วิดีโอสอนทฤษฎีภาวะผู้นำ 4 กลุ่มหลัก พร้อมอธิบายคุณลักษณะและพฤติกรรมผู้นำในยุคปัจจุบันอย่างละเอียด
Key Takeaways
- ภาวะผู้นำมีทฤษฎีหลัก 4 กลุ่มที่ครอบคลุมลักษณะและพฤติกรรมผู้นำในมิติต่างๆ
- ผู้นำที่ดีควรมีสติปัญญา วุฒิภาวะ แรงจูงใจภายใน และมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
- ภูมิหลังทางสังคมและเศรษฐกิจส่งผลต่อโอกาสการเป็นผู้นำแต่ไม่ใช่ข้อจำกัดตายตัว
- ภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตยและมีส่วนร่วมช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและความคิดสร้างสรรค์
- มนุษยสัมพันธ์และเครือข่ายมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของผู้นำในยุคปัจจุบัน
What the video covers
- แนะนำทฤษฎีภาวะผู้นำ 4 กลุ่ม ได้แก่ คุณลักษณะผู้นำ, พฤติกรรมผู้นำ, ภาวะผู้นำเชิงฐานะการ และภาวะผู้นำยุคใหม่
- กลุ่มคุณลักษณะผู้นำเน้นเรื่องสติปัญญา วุฒิภาวะ แรงกระตุ้นภายใน และมนุษยสัมพันธ์
- อธิบายรายละเอียดคุณสมบัติผู้นำดีตามแนวคิดของเดวิด (1967) เช่น IQ, EQ, ความทะเยอทะยาน และลักษณะทางกายภาพ
- กล่าวถึงอิทธิพลของภูมิหลังทางสังคมและเศรษฐกิจต่อโอกาสการเป็นผู้นำ
- เน้นความสำคัญของความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ในการเป็นผู้นำ
- อธิบายทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมที่เน้นงานและคน
- กล่าวถึงภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตยและแบบมีส่วนร่วม พร้อมยกตัวอย่างรูปแบบผู้นำ 3 แบบในกลุ่มนี้
- เน้นบทบาทของมนุษยสัมพันธ์และการสร้างเครือข่ายในการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จ
- ชี้ให้เห็นว่าผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติครบทุกด้านในคนเดียวกัน
- สรุปว่าภาวะผู้นำในยุคปัจจุบันมีแนวคิดหลากหลายและต้องปรับตัวตามสถานการณ์
Full Transcript — Download SRT & Markdown
Speaker A
ก็สวัสดีครับ สำหรับเนื้อหาในบทที่ 3 นะครับ ในวิชาภาวะผู้นำเป็นการพูดถึงเรื่องของยุทธคดีที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำนะครับ โดยในที่จะดีที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำในบทนี้เราจะมีการพูดถึงอยู่ทั้งหมดด้วยกัน ทฤษฎีกลุ่ม 4 กลุ่มที่สนิทรักๆนะครับ ก็คือได้แก่ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคุณลักษณะของตัวผู้นำเองนะครับ ไม่ได้เป็นเรื่องของบุคลิกภาพ ความรู้ ความสามารถนะครับ หรือแม้แต่เรื่องของทัศนคตินะครับ แล้วก็กลุ่มที่ 2 ก็คือเป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของภาวะผู้นำในเชิงของพฤติกรรมมะสาดนะครับ ซึ่งโดยแก่นของที่จะดีในกลุ่มที่ 2 นะครับ มันก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของรูปแบบหรือพฤติกรรมของภาวะผู้นำมาครับ ที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องของงาน หรือว่ามุ่งเน้นไปเรื่องของคนนะครับ ก็จะมีแนวคิดที่หลากหลายในๆที่สระดีนะครับ ที่เกิดขึ้นจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกนะครับ ส่วนกลุ่มที่จะดีที่ศาลและก็คือเป็นที่คดีที่เกี่ยวข้องกับอ่าภาวะผู้นำที่เกี่ยวข้องแต่เชิงฐานะการนะครับ ก็จะมีอ่ากลุ่มของที่จะดีอีกหลายๆคุณด้วยการก็เดี๋ยวจะลงในรายละเอียดอีกทีนึง แล้วก็กลุ่มสุดท้ายก็คือเป็นทฤษฎีภาวะผู้นำในปัจจุบันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้นำที่จะเข้ากับผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้นำเชิงปฏิรูปพระรามชำแระเปลี่ยนนะครับ หรือว่าภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์เป็นต้นนะครับ ก็จะมีแนวคิดอะไรในยุคปัจจุบันในยุคสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นหลังแนวคิดด้วยกันนะครับ
Speaker A
สำหรับในกลุ่มแรกนะครับ ก็คือที่จะดีคุณลักษณะของผู้นำนะเนี่ย เราพบว่าจริงๆแล้วคุณสมบัติของผู้นำเนี่ย ตามแนวคิดของเดวิดเมื่อปี 1967 นะครับ เขาบอกว่าคนที่จะเป็นผู้นำได้น่ะก็ต้องมีคุณสมบัติหลักๆกันอยู่ด้วยกัน 4 ตัวด้วยกันนะครับ หนึ่งก็คือเกี่ยวข้องกับเรื่องของการมีสติปัญญาที่ดี มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในงานที่ทำนะครับ อันที่สองก็คือมีเรื่องของมีภาวะนะครับ ซึ่งในวุฒิภาวะเนี่ยมันก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของอายุด้วย เรื่องของเรื่องของความสามารถในการควบคุมอารมณ์ด้วยนะครับ ก็จะบอกได้ว่าในเรื่องของซีปัญญาก็เกี่ยวข้องกับ IQ ในเรื่องของวุฒิภาวะก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของอีคิวนะคะ ก็จะต้องมีทั้งสองอย่างเข้ามาจะต้องนะครับ แล้วนี้เดวิดเนี่ยยังบอกว่ากับคุณสมบัติของผู้นำที่ดี หรือคุณศักดิ์ของผู้นำที่ดีน่าจะมีความรู้ความสามารถ มีวุฒิภาวะแล้วเนี่ย จะต้องมีเรื่องของแรงกระตุ้นภายใน นั่นหมายความว่าผู้นำที่ดีจะต้องมีเรื่องของความทะเยอทะยานนะครับ มุ่งมั่นตั้งใจอ่าในการที่จะทำงานนะครับ คำว่าทะเยอทะยานนี้ก็คือมีการในเซนต์ของมันก็คือการกำหนดเป้าหมายเอาไว้แล้วสามารถที่จะฟันฝ่าอุปสรรค ดำเนินกิจการให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่เกิดการและทิ้งกลางทางหรือว่ายกเลิกความมุ่งมั่นตั้งใจเอาไว้นะครับ อันนั้นก็คือเป็นมีแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของแรงกระตุ้นภายในนะครับ เรื่องของความทะเยอทะยา แล้วก็สุดท้ายนี้ก็จะเป็นที่สำคัญก็คือเรื่องของการมีวันเชื่อสัมพันธ์นะครับ ซึ่งแล้วบอกว่าจริงๆแล้วผู้นำคนนึงนะครับ เราอาจจะไม่ค่อยพบเห็นหรอกผู้นำที่สติปัญญาดี มีวุฒิภาวะที่ดี มีความทะเยอทะยานที่เหมาะสม แล้วก็มีมนุษย์สัมพันธ์ดีด้วยไปในตัวคนคนเดียวกันนะครับ ผู้นำบางคนอาจจะมีสติปัญญามากกว่าสูงกว่า นะครับ จบการศึกษาสูง เปล่าจบการศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ดีกว่าการอาจจะไม่สามารถที่จะควบคุมวุฒิภาวะ หรือว่าสามารถที่จะรับแรงกดดันได้มากกว่าเมื่อเทียบกับผู้นำอีกคนนึง แต่นั่นแหละคำว่าคุณลักษณะที่ดีควรจะประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้นะครับ อันนี้พอมาลงในรายละเอียดของ Detail เนี่ยเขาบอกว่าทฤษฎีคุณรสของผู้นำเนี่ย เขาบอกว่า 1 ตัวเกาะคนที่จะมีคุณศักดิ์ของผู้นำที่ดีได้เนี่ย อันแรกเลยต้องดูที่ลักษณะใครนั่นก็ภาพก็สามารถสาขาทางด้านกายภาพเนี่ยครับ มันก็จะเกี่ยวข้องกับรูปร่างภายนอกนะครับ เดี๋ยวเข้ากับรูปร่างภายนอกลักษณะภายนอกของตัวผู้นำคนนั้นๆนะคะ เดี๋ยวตัวอย่างเช่นผู้นำคนที่ตัวสูงใหญ่กับผู้ดำคนตัวอีกคนนึงนะครับ เป็นคนผอมคนเล็กรูปร่างกันกันนะครับ ดูเหมือนไม่แข็งแรง ดูเหมือนจะอ่ามีโรคประจำตัวหรือพื้นที่โลกก็ตามเนี่ย เราก็จะมีความเชื่อมั่นกับผู้นำที่มีรูปร่างภายนอกที่เป็นสูงใหญ่น่าเกรงขามนะครับ หรือเราบอกว่าเรา จัดการกับภาพเราจะมีความตามตามหลักกิริยาครับ ระหว่างการที่เราจะให้ผู้นำเป็นผู้ชายกับผู้นำเป็นผู้หญิงเนี่ย แน่นอนคนก็จะมีความเชื่อมั่นลูกน้องก็จะมีความเชื่อมั่นมากกับผู้นำที่เป็นผู้ชายเนี่ย ก็จะอ่าให้ความน่าเชื่อถือมากกว่านะครับในหน้าในแง่ของมุมมองของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่นั่นหมายความว่ามันเป็นมุมมองเบื้องต้นนะครับ ก็ไม่ได้ตัดสินว่าผู้หญิงจะเป็นผู้นำที่ดีได้ แต่ผู้หญิงจะเป็นผู้นำที่เก่งกว่าผู้ชายได้ อันนั้นก็ก็ก็ไม่เสมอไปนะครับ แต่แต่อยากให้มองในภาพรวมบ้าง ในลักษณะทางกายภาพเนี่ยมันก็มีผลเหมือนกันต่อเรื่องของบุคลิกลักษณะของตัวผู้นำนะครับ อันนี้สอนนะครับ ก็คือเรื่องของความรู้ความสามารถนะครับ ซึ่งตรงเนี้ยมันก็จะเป็นเรื่องของอ่าอำนาจที่เกิดขึ้นจากตัวของงานด้วยนะครับ ซึ่งอาทิตย์ที่แล้วเนี่ยเราเรียนไปแล้วในบทที่ 2 เรื่องของอำนาจ เรื่องของบทบาท หน้าที่อ่ะครับ เราบอกว่าอำนาจมันมีสองอย่าง ก็จะทำหน้าที่เกิดจากตำแหน่ง แต่ อำนาจที่เกิดจากตัวบุคคลอื่น ฉะนั้นความรู้ความสามารถเป็นอำนาจที่เกิดจากตัวบุคคล การมีประสบการณ์ การมีความเชี่ยวชาญ อาชั้นมันก็สะท้อนหลายอย่างครับ คนที่เป็นผู้นำที่มีอายุได้น้อยเนี่ยก็จะเก่งจริงๆเนี่ยของทฤษฎีนะครับ แต่ว่าเค้าอาจจะขาดในเรื่องของอ่าประสบการณ์ที่เกิดดีขึ้นนะครับในการบริหารงานในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นต้น ฉะนั้นเรื่องของความรู้ความสามารถมันไม่ได้มาในเชิงของวิชาการอย่างเดียวนะครับ แต่มันรวมไปถึงเรื่องของทักษะ รวมไปถึงเรื่องของความเชี่ยวชาญ รวมไปถึงเรื่องของประสบการณ์ด้วยนะครับ ก็มาที่ศาลก็คือเป็นภูมิหลังทางสังคม ผู้หลังทางสังคมเนี่ยพูดในเชิงของเอ่อสถานะของครอบครัว สถานะได้เชิญของเศรษฐกิจ ซึ่งเราเราต้องยอมรับว่าคนที่เกิดมาในครอบครัวที่พร้อมนะครับ เขาก็จะมีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาได้ดีกว่า แล้วก็มีโอกาสที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ที่ดีกว่ามืดเครียดกับคนคนอีกลักษณะหนึ่ง หรือคนที่ตรงข้าม หรืออย่างง่ายๆเช่นเราบอกว่าเด็กที่เล่นในกรุงเทพฯนะครับ โรงเรียนในกรุงเทพฯ กับเหล็กที่เรียนอยู่ตามโรงเรียนตามโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่อยู่ตามขอบอ่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างนี้ครับ อาจารย์หนึ่งคนต้องสอน 3 ชา 5 วิชาเนี่ย ถ้าเราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าก็การได้รับความรู้ การเข้าถึงความรู้เนี่ย คนในกรุงเทพฯไม่ได้เปรียบมากกว่านะครับ หรือแม้แต่คนรวยเนี่ยก็มีโอกาสที่จะส่งรูปเนี่ยไปเรียนในโรงเรียนที่ดีกว่า ไปเรียนในต่างประเทศกว่านะครับ ได้รับความรู้ที่ดีกว่าซึ่งเราก็ตัดพิเศษไม่ได้ว่า ความรู้ที่เร็วอยู่ในต่างประเทศไม่ใช่มาในประเทศไทยอ่ะครับ ในต่างประเทศโดยเข้าในอเมริกาหรือในยุโรปในหลายประเทศยังไม่ก็ดีกว่าในประเทศไทยจริงนะครับ ฉะนั้นคนที่มีรายได้สูงๆ คนที่มีความพร้อมด้านเศรษฐกิจที่จะส่งรูปไปเรียนเนี่ยมันก็จะทำให้คนนั้นเนี่ยลูกลูกอ่ะครับ มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีกว่า แล้วก็มีโอกาสที่จะได้เป็นผู้นำที่ดีด้วยนะครับ แต่ขอย้ำอีกครั้งนึงครับว่าไม่เสมอไปครับ จะย้ำเสมอนะครับว่าในแง่ของกายภาพแล้วว่าผู้หญิงก็เป็นผู้นำที่ดีกว่าผู้ชายได้ไหม เป็นได้นะครับ คนที่จบ ป.4 สามารถเป็นพูดฮะคนที่จะเรียนอีกก็มีนะครับ หรือแม้แต่ภูมิหลังทางสังคมหรือทางด้านเศรษฐกิจเนี่ย คนจนสามารถเป็นผู้นำได้ไหม ก็เป็นได้เหมือนกัน ครอบครัวที่ที่ยากจนสามารถที่จะอยู่ในครอบครัวที่ยากจนอยากจะมัดจะประสบความเป็นผู้นำได้ไหมครับ ก็คือเป็นได้นะครับ ก็ มาที่สี่ก็คือลักษณะที่เกี่ยวข้องกับงาน สถานที่เกี่ยวข้องกับงานก็มองไปถึงเอาเรื่องของทัศนคติ เรื่องของพฤติกรรมของตัวผู้นำเองนะครับ โดยเขาบอกว่าผู้นำที่ดีจะต้องมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานนะครับ มันจะเป็นเรื่องของความต้องการความสำเร็จ ทำงานอะไรแล้วจะต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ แล้วก็พยายามที่ทำให้งานให้ประสบความสำเร็จครับ สอง ต้องมีเรื่องของความคิดเรื่องสร้างสรรค์นะครับ แล้วนี่ 3 ก็คือจะต้องมีความรับผิดชอบนะครับ ในหน้าที่นาที่ได้รับมอบหมายนะครับ ให้ประสบความสำเร็จ อันนี้หาเกี่ยวข้องกับเรื่องของบุคลิกอนอะราคการวางตัวในสังคมต่างๆ อันนี้ค่ะ นี้รวมถึงเรื่องของระยะทางสังคมก็เป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้การบริหารงานหรือการเจรจาต่อรองกับบุคคลอื่นนะเนี่ย หรือแม้แต่การพูดคุย การสร้างความน่าเชื่อถือ หรือการโน้มน้าวจิตใจผู้ใต้บังคับบัญชาเนี่ย บุคลิกภาพก็มีส่วนกันสุดท้ายน้ำก็คือเป็นเรื่องของลักษณะทางสังคมนะครับ ก็คือเป็นเรื่องของมนุษย์สัมพันธ์นั้นเองนั้น อย่างที่บอกนะครับ ผู้นำที่เราไปปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้การทำธุรกิจนะครับ มันการที่จะประสบความสำเร็จมันไม่ได้เกิดขึ้นจากบริษัทเราบริษัทเดียวนะ การมีเครือข่าย การมีพันธมิตรเนี่ยมันก็เป็นโอกาสนึงที่ทำให้โอกาสที่ทำให้ไอ้ธุรกิจเนี่ยมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ หรือมีอำนาจในการต่อรองทีมเพิ่มขึ้น ฉะนั้นถ้าเกิดว่าผู้นำเนี่ยมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีนะครับ ชอบเข้าสังคมนะครับ ชอบสั่งศาล ชอบที่จะพบปะผู้อื่นนะครับ เพื่อที่จะอ่าติวรกิจ การตกลงกิจการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทนะครับ ผมแต่มันก็จะทำให้การบริหารงานประสบความสำเร็จได้ด้วยเช่นกันนะครับ ฉะนั้นในคุยโทรศัพท์ของผู้นำเนี่ยที่กล่าวมาทั้ง 4 ตัวของแนวคิดของเดวิดก็ดี หรือในในสไลด์นี้ที่มีอยู่ 6 ด้านเนี่ยมันก็จะมีตัวอื่นด้วยนะครับว่าจะเป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม เรื่องของการเกล้าตัดสินใจ เรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อ
Speaker A
สัมพันธ์นะครับซึ่งแล้วบอกว่าจริงๆแล้ว ผู้นำคนนึงนะครับเราอาจจะไม่ค่อยพบเห็น หรอกผู้นำที่สติปัญญาดีมีวุฒิภาวะที่ดีมี ความทะเยอทะยานที่เหมาะสมแล้วก็มีมนุษย์ สัมพันธ์ดีด้วยไปในตัวคนคนเดียวกันนะครับ ผู้นำบางคนอาจจะมีสติปัญญามากกว่าสูงกว่า นะครับจบการศึกษาสูงเปล่าจบการศึกษาใน สถาบันการศึกษาที่ดีกว่าการอาจจะไม่ สามารถที่จะควบคุมวุฒิภาวะหรือว่าสามารถ ที่จะรับแรงกดดันได้มากกว่าเมื่อเทียบกับ ผู้นำอีกคนนึงแต่นั่นแหละคำว่าคุณลักษณะ ที่ดีควรจะประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้นะ ครับอันนี้พอมาลงในรายละเอียดของ Detail เนี่ยเขาบอกว่าทฤษฎีคุณรสาของผู้นำเนี่ย เขาบอกว่า 1 ตัวเกาะคนที่จะมีคุณศักดิ์ ของผู้นำที่ดีได้เนี่ยอันเเรกเลยต้องดู ที่ลักษณะใครนั่นก็ภาพก็สามารถสาขาทาง ด้านกายภาพเนี่ยครับมันก็จะเกี่ยวข้องกับ รูปร่างภายนอกนะครับเดี๋ยวเข้ากับรูปร่าง ภายนอกลักษณะภายนอกของตัวผู้นำคนนั้นๆนะ คะเดี๋ยวตัวอย่างเช่นผู้นำคนที่ตัวสูง ใหญ่กับผู้ดำคนตัวอีกคนนึงนะครับเป็นคน ผอมคนเล็กรูปร่างกันกันนะครับดูเหมือนไม่ แข็งแรงดูเหมือนจะอ่ามีโรคประจำตัวหรือ พื้นที่โลกก็ตามเนี่ยเราก็จะมีความเชื่อ มั่นกับผู้นำที่มีรูปร่างภายนอกที่เป็น สูงใหญ่น่าเกรงขามนะครับหรือเราบอกว่าเรา จัดการกับภาพเราจะมีความตามตามหลักกิริยา ครับระหว่างการที่เราจะให้ผู้นำเป็นผู้ ชายกับผู้นำเป็นผู้หญิงเนี่ยแน่นอนคนก็จะ มีความเชื่อมั่นลูกน้องก็จะมีความเชื่อ มั่นมากกับผู้นำที่เป็นผู้ชายเนี่ยก็จะ อ่า ให้ความน่าเชื่อถือมากกว่านะครับในหน้าใน แง่ของมุมมองของผู้ใต้บังคับบัญชาแต่นั่น หมายความว่ามันเป็นมุมมองเบื้องต้นนะครับ ก็ไม่ได้ตัดสินว่าผู้หญิงจะเป็นผู้นำที่
Speaker A
ดีได้แต่ผู้หญิงจะเป็นผู้นำที่เก่งกว่า ผู้ชายได้อันนั้นก็ก็ก็ไม่เสมอไปนะครับ แต่แต่อยากให้มองในภาพรวมบ้างในลักษณะทาง กายภาพเนี่ยมันก็มีผลเหมือนกันต่อเรื่อง ของบุคลิกลักษณะของตัวผู้นำนะครับอันนี้ สอนนะครับก็คือเรื่องของความรู้ความ สามารถนะครับซึ่งตรงเนี้ยมันก็จะเป็น เรื่องของอ่า อำนาจที่เกิดขึ้นจากตัวของงานด้วยนะครับ ซึ่งอาทิตย์ที่แล้วเนี่ยเราเรียนไปแล้วใน บทที่ 2 เรื่องของอำนาจเรื่องของบทบาท หน้าที่อ่ะครับเราบอกว่าอำนาจมันมีสอง อย่างก็จะทำหน้าที่เกิดจากตำแหน่งแต่ อำนาจที่เกิดจากตัวบุคคลอื่นฉะนั้นความ รู้ความสามารถเป็นอำนาจที่เกิดจากตัว บุคคลการมีประสบการณ์การมีความเ****วชาญ อาชั้นมันก็สะท้อนหลายอย่างครับคนที่เป็น ผู้นำที่มีอายุได้น้อยเนี่ยก็จะเก่งจริงๆ เนี่ยของทฤษฎีนะครับแต่ว่าเค้าอาจจะขาดใน เรื่องของอ่าประสบการณ์ที่เกิดดีขึ้นนะ ครับในการบริหารงานในการแก้ปัญหาเฉพาะ หน้าเป็นต้นฉะนั้นเรื่องของความรู้ความ สามารถมันไม่ได้มาในเชิงของวิชาการอย่าง เดียวนะครับแต่มันรวมไปถึงเรื่องของทักษะ รวมไปถึงเรื่องของความเ****วชาญรวมไปถึง เรื่องของประสบการณ์ด้วยนะครับก็มาที่ศาล ก็คือเป็นภูมิหลังทางสังคมผู้หลังทาง สังคมเนี่ยพูดในเชิงของเอ่อสถานะของ ครอบครัวสถานะได้เชิญของเศรษฐกิจซึ่งเรา เราต้องยอมรับว่าคนที่เกิดมาในครอบครัว ที่พร้อมนะครับเขาก็จะมีโอกาสในการเข้า ถึงการศึกษาได้ดีกว่าแล้วก็มีโอกาสที่จะ ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ที่ดีกว่ามืด เครียดกับคนคนอีกลักษณะหนึ่งหรือคนที่ตรง ข้ามหรืออย่างง่ายๆเช่นเราบอกว่าเด็กที่ เล่นในกรุงเทพฯนะครับโรงเรียนในกรุงเทพฯ กับเหล็กที่เรียนอยู่ตามโรงเรียนตามโรง เรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่อยู่ตามขอบอ่าง
Speaker A
ประเทศเพื่อนบ้านอย่างนี้ครับ อาจารย์หนึ่งคนต้องสอน 3 ชา 5 วิชาเนี่ย ถ้าเราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าก็ การได้รับความรู้การเข้าถึงความรู้เนี่ย คนในกรุงเทพฯไม่ได้เปรียบมากกว่านะครับ หรือแม้แต่คนรวยเนี่ยก็มีโอกาสที่จะส่ง รูปเนี่ยไปเรียนในโรงเรียนที่ดีกว่าไป เรียนในต่างประเทศกว่านะครับได้รับความ รู้ที่ดีกว่าซึ่งเราก็ตัดพิเศษไม่ได้ว่า ความรู้ที่เร็วอยู่ในต่างประเทศไม่ใช่มา ในประเทศไทยอ่ะครับในต่างประเทศโดยเข้าใน อเมริกาหรือในในยุโรปในหลายประเทศยังไม่ ก็ดีกว่าในประเทศไทยจริงนะครับฉะนั้นคน ที่มีรายได้สูงๆคนที่มีความพร้อมด้าน เศรษฐกิจที่จะส่งรูปไปเรียนเนี่ยมันก็จะ ทำให้คนนั้นเนี่ยลูกลูกอ่ะครับมีโอกาสได้ รับการศึกษาที่ดีกว่าแล้วก็มีโอกาสที่จะ ได้เป็นผู้นำที่ดีด้วยนะครับแต่ขอย้ำอีก ครั้งนึงครับว่าไม่เสมอไปครับจะย้ำเสมอนะ ครับว่าในแง่ของกายภาพแล้วว่าผู้หญิงก็ เป็นผู้นำที่ดีกว่าผู้ชายได้ไหมเป็นได้นะ ครับคนที่จบป 4 สามารถเป็นพูดฮะคนที่จะ เรียนอีกก็มีนะครับหรือแม้แต่ภูมิหลังทาง สังคมหรือทางด้านเศรษฐกิจเนี่ยคนจนสามารถ เป็นผู้นำได้ไหมก็เป็นได้เหมือนกัน ครอบครัวที่ที่ยากจนสามารถที่จะอยู่ใน ครอบครัวที่ยากจนอยากจะมัดจะประสบความ เป็นผู้นำได้ไหมครับก็คือเป็นได้นะครับก็ มาที่สี่ก็คือลักษณะที่เกี่ยวข้องกับงาน สถานที่เกี่ยวข้องกับงานก็มองไปถึงเอา เรื่องของทัศนคติเรื่องของพฤติกรรมของตัว ผู้นำเองนะครับโดยเขาบอกว่าผู้นำที่ดีจะ ต้องมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานนะครับ มันจะเป็นเรื่องของความต้องการความสำเร็จ
Speaker A
ทำงานอะไรแล้วจะต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ แล้วก็ พยายามที่ทำให้งานให้ประสบความสำเร็จครับ สอง ต้องมีเรื่องของความคิดเรื่องสร้างสรรค์ นะครับแล้วนี่ 3 ก็คือจะต้องมีความรับผิด ชอบนะครับในหน้าที่นาที่ได้รับมอบหมายนะ ครับให้ประสบความสำเร็จอันนี้หาเกี่ยว ข้องกับเรื่องของบุคลิกอนอะราคาการวางตัว ในสังคมต่างๆอันนี้ค่ะนี้รวมถึงเรื่องของ ระยะทางสังคมก็เป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้การบริหารงานหรือการเจรจาต่อ รองกับบุคคลอื่นนะเนี่ยหรือแม้แต่การพูด คุยการสร้างความน่าเชื่อถือหรือการโน้ม น้าวจิตใจผู้ใต้บังคับบัญชาเนี่ย บุคลิกภาพก็มีส่วนกันสุดท้ายน้ำก็คือเป็น เรื่องของลักษณะทางสังคมนะครับก็คือเป็น เรื่องของมนุษย์สัมพันธ์นั้นเองนั้นอย่าง ที่บอกนะครับผู้นำที่เราไปปฏิเสธไม่ได้ ว่าวันนี้การทำธุรกิจนะครับมันการที่จะ ประสบความสำเร็จมันไม่ได้เกิดขึ้นจาก บริษัทเราบริษัทเดียวนะการมีเครือข่ายการ มีพันธมิตรเนี่ยมันก็เป็นโอกาสนึงที่ทำ ให้โอกาสที่ทำให้ไอ้ธุรกิจเนี่ยมีโอกาส ที่จะประสบความสำเร็จหรือมีอำนาจในการต่อ รองทีมเพิ่มขึ้นฉะนั้นถ้าเกิดว่าผู้นำ เนี่ยมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีนะครับชอบเข้า สังคมนะครับชอบสั่งศาลชอบที่จะพบปะผู้ อื่นนะครับเพื่อที่จะอ่าติวรกิจการตกลงจะ กิจการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทนะครับผม แต่มันก็จะทำให้การบริหารงานประสบความ สำเร็จได้ด้วยเช่นกันนะครับฉะนั้นในคุย โทรศัพท์ของผู้นำเนี่ยที่กล่าวมาทั้ง 4 ตัวของแนวคิดของเดวิดก็ดีหรือในในสไลด์ นี้ที่มีอยู่ 6 ด้านเนี่ยมันก็จะมีตัว
Speaker A
อื่นด้วยนะครับว่าจะเป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมเรื่องของการเกล้าตัดสินใจเรื่อง ของการรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องเป็น ต้นนะครับหรือช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ กับลูกน้องได้พรุ่งนี้ครับก็ล้วนจะเป็น คุณลักษณะที่มีความสำคัญตัวผู้นำเช่น เดียวกันนะครับก็มาพี่คะนี่ในกลุ่มที่ 2 นะครับก็คือเป็นทฤษฎีภาวะผู้นำที่เกี่ยว ข้องกับในเชิงพฤติกรรมซับนะครับอย่างที่ ที่กั้นเมื่อตอนช่วงต้นของสไลด์นะครับก็ บอกว่ามันเป็นที่จะดีที่เกิดขึ้นมันจะมา หาเรียกชั้นนำต่างๆนะครับว่าจะเป็นจากใน ส่วนของโอฮาโย่นะครับไอโอวาหรือว่ามีชี้ กันก็ดีนะครับซึ่งในแต่ละแนวคิดก็มีมีรูป แบบที่แตกต่างกันราวฟ้านะครับสำหรับแนว คิดนั้นแลกนะครับสำหรับในที่แล้วนะครับก็ มีการพูดถ้าเป็นของ แล้วคิดที่เกี่ยวข้องกับอ่า ทฤษฎีของ anova นะครับทฤษฎีของอะไรว่านะ ครับก็บอกว่าที่ของใครว่าเนี่ย ออ๊อฟไปว่าซาดี้เนี่ยเขาแบ่งที่สดีภาวะ ผู้นำมาเป็นสารพิษชนิดด้วยกันหนึ่งก็คือ เป็นทฤษฎีภาวะผู้นำแบบอัตนิยมนะครับก็คือ ออโตเมติกสไตล์ก็บอกว่าอ่าภาวะผู้นำแบบ นี้ครับเราจะใช้ง่ายๆแล้วคือเป็นพระประจำ แบบเผด็จการพนันแบบจัดการมันคือจะเน้น เรื่องของการรวมอำนาจนะครับแล้วก็การ บริหารงานเนี่ยจะให้ความสำคัญกับที่ผล ลัพธ์ของงานเป็นหลักนะครับว่าเมื่อกำหนด เป้าหมายกำหนดวัตถุประสงค์แล้วต้องตามให้ ได้ตามเป้าหมายตามวัตถุประสงค์นั้นนะครับ มองที่เอาพูดหรือเอาทำเป็นหลักนะครับโดย ไม่สนใจกระบวนการระหว่างทางว่ามันมาได้ ยังไงนะครับฉะนั้นผู้นำแบบอัตนิยมเนี่ย ครับก็จะเน้นเรื่องของงานเป็นหลักไม่ค่อย เน้นเรื่องของความสำคัญไม่ค่อยเน้นเรื่อง ของปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลระหว่างนาโอ๊ย
Speaker A
ลูกหรอกนะครับก็มาภาวะผู้นำแบบที่ 2 เป็น วะผู้นําแบบประชาธิปไตยหรือดีโมเมติกนะ ครับเพราะผู้นำแบบประชาธิปไตยเนี่ยก็คือ เป็นเพราะว่าผู้นำที่อ๋อเขาให้ความสำคัญ กับคนเป็นหลักสำคัญกับเรื่องของ มนุษยสัมพันธ์เรื่องของการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลในการที่จะรับฟังความคิดเห็น รวมถึงเรื่องของการเปิดโอกาสการกระตุ้น ให้ลูกน้องกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นออกมา แลกเปลี่ยนความเห็นกันและนำไปสู่เรื่อง ของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการบริหาร งานหรือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในธุรกิจ นะครับฉะนั้นในภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตยนะ ครับก็จะมุ่งเน้นในส่วนการกระจายอำนาจ เป็นหลักและก็มุมเน้นเรื่องที่ผลลัพธ์ของ ผลลัพธ์ของ หาของของความสัมพันธ์ของคนเป็นหลักนะครับ แล้วก็มองว่าลูกน้องเป็นเหมือนเพื่อนร่วม งานมากกว่าที่จะเป็นนายกับลูกน้องนะครับ แล้วก็เกิดปัญหาอะไรขึ้นก็ร่วมกันรับผิด ชอบร่วมกันคิดมาร่วมกันรับผิดชอบ เสรี เพราะพี่น้ำแบบใบเสรีเนี่ยก็คือจากคล้ายๆ ก็แบบประชาธิปไตยก็คือเกิดการกระจ่างหน้า ให้ลูกน้องเนี่ยได้มีส่วนในการบริหารงาน ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้เลยแต่เมื่อ เกิดปัญหาขึ้นมานะเนี่ยตัวผู้นำจะไม่ร่วม รับผิดชอบด้วยนะครับก็คือปล่อยไปเลยครับ ปล่อยให้ลูกน้องนะเนี่ยตัดสินใจด้วยตนเอง และเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นก็รุ่นเรา ต้องรับรับรับความผิดอ้าที่เกิดขึ้นด้วย บางครั้งเราปล่อยแบบนี้ครับไม่ใช่ว่าจะดี เสมอไปเพราะเราบอกว่าเอาอยู่อยากทำอะไรก็ ทำไปเลยแต่เมื่อแต่ปัญหาจะหยุดรับผิดชอบ นะถ้าเราพูดออกไปแบบนี้ปัญหาที่ตามมาคือ ลูกน้องจะไม่กล้าตัดสินใจถึงเมื่อเราจะ ให้ตัดสินใจก็ตามนะครับแต่ลูกน้องก็จะไม่ กล้าตัดสินใจนะครับผมก็ม่านะครับถ้าถาม
Speaker A
ว่าแบบไหนดีที่สุดคำตอบก็แล้วปัจจุบันนะ ครับเพราะว่าผู้นำที่เป็นแบบประชาธิปไตย เนี่ยจะดีกว่านะครับเพราะว่ามันความ สัมพันธ์ระหว่างก็เข้าไปด้วยนะครับแล้วก็ การที่นายจ้างกับลูกน้องมีความสัมพันธ์ ที่ดีเนี่ยมันก็จะนำไปสู่เรื่องของความ ผูกพันในการทำงานแล้วก็ก็ลดเรื่องของการ ล้างออกจากงานด้วยนะครับก็มา 5 กลุ่ม ทฤษฎีกลุ่มที่ 2 นะครับก็เป็นทฤษฎีที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องของตลาดให้โอ๊ตสเตทนะ ครับของของมหาวิทยาลัยโอไฮโอก็บอกว่าผู้ นำเนี่ยมันแบ่งได้ 2 ลักษณะเท่านั้นแหละ แบบที่เราเรียกว่าอินิชิเอลลิ่งซัคเกอร์ นะครับก็คือภาวะผู้นำที่คำนึงถึงตัวเอง เป็นหลักก็คือตัวเองต้องการที่จะประสบ ความสำเร็จต้องการที่จะบรรลุเป้าหมาย ฉะนั้นสิ่งที่เขาสนใจเขาก็จะสนใจเพียงแค่ เขาพูดของงานหรือเน้นที่ตัวของงานเดียว ว่าทำยังไงให้งานแล้วและประสบความสำเร็จ ของการมอบหมายงานนะครับพฤติกรรมของตัวผู้ นำแบบที่คำนึงถึงนั่นเองเป็นหลักนะครับ เขาก็จะเน้นเรื่องของการสั่งการอย่าง เดียวเลยมอบหมายงานอย่างเดียวปฏิบัติให้ ทำอย่างเดียวเลยนะครับแล้วก็กำหนดช่วง เวลา We Have ขณะการทำงานที่เป็นการ กำหนด KPI เหรอครับว่าคุณจะต้องได้ยอดขาย 20% ได้รายได้ 50% อย่างนี้เป็นต้น
Speaker A
วางเป้าหมายไว้แล้วก็ไม่สนใจกระบวนการว่า จะทำยังไงก็ตามแต่สุดท้ายแล้วคุณต้องได้ ตามเป้าหมายที่วันใหม่อันนี้ถ้าเป็นผู้นำ ที่คำนึงถึงหาตัวเองเป็นหลักนะครับหรือใน งานนั้นเองนี่แหละที่ 2 เราเรียกว่า คอนซีลเลอร์เรชั่นซัคเกอร์แบบ คอนเซอร์เตอร์ Structure เนี่ยเขาบอกว่า เป็นผู้นำแบบที่คำนึงถึงผู้อื่นนะครับ พื้นเน้นคนนึงลักษณะของผู้นำแบบนี้เขาจะ ไม่เหมือนการสั่งงานนะครับแต่จะเป็นเน้น เรื่องของการมอบหมายงานโดยโดยให้เกิดการ มีส่วนร่วมระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ ใต้บังคับบัญชาทราบแล้วก็พยายามที่จะ สร้างบรรยากาศให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างนายกับลูกน้องนะครับเรียนเรื่อง ของการกระตุ้นให้เกิดเรื่องของการแลก เปลี่ยนความคิดเห็นแล้วฟังความคิดเห็นนะ ครับแล้วก็เปิดโอกาสให้ลูกเต็มที่จะแสดง ความคิดเห็นได้นะครับแล้วก็ร่วมกันตัดสิน ใจรวมถึงร่วมกันรับผิดชอบผลของการตัดสิน ใจด้วยนี้จะเป็นแบบนี้คอร์ดนะครับ ที่ 3 นะครับก็คือเป็นทฤษฎีของโอสเตสนะ ครับ หัวยอดแต่เนี่ยครับยังอยู่ที่ 2 นะครับขอ อภัยเขาบอกว่าถ้าเราเอา M สิกหมากพอร์ช กันนะครับถ้าเป็นแนวตั้งในก็คือเป็นผู้นำ ที่เน้นคนมุ่งเน้นตัวเองเป็นหลักยึดตนเอง เป็นหลักนะครับเป็นผู้นำที่ 1 คนแทนตั้ง
Speaker A
ก็คือนั้นคนน้อยกันนอนก็คือเน้นคนมากนะ ครับงั้นๆอ่าแนะนำผู้อื่นเป็นหลักนะครับ ในขณะที่แกนนอนนะครับว่าเป็นเรื่องของการ ใช้งานและครับถ้าเกิดไปทางด้านขวาก็คือ เป็นผู้นำที่เน้นเรื่องของของงานสูงดูที่ ผลลัพธ์ของงานเป็นหลักแต่ถ้าอยู่ที่ด้าน ซ้ายเนี่ยคือแต่เน้นน้อยถ้าถามว่าตรงไหน ดีที่สุดคำตอบก็คือมุมบนป่าวมีผู้นำที่ดี นะครับต้องเล่นทั้งงานแล้วเนี่ยนั่งคนถ้า ไม่ถึงบอกว่าต้องทำงานนะเนี่ยต้องคนเพราะ ว่าเราจะเน้นอย่างหนึ่งไม่ได้หยุดๆอย่าง ใหญ่บ้านล่างนะครับ คำนึงถึงตัวเองสูงแต่คำหนึ่งตู้อื่น 3 ก็ คือเน้นผลลัพธ์ของงานเน้นการสั่งงานอย่าง เดียวเลยแต่ไม่เรียนเรื่องของความ สัมพันธ์กับผู้ใต้บังคับบัญชาถามว่าผล ลัพธ์งานได้ไหมมันว่าจะได้นะครับแต่ เรื่องของความสุขในการทำงานความผูกพันกับ การทำงานเนี่ยพนักงานจะไม่มีความสัมพันธ์ ที่เกิดขึ้นกับนายกับลูกน้องจะไม่มีเราจะ ไม่รับรู้เลยว่าปัญหาที่เกิดจากการทำงาน อุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทำงานเนี่ยมัน เกิดตรงไหนขึ้นมันควรจะมีการปรับปรุงมี การแก้ไขอย่างไรบ้างนะครับในทางกลับกัน เป็นมุมบนซ้ายเนี่ยครับคำนึงถึงตนเองต่ำ แต่คำนึงถึงผู้อื่นสูงก็คือเน้นงานต่ำๆ เลยแบบนั้นคนสูงทามะนี้ลูกน้องเข้าไปดู กองชอบนะครับก็คือเป็นที่รักของลูกน้อง เลยแต่ถามว่าผลลัพธ์ของงานมันได้ไหมไม่ ได้กำไรก็ไม่ได้รายได้ก็ไม่ได้ผู้ผลิตก็ ไม่ได้สุดท้ายแล้วครับลูกน้องรักก็จริง แต่องค์กรอยู่ไม่ได้นะครับตัวนี้อันล่าง แย่สุดเลยไม่เน้นถ้างานไม่ได้ทั้งคนคนก็ อยู่ไม่ได้บริษัทก็อยู่ไม่ได้นั้นตรงที่ ดีที่สุดนะครับมันจะต้องมาล้านทั้งสอง อย่างที่นี้ถ้างานนั้นเลยนั่งคนในเวลา เดียวกันนะครับให้ความสำคัญทั้งสองอย่าง ให้อย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ไม่เหมาะศพนะ
Speaker A
ครับก็มานะครับและมาแล้วก็จะเป็นแนวที่ เขามีชีสท้ายก็คือเป็นเอ็มโพยี่ Center กับ Job Center ก็คืนนั้นคนกันนั้นงานนะ ครับไม่เข้าจะให้ใครหรอกไอ้โอ๊ตเศษนะครับ พยายามที่จะให้ความสำคัญกับคนมากกว่ามุ่ง เน้นเรื่องของมนุษย์สัมพันธ์มากขึ้นนะ ครับแล้วก็มุ่งเน้นเรื่องของความอยู่ร่วม กันระหว่างนายกับลูกน้องนะครับแล้วก็มอง ว่า ได้กับลูกน้องนะเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงาน ไม่ได้มีการแบ่งชนชั้นนะครับแล้วก็การทำ งานเนี่ยเป็นการเดินไปด้วยกันในขณะที่คู่ นำที่เป็นแบบ Job Center เนี่ย กูไม่สนใจ เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมันก็ จะไปนี้ผลครับผมซึ่ง ใช้ได้ครับซึ่งอ๋อ เราไม่มีปากเลยรู้อย่างที่ในระบบธาตุ เนี้ยเราสามารถสั่งให้คนต้องทำอย่างนู้น ช่วยอย่างนี้ถ้าไม่ทำโดนไล่ออก ก็โดนลมโพดนะครับโดนตัดเงินเดือนโดนรถ ยนต์เดือนโดนโดนเฆี่ยนดนตรีแต่ถามว่ายุค ปัจจุบันเนี่ยการมุ่งมั่นงามเนี่ยโดยใช้ รูปแบบแบบนี้อดีตในระบบถ้าดูแล้วก็ตาม ด้วยการลงโทษเนี่ยมันมันไม่ใช่ทางออกที่ ดีแล้วก็มันจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ ระหว่างไรกับลูกจองมันแน่เลยก็มาเป็น ทฤษฎีของเด็ก namu ตั้นนะครับก็คล้ายๆกัน ครับก็ในแกนนอนเนี่ยเป็นเรื่องของการมุ่ง เน้นเรื่องของงานเป็นราวในขณะที่แกนตั้ง เป็นการมุ่งเน้นเรื่องคน
Speaker A
ก็มีทั้งหมดนะครับเลขตัวแรกเนี่ยนะครับ แล้วตัวแรกเนี่ยก็คือเป็นเรื่องของการ มุ่งนานก็ได้ตัวหลังเป็นเรื่องของการมุ่ง คอตรงถ้า 1 จาก 9 นะหนึ่งในที่นี้หมายถึง ว่ามุ่งเน้นงานต่ำ9หมายถึงมุ่งเน้นคนสูง ถามว่านี้องค์กรจะอยู่ได้ไหมการจัดการแบบ สโมสรคำตอบก็อยู่ไม่ได้พนักงานมีความสุข นะครับเป็นที่รักของรูปน้องผู้บังคับ บัญชาผู้นำเป็นผู้เป็นที่รักของลูกน้อง แต่ผลสำเร็จของงานเกิดขึ้นไม้บรรลุเป้า หมายไม้องค์กรอยู่ได้ไหมคำตอบคือไม่ได้ ประสิทธิภาพในการทำงานไม่เกิดขึ้นคนรับ จากการทำงานไม่เกิดขึ้น 1 9 กันและกัน แบบสโมสรก็ไม่ดีได้ทั้งกับการเกล้ากับ หนึ่งก็ไม่ดีเหมือนกันคล้ายๆกันนะครับก็ คือเน้นงานสูงเป็นคนต่ำก็คือผลลัพธ์ของ งานได้สั่งถ้าไม่ทำตามลงโทษโลกจ้างตัด เงินเดือนอย่างนี้ครับเป็นต้นสามารถที่จำ ได้ฉันเราจึงบอกว่าไอ้ก้าวหนึ่งเนี่ยครับ ไอ้ก้าวหนึ่งมันก็มันก็ไม่มีเหมือนกันนะ ครับมันก็จะสุดโต่งไป 1991 เนี้ยเหมือนขอ เน้นงานสูงแต่เน้นคนต่ำ 191 มันก็ไม่ดี เหมือนกันเพราะมันอาจจะทำให้ลูกน้องเนี่ย ไม่มีความสุขในการทำงานและจะนำไปสู่ เรื่องของอัตราการหมุนเวียนการทำงานหรือ เราเรียกว่ากันเชิญ Over Two นะครับเกิด
Speaker A
การล้างออกจากงานนะครับเกิดการไม่ตั้งใจ ไม่ทุ่มเทการทำงานเป็นต้นนะเนี่ยก็จะเป็น ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานได้เหมือนกัน นะครับส่วน 5 นี่คือก็สายจ่ายจะถามว่า 5 กับ 9 9 อันไหนดีกว่ากัน 99 ดีกว่านะ แล้วจะเห็นว่า 9 9 คือ Team management คำว่าที่ไม่เด่นนั่นหมายความว่าเราเน้น การทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ว่าถ้านายสั่งลูกน้องชี้ให้ต้องทำ 1 2 3 4 5 อันนี้ไม่ใช่กันน้ำมันทีมการ ทำงานเป็นทีมคือผู้บังคับบัญชาต้องลงไปทำ งานกับผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับฟังความ เห็นไปร่วมกันแก้ไขปัญหาไปร่วมกันตัดสิน ใจไปร่วมกันรับผิดชอบ ผลของการทำงานออกมาดีที่สุดแล้วเห็นคน ข้างเยอะครับว่าจะเป็นโอ๊ย Google บริษัท เอวาซอนหรือว่าจะเป็นบริษัท Facebook ก็ ต่าวนะครับหรือเน็ตฟิกก็ดีหรือบริษัท
Speaker A
YouTube หรืออะไรบริษัทที่เกิดขึ้นนะ ครับทั้งหมดรูปแบบการทำงานเป็นแบบการจัด การแบบทีมนั้นนะครับถ้านะครับอ่าสุดท้าย แล้วครับก็คือเป็นภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติงานเพราะผู้นำแบบมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติงานเนี่ยเขาก็จะพูดในประเด็น เรื่องของลักษณะของตัวผู้นำนะครับว่า สามารถแบ่งผู้นำมันก็จะหมด 3 แบบด้วยกัน แบบที่ 1 ก็คือเป็นผู้นำแบบที่ปรึกษาก็ คือคอนซัลแท็นท์ตีบนี้เด้อนะครับเค้าซัก ทีเด้อนั่นหมายความว่า เป็นผู้นำแบบที่มีส่วนร่วมก็คือเขาจะ ขอคำปรึกษาแต่ผู้ใต้บังคับบัญชาแต่พอถึง เวลาที่จะตัดสินใจนะครับเค้าจะเป็นคนตัด สินใจเอง ก็คืออ่าเกิดปัญหาขึ้นสอบถามพนักงานว่า เห้ยอยู่จะแก้ปัญหายังไงนะเกิดปัญหาแบบ นี้ 1 2 3 4 วิธีกันหน่อยแต่ถึงเวลา แล้วเขาก็ไปอยู่คนเดียวซึ่งอาจจะไม่ได้ เอาข้อเสนอของลูกน้องไปกับผู้ใหญ่แต่ที่ สองก็คือเป็นผู้นำแบบเห็นพ้องต้องกันก็ คือเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีมีส่วนร่วมใน การตัดสินใจนะครับแต่นั่นหมายความว่าผู้ นำคนแล้วเนี่ยก็จะดีส่วนในการที่จะเข้าไป แทรกแซงกระบวนการในการตัดสินใจไปโน้มน้าว ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเนี่ยเชื่อในแนวที่ ของตนมากกว่านะครับอันสุดท้ายผู้นำแบบ ประชาธิปไตยก็คือให้ลูกน้องเป็นคนร่วมกับ ใจโดยผู้ผู้นำจะไม่ตัดสินใจเอาปัญหาโยนไป ให้ลูกร้องแล้วให้ลูกน้องทุกคนร่วมกันแก้
Speaker A
ไขปัญหาและร่วมกันตัดสินใจนั้นเป็นผู้นำ แบบประชาธิปไตย เราจะเห็นว่าระดับของการเปิดโอกาสให้ผู้ ใต้บังคับบัญชามีส่วนร่วมเนี่ยบางทีเนี่ย ให้แบบที่ 3 เนี่ยถือว่ามีส่วนร่วมแบบ เต็มๆ 100% เลยก็คือทั้งร่วมคิดร่วมแสดง ความคิดเห็นและก็ร่วมกันน้ำหนักกระดาษ 1 แบบ 2 เนี่ยเปิดโอกาสให้ร่วมคิดเหมือนกัน เปิดโอกาสให้ร่วมแสดงความคิดเห็นเหมือน กันแต่พอถึงกระบวนการตัดสินใจนายตัดสินใจ เองหรือนายเข้าไปมีกระบวนการเข้าไปแทรก แซงในเรื่องของการโน้มน้าวเรื่องของการจะ ติดตอนนะครับอันนี้ก็คือเป็นอาทิตสะดีที่ เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำนะครับใน 2 กลุ่ม แรกที่เราจะพูดถึงกันก่อนนะครับก็คือไม่ ว่าจะเป็นเรื่องของอ่อนตัวของที่ซื้อใน กลุ่มคุณนะสลักของผู้นำแล้วก็ที่จะดีที่ เกี่ยวข้องกับอ่าเชิงพฤติกรรมประสาทนะ ครับเดี๋ยวในคลิปถัดไปแล้วก็จะมาพูดถึงใน ส่วนของทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเชิง สถานการณ์และก็ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับภาวะ ผู้นำและปัจจุบันนะครับผม สวัสดีครับอ่า
Topics:ภาวะผู้นำทฤษฎีภาวะผู้นำคุณลักษณะผู้นำพฤติกรรมผู้นำผู้นำแบบประชาธิปไตยแรงจูงใจภายในมนุษยสัมพันธ์ภูมิหลังทางสังคมทักษะผู้นำภาวะผู้นำยุคใหม่




![อาจารย์ยอด : ลูกบ้า [กรรม] — Transcript](https://i.ytimg.com/vi/5ESC68mbqiQ/maxresdefault.jpg)




![อาจารย์ยอด : ผีบรรพบุรุษ [ผี] — Transcript](https://i.ytimg.com/vi/vGn5vZRR980/maxresdefault.jpg)
![อาจารย์ยอด : ปอบล่าปอบ [ผี] — Transcript](https://i.ytimg.com/vi/ep4SsolbnGk/maxresdefault.jpg)
![อาจารย์ยอด : ตัวตายตัวแทน [กรรม] — Transcript](https://i.ytimg.com/vi/5kZswZT-e8g/maxresdefault.jpg)