เสวนาแบ่งปันประสบการณ์พัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อผู้สูงวัยและผู้ปฏิบัติงานกับผู้สูงอายุในบริบทจิตวิทยาไทย
Key Takeaways
- การทำงานกับผู้สูงวัยต้องใช้ความเข้าใจและความร่วมมือจากหลายศาสตร์
- เทคโนโลยี AI สามารถช่วยแก้ปัญหาการดูแลผู้สูงวัยที่อยู่คนเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงช่วยสร้างแรงบันดาลใจและแนวทางใหม่ๆ ให้กับนิสิตและผู้ปฏิบัติงาน
- การพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้สูงวัยต้องคำนึงถึงความต้องการเฉพาะบุคคลและบริบททางสังคม
- การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดและการผสมผสานศาสตร์ต่างๆ ช่วยขยายโอกาสในการทำงานและพัฒนา
What the video covers
- กิจกรรมเสวนานี้จัดขึ้นในวิชาจิตวิทยาผู้ใหญ่และวัยสูงอายุเพื่อแชร์ประสบการณ์จริงจากผู้ปฏิบัติงานกับผู้สูงวัย
- วิทยากรมีความหลากหลายทั้งนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ดนตรีบำบัด และนักจิตวิทยา ที่ทำงานโดยตรงกับผู้สูงอายุ
- มีการนำเสนอแนวคิดและประสบการณ์การใช้เทคโนโลยี เช่น AI Companion เพื่อช่วยเหลือผู้สูงวัยที่อยู่คนเดียว
- วิทยากรแต่ละท่านมีเส้นทางการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ เช่น ศิลปกรรม จิตวิทยา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และดนตรีบำบัด
- เน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้นิสิตและผู้เข้าร่วมเห็นภาพการทำงานจริงและแนวทางพัฒนาต่อเนื่อง
- มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังฟีดแบคจากนิสิตเพื่อพัฒนานวัตกรรมและการทำงานร่วมกันในอนาคต
- กิจกรรมนี้ยังเปิดโอกาสให้นิสิตและผู้สนใจได้ร่วมพูดคุยและสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญในสายงาน
- เนื้อหาครอบคลุมทั้งการพัฒนาทักษะการดูแลผู้สูงวัย การใช้ศิลปะและดนตรีในการบำบัด และการประยุกต์ใช้ AI
- มีการพูดถึงความท้าทายในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัยอย่างแท้จริง
- กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมความเข้าใจและการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เพื่อพัฒนาสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน
Full Transcript — Download SRT & Markdown
Speaker A
ก็สวัสดีนิสิตนะคะ แล้วก็อ่าผู้เข้าร่วมที่สนใจกิจกรรมนี้ทุกท่านนะคะ เอ่อกิจกรรมในวันนี้ค่ะ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาจิตวิทยาผู้ใหญ่และวัยสูงอายุนะคะ ที่ทุกๆ เอ่อทุกๆ เทอมที่สอนวิชาเนี้ย จะมีการจัดเสวนาที่เกี่ยวข้องกับการแชร์ประสบการณ์ แล้วก็ความรู้ของผู้ที่ปฏิบัติงานจริงนะคะ ปฏิบัติงานโดยตรงกับผู้ใหญ่และผู้สูงวัยนะคะ รวมไปถึงปัจจุบันนี้เราก็มีมีประเด็นเรื่องของเทคโนโลยีด้วย ซึ่งเราก็เป็นเกียรติอย่างยิ่งนะคะที่ที่ได้เอ่อ วิทยากรที่เป็น่อซอฟต์แวร์ developer นะคะ ที่ที่เอ่อมีความสนใจที่จะพัฒนาเอิ่ม ที่เป็นแอปพลิเคชันะคะ เพื่อผู้สูงวัย เพราะฉะนั้นเราก็จะได้มาฟังความคิดนะคะ แล้วก็ฟังวิธีคิดแล้วก็แนวทาง เผื่อว่าเราเอ่อในห้องเนี้ยค่ะ ขอเรียนวิทยากรก่อนว่า ห้องนี้มีนิสิตครึ่งนึงเป็นนิสิตคณะจิตวิทยา แล้วก็อีกครึ่งนึงเป็นนิสิตนอกคณะ เอ่อมีรัฐศาสตร์ มีนิเทศ มีเอ่อหลายๆ คณะเลยนะคะ เอ่อแล้วก็เพราะฉะนั้นนิสิตที่มาเรียนเป็นวิชาเลือกเนี่ย ก็จะมีความสนใจในจิตวิทยา แล้วก็ในผู้สูงอายุนะคะ เพราะฉะนั้นก็สามารถที่จะแล้ววิทยากรแต่ละท่านเนี่ย เดี๋ยวเราจะให้แนะนำตัวนะคะ ก็มีประสบการณ์การเรียนหลายศาสตร์ ข้ามศาสตร์ผนวกศาสตร์ เพราะฉะนั้นก็อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ นิสิตว่า เออเราจบคณะอะไร เราเรียนวิชาไหน แล้วเราเอ่อเส้นทางของเอ่อการเรียนรู้มันไม่มีที่สิ้นสุด แล้วมันก็อาจจะทำให้เราอ่ะเอ่อเห็นไอเดียจากรุ่นพี่ๆนะคะ ที่จะได้ทำให้เรารู้ว่าเออเราจบคณะนี้แล้วต่อไปเราอาจจะไปเรียนคณะไหน หรือเราจะไปเอ่อเพิ่มเติมประสบการณ์อย่างไร อย่างนี้เนาะ เพราะฉะนั้นก็เป็นการบอกเอ่อไอเดียคร่าวๆ ให้กับวิทยากรด้วยว่าเป็นวันของการสร้างแรงบันดาลใจนะคะ ให้ไอเดียแล้วก็เอาประสบการณ์ที่เรามีเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ ในทุกในทุกๆ กิจกรรมที่เราจัดให้ให้กับผู้สูงวัยเนี่ย มาแชร์ให้กับน้องๆ ให้น้องๆ เห็นภาพมากขึ้นนะคะ น้องๆ ทั้งหมดจะเป็นน้องปริญญาตรีนะคะ แล้วก็มีผู้เข้าร่วมที่สนใจที่เป็นเอ่อต้องขอบพระคุณมากๆนะคะที่สนใจกิจกรรมนี้ค่ะ โอเค เพราะฉะนั้นเ่อ เริ่มแรกเลยนะคะ นิดขอให้วิทยากรแต่ละท่านแนะนำตัวเองนะคะ เอิ่มเอาเรื่องว่าปัจจุบันและที่ผ่านมาเนี่ย ทำงานเกี่ยวกับผู้สูงวัยยังไงนะคะ แล้วก็เอิ่มเล่าถึงกิจกรรมที่ได้ทำมากับผู้ส่งวัยโดยตรงเนี่ย มีอะไรบ้าง เพื่อที่เอ่อน้องๆ จะได้เห็นคร่าวๆ ก็สามารถพูดถึงเอ่อการศึกษาการจบแล้วก็ประสบการณ์ต่างๆ ได้เลยนะคะ เชิญค่ะ
Speaker A
ครับ เริ่มที่ใครได้เลย ใครเดี๋ยวจะแจกไมค์แล้วก็ อ้าโอเค [เสียงหัวเราะ] ค่ะ Ladi first เหรอ L first ค่ะ
Speaker A
ค่ะ สวัสดี ยังไม่ได้เปิดใช่มั้ย ข้างล่างกด น่าจะอ่ะมาแล้ว โอเคครับ โอเค มั้ยคะ
Speaker A
ค่ะ สวัสดีค่ะ ผลพังค่ะ อริยาแก้วม่วงค่ะ จริงๆ ต้องบอกว่าประสบการณ์การเรียนก็คือ ผ่านมาอย่างโชคโชคแล้วกันจริงๆ ปริญญาตรีจบศิลปกรรมจุฬาเนี่ยค่ะ เอกนาฏยาศิลป์จริงๆ จบนาฏศิลป์ไทยด้วยนะคะ แล้วก็ไปต่อปริญญาโทใบแรกค่ะ เป็น Danซโography ออกแบบท่าเต้นที่ Korea National University of Art มหาลัยศิลปะแห่งชาติเกาหลีค่ะ แล้วพอจบมาพอกลับมาทำงานสักพักนึงก็กลับมาต่อที่รบกวนแต่งงานส่งจิตวิทยาพัฒนาการค่ะ จริงๆ ตอนถ่ายรูป P4 ตอนเรียนพัฒนาการตอนนี้อีกนึง ตั้งแต่ทำงานผู้ส่งก็เป็นนักสิญาเด็กด้วย แต่ตอนที่ 4 ทำเรื่องการเสริมสร้าง E cognitive ในเด็กโดยใช้โปรแกรมการเต้น แล้วก็พอทำในเด็กที่เป็น connittive อ่ะค่ะ เราก็เลยระหว่างนั้นในช่วงเรียนก็มีโอกาสได้ทำกับผู้สูงวัยด้วย เป็นโปรแกรมเสริมสร้างคอกในผู้สูงวัยโดยใช้การเต้นการเคลื่อนไหวค่ะ หลักๆ ก็คือทำคอ Movement ที่ศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลค่ะ จริงๆ ปีนี้ก็ทำงานกับผู้สูงวัยกำลังจะเดือนนี้ครบ 4 ปีกำลังจะเข้าปีที่ 5 ค่ะ ค่ะ ค่ะ ถือว่าเป็นน้ำจิ้มก่อนนะคะ เดี๋ยวๆ พี่ฝนจะมีพี่ฝนพน่าจะมีอะไรมาแชร์เรื่อยๆ อ่ะ
Speaker A
เชิญค่ะ สวัสดี ใครได้ไมค์ก็รับไปเลยค่ะ
Speaker A
ครับ สวัสดีครับ ผมชื่อบอลนะครับ บุรคุณศินะครับ อ่าตอนนี้เป็นนักดนตรีบำบัดอยู่ที่โรงพยาบาลคูณนะครับ โรงพยาบาลคูณเป็นโรงพยาบาลผู้ป่วยประคับประคอง ผู้ป่วยประคับประคองคือผู้ป่วยญาเหรในประเทศไทยนะครับ ส่วนประวัติที่เรียนมานี่ก็ไขว้ไปไขว้มาเหมือนกันนะครับ เพราะว่าตอนปริญญาตรีเนี่ยก็จบจิตวิญญาณให้คำปรึกษา จากที่มสม.นะครับผม แล้วก็ส่วนตัวก็คือเรียนดนตรีมาตั้งแต่เด็กละก็เลยเปิดโรงเรียนสอนดนตรี แล้วก็สอนมาประมาณ 15 ปีจนแก่แล้วก็เลยรู้สึกแบบว่ามันวนไปวนมามันเบื่อ ก็เลยอยากจะหาอะไรที่มันเกี่ยวกับจิตวิทยาผวดกับดนตรี มันก็เลยหวยหวยออกที่ดนตรีบำบัดของจุฬาครับผม ก็เลยจบโทรคณะศรีรัปกรรมศาสตร์ เอกดนตรีบำบัดโดยมีอาจารย์นิป่าเป็น advisอรis นะครับ แล้วก็เอ่อตอนที่ตอนที่เรียนอยู่ดนตรีบำบัดก็มีโอกาสได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลจุฬาเช่นกันที่คุณสพัน แต่ว่าของผมอ่ะจะได้ไปโดนบำบัดก็ต้องฝึกกับหลายกลุ่มผู้ป่วย เช่นผู้ป่วยสมองเสื่อมกับผู้ป่วยจิตเวท ผู้ป่วยระยะสุดท้ายเงี้ย แต่ตัวส่วนตัวผมอ่ะรู้สึกคลิกกับอินกับผู้ป่วยในตอนสุดท้ายครับ ก็เลย expand ความสนใจตัวเองไป ตอนตอนเรียนจบก็เลยอยากก็เลยลองไปสมัครงานที่โรงพยาบาลมหานครผู้ป่วยมหากรครับ แล้วก็ตอนนี้ก็ประมาณปีที่ 3 ละในการทำงานเป็นนตรีบำบัดในโรงพยาบาล ทีมส่วนหัวข้อ business ที่ตอนนั้นที่ที่ทำเกี่ยวกับ caregiver ของผู้ป่วย
Speaker A
[ปรบมือ] ก็ได้ยินนะครับ สวัสดีทุกท่านนะครับ เอ่อชื่อธันวานะครับ เรียกเขนก็ได้ จริงๆ เดี๋ยวเอ่อ เพิ่งเป็นบัณฑิตนะฮะ เพิ่งเป็นบัณฑิตจากที่จุฬาเนี่ยแหละ รหัสรหัส 64 นะครับ แต่เป็นน้องๆ ยิ้มะจริงๆ จริงๆ เป็นจบจบเพิ่งจบปริญญาเอกครับที่ทินะครับ แต่ว่า background ก็คืออาจจะไม่เหมือนทุกท่านเลย แล้วก็ด้านวิชาการเกี่ยวกับจิตวิทยานี่ศูนย์แน่ๆนะครับ เอ่อ background ผมเป็นซอฟต์แวร์ engineer ทำจบวิศวะคอมพิวเตอร์ที่จุฬานี่แหละ แล้วก็จบนิติศาสตร์อีกใบหนึ่ง แล้วก็ MBA แล้วก็มาเรียนที่นี่ เอ่อ งานที่ทำจริงๆ งานที่ทำเป็นอาชีพก็คือทำ IT Consult ทำ Software Development ทำ AI Transformation หมายถึงว่าถ้าองค์กรไหนต้องการเอา AI ไปใช้ในธุรกิจเงี้ยครับ เราก็ไปช่วยให้คำปรึกษา ถามว่าแล้วมาอยู่ตรงนี้ทำไมใช่มั้ยฮะ เอ่อคือเริ่มจากจุดๆ ที่เริ่มก็คือพอเราทำ AI เนี่ย ก็มีพี่ที่เรียนเอกด้วยกันเขาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ว่าต้องดูแลคุณแม่ที่สูงอายุมาก แกก็เริ่มคุณแม่ของพี่ท่านเนี้ยก็เริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ ซึ่งแล้วด้วยความที่แกเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แกก็ยุ่งมากด้วยก็คุณแม่ก็ต้องปล่อยอยู่บ้านคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ใช่ม แกบอกว่าปีที่ผ่านมานี่แกเปลี่ยนผู้ดูแล 16 คน แหละใน 1 ปี ซึ่งผมก็ตกใจนะ แกก็บอกว่ามันก็ปกติแหละ บางคนมาอยู่ได้ไม่นานแล้วก็เปลี่ยน แล้วก็อาจจะเข้ากันไม่ได้แล้ว ผู้สูงวัยอ่ะครับบางทีก็อาจจะมีทุกคนก็คงทราบแหละ บางทีเขาอาจจะไม่สามารถสื่อสารกับคนได้ เอ่อหมายถึงคนดูแลได้ดีนัก เอ่อสิ่งที่แกทำก็คือแกก็เปิดแชท GPT เปิด iPad เปิดแท็บเล็ตอ่ะ แล้วให้แม่นั่งคุยกับแชทไปอย่างเงี้ย ซึ่งปัญหาที่แกเจอก็คือว่ามันไม่รู้จักแม่ เอ่อตัว AI อ่ะครับ มันไม่รู้จักคุณแม่ไม่รู้จักโปรไฟล์ เราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องคุยยังไง ต้องพูกยังไงใช่ม แกก็เลยมาถามว่าไอ้เขมแบบทำ AI อ่ะลองลองทำอันนี้ให้แม่พี่ลองได้ม อะไรก็เลยเป็นจุดเริ่มว่าเออเราเราพอจะ เรามี developer เรามีความรู้ด้าน AI เราเทรน Model ได้ใช่มฮะ ก็เลยลองมาเริ่มทำแอปที่เรียกว่าเป็น AI Companion ก็คือเอ่อเหมือนกับเป็นแชatบot นั่นแหละ แต่ว่าคุยด้วยเสียงคุยกับผู้สูงอายุที่เขาอยู่คนเดียว เราเน้น Solo Ag นะครับ คนที่อยู่คนเดียว แล้วก็เอ่อคุยในลักษณะที่ว่าตัว AI อ่ะรู้จักรู้จักตัวผู้ใช้งาน รู้จัก Story ของเขา รู้ว่าเขาต้องการอะไร ซึ่งอันนี้มันอาจจะใช้ AI ทั่วๆ ไปไม่ได้นะครับ รวมทั้ง AI ไทย พาสปอร์ตด้วยนะที่รัฐบาลเพาทิ้งครั้งเสีย เลยพูดได้ อันนั้นอันนั้นไม่เกี่ยวนะ คือมันก็ต้องเป็น AI ที่ถูก Tellor มาเพื่อ user คน นั้นด้วย story ของเขาอ่ะครับ ซึ่งก็เริ่มทำแล้วก็เริ่มจริงๆ ตอนนี้เริ่มเทสแล้ว ร้อนอยู่บน App Store บ้างแล้ว แต่ว่าไม่ได่ปิดให้คนทั่วไปใช้นะครับ เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะลงดีเทลตอนหลังแล้วกัน แต่เอาจริงๆ พอทำจริงๆ อ่ะยากกว่าที่คิดเยอะมาก ก็เลยต้องวิ่งมาหาอาจารย์นิปัดว่าอาจารย์ผมขอคำปรึกษาหน่อยมันไม่ใช่แชทบอธรรมดา และมันต้องมันต้องรู้จักจังหวะจากคนในการคุย รู้จักวิธีเก็บเรื่องราวหยิบมาพูดอะไรอย่างเงี้ยครับ ไอ้เราไปทำไอทีมาตลอดเนี่ย เออไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยเนี่ยนะ ก็เลยก็เลยได้อาจารย์นิปัดมาเป็นที่ปรึกษาในโครงการ ก็กำลังพัฒนากันอยู่นะครับ ก็เดี๋ยวในเดี๋ยวอาจจะเราเล่าดีเทลให้ฟัง แล้วก็อยากฟังความเห็นทุกท่านด้วยนะครับ ว่ามันมันเวิร์คมั้ย มันจะเวิร์คไหม มันจะดีไหมอย่างเงี้ย ผมเองก็ explore ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ คือเอาสิ่งที่เราทำเป็นเนี่ยมาช่วยเรื่องเนี้ยมาช่วยสังคมมาช่วยคนสูงวัยนะครับ ก็หวังว่าจะได้ผมว่าผมน่าจะได้อะไรจาก essชันี้มากกว่าที่ผมที่ผมมาให้นะโอเค ขอบคุณครับ
Speaker A
ค่ะ ขอบคุณนะคะ ก็จริงๆ แล้วก็เป็นความตั้งใจของเสวนาด้วยนะคะ ก็คือนิสิตไม่ได้มารับข้อมูลอย่างเดียวเนาะ นิสิตก็น่าจะเป็นเป็นฟีดแบคให้กับพี่ๆ ได้นะคะ แล้วก็ในขณะเดียวกันพี่ๆ ก็คงกำลังมองหาน้องๆ ที่จะมาเป็นเพื่อเอ่อคนเป็นคนทำงานนะคะ ในสายเดียวกัน หรือว่าเป็นคนที่มีความสนใจเนี่ย มาคุยแล้วก็กระตุ้นความคิดกันและกันเนาะค่ะ เพราะฉะนั้นก็นิสิตก็ถือให้ให้พี่พี่เป็นเป็นวิทยากรที่มาช่วยแชร์ประสบการณ์ของคนที่เอ่อทำนี้มาก่อนแล้ว ก็น่าจะต่อๆ ไปเนี่ยถ้าเรามีความสนใจเราก็มาทักมาทายพี่ๆ ได้เลยนะคะ
Speaker A
ค่ะ ทีนี้เราก็จะขอลงลึกขึ้นอีกหน่อยนะคะว่าเอ่อคุณคุณธันวาอาจจะในหมวดของคุณธันวาเนี่ย อาจจะห่างจากการปฏิบัติงานโดยตรง แต่ว่างานที่คุณธันวากำลังทำอยู่เนี่ยมีคุณการอย่างยิ่งกับเอ่อผู้สูงวายุคใหม่ในอนาคตเนาะคะ เอ่อแต่ว่าเอ่อตอนเนี้ยด้วยค
Speaker A
โอเคผมเตรียม YouTube ของที่โรงพยาบาลอัน นี้ไม่ใช่คอมเมอร์เชียลนะจะเพียงแต่ว่าผม คิดว่า YouTube เอ่อ YouTube วดีโอเนี้ย เนี่ยเค้าให้ความจงจากความของคำว่าได้ ค่อนข้างชัดเจนและครบถ้วนคุณอาจารย์โดย อาจารย์แนะครับที่บอกว่าเฉพาะทางด้านครับ เดี๋สักครู่นะคะเปิดเสียง อ่ะไม่เป็นไรเราก็จัดงานศพกันเป็นงานศพ ที่เราตั้งใจจะทำให้มันสวยงามสดชื่นเต็ม ไปด้วย[เพลง]สีสันเราอยากจะให้คนจดจำว่า คุณแม่เคยมีชีวิตที่สดใสขนาดไหน[เพลง] เรื่องของโรคมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งแพทย์ กระจายนะคะผู้ป่วยก็จะไม่ค่อยทราบว่าเรา จะมีเวลาเหลือเท่าไหร่ [เพลง] มันถึงได้กลับมาว่ามีเวลาแค่ไหนก็แค่นั้น นะแต่ที่มีมันต้องดี[เพลง] เราโชคดีที่ได้เจอพsiveแขได้เร็วแล้วก็ดู แล[เพลง]คุณแม่ได้เร็วแม่มีความสุขไม่มี ใครรู้ว่าแม่ไม่สบาย แม่ยิ้มยิ้มสวย ยิ้มจนสุดท้ายจริงๆ [เพลง] เราไปเจอ Facebook กรุ๊ปกลุ่มนึงของฝรั่ง เกี่ยวกับคนเป็นมะเร็งทุกคนพูดเหมือนกัน หมดว่าเสียดายที่ได้เจอ Palative Care ช้าเกินไป [เพลง]การรักษาทั่วไปอาจจะเป็นการตั้ง เป้าหมายว่าเราจะรบกับเชื้อโรคเราจะเอา มันออกไปจากชีวิตเราหรืออะไรก็แล้วแต่แต่
Speaker A
Palliative Care เนี่ยคือการตั้งเป้า หมายว่าเราจะมีชีวิตที่เป็นสุขไม่ว่าจะ เกิดสถานการณ์อะไรก็ตามเราก็เลยมาคุยกัน ในครอบครัวว่าถ้าคนอื่นมองว่าชีวิตเค้า เจอมันช้าไปอ่ะค่ะเราอย่าให้เป็นอย่าง นั้นเลย[เพลง] ก็มาเจอโรงพยาบาลคูณเนี่ยแหละค่ะที่ที่ คุณหมอเป็นทีมที่ประสานเป็นเนื้อเดียวกัน กับเรามันคือทีมที่แม่เองก็ถือความรับผิด ชอบของตัวเองความรับผิดชอบของแม่คือกิน กับออกกำลังกายคุณหมอก็เป็นทีมที่ทำยังไง ให้[เพลง] ความประสงค์ของคุณแม่เป็นความจริงลูกก็ เป็นฝ่ายแบบฝ่ายประสบการณ์เนอะ experience ไปเที่ยวไปกินไปทำอะไรเราจะเห็นนางพยาบาล จะจำเราได้แล้วก็จำคุณแม่ได้คุณแม่มาหลาย รอบก็บอกอ้าคุณแม่สวัสดีค่ะพอเราเริ่มจำ กันได้อ่ะเาค้าก็จะเริ่มเข้าใจแล้วก็รู้ ว่าแต่ละคนต้องการอะไรมันได้ทีมที่ดีมากๆ จริงๆ จริงๆที่คุณสามารถดูแลได้ตั้งแต่วันแรกๆ เลยที่คุณวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่รักษาไม่ หายขาดและโรคนั้นมีโอกาสที่จะพัฒนาไป เรื่อยๆบางคนมองว่าการดูแลแบบประคับ ประคองเราต้องยอมแพ้ กับโรคหรือว่ากับชีวิตซึ่งในมุมมองของหมอ หรือหมอชื่อว่าในมุมมองของคนที่ทำการดูแล ประคับประคองทุกคนเนี่ยไม่ได้ผูกเรื่อง การดูแลประคับประคองกับการยอมแพ้เลยนะคะ ในทางตรงกันข้ามเรามาพูดคุยกันว่าเราจะทำ ยังไงให้เวลาตรงเนี้ยเมื่อเราเผชิญหน้า กับตัวโรคเป็นเวลาที่ดีเป็นเวลาที่มี คุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งที่เรา[เพลง]คุยกันคือเราคุยถึงความ หมายของการมีชีวิตอยู่ชีวิตเตอนเนี้ยมี อยู่เพื่ออะไรและมีความสุขอยู่ต้องใช้ องค์ประกอบอะไรบ้างและการรักษาอะไรมันจะ
Speaker A
นำให้เขาไปสู่ช่วงเวลาดีๆของเขาได้จน กระทั่งวาระสุดท้ายของเขาช่วงระหว่างให้ ยาหรือให้การรักษาแต่ละอย่างเราพยายาม เสริมบางอย่างเข้าไปที่มันเติมเต็มมิติ ของจิตใจเช่นศิลปะปัปบัติ [เสียงสูดหายใจ] [เพลง] [เพลง] คือนักบำบัดเราจะเข้าไปประเมินถ้าเรา สามารถทำให้ครอบครัวเขามีโมเมนดีๆร่วมกัน ได้หรือแม้แต่ให้คนไข้เขาได้แสดงออกถึง ความรู้สึกข้างในก็ทำให้คนไข้เขาได้ตก ความคิดเนาะแล้วก็ได้เยียวยาจิตใจไปใน เวลาเดียวกัน นะครับนั้นก็เป็นเป็นคอนเซปของเนาะว่าเรา ไม่ได้ดูแลเพื่อต่อสู้กับทั่วโลกให้เพื่อ ให้หายเหตว่าในระยะที่ผู้ป่วยนะครับระยะ สุดทันของเขาเนี่ยเราจะเติมเต็มทางด้าน จิตใจในด้านองค์ประกอบในด้านองค์รุมของ เขายังไงไม่ว่าจะเป็นด้านสังคมด้านอารมณ์ แม้กระทั่งด้านจิตวิญญาณนะครับคราวนี้ เดี๋ยวผมก็ขออนุญาตเล่าถึงประสบการณ์ ดนตรีบำบัดซึ่งผมคิดว่าดนตรีบำบัดเนี่ย น้องๆถ้าได้ยินก็คงคิดว่าพี่เข้าไปเล่น เพลงอะไรคะคนไข้ขอเพลงอะไร ใช่มั้เหมือนเหมือนนักดนตรีใช่มั้แต่ว่า อันนี้อยากจะขออธิบายเพิ่มเติมนิดนึงนะ ครับสำหรับ สลายไปนะคะ ว่าดนตรีบำบัดจริงๆแล้วมันคืออะไรนะครับ นะครับการตีบำบัดเนี่ยมันก็คือมันเป็นใช้ clinical evidence ใช้ music intervention หรือใช้กระบวนการทางเพื่อ ที่จะไป accomplish เหมือนเพื่อให้สำเร็จ
Speaker A
ตามเป้าหมายของผู้ป่วยที่เราวางไว้ในแต่ ละคนซึ่งผู้ป่วยในแต่ละคนเนี่ยที่เราเข้า ไปเจอเนี่ยเป้าหมายบางคนไม่เหมือนกันบาง คนเขาแบบเจ็บปวดเกินจากมะเร็งเนี่ยเราก็ ต้องเอยากจะแบบกำกัดกำจัดความเจ็บปวดนั้น ให้ออกไปบางทีเราอาจจะใช้ดนตรีในการที่ จะingความเจ็บปวดของเขาไปหรือผู้ป่วยบาง คนใครๆเคยเข้าโรงพยาบนานๆบ้างมรู้สึกจิต ใจเป็นไงหอเดียวใช่มก็แบบบางคนเมีเรื่อง ที่เาทุกข์ใจอยู่มากมายนะแต่บางคนพูดไม่ ออกพูดด้วยไม่ออกบางทีดนตรีเนี่ยมันก็จะ มีความพลังอย่างนึงที่แบบมันเหมือนมันดึง ความรู้สึกข้างในเออกมาได้ทำให้เ้าเราก็ เป็นนักบำบัดเราอยู่ในเซฟเป็นเราต้องทำ ตัวเป็นเฟนerเพื่อที่จะรับฟังข้อมูลป่วย แล้วหรือแม้แต่กระทั่งด้านจิตวิญญาณผู้ ความมีตัวตนคุณค่าของผู้ป่วยชีวิตนี้ ต้องการอะไรกันแน่ก่อนที่จะเสียมีอะไรที่ ยัง unfinished business มอยากทำก่อนที่ จะไปอะไรนะครับแล้วสไลด์ต่อไปเนี่ยก็คิด ว่าน้องๆก็คงคิดสงสัยว่าแล้วพี่เข้าไป เล่นจริงอะไรเหรอคะตามสิ่งเนี่ยดนตรี บำบัดคือเราใช้ทุกองค์ประกอบของดนตรีครับ ผมเราไม่ได้เข้าไปแค่เล่นดนตรีให้กับผู้ ป่วยเฉยๆเราใช้ทั้งอ่ะอย่าง Music Listening ข้อ 1 ผู้ป่วยในกรณีที่ผู้ ป่วยเป็นหนักมากแล้วขยับร่างกายไม่ไหว แล้วเราใช้วิธีที่เรียกว่าก็คือผู้ป่วย อาจจะนั่ง foundation improvise ห้องนี้ มีใครใส่ดนตรีมั้ย
Speaker A
มีใครเล่นดนตรี ไม่มีใครเล่นเลยโอเคบ๊ายบาย Improvise เหมือนรุ่นเอาเครื่องดนตรีมาอะไรเงี้ย ครับผู้ป่วยเล่นเป็น free association ก็คือแบบเล่นตามใจที่ตัวเองต้องการเลยโดย ที่ไม่มีผิดไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นเพลงที่ เพราะหรือไม่เพราะผิด YouTube เราจะไม่มี แค่นั้นได้เลยนะครับแล้วอ่านอย่างเช่น sing writing เราเขียนเพลงร่วมกับผู้ ป่วย thautic teaching บางทีก็มีเหมือน กันบางทีเราสอนปีให้กับผู้ป่วยผู้ป่วยบาง คนอยู่ในโรงพยาบาลเรู้สึกว่าตัวเไม่มีคุณ ค่าลูกจำกัดลูกๆเป็นคนออกแบบการรักษาให้ หมดเลยเนอนอย่างเดียวฉันรู้สึกว่าชีวิต นี้ฉันไม่มีสื่อเรื่องอะไรบางทีการสอนให้ เา้าได้compชเล็กๆน้อยๆอย่างการเล่นตี เป็นเพลงที่เขาเคยชอบเนี่ยไม่จำเป็นต้อง เพลงแบบโมอะไรขนาดนั้นเพลงที่แบบว่าง่ายๆ สำหรับความที่เขาชอบบางทีมันอาจจะเสริม สร้างความในตัวของเขาได้นะครับผมแล้วก็ Shoice การแล้วก็ Music for relaxation ผู้ป่วยบางคนที่มีความเครียด เอ่อระบบประสาททำงานตื่นตัวมากระบบเจ็บ ปวดมีความเครียดใดๆเนี่ย Music for
Speaker A
relaxation อาจจะช่วยได้นะครับ Song Discussion Discussion เราไม่ได้เล่น เพลงเราเอาเนื้อเพลงมาแล้วเรามา discuss กันทำไมเพลงนี้คุณถึงชอบครับมีประโยคไหน ที่มัน impact กับคุณบ้างเพราะอะไรเราก็ exp ต่อเรื่องนี้เราโดยใช้ที่เนื้อเพลง แล้วไม่จำเป็นต้องเล่นเลยนะครับแล้วก็ LIC Analysis เหมือนกันก็แล้วก็ข้อ 10 คือ guided imagy นี้เดี๋ยวลึกละเดี๋ยวอัน นี้จะถ้าใครอยากรู้เดี๋ยวอธิบายให้ฟังที ละ คราวนี้เนี่ยดนตรีบำบัดในบริบทของผู้ป่วย บังคับประคองเราช่วยเรื่องอะไรบ้างอย่าง อันแรกเนี่ยดูข้อที่ 3 ก่อน Comfort and physical relวยที่เจ็บปวดเหลือเกินไม่ ไหวแล้วฉันเหนื่อยเหลือเกินแบบโดนตีช่วย เขาในด้านร่างกาย emotional wellbeing ก็คือลดกังวลเศร้าความเครียดหรือสร้าง ความสงบคายให้กับใจ Social Connection
Speaker A
Communication บางทีเไม่มีการพูดอะไรที่ ดีกับครอบครัวบางคนมีบางบ้านมีคฟliนะเยอะ เลยดนตรีนี้อาจจะเป็นตัวที่ช่วยสมานคฟli บางๆของเขาหรือแม้กระทั่งดนตรีอาจจะเป็น ตัวช่วยเหมือน breaking ระหว่างตัวผู้ ป่วยเองกับทีมแพทย์ทีมพยาบาลเพราะว่าผู้ ป่วยบางคนกลัวกลัวหมอพยาบาลมาละเออกลัว กลัวหากลัวโดนจ๊อกกลัวโดนทุกมีคนกลัวบาง ทีดนตรีเี่อาจจะเข้าไปช่วยทำให้สร้างความ ผ่อนคลายให้เขาเพื่อที่จะให้เขาเปิดใจกับ ทีมพยาบาลทีมการแพทย์มากขึ้นข้อ 4 meaning and spiritual support ก็คือ ช่วยได้ทบทวนชีวิตค้นหาความหมายเชื่อมโยง คุณค่าและพลังในช่วงนะครับข้อ 4 ก็ ต่อไปนะครับคราวนี้เนี่ยเอ่อตัวตีบำบัด เนี่ยเราไม่ได้เข้าไปดึงดูสวัสดีครับอยาก ฟังเพียงอะไรมาเดี๋เรียนให้หน้าอะไรอย่าง งี้ไม่ใช่แต่ว่าเราทำงานแบบค่อนข้างมี โปรโมคอคือตอนก่อนอื่นเนี่ยเบอร์แรกคือ เราจะได้รับการรีเฟิร์มจากแพทย์และพยาบาล หมอต้องบอกว่าห้องนี้ช่วยเข้าให้หน่อยคน ไข้มีสภาวะนี้โอเคเราก็รับเรื่องะบางที พยาบาลหรือนักจิตดนตรีเข้าไปให้หน่อยพอ เข้าไปถึงปุ๊บเราต้องเข้าไปคนไข้ว่าคนไข้ มี liitation อะไรบ้างคนไข้ต้องการอะไร ที่ดนตรีพอเชื่อบ้างครับแล้วก็ข้อ 3 คือ
Speaker A
เราต้องกำหนดเป้า ข้อ 4 ก็คือเราจะทำการบำบัดข้อ 5 แล้วก็ พอทำเสร็จแล้วปุ๊บเราต้องมีการจดเพื่อที่ จะให้ทีมของเราเนี่ยรับรู้ว่าคนไข้มี สภาวะอะไรบ้างเพื่อข้อมูลนั้นน่ะเราจะส่ง ต่อไปให้ทีมสหสาวิชาวิชาชีพอื่นๆอย่าง เช่นนักจีบพยาบาลเพราะว่าผู้ป่วยบางคน เนี่ยเ้าไม่แชร์ข้อมูลให้พยาบาลนะบางที เขาไว้ใจนักบำบัดข้อมูลเนี่ยอาจจะนัก บำบัดอาจจะเก็บไว้คนเดียวแต่ไม่ใช่นับ บำบัดเก็บไว้แล้วก็ออกมาโทษนาเฮ้ก็เป็น อย่างงี้นะเราจะ confidentiality ของคน ไข้สำคัญแต่ว่าเราจะแชร์ข้อมูลที่สำคัญ อย่างเช่นคนไข้คนนี้มีความอยากฆ่าตัวตาย อันตรายเราต้องรีบรายงานทีมเพื่อที่จะให้ ทีมเนี่ยประเมินเราช่วยเหลือในตอนต่อไปนะ ครับแล้วก็ถ้าโกเราถูกบรรลุแล้วเราก็อ นะครับผมอันนี้เป็นคร่าวๆนะครับผมแล้ว ประสบการณ์คำถามอะไรนะครับ ประสบการณ์ที่ประทับใจ ประสบการณ์ที่ประทับใจที่คุณตอนนั้นขอ เล่าเหตุการณ์แล้วกันมีคนไข้คือ คนนั้นเป็นระยะสุดท้ายหลักชั่วโมงครับ หลักชั่วโมงหมอประเมินแล้วบอกว่าคนไข้ไม่ น่าจะเกินวันนี้ญาติก็มาละมากันเต็มที่ละ วันนั้นผมเข้าห้องเนี้ยไป 2 ครั้งครั้ง นึงเนี่ยอ่าพอดีห้องเนี้ยมีความสัมพันธ์ ที่ค่อนข้างดีกันอยู่เพราะเราเข้ากันมา หลายรอบละเค้าก็เลยบอกว่าคุณบอสคุณพ่อหาย ใจช้าลงละอยากอยู่คุณพ่อมาก็ถือว่าเขาให้ เกียรติเราก็เข้าไปทำเessกับเแล้วในเess นั้นอาจจะมีลูกสาวคนโตของเขาอยู่ลูกสาวคน
Speaker A
โตเนี่ยเาด้วย background เคือเป็นคนไม่ พูดไม่พูดเลยไม่แชร์อะไรให้พ่อแม่ฟังไม่ แชร์อะไรให้พี่น้องฟังเป็นคนสู้ชีวิตเก็บ ทุกอย่างไว้กับตัวเองอย่างเงี้ยวันนั้นผม เลือกเพลงบอกว่าอ่ามีเพลงไหนที่อยากจะให้ คุณพ่อก่อนที่คุณพ่อจะไปมั้ เค้าก็ให้ความร่วมมือเดียวกันเขาแชร์ชื่อ เป็นว่าอย่าปล่อยมือของไม้เมืองเด็กๆลอง กลับไปหาเรียนดูความหมายของมันก็คือแบบ ว่าไม่ว่าฉันจะตกกรรมลำบากอะไรเงี้ยก็มี คนที่อยู่ข้างๆฉันโดยที่ไม่ปล่อยมือฉันเ ก็ร้องผมก็เล่นเพลงไปด้วยกับเเขาก็ร้อง ไห้ไปด้วยร้องเพลงไปด้วยให้พ่อเฟังลูกคำๆ ลูกๆคำๆเงี้ยซึ่งพอจบเessัแล้วผมก็ถามว่า พี่เล่าให้ฟังได้มั้ทำไมพี่แล้วเลือกเป็น นี้เค้าบอกว่าในช่วงนึงที่ชีวิตของเค้า อ่ะเห็นแหลกตกต่ำมากๆสามีทิ้ง การเงินพังทลายแต่คนที่ไม่เคยทิ้งเค้าอ่ะ ก็คือเตี่ยกับม้าไม่ว่าเขาจะกลับเขาจะ กลับซากลับมาขนาดไหนเตี่ยกับม้าก็จะเป็น คนที่อ้าแขนรับเตลอดเวลาแล้วเขาก็รู้สึก ว่าอืเขาเป็นคนพูดไม่เก่งนะแต่เหมือนเพลง เนี้ยมันช่วยปลดล็อคในใจเว่าเค้าสิ่งที่ เาอยากจะบอกกับเียครั้งสุดท้ายเนี่ยเค้า ได้ทำอะไรแล้วผมก็เข้ามาอีกทีผมก็ให้เวลา เ้าอ่ะแล้วจะเข้ามาอีกทีก็ลูกอีกคนนึงก็ เตี่ยก็เหมือนประมาณว่าหายใจช้าลงช้าลง เรื่อยๆก็จับชิปจรจนกระทั่งเ้าเือก แอร์ฮันเกอร์อ่ะยับอากาศ อื แล้วก็เสียตอนนั้นเสียเป็นคนเป็น ประสบการณ์ครั้งแรกที่คนไข้เสียคามือตอน นั้นก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือน อื เยี่ย[เสียงหัวเราะ]พยาบาล อันนี้เรียกประทับใจแบบไหน ประทับใจเพราะว่าค่ะ หลังๆพอตอนหลังเนี่ยพี่น้องของเขาเนี่ยมา
Speaker A
บอกว่าคุณบอยรู้มั้ยว่าพี่คนเนี้ยเไม่เคย แชร์อะไรกับพี่น้องเลยนะแต่ว่าสิ่งที่เขา ทำกับนักบำบัดกับให้คุณพ่อในชระยะสุดท้าย เนี่ยมันเหมือนช่วยเรื่อง univis มันช่วยปลดอะไรที่มันค้างคาใจเพื่อที่จะ ไม่ให้เขามีความรู้สึกกิหลังจากที่พ่อสืบ ไป อ ผมก็เลยรู้สึกว่าอันนั้นครับมันทำให้เรา มีคุณค่าในการทำงานของเรามากขึ้นอืค่ะก็ คือประสบการณ์ที่คุณบอแชร์เนี่ยก็เป็น ประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าเอองานของเรา เนี่ยที่เราเลือกมาทางสายนี้ทำงานทางนี้ มันมันมีมันมันมีมันมีภาพที่ชัดเจนขึ้น จากเหตุการณ์นี้เนาะใช่มั้คะ ใช่ค่ะ แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกเคสนะครับ ทุกเคสก็จะมีความแตกต่างเอาจจะไม่ได้เปิด ก็ได้ ค่ะอ๋อเผื่อเลยเพื่อให้ไม่เพื่อไม่ให้ สะดุดนะคะก็งั้นก็ต้องขอสอบถามออแล้วทำไม เราเริ่มด้วยคุณบอลเนาะดูดิ่งดูดำนิดนึง ค่ะแต่ว่ามันทำให้เห็นเนาะว่าเฉดของการทำ งานกับคนกับผู้สูงวัยนะคะกับเอ่อกับเอ่อ ผู้ใหญ่เนี่ยมันก็จะมีเฉดหลายๆเฉดซึ่งเฉด ของคุณบอลเนี่ยก็จะเป็นเฉดที่ทำแล้วมัน อิ่มเอมแต่ว่ามันก็มีมุมมีด้านที่เครียด เหมือนกันที่ที่ต้องเจอเรื่องราวของ ครอบครัวแล้วก็มีมีชัล้วนๆเลยเนาะเอ่อ ดนตรีบำบัดหมายถึงว่าเราเราช่วยเขาและใน ขณะเดียวกันเรื่องราวของเขาก็มาช่วย fullฟieldเติมเต็มเราด้วยใน rewarding ค่ะออใช้คำว่า rewarding เนาะใช่เลยค่ะ งั้นขอถามคุณศพฝนพรต่อเลยเพิ่งทราบเหมือน กันว่าคุณฝนพรำทำกับที่ที่คลินิกสุขภาพดี ที่โรงพยาบาลเนี่ยสมอง
Speaker A
อ๋อของศูนย์สมองใช่มั้อ๋อโอเคคนละตึกตึก เอ้ยตึกเดียวกันสท.เหมือนกันใช่คนละชั้น โอเคเอิ่ม แชร์ประสบการณ์นิดนึงสิเอ่อไปทำยังไงแล้ว ก็มีความประทับใจอะไรยังไงบ้างแล้วถ้าจะ ให้เปิดคลิปอะไรตอนไหนแจ้งได้ค่ะ อ้าง่ายๆก่อนค่ะที่อย่างอาจารย์บอกว่า ศูนย์สุขภาพดีมั้คะจริงๆถ้า ถ้าที่จุฬาค่ะจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้นเนาะมี 3 คลินิกค่ะคลินิกคลินิกที่อาจารย์นี้ บอกไปก็คือเป็นเหมือนผู้สูงวัย ปกติระคม ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันค่ะอย่างฝนก็คือ อยู่ชั้น 7 เป็น cognitive fitness ค่ะ สำหรับผู้ป่วย MCI ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะแรกเนา Mind Cognitive Implement ค่ะแล้วก็จะมี ระดับประคับประคองก็คือชั้น 15 สำหรับผู้ ป่วยที่ต้องการการช่วยเหลือและหลักๆอ่ะ ค่ะอย่างผลทำที่คิive fitness เนาะผู้ ป่วยก็จะเป็นคนไข้ที่ได้รับการวินิจฉัย จากหมอค่ะแล้วก็ยังเป็นคนไข้ที่ยังช่วย เหลือตัวเองได้เดินทางมาคได้เขาอาจจะมี สมองเสื่อมระยะแรกหรือผ่านสตกมา
Speaker A
ไดมนเชียรระยะแรกอะไรอย่างเงี้ยหรือว่า เริ่มแบบมีแพนิคบ้างมีอะไรอย่างเงี้ยเป็น ระยะแรกเพราะฉะนั้นนะคะงานก็คือเน้น maintain cognitive หรือการทำงานของ สมองให้เขายังใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมี ความสุขเพื่อเราจะส่งคนไข้ไปชั้น 15 ระยะที่ชั้น 15 ก็จะเป็นผู้ป่วยที่ลดเข็น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ให้ช้าที่สุดจริงๆ ในคnitive business เป็นเหมือน โรงเรียนเลยค่ะที่ 5 วันจะมีกิจกรรมวันละ 3 อย่างซึ่งแล้วแต่คุณหมอกับเจ้าหน้าที่ assign ว่าใครจะเข้า กิจกรรมอะไรบ้างเนาะก็มีอย่างผลทำ Creative Movement ค่ะแล้วก็มีดนตรี บำบัดด้วยมีกิจกรรมศิลปะมีบอร์ดเกมมี CF แอน Art มีโยคะอะไรอย่างเงี้ยค่ะซึ่งจริง ๆแล้วมันเป็นระบบการทำงานที่ทุกคนทำงาน ร่วมกันทั้งศูนยทุกคนรู้ประวัติคนไข้พอคน ไข้ค่อยมาหมอ assign จะมีการประเมินคนไข้ ทุก 3 เดือนแล้วก็เจ้าหน้าที่ก็จะจัด
Speaker A
โปรแกรมของคนไข้ว่าแต่ละคนต้องเข้าอะไร บ้างมีเรื่องไหนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อย่างคนไข้ที่มาค้าก็จะเน้นว่าโอเคเขา อยากเน้นเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายเน้น ให้ร่างกายยังเคลื่อนไหวได้ปกติเน้นมา สนุกสนานแล้วก็มีโซเชียลหลักๆถ้าคั ครีเอที Movement ของตัวเองจะเน้น 3 ประเด็นหลักที่ดูแลก็คือดูว่าคนไข้ยัง เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วนดี coordination การทำงานประสานกันของร่าง กายแขนขายังดีอยู่หรือเปล่าอาจจะมี connitive exercise นิดหน่อยที่ดูว่า ตอนนี้แบบคนไข้สมองสับสนมากมายยังใช้ ชีวิตปกติในระดับการรู้ปกติได้มค่ะแล้วก็ เน้นดูอารมณ์ว่าช่วงนี้คนไข้แบบ เหนื่อยมยเริ่มถดถอยหรือเปล่าเริ่มจิตกาย โวดวายอารมณ์ไม่ดีมยแล้วก็ยังเข้าสังคม อยู่ได้มยพอบางทีพอผู้ส่งวัยอ่ะค่ะหลังๆ ถ้าไม่เอาเ้าออกมาเขาจะเริ่มเก็บตัวอยู่ คนเดียวเริ่มมีอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงบ้าง หรือเริ่มไม่ขยับร่างกายคัหลักๆของฝนก็จะ ดูสาหน้าที่นี้เนาะซึ่งเราก็จะสังเกต ระหว่างเราทำคลาสไปด้วยเราก็สังเกตคนไข้ ไปด้วยแล้วก็พอจบคลาสเราก็จะคุยกับเจ้า หน้าที่ที่อยู่ข้างหน้ามีการประเมินคนไข้ ว่าเอ้ยคนไหนต้องการดูแลเป็นพิเศษอาจจะดู คลิปตัวอย่างกิจกรรมก่อนก็ได้ค่ะอธิบาย เพิ่มเติม ค่ะเอาเลยมั้ยหรือว่าโอเคค่ะ ่า่า โอห ใจออก อืหายใจออกเสียงได้นะคะเฮ้อ เย็นขวาย
Speaker A
[เพลง] Jle jingle [เพลง] [เพลง] 1 2 3 [เพลง] 4 5 6 7 8 1 2 อะไร [เพลง] ร้า ขึ้นมา [เพลง]แวทางแว พา เ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] โอเคค่ะจริงๆกิจกรรมก็ประมาณนี้เนาะจะ เห็นภาพคร่าวๆนี่คือกิจกรรมที่ค่อนข้าง จริงๆทำงานมาหลายปีค่อนข้างเป็นสตจอร์ชัด เจนว่าโอเคพอมาถึงเราก็จะทำอะไรเหมือน เดิมให้ผู้สูงวัยรู้สึกสบายใจว่าเคุ้นเคย อะไรอย่างเงี้ยมาดูว่าเอ้ยนิ้วยังทุกนิ้ว ยังทำงานดีใช่มยมือยังขยับได้นะอะไรอย่าง เงี้ยพอบางทีทำอยู่แล้วก็จะเห็นแล้วว่า อุ๊ยคุณคุณพี่คนนี้เคยขยับได้อยู่ดีๆแบบ แข็งเกร็งอะไรอย่างเงี้ยเราก็ต้องรีบแจ้ง เจ้าหน้าที่เพื่อส่งหมอมันอาจจะเป็น สัญญาณของโลกบางโลกค่ะแล้วก็จะมีพารที่ อ่าฝึก conntive แต่บางทีการที่เราสอนผู้
Speaker A
ส่งวัยโดยตรงเค้าก็เครียดนิดหน่อยการทำ งานให้เขาทำงานเป็นกลุ่มสอนกันเองรู้สึก รู้สึกเป็นวิธีที่ค่อนข้างเวิร์คมากเพราะ ว่าหลังๆนี้รู้สึกสิ่งที่ประทับใจเลยกัน ตั้งแต่ทำมาเพราะว่ารู้สึกเป็นสิ่งที่ ประทับใจเพราะว่าอย่างแรกๆอ่ะค่ะที่มาทำ ต้องบอกว่าก่อนเริ่มทำงานตั้งแต่หมดโควิด เนาะทุกคนกลับมาโรงพยาบาลอ่ะค่ะศูนย์ก็ เหมือนรีเซตใหม่คนไข้ใหม่พอทำกิจกรรมอะไร อย่างเงี้ยชอบมีคนไข้มี 2 อย่างค่ะ 1 ให้ มาทำอะไรเหมือนเด็กๆอื ฉันแบบ แก่แล้วให้มาเล่นอะไรก็ไม่รู้มาทำอะไรก็ ไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ทำ อื กับ 2 เครียดมากกลัวทำไม่ดีแบบพวกตบมือทำไม่ได้ ทำไม่ดีใช่หรือยังหรือแบบพครอทีแบบเหมือน อ่ะบางทีแบ่งกลุ่มทำงานกันให้โจทย์ไปว่า ช่วยกันสร้างการแสดงให้เพื่อนทายใบ้คำ อะไรอย่างเงี้ยเค้าก็จะรู้สึกกดดันตัวเอง ว่าฉันทำดีหรือยังต้องดีกว่านี้มั้ยตบมือ ต้องแบบเป๊ะบางคนแบบตบตบมือไปแบบหงุดหงิด โมโหแบบเฮ้ยทำไมฉันไม่ได้ไม่ได้โกรธคน อื่นแต่โกรธตัวเองว่าแบบฉันเคยทำ อื แบบง่ายแค่นี้เองตบมือแบบ 4-6 ครั้งทำไม ฉันทำไม่ได้อะไรอย่างเงี้ยจริงๆหลักๆมี 2 อย่างค่ะแต่ว่าพอทำงานมาสักพักเหมือนเรา ค่อยๆเบรคทคนไข้เนาะพอมาวันเนี้ยกลายเป็น ว่า คนไข้สอนกันเองกับเพื่อนที่มาใหม่ว่าแบบ
Speaker A
พอเาเริ่มสนุกพอมีคนในห้องสนุกไม่ได้มอง ว่าเป็นเด็กแล้วอ่ะคนอื่นๆที่เข้ามาใหม่ เขาก็จะเบรนอินกับกลุ่มได้ง่ายสนุกไปด้วย กันมีความสุขไปด้วยกันหรืออย่างเวลาคนไข้ ใหม่ๆมาแบบหงุดหงิดตัวเองว่าแบบทำไมทำไม่ ได้ทำไมทำไม่ดี ก็จะมีเสียงเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆที่พูด ว่าไม่เป็นไรหรอกเราก็ผิดครูก็ผิดทุกคน ผิดได้สนุกๆอะไรอย่างเงี้ยอ่ะมาเริ่มกัน ใหม่แล้วบางทีการแบ่งกลุ่มทำงานเป็นคู่ หรืออะไรอย่างเงี้ยค่ะบางทีที่ให้ทำเพราะ ว่าเค้าสอนกันเองเค้าพูดกันเองเค้าเข้าใจ กันเองอ่ะ ถ้าจะมีประสบการณ์จริงๆในคลาสคารผู้สูง วัยเป็นคาร์ทที่กลับบ้านไปอย่างมีความสุข ทุกวันแล้วแบบพาร์ทสุดท้ายนี้คือทุกคน เป็นคนสร้างมาเองแบบว่าชอบเล่นมากเลยลูก โป่งขอเขาขอเปิดเพลงปาร์ตี้เล่นเป็นแบบขอ กลับมาเป็นเด็กขอเป็นพระสุดท้ายที่ของนี้ ทุกวันเปลี่ยนท็อปไปเรื่อยๆอะไรอย่าง เงี้ยค่ะ อ ซึ่งจริงๆแล้วเราก็ได้สร้างคลาสเหมือน สร้างคลาสร่วมกับคนไข้พัฒนาค่ะมันเรื่อยๆ เหมือนกัน อืค่ะก็[เสียงกระแอม]กลายเป็นว่าในในตอน แรกๆที่ที่คุณฝนทำเริ่มเนี่ยมันอาจจะมี ความอาจจะยังเป็นปัญหาที่ต้องขบคิดว่า เอ๊ะจะทำยังไงให้คลาสสนุกอาจจะมีการต่อ ต้านจากจากผู้ใหญ่บางท่านที่มีความรู้สึก ว่าคลาสมันเหมือนกิจกรรมเด็กแต่ว่าพอมี ใครสักคนเปิดแล้วไดนามิคลาสใหม่เกิดขึ้น เนาะแล้วในขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นได้ได้ เห็นต่อตาว่าการเปลี่ยนแปลงที่มันค่อยๆดี ขึ้นในในทุกๆครั้งที่เรามีคลาสแล้วกลาย เป็นว่าหลังพอพอคลาสเริ่มสนุกมีรีquสด้วย [เสียงหัวเราะ] มีขอให้ทำสิ่งนู้นสิ่งนี้แล้วก็เอ่อแล้ว เราก็ได้เรียนรู้ว่าการโแtionมาโคแบบว่า ร่วมกับกับผู้กับผู้สูงวัยอ่ะเ่อให้ผู้
Speaker A
สูงวัยได้คิดเกมเองหรือว่าได้ได้สร้าง กิจกรรมเองก็เป็นสิ่งอันนึงที่เป็นทริก เทคเค้าเรียกอะไรมันเกิดจากการเรียนรู้ จากการทำงานจริงๆเนค่ะเอ่อเพราะฉะนั้นอัน ก็เป็นอันนึงที่น่าจะได้ได้เกร็ดจากคุณฝน พรำในแง่ที่ว่าเราอาจจะเข้าไปในฐานะของคน ที่เรียนจบมาแล้วก็สนใจงานนะคะโดยที่เรา ก็อาจจะยังไม่ได้รู้อะไรมากเนาะอันนี้คุณ บอลอาจจะเสริมได้ในวันแรกๆที่เราเริ่มทำ เessชัหรืออะไรอย่าเงี้ยความไม่สบายเนื้อ สบายตัวของเราในฐานะผู้ปฏิบัติงานเนาะพวก เราเองที่ไปฝึกงานหรือว่าเดี๋ยวไปจบใหม่ แล้วจะไปเริ่มทำงานที่ใหม่ๆอ่ะมันคงมี ความรู้สึกแบบนั้นแต่ว่าสิ่งที่คุณฝนแชร์ เนี่ยมันน่าจะเป็นไอเดียว่าเฮ้ยพอท้ายที่ สุดแล้วพอเราสู้กับมันต่อไปแล้วเรามีใจ กับงานน่ะเนาะเราก็เอ่อแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กับผู้เข้าร่วมแล้วมันก็เกิดเป็นแจขึ้นมา เนาะค่ะอืเสริมได้ค่ะ ความจริงผมเห็นด้วยกับที่อาจารย์พูดมากๆ ที่คุณสพ.พูดมากๆเพราะว่าบางทีตอนที่เรา จบไปใหม่ๆหรือว่าเราที่ลองไปฝึกงานใหม่ๆ เนี่ยบางทีตอนนั้นเราไฟแรงแล้วเพราะมันก็ เกิดขึ้นกับผมเหมือนกันผมรู้สึกว่าเฮ้ย เราต้องทำหน้าที่บำบัดคนไข้ต้องได้อะไร ต้องได้รับมันบางทีเราไป force คนไข้โดย ที่ไม่รู้ตัว อื ซึ่งบางทีผมก็ต้องถอยกลับมาบางทีก็คนซ้ำ อาจารย์บางทีก็ต้องถอยกลับมาดูตัวเอง เหมือนกันว่าอันนั้นคือคือเรากำลัง expect ตัวเองหรือกำลังดูที่คนไข้จริงๆ อื ซึ่งผมว่าหัวใจจริงๆอ่ะเราดูที่ความ ต้องการของเค้าจริงๆบางทีเค้าทำเค้า ต้องการแค่เนี้ยทำได้แค่เนี้ยเก็โอเคละ แต่เราแบบ
Speaker A
เลือกกูดนตรีอ่ะเนาะ จัดแน่น ต้องมากกว่านั้นต้องตอนหลังๆมันก็เลยรู้ สึกว่าแบบ เราโฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเราคือคน ไข้ดีกว่าแล้วเรียนรู้เราต้องเซกับเให้ ได้ว่าหัวใจของเขาจริงๆคืออะไร อื ครับผม ค่ะขอบคุณค่ะอ่าทีนี้คำถามที่ 2 กับ 3 เนี่ยไม่แน่ใจว่าเอ่อที่เราพูดกันถึง เรื่องสัเหตุการณ์ที่ประทับใจเนาะเอ่อ แล้วถ้าเป็นเหตุการณ์ที่อาจจะเป็นแบบจดจำ ไม่ลืมหรือว่าเอ้ยเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ เราไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนหรือว่ามองว่า มันเป็นความท้าทายในการปฏิบัติงานอันนี้ ไม่แน่ใจว่าที่ตะเกียได้เล่าไว้อ่ะเล่า มันได้รวมตรงนั้นไปแล้วหรือยังหรือมี เสริมตรงไหนอีกมคะ อาจจะเป็นช่วงแรกๆของการทำงานค่ะ อื คือเมื่อก่อนบางทีคนไข้ที่มาอ่ะค่ะบางที เค้ามาใหม่เราไม่ได้รู้จักเค้าหรือบางที เจ้าหน้าที่เค้าอาจจะแจ้งแบบว่าวันนี้มี คนไข้ใหม่นะยังไม่เคยเข้าขาดอะไรเลยข้อ มูลคนไข้ของเราก็จะน้อยมากจำได้เลยค่ะคน ไข้คนนึงก็ดูไม่มีอะไร ต้องดูแลเป็นพิเศษวันนั้นเล่นเกมอย่างงี้ ค่ะคนนึงตบมืออย่างงี้ อีกคนนึง หมุน หมุนมืออันนี้ใช่มั้ อ่ะพวกเราลองทำไปด้วยกันเลยมั้ยคะเอจะได้ พวกเราจะได้ขยันด้วย 1 คนทำอันนี้ใช่มั้ยคะคนข้างๆ ขอของขอขอคนนึงทำมืออันนี้หมุนหมุน
Speaker A
ไว้อ่ะพยายามไม่ให้โดนตี อ๋อคนอออะไรอย่างงี้ อ่ะเราจับคู่ซิหันไปหาคนข้างๆถ้ามีนะ [เสียงหัวเราะ] ออก ค่ะ เอออย่าลงไม้ลงมือกันนะฮะ ใช่ ยากมั้ยยากมั้ยคืน ต้องตีออกไปเรื่อยๆอีกคนนึงต้องแบบ คนนึงต้องหมุนคนึงต้องหมุน ทำเหมือนเป็นค่ายกล่ อ่า ค่ะ วันนั้นเล่นอันนี้ล่ะค่ะเราก็อยู่ดีๆคน ไข้ก็ตัวสั่นขึ้นมา อื เกิดอาการแพนิค เขาแบบเหมือนไม่อยากให้ใครเหมือนเราอีก เหมือนมีอีกคนนึงเข้าไปในพื้นที่ อ่า ส่วน Personal space personal เออค่ะ ซึ่ง เราก็เราบางทีอะไรอย่างงี้ที่เราโอ๊ย กิจกรรมสนุกสนานทำมาไม่เคยมีปัญหาแต่บาง กิจกรรมอ่ะค่ะก็ sensitive กับคนบางคน ซึ่งเราก็อ่ะถ้าอย่างตัวเองแก้ปัญหาคือ เราจะมีกิจกรรมเซฟzซone ของตัวเองว่าโอเคถ้าวันนี้มีคนให้ใหม่นะ อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้หรืออย่างน้องปู่ทุกคนชอบ มากแต่สิ่งที่ระวังคือระหว่างการเล่นอาจ จะแตก ตกกระจาย
Speaker A
ตกใจ อ ได้อะไรอย่างเงี้ยแล้วก็อาจจะต้องบางอัน ต้องเก็บไว้สำหรับคนไข้ที่เราเข้าใจรู้ จักเ้ามาสักพักอะไรอย่างเงี้ยค่ะอันนี้ก็ เป็นจากประสบการณ์เหมือนกันแล้วก็ เฮ้ยอันนี้น่าสนใจนะมันเป็นประเด็นของ คลาสแพนเราที่ที่ทำเวลาเราทำกิจกรรมกับ ผู้สูงวัยอ่ะเราจะมีแผนล่วงหน้าอย่างเย เพิ่งไปลงกิจกรรมที่ต่างจังหวัดมาแผนวาง ไว้อย่างดีภาพในหัวสวยงามสรุปผู้สงบไม่ เล่นด้วย[เสียงหัวเราะ] อะไรอย่างเงี้ยเพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็น เป็นบทเป็นเา้าเรียกว่าเป็นไอเดียให้เรา เห็นภาพนะว่าเตรียมอย่างที่คุณบอลก็พูดนะ ว่าเฮ้ยเรามาด้วยไฟพลังไฟลุกแบบนี้ใช่มั้ คะแต่ว่าเอเนอร์จีคนไข้ต้องต้องเอาไปปรับ หน้างานอีกด้วยเหมือนกันมีตรงไหนเสริมอีก ไหคะ จริงๆถ้าสำหรับผลอ่ะค่ะมันอาจ อ่ะถ้าบอกว่าความแตกต่างระหว่างเด็กกับ ผู้สูงไวตอนนี้แล้วกันเด็กเราอาจจะมี สตจureเราสามารถทำตามสucจure 1 2 3 4 เตรียมอะไรมาใช้ได้หมดอ่ะค่ะ แต่พอคลาสไว้อ่ะค่ะบางทีเราต้องเปิดก็จะ มีพาร์ทว่าพารท 1 อื อะไรที่ทำได้บ้างเราสามารถดึงมาใช้ได้ ตลอดเวลาแล้วแต่หน้างานแล้วแต่วันนี้อุ๊ย คนไข้มาไม่เหมือนกันดูเอเนอร์จี้คนไข้พา สก 2 เราก็จะมีลิสของเราพ 3 พ 4 เรา
Speaker A
เหมือนทำเป็นลิสในใจแล้วเราก็ไปดู สถานการณ์หน้างาน แล้วก็ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ส่วนใหญ่ทำ สมัยจะเป็นอย่างมากกว่า อื เหมือนเราก็จัดเทียของกิจกรรมค่ะว่าเทีย กิจกรรมของการสัมผัสร่างกายอันนี้อาจจะ ถ้าถ้าไม่ไม่สสนิทกันพอควรหรือว่ายังเป็น คนใหม่เนี่ยอาจจะยังไม่เอาเข้าไปถือ อุปกรณ์บางอุปกรณ์บางวันอ่าอย่างลูกบอล นวดคนชอบกันมากแต่ว่าถ้าวันไหนที่คนไข้ดู ไม่ค่อยมีแรงกันก็จะไม่ค่อยอยากให้เล่น เพราะว่าบางทีมันตกพื้นเ้าวิ่ง อืไปเก็บอะไรอย่างเงี้ยบางวันแบบอากาศฟ้า ฝนไม่ดีฝนตกทุกคนมาเหนื่อยเอะไรอย่าง เงี้ย อื คอบางคอปเพลงบางเพลงอะไรอย่างเงี้ยอาจจะ ไม่เหมาะเท่าไหร่ ค่ะโอเคเข้าใจเลยมีเสิร์ฟมั้คะ แงนี้เสริมเสริมที่ผลอย่างตอนเรียนเนี้ย อาจารย์ของผมเขาก็จะสอนเวลาเราplanน sess plan แพนกิจกรรมอะไรให้กับคนไข้ครับให้ เ้ามี + 1 + 2 แล้วก็ -1 -2 หมายความ ว่าเราสมมุติอ่ะเราจัดกิจกรรมนึงเบสลนไว้ ละซึ่งเราคิดว่าจะทำกิจกรรมนี้ให้คนไข้ แต่มันต้องมี + 1 คือถ้าสมมุติคนไข้ทำ
Speaker A
ได้คิดเอ้ยมันง่าย + 1 เราจะเสริมออกไป + 2 ทำให้มันยากขึ้นแล้วในทางกลับกัน -1 ก็หมายถึงว่าแพนที่เราเตรียมคนไข้ทำไม่ ได้เราต้องมีทางถอยมาเพื่อที่จะให้ กิจกรรมของเราทางได้สม อือ๋อค่ะอุ๊ยไอเดียนี้น่าสนใจเนาะก็คือ เราจัดเทียกิจกรรมคล้ายๆของคุณฝนหลังจาก ของคุณฝนเนี่ยจะมีประเด็นเรื่องของความ ปลอดภัยมีเรื่องของกิจกรรมสังคมเนาะว่า ระดับของการเข้าร่วมสังคมจะได้แค่ไหนแต่ส ของคุณบอเนี่ยมันพอมันเป็นเรื่องดนตรี เนี่ยimperวiseสำหรับบางคน มันยาก มันยากเพราะว่าบาง[เสียงหัวเราะ]คนจะไม่ รู้สึกถ้าให้ฉันแบบว่าหลาล่าไปเรื่อยๆมัน อาจจะแบบกังวลหรืออะไรงี้นะคะอืมีมีอะไร อ่ะถ้าถ้าในตะกี้ถ้าไปในในสไลด์อ่ะค่ะของ ดนตรีบำบัดเอิ่มอันไหนหรอคะที่มันที่ที่ เาว่ามันจะท้าทายค่ะ สส่วนใหญ่ของผมอ่ะถ้าสมมุติเราต้องแพน session แพนเงี้ยจะเป็นอยู่ในป๊อปเด็ก กับป๊อบผู้ป่วยที่ผู้ป่วยเชียรที่มันจะ ค่อนข้างมี structure อ่า เราจะกำหนดล่วงหน้าไว้แล้วว่าวันนี้เราจะ ทำกิจกรรมอะไรกับคนไข้บ้าง 1 2 3 4 5 บลาๆแต่ว่าในทางกลับกันถ้าเราอยู่กับผู้
Speaker A
ป่วยพาิธี อื มันจะไม่มี structure เกิดขึ้นเพราะว่า ทุกอย่างสามารถ พลิกได้ตลอดเวลาก็อย่างเมื่อกี้เข้าคำถาม อาจารย์ที่ว่ามีอะไรที่ อันไหนเซฟโซนสุด เซฟโซนที่สุดเหรอ ร้องเพลงมั้ยคะหรืออะไรหรือฟืไม่เคยรู้ เหมือนกัน เซฟโซนสุดหรอกครับ ค่ะ ก็ร้องเพลงนะแต่ว่าบางทีถ้าคนไข้รีเควส เพลงอะไรที่เราไม่รู้จักเนี่ยมันก็กลาย เป็นแดนจัโซนทันทีนะสำหรับเราคอร์ดอะไรคะ [เสียงหัวเราะ]เนี่ยครับ ค่ะ ก็นั่นแหละครับแล้วก็เมื่อกี้เข้าคำถาม อาจารย์ที่ว่าเหตุการณ์ที่จดจำได้มั้ลืม ก็แบบอย่างพtiเมันจะเป็นอะไรที่คาดจำไม่ ได้เลยนะฮะก็จะเป็นอะไรที่อยู่เหนือการ ครอบคลุมอย่างเช่นเล่นๆไปกับคนไข้คนไข้ มะเร็งนี้อยู่ๆคนไข้แบบโอ๊ะไม่ไหวขึ้นไส้ หยิบถุงขึ้นมาแบบอ้วกทางเลยเพราะฉะนั้น แล้วบำบัดก็ต้องแบบก็ต้องเปลี่ยนแผนจาก การที่เราจะมาทำ session เราจะเปลี่ยน read exercise อ่าค่อยๆหายใจนะครับค่อย ๆหายใจนะครับหรือบางทีเราก็ต้องเรียก พยาบาลแล้วเราก็ต้อง withdraw ไม่ไหวละก็ คือแบบ ทำอะไรไม่ได้ละก็ออกมาแล้วอีกแง่นึงก็คือ เราก็ต้องเตรียมใจตัวเองไว้ด้วยเหมือนกัน
Speaker A
ในฐานะบำบัดเพราะว่าเอ่อบางทีอยู่กับคน ไข้บางทีเรามี emotional อ เคยเคยทำกับคนไข้ Dar อีกแล้วอาจารย์ ได้ๆให้รู้ได้เลยว่าพอไมค์ถึงบอล [เสียงหัวเราะ] อ่ะเดี๋ยวก็จะเล่าก็คือแบบเอ่ออยู่กับคน ไข้ อื เ้าก็แบบดิแล้วล่ะร้องเพลงให้คนไข้เอ่อ ร้องเพลงให้เขาฟังภรรยาเก็แบบร้องไห้นั่น ปรากฏเราเห็นภาพนั้นแล้วเราแบบรู้สึกว่า วันนั้นตั้งกะวันนั้นกากตกปกติจะตั้งกะ ก่อนตั้งบารี่ไว้ก่อนแต่วันนั้นกะตกเรา เห็นเร้องไห้อีชนalในห้องสุดๆแล้วบัก็ ร้องไห้จ้าร้องไห้แบบเกาคอร์ดไปแล้วก็ หยุดอ่ะแล้วก็แบบแล้วก็หันหลังไปแล้วก็ เล่นคอร์ดวนไปเงี้ยครับคนไทยก็งงว่านี่ เป็นนี่เป็นอะไรก็คือแบบว่าสุดท้ายเราก็ ไม่ไหวเราก็ลองไปเสียงเราก็สั่งจนคนไข้ ต้องแบบว่าทิชชู่ค่ะ [เสียงหัวเราะ]ทิชชู่มั้คะคุณบอลเลย ใครคือผู้ภาษาภัย แต่ว่าแต่ว่าเรื่องนี้ผมก็คอนเซิร์นนะ อือ ผมก็เลยไปปรึกษาอาจารย์ ค่ะ อาจารย์เบอกว่ามันโอเคอยู่ส่วนเพราะเราก็ เป็นมนุษย์เหมือนกันเราแชร์ emotional ปอดใจตัวเอง[เสียงหัวเราะ]เราแชร์ emotional กับคนไข้แล้วคนไข้เขาก็ appreciate ในการที่เราเสียใจไปกับเขาเพราะว่าอันนี้ ผมเชื่อเพราะว่าหลังจากวันนั้นน่ะพอคนไข้ เิ่งไปแล้วภรรยาเ้าก็กลับมาเยี่ยมโรงพยาบ
Speaker A
อีกทีนึงเาก็เรียกหา บอกว่าขอคุยกับคุณบอลหน่อยวันนั้นขอบคุณ มากเลยนะ เ้ารู้สึกว่ามีคนยืนอยู่ข้างๆเขาในวันที่ อ มีแชร์แชร์อีมชัร่วมกัน อือืค่ะก็เป็นเหตุเป็นเหตุการณ์ที่น่าจะ จำได้ไม่ลืมเพราะว่านี่ตั้งคำถามไว้ ให้วิทยากให้วิทยากรว่าเป็นเหตุการณ์ที่ ประทับใจไม่ลืมเนาะแต่ข้อที่เรียนรู้ได้ จากประเด็นเนี้ยก็คือเอ่ออันนี้ต้องแชร์ ให้น้องๆนักเอ่อที่เรียนคณะจิตวิทยาเนาะ ว่าเราอ่ะเรียนแขนงเรามีสาขาวิชาหลายแขนง วิชามากเลยนะคะอย่างอาจารย์นิดเป็น พัฒนาการเนาะแล้วก็อย่างคุณบอลจบมาทาง ปรึกษาปรึกษาเอ่อคลินิกด้วยมั้คะหรือว่า จิตปรึกษาจิตการปรึกษาเนาะคะแล้วเราก็มี จิตวิทยาคลินิกใช่มั้คะจิตวิทยาสังคม จิตวิทยาองค์การและอุตสาหกรรมใช่มั้คะจิต วิทยาเอ่อ[เสียงกระแอม] apply จิตวิทยา ประยุกต์อะไรอย่างเงี้ยเอ่อเราทุกคนต่าง มีหน้าที่ทำงานในฐานะของคนเป็นนัก จิตวิทยาเนาะแต่ว่าไม่ใช่คนทุกคนที่สนใจ จิตวิทยาจะชอบทำงานบำบัดเพราะว่าการที่ ต้องได้รับรู้เอ่อเรื่องราวของผู้อื่น หรือว่าอย่างเวลาที่เรามี sess กับ client เนาะในเอ่อเราต้องไปรับรู้เรื่องความ ทุกข์ใจของผู้อื่นอย่างอาจารย์นี้เนี่ยทำ ไม่ได้นะคะเคยเคยแบบแค่ไปเป็นเ่อเขาเรียก ว่าเป็นสตาฟสมัยเรียนปโทเป็นสตาฟ Open House แล้วก็แล้วก็เจอเจอเราจริงๆแล้ว เราแค่แปลผลคะแนนความเครียดเองแต่ว่าวัน นั้นเนี่ยพอเราแปลผลคะแนนความเครียดเขา
Speaker A
เสร็จเขาเมีเรื่องจะเล่าแล้วพอเขาเล่า แล้วมันมันทุกข์กับคืออาจารย์นิดไม่มีการ เป็นคนร้องไห้ง่ายด้วยนะคะเราก็เลยรู้ตัว ว่าเอ้ยเราเราเป็นนักจิตวิทยาแต่เราชอบ เราทำวิจัยเราอ่านหนังสือเราถ่ายทอดข้อ มูลแต่ว่าเราคงไม่ไปในจุดที่เอ่อที่จะที่ จะทำงานกับไอนเพราะฉะนั้นอย่างเอ่อคุณบอล หรืออย่างฝนเองล่ะคะฝนก็เป็นจิตพัดเนาะ เออในประเด็นอย่างเงี้ยฝนมองว่ายังไงบ้าง จริงๆตัวเองก็พูดว่าไม่ทำงานกับเด็กกับ ผู้สูงพ่อแม่ให้คำปรึกษาเบื้องต้นได้แต่ ก็ถ้าก้าวไปถึงลำบากผลก็ อื ไม่ได้แฮปปี้ที่ทำเหมือนกันค่ะเพราะมัน แล้วแล้วอย่างคุณบอลตะกี้คุณบอลใช้คำว่า ตั้งกาดซึ่งเป็นคำที่นักจิตวิทยาหลายๆคน ใช้เนาะมันคือการที่เราไม่ไม่เอาพลังตรง นั้นคือเรามีหน้าที่ทำให้เessชัดำเนินไป ตามเป้าหมายเนาะแล้วก็ช่วยเขาอย่างเต็ม ที่ตามเี่หรือเทคนิคที่เราใช้แต่ว่าเอ่อ บางทีพอเรากาดตกเราเอาสตอี่ของของผู้เข้า ร่วมเนี่ยของไอ้นมาเป็นส่วนหนึ่ง คำว่ากาดตกกับไม่กับกาดดีเนี่ยมันยังไงใน ใน เอาที่ตัวเองรีเฟลกได้มันเป็นที่ความ พร้อมนอนน้อยอะไรอ ผมว่าประสบการณ์ด้วยนะ อ ผมว่าประสบการณ์เพราะว่า แรกๆที่เข้าไปทำเนี่ยร้องไห้บ่อยมาก อ คือคือหมายถึงว่าบางทีแล้วเข้าไปเจอคนไข้ พอเรามีความสัมพันธกับคนไข้เริ่มสนิทกับ คนไข้เราเจอทุกสัปดาห์อย่างเงี้ยวันนึงเา เสียเปิดประตูเข้าไปอ้าวเตียงปากพยาบาล พยาบาลคนไข้ไปไหนอ่ะ อ๋อออกเดินทางแล้วค่ะโหมีวันนึงผมก็แบบ ดีเหมือนกันนะมันก็เลยเรียนรู้กับการที่ ว่า มันต้องมีระหว่างกับ client
Speaker A
อื นะครับเราจะเอาตัวลงไปเราเราทุกคนผมเชื่อ ว่าทุกคนหวังดีครับเจอคนไข้ทุกคนหวังดี แต่แต่ว่าบางทีเราไม่ยังตัวเองอะไรเงี้ บางทีเราสนิทกับเค้ามากเกินไปเราหวังให้ เค้านี้มากเกินไปเนี่ยบางทีมันก็อาจจะตี กลับมาที่เราได้ อื ใช่บางทีผมรู้สึกว่าบาวี่ของคนไข้กับนัก บำบัดสำคัญเพราะว่าอาจารย์ก็สอนอยู่ [เสียงหัวเราะ]แต่ว่าก็คนน่ะเนาะบางทีเรา ก็บางทีความพร้อมของเราในด้านอารมณ์บาง วันที่ ดิ่งๆมันอาจจะกากเราอาจจะอ่อนแอหน่อย อ เราต้องผมว่าเราต้องรีเฟลกตัวเองเราต้อง ตัวเองอารมณ์ของตัวเองตลอดเลยค่ะด้วยเหตุ นี้เนาะการทำงานเราจึงทำเป็นสหศาสตร์เรา จะมีประชุมเซessชักันเยอะเอ่ออย่างคุณฝน คุณบอลก็จะเป็นแนวแบบว่าเอ่อแจ้งพยาบาลมี การประชุมทีมอะไรอย่างเงี้ยเพื่อให้เห็น ภาพแล้วไอ้การประชุมทีมเนี่ยเราเอ่อในใน เessมีอาจารย์หมอก็จะมีionเนาะมันช่วยให้ ช่วยแบ่งเบา story แล้วช่วยทำให้ตัวตัว นักบำบัดเองหรือคนนักจิตวิทยาเองอ่ะก็ได้ ได้เนาะได้เอ่อกลับสู่ภาวะที่ดีขึ้นจาก การที่ได้พูดคุยกับเอ่อคนร่วมวิชาชีพ มันเหมือนซัพพอร์ตเหมือนกันนะเรามาแชร์ อย่างงี้ปุ๊บพยาบาลเขาก็รู้สึกเหมือนเรา เราก็รู้สึกว่าเออไอ้สิ่งที่เรารู้สึก เศร้าอย่างเงี้ยเราไม่ได้เป็นคนเดียวเรา มีคนที่ อือ เหตุการณ์ความรู้สึกนี้เราอยู่เพราะ ฉะนั้นมันผมว่ามันดีขึ้น อือ บางทีก็ร้องไห้ด้วยกันฉำ สดี
Speaker A
ค่ะแต่ว่าเออการทำงานแบบช่วยเหลือเนาะ หรือว่าชทำงานกับผู้ที่กับได้มีความเจ็บ ป่วยแล้วเราเนี่ยแต่ว่าเราทำงานสายที่ เป็นอ่าดนตรีนะคะนี้เป็นศิลปะทางการ เคลื่อนไหวอย่างเงี้ยนะคะเอ่อก็ดูเหมือน เรากำลังจะพยายามเอากิจกรรมทางบวกนะคะไป ช่วยเอ่อขจัดปัดเป่าความรู้สึกทางลบที่มี ที่ติดมากับความเจ็บป่วยเนาะคะทีนี้เอ่อ จริงๆแล้วถ้าทุกท่านยังจำได้นะคะแล้วมี วิทยากรอีกท่านนึงนะคะนั่งค่ะนะคะค่ะซึ่ง คุณธันวาเนี่ยจริงๆแล้วเชื่อมโยงอยู่ดีๆ ก็เชื่อมโยงได้นะคะแล้วใช่มั้ [เสียงกระแอม] น่าจะได้ค่ะเชื่อมโยงได้ด้วยนะคะเพราะว่า คุณธันวาบอกว่าสอี่ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขึ้นมาเนี่ยนะคะเกิดจากการที่เกิดจากการ ที่มีเค้าเรียกว่า personal story เนาะ มีเรื่องราวส่วนตัวที่ก่อให้เกิดผลเอ่อ เกิดงานนวัตกรรมคือต้องต้องบอกอ่ะเนาะว่า เเอ่อคณะนะจิวิทยาเนี่ยเราเริ่มทำงานใน หลายๆทางเนาะอ่าอาจารย์นิดอาจจะเป็นฝั่ง ทางองค์ความรู้ซะมากนะคะส่วนคุณฝนกับคุณ บอลเนี่ยก็จะเป็นการเอาปรับใช้จิตวิทยาไป ใช้ในในงานในเอ่อกับเฉพาะบุคคลและเฉพาะ กลุ่มเนาะคะส่วนคุณเอ่อปัจจุบันเนี้ยคณะ จิตวิทยาเราอ่ะค่ะก็สนใจการทำเอาองค์ความ รู้ทางจิตวิทยาไปพัฒนาเป็นนวัตกรรมเช่น กันซึ่งการที่คุณธันวาติดต่อมาเนี่ย อาจารย์นิดก็ดีใจเช่นกันนะคะที่เพราะว่า เอ่อการที่คนคนเรียนจิ๋วยาเซ้น์ของการ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาจจะต่ำนิดนึงอาจจะไม่รู้ ว่าเอ้อเราจะเอาองค์ความรู้ทางจิตวิทยา หรือ content ที่เรามีเนี่ยไปทำอะไรต่อ การที่เราได้เชื่อมโยงกับเอิ่ม developer
Speaker A
นะคะคนที่เ้าเพราะแค่เค้ามีเสียงร้อง เรียนจากทางบ้านเาก็สามารถที่จะออโอเคผม ทำได้แล้วผมก็ทำซึ่งอันเนี้น่าชื่นชมกัน ต้องต้องออกตัวว่าขอชื่นชมคุณธันวาก่อนก็ เลยอยากจะมาฟังสตอี่แล้วก็อยากให้สอี่ของ คุณธันวาเนี่ยแชร์ให้กับน้องๆนิสิตด้วยนะ คะก็เชิญคุณทันวัเล่าต่อได้เลยว่าเอ่อ กระบวนการนะคะตะกี้ได้เล่าถึง inspiration ไปและว่าเอ่อแรงบันดาลใจของการทำแอป อันเนี้ยนะคะแล้วตอนต่อไปก็คือเรื่องของ การพัฒนาเบื้องต้นการทดลองใช้อะไรแบบนี้ เลยค่ะ ครับขอบคุณครับอาจารย์อ่ารบกวนอาจารย์ เปิด PDF ได้จะได้เล่าให้ทุกท่านได้เห็น ภาพจริงฟังเพลินแล้วก็รู้สึกดีใจที่มา เพราะผมได้ไอเดียไปหลายอย่างมากเนาะสไตล์ คนทำโปรดักอาจจะเป็นอย่างเงี้ยก็เออฟัง นู่นฟังนี่แล้วก็แบบเออมัน สอนพวกเราด้วยค่ะพวกเราก็อยากพัฒนาโปรดัก เป็น เออจริงๆก่อนอื่นต้องบอกว่าผมแอบอิจฉา เล็กๆที่ที่เห็น 2 ท่านน่ะเล่าสตอี่ของ ตัวเองรู้สึกว่างานที่ 2 ท่านทำน้องๆก็ดู ไว้เนาะคือมันคือตามหลักอีคีไกเป๊ะเลยอ่ะ งานที่ตัวเองทำได้งานที่ตัวเองทำได้ดีงาน ที่ สร้างประโยชน์ให้สังคมและเป็นงานที่ได้ เงินสำคัญตัวสุดท้ายนะอ่าผมเองอาจจะบอก ว่าอันนี้อเล่า backgrund บริษัทอย่างที่ บอกเป็นไซultเป็นดิจิตัลคือผม backgrund
Speaker A
เป็น engineer เนาเรียน MBA เรียนกฎหมาย ตามสไตล์แล้วก็พอมาเรียนนวัตกรรมที่จุฬา เนี่ยมันก็เปลี่ยนวิธีคิดแบบ engineer ถ้ามีเพื่อนอยู่สาย engineer ก็คือ Engineer จะเป็นประเภทแบบไม่ชอบทำอะไร ซ้ำไม่ชอบ repeat ฉันจะต้องแบบ 1 2 3 4 5 เสร็จเป๊ะแต่พอมาเจองานนวัตกรรมอ่ะ ครับงาน[เสียงหัวเราะ]นวัตกรรมคือคุณต้อง ยอมผิด คุณจะได้เรียนรู้แล้วก็จะได้พัฒนาต่อไป ผิดนี่คือวันนี้คุณอาจจะทำโปรดักผมไม่แน่ ใจว่าเลมิจะไปรอดหรือเปล่าด้วยซ้ำแต่ว่า ผมได้อะไรเยอะจากการลองทำทีมงานที่บริษัท ได้ทำิก็ได้ความรู้จากการในเชิงเทคโนโลยี นะครับก็ คิดว่าเนี่ยมันอาจจะเป็นเพราะว่าเดิมที เราทำงานคนเซ้าเอ่อพอเจอสิ่งที่อย่างเล่า ให้ฟังแหละว่ามีเพื่อนเอ่อที่เขาดูแลคุณ แม่สูงอายุเนี่ยมาเล่าให้ฟังเราก็รู้สึก ว่าเออเราอาจจะต้องหาอะไรที่เติมเต็มคิด ขีกใจของเราบ้างเนาะเผื่อจะได้ได้มี แพชชั่นในงานมากกว่านี้นะในเหมือนสร้างทำ งานที่มันสร้างประโยชน์กับโลกได้จริงๆนะ ครับก็ก็เลยเป็นที่มาอันนี้ขอข้ามสไลด์ นี้ไปแล้วกันอาจารย์ขอหน้า
Speaker A
ได้ค่ะ อ่าอันนี้คือแบรนด์ของบริษัทแต่ว่าเพราะ เป็นเริก็ต้องเปลี่ยนแบรนด์นะครับจากสี น้ำเงินเป็นส้มนะฮะไม่ได้ไม่ได้โยงอะไรนะ มันเป็นของมันเองก็คือแบรนด์ consult มัน ต้องอย่างเงี้ยดูหน้าเชื่อถือดูสีน้ำเงิน เนาะแต่สีน้ำเงินเชื่อถือหรือเปล่าไม่แน่ ใจส่วนสีส้มก็คือเ่ออันนี้คือคือีมต้อง บอกว่าผมผมทำแอปนี้ขึ้นมาแล้วก็ไปเข้า โปรเจคของจุฬานี่แหละของ CUI Hub เป็น โครงการบ่มพ Startup ก็วันที่เข้าไปไม่มีโปรเจคในหัวเลยนะ จังหวะดีก็คือเพื่อนเพื่อนบอกมาว่าเออทำ ตัวนี้ให้หน่อยผมก็เลยเอางานเเข้าโครงการ แล้วก็จบ graduate มาและนะครับเอ่อมันคือ AI Company มันก็คือแอป AI ตัวนึงอาจจะ พอรู้เทรนด์ว่าทุก AI มันมันมาแล้วเนาะ ทุกวันนี้เอ่อ AI Company ก็คือ AI ที่ มาเป็นเพื่อนกับมนุษย์นั่นแหละแต่ว่ามัน ก็จะมี Company สำหรับเด็กสำหรับเอ่อ
Speaker A
Company ในเชิง Professional เช่นเป็น ผู้ช่วยคุณหมอเป็นผู้ช่วย engineer อย่าง เงี้ยครับส่วนอันเนี้ยที่เราทำขึ้นมาก็ คืออยากได้ AI component สำหรับผู้สูง วัยนะครับเอ่อ ขอหน้าถัดไปครับอาจารย์คือ Pint จริงๆพอ พอเพื่อนให้ไอเดียมาเราก็ต้องไปรีสิร์ch สไตล Startup เดี๋สไลด์นี้จะเป็น Startup Teaching นะเผื่อน้องๆไม่รู้เคยเคยได้ เข้าไปจอยงาน Startup ในกุฬาอะไรพวกนี้ม คือเราต้องดูก่อนว่าปัญหาที่เราจะแก้มัน ใหญ่ขนาดไหนเพราะสุดท้ายถ้าเราทำโปรดักมา ตัวนึงแล้วมีคนใช้อยู่ 5 คนทั้งโลกเงี้ย คืออันนั้นก็อีกอย่างเดียวเลยแต่ว่าไม่มี ตัวที่ 4 คือทำเงินไม่ได้มันก็ต้องมานั่ง ดูว่าตลาดมันใหญ่ขนาดไหนซึ่งมันก็น่าตกใจ ว่าเออเซวยนี่คือออกมาเขาบอกว่าคนทั่วโลก เนี่ยเป็นSoloโoagวยที่อยู่คนเดียวอ นะครับไม่ใช่ไม่มีญาติพี่น้องแต่อยู่คน เดียวโดยเฉพาะโลกซีตะวันตกเมีเยอะถูกมั้
Speaker A
ฮะสังคมที่เขาไม่ได้เป็นสังคมขยายไม่ได้ ครอบครัวขยาย 180 ล้านคนแล้วมันจะเพิ่ม ขึ้นเรื่อยๆนะครับอาจจะเป็นเพราะสังคมสูง วัยด้วยคนเกิดน้อยลงแต่งงานน้อยลงนะครับ แต่งงานกับถูกมั้มันก็เลยมันก็เป็นเทรนด์ นะครับแล้วก็เอ่อก่อนหน้าถัดไปเลยครับ มันสร้างปัญหาในสังคมด้วยก็คืออย่างที่ รุ่นพี่ที่มาเล่าให้ฟังครับว่าเขาต้องดู แลแม่ก็คือเขาเรียกว่าคนรุ่นพวกผมเนี่ยเ เรียก Sandwich Generation คน ต้นๆเจน Yine Gen X เนี่ยก็คือมีพ่อแม่ต้องดูแลมีลูก ต้องดูนะครับเป็นแซนวิชก็คือไม่มีเวลาดู ตัวเองก็คืออันนี้คือ Pint คนมาเล่าก่อน ผมว่าฟังพี่เค้าเนี่ยจริงๆเค้าไม่ไม่อยาก ได้ AI แอปไปช่วยแม่เค้าหรอกเอยากได้ AI แอปเพื่อจะขอเวลาเ้าบ้าง อื ถูกป่ะนี่นี่คือนี่คือเวลา user อ่ะเวลา คนพูดอะไรให้เราฟังสิ่งที่เขาพูดอาจจะไม่ ใช่ปัญหาเค้าจริงๆก็ได้นะอันนี้ก็ก็ฝาก ไว้แล้วก็ Caregiver เมืองไทยก็ไม่ได้หา ง่ายเท่าไหร่นะครับก็ก็เป็นดีก็ก็เป็น
Speaker A
เรื่องดีเนาะดีนตลาดมีเยอะแต่ว่าปัญหาของ ของคนก็คือหาคนดูแลไม่ได้นะครับแล้วมันก็ ลามไปเรื่องของ public health อะไรก็ว่า ไปเอ่อเอ่อทีนี้มันก็เริ่มจากว่าอย่างพี่ ท่านนั้นนะครับสมมุติชื่อพี่บีแกก็บอกว่า พี่อยากได้เนี่ยคุยกับชั GPT แล้วมันแม่ พี่ก็คุยนะแต่เหมือนกับมันก็พูดไปเรื่อย อ่ะแล้วมันก็มีอาการูateมันก็หลอนอยากได้ อยากได้ AI compent ที่มันรู้จักแม่พี่ รู้จักเรื่องราวของแม่พี่คุยในสิ่งที่แม่ พี่อยากฟังเปิดรูปที่เป็นเป็นรูปที่พี่ อัปโหลดไปแล้วก็ต้องรักษา privacy ด้วย ถูกมั้ยก็เลยเป็นที่มาว่าเออผมก็ถามว่า แบบไหนล่ะพี่เพราะเราผมเองเนี่ยพ่อแม่ก็ สูงไปแล้วแต่แกก็ยังแคtiveยังทำงานอยู่ อาจจะไม่ใช่ใน P point แบบที่พี่เเจอแก ก็บอกว่าอยากได้การบทสนทนาที่ที่เนาะก็ คือคุยสนุกสนานอันนี้ก็ 1 เรื่อง 2 ก็คือ คุยเรื่องความทรงจำในอดีตอ นะครับข้างล่างชั้น 1 ผมเดินผ่านเห็นมี โปสเตอร์ใช่มั้ยไม่รู้ตรงเป็นเป็น
Speaker A
แบนเนอร์เขียนว่าเ่อมันมีคลินิกอะไรของ คณะพยาบาลแล้วก็บอกกิจกรรมแรกเลยก็คือ เอ่อความบำบัดด้วยความทรงจำอะไรสักอย่าง ก็คือตรงตรงข้อนี้เลยนะครับแล้วก็เป็น repent therapy อันเนี้ยพอเราได้ไอเดีย ได้ P point จาก User เราผมก็รีเสิร์ช เพิ่มแล้วก็ได้คำนี้ออกมาว่าอ๋อมันมีการ บำบัดโดยการเล่าความทรงจำแบบนี้นะครับอ่า พื้นความทรงจำก็เลยเอาสิ่งเนี้ยมาลองดู ว่าเฮ้ยเราทำอะไรได้บ้างนะครับแอปเนี่ย จริงๆง่ายๆเลยนะเอ่อสไลด์เดี๋แชร์ก็ได้นะ ครับไม่เป็นไรแต่ว่า อย่างที่บอกมันเป็น AI Compent เน้นพูด คุยนะครับดูเบอร์ 1 ก่อนก็คือก็คุยกับ เค้าเลยเปิดแอปคุยคุยแบบ Voice นะครับไม่ ต้องพิมพ์เอ่ออาจจะวางไว้ใน iPad อาจจะ เปิดโทรศัพท์หรือว่าอาจจะติดตั้งไว้ใน Alex็กaสมมุตินะถ้าเกิดไปถึงจุดนั้นได้ คุยเสร็จปุ๊บสิ่งที่เราเล่าให้เขาฟัง เนี่ยเอ่อบทสนทนามันจะถูกพิจารณาด้วยโดย โดยประมวลผลว่าเอ่ออันนี้เป็นการชวนคุย เรื่องทั่วไปดีมยหรือว่า user เขากำลัง
Speaker A
เล่าเรื่องในอดีตเล่าเรื่องในอดีตเล่า เล่าเรื่องสมมุติว่า user เริ่มเปิดว่า เออเมื่อเออนี่วันตุรษุดจีนเนาะนึกถึง ตรุษจีนเมื่อ 5 ปีก่อนแกก็เล่ามาเรื่อยๆ อย่างเงี้ย AI มันก็จะ capture แล้วมันก็ จะชวนคุยไปนะครับเอ่อสิ่งที่สิ่งทุกอย่าง ที่ user พูดเข้ามาเนี่ย เอ่อมันจะมาที่เบอร์ 3 ก็คือว่าเอ่อโอเค โทษๆเบอร์ 2 ก่อนก็คือข้อมูลที่เข้ามามัน จะมีเมmoryหลายแบบนะครับเช่นเรื่องราวใน อดีตของคนนั้นเรื่องที่เขาต้องการให้ เตือนความทรงจำหรือว่าแม้กระทั่งเรื่อง ที่เขาcompลนเช่นวันนี้ปวดหัววันนี้เวียน หัวอย่างเงี้ยฟังเไว้นะครับเก็บไปเป็น memory แล้วก็ถ้ามันเป็นเรื่องที่มัน ต้องเตือนเป็นเรื่องที่เราจะต้องแจ้งแจ้ง Careegi หรือคุณหมอนะครับที่ที่เราผูก กันไว้ใน Account เนี่ยก็เป็นเบอร์ 3 ก็ คือแจ้งเตือนทำเหมือนเป็น Home Apply
Speaker A
เป็น Smart Device ทั่วไปสุดท้ายก็คือ ความทรงจำที่เก็บมาตั้งแต่เบอร์ 2 เนี่ย ครับก็สามารถหยิบมาชวนคุยได้นะครับเพื่อ กระตุ้น Remed Centery นี่แหละเปิดรูป เปิดวดีโอเปิดภาพถ่ายเล่าเรื่องอ่าช่วง นี้สงกรานต์ก็อาจจะไปหยิบความทรงจำที่ เกี่ยวกับเรื่องเอ่อเทศกาลสงกรานต์ในอดีต ที่เคยเล่ามาเงี้ยนะครับหยิบมาเล่านะครับ แล้วก็วนบัเหมือนกับว่าเป็น Companion เป็นเพื่อนที่ชวนคุยกันจริงๆนะครับแอปมัน แค่นี้จริงๆแต่ว่าเอ่อสไลด์ต่อไปอะไรนะอ ซึ่งไม่ใช่ผมไม่ได้เป็นคนแรกที่คิด นวัตกรรมเนี่ยเวลาทำอะไรขึ้นมาอย่าไปกลัว ว่ามีคนทำแล้วเนาะเอ่อมีต่างประเทศเนี่ย เขาทำดูภาพด้านซ้ายคือเขาทำเป็น service ไม่แน่ใจเคยเคยได้ทราบหรือเปล่าคือเอ่อ user ไปลงทะเบียนแล้วถึงเวลาเนี่ยเอเจน จะโทรเข้ามาคุยชวนคุยเฮ้ยเราฟังดูเราก็ รู้สึกมีอย่างี้ด้วยหรอเป็นธุรกิจในต่าง ประเทศมีก็คือพวก User ที่อยู่ตามเอ่อ บ้านพักนะครับ Nursing Home เงี้ยไปลง ทะเบียนแล้วก็เล่าเรื่องตัวเองไว้แล้วก็ เนี่ยมีคนโทรมาชวนคุยผมฟังดูผมก็จุกนิด นึงนะอาจจะดิ่งๆหน่อยคือเออไม่มีใครจริงๆ
Speaker A
นี่หวว่าชีวิตคนเราอ่ะบางทีมันก็มีจุด นั้นนะแล้วก็แบบเอออย่างน้อยขอใครก็ได้ คุยแล้วก็มีเอ่อซึ่งก็ยังมีบิเสนี้อยู่ อาจจะไม่เติบโตอะไรมากนะครับเพราะว่ามัน มันเกิดมาในยุคที่ใช้โทรศัพท์แล้วก็เริ่ม มีคนทำเป็นหุ่นยนต์เป็น applyant เป็น Home Device นะครับแต่ข้อเสียของการทำ ฮาร์ดแวร์มันคือมันคือ adopt ยากอันนี้ ข้อนึงเนาะมันทุนเยอะกว่าแล้วผมก็ไม่ใช่ คนแรกที่ทำแอปแบบนี้มีคนทำแอปแบบนี้ เหมือนกันแต่ว่าเขาไม่ได้เน้น reminiscence อ่ะเขาเน้นเหมือนแatบot ธรรมดานะครับผมก็แอบก็ไม่แน่ใจว่าทำไมเขา ไม่คิดเรื่องนี้ reset เราก็เลยเอา ประเด็นเรื่องการเอาเรื่องความทรงจำเอา story ของ user ครับไปฝังไว้ใน companion ให้เขารู้จักเราคุยกับเราในฐานะที่เรา เป็นบุคคลจริงๆอ่ะไม่ใช่แชatบotธรรมดานะ ครับก็มีมีธุรกิจแบบนี้อยู่แล้วนะครับแต่ เราก็มองว่าไม่เห็นเป็นไรนี่ทุกคนช่วยกัน ทำก็ดีอยู่ถูกป่ะเราก็ทำในส่วนของเราใน สิ่งที่เราคิดว่ามันเอ่อมันมันน่าจะช่วย user เราได้นะครับเอ่อขอหน้าถัดไปครับ อ่ะ go จริงๆก็คือก็มีคนถามว่าแล้วเก็บ
Speaker A
เรื่องของ user ไว้แล้วไงต่อผมก็น่าคิด มันก็เหมือนี่มันก็เหมือน smart diary ที่เรามันไม่ใช่diี่ที่เราจดแล้วจดแล้วก็ เก็บไว้แต่มันเหมือนกับว่าเล่าให้เขาฟัง AI ก็รู้จักเราแล้วก็ชวนเราคุยได้แต่ สอี่ทั้งหมดที่เก็บไว้อ่ะครับมันส่งต่อ ได้ สุดท้ายคือพอเราไม่อยู่บนโลกนี้ลูกหลาน หรือว่าไม่รู้สิใครที่อยากจะรู้จักตัวตน ของเราอย่างเงี้ยเราก็ส่งต่อให้เขาได้ผม รู้สึกว่าอย่างที่คนเคยได้ยินนะคนเราจะไป จากโลกนี้จริงๆก็เมื่อไม่มีใครจำเได้แล้ว ถูกป่ะผมว่าเรื่องแบบเนี้ยมันมันเสียดาย นะคนเราคนนึงเนี่ยสอี่พวกเไม่อยู่ใน AI หรอกมันไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอาขึ้นไป เทรน AI แต่ว่ามันเป็นเรื่องของคนๆนั้น เราเก็บไว้ใช้ประโยชน์เป็นเพื่อนคลายเหงา แต่พอวันที่เราไม่อยู่เราก็ส่งต่อเป็น Generation ถัดไปเขาจะได้มีเอ่อมีมี เรื่องของเอ่อคนที่มาก่อนเขาอ่ะครับในใน ครอบครัวถ้าถ้าเคยได้ยินข่าวจริงๆแล้วมี text คัหลายๆที่ที่เขาทำอวตารของของผู้ เสียชีวิตอ่ะครับไม่รู้เคยเห็นมั้ยคือเอา ให้ user เนี่ยเอาข้อมูลไปเล่าให้ AI ฟัง แล้วก็เอาข้อมูลเนี้ยไปทำอวตารอวตารแล้ว ก็ออกมาเป็นภาพของคุณพ่อคุณแม่ที่ที่จาก
Speaker A
ไปแล้วเลยแล้วก็มาคุยส่วนตัวผมว่ามันหลอน นิดนึงนะผมรู้สึกว่ามันแบบนี้มันเหมือน กับคุณไม่ได้ยอมรับอ่ะว่าทุกคนต้องไปจาก โลกนี้แล้วก็ไม่ใช่ว่าคนอายุเยอะกว่าจะไป ก่อนด้วยนะอันนี้ทุกคนต้องระวังนะผมไม่ ได้ว่าจะแช่งใครแต่ว่านี่คือความเป็นจริง ของคนวันวันนี้พรุ่งนี้เราอาจจะไม่เจอกัน แล้วก็ได้ถูกป่ะก็เลยอยากให้อยากให้อยาก ให้ยอมรับว่าสอี่ของคนเนี่ยมันมันไม่ได้ เอาไว้เพื่อจะ ปลุกเหมือนกับเอาไปทำเป็นอวตารแบบนั้น แล้วเอามาเหมือนกับไม่ยอมให้เขาจากเราไป อ่ะแต่อยากให้มันเหมือนกับเป็นแค่เป็นแี่ ที่เขาฝากไว้แล้วก็เราก็เข้าไปเเรารู้ว่า เา้าไม่อยู่แล้วแต่ว่าในอดีตเขาเคยผ่าน อะไรมาบ้างมีเรื่องอะไรที่เราได้ศึกษา เรียนรู้เนี่ยนี่คือ go ของแอปที่ที่อยาก ทำนะครับก็อ่ะตามสาย Startup เนาะ process startup ก็คือผมก็ไปแอบแคือทำโปรไทPEมา แล้วก็ไปคุยกับ User นะครับอันนี้ก็เริ่ม เจอปัญหาเดี๋ยวจะแชร์ให้ฟังต่อแต่ส่วน ใหญ่อ่ะอย่างเงี้ย Feedback ก็เป็นเรื่องที่เป็น lesson learn แล้วกันนะครับทุกๆท่านอยู่ในสาย อาชีพนี้เนี่ยวันนึงก็อาจจะเอาอย่างที่ อาจารย์นิปัดบอกครับเอาความรู้ไปช่วยคนใน วงการอื่นเพื่อทำนวัตกรรมอะไรมาอผมมาแชร์ ให้ฟังแล้วกันว่าผมได้เรียนรู้อะไรบ้างนะ ครับอย่างแรกก็คืออ่าแน่นอนบางคนก็ชอบแอป
Speaker A
มันชวนคุยเรื่องในอดีตเอ่อดูมุมบนขวาครับ มันเใช้คำว่ามี user ท่านบอกว่ามันเหมาะ สำหรับคนที่เตรียมตัวจะแก่ฉันยังนะอผู้ พูดฉันเป็นอย่างแต่ดีทำมาดีก็คือเหมาะ สำหรับคนที่เตรียมตัวจะแก่ผมฟังแล้วผมก็ น่าคิดว่าแล้วแล้ว เมื่อไหร่ที่เรารู้ว่าเราถูกป่ะเราต้อง ใช้แล้วล่ะเออมันไม่รู้นะจริงๆแล้วคือมัน ก็ทำให้เราคิดว่าจริงๆแล้ว user เราเคือ กลุ่มไหนกันแน่กลุ่มที่ตอนแรกผมคิดว่าคือ กลุ่มสูงวัยแต่ไม่ user ท่านนี้บอกว่ามัน ควรจะสะสมตั้งแต่วันที่เรายังจำได้ อ่ะแต่อันนี้ก็เป็นchชallengผมแล้วผมจะทำ ยังไงให้คนมาใช้อันนี้กีเรื่องนึง เอ่อก็จะมีฟีเจอร์การเตือนเรื่องสุขภาพ เรื่องการแจ้งอันนี้เป็นฟีเจอร์ทั่วๆไป เป็น utility นะครับอ่ะอย่างเงี้ยมีท่าน นึงบอกว่าเ่อมุมสีฟ้าครับบอกว่ามันไม่ได้ ช่วยแม่พี่เท่าไหร่หรอกจริงๆแล้วพี่อยาก ได้เวลาของพี่บ้างคือให้แม่นั่งคุยกับ AI ที่รู้จักแม่พี่แล้วพี่ไว้วางใจไม่คุยไป เรื่อยแล้วทำให้แม่พี่รู้สึกสนุกสนานกับ การคุยอย่างเงี้ยพี่จะได้ขอเวลาสัก ชั่วโมงนึงไปนั่งทำอะไรของตัวเองอย่า เงี้ยอันนี้ก็ช่วยเรื่องแครอรได้นะครับ เอ่ออ่ะก็มีอย่างเหมือนกันมุมล่างซ้ายอัน นี้ที่ผมสังเกตก็คือผู้สูงวัยผู้ชาย acceptance ต่ำมากไม่รู้ทำไมผู้ชายสูง วัยวันนึงเราอาจจะเป็นก็ได้ก็คือไม่ค่อย อยากเล่าเรื่องตัวเองแต่ถ้าเป็นผู้สูงวัย
Speaker A
ผู้หญิงจะคุยได้ยินดีคุยอันนี้ก็เป็นเป็น สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ว่าเดิมทีผมเริ่มงาน เนี่ยครับผมมอง user คือผู้สูงวัยแต่ลืม ข้อเท็จจริงไปอย่างนึงก็คืออย่าสตอปเ เพราะเค้าไม่เหมือนกันเลยทุกคนก็เคยเป็น มนุษย์ไม่ใช่ทุกเค้าก็เป็นมนุษย์นี่แหละ แต่ว่าทุกคนก็มีทุกคนก็มีคเตอร์ของตัวเอง ถูกมั้ยวันนึงที่เขาสูงวัยเไม่ได้เปลี่ยน นะเไม่ได้บอกว่าอ่ะพอฉันสูงไวปุ๊บผ่าน เกณฑ์นี้ทุกคนจะเหมือนโปตไทpeเ่อเป็นเป็น คาแรคเตอร์เป็นเ้าเรียกว่า user persona เดียวกันหมดไม่ใช่แต่ละคนไม่เหมือนกันเลย แล้วก็นึกก็เป็น lesser เหมือนกันว่าอย่า คิดว่ามันง่ายการ handle ผู้สูงวัยเพราะ เขาก็คือมนุษย์คนนึงซึ่งเขาก็แค่อายุเยอะ ขึ้นแค่นั้นเองเขาก็จะมี preference ต่าง กันบางคนชอบบางคนไม่ชอบนะครับก็ก็ได้อัน นี้ก็เป็น lesson learn แล้วก็สุดท้าย เอ่อนั่นแหละคำถามคือเอ๊ะเค้าเรียกอ่ามี user ท่านนึงก็คือนี่คือจะเอา AI มาแทน คนหรออ่ะเราก็โดนchชallengคนทำ AI จะโดน challeng อย่างงี้ตลอดตลอดนะแต่ผมมองว่า
Speaker A
มันไม่ใช่อ่ะมันคือเราเราเอา AI มาใช้ใน สิ่งที่เป็นgปนะครับตอนเนี้ยเราขาดคนที่ จะดู User คนนี้ในกลุ่มนี้แล้วก็เอ่อสิ่ง ที่แอปตัวเมันช่วยสะสมมันน่าจะเอาไปเป็น ข้อมูลช่วยกับ thaapist ได้ถูกมแทนที่จะ ต้องมานั่งศึกษา user ก็ให้ข้อมูลที่สะสม ไว้ในแอปเนี้ยเตรียมข้อมูลให้กับthapิist เพื่อจะเข้าไปช่วยบำบัดอะไรได้ต่อไปนะ ครับก็เอ่อประมาณนี้อันนี้มีอะไรต่อมครับ ผมจำไม่ได้แล้ว ข้างล่างสไลด์ต่อไปครับอาจารย์โทษทีอ้อ ไม่มีอะไรแอปแอปจริงๆ launch ไปแล้วนะ ครับขึ้น App Store ไปแล้วแต่ว่าเอ่อให้ เฉพาะ user บางกลุ่มใช้เท่านั้นต้องเรียน ว่ามัน sensitive กว่าที่คิดเรื่องบาง เรื่องที่เล่าเข้ามาอย่างเงี้ยครับแกเผลอ เล่าอย่างเงี้ยแต่มันก็เก็บเป็นอ่าเราก็ ต้องมีวิธี handle เรื่อง data privacy ด้วยนะครับตอนนี้ก็ก็เลยพยายามตีกรอบ
Speaker A
กลุ่ม Pilot เนี่ยเฉพาะเฉพาะญาติพี่น้อง คนใกล้ชิดที่เราเอ่อเราเไว้วางใจเราเราดู แลข้อมูลเขาได้อย่าเงี้ยครับก็แต่ตอนนี้ แอปก็ขึ้น store ไปแล้วแต่ว่าถ้าเข้าไป อาจจะยังโหลดไม่ได้นะครับถ้าถ้าสนใจลอง แค่เข้าไปดูเว็บไซต์ก็พอแล้วอาจจะลง ทะเบียนแล้วกันถ้ามันพร้อม Launch เมื่อ ไหร่ผมก็อยากให้ผู้เชี่ยวชาญในห้องเได้ ลองเข้าไปยำให้มันเต็มที่เลยว่ามันมัน เวิร์คไม่เวิร์คนะครับก็เอ่อจริงๆสุดท้าย ผมพูดซะยาวเลย อือ มีแอปเอ่อมีมีdeดโมสั้นๆแล้วกันอาจจะ สงสัยว่ามันทำงาน ได้เลยค่ะให้เวลาคุณธันวาเต็มที่เลย แต่ต้องบอกว่าอันนี้deโมก็ก็คือเป็นmโม แอปนั่นแหละนะครับลง iPad ลงอะไรได้แต่ ว่าเอ่อบทสนทนาอาจจะทะแมงทะแมงหน่อยเพราะ ว่าอันนี้เป็นเป็น AI เวอร์ชั่น แรกๆเลยที่คือเหมือนให้เอาเอาอันเนี้ยไป เทสกับ user ครับว่าเขาชอบไม่ชอบนะครับ ลองลองเล่นดูแล้วกัน เอ่ออาจารย์พอสแป๊บนึงครับพอสแป๊บนึง สวัสดีค่ะคุณชายตอนนี้ข้างนอกฝนตก อากาศเริ่มเย็นลงแล้วนะคะ อย่าลืม โอเคจริงๆคือเวลาคุยอ่ะครับมันไม่ได้ พิมพ์เนาะแต่ว่าเอ่อสิ่งที่เราพูดกับ AI
Speaker A
แล้วสิ่งที่ AI พูดกลับมาเนี่ยมันจะถูก เก็บเป็นlอกเป็น history นะแต่ก็ให้เห็น หน้าจอแต่ว่า ที่จะให้เห็นก็คือคุยเป็นธรรมชาติแต่ว่า สังเกตบทสนทนาแรกอย่างเงี้ยครับมันจะมี เรื่องของเอ่อการเตือนเรื่องยาการเตือน เรื่องกิจวัตรต่างๆนะครับแล้วก็อ่ะเดี๋ อาจารย์ลองเล่นไปก่อนเลยก็ได้ไปก่อน หน้าต่างให้สนิทนะคะ อีกประมาณ 4 นาทีจะ 20:00 น.แล้วเรมี่ เตรียมตัวเตือนเรื่องกินยาลดความดันกับ เรื่องเอาเจ้าตัวเล็กเข้าบ้านตามที่คุณ ชายบอกไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ระหว่างที่รอเวลาเรมี่แอบคิดว่าคืนนี้ฝน ตกแบบนี้บรรยากาศน่าจะน่านอนพักผ่อนมากๆ เลยนะคะคุณชายวางแผนจะทำอะไรผ่อนคลายก่อน นอนบ้างมั้ยจ๊ะหรือมีเรื่องอะไรอยากเล่า ให้เรมี่ฟังก่อนถึงเวลาเตือนมั้เอ่ย อันนี้คือทางบอททางส่วนอันนี้ก็คือทางฟัง แล้วก็พูดเข้าไปนะครับแล้วมันก็ถอดออกมา เป็นคำพูดให้เซฟไว้แต่ผมไม่ได้โชว์เสียง user นะ ได้เจอเพื่อนเก่าแล้วนั่งพื้นเรื่องสยด คืออันนี้เป็นเวอร์ชั่นแรกที่เอาไปเทสจะ บอกว่าเอ่อมันยังมีความเป็นบotอยู่เยอะนะ ครับตอนนี้เราเราเปลี่ยนเสียงเปลี่ยนวิธี การเล่าแล้ว AI มันพัฒนาเร็วมากผมก็ตกใจ ว่าเออมันมีเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้พูดได้ เป็นธรรมชาติมากขึ้นจังหวะจากคนดีขึ้นนะ
Speaker A
ครับแต่อยากจะให้เห็นว่าเวลาใช้งานจริงๆ อ่ะเหมือนเราคุยกับคนนึงอ่ะแล้วเขาจะรู้ เองว่าเรื่องเนี้ยเป็นเรื่องการเตือน กิจวัตรเป็นเรื่องการเตือนเรื่องยาเป็น เรื่องการบ่นเรื่องสุขภาพหรือว่าเป็นการ เล่าความทรงจำแล้วเดี๋ยวหลังบ้านมันไปคิด เอาเองว่ามันจะเก็บไว้ยังไงแล้วมันจะเอา มาใช้คุยเมื่อไหร่นะครับเอ่อเมื่อเช้า เล่าให้คุณคุณปอนฟังแล้วบอกว่าสิ่งที่เรา ต้องทำหลายอย่างหลังจากนี้ก็คือเรื่อง Security เรื่อง Pravacy แล้วก็ทำยังไง ก็ได้ให้สังเกตอาการด้วยว่าคนเนี่ยอย่าไป ติดมีนักคนที่คุยกับ AI อย่างเราเนี่ยทัก AI ทุกเช้าเลยดูดวงใช่มั้วันนี้จะใส่ เสื้อสีอะไรจะไปไหนอันนี้ก็เป็นเรื่องเ้า เรียกว่าSaฟardดคนทำ AI Compion ต้องมี เรื่องนี้นะครับเราก็จะดูว่าเออ User ใช้ เยอะไปไหบทสนทนาเริ่มหลงเริ่มลืมเริ่ม ติดมันมากเกินไปหรือเปล่าเงี้ยครับก็เป็น สิ่งที่ต้องระมัดระวังแล้วต้องใส่เข้าไป นะครับเอ่อสุดท้ายก็คือเรื่อง Trust มันก็แปลกๆว่าจะมีใครคุยกับ AI หรอ เออ ผมก็ว่ามันเป็น challeng นะผมถึงบอกว่าผม
Speaker A
ไม่ได้มายว่าผมจะทำแล้วมันจะเสร็จไม่ เสร็จอ่ะเพียงแต่ว่าก็น่าคิดอยู่ว่าถ้าทำ มาแล้วมันมันเวิร์คมีคนยอมรับเอาไปใช้มัน ก็เป็นส่วนนึงในในไลฟ์สไตล์ของคนน่ะแต่ ก่อนหน้าเนี้ยไม่มีอยู่แล้วถูกมเคยมีใคร ทำของแบบนี้ออกมานะครับก็แต่ user ท่าน นึงก็บอกว่าทำยังไงก็ได้ให้ตัวบอทเนี่ย คือ user ท่านนึงก็คือคือคุณแม่ยายผมเอง ผมบอกว่าแม่คุยได้นะแต่ว่าแม่จะไม่เล่า เรื่องตัวเองให้มันฟังจนกว่าแม่จะไว้ใจ ว่าเออมันคุยสนุกสร้างแรปพอกับแม่ก่อนสิ เออซึ่งเนี่ยมันถึงจุดที่ว่าผมว่ายากมาก แล้วนะก็เลยเริ่มเข้าใจว่าทำไมฝรั่งเขา ถึงไม่ทำสถิติของมันยากนี่เองก็แต่วัน เนี้ยได้มาเจอกันนิปัตย์ก็คิดว่าผมว่าเรา อาจจะเอาหลักทางวิชาการบางอย่างไปเทรน โมเดลไปเสริมเข้าไปนะครับแล้วก็เดี๋ยวจะ ลอง launch แล้วก็ค่อยๆค่อยๆขยายไปเฟสถัด ๆไปนะครับก็ประมาณนี้ครับขอบคุณมากครับ คุณคนธันวาอยากได้อยากอยากฟังเสียงจาก น้องๆมั้ยว่า ได้ๆคือมี คิดว่ายังไง มีความรู้สึกมั้ยอย่าเราเนี่ยเป็นเอชกัน ใช่มั้ยใกล้ๆ ใช่ๆทั้งห้องเนี้ยเจียวกันหมดเลย ผมก็เพิ่งรหัส 64 ใช่มั้[เสียงหัวเราะ] เอ่อถึงไหนแล้วนะลืมอยู่เลยก็ ผมเซ้นได้ว่าเออบางคนก็มันแปลกๆอ่ะบอกตรง ๆมันแปลกๆมันเรานึกภาพไม่ออกว่าเราจะอยู่ กับ AI ได้จริงๆหรอแบบเนี้ยนะครับไม่รู้
Speaker A
สิมีมีท่านไหนที่รู้สึกว่า คิดว่ามันกำลังจะเป็นสิ่งที่จะมาหรือว่า คิดว่าเป็นสิ่งที่เดี๋ยวมันก็ อาจจะมาแล้วก็อาจจะหายไปคล้ายๆเทรนด์อะไร อย่างงี้มั้ยคุณควันวามองว่าคือ AI มันมา แหละมันเพราะว่าหูมันพัฒนาไม่ไม่หยุดเลย แหละเพียงแต่ว่า friendly กับคนใช้ คือ ได้แค่เมื่อเช้าเพิ่งอ่านบทความบิGตสเขา เขียนเขาบอกว่า AI เนี่ยจะสร้างผลกระทบ กับมนุษย์ 2 อย่างก็คือลดทำให้ทุกคนเท่า เทียมกันเข้าถึงข้อมูลคือลดความเหลื่อม ล้ำ อื แกกอีกแบบก็คือ ทำให้คนที่ได้อยู่แล้วที่มีพร้อมอยู่แล้ว เนี่ยยิ่งห่างจากคนที่ไม่มีมากขึ้นคือเขา บอกว่า AI มันสุดโต่งอ่ะผมหวังว่าผมจะทำ ช่วยเอาตัวเนี้ยมาช่วยในด้านแรกนะเออ อือื แต่ไม่รู้สิคือทุกคนใช้ AI ถูกมั้ยทุกคน น่าจะใช้และเออวันเนี้ยเรามันเริ่มเข้ามา ในชีวิตประจำวันผมผมเทสกับคุณแม่กับญาติๆ พี่น้องที่ไสูงอายุเนี่ยบางคนเขาก็ไม่ โอเคนะเขาบอกว่ามันคืออะไรรู้ว่ามันเป็น แอปแหละแต่ฉันไม่คุยกับมันหรอกก็มีแต่อัน นี้ก็น่าคิดว่าแล้ว generation เราอีก
Speaker A
20-30 ปีหรือแม้แต่ตัวผมเองน่ะวันนึงผม อาจจะเป็น user ของแอปที่ผมทำก็ได้ใช่มั้ ฮะก็แต่เราเองรู้สึกว่าเราอยู่กับตรงนี้ เรารับได้ไงแต่ว่าถ้าอยากฟังความเห็น เหมือนกันยังไม่ต้องตอนนี้ก็ได้นะครับก็ มันจะเวิร์คไม่เวิร์คมีอะไรที่คิดว่าจาก มุมของผู้เชี่ยวชาญนะครับเออผมน่าจะต้อง ลองท่านี้บ้างอะไรเงี้ยแนะนำได้นะครับ ประมาณนี้ น้องงบ ทำเป็นทำเป็นโพลมั้ย โพลเลยเหรอ อ่าทำเป็นโพลมั้ยคืออยากว่าอ่า เอา 2 มิติอันเนี้แบบว่าลองลองคิดเล่นนะ คะทำเป็น 2 มิติว่าถ้าในฐานะของตัวเรา เราในอีกนิสิตก็ประมาณ 20 เนาะคะเราในอีก 30 ปีข้าง 40 ปีแล้วกัน 20 + 40 = 60 อ่ะเราเอ่อในอีก 40 ปีข้างหน้าเราจะใช้ มั้ยถ้ามันมีมันตอนนี้มันเป็นช่วงพัฒนา เนาะแต่ว่าเดี๋ยวในปในเรื่อยๆเนี่ยมันจะ เพนมันจะเหมือนคนเลยล่ะ
Speaker A
ขอขอหน้าที่มันมีหุ่นยนต์หน่อยครับ อันไหนนะคะ สไลด์มันจะมีอยู่หน้านึงที่มีโปรดักแบบ อื่นๆ อ๋ออันนี้ คืออ่า ใช่ครับ ค่ะ อันเนี้ยเอ่ออย่างที่บอกนี่คือของที่มี อยู่แล้วในตลาดและแอปผมก็ไม่ใช่ไม่ใช่ของ ใหม่ที่ใช้กับผู้สูงวัยที่ทarเก็ตผู้สูง วัยเนาะnกจริงๆผมไม่ได้ทำแอปหรอกผมทำ โมเดลข้างหลังแล้วโมเดลที่ว่าเนี่ยก็คือ โมเดลที่มีทักษะในการคุยกับผู้สูงวัยมัน สามารถเอาไป เปิดโพลเลยเหรอ ทำเลย คือมันสามารถเอาไปใส่กับ Robot ได้ Applyant ได้นะเราก็เริ่มเห็นถูกมั้ยว่า โปรดักแบบนี้มันเริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิต ประจำวันคนมากขึ้นมีคนซื้อบotแบบเนี้ย หุ่นยนต์แบบเนี้ยอุปกรณ์แบบเนี้ยไปอยู่ กับผู้สูงวัย อ เอ่อแต่ทุกวันเมันยังเหมือนกับเป็นเค้า เรียกอะไรเป็นอุปกรณ์ที่มันรูเบสอ่ะมันก็ คือถูกสั่งมาให้ทำอะไรก็ทำแบบนั้นแต่มัน ยังไม่มีทักษะในการบำบัดในการคุยกับคนใน การเอ่อรู้จัก User นะครับชวนคุยสเหระแบบ เนี้ยนะครับก็ ก็นี่คือนี่คือนี่คือเป้าที่คิดว่าเออมัน น่าจะขยายไปตรงนั้นได้นะครับอืประมาณนี้ อาจารย์อาจารย์จัดโพลจริงๆเหรอครับเนี่ย ใช่ๆอยากรู้เหมือนกันไงแล้วห้องมันใหญ่ เกินกว่าที่จะไล่ถามทุกคนใช่มอ่านิสิตคิด
Speaker A
ว่าพ่อแม่นิสิตจะใช้แอป แอปแบบนี้ไหม ผมนี่ลุ้นเลยว่าโพลจะออกมานี่ผมเลิกทำดี มย อย่าเพิ่งสิเราจะได้เห็นไงคะอ่าคะ ดีครับลองดูก็ อันนี้เพราะว่าตอนเนี้ยที่หาข้อมูลให้คุณ ธันวาอ่าต้องแจ้งก่อนนะคะว่าก็ทำงานใน ฝั่งของวิชาการให้กับคุณธันวาเนาะ เอ่อแล้วเราก็ explore ไปด้วยเพราะว่าพอ พอมันพอมันมีไอเดียแบบนี้เราก็สนใจแล้วก็ ไปเจอตัวแปรนึงที่ชื่อว่า Technology Adoption ในผู้สูงอายุเนาะแล้วก็เป็น อย่างที่คุณธันวาว่าก็คือพอยิ่งเป็นเจน ที่ที่ไม่ได้ไม่ได้ถนัดกับการเอ่อกับการ ใช้เทคโนโลยีมาตั้งแต่แรกเนี่ยเอ่อการ สร้าง trust หรือการพาตัวเองเข้าไปทดลอง ทำสิ่งเนี้ยอาจจะยากถ้าถ้าเกิดว่าไม่ได้ มีแรงบันดาลใจหรือไม่ได้มีอ่ามีใครมาบอก ว่าควรจะต้องมีนะอย่างเช่นหมอแนะนำหรือ อย่างอย่าอย่างของดนตรีบำบัดหรือว่า กิจกรรมการเคลื่อนไหวเนี่ยprสcribeเนาะ เหมือนจ่ายยาโดยคุณหมอเพราะฉะนั้นเนี่ย มันมันมีมันมีจุดพ่วงอะไรบางอย่างอยู่ที่ ทำให้มันเกิดขึ้นได้แต่อย่างในอนาคตถ้า แอปมันวิหมอจะ prescribe มอะไรเงี้ยก็น่า สนใจ ครับ ค่ะ ก็ระหว่างอาจารย์เกมโทรเป็นกกต.เสริมอีก นิดนึงเจตนาผมเนี่ยไม่ได้คิดว่าจะทำเป็น business แบบ go to the moon scale
Speaker A
อะไรหรอกคือถ้ามัน launch ได้เนี่ยจังหวะ commercializ อ่ะครับจะ turn เป็น social enterprise เอ่อผมไม่คิดว่าคนจะใช้แอปนี้เยอะต่อให้ เป็น Solo Ager ก็ตามเขาควรจะไปทำอย่าง อื่นบ้างแต่ว่าอย่างน้อยถ้าอยากมีเพื่อน คุยมีเรื่องอะไรเล่าให้ฟังอย่างเงี้ยวัน นึงสัก 20 นาทีนี่ก็หรูและอันนี้คือที่ เคยเคย measure ออกมานะครับแล้วถ้ามันออก มาเป็น commercialized package ได้อย่าง เงี้ยจะแอปตัวเนี้ยเป็นเป็นธุรกิจแบบ Social Enterprise คือส่วนใหญ่จะเปิด ให้ใช้ฟรีสำหรับคนที่อาจจะต้องการผู้ช่วย แบบเนี้ยครับ Company แบบนี้แล้วถ้ามัน เป็นแพ็คเกจที่อาจจะมีฟีเจอร์ฟังก์ชัน เพิ่มเติมแล้ว commcial รายได้เนี่ยราย ได้พวกนี้มันก็วนไปช่วยสังคมไปช่วยผู้สูง อายุที่เขาโดดเดี่ยวจริงๆอย่าเงี้ยครับ
Speaker A
อันเนี้อันนี้คือ Business Model ที่มัน น่าจะเหมาะกับแอปแบบนี้แหละเนาะมันไม่คิด ว่าจะต้องแบบโอคนใช้แล้วก็แบบเกิดเป็น เอ่อเป็น Business เป็นเอ่อเอ่อเป็น ธุรกิจอะไรขนาดนั้นนะครับโอเคอ่ะลองดูก็ ได้ครับ เพราะว่าตะกี้คุณธันวาพูดประเด็นนึงที่ น่าสนใจก็คือเราไม่สามารถจะสตริโอไทป ใครได้เลยผู้สูงไว้ทุกท่านมี แม้ในอายุเดียวกันเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน มาก็ตามแต่ว่าถ้าเรายื่นไมค์ถามเราเจอ พื้นอาจารย์นิดเพิ่งไปพาคุณพ่อไปงาน เลี้ยงรุ่นของคุณพ่อมาค่ะโอหมีผู้สูงไว เต็มห้องเลยค่ะแล้วเราก็ด้วยความที่เราทำ ทำงานทางนี้เนาะแล้วเราก็เฝ้าสังเกตสนุก มากเลยค่ะแล้วเราก็พบว่าโหมีมีเลเวลมีมี แบบโอ้มีผู้ใหญ่ท่านนึงพูดถึงแต่น้อง เนเน่มีผู้ใหญ่อีกท่านนึงเอ่อพูดถึงเอ่อ ลูกหลานภูมิใจที่ลูกหลานไปเรียนต่าง ประเทศประสบประสบความสำเร็จมาอะไรอย่าง เงี้ยเพราะฉะนั้นสตอี่ที่ท่านแต่ละท่าน เล่าเนี่ยก็มีความมีความต่างแล้วก็มีมี มุมอ่ะค่ะเพราะฉะนั้นก็เลยมองว่าเอ่อ variation ตรงเนี้ยก็น่าจะเกิดขึ้น ทุกทุกวัยแหละแล้วก็ในเจนของน้องนิสิตกับ เจนที่นิสิตคิดเผื่อพ่อแม่ของตัวเองว่า เอ้ยถ้าเกิดว่าเราจะแนะนำแอปเนี้ยให้พ่อ แม่มเผื่อถ้าเขาไม่มีอะไรทำอยากจะมีคน ช่วยแจ้งเตือนซึ่งจริงๆแล้ว basic ฟีเจอร์ต่างๆเก็มีด้วยแต่บวกกับ eleminenty เนี่ยที่มันมีความเป็นเา้าเรียกว่าเป็น หัวใจของแอปเราเนาะค่ะอาจารย์ครับได้ครับ
Speaker A
โหวตๆไปก่อนนะครับไม่มีใครเห็นคะแนนของ ท่านอยู่แล้วไม่มีบาร์โค้ด ใช่ค่ะอันนี้เป็นanonymัส เอ่อ อันนี้เป็นฝั่งของฝั่งของพ่อแม่นะคะ ต้องต้องบอกว่าที่ไปเทสมาครับ generation ของพ่อแม่ของผมกับพ่อแม่น้องๆก็น่าจะมีgป อยู่แล้วเนาะเอ่อ ประมาณนี้แหละครึ่ง อื เพราะว่าก็ต้องเข้าใจadดoptionเรื่อง เทคโนโลยีเไม่ได้เหมือนกันทุกคนนะครับ สำหรับผมนะเอ่อมันก็เป็น challeng อ่ะ เพราะว่าเนี่ยคือนี่คือเหตุผลที่เราจะ ต้องทำออกมาเป็นโปรดักไปคุยกับ user แล้ว เอาไปเทสเพื่อจะพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่ของ ที่มีมาก่อนบนโลกเนี้ยเวิร์คไม่เวิร์คไม่ รู้อ่ะใครจะตอบเราล่ะถูกป่ะแต่ถ้าเราบอก ว่าเออไม่น่าเวิร์คหรอกแล้วก็เลิกทำไป งั้นก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วใช่มอันนี้คือนี่ คือนี่คือความหมายของนวัตกรรมอ่ะของใหม่ มีประโยชน์ขายได้ 3 อย่างนะครับขายได้คือ มีคนใช้นะครับเอ่อผมก็เล็งแล้วว่าเออ Generation ที่เป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่เราอาจ จะได้สักครึ่งนึงแต่รุ่นน้องๆไม่รู้หรือ รุ่นผมเอง อ่ะเดี๋ยวลองถามเลยนะคะมีตั้งคำถามไว้อีก 2 คำอีกคำถามนึง อ่ะตัวนิสิตในอีก 40 ปีเลยเหรอ
Speaker A
ก็ตอนนี้เ 20 ใช่มั้คะถ้าเา 6 ต้องรออ่าน ประมาณ ใจคือผมคิดว่าวันช่วงคนที่น่าจะเริ่มสะสม ความทรงจำหรือสอี่ของตัวเองอ่ะครับอาจจะ สัก 4-50 อ่ะ อือันยังค่ะ ยังใช่มั้ยผมไม่รู้ทุกคน อาจารยอยากใช้ทำไม ผมรู้สึกว่าผมเริ่มลืมบางอย่างไปแล้วไม่ เหมือนแต่ก่อนอาจจะไม่รู้ใครถ้าเป็นอาจจะ เป็นโควิดแล้วเกี่ยวมไม่แน่ใจแต่รู้สึก ว่าเริ่มและเราเริ่มเข้าสู่ คือคือเรารอ 60 แล้วเราค่อยมานั่งเล่า เรื่องในอดีตผมว่าไม่ได้หรอกมันลืมไปหมด แล้วอ่ะมันต้องสะสมไปคำถามคืออ่ะเป็นความ ท้าทายของผมแล้วแล้วทำยังไงให้คนadดopใน วันที่เขายังไม่ต้องใช้ อื อย่างเงี้ย อันนี้ส่วนตัวถ้าถ้าให้เดาตามแนวพัฒนาการ น่ะค่ะคิดว่าเมื่อไหร่ที่ลูกเราโตหมดแล้ว อ่ะค่ะเริ่มเป็น emptiness เช่นแบบลูก มัธยมที่เริ่มไปไหนมาไหนเองแล้วไม่ต้อง บอกพ่อไม่ส่งหนูหน่อยอย่างเงี้ย ครับ แล้วพอเราเริ่มเหลือกันแค่ 2 ตาใหญ่เหลือ กันแค่ 2 สามีภรรยาเนี่ยอันเนี้ยอาจจะ
Speaker A
เริ่มใช้ซึ่งประมาณอายุที่คุณคุณวาบ้าง ใช่ๆอ ยังไม่นับคนที่ไม่มีลูกผมเชื่อว่าเอชน้อง ๆหลายคนก็คงไม่ได้มีแผนจะมีลูก อันนี้ถามถ้าสมมุติในโพเนี่ยถามว่าใช้นี่ คือใช้ ใช้ลึกขนาดไหนของเพราะว่าเมื่อกี้ผมผมพี่ จะมีข้อมูลที่น่าสนใจมากเลยอย่างเช่นอ เตือนกินยาหรือข้อมูลด้านสุขภาพเบื้องต้น ที่สำคัญครับผมว่าอันนั้นน่ะผู้สูอาจจะสน ใจแต่ว่าถ้าสมมุติแชร์ในเรื่องลึกลงไป personal เนี่ย เออคราวนี้ก็เลยสงสัยว่า โพเนี่ยวัดว่าผู้สิจะใช้ถึงระดับความลึก ขนาด จริงๆผมอยากถามคำถามหลังไปเลย อื เพราะคำถามแรกมันเป็นฟีเจอร์ที่มันเป็น utility ครับแต่จุดที่ทำให้มันก็คือชื่อ แอปอ่ะ Remenis Therapy คุณจะคุณจะ therapy เรื่องนี้ได้คุณต้องมีของเขา อยู่คำถามคือนี่แหละซึ่งมันเป็นchชalleng ที่ผมก็เจอว่าเขาไม่เล่าหรอก อ อือ หรือดีหน่อยเขาก็บอกว่าเดี๋ยวไว้วางใจก็ เล่าแต่เราก็บางคนก็บอกว่าก็เล่าได้นะ เพราะป้าก็ไม่มีอะไรก็เล่าไปเพราะดีสิอีก ป้าชอบคุยเรื่องเก่าๆพอเพูดอย่างงี้ อื มันก็เลยทำให้ผมมองว่าเอ้ยผมไม่ได้สามารถ ทำแอปให้คนทั้งโลกใช้ได้อยู่แล้วเพราะว่า คาแรคเตอร์ของสว.ก็ไม่เหมือนกันทุกคนถูก คนสูงวัยก็มันก็คือคนที่เป็นทุก
Speaker A
generation น่ะผมก็เลยรู้สึกว่ามันมี target อ่ามันมีmarกetอยู่นั่นแหละมีคน ใช้ได้อยู่นะครับก็เลยอยากจะไปอย่างที่ บอลบอกก็คือไป extrem เลยเราตั้งเป้าไว้ ว่าในเมื่อคีย์ฟีเจอร์หลักคือการเก็บความ ทรงจำเอามาใช้อ่ะครับถึงเราไม่ meet มัน ก็ได้ something in between ว่ะถูกมอ่ะ เนี่ยประมาณนี้ครับ โอเคค่ะอ่าหุยได้ไอไอเดีย เดี๋ขอผลโพด้วยนะครับเดี๋เอาไปให้อสเตอร์ ดู อ๋อได้แต่ว่าอันเนี้เป็นคำถามสำคัญเพราะ ว่าเท่าที่ตามงานวิจัยอยู่อ่ะค่ะเอ่อกลาย เป็นว่าเด็กรุ่นใหม่ๆอ่ะเริ่มไม่ไว้ใจ AI แล้วชอบกลับไปสู่อนาลอกคล้ายๆเราตอนเด็กๆ ด้วยซ้ำอะไรอย่างเงี้ยค่ะเพราะฉะนั้นตอน นี้มันก็ยังเป็นยังลูกผีลูกคนในแง่ของว่า มนุษย์จะปรับตัวกับเทคโนโลยีแค่ไหนแล้ว เราจะยอมให้มันเข้ามามีอิทธิพลกับเรามาก น้อยขนาดไหนอย่างเงี้ยนะคะครับ ก็มีประเด็นเอ่อมีพิทยากรท่านไหนอยากจะ เสริมที่ฟังหรืออะไร ตรงไหนมั้ยคะ จริงๆคิดเหมือนอาจารย์เนาะว่ามันอาจจะ เป็นเทรนแล้วก็กระแสด้วยว่าเอ้ยช่วงนั้น ข่าว อื AI ในแต่ละยุคคนจะไว้ใจ AI แค่ไหนหรือ
Speaker A
เป็น อืแล้วมันก็เลยสะท้อนป่ะสะท้อนต่อมาที่ นิสิตตั้งเยอะเนี่ยบอกว่าไม่แน่ใจเพราะ ว่าเราก็ยังไม่รู้เหมือนกันเอาี้เราก็ เรียนกันตามตรงนะเราก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ว่าเราจะใช้ชีวิตกับ AI อย่างไรขนาดไหน มันเริ่มรู้เยอะเหมือนกันนะอะไรอย่าง เงี้ยแล้วก็เราจะวางใจให้เค้าเอ่อรับรู้ เรื่องชีวิตของเราแค่ไหนแต่ว่าถ้าเอาตาม แนวจิตวิทยาแล้วเนี่ยบางทีการเล่าให้คน ที่ไม่มีส่วน ส่วนได้ส่วนเสียเนี่ยบางเรื่องอ่ะเรายัง ไม่อยากเล่าให้สามีมีเราฟังหรือให้ลูกเรา ฟังเพราะว่าเรามีความรู้สึกว่าเค้าจะรู้ สึกไม่ดีที่รู้ความลับอะไรบางอย่างจากเรา แต่ว่าไอ้ไๆไอ้ไอ้แอปเนี่ยมันถ้าเราพูด อะไรไปแล้วเออเราบอกว่าเฮ้ยเรื่องเนี้ย แค่สำหรับกับฆ่ากับเอ็งเท่านั้นนะอะไร อย่างเงี้ยก็อาจจะดีหรือเปล่านะ นึกถึงพ่อตาผมเลยแกบอกว่าเดี๋ยวถ้าใช้ อันเนี้ยแล้วแม่ยายจะรู้มั้ยก็คือแล้วพ่อ มีความลับอะไรเหรอพ่อก็ไม่ต้องเล่าทุก อย่างก็ได้แค่แค่พ่อแค่มาช่วยเสแอปเฉยๆ อันเนี่ยเออผมว่าน่าคิดเหมือนกันครับ ค่ะเอิ่มเพราะว่ามันยังมีแง่มุมทางจิต วิทยาว่าถ้าถ้าเรามันมีหลายครั้งที่เด็ก วัยอ่าอันนี้พูดไปถึงพัฒนาการวัยรุ่น อย่างเงี้ยค่ะพัฒนาการวัยรุ่นเขาก็มองว่า เด็กวัยรุ่นน่ะบางเรื่องอ่ะไม่ไม่เล่าให้ พ่อแม่ฟังหรอกเพราะว่าไปทำกิจกรรมท้าทาย อะไรมาบางทีเราก็กลัวพ่อแม่เป็นห่วงเราก็ อาจจะไม่บอกแต่อาจจะไปบอกกับโค้ชหรือครู สอนเต้นหรือใครที่ที่น้องมีเอ่อเห็นเป็นค คนสำคัญในชีชีวิตเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าเรามองว่ามนุษย์เราอ่ะมัน มีมันมีเดี๋ยวเราเดี๋ยวเรามีบทที่เรียน เรื่องความสัมพันธ์เนาะในอีกวิในวิคถัดๆ ไปก็จะเนี่ยเราก็จะพูดกันในประเด็นว่ามัน
Speaker A
มีตัวเลือกของความสัมพันธ์ที่หลากหลาย แล้วถ้าน้องเรมี่อ่ะจะเป็นอีกหนึ่งตัว เรื่องในในความสัมพันธ์น่ะมันก็ยังมีจุด ที่อาจจะไปได้แต่ว่าออาจารย์นิมองนะคะจาก ถ้าดูจากแค่เดต้าตรงเนี้ยเหมือนจะมองเห็น ว่าเอ้อ น้องน้องเจนเนี่ยนะคะที่เป็นน้องปริญญา ตรีอ่ะนะไม่รู้อาจารย์นิดทายใจพวกเราถูก มั้แต่ว่าถ้าเสียงส่วนใหญ่พูดว่าไม่แน่ใจ เนี่ยมันเป็นเพราะว่าเราเองก็ยังไม่รู้ เหมือนกันว่าเราจะอยู่กับมันได้ขนาดไหน ยังไงนะคะ ครับ อื ค่ะ จริงก็น่ากลัวถ้า AI เป็นแค่เทรนด์ผม ธุรกิจผมตอนเมันอยู่บน AI เยอะ เออ แต่สิ่งนึงแล้วกันคนทำผมเห็นมาตั้งแต่ยุค ที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตแบบอยู่ตามบ้าน ถ้าทันเนาะต้องต่อเน็ตกว่าจะต่อได้ไม่รู้ น้องๆคงไม่เห็นภาพนึงเจอ Blockchain เจอ เทคโนโลยีหลายๆแบบ AI เป็นเทคโนลยีตัว เดียวที่ทำให้มนุษยชาติรู้สึก มันทำให้เรารู้สึกเออว่ะเราไม่น่าจะเป็น สติปัญญาชิ้นเดียวที่อยู่บนดาวดวงนี้แล้ว อ่ะผมก็เลยคำถามคือมันจะอยู่ไม่อยู่เนี่ย ผมกลับกลัวว่ามันอยู่แหละแต่มันจะมองเรา ยังไงมากกว่าเอออันเนี้คือสิ่งที่เพราะ มันมีมนุษย์หลายกลุ่มที่ใช้ประโยชน์จาก AI แล้วเขาไม่ปล่อยให้เขาเสียประโยชน์หรอก
Speaker A
ครับบอกเลยแล้วมนุษย์พวกนั้นคืออะไรมาเฟซ Google Facebook Meta คือคนที่มี อิทธิพลกับโลกอ่ะเต้องให้ AI มันมีบทบาท มากขึ้นเรื่อยๆน้องๆในห้องนี้แหละครับจะ ดูแลมนุษย์ยังไงมากกว่า อื ให้อยู่กับ AI ได้เนาะ น้องถามกลับว่าหนูจะดูแลตัวเองยังไง ดูแลกันเองแล้วกันนะครับ ค่ะ อ่า โหได้ได้ไอเดียจากวิทยากรทั้ง 3 ท่านเนาะ คะเราใช้เessประมาณเอ่อส่วนใหญ่เนี่ยในใน การเล่าสตอี่ของแต่ละท่านแล้วก็เราได้ เห็นได้เห็นเส้นทางเนาะคะเอ่อทีนี้ในใน ฐานะที่ห้องเนี้ยก็จะประกอบไปด้วยน้อง นิสิตคณะจิตวิทยาเนาะค่ะแล้วก็น้องนิสิต นอกคณะประมาณเอ่อ 50-50% เลยเพราะฉะนั้น น้องก็คงอาจจะอยากได้ไอเดียว่าเออตอนใน ขณะเนี้ยเรายังอยู่กันที่ตึกคณะจิตวิทยา เนาะคะเพราะฉะนั้นคนที่มาอยู่ตรงเนี้ยมี ความสนใจในเรื่องของจิตใจสุขภาพจิตเอ่อ แล้วก็รวมถึงพัฒนาการของคนในกลุ่มช่วงวัย ผู้ใหญ่และวัยสูงอายุเนาะที่ถึงได้มาโรง เรียนวิชานี้กันเพราะฉะนั้นเอ่ออยากให้ วิทยากรแต่ละท่านนะคะช่วยแชร์อ่าเริ่มจาก คุณธันวัก็ได้ในเมื่อมีไมค์อยู่แล้วนะคะ ว่าเออเราเราเอาจิตวิทยา ไปทำอะไรได้บ้างหรือถ้าถ้ามองในแง่ของแบบ
Speaker A
เอ่อคุณธันวาที่ที่เป็นคนทางฝั่งเทคนะคะ เอ่อเอ่อเราจะถ้าถ้ามองถึงว่าเราน้องน้อง ๆที่เอ่อมีสกิลอย่าอย่าเรียกว่าดีกรีอะไร เลยเนาะแต่ว่ามีสกิลทางจิตวิทยาเนี่ยมัน จะเอาไปใช้ประโยชน์ในแง่ของตัวโปรเจคหรือ อะไรที่คุณธันวาทำอยู่ได้ยังไงบ้างค่ะ โอจริงๆต้องบอกว่าผมผมก็เพิ่งได้เข้ามา ด้วยที่อาจารย์นิให้คำปรึกษาเนี่ยครับก็ ได้เข้ามาศึกษาเพิ่มเติมเรื่องงาน จิตวิทยาแต่จริงๆแล้วก็มานั่งบอกว่าเออ ในในฝั่งธุรกิจเนี่ยเอ่อก็จะมีสาขาที่ เป็นจิตวิทยาเอ่อที่ที่ดูเรื่องของผู้ บริโภคใช่มั้ฮะเป็นเป็นพิเศษอันนี้ก็อัน นี้ใช่เลยเพราะว่า consumer behavior เนาะพฤติกรรมผู้ บริโภคค่ะ แล้วเราก็ไปคอแลapกับทางคณะบัญชีถูกมั้ฮะ ทำหลักสูตรนี้มาเอ่ออันนี้อันนี้ข้อแรก ก่อนพวกเราโชคดีอยู่ในอยู่ในจุฬาเพราะว่า เราค่อนข้างส่งเสริมเรื่องสหวิชาเราจะมี งานคอแลapระหว่างคณะเยอะนะครับก็อันนี้ก็ พยายาม คือผมไม่รู้จะฝากยังไงในแง่ของวิชาชีพแต่ มองว่า เอ่ออย่างเงี้ยทุกคนเห็นผมเป็นคนนอกวงการ แต่กลายเป็นว่าหัวใจหลักของของโปรดักผม มันคือเรื่องจิตวิทยา ถูกป่ะกับการพวกเราเหมือนกันเรามีความ เชี่ยวชาญเรื่องเพยายามลองไป explore ไป ลองหาคนในวงการอื่นในมุมมองอื่นเผื่อจะ คอแลapกันได้เผื่อจะสร้างอะไรใหม่ๆนะครับ ก็อันนี้ไม่แน่ใจตอบคำถามหรือเปล่าแต่คิด ว่า ไม่แต่ว่าใช่ค่ะเป็นไอเค้าเรียกว่าเป็น เป็นมุมที่ให้เห็นว่าปัจจุบันเนี้ยทำงาน คนเดียวไม่น่าไหว
Speaker A
ใช่ครับ แล้วเดี๋แต่เดี๋ยวซีนของคุณบอลของฝนธรรมเ เช่นกันเนาะเพราะว่าเราก็มาจากศาสตร์ที่ ร่วมหลากหลายแล้วก็เราตอนนี้เราก็ทำงาน กับคนสหศาสตร์เช่นกันอย่างของคุณบอเอ่อ อย่างของคุณธันวาเนี่ยชัดเลยว่าเอ่อชีวิต พาไปมาตอนแรกเราก็คิดว่าจะอยู่กันกับคนใน สายเทคเดียวกันแต่ไปๆมาๆมันก็ต้องบูรณ บูรณาการจาก ศาสตร์หลากหลาย บูรณาการนะครับ[เสียงหัวเราะ] ใช่ค่ะ ะ อืมาเสริมเชิญครับ ถ้าอย่างฝนคือจบdeฟนะจบพัฒนาการแล้วก็ เริ่มจริงๆเริ่มทำงานผู้สูงวัยตอนช่วงที่ จบทาเลคเชอร์ของออยพอดีจริงๆต้องบอกว่า ตอนเริ่มทำงานอ่ะค่ะทุกอย่างที่อาจารย์ สอนจะโผล่ขึ้นมาในหัวตลอดเวลาที่ทำงานเรา อาจจะเรียนแบบเข้าใจบ้าง อ่า ภาพออกบ้างไม่ออกบ้างแต่พอถึงเวลาจริงที่ ทำงาน ทุกคำพูดของอาจารย์จะโผล่เข้ามาใน สมองเราเวลาที่เรามีปัญหาโอเคตอนแรกๆคะจะ ไปยังไงนะจำได้เลยคำว่าที่อาจารย์พูดว่า ผู้สูงวัยโซเชียลสำคัญมาก อื มันก็เลยเออใช่จริงๆการที่เขาสอนกันเองเ ไว้ใจกันเอง อือสำคัญเพราะบางทีเราเป็นคนเจะรู้สึกว่า เราคนนอกอ่ะเรายังวัยรุ่นน่ะเราเข้าจะไม่ เข้าใจเขาหรอกอะไรอย่างเงี้ยบางทีให้เขา ทำงานแต่จริงๆ มอสก็ ใช้เยอะมากค่ะ อ่ะขยายความนิดนึง BM คือวิชาเอิ่ม Behavior Modification คือจิตวิทยาก
Speaker A
ด้านการปรับพฤติกรรมนะคะเรื่องของการ เสริมแรงให้รางวัลให้กำลังใจเนาะคะอ่ะอัน นี้ขย ออกแบบคาจริงๆเวลาทำกิจกรรมอะไรเงี้ยค่ะ การใช้มอก็สำคัญหรือพื้นฐานเดฟการเข้าใจ พัฒนาการในแต่ละช่วงวัยทั้งพัฒนาการด้าน สติปัญญาร่างกายจิตใจอย่าเงี้ยค่ะเอาไป ใช้หมดแล้วก็จริงๆแล้วเนี่ยสำหรับโอ๊ย น้องที่เรียนบอกว่าไม่รู้จะทำหรือน้อง ฟิวยาบอกว่าไม่ได้มีความสามารถพิเศษอื่นๆ จริงๆเราอาจจะมีบางอย่างที่เราชอบเนาะ อย่างผลทำงานที่ Cognitive FN อ่ะค่ะบาง ทีบางคนชอบเล่นบอร์ดเกม การที่เราเลือกบอร์ดเกมบางทีเขาก็ใช้ บอร์ดเกมที่เราเล่นกันวัยรุ่นเนี่ยแหละ เอาไปเล่นกับผู้สูงวัยหรือตอนแรกก็แค่ เลือกไปเล่นเริ่มพัฒนาบอร์ดเกมมเริ่ม พัฒนาเกมคอมพิวเตอร์จริงๆก็เป็นคนชอบทำ งานกับคนหลากหลายค่ะอ จริงๆตัวเองแบบทำงานมาตี้มากเลยใครมาชวน ทำอะไรก็ก็จะทำ อีกนึงก็คือทำงานกับเพื่อนที่เป็นบริษัท ดีไซน์สถาปนิกแบบออกแบบพื้นที่ให้ผู้สูง วัยออกแบบพื้นที่ให้ครอบครัวกับเด็กอะไร อย่างเงี้ยหรืออย่างตัวเองเวลามี work อ่ะเกี่ยวกับเด็กผู้สูงวัยอะไรอย่างเงี้ย ถ้าไม่เหนือปากกว่ากับแรง Workshop ก็มี เยอะ Workshop เสียเงินก็มีหลายระดับบาง ทีการไปมันอาจจะไม่ใช่แค่การไปเอาความรู้ เนาะแต่มันคือ connection แล้วก็เปิด
Speaker A
ไอเดียที่เราสามารถทำงานกับคนที่มีความสน ใจใกล้เคียงกันแล้วมันเป็นยุคที่การ coraborate อื จริง ค่อนข้าง เป็นใหญ่เลยล่ะ ใช่ค่ะแล้วก็มีมีงานหลากหลายมากบนโลกนี้ ตอนนี้ที่แบบต้องการจิตวิงจิตวิญญาณเข้า ไปอค่ะ ได้ค่ะไม่ไม่เต็ม ค่ะเชิญคุณบอลเลยค่ะ ทั้ง 2 นั่งแชร์ได้ดีมากผมตัวสั่นเลย เนี่ยเอ่อส่วนตัวอาจจะห่างหายจากพวกวิชา จิตยามานานออกตัวก่อนว่าไอ้พวกทฤษฎีบท ต่างๆที่เคยเรียนตอนเนี่ก็เกือบ 20 ปี แล้วก็ลืมไปหมดละนะฮะแต่ว่าประสบการณ์จาก การทำงานเนี่ยผมรู้สึกว่ายังไงจิตวิทยา มันก็คือวิชาที่มันสะท้อนความเป็นมนุษย์ แล้วสุดท้ายก็คือมันก็คือสิ่งที่ทำให้เรา มีความสุขความสุขคือยังไงความสุขหมายความ ว่าเราเข้าใจตัวเองเราเข้าใจคนอื่นมาก ขึ้นอันนั้นน่ะผมว่ามันมันคือการทำให้ตัว เองมีความสุขมากเพราะว่าผมว่าหลายๆคนการ ขัดแย้งบางทีทำไมคนนี้ไม่คิดเหมือนเรา ทำไมคนนี้ไม่คิดเหมือนเรามันคือการติดกับ ตัวเราเองแต่ว่าผมว่าจิตวิทยามันคือการ ที่สอนให้เราทำอะไรได้มองมองคนอื่นอย่าง เข้าใจ อื อย่างเงี้ยครับแล้วมันจะเหมือนสลายอีโก้ ตัวเองไปอะไรเงี้ยครับแล้วถ้าสมมุติมัน ใช้ในการทำงานยังไงเนี่ยผมว่ามันมี ประโยชน์ในการสังเกตนะแต่สมมุติใครที่ทำ กับผู้ป่วยหรือว่าทำงานกับผู้สูงอายุ เนี่ยบางทีสิ่งที่เขาพูดออกมาบางคนพูด
Speaker A
น้อยหรือบางทีสิ่งที่เขาพูดออกมาเนี่ยไม่ ได้เป็นตามที่ใจเขาคิดนะ บางทีมันอาจจะมี underlining issue ต่าง ๆเนี่ยซึ่งผมว่าจิตวิทยาคนที่เรียนจิต วิทยาจะมีข้อได้เปรียบในการที่เราสังเกต สิ่งเหล่านั้นแล้วเรามา explore ต่อว่า เสียงที่เขาต้องการจริงๆคืออะไร issue จริงๆของเขาคืออะไรเพื่อที่จะได้ช่วยเขา ได้อย่างตรงจุดมากขึ้นนะครับ อื ผมบอกงี้นะ อืค่ะคือบางทีเราก็เข้าใจว่าการที่เรา มาเรียนคลาสแบบเท่าไหร่นะ 16 ครั้งต่อ เทอมอะไรอย่างเงี้ยมันเราคงไม่ได้ข้อมูล ทุกเม็ดทุกหน้าสไลด์แต่ว่าสิ่งที่อยากได้ ก็คือภาพรวมๆที่ที่ในทุกๆครั้งที่เรามา เจอกันในแต่ละสัปดาห์มันคือการที่เราได้ คิดร่วมกันในในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ใหญ่และผู้สูงวัยเนาะแล้วก็แล้วสิ่ง ที่มันหลอมไปเป็นจนจบเทอมหรือไปจบการ ศึกษาในระดับของปริญญาตรีของเราที่เราจะ เอาไปใช้งานได้ก็คือความเข้าใจเอ่อซึ่ง กันและกันของทุกคนที่ทำงานร่วมกันเนาะ แล้วก็เอ่อไอเดียของคลaborationเนี่ยนะคะ ก็ได้เห็นเซenseจากวิทยากรทั้ง 3 ท่านเลย ว่าเอ่อเอ่อโลกยุคเนี้ยถ้าเราอยากจะทำ อะไรเราบอกว่าเอ่อเราอาจจะยังไม่ค่อยรู้ ว่าเราทำอะไรได้บ้างแต่อย่างของตัวอย่าง ของคุณฝนพรเนี่ยเป็นตัวอย่างของคนที่ลุย ไปเลยนะคะก็คือเข้าไปร่วมเข้าไปมี
Speaker A
ประสบการณ์เพื่อที่จะได้ทำให้สกิลของตัว เองเนี่ยกล้าแกร่งขึ้นในทุกๆครั้งที่เรา ไปทำกิจกรรมนะคะอย่างตะกี้ฝนพำพูดขึ้นมา นิดนึงในเรื่องของบอร์ดเกมเนาะก็เป็นสิ่ง ที่กำลังมาทั้งคุณธันวาเป็นสายบอร์ดเกม ด้วยมั้ยคะหรือว่าเป็นสายเทคที่เกี่ยวกับ เกมมิ่งพัฒนาเกมอะไรพวกนี้ด้วยหรือเปล่า อบอร์ดเกมสำหรับผมผมนึกแต่Crossวิ A เด็กคอมอ่ะครับก็คือเล่นเกมบน PC ครับ ไม่ได้อะไรนะแต่ว่าแต่รู้ว่าเออเพื่อนๆก็ ชอบเล่นเด็กรุ่นก็เล่นกันครับ ค่ะเพราะว่าประเด็นเรื่องของเกมในผู้สูง วัยก็เริ่มมานะคะเอ่อการเอ่อมันมีแลบของ ที่เมืองนอกที่พัฒนาเกมเพื่อพัฒนาเอ่อ เรื่องของคnitiveเรื่องของสมองโดยเฉพาะ เลยเหมือนกันอะไรเงี้ยก็เลยเห็นภาพว่าแบบ มันยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะเลยเนาะแล้วก็ เราที่เรียนเพื่อมาเข้าใจผู้อื่นแล้วเรา ก็สามารถไปเป็นหนึ่งในทีมนะคะที่ให้ ฟีดแบคเอ่อเรื่องของการเก็บข้อมูลเรื่อง ของการลงพื้นที่สัมภาษณ์ว่าเออทำกิจกรรม นี้แล้วชอบมั้ยหรือว่าการลงไปทำกิจกรรม แล้วได้รู้ว่าเค้าชอบอะไรไม่ชอบอะไรเนี่ย มันเป็นมันเค้าเรียกว่ามันเป็นวิชาที่ถ้า เราได้ไปมันประกอบกับตัวเราเองเพราะอย่าง เอ่อนักดนตรีบำบัดบอลก็จะมีเพียงนักเพียง ท่านเดียวนะคะเหมือนว่าเรามีนักดนตรี บำบัดมากมายแต่คุณบอลที่อยู่โรงพยาบาลคูณ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะใน setting ของ Parative เนี่ยก็เป็นความเฉพาะเจาะจง เพราะฉะนั้นมันยังมีมันยังมีความเฉพาะ เจาะจงของงานที่เราอ่ะยังแบบลงลึกได้ เรื่อยเรื่อยนะคะค่ะงั้นอ่าขอวิทยากรทั้ง 3 ท่านฝากถึงถึงน้องๆนะคะเป็นเป็นแบบว่า
Speaker A
เหมือน message คีย์สำคัญนะคะที่อยากจะ ฝากว่าเออเราในการทำงานของเราหรือว่าใน สิ่งที่โปรเจคอย่างโปรเจคของคุณธันวาที่ กำลังทำอยู่นะคะหรืองานของคุณฝนทำกับคุณ บอลเนี่ยค่ะมันมีคีย์ไอเดียอะไรหรือว่า มันมีคุณลักษณะอะไรที่เราที่เราคิดว่ามัน สำคัญนะในการที่เรากำลังจะเรียนจบออกไป ที่นี่น่าจะเป็นปี 3 ปี 4 ส่วนใหญ่นะคะ เอ่ออะไรเป็นหัวใจสำคัญที่แบบเออเราจบ ใหม่ไฟแรงเนี่ยเราต้องรู้อะไรไม่รู้อะไร ควรทำอะไรไม่ควรทำอะไรบ้างค่ะ อเลยก่อนนะครับคุณบอลเลยก็ได้นะครับ ผมผมส่วนตัวนะผมมองว่าอ่าตอนที่เราจบใหม่ ๆเรายังไม่รู้หรอกว่าเราอยากทำอะไรจริงๆ แต่ส่วนตัวผมคิดว่าถ้ามีโอกาสเป็นไปได้ณ ขณะที่เราเรียนอยู่เรามี advantage ในการ ที่ไปฝึกงานที่นี่มาเป็นวทียที่เนี่ยเรา ลองกับกลุ่มผู้ป่วยที่หลากหลายเพราะอย่าง อ่าสมุแชร์เนี่ยเพื่อนผมที่จบันเนี่ย ปรากฏจบมาไม่อยากทำกับผู้ป่วยปรากฏเขาชอบ ความชอบของเขาคือกลายเป็น facilitator จาก workshop อยู่กับคนที่มีภาวะความ เครียดพนักงานทำงานที่มีภาวะความเครียด หรือว่าอ่าเ้าเรียก Healthy อะไรเงี้นะ ครับผมก็เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าน้องๆมีโอกาสตอนนี้อายุเรื่องน้อยแล้ว ยังไม่จบผ่านประสบการณ์ที่ฝึกกับคนหลายๆ
Speaker A
แบบกับคนค่าหลายๆแบบอย่างเงี้ยสมมุติบาง คนทำแล้วอย่างตอนที่ผมไปเรียนอ่ะผมผู้อ่า ผู้สูงอายุกับผู้ป่วยในสุดท้ายไม่ได้อยู่ ในไอเดียเลยนะผมเป็นครูดนตรีเนี่ยผมก็ อยากรู้สึกว่าเอ้ยเราจะทำยังไงดนตรีบำบัด นี้มันจะช่วยเด็กได้ยังไงแต่ปรากฏพอเรียน จบไปปุ๊บไม่สนใจเด็กเลยสนใจผู้ใหญ่ปรากฏ ว่าชอบคลิกกับสไตล์ของผู้ใหญ่มากกว่า เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะให้น้องลองลองบิด ลองถูกเลยครับตอนเนี้ยผมว่ายังอยู่ใน มหาลัยยังมีอาจารย์นิสเป็นผู้ให้คำศึกษา ทุกอย่างมันเซฟหมด หาประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดแล้วเราค่อยๆ ตกผลผลิตตัวเราเองบางทีจบไปอาจจะไม่ต้อง ได้คำตอบทันทีก็ได้อาจจะเว้นไปประมาณปี 2 ปีเพื่อที่จะดูความชอบของตัวเราเองและ สิ่งที่เหมาะกับตัวเราเอง ค่ะโอขอบคุณมากเลยค่ะใช่เนาะแบบการที่ยัง อยู่ใน setting ของการเป็นได้ชื่อว่าเป็น นิสิตนักศึกษาเนี่ยมันเวลาที่เราบอกว่า เออหนูอยากไปขอความรู้จากพี่จังเลยค่ะ อะไรอย่างเงี้ยนะคะก็ก็เราเรายังทำสามารถ ทำได้เพราะว่าเรามีเรามีมหาวิทยาลัยเป็น ใบเบิกทางในสถานะของนักศึกษาเนาะเรามี จดหมายจากคณะก็ได้หรือว่าเราจะขอไปเองก็ ได้แล้วลองไปทำเยอะๆช้อปปิ้งเนาะให้เห็น ว่าเราชอบอะไรแต่แต่amิตรงที่ว่าคุณบอล เออจะเหมือนจะคุ้นๆแล้วว่าตอนสัมภาษณ์ เข้าดนตรีบำบัดอ่ะเหมือนจะบอกว่าจะอยากทำ งานกับเด็ก ใช่[เสียงหัวเราะ] แล้วก็ไม่อยู่ในผัวอีกเลย ออนั่นน่ะสิ อเพราะว่าเราได้ที่มาทางทางผู้ใหญ่ด้วย หรือว่ามันค่อยๆเปลี่ยนนะคะหรือว่าทำแล้ว ก็เคยได้ทำเซessชัดนตรีบำบัดกับเด็กๆไหม คะ
Speaker A
ไม่เคยเลยครับ อ๋ออ ก็รู้สึกว่าเด็กๆใช้พลังงานเยอะมากแล้ว เราแก่แล้วเราก็เหนื่อย มันเหนื่อยจังมันเยอะอย่างงี้แต่ว่าอยู่ กับผู้ใหญ่ผู้สูงอายุคือ energy มันจะคน ละแบบ อ่า energy อาจจะ match กับเรามากกว่า หรือเปล่าในความรู้สึกว่าเราไม่ไม่ใช่ว่า เราไม่ใช่เราออมแกหมายถึงว่าเราอ่ะชอบ ความสงบ แของการบัคือมันจะนิ่งต้องใช้อ ความดีนิดนึงครับ อืค่ะจริงๆแล้วมันเราในฐานะของคนทำงานน่ะ เราจริตถูกกับใครด้วยเนาะคะอันนี้เข้าใจ ได้เลยเอ่อ อ๋อแต่ว่างั้นจะพูดถึงฝนพมนิดนึงเพราะฝน พมทำกับเ่อทำกิจกรรมกับทั้งเด็กและผู้ส่ง วัย หลายๆกลุ่มตัวอย่างเลยเพราะฉะนั้นอาจจะ แชร์เสริมได้ โอเคผลมารู้สึกว่าเรายังไม่ต้องรีบหาตัว เองวันนี้ก็ได้ค่ะคล้ายๆคุณมอแม้กระทั่ง ฝนทำงานมาหลายปีวันนี้ก็อ่ะเพิ่งต้องตก ตะกอยกับตัวเองว่าอ๋อเราชอบทำกลุ่ม อื เราเราชอบทำกลุ่มอื กว่าทั้งเด็กผู้สูงวัยหรือหลายอายุแต่เรา ชอบทำกลุ่มที่เป็นenนerร์พากันไปหลายๆคน มีคอเลอรateบางคนอาจจะชอบทำ one on อื ทำเดี่ยวหรือมันมีวาไรตี้มากในวงการนี้
Speaker A
จริงๆคิดขึ้นบนค่ะว่าเราเป็นนิสิตเรา ทำอะไรก็ผิดน้อยละกันผิดน้อย เออ ให้อภัย ให้อภัยได้ทุกคนให้อภัยได้เพราะฉะนั้นเรา ใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์ในการที่ทดลอง งานทดลองหาความชอบค่ะอีกอย่างนึงอยู่ใน มหาลัยเราสามารถสร้างเพื่อน ได้ยังมีคมิคอมมิunityกับเพื่อนคณะอื่นๆ ใช้ชีวิตมหาลัยให้แบบอ เต็มที่เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเพื่อนวิศวะ อื ที่รู้จักกันผ่านไป 10 ปีเราอาจจะต้องการ ความช่วยเหลือหรือจริงๆความช่วยเหลืออาจ จะมาเร็วกว่าที่คิด อื ก็ได้ในการทำงาน วันนี้เรามีเพื่อนวิศวะเพิ่มอีก 1 ท่านนะ คะ สวัสดีครับเพื่อน [เสียงหัวเราะ] ค่ะอขอรบกวนคุณธันวาในแง่ของเอ่อด้วยด้วย ความที่คุณธันวาก็เป็นเจ้าเป็นเป็นเจ้า ของกิจการเนาะเป็นผู้ประกอบธุรกิจเพราะ ฉะนั้นอาจจะได้ได้เจอน้องฝึกงานหรือว่า น้องที่เข้าทำงานใหม่เพราะฉะนั้นอาจจะได้ มุมที่เป็นในฐานะของคนที่เป็นอ่านายจ้าง เนเป็นเสียงสะท้อนจากคุณนายจ้างว่าเออเรา เราต้องการแบบเอ่อน้องๆแบบไหนหรือว่า ทักษะอะไรที่น้องที่จบใหม่ควรจะมีเพื่อ ความประทับใจของคุณท่านว่า จริงๆผมคิดคำตอบอื่นไปเรื่อจะจะพิกอัพต่อ จาก 2 2 ท่านเอ่อ
Speaker A
เอ่ออย่างงี้ก่อนก็ได้คือในในสายของทำ นวัตกรรมอ่ะครับการพัฒนาผลิตภัณฑ์น่ะ จิตวิทยาสำคัญสำคัญมากการเข้าใจ user เข้าใจมันก็ต้องเข้าใจ stakeholder ทุกคน น่ะนักลงทุน user สปอนเซอร์นะครับยิ่งถ้า เกิดเราไปขอทุนจากเอ่อเอ่อหน่วยงานให้ทุน คือมันมีเราทำงานกับคนน่ะครับเราไม่ได้ทำ โปรดักมานึกออกป่ะมันเราใครใช้ก็คือ มนุษย์นี่แหละนะครับจิตวิทยาสำคัญแล้วก็ ถ้าถ้าผมว่าถ้าต่อยอดเี่ก็คือไปทำสาย product management เใช่เลยนะครับ สัมภาษณ์คนอย่าเงี้ยครับหลายๆองค์กรที่ เป็นนวัตกรรมอ่ะทีมสัมภาษณ์ทีมพัฒนา ผลิตภัณฑ์คือทีมนักจิตยา เนาะพวกน้องๆมีทักษะบางอย่างในการ interrogate หรือ interview ไม่ใช่ interrogate อรอวิวที่ผู้คนนะอันนี้ก็ ฝากไว้แล้วกันเผื่อลองเ่อหาเผาเส้นนั้น เอ่อแต่เรื่องที่อยากจะฝากไว้ก็คือผมเอง ไม่ได้ทำงานสายนี้แต่ว่าทั่วๆไปแล้วกัน สำหรับคนที่เอ่ออาจจะเคยผิดผิดมาเยอะแล้ว กันก็คือว่า ถ้าเป็นสัก 10-20 ปีก่อนนะครับเราบอกได้ แหละว่าอ่ะเอาเอาใหม่ตอนที่ถ้าผมรุ่นตอน ที่ผมไวเข้าน้องๆเนี่ยเราบอกได้ว่าอีก 5 ปี 10 ปีโลกจะเป็นยังไงแต่วันเนี้ยปีหน้า
Speaker A
จะเป็นยังไงยังไม่รู้เลยพรุ่งนี้ Donald Trump ก็จะพูดอะไรก็ไม่รู้ป่ะมันจะมีโรค อะไรออกมาเหมือนโควิดเหมือนอะไรอีกหรือ เปล่าคือโลกในยุคเมันเปลี่ยนเร็ว เปลี่ยน[เสียงกระแอม]เร็วมากกว่าที่ผ่าน มาในประวัติศาสตร์คนน่ะอ่าใน ประวัติศาสตร์ของของโลกสิ่งที่ทำให้พวก เราอยู่รอดได้มันคือคุณสมบัติที่เรียกว่า resilience นะครับก็คือความยืดหยุ่นความ adaptive รู้จักปรับตัวรู้จักเปลี่ยนนะ ครับเอ่อที่พูดทั้งหมดนี้ผมก็จำคนอื่น เข้ามานะไม่ได้คิดเองอ่าแต่จะบอกว่าการ ที่เราจะมี resident ได้เนี่ยคือเราต้อง ลองอ่ะลองผิดลองถูกลองล้มกล้าที่จะล้ม เหลวด้วยแต่คือล้มเหลวไปข้างหน้าที่เขา บอกว่าเฟลเฟล fast fail forward คือทำ ผิดแล้วแล้วล้มแต่ว่าเราได้เรียนรู้แล้ว เราก็ไปข้างหน้าต่อเนี่ยครับเอ่อลองเยอะๆ ทุกคนก็พูดเหมือนกันนะครับหลายๆท่านแต่ ว่าบาลาanceนิดนึงลองแล้วก็ต้องเลือกด้วย ลองทุกอย่างไม่ได้ถูกมยแต่ถ้ามัวแต่เลือก ก็จะเขาก็จะไปมีคนอื่นใช่มั้เรามัวแต่ เลือกอยู่ดีๆไม่ใช่เรื่องนั้นนะคือคือ บาanceซคือ ไม่ทันมุกนะไม่เป็นไรเดี๋ยวเกือบจะไม่ทัน เกือบจะไม่ทัน เอ่อรอ[เสียงหัวเราะ]ลองทำอะไรหลายๆอย่าง นะเพื่อให้เราแบบชคุ้นเ้าเรียกว่าชินชา กับความล้มเหลวแล้วก็รู้วิธีในการเรียน รู้ของตัวเองนะครับอ่าแต่ก็พิกอupัเลือก
Speaker A
นิดนึงว่าเออจะทำอะไรลองหลายๆอย่างมันก็ ไม่ต้องลองถูกมั้ของที่มันผิดกฎหมายอะไร อย่าเงี้ยนะครับเอ่อเนี่ยนแหละผมว่านี่ คือสิ่งที่ฝากไว้แล้วเรามีเวลาอีกเยอะแยะ นะครับไม่จำเป็นต้องคือเอ่อยังไงดีการที่ เราได้ลองได้เรียนรู้อ่ะบางทีมันไม่ได้ทำ ให้เราค้นพบตัวเองหรอกแต่ว่าเรารู้ว่าเรา จะอยู่ที่ไหนในในโลกตอนเก็พอแล้วนะครับ สร้างประโยชน์ให้คนอื่นมีรายได้ดูแล ครอบครัวนะครับสร้างงานที่มีความหมาย อย่างที่บอกเป็นอิไกนี่แหละนะครับก็คิด ว่าเนี่ยคือเป็นน่าจะเป็นหลักประมาณนี้ ครับ ค่ะโอขอบคุณมากเลยค่ะใครได้เลยค่ะเชิญเลย ค่ะ ฝากไว้นิดนึงนิดนึงได้ผมรู้สึกว่าเ่ออีก อีกทักษะจริงที่น้องๆที่กำนันกระจกเนี่ย อ่าควรมีไว้ก็คือแบบอยากจะให้มองว่าความ รู้ทุกอย่างในโลกรวมทั้งจิตวิทยาด้วยมัน เป็นเหมือนชีวิตเรามันคือ life from learning อ่ะครับผมบางทีเราจบมาด้วยความ ไฟแรงผมเองก็เคยเป็นรู้สึกว่าจบมาเราทำ ได้ทุกอย่างเราเข้าใจทุกอย่างซึ่งตามจริง มันไม่ใช่เลยเราต้องมันแม้กระทั่งในสิ่ง ที่เราทำจริงๆอ่ะมันก็ยังมีผู้รู้ที่รู้ มากกว่าเรามันก็ยังมีทฤษฎีบทที่มันลึก กว่าลึกกว่าที่เราเพียงแต่ว่าที่จะมาพูด นี่คือแบบรีxกับตัวเอง อ อย่าคิดว่าเราต้องไปกดดันตัวเองว่าเรา ต้องรู้ทุกอย่างภายในนี่ปล่อยให้เวลาและ ประสบการณ์มันสอนเราบ้าง อื จริงค่ะแล้วก็พาตัวเองไปอยู่ในประสบการณ์ นั้นหรือว่าไปคุยกับคนเก่งๆอย่างวันเนี้ย ต้องบอกเลยว่าตัวเองก็ได้ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าการที่แบบได้ทำงานกับคนเก่งๆนะคะ
Speaker A
เนี่ยทุกท่านในเนี้ยก็เราทำงานร่วมกันมา เนาะค่ะรู้จักกันมาการที่เราได้อยู่กับคน ที่เก่งๆแล้วก็อยู่ในในความเอาความเชี่ยว ชาญของแต่ละท่านเนี่ยมาเสริมกันและกันมา เติมเต็มกันและกันมันทำให้โลกของเรามัน น่าอยู่สดใสเพราะฉะนั้นก็เอ่อให้มองว่า ตัวเองทุกคนน่ะเราแต่ละคนมีดีแล้วก็เอ่อ หาเพื่อนเพิ่มนะคะหาโอกาสใหม่ๆแล้วก็ อย่างที่ทุกท่านได้แชร์ไปเนาะว่าการแล้ว เวลาที่เรารู้สึกล้มพลาดไม่พึงพอใจอะไรขอ ให้มีพลังใจกลับมาได้เร็วถ้าเหนื่อยไม่ ไหวก็หาคนพิงไหล่หน่อยนะคะเราไม่จำเป็น ต้องแข็งแรงในทุกวาระโอกาสเนาะอย่างคุณ บอลก็เคยโชว์ด้านบาในห้อง โห ในห้องเซessัของของโรงพยาบาลมาเช่นกัน เพราะว่าเราเราทุกคนเป็นมนุษย์เนาะอย่าง วันนี้เราใช้คำว่ามนุษย์กันเยอะมากเลยนะ คะก็ก็ได้ได้เห็นมุมนะคะก็ขอบพระคุณทุก ท่านมากเลยแต่ว่าก็ไม่อยากให้วันนี้มัน เป็นแค่เรา 4 คนมาพูดกันตรงนี้มีมีน้องคน ไหนอยากจะให้อยากจะแบบแชร์อะไรหรือมี ไอเดียอะไรที่เอ่อ กับพี่คนไหนก็ได้นะคะพี่ พี่พูดอะไรมาขออีกทีนึง คะ ฝั่งเฉยๆครับ อ่าใช่ฝั่งไหนไม่รู้ เดินไมค์ ค่ะเดินไมค์ค่ะ ไม่มีค่ะเป็นเด็กเดินไมค์ได้ด้วยถามครับ หลักๆมีคำถามให้กับ 2 คนก็คือพี่ธันวากับ พี่บอล ครับ เอ่อถามคำเริ่มจากพี่ธันวานะครับเพราะว่า ยังเชิไว้คือผมมองว่าไอเดียพี่ธันวามาถูก
Speaker A
ทางมากๆมันมันมาจากความหวังดีและความมัน มันมันมาจากการที่ดีแล้วผมว่าจะสจุดนึง ที่ผมรู้สึกว่ามันอาจจะไม่รู้ว่าผมคิด เป็นไงดีกว่าแต่อันที่ความรู้สึกผมไม่ได้ ดูเยอะเท่านั้นแต่ว่าอ้างอิงจากพี่ฝนแล้ว ก็พี่บอลด้วยมันเป็นจุดนึงที่ผู้สูงวัยจะ มองว่าเขาอยากได้มากกว่าการเพื่อนคุยคือ การที่เขารู้ว่าอีกคนน่ะรู้ว่าเขารู้สึก ยังไงเหมือนโซเชียลมันค่อนข้างสำคัญมากๆ ครับทีนี้แอป AI ของพี่พี่ธันวาเนี่ยมัน ออกมาในลักษณะที่ละมันไม่ได้เป็นเพื่อน ของผู้สูอย่างเดียวแต่มันเป็นลักษณะของ การแบ่งเบาคนที่เป็น caner ด้วยใช่มั้ ครับส่วนนึงที่ผมว่ามันอาจจะเพิ่มเติมได้ คือ relationhip ของ career กับตัวผู้สูง วัยด้วยเพราะว่าผู้สูงวัยเไม่ได้อยากแค่ ได้เพื่อนคุยเพื่อที่เรารู้ความอันนี้อัน นี้คือไม่แน่ไม่เป็นผู้ป่วยคักของนะแต่ คือเขาอยากให้คนที่เข้าใจว่าเค้าผ่านแบบ นี้มาแล้วเ้าเขา เค้ามีคนอยู่ด้วยคือคือถ้าสมมุติเค้ารู้ สึกว่าคนเนี้ยสามารถเข้าใจเาได้จริงเอยู่ ได้จริงเจะรู้สึกว่าเ้าถึงเ้าไม่กล้าเล่า หมดเก็จะรู้สึกว่าเมีเพื่อนไปกับเาด้วย มากกว่าอันนี้มันเลยอาจจะเป็นเรื่องของ ลักษณะของ relationhip ซึ่งผมไม่รู้ว่า มันต้องทำยังไงเหมือนกันแต่คิดว่าลักษณะ ของ relationhip ระหว่างแวอกับตัวผู้ป่วย
Speaker A
สำคัญกว่าการคุยกลุ่มกับผู้ป่วยอือยาก อยากได้มุมมองครับในสั้นๆ อ อนี้นี่ผมมาฟังความเห็นนะเนี่ยขอบคุณมาก เลยก็ไม่เคยคิดมุมนี้มาก่อนนะครับอาจจะ เป็นเพราะว่าผมโฟกัสที่ที่ตัว user อ่ะ คือตัวผู้สูงวัยแม้ว่าคนที่มาเป็น motivation นะเป็นแรงบันไดคือคือแวก็ตาม เอ่อ ถ้าถามผมนะน่าสนใจแล้วใครจะตอบว่ามันควร ไม่ควรล่ะก็ต้องลองทำถูกมั้ย อ อ่ะเนี่ยเดี๋ยวผมจะเอาไปใส่backอกแล้ว เดี๋ต้องทำฟีเจอร์ประมาณเนี้ยลองดูซิว่า มันจะสามารถทำอะไรให้เสริมความสัมพันธ์ ระหว่าง carever กับผู้สูงไว้ได้มั้นะ ครับในแบบที่ขอบคุณมากครับสำหรับฟีเจอร์ ใหม่นี้เดี๋ลองลองลองดู โอขอบคุณเลยค่ะเย้ ขอบคุณพี่หน่อย เนี่ยจริงๆแล้วเรามาเราก็อยากฟังเอ่อความ เห็นของน้องๆนิสิตด้วยเหมือนกันเพราะว่า ทุกๆอย่างที่เรากำลังทำอยู่มันคือลองผิด ลองถูกเหมือนกันนะคะ แล้วคำถามคุณบอลล่ะครับ ก็พี่บอลครับอาจจะเป็นคำถาม ส่วนตัวนี้ก็คือมีช่วงไหนมั้ครับที่รู้ สึกว่าต้องฉีดความสนใจจากตัวผู้ป่วยไปไป ถึงญาติผู้ป่วยอื ตลอดเวลาครับเพราะว่าเนี่ยเราไม่ได้ดูแค่ ผู้ป่วย 50% คือผู้ป่วย 50% คือญาติดู
Speaker A
แควอรเลยเพราะว่าทำวิจัยเรื่องทำเรื่อง นี้แคอเนี่ยหนักกว่าที่เราคิดนะบางทีเรา อยู่ใน setting โรงพยาบาลเนี่ยทุกคนจะ พุ่งเป้าหมอพยาบาลทุกคนจะพุ่งเป้าไปที่ ผู้ป่วยผู้ป่วยเป็นไงบ้างครับผู้ป่วยเป็น ไงบ้างครับในขณะที่คนที่นั่งนอนเฝ้าอ่ะ 24 ชม. 6 7 วันเค้าเสียอะไรไปบ้างเสียal life เพื่อนไม่ได้เจอเลยบางทีผู้ป่วยไม่ ได้ปลุกทั้งคืนน่ะเคยเจอมั้[เสียงกระแอม] ผู้ป่วยสมองเสื่อมแบบปลุกทุก 2-3 ชั่วโมง อ่ะคนตาหลงเลยนะเอ่อพี่เคยเจอเคสนึงตอน แรกก็เข้าไปหาผู้ป่วยเราคิดว่ามีอะไรที่ จะช่วยผู้ป่วยได้แต่ผู้ป่วยอาจจะอยู่ใน สถานะที่ไม่ไม่สามารถคุยได้เยอะคราวนี้ พี่ก็เลยไปทาง care ปรากฏเชื่อว่าเขาร้อง ไห้ การที่นักบำบัดเข้าไปหาเาอ่ะคำถามง่ายๆคำ ถามไม่ต้อง intervention ซับซ้อนอะไรเลย พี่เป็นไงบ้างครับเหนื่อยใช่มั้ยอ้าไม่ ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ทันหรอกเหนื่อยมั้ย รู้สึกรู้สึกเป็นไงบ้างครับบางคนเ้า เรรคดาวเลยนะเรู้สึกว่าเค้ารู้แหละว่าเรา ช่วยอะไรไม่ได้ในในแง่ของการช่วยเหลือ Financial อะไรเงี้ยช่วยไม่ได้แต่ว่าบาง ทีอ่ะเขารู้สึกว่าอย่างน้อยยังมีคนรับฟัง เ้ามีคนอยู่ข้างๆเ้าแค่พี่ว่ามันมันรีase
Speaker A
emotional road ของเขาออกมาเยอะมากแล้ว พี่คิดว่ามันทำได้ทุกคนนิสิตเนี่ยผมว่าก็ ทำได้บางทีแล้วไม่ต้องไปต้องไปหวังอะไร มากมายแค่นั่งเป็นเพื่อนเขายังเพื่อนแล้ว อกหักใครเจอมั้ยอ มึงต้องทำงี้สิมึงทำงี้สิแล้วอย่าแกอย่า ไปไม่ต้องบางที นั่งพอ เราอยู่ตรงนี้นะมีระบายหันมาให้มาหันมาหา เราได้เสมอผมว่าเพื่อนนี่ก็จะรู้สึกว่า เราไม่ไปจัเเราไม่ไปเร่งรัดกระบวนการของ เขาผมว่าอันนั้นน่ะเป็นสิ่งที่ช่วยลด emotional ได้เยอะมากเลยครับ ขอบคุณค่ะขอบคุณสำหรับคำถามมีขอคำถามอีก หรือว่ามีเป็นคอมเมนต์ก็ได้อาจจะไม่เป็น เชิงคำถามแต่เป็นสิ่งที่ฟังแล้วเกิดเป็น ความคิดหรือเป็นไอเดียขึ้นมาเห็นมั้คะ ฝั่งนี้อ่ะเติมมั้คะอ่ะค่ะ อุย เดินไมค์ได้ทุกคน[เสียงหัวเราะ] ปวด เคยเคยทำงานกับผู้อยู่ของรถแอร์เราด้วย ประมาณค่ะก็เลยไม่อยากฟังเรื่องจริงๆแค่ อยากฟังเรื่องของพี่เพมันมันเป็นหัวข้อ จำไม่ได้จำไม่ได้ ไม่ของพี่เป็นแค่ scopingw ครับก็คือ เหมือนไม่ได้ถึงทำเป็น IS ในตัวเอ่อดนตรี อขายขายหลักสูตรเนาะอ่าดนตรีบำบัดของปทจะ เป็นภาคอินเตอร์นะคะเอ่อระยะเวลาคือ 2 ปี เนาะ เอ่อปีแรกเป็นการเรียนคอสวิแล้วก็มีลง
Speaker A
internship เลย internship เลยมั้คะ internship ตั้งแต่ตั้งแต่เทอมแรกเลย ตั้งแต่เทอมแรกแล้วเราก็จะมีอาจารย์ที่ จากต่างประเทศเนี่ยบินมาทำ in intensive cuse ทุกอ่า ทุกปีทุกเทอม ทุกเทอมทุกเทอมจะเป็น hybrid โปรแกรมก็ คือเรียนแบบออนไลน์ แล้วว่าก็มาเทอมนึงจะมีประมาณ 2 สัปดาห์ ที่อาจารย์จะมีจำนวนนอกก็คือ เราต้องทำเป็นภาพปฏิบัติละ แล้วเพื่อนร่วมรุ่นก็มาจากสิงคโปร์มาจาก อินโดมาเลเซียอะไรอย่างเงี้ยค่ะก็จะมา 2 อาทิตย์นั้นมาเต็มที่ที่ Class Intensive แล้วก็หลังจากนั้นก็เรียนออนไลน์แล้วก็ แยกย้ายกันไปทำเอ่อ ฝึกงาน ครับผมขึ้นเลย แล้วก็จบด้วย IS อ่าเหมือนชวนลงทะเบียน ยังไงไม่รู้นะ ด้วย IS เนี่ยคำว่า Scoping Review หรือ
Speaker A
ว่ารีวิว paper อ่ะมันยังไม่ถึงขั้นเก็บ ข้อมูลค่ะแต่ว่าเป็นการตั้งโจทย์วิจัยว่า เอ้ยเรามีคำถามประมาณนี้แล้วเราจะเหมือน ประมาณจบที่ประมาณบทที่ 2 กับเอ่อบทที่ 4 ที่เป็นเรื่อง Discussion ก็คือเอ่อไปรวบ รวมเอ่อข้อมูลมาจากเอ่อเปอร์ที่สกัดได้มา 10 กว่าเปเปอร์อย่างเงี้ยแล้วก็เอาสาระ ที่ได้จาก15เปอร์เนี้ยมากลั่นกรองแล้วก็ มาเป็นบทเรียนรู้ให้กับคนเอาไปปฏิบัติงาน เนาะคุณบอลก็ทำอะไรที่เป็นเรื่องเกี่ยว กับการรีวิวเรื่องพทิ Care นี่แหละถ้าจำ ไม่ผิด ถ้าเหมือนกันถ้าจะไม่ผิดค่ะก็คำถามก็คือ เราใช้ music interv ให้กับของเราแล้ว อ่าเอาใหม่ดนตรีบำบัดเราสามารถช่วยกับ caregiver ในโดเมนไหนบ้าง physical emotion social หรือว่า spiritual เงี้ยมันก็จะเป็นการรวบรวมครอบคลุมแต่ว่า ไม่ได้ถึงกับทำการทดลองอย่างที่อาจารย์ พูด อืค่ะไม่เหมือนจิตพัฒนะคะที่มีเก็บข้อมูล ด้วยแต่ว่าก็เข้มข้นไปอีกแบบค่ะ
Speaker A
มีคำถามมีจากเอ่อแขกกิติมศัพท์ มีคำถามอะไรเพิ่มเติมหรือมีคอมเมนต์อะไร เพิ่มเติมมั้ยคะ เชิญค่ะอ้า ยกไปเย็กมา สวัสดี เอ่อพอดีว่าผมมาจากคณะรัฐศาสตร์ค่ะเนี่ย ส่วนใหญ่ที่พูดถึงก็จะเป็นแบบการเข้าสู่ สังคมผู้สงสัยไม่ใช่นะคะที่แบบเอ่อก็อาจ จะมีความเหมือนบางคนก็จะมองไปแง่นิดนึง ว่าผู้สูงอายุเนี่ยไม่ได้แบบไม่ได้เพิ่ม อะไรอย่างเงี้ให้นะคะก็เลยอยากถามที่คว่า นอกจากเราเราจะเข้าไปดูเอ่อด้านสุขภาพของ ผู้ส่งอดีตจริงๆวิธีที่จะทำให้เหมือนของ เา้าอ่ะยังสร้างประโยชน์ให้กับสังคมด้วย หรือว่าเราก็ดูแลสุขภาพติดเไปด้วยมีแนว คิดว่ายังไงคะ จริงๆถ้าสำหรับตัวเองแม้กระทั่งคนทำงาน กับผู้สูงบอยอ่ะค่ะทุกครั้งที่เราไปทำงาน กับเขาเราเหมือนเรา ได้บทเรียนอะไรก็ไม่รู้กับเขาเยอะแยะไป หมดจริงๆตอนนี้ก็ฝนว่าเป็นเทรนด์เหมือน กันเนาะการที่เอาผู้สูง มาทำงานกับเด็กอือฮึ ใช่ การทำงานร่วมกันเพราะว่าจริงๆแล้วเด็กก็ ต้องการคนดูแล ผู้ส่งวัยก็ต้องการ เพื่อน การทำงานร่วมกันน่ะค่ะจริงๆผู้ส่งวัยก็ ยังมีองค์ความรู้อยู่แม้กระทั่งทุกวันนี้ อ่ะค่ะ จริงๆถ้าอย่างตัวเองอ่ะทำ งานที่โรงพยาจุฬาเนาะจะมีโรงพยาบาลมาดู งานตลอดเวลาแล้วหนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจ คือเราไปดึงศักยภาพผู้สูงวัยในต่าง จังหวัดอจริงๆอ่ะอย่างจบเกาหลีเราก็จะ เห็นที่เกาหลีทางบางทีผู้ส่งวัยอ่ะค่ะ เคตัวอย่างคือเขาเป็นศิลปินอ เสร็จแล้วเขากลับบ้านไปอยู่ต่างจังหวัด
Speaker A
สิ่งที่เขาทำคือเขาสร้างคอมมิunityดีใน การดูแลซึ่งกันและกันเองสอนแลกเปลี่ยน วิชากทำคลาสอ้าคนนี้สอนศิลปะได้หรือคนนี้ มีความสามารถทางภาษาการสร้างคอมิunityยัง ไงเติมอะไร ก็น่าสนใจซึ่งช่วงนี้เท่าที่ฟังเวลาโรง พยาบาลต่างจังหวัดเล่าอ่ะค่ะ การที่เขากลับไปทำอะไรอย่างเงี้ยเขาก็ สร้างคุณค่าว่าวิชาความรู้ต่างๆที่พูดสู่ วัยมี เค้าก็ยังได้ใช้เค้ายังเห็นว่าเค้ายังมี คุณค่าอยู่แล้วเขาก็ได้โซเชียลดูแล กันและกันทั้งในด้านจิตใจด้วยแล้วก็ใน บ้านอ่าช่วยเช็คสุขภาพกันปลอบยนต์กัน เงี้ยค่ะซึ่งก็เป็นไอเดียที่ที่รู้สึกว่า น่าสนใจอ ไม่รู้ตอบคำถามเป่า คือบางทีเห็นๆหลายๆที่เนี่ยเค้าเเริ่มมี ไอเดียอย่างเช่นคาเฟ่เอาเาก็เชิญผู้สูง อายุบางคนมาทำงานในคาเฟ่ซึ่งผมว่ามันเป็น ไอเดียที่น่าสนใจนะเพราะว่าบางทีอ่ะผู้ สูงอายุเหล่านั้นเ้าไม่ได้มีสถานะด้านการ เงิน เพียงแต่ว่าบางทีเขาอาจจะอยากออกมาเพื่อ ที่จะมีสังคมบ้างทำงานบ้างเพื่อที่จะให้ ไม่ให้ด้านคnิtiveตัวเองมันดีลงไปเรื่อยๆ นะครับบางทีแล้วก็ในการที่เขาได้ทำงาน เนี่ยเ่ามันทำให้อย่างที่คุณบอกว่าทำให้ คุณค่าของเา้าอ่ะเยังรู้สึกว่าตัวมีคุณ ไข้บางทีแต่ว่าด้วยภาระที่เรา assign ให้ เค้าอ่ะอาจจะไม่ต้องแบบใช้ร่างกายหนัก ขนาดนั้นเอาเป็นหน้าที่อะไรที่เหมาะเหมาะ สมกับวัยวัยของเค้าอ่ะครับ อค่ะชอบคำถามที่เราตั้งโจทย์มาว่าถ้าเรา มองว่าผู้สูงวัยเป็นเป็นบุคลากรที่ไม่ไม่ เป็นวัยพึ่งพิงอะไรอย่างเงี้ยเราก็จะเค้า เรียกพอเราตั้งโจทย์แบบนั้นเราก็ไปต่อไม่ ได้เนาะแต่ว่าวิทยากรก็ให้ให้
Speaker A
ไอเดียว่าอ๋อจริงๆแล้วไม่ใช่เลยเป็นอีก ทางนึงเลยล่ะเพราะว่าจริงๆแล้วผู้สูงวัย ยังเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าเพียงแต่ว่า เอ่อด้วยระบบของรัฐอ่ะบอกให้บอกให้ท่าน อยู่ทำงานที่ 60-65 แต่จริงๆแล้วผู้ใหญ่ หลัง 65 เนี่ยโอ้โห powerful แล้วก็ยังมี พลังอย่างเปี่ยมล้นที่แล้วถ้าเราไม่มี outlet ให้เขาทำต่างหากล่ะที่จะเป็นน่า จะเป็นประเด็นที่เราต้องคิดกันต่อว่าใน เมื่อเรามีอัตราการเกิดตามโลกใช่มั้คะ แล้วพวกเราก็จะต้องเติบโตไปแต่ว่าถ้าเรา บอกว่าเออพอยู U 60 แล้วเลิกทำงานเถอะ อ่ะแล้วมันกลายเป็นว่าไม่มีใครมาช่วยเรา ในการแบบขับเคลื่อนสังคมมันก็ไม่น่าจะใช่ มันน่าจะเป็นว่าอ้าหลัง 65 นะแต่ถ้าถึง หลัง 70 80 อ่ะถ้ายังมีพลังอยู่แล้วยัง อยากทำอยู่ก็ทำซึ่งปัจจุบันนี้เรามีผู้ สูงวัยอาสา ที่ที่หลักอายุมากเลยเช่นกันค่ะมีมีตรง เอ่อมีตรงไหนเสริมมั้คะ คำถาม มีคำถามจากฝั่งนี้มั้คะเพื่อกเหมือนฝั่ง นี้จะผ่านและ ฝั่งนี้ขออีกสักข้อได้มั้ยคะ อ่าเชิญค่ะขอบคุณค่ะ
Speaker A
ก็อันนี้สอบถามว่าเอี้ ก็ได้ทำเกี่ยวเรื่องของบริใช่มครับที่แบบ ว่าช่วย ผมแบบว่าเออพ่อจะแบบว่ามีอาจจะเป็นข้อมูล ที่ทำการรีเสิร์ชหรือว่าแบบอาจจะเป็น เทรนดในประเทศไทยต่อสครับเพราะแบบว่า technology แบบว่าจะเป็นยังไงแบบฝึก ธุรกิจหน้ามีโอกาสแบบ อื คำถามพันล้านนะครับว่าเอ่อผมผมยังไม่ได้ ทำรีเสิร์ชวงกว้างนะคือทำโปรักเนี่ยก็ อย่างที่เห็นในภาพครับก็คือทำ user empatiz ให้เขาเทestเทestตัวแอปนะครับใน แง่ของฟีเจอร์ในแง่ของ feedback เริ่มต้น แล้วกันนะครับเดี๋ยวเอ่อพอค้นช่วง Pilot นี้ไปเนี่ยจะสเกลและให้เข้าถึงคนตั้งเป้า ไว้สัก 100-2 คนให้มันให้มันเอ่อมีนัยยะ สำคัญทางสถิติแล้วกันเนาะในแง่วิจัยแต่ ที่นี่ถ้าถามกับว่าเอ่อแนวโน้มเป็นยังไง หรอผู้สูงวัย adoption ยังไงคือ อย่างแรกก่อนเอ่อ ผู้สูงวัยก็คือคนใน Generation นึงทุก Generation มีคนที่adดopกับไม่ adopt อยู่แล้วอย่าคิดว่าเาสูงวัยแล้วเขาจะไม่ adopt เงี้ยเ่ายกตัวอย่างคุณแม่ยายผม 80
Speaker A
กว่าแล้วยังทำงานอยู่เลยแล้วแกก็ใช้ AI คุยกับแอปได้รับได้ทุกอย่างวัยรุ่นมากนะ ครับนี่คือคนที่บอกว่า แม่แม่อยากจะไว้ใจ AI ก่อนแม่ถึงจะกล้า เล่าเไม่ได้บอกว่าเขาจะไม่ใช้นะแต่ว่าจะ ดีพอจะคุยกับฉันมั้ล่ะ อือ แล้วผมคิดว่าเนี่ยคือไม่ใช่คนส่วนใหญ่เก ใช้กันคนส่วนใหญ่ก็น่าจะคิดเหมือนแม่แหละ ลองมองแล้วกันคือจะมีสักกี่คนโดยเฉพาะ สังคมไทยเนาจะมีสักคนที่เป็นโซโoagอ er อยู่คนเดียวตอนเนี้ยนะแต่ต่างชาติอ่าต่าง ประเทศภาคซีกโลกตะวันตกอาจจะมีเยอะนะครับ อันนี้ก็ก็ต้องดูบนของแต่ละที่ทีนี้ถาม ว่าแล้วแล้วเทรนด์มันจะเป็นยังไงแล้วเอ่อ อย่างที่บอกเรื่องadดoptionผมคิดว่าทุก generation มีหมดมีคนที่รับได้รับไม่ได้ นะครับผมเลยไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นมีมีตลาด แหละคนต้อง 6,000 ล้านคนใช่มแต่ว่าสิ่ง ที่จะเกิดขึ้นแล้วมันเลี่ยงไม่ได้ก็คือ deโมกราฟicคนน่ะสมัยก่อนอะไรนะมันรูปถ้า ดูโครงสร้างองค์กรแล้วกันหรือโครงสร้าง ประเทศมันจะเป็นรูปปีระมิดถูกมฮะก็คือ คนชัก่อนน้อยลงแล้วคนก็จะเกิดมากขึ้นแต่ ทุกวันเนี้ถ้าดูเข้าไปดูในเอ่อสำนักงาน เศรษฐีแห่งชาติก็ได้deโมกราฟicของคนไทยจะ เริ่มเป็น Diamond ก็คือบวมตรงกลาง Generation พวกแถวหน้าเนี่ยแครับจะจะ เกิดเยอะแต่น้องรุ่นน้องๆรุ่นอย่างเพื่อน ผมอย่างเงี้ยผมน่าจะไม่เหมือนชาวบ้านผม
Speaker A
ลูก 3 คนแต่เพื่อนผมหลายๆคนไม่มีลูกแล้ว ก็จะไม่มีลูกด้วยนะครับมันก็จะเริ่มเป็น ไดมอนคำถามคือ เอ่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมมันยังต้องมี เหมือนเดิมเพราะประชากร 6,000 ล้านแล้วก็ บวมขึ้นเรื่อยๆแต่ว่าคนที่จะเป็นแรงงาน มันจะน้อยลงถูกม generation ที่เป็นฐาน แล้วกันใช้คำว่า diamond เนี่ยตรงกลางที่ เป็นน้องประมาณอายุ 20 ลงไปเเริ่มน้อยตรง มันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะแบบเนี้ยก็ต้องเอา อะไรมาช่วยคำถามใครจะมาช่วยทำงานใน position ที่หายไปคำตอบคือ AI นะก็คือจะบอกว่ามันจะเข้ามามีบทบาท มากขึ้นคนที่เป็นรุ่นพวกเราเนี่ยพอแก่ตัว ลงไปครับมองลงไปน้องๆรุ่นใหม่เด็กรุ่น หลานรุ่นลูกรุ่นหลานน้อยลงแต่จะมี AI มา เป็นใช้คำว่าเป็นเลเบอรก็ได้เป็นคนที่ขับ เคลื่อนโลกไปเรื่อยๆนะครับจนกว่าเทนมันจะ เปลี่ยนผมเชื่อว่าเดี๋ยวอีกสัก 10- 20 ปีมันก็จะเริ่มมีเทรนด์มามามีลูกกันเถอะ นะคือมันจะเป็นอย่างงั้นแหละนะหมายถึงว่า demographic ของของคนในโลกนะครับก็ก็ถ้า กลับไปที่คำถามไม่รู้ต่อหรือเปล่าก็คือผม
Speaker A
ไม่คิดว่าผมกังวลเรื่อง adoption เพราะ น้องหลายคนเกิดมาในเเรียกว่าเป็น digital native อยู่กับมันอยู่แล้วแหละแต่มัน เหมือนอย่างที่คุณแม่คุณแม่ยายผมบอกมันดี พอเปล่าที่จะมาเป็นจะเป็นส่วนหนึ่งใน ชีวิตเขาอันนี้ก็เป็นปัญหาของเราแหละผมก็ เลยไม่ได้ห่วงเรื่องอดชันักแล้วก็ในอนาคต อย่างที่ Demographic นะครับคนเกิดน้อยลง AI จะ เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนมาก ขึ้นมันยิ่งทำให้adดoptionดีขึ้นน่ะอ เนี่ยคือผมผมค่อนข้างมองในแง่บวกว่าเออ มันมันมีทางไปแหละนะครับประมาณนี้ตอบคำ ถามมั้นะ อื ตอบมั้งโอเคครับขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะอ่าตรบมือให้กับทุกๆคำถามนะคะ [ปรบมือ]ค่ะวันนี้รู้สึกว่าเป็นเสวนาที่ เต็มไปด้วยบรรยากาศของความของการได้เรียก แลกเปลี่ยนเรียนรู้นะคะแล้วก็จากวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่านนะคะทั้งคุณบอล คุณฝนพรำนะค่ะแล้วก็คุณันวต้องขอขอบคุณ มากๆเลยค่ะครับ ค่ะก็วันนี้เราเอ่อก็เป็นเป็นเวลาที่พอสม ควรนะคะเราก็ตอบคำถามในในทุกๆประเด็นแล้ว แต่ว่าเอ่อถ้าถ้านิสิตมีคำถามอะไรนะคะที่ เกิดขึ้นในระหว่างนั่งรถกลับบ้านหรืออะไร ใดๆก็สามารถส่งมาหาอาจารย์นิดได้นะคะเดี๋ อาจารย์นิดจะเอ่อให้วิทยากรตอบกลับมาให้ นะคะก็ขอบขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการเสวนา นี้ทุกท่านนะคะแล้วเดี๋ยวสัปดาห์หน้าเรา
Speaker A
ไปเจอกันที่ห้องเรียนดังเดิมนะคะขอบคุณ มากๆเลยค่ะขอให้วันนี้ทานข้าวให้อร่อยนะ คะขอบคุณ อ
Topics:ผู้สูงวัยนวัตกรรมดิจิทัลจิตวิทยาผู้สูงอายุAI Companionดนตรีบำบัดการดูแลผู้สูงอายุซอฟต์แวร์สำหรับผู้สูงวัยการพัฒนาสังคมสูงวัยการศึกษาแบบข้ามศาสตร์ประสบการณ์ผู้ปฏิบัติงาน




![อาจารย์ยอด : ลูกบ้า [กรรม] — Transcript](https://i.ytimg.com/vi/5ESC68mbqiQ/maxresdefault.jpg)





![อาจารย์ยอด : ผีบรรพบุรุษ [ผี] — Transcript](https://i.ytimg.com/vi/vGn5vZRR980/maxresdefault.jpg)
![อาจารย์ยอด : ปอบล่าปอบ [ผี] — Transcript](https://i.ytimg.com/vi/ep4SsolbnGk/maxresdefault.jpg)