไม่ไหว ประกอบกับที่เขาเอ่ยปากเตือนเรื่องนี้อีก เมื่อวานเธอเลยตัดสินใจลางานวันนี้ตั้งใจ จะกลับไปรับฉินจริงหรูมาให้ได้จริงๆเธอก็ ดูออกแหละว่าเหอวิจู้น่าจะเล็งโหล เซียวเอ๋อกับอาวีไว้แล้วด้วยยิ่งทำให้เธอ ร้อนใจหนักเข้าไปอีกขืนปล่อยให้เขามีผู้ หญิงคนอื่นผลประโยชน์ที่เธอเคยได้จากเขา คงต้องหดหายไปแน่ๆซึ่งเธอยอมไม่ได้เด็ด ขาดเพราะงั้นเธอต้องหาคนมาช่วยแล้วฉินหรู ลูกพี่ลูกน้องของเธอนี่แหละคือตัวเลือด ที่เหมาะเหมงที่สุดในเมืองนี้ฉินจริงหรู มีแค่เธอจะเป็นญ่าสนิทคนเดียวถ้าได้ดีมี สุขอะไรก็คงไม่พ้นต้องเอามาแบ่งปันเธอ ด้วยยิ่งไปกว่านั้นเหอวิจู้ก็ลั่นปากไว้ แล้วว่ายังไงก็ไม่แต่งกับฉินจริงหรูแน่
Speaker A
นอนเธอเลยไม่ต้องกังวลว่าฉินจริงหรูจะมา ฮุบเงินฮุบสมบัติของเขาไปพอฉินไหวหรูเดิน คล้อยหลังไปเหอวิจู้ก็จัดการเปลี่ยนผ้าปู ที่นอนผืนใหม่อีกรอบเสร็จแล้วก็ล้มตัวลง นอนในมิติวิเศษแช่ตัวในน้ำผู้เย็นฉ่ำจน หลับสนิทไปตื่นเช้ามาพร้อมกับความสดชื่น กระปรี้กระเป่าเขาลงมือทำมื้อเช้าอย่าง คล่องแคล่และไม่ลืมเตรียมข้าวกล่องมื้อ เที่ยงให้เหอวี่สุ่ยด้วยกล่องแรกอัดแน่น ไปด้วยน้องไก่อวบอั้วน่ากินถึง 2 ชิ้น เคียงคู่มากับมะเขือเทพผัดไข่สีสันสดใส และหัวชายเท้าตุนซีอิ๊วกลิ่นหอมหวนชวนหิว ส่วนอีกกล่องเป็นหมั่นโถลูกขาวจั๊วน่ากิน 2 ลูกเพราะเหอวิสุ่ยชอบกินอาหารจำพวก เส้นและแป้งมากกว่าทำกับข้าวเสร็จเหอ วิสุ่ยก็ขยี้ตาเดินงัวเงียออกมาจากห้องพอ ไงหน้าขึ้นมาเห็นเหอวิจู้สายตาเธอก็โดน ตรึง่งไว้ที่ใบหน้าของเขาอีกแล้วพี่หน้า พี่ อะไรอีกล่ะเหอวิจู้เริ่มจะหงุดหงิดพี่ หล่อขึ้นอีกแล้วอ่ะน้ำเสียงเหอวิวิสุ่ยมี ทั้งความอิจฉาริษยาแล้วก็แอบโมโหปนอยู่ ด้วยเธอก็สวยขึ้นเหมือนกันนั่นแหละไม่ เชื่อไปส่องกระจกดูสิเหอวิจู้ต่อกลับ อย่างหัวเสียยิ่งเหอวิสุ่ยสวยขึ้นเท่า ไหร่เขาก็ยิ่งทรมานใจเท่านั้นได้แต่มองตา ปริบๆกินก็ไม่ได้แถมยังมาเดินป้วนเปี้ยน ยั่วกิเลสอยู่ตรงหน้าทุกวันจะไม่ให้โมโห ได้ไงล่ะจริงเหรอเหอวิสุ่ยตาโตเป็นประกาย รีบวิ่งปรู๊ดกลับเข้าห้องไปหยิบกระจกบาน กลมมาส่องดูอย่างละเอียดเงาในกระจกสะท้อน ผ้าผิวพรรณที่เนียนละเอียดไร้ที่ติความ ไร้เดียงสาแบบเด็กสาวลดลงไปบ้างแทนที่ ด้วยเสน่ห์เยนที่เพิ่มมากขึ้นฮิๆเสียง หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขดังแว่วมาจาก ในห้องถึงจะเปลี่ยนไปไม่มากเท่าพี่ชายแต่ ผิวของเธอก็ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก
Speaker A
หน้าตาก็สะสวยขึ้นจริงๆแหละปลื้มปริ่มสุด ๆรีบมากินข้าวเช้าได้แล้วกินเสร็จแล้วก็ รีบใส่หัวไปทำงานเลยเหอวิจู้ทำเสียงดุ โอเคมาแล้วจ้าเหอวิสุ่ยอารมณ์ดีสุดๆไม่ ได้เก็บคำพูดห้วนๆของพี่ชายมาใส่ใจเลยสัก อีกนิดพอนั่งลงปุ๊บคราวนี้ไม่ต้องรอให้ เหอวิจู้บอกเธอคว้าไข่ต้มมาปอกเปลือกและ ยัดเข้าปากหงับรวดเดียว 3 ฟองพอเหอวิสุ่ย กินอิ่มเตรียมตัวไปทำงานเหอวิจู้ก็จัด เตรียมอาหารเช้าสำหรับเจ้าเซียงเหรียญวาง ไว้บนโต๊ะมีน้ำภูวิเศษสายแจ๋ว 1 ชามหมั่น โถแป้งขาว 1 ลูกและไข่ต้มอีก 2 ฟองตอน เดินออกไปข้างนอกก็เห็นเจ้าเซียงเหรียญ กำลังก้มหน้าก้มตาซักเสื้อผ้าอย่างเอา เป็นเอาตายอยู่ที่ลานบ้านตระกูลหวังฝั่ง ตรงข้ามพี่เซียงเหรียญเหอวิจุ้ตะโกนเรียก ข้ามรั้วไปอาหารช้าวังอยู่บนโต๊ะนเข้าไป กินได้เลยส่วนกับข้าวมื้อเที่ยงฉันเตรียม ไว้ให้บนเขียงในครัวทำเสร็จแล้วก็ยกไปกิน เป็นเพื่อนคุณย่าที่ลานหลังนะเจ้าเซียง เหรียญเงยหน้าขึ้นแก้มแดงระเรื่อตอบรับ เสียงแผ่วอื้อแล้วก็ก้มหน้าขยี้พ้าต่อ อย่างเอาเป็นเอาตายน้ำกระจายกระเซ็นไป ทั่วในห้องตระกูลเหยียนฝั่งตรงข้ามเหยียน ปู้กุ้ยกับครอบครัวกำลังล้อมวงกินข้าวต้ม จับฉ่ายที่ทำจากข้าวเหลือเมื่อคืนผสมน้ำ ต้มจนเดือดปรุดๆกันอย่างเอร็ดอร่อยเหยียน ปู้กุ้ยเหลือไปเห็นเหอวิจู้กำลังสั่งงาน เจ้าเซียงเหรียญก็รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่า ในใจขึ้นมาทันทีแกวางตะเกียบลงอย่างแรง แล้วหันไปต่อว่าอาวี อาวีเอี๊ยะเมื่อวานแม่แกทำเรื่องไม่ค่อย
Speaker A
เข้าท่าก็จริงแต่แกก็ไม่น่าจะสะบัดก้น ทิ้งงานไปแบบนั้นเลยนะไม่งั้นงานสบายๆแบบ นี้จะตกไปอยู่บ้านตระกูลหวังฝั่งตรงข้าม ได้ยังไงลองดูข้าวต้มมื้อนี้สิถ้าไม่ต้อง แบ่งให้บ้านตระกูลหวังเราคงได้กินของดีๆ แบบนี้ทุกวันแถมยังประหยัดค่ากับข้าวราย วันไปได้อีกเงินพวกนี้เก็บหอมรอมริบไว้ เผื่อเจี่ฟ้างกับเจี่ควงแต่งเมียในอนาคต ได้สบายๆเลยนะพ่ออวิลีกระแทกชามลงกับโต๊ะ ดังปังโกรธจนหน้าดำหน้าแดงเรื่องเมื่อวาน มันเป็นความผิดฉันเหรอ ถ้าฉันไม่โยนงานให้บ้านตระกูลหวังก็แม่ นั่นแหละที่ดันธุรังจะเอาเปรียบเาพี่ จู้จึคงไม่มีทางยอมให้กินข้าวฟรีๆแบบนี้ หรอกถุยไม่ทันที่เหยียนปู้กุ้ยจะเอ่ยปาก คุณป้า 3 ก็ตบโต๊ะปังตะเกียบกระดอนขึ้น สูงชี้หน้าด่าอาวีฉอดๆหนังหน้าไม่อาย เรียกที่จู้จื่อซะเต็มปากเต็มคำแกบอกมาสิ เมื่อวานแกแอบไปฟ้องซาจู้มาใช่ไหมไม่งั้น มันจะรู้ได้ไงว่าแกแอบเอามันฝรั่งมาให้ ฉันตั้ง 2 ลูกตอนกลางวัน ฉันไม่ได้ฟ้องนะไม่ทำแล้วก็ต้องบอกกล่าว เจ้าของบ้านเขาสิจะให้เงียบหายไปเฉยๆได้ ไงอวีเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ หึถ้าแกไม่ไปปากสว่างมันจะรู้ได้ไงว่าแก เอามันฝรั่งมาให้ฉันคุณป้า 3 ยังคงจี้จุด ไม่ปล่อยท่าทางเอาเรื่องสุดๆแม่หัดมีเหตุ ผลบ้างได้ไหมให้ฉันเอามันฝรั่งกลับมาแม่ ก็เป็นคนบังคับฉันเองและฉันก็เอากลับมา ให้หลังจากที่กลับมาจากบ้านเขาแล้วด้วย ฉันจะไปตระัสสู้ล่วงหน้าได้ไงจะไปรู้ได้ ไงว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วจะไปบอก เขาล่วงหน้าได้ยังไงอวีเถียงกลับอย่าง ฉะฉานน้ำเสียงหนักแน่นหล่อนจะบอกความจริง
Speaker A
ไม่ได้เด็ดขาดว่าความคิดนี้พี่จู้จื่อ เป็นคนเสนอให้อาวีอย่ามาพูดจาเหลวไหลกระ สู้ล่วงหน้าอะไรกัน นั่นมันงมงายชัดๆเหยียนปู้กุ้ยรีบขัด จังหวะด้วยความโกรธพ่อถ้าพ่อกับแม่ยังไม่ พอใจกับเรื่องนี้อีกงั้นต่อไปฉันก็จะไม่ ทำแล้วปล่อยให้พี่สะใภ้บ้านหวังเหมาทำคน เดียวไปเลยอาวีงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาถ้า ยังมาทำหน้าบูดหน้าบึ้งใส่อีกฉันก็จะไม่ ทนแล้วนะกินของที่ฉันเอามาให้ยังจะมาทำ ปากดีใส่ฉันอีกคิดว่าฉันเป็นกระสอบทราย หรือไง ตอนนี้ฉันไม่อดตายหรอกนะเหลวไหลเย็นปู้ กุ้ยโกรธจัดงานนี้ฉันอุตส่าห์ดิ้นรนหามา ให้แก จะมาบอกไม่ทำก็ไม่ทำง่ายง่ายแบบนี้ได้ไง ถ้าแกกล้าทิ้งงานนี้ก็ได้ต่อไปนี้แกต้อง จ่ายเงินให้ฉันเดือนละ 5 หยวนเหยียนปู้ กุ้ยพูดอย่างเดือดดานอะไรนะต้องจ่ายเงิน ด้วยเหรอตั้ง 5 หยวนเชียวพ่อฉันให้ค่ากับ ข้าวที่บ้านเดือนละ 2 หยวนแล้วนะเหยียน เจี่เฉิงที่ได้ยินว่าต้องเสียเงินเพิ่มก็ รีบร้อนรนโพล่งขึ้นมาทันทีเจี่ยเฉิงเอ๊ย เย็นปู้กุ้ยปั้นหน้าขรึมพูดด้วยน้ำเสียง หนักแน่นเรื่องนี้อย่ามาโทษพ่อเลยพ่อ อุตส่าห์ดิ้นรนหางานดีๆแบบนี้มาให้เมียแก ตล่อนกรอบทำเป็นเล่นตัวปล่อยเงิน 5 หยวน ปลิวหายไปต่อหน้าต่อตาแถมยังต้องมาแบ่งผล ประโยชน์ให้บ้านตระกูลหวังอีกแล้วตอนนี้ หล่อนยังมาบอกว่าจะไม่ทำอีกใครจะรับผิด ชอบความเสียหายตรงนี้ล่ะความเสียหายนี้ก็ ต้องให้พวกแก 2 ผัวเมียรับผิดชอบสิแกดีด
Speaker A
ลูกคิดแก้วดังเปาะแป๊ะอาวีฟังแล้วแทบจะ หลุดหัวเราะออกมาด้วยความสมเพชรงานที่แก หามาให้เหรอ แกเอาหน้ามาจากไหนมาพูดเนี่ยถ้าเขาไม่ เห็นแก่หน้าฉันคิดเหรอว่าเรื่องดีๆแบบนี้ จะตกมาถึงบ้านตระกูลเหยียนของแก หล่อนคงไม่เอามาเปล่าประกาศหรอกทำได้แค่ ปลายตามองเหยียนเจียเฉิงอย่างเย็นชารอดู ว่าเขาจะแก้ปัญหานี้ยังไงเหยียนเจียเฉิง เหมือนถูกคำพูดของพ่อกระตุกต่อมความคิด กรอกตาไปก่อนจะโพล่งขึ้นมาว่าพ่องั้นงั้น เอาแบบนี้ดีไหมฉันกับอาวีต่อไปนี้จะไม่ กินข้าวที่บ้านแล้วเราจะแยกไปกินกันเอง ส่วนค่ากับข้าว 2 หยวนนั่นฉันก็จะไม่จ่าย แล้วเหมือนกันคำพูดของเขาทำเอาทุกคนเบิก ตาโตมองหยิบเจเฉิงราวกับเห็นผีแย่ไปกิน กันเองงั้นเหรอแกจะเอาอะไรมากินห้องพัก ตรงลานหน้าก็เล็กเข้าแมวดิ้นตายที่ทำกับ ข้าวยังไม่มีเลยคิดว่าเงิน 2 หยวนจะพอ เลี้ยงผู้ใหญ่ 2 คนได้ทั้งเดือนหรือไง เดี๋ยวสิเหยียนปู้กุ้ยสมองไวคิดปุ๊บก็รู้ ปั๊บว่าลูกชายสุดประเสริฐคนนี้กำลังวาง แผนอะไรอยู่ไอ้ลูกตัูคนนี้มันก็จะฮุบของ กินไว้คนเดียวนี่นาอาวีไม่ต้องกินข้าว บ้านไปกินข้าวบ้านซาจู้ 1 วันเอาข้าวกับ ข้าวที่เหลือกลับมาเติมน้ำเข้าไปหน่อยก็ กินต่อได้สบายๆอีก 2 วันแล้วของกินพวกนี้ ก็จะตกไปอยู่ในท้องของ 2 ผัวไม่เหยียน
Speaker A
เจียเฉิงทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหยียนปู้กุ้ย 2 ผัวเมียและลูกๆคนอื่น อย่างลูกรองลูก 3 ลูก 4 อีกต่อไปบทที่ 53 พอเห็นสาวๆหน่อยก็ตาค้างเชียวนะพ่อหมาฮวา ไม่พูดอะไรต่อเหอวิจู้ก็อดไม่ได้ที่จะถอน หายใจออกมาเหอะเขาส่ายหัวอย่างจนใจราวกับ กำลังตัดพ้อถึงโชคชะตาที่เล่นตลกแล้วพูด ต่อดวงไม่ดีเลยว่าจุ๊ๆไม่มีวาสนาเอาซะเลย เห็นหมาฮายังคงเงียบเหอวิจุเลยเป็นฝ่าย ชวนคุยต่อทำทีเป็นว่ารู้สึกจนใจสุดๆนี่แก ดูสิวันนี้นะพี่ฉินดึงดันจะแนะนำลูกพี่ ลูกน้องให้ฉันให้ได้เลยอ้าวมาฮาหูผึ่ง ขึ้นมาทันทีเงหน้าขึ้นแววตาเป็นประกาย ขึ้นมาบ้างแต่ดันโดนไอ้เวรสวีต้ามาทำพัง ซะก่อนนี่สิพูดถึงตรงนี้เหอวิจู้ก็ทำหน้า บึ้งตึงกัดฟันกรอดทำถ้าเหมือนทั้งโกรธ ทั้งอึดอัดแต่หาที่ระบายไม่ได้หมาฮาวาพอ ได้ยินแบบนั้นก็ของขึ้นสิครับแบบนี้มัน หยามกันชัดชัดเขาวังมือจากงานที่ทำอยู่ ทันทีหันไปมองเหอวิจู้ด้วยความโมโหขมวด คิ้วแน่นแล้วพูดว่าเฮ้ยไม่ได้การละเอา เงี้เดี๋ยวผมไปลานฉายหนังไปตามหล่อนมาให้ เลยพูดจบก็ทำถ้าจะหันหลังเดินออกไปเฮ้ยๆ เดี๋ยวก่อนๆเหอวิจุรีบห้ามทำเสียง หงุดหงิดแกจะไปเหรออื้อมาฮวายุชะงักตอบ รับอย่างหนักแน่นแววตาเต็มไปด้วยความจริง ใจแบบยอมตายถวายชีวิตเพื่ออาจารย์แกไปนก็ ดีอยู่หรอกเหอวิจุเอียงคอแต่ระหว่างทางแก จะไม่ไปหม้อหล่อนเข้าหรือไงล่ะ มาฮางเป็นไก่ตาแตกกระพริบตาปริบๆมอง อาจารย์อย่างไม่เข้าใจไม่เกล็ดเลยว่าคำ พูดพวกนี้มันหมายความว่ายังไงเหอวิจู้พูด ต่อขืนแกไปหม้อเข้าเผลอๆหล่อนอาจจะเตลิด
Speaker A
เปิดเปลิงไปไหนต่อไหนแล้วฉันจะไปตามหาที่ ไหนล่ะ โธ่เอ๋ยหมาฮวาถึงบังอ้อหน้าแดงกล่ำเพราะ ต้องกลั้นขำที่แท้เมื่อกี้อาจารย์ก็พูด ประชดนี่เองกลัวว่าลูกศิษย์อย่างเขาจะไป ตัดหน้าหม้อสาวของอาจารย์หนีไปซะก่อน หมาฮวากลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดงรีบรีบ อธิบายแม้อาจารย์พูดอะไรแบบนั้นผมจะไป กล้าแย่งอาจารย์หญิงได้ยังไงล่ะครับสี หน้าเขาดูทั้งน้อยใจทั้งขำหั่นผักของแกไป เลยไปเหอวิจู้พูดอย่างหงุดหงิดหมาฮาวาก็ ได้แต่กลั้นขำอย่างจำใจแล้วก้มหน้าก้มตา หั่นผักต่อไปถ้าเป็นเหอวิจุ๊คนก่อนเขาคง กลัวจริงๆนั่นแหละก็หน้าตาเขาตอนนั้นเอา ไปเทียบกับหมาฮาวาไม่ได้เลยนี่นาแต่มาดู สภาพเขาตอนนี้สิผู้หญิงคนไหนเห็นก็คงต้อง เหลือมองกันทั้งนั้นแหละความจริงเหอวิจู้ ก็ไม่ได้สนใจฉินจริงหรูอะไรนักหนาหรอกและ การที่เขาให้ฉินไหวหรูพาฉินจริงหรูมาก็ ไม่ได้หวังแค่จะให้มาแก้เหงาเท่านั้นเป้า หมายหลักของเขาคือโหลเสี่ยวเอ๋อต่างหาก ที่เขามายืนฝอยกับหมาฮาวาอยู่ตั้งนาน เนี่ยจริงๆก็แค่ต้องการส่งข้อความว่าฉิน จริงหรูมาเพื่อจะมาดูตัวกับเขานั่นเองที่ ลานกว้างของโรงงานรีดเหล็กสวีต้าเมยังคง วุ่นวายอยู่กับการขัดแข้งขัดขาเหออวี่จู้ ไม่เลิกแต่พอเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาฉายหนัง เต็มทีเขาก็เหลือไปเห็นฉินจริงหรูทำหน้า นิ่วคิ้วขมวดท้าทางครึ่งผีครึ่งคนก็รู้ ว่าได้ที่แล้วขืนพูดยืดเยื้อไปกว่านี้ เดี๋จะกลายเป็นผลเสียทำให้ยายบ้านนอกนี้ เกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาซะเปล่าๆแค่ หนามแหลมๆเล็กๆทิ่มแทงเข้าไปในใจหล่อน ด้วยเป้าหมายก็ถือว่าสำเร็จแล้วเขาเลยรีบ หยุดพูดทันทีเปลี่ยนสีหน้าลำบากใจหันไป มองฉินไหวหรูที่นั่งนิ่งเป็นขอนไม้แล้ว เปิดปากพูดว่าแต่พูดกันตามตรงนะพี่ฉินตรง นี้พี่นั่งไม่ได้จริงๆผมจองไว้ให้ท่านผู้ นำแล้วน้ำเสียงฟังดูร้อนรนเหมือนไม่มีทาง ให้ต่อรองท่านผู้นำใครล่ะฉินไหวหรูไม่แม้
Speaker A
แต่จะปลายตามองน้ำเสียงราบเรียบยังคงไม่ สะทกสะท้าน ก็รองผู้อำนวยการหลี่กับเลขาธิการหยางไง ก็ดีเลยสิมุมปากของฉินไหวหรูยกขึ้นเป็น รอยยิ้มจังท่าทางยังคงสบายๆฉันจะได้นั่ง ข้างๆพวกท่านแล้วคุยเรื่องขอขึ้นเงิน เดือนให้ตัวเองซะเลยจี๊สวีต้าเมทำหน้า เหมือนกลืนแมลงวันเข้าไปหน้าตายับยู่ยี่ เป็นมะระเขามองซ้ายมองขวาท่าทางที่ดู เหมือนน้ำร้อนลั่วก็ไม่สุกของฉินไหวหรูทำ เอาเขารู้สึกหนักใจจริงๆเลยต้องลดเสียงลง พยายามพูดจาหวานล้อมเอาเป็นว่าเดี๋ยวผมหา ที่นั่งใหม่ให้พี่ดีไหมล่ะ ก็เขาโดนทำโทษให้มาทำโอทีฉายหนังนี่นาขืน ไปทำให้พวกผู้นำไม่พอใจอีกอนาคตเขาจะเป็น ยังไงล่ะ ไม่เอาชิ้นไหวหรูติเสธเสียงแข็งฉันจะนั่ง ตรงนี้แหละถ้าทางเหมือนหมูตายไม่กลัวน้ำ ร้อนกัดไม่ปล่อยจริงๆทำเอาสวีต้าเมแทบจะ สำลักน้ำลายตัวเองตายสวีต้าเมกำลังจะอ้า ปากเกลี้ยกล่อมต่อจูๆก็ได้ยินเสียงคุ้น เคยเรียกชื่อเขาเลยรีบหันขวับไปมองสวีต้า เม่าโหลเสี่ยวเอ๋อยืนจ้องหน้าเขาเขม็งแวว ตาเต็มไปด้วยความโกรธกำลังตีสนิทกับใคร อยู่ฮะ เปล่าเลยนะสวีต้าเมสะดุ้งหยงเหมือนโดนของ ร้อนยืดหลังตรงแป๊ะร่างกายหดหนีไปข้าง หลังโดยอัตโนมัติทิ้งระยะห่างจากฉินจริง หรูทันทีส่วนฉินไหวหรูได้แต่ใส่ยะยิ้ม เย็นชารอชมละครฉากเด็ดพร้อมกับพูดเหน็บ แนมเบาๆว่ามีคนมาจัดการแกแล้วล่ะสิ สวีต้าโม่รีบปั้นรอยยิ้มกระจกประแจง อธิบายกับโหลเสี่ยวเ๋อพี่ฉิงในพี่ฉิงกับ น้องสาวเขาน่ะพูดจบก็รีบลุกพรวดขึ้นมาแต่ ก็ยังไม่วายชำเลืองมองใบหน้าอ่อนยาวของ ฉินจริงหรูอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระซิบร่ำ ลากับหล่อนเบาๆผมไปก่อนนะพูดเสร็จก็รีบ สาวเท้าเดินไปที่แท่นฉายหนังทันทีชิ้น จริงหรูส่งยิ้มหวานมองตามหลังสวีต้าเมที่ เดินจากไปแต่พอหันหน้ากลับมารอยยิ้มก็จัง
Speaker A
หายไปพระหล่อนได้ยินเสียงโหลเสี่ยวเออ กำลังด่าทอสวิต้าเมอยู่เปล่านะเสียง สวีต้าเมถียงกลับดังแว่วมาเมียเขาดูดจะ ตายไปฉินไหวหรูก็ไม่พลาดที่จะพูดสมน้ำ หน้าแถมยังอธิบายให้ฉินจริงหรูฟังอีกต่าง หากสวีต้าเมเดินมาถึงแท่นฉายหนังโหล เสี่ยวเออก็ยืนหน้าบึ้งตึงคำหน้าเหมือนจะ กินเลือดกินเนื้อรออยู่แล้วก็พี่ฉินไงพี่ ฉินกับน้องสาวแกน่ะสวีต้าเมปั้นรอยยิ้มจน หน้าแทบจะปิดหูมือไปมารีบอธิบายรัวๆ พยายามตีตัวออกห่างสุดฤทธิ์เหอคนของ คอมมูลหง์ซิงนะผมไปฉายหนังที่คอมมูลแก บ่อยก็เลยคุ้นหน้าคุ้นตากันบ้างโลเซียว เออปลายตามองฉินจริงหรูอย่างมีเล่หสนูนี่ หน้าตาก็สะสวยใช้ได้เลยหล่อนก็เลยเดาได้ ทันทีว่าสวีต้าเมคงจะอาการกำเร่ออีกแล้ว จากนั้นก็ยืนดูสวีต้าเมแสดงละครฉากใหญ่ ต่อไปเงียบเงียบรอจนสวีต้าเมื่อพูดจบ หล่อนถึงได้เปิดปากพูดเยาะเย้ยปิงสาวน้อย คนนั้นเข้าให้แล้วล่ะสิจี๊พูดเป็นเล่นไป ได้สวีต้าเมื่อโดนจับได้ก็ทำหน้าทำ ตาเวอร์วังเหมือนกับได้ยินเรื่องตลกที่ ไร้สาระที่สุดในโลกหัวเราะจนตัวงุ้ม พยายามใช้ท่าทางโอวมาปิดบังความลุกลี้ลุก ลนในใจหน้าที่ของแกคืออะไรก็ไปทำซะโหล เสี่ยวเอ๋อขี้เกียจจะดูเขาแสดงละครต่อไป เอื้อมือไปตบแขนสวีต้าเม่อเบาๆอย่างรำคาญ ใจหล่อนรู้ทันสวีต้าเมดีสันดานแบบเขามี หรือที่หล่อนจะไม่รู้โหลเสี่ยวเออไม่ใช่ คนโง่หรอกนะหล่อนแค่รู้จักเอาตัวรอดด้วย วิถีแกล้งโง่ซ่อนความฉลาดเอาไว้มิชิดเท่า นั้นแหละการที่หล่อนระเบิดอารมณ์ออกมาตอน นี้จะบอกว่าหึงหวงก็คงไม่ใช่น่าจะเป็นการ ตักเตือนซะมากกว่า ครับตอนนี้สวีต้าเเริ่มจะประมาทจนทำอะไร ไม่ถูกแล้วปากก็ตอบรับโหลเสี่ยวเอ๋อไปส่ง ๆแต่มือก็เริ่มม่วนอยู่กับการตั้งกล้อง ฉายหนังหวังจะเบี่ยงเบนความสนใจของโหล เสี่ยวเอ๋อให้ผ่านๆไปได้พอเห็นสาวๆหน่อย ก็ตาค้างเชียวนะโหลเสี่ยวเออแค่นหัวเราะ
Speaker A
ไม่มีมีไม่จริงหรอกสวีต้าก้มหน้าก้มตาไม่ กล้าสบตายังคงตีหน้าทะเลปฏิเสธต่อไปแต่ รอยยิ้มนั้นกลับดูแข็งทื่อเหมือนใส่หน้า กากไม่มีความน่าเชื่อถือเลยสักนิดที่จริง โหลเสี่ยวเอ๋อก็ไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่อง เอาราวอะไรนักกรอกความโกรธของหล่อนมัน เป็นแค่กลยุทธ์ที่ต้องทำตามสถานการณ์มาก กว่าสวีต้าเมื่อจะไปเจ้าชู้ประตูดินที่ ไหนถ้าไม่มีใครเห็นไม่มีใครเอามาเล่าให้ ฟังหล่อนก็สามารถสวมบทคนโง่ที่ถูกปิดหู ปิดตาต่อไปได้รักษาความสงบสุขจอมปลอมเอา ไว้ได้แต่วันนี้มันไม่เหมือนกันที่ลาน กว้างนี้มีแต่พนักงานโรงงานกับครอบครัวมา มุมดูกันมืดฟ้ามัวดินมีกี่สิกี่ร้อยสายตา ที่จ้องมองอยู่การที่สวีต้ามไปตีสนิทกับ สาววัยรุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มอย่างจ่งแจ้งแบบ นี้ถ้าเกิดมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วโรง งานโหลเสี่ยวเอ๋ออย่างหล่อนจะเอาหน้าไป ไว้ที่ไหนจะยอมทนกลืนน้ำลายตัวเองให้คน อื่นหัวเราะเยาะว่าหล่อนมันกระจอกงั้น เหรอหรือจะตัดไฟแต่ต้นลมอย่าขาดกับเขาไป เลยอย่าเหรอด้วยฐานะลูกสาวนายทุนอย่าง หล่อนถ้าขืนยากกันในยุคที่บ้านเมืองกำลัง วุ่นวายแบบนี้ก็เหมือนกับตัดแขนตัดขาตัว เองชัดๆมีแต่จะดึงดูดปัญหาและความสอดรู้ สอดเห็นเข้ามามากขึ้นไม่อย่าเหรอปล่อยให้ คนอื่นนินทาว่าหล่อนทนได้แม้กระทั่งผัวไป จีบสาวต่อหน้าต่อตางั้นเหรอแล้วพวกคนฉลาด เขาก็คงสงสัยกันแน่ๆว่าโหลเซียเ๋อทนไป ทำไมหรือว่าหล่อนมีแผนอะไรซ่อนอยู่มีความ ลับอะไรปกปิดไว้หรือเปล่าดังนั้นสิ่งที่ โหลเสี่ยวเอ๋อแสดงออกไปทั้งหมดเมื่อกี้ก็ แค่เพื่อตักเตือนสวีต้าโมเท่านั้นไม่ใช่ เพราะโกรธที่สวีต้าโม่ไปจีบฉินจริงหรู หรอก ที่โรงอาหารของโรงงานรีดเหล็กบริเวณครัว ด้านหลังยังคงมีแค่เหอวี่จู้กับหมาฮาวา 2 ศิษย์อาจารย์อยู่กันตามลำพัง เสียงหันผักดังเป็นจังหวะจำเจหมาฮาวา
Speaker A
กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างคมะคะเม้น ส่วนเหอวิจู้ก็นอนเอนกายสบายใจเฉิบอยู่บน เก้าอี้เอนหลัง 2 มือประคองแก้วชาควัน ร้อนๆที่ลอยกรุ่นทำให้ใบหน้าของเขาดูพร่า มัวหมาฮาเอ้ยเฮอี่จู้จิบชาไปอึกหนึ่ง เหมือนจะรู้สึกว่าความเงียบมันน่าเบื่อ เกินไปก็เลยเริ่มชวนคุยอีกหืม หมาฮวาได้ยินอาจารย์เรียกก็รีบเงหน้าขึ้น มามองแกรู้ไหมว่าทำไมคนอื่นเขาไม่เรียกแก ว่าหมาฮวาแต่ดันไปเรียกว่าเกลียวทอดนะเหอ วิจุ๊ถามด้วยสีหน้าจริงจังมาฮวาทำหน้างง เป็นไก่ตะแแตกมองอาจารย์อย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างมึนๆก็สมองของแกน่ะ มันตกลงไปในถังขยะเปียกหมดแล้วไงเหอวิจู้ พูดพลางชี้นิ้วไปที่ถังขยะเปียกตรงหน้า ส่ายหัวไปมาไม่เคยเอามาใช้งานเลย อ้าวหมาฮาวายิ่งงงหนักเข้าไปอีกมันหมาย ความว่าไงล่ะครับฉันถามแกหน่อยสิสาวชาว บ้านแบบนั้นอุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งไกลวัน นี้หล่อนจะกลับได้เหรอเหอวิจู้มองหม่า ฮาวาราวกับมองคนโง่แล้วพูดต่ออย่าง หงุดหงิดและจนใจว่าอีกอย่างนั้นหนังมันมี เสน่ห์ขนาดไหนแล้วฉันมีเสน่ห์ขนาดไหนล่ะ หล่อนจะต้านทานไหวเหรอ หม่าฮวาก็ยังคงไม่เก็ดว่าเหอวิจุต้องการ จะสื่ออะไรได้แต่คิดทบทวนความหมายแฝงในคำ พูดของอาจารย์อย่างทำตัวไม่ถูกแต่เหอ วิจู้ก็ไม่ได้กจะทดสอบอะไรเขาหรอกก็เลย เฉลยแผนของตัวเองออกมาตรงๆก็รอให้หล่อนดู หนังจบตอนค่ำพอฉันกลับไปก็เจอกันพอดีไง ล่ะอ้อจริงด้วยสิหมาฮวาถึงบางอ้อเผยรอย ยิ้มแห่งความเข้าใจออกมาคนก็อยู่ตรงนี้ อยากจะดูเมื่อไหร่ก็ดูได้แต่หนังสิวันนี้ ฉายแล้วพรุ่งนี้ก็ไม่แน่ว่าจะได้ดูเรื่อง นี้อีกกว่าจะได้ดูอีกก็ไม่รู้ว่าเมื่อ ไหร่ สนุกมั้ครับติดตามต่อแบบฟังจนจบปิดจอฟัง แบบ YouTube prีเมี่มก็ได้ที่เว็บ RAM นะ
Speaker A
ครับ
Topics:
นิยายเสียง
ทะลุมิติ
เรือน 4 ประสาน
แฟนฟิค
ยุค 60
วาสนา
ฉินไหวหรู
เหอวิจู้
นิยายไทย
แฟนตาซี