Speaker A
คนที่เดบิ คนที่เป็นเทรนนี่นี่เยอะมากๆ แล้วเราแบบกินอยู่ด้วยกัน ร้องเพลง เต้นด้วยกัน แต่ว่ามันไม่ได้สามารถที่จะเดบิได้ทุกๆ คน ตอนที่แบบเราแบบ 10 ปี แล้วเรายังไม่ได้อีกเลยอ่ะ ถ้าหนูเหนื่อย ตอนนี้หนูก็แบบกลับมาก็ได้นะ ปาปโอเค แต่พอปปามาพูดพูดคำนั้นออกมา I don't wanna go home anymore เออ 10 ปีเราทุ่มเทมาขนาดนี้แล้วเราไม่สามารถที่จะหยุดตรงนี้ได้ อะไรคือประโยคที่มันไหน้าต่อทุกวันน่ะ มันจะต้องมีวันของเรา เมื่อมันไม่เป็นอย่างที่ฝันน่ะ เมื่อมันไม่เป็นหนังใจเนี่ย เราต้องบอกตัวเองยังไงเพื่อให้มันไปต่อได้ It's okay ครั้งหน้าทำไมได้ และนตี้คนนั้นที่ยูพาขึ้นเวทีพลังของเขาเป็นยังไง [เพลง] เหมือนในตัวของเราจะขึ้นมาตอนเวลาเราจะขึ้นเวทีเท่านั้น ไฟลุกโชนเลย ไฟแบบู้ now [เสียงหัวเราะ] พี่ดีใจมากเลยที่เราจะได้มีโอกาสคุยกันในวันนี้ เพราะว่าคือน้องเป็นแบงบันดาลใจกับหลายๆ คนมากแล้วก็ตอนนี้ก็คือคนคั่งใครชอบมากเพราะความน่ารักความเก่ง ขอบคุณ [เสียงหัวเราะ] นะคะที่มาบูดี้นะคะในวันนี้ How do you feel ตอนนี้ ความรู้สึกเป็นยังไงกับ [เสียงสูดหายใจ] ตื่นเต้นมากเพราะว่าเพิ่งเพิ่งมาถึงไทย แล้วก็มาหาพี่วุฒิเลย ใช่มั้ยคะ แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ได้อินเทอร์เวเป็นไทย แล้วก็หนูแบบไม่ค่อยคล่องไทยขนาดนั้น แต่วันนี้อยากพูดเป็นภาษาไทยเพราะว่าเรา มาที่ไทยแล้ว ดีเลย ดีเลยก็ไม่ถ้าเกิดว่ามันจะหลุดคำ 2 คำเป็นภาษาอังกฤษบ้าง หรือคำไหนที่อาจจะนึกไม่ออกเป็นไทย แล้วก็พูดภาษาอังกฤษได้ It's โอ Korea no แล้ว How do you say พูดคำว่า no in Korea พูดยังไงคะ อ่า อานิ อานิ เออ [เสียงหัวเราะ] งั้นถ้ายพูดอะไรก็จะอานี้ ตอนนี้มันมีเทรนด์คำใหม่มาในที่เขาใช้กัน เดี๋ยวอาจจะสอนอยู่นะ เพราะว่าอาจจะไม่ได้อยู่เมืองไทยบ่อย เพราะว่าบินไปมาตอนเนี้ย คนไทยจะชอบพูดว่าอาจจะยัง อาจจะยัง เออ อาจจะยัง หมายความว่า I'm not sure which is like ก็คือไม่อ่ะ ใช่ป่ะ อ่ะ สมมุตินะ สมมุตินะ ชุดนี้หล่อมั้ย ออ อาจจะยัง เออ ที่ได้ๆ ได้หน้าได้เลยอย่างงี้ ภาษาเกาหลีตอนนี้มันมีคำแรงหรือคำพิเศษที่เขาใช้คิดกันมากช่วงนี้ ออ ภาษาเกาหลีเหมือนอืม เป็นภาษาเล่นๆ มีมากช่วงนี้ เวลาหนูชอบคุยกับเพื่อนแบบ Noem Noem อืแชมิต it's F no gem ไม่ฟันอ่า Noem อแล้วเจมเป็นภาษาอะไรคะ เกาหลีเหรอครับ ภาษาเกาหลีค่ะ อ่า อ่ะ สมมุติยกตัวอย่าง เอิ่ม ยูถามไ วันนี้สนุกมั้ยคะ [เสียงสูดหายใจ] No [เสียงหัวเราะ] จะผิดได้มั้ย จะผิดได้มั้ย จะปิดได้มั้ย จะปิดได้มั้ย เออต้องบอกก่อนว่าแนตี้เนี่ยเข้ามาในวงการจริงๆ แล้วเนี่ย 10 ปีละ at least ใช่มั้ยคะ่ ใช่มั้ยฮะ เข้าจริงๆ เลยอ่ะ จำได้มยอ ครั้งแรกที่รู้สึกว่าโอ้ฉันชอบมากเลยการเต้นการร้อง จำได้มั้ยตอนนั้นอายุเท่าไหร่คะ ตอนนั้นตั้งแต่ตอนหนูอยู่ที่ไทยน่าจะ 6 7 ขวบ 6 ขวบ แล้วหนูไปที่เกาหลีตอน 10 ขวบ แล้วก็เป็นเทรนนี่เป็น 10 ปีแล้วหลังจากนั้นเพิ่งมาได้ 3 ปีค่ะ อื ตอน 10 ขวบ 10 ขวบ ที่ไปตอนนั้นคือ feeling เท่าที่จำได้นะ เพราะมันก็ก [เสียงกระแอม] แล้วเนี่ย อ ครั้งแรกเป็นยังไงอ่ะ ตอนนั้นคือไปถึงปุ๊บ เพราะว่าแบบเป็นเด็กมากๆ นี่ก็แบบโอ้น่าจะสนุกดี เพราะว่าแบบเราไม่รู้ว่าเนนี่ system มันเป็นยังไงอ่ะค่ะ ก็คือแบบเขาบอกว่าเหมือนเป็น work แบบคนที่ชอบเต้น ชอบร้องมารวมกันแล้วก็แบบมาเต้นมาร้องด้วยกัน Oh, it look fun แล้วเราไปปุ๊บ [เสียงหัวเราะ] เราไม่รู้เลยว่าเราจะร้องกับเต้นแบบเทรนมา 10 ปีขนาดนี้อ่ะ แล้วมันไม่ได้ง่ายแบบที่เราคิดเลยใช่ แปลว่าตอนก่อนนัตตี้ไป อือฮึ มันยังไม่มี คือตอนนี้เราเข้าใจแล้วทุกคนที่ไปเทรนเนี่ยมันเป็นเหมือนกับเข้าค่ายเลยอ่ะ ใช่ แล้วมันใช้คำว่าโหดก็ได้นะ เพราะว่ามันหนักพอสมควร อ ใช่ค่ะ แล้วก็ต้องมีความ stable เรื่องของ emotion แล้วก็ อ แล้วก็ physical ใช่ป่ะ ตอนนั้นที่เข้าไปเนี่ย ตอนที่มันรู้สึกว่าโหมันมันจริงจังเลยเนี่ย ตอนนั้น minds ตมันต้องเป็นยังไงเพื่อจะไปต่อ เพราะบางคนก็เบรคเลยนะ หมายถึงว่าไอก I want home อือฮึ ของเป็นยังไง ของหนูแบบโอ้ว้าว มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดแล้วนะตอนเนี้ย เราต้องแบบเปลี่ยน minds ตแล้วว่ามันไม่ใช่แบบเล่นๆ เพราะว่ามันไม่ได้ คนที่เดบิคนที่เป็นเทรนนิ่งมีเยอะมากๆ ตอนนั้น 50 คนค่ะ เป็นเด็กแทรนแล้วเราแบบกินอยู่ด้วยกัน ร้องร้องเพลงเต้นด้วยกัน แต่ว่ามันไม่ได้สามารถที่จะเดบิได้ทุกๆ คน คือเขาแบบบางคนก็ต้องออกไปแบบไม่มีความสามารถพอ หรือว่าคนที่เขาแบบ gift off แต่ว่าสำหรับหนูก็คือเราอยากลองถึงที่สุดอ่ะ [เสียงหัวเราะ] เพราะว่าเรามาถึงจุดนี้แล้วเราเรามาที่เกาหลีขณะนี้แล้วอ่ะ เราต้องมีผลตอบรับมาก่อนที่เราจะหยุด อื อื ไม่รู้ว่ายูอยากเห็นอะไรบางอย่างก่อนที่ฉันจะ say เอาให้มันสุดก่อน ใช่ เอาให้มันสุดก่อน เคยมีวันไหนมที่รู้สึกยากจังเลยอ่ะ มีม มีค่ะ เพราะว่าหนูเปลี่ยนค่ายมาประมาณ 3-4 ค่ายแล้ว อือ แล้วเราแบบเวลาเราย้ายค่าย เวลาเราแบบตก รอบของ Audition หรือว่าอะไรขนาดนั้นดูก็แบบโอ้ หรือว่ามันไม่ใช่ทางของเราหรือเปล่า เอ่อ หรือว่าเราต้องหยุดตรงนี้หรือเปล่า แต่ว่าสุดท้ายแล้วหนูก็ทำมาถึง 10 ปีแล้วก็ได้เดบาเป็น Kids of Life ค่ะ ก็ขอใช้คำนี้เป็นคำบอกกล่าวเป็นภาษาอังกฤษเพื่อโดยเฉพาะว่า Congratulations อ้า You made it. Yeah, I made it. Thank you. You made it. You made it. You made it. You made it. เพราะว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อกับวงกับตัวเองพี่ว่า That's in the future ใช่ มั้ยคะ นี่คืออนาคต But today you made it. อือฮึ ภูมิใจขนาดไหน บ้านภูมิใจขนาดไหน คุณพ่อ ครอบครัวภูมิใจขนาดไหน เค้าบอกมั้ย ภูมิใจมากค่ะ เพราะว่าแบบคุณพ่อคุณแม่ก็เหมือนกับ เค้าก็คิดว่าเอ้ยถ้าหนูเหนื่อยอ่ะ หนูก็กลับมาบ้านได้นะ แบบใช่ แบบตอนที่แบบเราแบบ 10 ปีแล้วเรายังไม่ได้เดย์อีกเลยอ่ะ เขาก็แบบถ้าหนูเหนื่อย ตอนนี้หนูก็แบบกลับมาก็ได้นะ แบบมาม้าแบโอเค แต่พอป่าป้ามาพูดคือพูดคำนั้นออกมา I don't want to go home [เสียงหัวเราะ] anymore เออ เพราะว่า no 10 ปีเราทุ่มเทมาขนาดนี้ แล้วเราไม่สามารถที่จะหยุดตรงนี้ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ เออ อะไรคือประโยคที่มันให้เราเดินหน้าต่อทุกวันน่ะ มันมีหรือมีประโยคในหัวมยที่เราจำได้เลยว่า 10 ปีเนี่ยมันมีคำพูดอะไรที่เราจะบอกกับตัวเองเสมอ เพื่อเป็นแรงมานาใจให้กับหลายๆ คนนะที่กำลังต้องผ่านอะไรแบบเราอ่ะ อาจจะไม่ใช่ในวงการ Entertainment การแสดง แต่ว่าทุกคนเนี่ย พี่เชื่อว่ามันต้องผ่านการทดสอบที่หนักมากแล้ว ของยูคือมันหนักสุดแล้วอ่ะในโลกนะ อะไรคือประโยคที่บอกกับตัวเองเสมอให้ตัวเองเดินหน้าต่อได้ทุกวัน อืม หนูคิดว่าแบบมันจะต้องมีวันของเราแบบ คิดมาคำนี้ตลอดว่ามันจะต้องมีวันนึงที่ทุกคนเขาแบบรู้ว่านัตตี้เป็นสามารถที่จะขึ้นมาได้ฮาร์ทขึ้นมาได้ อือ เพราะว่าเหมือนกับเราไม่ได้โชว์แบบ 100% ว่าเราเป็นคนยังไง เราชอบเพลงแบบไหน เราสามารถ perform ได้ขนาดไหน เราไม่เคยโชว์ให้เขาได้ดูแบบ 100% ก่อนหน้านี้ค่ะ แต่พอคิดมาเลยว่าอ่ะ Kiss of Life มันเป็นโอกาสสุดท้ายและพอแล้วคิดมากขนาดนั้นแล้ว หนูหนูคิดว่าทุกคนเ้าเห็นนะคะว่าโอเคแบบ นัตตี้มาแล้วอ่ะ ก็เลยรู้สึกภูมิใจ แล้วก็มาจริงนะ เพราะว่าพี่เห็นในช่วง 4-5 ปี evolve มีทั้ง evolve มีทั้งเรื่องของการพัฒนาเราโต๋ขึ้น เรามันขึ้นเราสนุกขึ้น เราจริตจะมากขึ้น คือจากเดิมที่มันนิดๆ หน่อยมันก็เริ่มแบบ [เสียงหัวเราะ] ใช่มั้ย จริตมันเนี่ยรู้สึกเบาที่สุด มยในชีวิต 10 ปีที่ผ่านมารู้สึกว่า Today ที่อยู่ใน Kids of Life มัน You feel happy in your body หรือยังตอนนี้ ใช่ค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าแบบ do everything I want on stage เออ ใช่ เพราะก่อนหน้านี้มันอาจจะมีฟอร์ม ใช่ กับ concept เนาะ อือฮึ แต่พี่ว่าตอนเนี้ยกับ Kiss of Life มัน I feel like you're having so much fun [เสียงหัวเราะ] ใช่ and is that the concept ของ Kiss of Life จริงๆ เลยหรือเปล่าอ่ะ สำหรับใครที่อาจจะไม่ทราบต้องบอกว่าน้องแตตี้เนี่ย ถือว่าตอนนี้คือไม่มีใครไม่รู้จัก ไม่มีใครไม่รู้จักที่ชอบเพลงนี้สายนี้ได้ เฉพาะ Kiss of Life วงของเธอก็คือที่มาร่วมงาน K2O ในเมืองไทยเนี่ยนะครับ จะบอกว่าคือคนให้ความเยอะมากแล้วก็มีผู้ใหญ่หลายคนก็บอกว่าว้าวไม่น่าเชื่อว่าแนตี้เนี่ยอยู่ได้ถึง 10 ปีแล้วมาไกลแล้วยืนได้ถึงวันเนี้ย ไม่ไม่ใช่ว่าทุกคนทำได้นะแต่จะบอกทุกคนว่านี่คือโอกาสพิเศษมาก เพราะว่าไม่ค่อยได้มีโอกาสนตี้ให้สัมภาษณ์เลย โดยเฉพาะการมาเมืองไทยเนี่ย ปกติมาแล้วก็ทำงานป่ะ ทำงานแล้วก็ไปค่ะ แล้วถ้าออกรายการก็เป็นเป็นภาษาเกาหลี หรือก็ปนเปาอังกฤษบ้าง แต่ไม่เคยได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์เป็นไทย่จริงๆ เลย ใช่มั้ยครับ ใช่ค่ะ ซึ่งภาษาไทยเนี่ยไม่ค่อยได้ใช้แน่นอนใช่ป่ะ ไม่ค่อยได้ใช้เลยค่ะ ศูนย์เลย ม 0 เลยนอกจากที่จะโทรคุยกับคุณพ่อคุณแม่ แต่แบบช่วงนี้แบบไม่มีเวลานอนด้วยซ้ำ ก็เลยคือแบบไม่ได้พูดภาษาไทยเลยค่ะ ความคิดเป็นภาษาอะไร อืม Thai and Kore and Korea ใช่ค่ะ แต่ว่าเหมือนภาษาอังเกาหลีเขาจะแบบมีคำศัพท์เยอะแบบถ้าเราแบบเอ้ยเราเศร้า แต่ที่เกาหลีแบบมี 3 แบบ 3-4 คำส 3 เศร้าเหรอ 3 เลเวล ใช่ เอ่อ เศร้าแบบแรกแบบไหนเล่าให้แชร์เออสอนพี่หน่อย แปลว่า เศร้า เศร้าระดับ 1 น แล้วก็ ซุกซ่า ซุกซ่า [เสียงหัวเราะ] เงี้ย อันนี้ก็แบบเศร้าแต่ว่าแบบมีความที่แบบเอ้ยมันมีแบบมีแบบสิ่งที่ขัดใจมาด้วย ว่าแบบเศร้าด้วยขัดใจด้วย แล้วก็ 이거 เหมือนกับ [เสียงหายใจอ้าปากค้าง] 억울하다 뭐지? [เสียงหัวเราะ] 억울하다 뭐죠? [เสียงหัวเราะ] มันยากใช่ม แต่ว่ามันลึกมันลึกแบบถ้าแบบเออเราเศร้าก็แบบเศร้า แต่ว่าแบบถ้าแบบคิดเป็นภาษาเกาหลีแล้วแบบโอ๊ยมันเศร้าขนาดไหนเลเวลไหน อเราสามารถแบบคิดเออโอเค I'm suc about this เออ อือ แต่ของไทยเราเนี่ยอาจจะไม่ใช่เป็นคำบางทีแต่อาจจะนะยิ้มอย่าเงี้ยเ้าบอกคนไทย นี่มียิ้มประมาณ 20 เลเวล ใช่ ใช่มั้ยแบบ สมมุติ











