เซ็นทรัลกรุ๊ป อาณาจักรธุรกิจแสนล้าน ที่จะคงอยู่อีกหลายศ… — Transcript

เจาะลึกอาณาจักรเซ็นทรัลกรุ๊ป ธุรกิจครอบครัวแสนล้านที่เติบโตต่อเนื่องและพร้อมอยู่ยาวนานหลายศตวรรษ

Key Takeaways

  • เซ็นทรัลกรุ๊ปเป็นตัวอย่างธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน
  • การสืบทอดธุรกิจสู่เจเนอเรชันที่ 4 ต้องการการวางแผนและการมีส่วนร่วมของสมาชิกครอบครัวทุกคน
  • การทำงานในธุรกิจครอบครัวมีความท้าทายแต่สร้างโอกาสในการพัฒนาตัวเองและธุรกิจ
  • การพัฒนาโครงการใหม่และการขยายธุรกิจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความแข็งแกร่งของกลุ่ม
  • การสนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรมช่วยเสริมภาพลักษณ์และความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ

Summary

  • เซ็นทรัลกรุ๊ปเริ่มต้นจากร้านขายของชำเล็กๆ ที่เจริญกรุงเมื่อ 77 ปีก่อน
  • ปัจจุบันกลายเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท
  • ครอบครัวจิราธิวัฒน์ขยายสู่เจเนอเรชันที่ 4 มีสมาชิกมากกว่า 200 คน
  • สมาชิกในครอบครัวมีบทบาทหลากหลาย ทั้งโรงแรม รีเทล ร้านอาหาร และพัฒนาโครงการใหม่ๆ
  • การทำงานในธุรกิจครอบครัวมีความท้าทายและความกดดัน แต่สมาชิกเลือกเข้ามาด้วยใจ
  • มีการพัฒนาโครงการใหม่ เช่น ศูนย์การค้าและโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • ธุรกิจครอบครัวเน้นการวางระบบและพัฒนากระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
  • สมาชิกครอบครัวมีการเรียนรู้และปรับตัวทั้งจากประสบการณ์ภายนอกและภายในองค์กร
  • มีการสนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรมผ่านการจัดตั้งแกลเลอรีและมูลนิธิศิลปะ
  • ธุรกิจครอบครัวมีเป้าหมายเติบโตและคงอยู่ต่อเนื่องในอนาคตหลายศตวรรษ

Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:00
Speaker A
[เพลง] เซ็นทรัลกรุ๊ปจากธุรกิจร้านขายของชำย่านเจริญกรุงที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 77 ปีก่อน ด้วยครอบครัวเล็กๆ เพียงไม่กี่คน ต่อยอดและขยายกิจการต่อเนื่องจนปัจจุบันกลายเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศไทยที่มีอาณาจักรรวมกันกว่า 600,000 ล้านบาท จากครอบครัวเล็กๆ แค่ไม่กี่คนที่เริ่มต้นสร้างอาณาจักรมาตั้งแต่วันแรกและอาศัยรวมกันอยู่ที่บ้านสาลาแดงแห่งนี้ ได้ขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มเติมจนปัจจุบันเข้าสู่ Generation ที่ 4 และมีสมาชิกในตระกูลจิราธิวัฒน์รวมกันมากกว่า 200 คน กงศรี the next era ในวันนี้จะพาทุกคนมาหาคำตอบกันค่ะว่าทำไมธุรกิจของครอบครัวจิราธิวัฒน์จะยังอยู่ต่อไปอีกหลายศตวรรษ ขออนุญาตให้คุณแพช่วยแนะนำตัวเองนะคะ รวมไปถึงขอบเขตงานที่ดูแลอยู่ได้ค่ะ แพพิมพิสา จิราธิวัฒน์พรประภานะคะ ตอนนี้แพเป็น Senior Director ค่ะ ที่โรงแรมรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ค่ะ คุณพ่อคุณธีรยุทธ จิราธิวัฒน์นะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ยวันนี้นะคะเรามีโอกาสมาหาคุณแพถึงที่นี่เลยนะคะ เดี๋ยวจะคุณแพรออฟฟิศอยู่ข้างบนใช่มั้ยคะ ใช่ ต้องขออนุญาตตามคุณแพไปแอบส่องการทำงานของคุณแพนิดนึง
01:33
Speaker A
ว้าว นี่คือออฟฟิศของ CHR ใช่ใช่ค่ะ ก็คือของโรงแรมเซ็นทราเคเตอร์อยู่ที่นี่ ซึ่งคุณแพก็เข้าออฟฟิศที่นี่ทุกวันใช่ค่ะ ทำงานที่นี่ใช่ค่ะ ตอนนี้จริงๆ แล้วคุณแพแบบรับผิดชอบดูแลส่วนไหนยังไงอยู่บ้างคะ in details แล้วโอเค ก็คือหน้าที่ของแพเนี่ย ก็คือเอิ่ม โรงแรมไหนที่จะมีการ Renovate หรือว่าสร้างใหม่เป็น Development ใหม่ๆ ค่ะ คนนี้รับ ซึ่งคุณแพก็คือจะดูในทุกๆ องค์ประกอบถูกมั้ยคะในการ renovate ถูกตั้งแต่แรกจนจบสร้างเสร็จแล้วก็พร้อมที่จะส่งต่อให้ฝั่ง Operation เนี่ยเอาไป operate เลย อ เราอยู่ในโรงแรมมาตั้งแต่เด็กเนาะ ก็รู้สึกว่ามันเหมือนเป็นฟีลที่เราเราถนัด อ่ะ มันอยู่ในสายเลือดเรา คือแพก็ตั้งใจว่าไม่ว่าจะช่วงไหนและ At The End of the day คือแพอยากอยากกลับมาทำโรงแรม ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะย้ายกลับมาอยู่รงไทยเลย ตอนนั้นผมคิดว่าจะอยู่อเมริกาตลอด ผมชื่อ Br Hill เป็นลูกของคุณหมอ
02:36
Speaker A
สุวิมล ที่เป็นลูกคนโตของคุณสำฤทธิ์ พ่อเป็นคนไอแลนด์ เป็นหมอด้วยชื่อ Michael Hill ตอนนี้ผมดูแล Direct Import ที่ Central Fl Retail Group ที่เป็น TOS และเป็นคนสร้างโปรแกรมชื่อ TOS ท้องถิ่น ที่เปิดโอกาสให้ SM มาขายใน TOS ด้วยครับ [เพลง] เราต้องออกไปหาสินค้าจากทั่วโลกแล้วก็ตัดสินใจว่าอันไหนเหมาะสมกับลูกค้าของเรา หลังจากนั้นเลือกก็ต้อง negotiate กับ supplier ว่าจะเอาราคาเท่าไหร่ จะเอาสินค้าเยอะเท่าไหร่ และจะเป็น Exclusive ให้เราได้ยังไง อ่าจากในมุมของคุณไบอันที่ก็เคยทำทั้งทำงานข้างนอก ทำธุรกิจของตัวเองแล้วก็มาทำงานกับธุรกิจครอบครัว คุณแม่ว่ามันต่างกันมั้ยคะ อมมันก็ต่างกันเยอะเหมือนกัน เพราะว่าเมื่อก่อนผมก็เป็นหัวหน้าของตัวเอง ก็คือไม่ได้โดนสั่งสั่งทำอะไรจากใคร แต่ค่ะพอมาอยู่ในทอก็ลบแบบเลย เพราะว่าเมื่อก่อนผมทำในร้านอาหารนี่คือต้องทำ
03:36
Speaker A
เรื่องของรีเทลก็คือต้องเรียนรู้เยอะมาก แต่ว่าเรื่องของระบบการทำงานล่ะคะ มีอะไรที่แบบมันแตกต่างมาต้องปรับตัวบ้างมั้ยคะ แน่นอนทำอยู่ใน Corporation ก็ต้องทำงานตามระบบ ก็จะสนุกกว่าที่ไปทำงานที่อื่นค่ะ แพมจิราธิวัฒน์นะคะ ลูกสาวคุณกอบชัย จิราธิวัฒน์ ลูกชายของคุณวันชัยค่ะ เอ่อ สมัยก่อนก็คุณพ่อเป็นเคยเป็น CEO ของ CPN มาก่อนนะคะ หลังจากที่แพมทำงานที่ CPN ตอนแรก แพมไปเรียนต่อ MBA อ่ะค่ะที่ที่สนฟ แล้วพอกลับมาทุกคนก็คิดว่าเฮ้ยแพมต้องแก่นเทคมากอะไรเงี้ย ก็เลยพยายามให้ทำแบบทีมจิอ แต่จริงๆ แล้วแพมยัง interested ใน Core Business มากกว่าอย่าเงี้ยค่ะ เอ่อ ก็เลยมาตอนแรกๆ ก็จะแบบอือๆ อาจจะไม่ค่อยชอบเอ่อเนื้องานขนาดนั้นนะคะ หลังจากนั้นก็ก็เลยกลับมาช่วยทาง BD นะคะ แล้วก็รับจค ตอนนี้ก็จะมีเอ่ expansion ของ Central Embassy ทำฮ่องกงแนนะคะ แล้วก็จะมีเอ่อ township อยู่ที่ทางเหนือของกรุงเทพฯ อ
04:42
Speaker A
ค่ะค่ะ เราก็จะพยายามช่วยดูเอ่อ Flow งาน process ทีมอะไรอย่าเงี้ยค่ะ เพื่อให้ process ของ BD ดีขึ้นอย่างเงี้ยค่ะ ก็ผมอยู่ตัว Central Department Store อยู่เป็นดูแล Channel นะครับ เอ่อ ผมชื่ออาคารนะฮะ ก็ชื่อเล่นชื่อ ตังค์ฮะ มีคุณพ่อเป็นคุณทจจิราธิวัฒน์นะคะ ดูแลมานานหรือยังคะ สำหรับส่วนนี้ก็เพิ่งครบ 2 ปีฮะ เดือนนี้ผมเริ่ม 6 เดือนแรกทำ strategy ผมก็ค่อยมาทำไอ้ไอ้ Watch category ตอนนี้ก็เลยดูดูเป็น overall ดูว่า Pain Point หลักๆ ของลูกค้าคืออะไร แล้วก็จะ solve มันนะครับ แต่อะไรที่ทำให้สินใจว่าจะกลับมาเริ่มทำงานกับธุรกิจที่บ้านค่ะ คุณพ่อเขาพาไปเข้ากับเขาเยอะอื แล้วผมจำได้ว่าคือผมรู้สึกตื่นเต้นกับ
05:39
Speaker A
เวลาที่ที่มันเป็นเป็นวันที่เราต้องไปกับกับพ่อมาก กับวันที่มันต้องไปทำไอ้ไอ้ PRP สำหรับ consulting เยอะนะฮะ ก็เลยเลือกเลือกที่จะเข้ามาทำที่บ้านนะฮะ การโตมาในครอบครัวจิราธิวัฒน์นะคะ ครอบครัวสำคัญที่สุดยังไงวงจรมันก็วนกลับมาว่าเอ้ยกลับมาทำงานที่บ้านจริงๆ ดีที่สุด คิดว่าอนี้มันก็เป็นสิ่งที่เราก็มี opportunity ให้กลับมาแล้วก็ได้สร้างผลงาน [เพลง] ค่ะ สวัสดีค่ะ เชอลี่นะคะ กีรสุดาิร อธิวัฒน์ ค่ะ ปัจจุบันที่ทำงานอยู่ที่เซ็นทรัล Restaurant Group ทำเป็นผู้บริหารของแบรนด์เส ค่ะ คือตอนนี้เข้ามาเป็นเอ่อ Head of Brand นะคะ ก็จะดูตั้งแต่เมนูยันคนเลยนะคะ จน Marketing ด้วยอะไรอย่างงี้ ก็คือทำทำทำทุกรูปด้านเลยอ่ะค่ะ ของทั้งแบรนด์ค่ะ ตอนนี้ก็คือโฟกัสที่ที่เสที่เสเลยใช่ๆ ค่ะนะคะ ตอนนั้นคุณเชอรี่เข้ามาแล้วเรามีการวางแผนยังไงบ้างคะ ว่าเอ๊ะเราอยากจะเริ่มที่ตรงไหนยังไงก่อน อะไรอย่างเงี้ยค่ะค่ะ ก็อย่างแรกเลยลิก็ปรึกษาที่บ้านนะคะ ลิก็โทรไปปรึกษาหลายท่านแล้วก็บอกว่าเอ้ย interest เราด้านนี้นะแต่ว่าเรา Pet ตัวเองได้เพราะเราก็มองว่า Business ไหนก็ได้เป็นข้อดีที่ธุรกิจที่บ้านมีหลายจุดมีหลายที่ให้ลง ซึ่งพอคุยไปเรื่อยๆ อ่ะค่ะ ก็มองว่าเอ้ยแต่จริงๆ อ่ะร้านอาหารเนี่ยแหละเหมาะกับเราที่สุด เพราะว่าเราก็มีประสบการณ์โดยตรงนะคะ แล้วก็มองว่าเอ่อเราสามารถมาช่วยพัฒนา คซต่างๆ ให้แบรนด์ต่างๆ แข็งแรงขึ้นได้ค่ะ แล้วจริงๆ ทำไมตอนนั้นคุณป้าถึงเลือกเข้ามาทำงานที่นี่ค่ะ ก็ได้รับโอกาสแล้วกันก็คุณสุริสารวัฒเคก็เอ่อ ต้องการหาเด็ก รุ่นใหม่มาช่วยแกในการที่จะมาขยายธุรกิจ เพราะที่ผ่านมาแกก็ทำอยู่คนเดียว ผมต้าฉลกนะฮะ ก็ผมตอนนี้ทำงานอยู่ที่ไทยวัสดุดูแลในส่วนของจัดซื้อทั้งหมด คุณแม่ผมเองเนี่ยเอ่อ คุณยุวดีนะฮะ เขาก็ดูในส่วนของห้างสัสินค้าค่ะ ก็จบมาก็เอ่อ ตอนเพิญคุณน้าแนะนำมาว่าอยากจะให้เรามี background ที่แข็งแรงในเรื่องของตัวเลข เมืองว่าท้ายสุดแล้วตัวเลขเนี่ยมันค่อนข้างสำคัญค่ะ แล้วสามารถไป Apply ต่อกับทุกธุรกิจได้ ก็เลยมีโอกาสได้ไปทำที่เอ่อ ักทรัพทณวันนั้นแต่วันนี้ก็เปลี่ยนเป็นเกียรตินาคินพทระไปแล้วนะครับ ต่อมาเนี่ยก็กลับมาที่บ้านก็มาดูในแง่ของ strategy ก่อนกับ Investment เพราะว่าตอนแรกที่เราทำมาเราก็ยังไม่เคยทำธุรกิจจริงๆ เราคิดว่าเป็น Good transition แล้วมา transition มาอยู่ที่ไทยวัสดุตอนนั้นมา
06:57
Speaker A
ได้ยังไง แต่ก่อนตรงนั้นเนี่ยผมก็อยู่ที่เอ่อ Central Restaurant Group ก่อน อ่า CRG CRG เพราะว่าเราเองก็บอกว่าเบื่อละ รู้สึกว่าเห็นแต่ตัวเลขแล้วก็ไม่เคยได้ลงมือสักที คิดว่าท้ายสุดในการทำธุรกิจมันก็ต้องเข้าใจในเรื่องของธุรกิจก็เลยบอกขอลองมาทำที่ CRG ก่อนแล้วก็ทำอยู่ได้ประมาณ 2 ปีก็เริ่มเข้าใจในเรื่องของ Operation ธุรกิจของอาหารแล้วต่อมาก็ได้มีโอกาสไปทำ JD เซ็นทรัล ที่ไปช่วย set up อีกประมาณ 2 ปีที่เป็นบริษัทอคอมนะตอนนั้นค่ะ แล้วก็ถึงจะมาทำที่นี่ครับ แล้วโจทย์ที่ทางหุสสารให้คุณป้าว่าแบบเอ้ย เข้ามาช่วยกันหน่อย ไอ้ตอนนั้นคำเข้ามาช่วยกันหน่อย เข้ามาอยากให้เขามาช่วยด้านไหนยังไงทำอะไร เออก็ต้องบอกก่อนตอนนี้เข้ามาก็ผมไม่ได้ดูแลจัดซื้อทั้งหมดนะฮะ เข้ามาผมก็เข้ามาเอ่อดูในแง่ของบางกลุ่มสินค้าก่อน แต่ก็ยังดูจัดซื้ออยู่ค่ะ เพราะว่ามาทำเลยก็คงทำไม่ได้อยู่ละ ตอนนั้นที่ที่บ้านที่เซ็นทัลกรุปนะฮะ เขากำลังพัฒนาโครงการที่ชื่อว่าพให้แอด ตอนนั้นเป็นโครงการที่น่าสนใจที่สุด ณ ช่วงนั้น ก็เป็นความโชคดีของผมที่ได้เข้ามาทำอยู่ฝ่ายก่อสร้าง ซึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกับสายงานที่เรียนเลยนะ ฮผมนพัฒจิราธิวัฒน์นะครับ เป็นผู้จัดการอยู่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่เซนพัฒนาคุณพ่อคุณแม่จริงๆ อยู่เอ่อ CSR มาก่อนนะฮะ เอิ่ม ผมตอนนี้ก็ดูแล New Project ที่ที่กำลังจะขึ้นครับ สำหรับศูนย์การค้าสำหรับศูนย์การค้าเป็นหลักเลยนะคะ เรารู้สึกว่าเราต้องเข้ามาเป็นคนที่ต้องเข้ามาทำธุรกิจที่บ้านหรือเปล่า ไม่ ไม่ได้รับมอบหมายฮะ แต่ว่าเป็นผมว่าจังหวะชีวิตมากกว่าผมไม่เคยมี Pressure ที่ต้องเข้ามาเข้ามา join กรุปอนะครับ คือผมรู้สึกเป็นอะไรที่ผมผม volunteer เอง ผมก็ต้องพยายามให้ดีที่สุด ไม่ได้ no one Force me ใช่มั้ยครับ คืออันนี้คือผมหาเรื่องตัวเองใช่มครับ ชื่อปันนะครับ ก็เป็นเอ่อลูกชายคนตัวของคุณอ้อยสิริกตจิรกิตินะครับ ซึ่งเป็นลูกสาวของคุณสำฤอื ตอนนี้ผมดูเรื่องเอิ่ม Artistic Director นะครับ สำหรับฝั่ง BD Specialty ก็คือสกปงานหลักๆ ของผมเนี่ยก็คือดูจริงใจแกลอรี่นะครับ ที่เชียงใหม่ เป็น Contemporary Art Gallery ที่ support Local Artist ใน region อีกจค ใหญ่ อีกอันนึงของผมก็คือเอิ่มจะทำเป็น Art Foundation ที่กรุงเทพนะครับ แล้วก็ผมอ่ะตอนนี้ก็เป็น consult ให้กับแต่ละ B เช่น CDS CHG นะครับ เพื่อถ้าเขาอยากจะมีงานอาร์ตมาอยู่ในห้างหรือซื้องานมาติดในโรงแรม ทางผมกับทีมก็จะช่วยคซให้ครับ ซึ่งก็เป็นจคค่อนข้างใหม่แต่ก็ ex ดีครับ การได้มีโอกาสมาทำงานกับธุรกิจที่บ้านเนี่ยมันมีความท้าทายที่แตกต่างกันยังไงบ้าง ก็คงมีครับ กดดันก็มีบ้างนะ ผมก็รู้สึกมันเป็นหน้าที่ของผม อันนี้เรียว่ามีอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดาคือเวลาทำอะไ
08:18
Speaker A
ได้ยังไงแต่ก่อนตรงนั้นเนี่ยผมก็อยู่ที่ เอ่อ Central Restaurant Group ก่อนอ่า crg crg เพราะว่าเราเองก็บอกว่าเบื่อละ รู้สึกว่าเห็นแต่ตัวเลขแล้วก็ไม่เคยได้ลง มือสักทีคิดว่าท้ายสุดในการฟธุรกิจมันก็ ต้องเข้าใจในเรื่องของธุรกิจก็เลยบอกขอ ลองมาทำที่ crg ก่อนแล้วก็ทำอยู่ได้ ประมาณ 2 ปีก็เริ่มเข้าใจในเรื่องของ Operation ธุรกิจของอาหารแล้วต่อมาก็ได้ มีโอกาสไปทำ jd เซ็นทรัอที่ไปช่วย set up อีกประมาณ 2 ปีที่เป็นบริษัทอคอมนะตอน นั้นค่ะแล้วก็ถึงจะมาทำที่นี่ครับแล้ว โจทย์ที่ทางหุสสารให้คุณป้าว่าแบบเอ้ย เข้ามาช่วยกันหน่อยไอ้ตอนนั้นคำเข้ามา ช่วยกันหน่อยเข้ามาอยากให้เขมาช่วยด้าน ไหนยังไงทำอะไรเออก็ต้องบอกก่อนตอนนี้ เข้ามาก็ผมไม่ได้ดูแลจัดซื้อทั้งหมดนะฮะ เข้ามาผมก็เข้ามาเอ่อดูในแง่ของบางกลุ่ม สินค้าก่อนแต่ก็ยังดูจัดซื้ออยู่ค่ะเพราะ ว่ามาทำเลยก็คงทำไม่ได้อยู่ละตอนนั้นที่ ที่บ้านที่เซ็นทัลกรุปนะฮะเขากำลังพัฒนา โครงการที่ชื่อว่าพให้แอดตอนนั้นเป็นโครง การที่น่าสนใจที่สุดณช่วงนั้นก็เป็นความ
09:16
Speaker A
โชคดีของผมที่ได้เข้ามาทำอยู่ฝ่ายก่อ สร้างซึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกับสายงานที่เรียน เลยนะ ฮผมนพัฒจิราธิวัฒน์นะครับเป็นผู้จัดการ อยู่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่เซนพัฒนาคุณพ่อคุณ แม่จริงๆอยู่เ่อ CSR มาก่อนนะฮะเอิ่มผม ตอนนี้ก็ดูแล New Project ที่ที่กำลังจะ ขึ้นครับสำหรับศูนย์การค้าสำหรับศูนย์การ ค้าเป็นหลักเลยนะคะเรารู้สึกว่าเราต้อง เข้ามาเป็นคนที่ต้องเข้ามาทำธุรกิจที่ บ้านหรือเปล่าไม่ไม่ไม่ได้รับมอบหมายฮะ แต่ว่าเป็นผมว่าจังหวะชีวิตมากกว่าผมไม่ เคยมี Pressure ที่ต้องเข้ามาเข้ามา join กรุปอนะครับคือผมรู้สเป็นอะไรที่ผมผม volunteer เองผมก็ต้องพยายามให้ดีที่สุด ไม่ได้ no one Force me ใช่มั้ยครับ คืออันนี้คือผมหาเรื่องตัวเองใช่ม ครับชื่อปันนะครับก็เป็นเอ่อลูกชายคนตัว ของคุณอ้อยสิริกตจิรกิตินะครับซึ่งเป็น ลูกสาวของคุณสำฤอืตอนนี้ผมดูเรื่องเอิ่ม artistic Director นะครับสำหรับฝั่ง BD specialty ก็คือสกปงานหลักๆของผมเนี่ยก็
10:19
Speaker A
คือดูจริงใจแกลอรี่นะครับที่เชียงใหม่ เป็น contemporary Art Gallery ที่ support Local Artist ใน region อีกจค ใหญ่อีกอันนึงของผมก็คือเอิ่มจะทำเป็น Art Foundation ที่กรุงเทนะครับแล้วก็ผมอ่ะ ตอนนี้ก็เป็น consult ให้กับแต่ละ B เช่น cds chg นะครับเพื่อถ้าเขาอยากจะมีงาน อาร์ตมาอยู่ในห้างหรือซื้องานมาติดในโรง แรมทางผมกับทีมก็จะช่วยคซให้ครับซึ่งก็ เป็นจคค่อนข้างใหม่แต่ก็ ex ดี ครับการได้มีโอกาสมาทำงานกับธุรกิจที่ บ้านเนี่ยมันมีความท้าทายที่แตกต่างกัน ยังไง บ้างก็คงมีครับกดดันก็มีบ้างนะผมก็รู้สึก มันเป็นหน้าที่ของผมอันนี้เรียว่ามีอยู่ แล้วเป็นเรื่องธรรมดาคือเวลาทำอะไรเนี่ย เหมือนเราแข่งกับตัวเองพอทำงานเนี่ย ครอบครัวก็กดดันเรากดดันมั้ยคะคุณตัง เอิ่มผมคิด ว่าบางครั้งเรามีความรู้สึกว่าเราได้เข้า มาอยู่ในบริษัทใช่มั้ยคะเรายังไม่ได้ทำ
11:21
Speaker A
อะไรเลยทุกคนก็รู้จักเราแล้วเอ่อเราก็รู้ สึกว่าเราได้ priv มากๆเราต้องพยายามทำ ให้มันดีที่สุดอะไเงี้ยค่ะคือคือแพมคิด ว่าการกดดันบางครั้งมันเกิดขึ้นเวลาเราดู ไปอนาคตมากเกินไปอจริงๆแล้วถ้าเราแค่ทำ สิ่งที่เราทำได้ณโมเมนนั้นนะคะแล้วเราก็ ทำได้ดีที่สุดใช่มคะเราก็ทำได้แค่เท่า นั้นเอันนี้ก็จะช่วยให้ให้ไม่เครียดแต่ ว่าคนที่กดดันน่าจะคุณพ่อเพราะว่าพ่อแถม กลับบ้านก็จะคุยเรื่องงานคุณพ่อก็จะ เครียดอะไรเงี้วันนี้ธุรกิจของครอบครัวก็ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆมันก็มี expectation เยอะ เพราะว่าผู้ใหญ่เขาก็ทำมาได้ดีมากแล้วเรา ก็คงต้องคิดต่อว่าจะทำยังไงให้ดีขึ้นไป อีกจริงเรื่องความกดดันมันไม่ได้มาจากจาก ครอบครัวหรือหรืออะไรมันคือความยากมันก็ มาจากงานปกติให้ให้คนเห็นว่าผมไม่ได้เป็น ตัวแทนครอบครัวผมเป็นพเพื่อนร่วมงานปกติ ครับก็คือสุดท้ายผลงานของผมก็ต้องมันต้อง ออกมาดีว่าจะเป็นครอบครัวหรือไม่ผมไม่ได้ อยากให้คนอื่นรอบๆรู้สึกผมมีอะไรพิเศษ เพราะว่าเป็นเป็นครอบครัวการที่มีความกด ดันหมายความว่าเรามีเป้าหมายที่เราอยากไป ให้ถึงใช่มั้ยคะแต่รคิดว่ามันไม่ได้ทำให้ เราแบบต้องมานั่งเครียดอะไรที่จะต้องแบบ เฮ้ยเราต้อง compte กับคนอื่นตลอดเวลาไม่ ใช่น่าจะมาจากตัวเองมากกว่าฮะจากจากคุณ พ่อหรือจากคนอื่นคือไม่น้อยมากฮะก็เลยก็ เลยโอเคแล้วก็อยากทำได้ดีพออยากทำได้ดี มันก็มันก็คงมีความกดดันมาดเพราะเราอยาก ทำให้ให้มันดีใช่มั้ยฮะคือมันคือผมว่ามัน เป็นเรื่อง Pressure แหละครับโดยเฉพาะพจ
12:58
Speaker A
ผมใช่มยครับมันเป็นพโจใหม่ที่ผมคิดว่า อยากจะเรียกว่ามันอยู่ในช่วงที่กำลังจะ prove myself ใช่มั้ยครับสมันก็มีใน added Pressure ตรงนั้นอยู่แล้วมันเป็น อะไรที่แบบไม่เคยมีใครทำมันอาจจะมันอาจจะ ไปได้ดีก็ได้อาจจะไปได้ not as well As i expected ใช่ไหมมครับแต่คือแทนผมก็ คิดว่าแทนที่จะเห็นเป็น Pressure มันก็ เป็น Mo motivation ว่าถ้ามัน succeed เนี่ยมันก็เหมือนเป็นเปิด opportunity หรือเป็น Core Business ใหม่ที่ที่เรา ไม่เคยทำอย่างงี้มีการวางแผนเรื่องของการ เตรียมพร้อมเพื่อที่จะเข้ามาทำงานใน ธุรกิจครอบครัวตั้งแต่เด็กๆเลยยคะจริงๆ คุณคณปู่ก็จะมีแพลนให้หลานๆทุกคนอืแต่ว่า ไม่ได้บังคับคุณปู่เขาวางแผนแรกไว้ว่า อยากให้ทำอะไรคะทราบมั้ยคะโรงแรมแต่ว่ามี สวิตชไปอยากให้ทำสื่ออยู่พักนึงออแต่ว่า แต่ว่าไม่ค่อยใช่ทางของตัวเองเท่าไหร่คือ แพไม่ได้เรียนมาทางนี้ด้วยอะไรอย่างเงี้ย
13:45
Speaker A
ค่ะแต่ว่าคุณคุณพ่อคุณแม่แพจะไม่ได้จะไม่ ได้บังคับไม่ที่จริงไม่เคยคุยนะเออจริงๆ ไม่เคยคุยฮะว่าว่าเอ้ยเดี๋ยวอีกหน่อยอยู่ ต้องทำอะไรอย่าเงี้ยไม่เคยมีฮะเออใช่ๆมัน เหมือนมันก็รู้อยู่แล้วว่ามันมันก็มันก็ เป็นเรื่องปกติอะไรอย่างั้นน่ะส่วนตัวผม ไม่ได้คิดเยอะเลยฮะว่าเราจะต้องเป็นอะไร จะต้องเป็นตำแหน่งอะไรถึงจุดนั้นใครเห็น ผลงานเราก็เราอาจจะได้ได้เป็นในตำแหน่ง ที่ที่ที่เขาอยากให้เราเป็นได้หมดเลยฮะ คุณพ่อคุณแม่ไม่บังคับแต่ว่าเขาก็จะเน้น เล่าเน้นพูดถึงเรื่องธุรกิจบ่อยๆนะคะแล้ว ก็เหมือนปูเรื่องมาตลอดว่าเรามาถึงจุดนี้ ได้ยังไงอะไรเงี้ยคะรว่ามันก็เป็นความซึม กลับข้างในซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่ายังไงเรา ต้องกลับมาช่วยเพียงแค่ว่าเวลามันคือ เมื่อไหร่แล้วกลับมาช่วยด้านไหน ค่ะผมเกิดเไม่ทันคุณปู่สัมฤทธิ์ค่ะณวัน ที่ผมเกิดในปีเดียวกันเนี่ยแกเสียชีวิตพอ ดีค่ะครับแต่ที่ได้ยินมาเนี่ยแกเป็นคน เป็น Family Man มากแลเป็นนักธุรกิจจบก็ จบแค่ม 6 อแต่ก็สามารถสร้างห้างธุรกิจ ขึ้นมาได้เป็นห้างสัพสินค้าอืแล้วต่อมาเ เยังก็ sacrifice ตัวเองให้กับน้องๆโดย ที่ว่า make ชน้องๆเนี่ยได้ไปเรียน หนังสือทุกคนนะฮะสมัยก่อนเนี่ยเอ่อไม่ได้ เรียนต่างประเทศอือเรียนในประเทศเพื่อหา เงินนะครับแล้วก็ให้น้องๆส่งน้องๆไปเรียน ต่างประเทศค่ะทีนี้แกก็เป็นคนที่เรียกว่า รักครอบครัวเป็นห่วงเป็นใย่ะฮะแกก็จะ เอิ่มเดินทางไปต่างประเทศแล้วดูเกรดของ
15:27
Speaker A
ทุกคนโอเกรดการเรียนของทุกคนน้องๆทุกคน ใช่มีน้องกี่ท่านคะโอผมว่าักเกือบ 30 ได้ มั้ฮะเกือบ 30 ท่านใช่แล้วบินไปเช็คทุกคน ใช่อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้ครอบครัวรัก กันอยู่ด้วยกันนะฮะเหมือนเหมือนเป็นโค้ชอ อให้ให้เป็นทั้งชีวิตเลย ฮะผมก็เห็นว่าเค้าทำงานหนักยังไงและเค้าเ มีความดูแลทุกคนรอบเ้ายังไงตั้งแต่เด็กก็ ประมาณ 5-6 ขวบผมจะมามาหาครอบครัวที่ เมืองไทยทุกปีประมาณเดือน 2 เดือนอก็เลย รู้จักครอบครัวอย่างดีตั้งแต่เด็กเลยครับ เหมือนในจินตนาการไว้ยคะว่าเ้าเราทำ ธุรกิจรีเทลธุรกิจครอบครัวคุณแม่ใหญ่ขนาด ไหนอะไรคิดว่าตอนเด็กๆอาจจะไม่ได้เข้าใจ เต็มที่แต่ก็พอมาอยู่ด้วยอยู่ด้วยกับ ครอบครัวเห็นว่าการทำงานแล้วก็ชีวิตประจำ มันก็รวมกันหตลอดเวลาก็เหมือนตอนแก่อกงจะ พาผมตอนเช้าประมาณ 18:00 นค่ะเดินด้วยกัน ในสวนของล้าตอนอุ 5-6 ขวบผมก็เริ่มเข้าใจ แล้วว่าธุรกิจของครอบครัวมันมันมันเป็นย ไงมันใหญ่ไงทุกที่ที่เราไปอ่ะคก็จะมี เหมือนกับธุรกิจครอบครัวเข้ามาแทรกนะคะ อย่างเช่นตอนนั้นไปทริปที่รอกโคอย่าเงี้ย ลงบินปั๊บก็คือต้องไปดูศูนย์การค้าก็คือ ไม่ใช่ไม่ใช่เอสิ่งที่ปกติคนจะทำกันเวลา ไปที่ที่ Exotic เงี้ก็ก็จะซึมซับมาตั้ง
16:58
Speaker A
แต่เล็กๆ เขอาจจะไม่ได้สอนตรงๆอนะฮะมันจะจะเป็นว่า ได้ยินเขาคอมเมนต์อะไรพวกเนี้ยวิธีคิดอ่ะ มันจะได้ตรงนี้เยอะหรือไม่เวลาเราทำได้ทำ งานจริงๆเราไปค่อยไปปรึกษาเงี้จะได้เยอะ 2 [เพลง] [เพลง] เวอะไรที่ทำให้เรื่องของความสัมพันธ์ของ คนในตระกูลจิราธิวัฒน์เนี่ยเราแข็งแรง แล้วก็มั่นคงมาจนถึงวันนี้ค่ะตั้งแต่เด็ก จนโตเราก็มีแบบ fam Family Event นะคะ หรือว่าเวลาเป็น Birthday อย่างที่รีบอก ลีก็เป็นครอบครัวแบบเอ่อครอบครัวค่อนข้าง ใหญ่แค่ของกรุ๊ปรีเองอ่ะนะคะเพราะฉะนั้น เวลา celebrate อะไรคือเราก็มักจะมีคน เยอะๆอยู่แล้วเพราะฉะนั้นก็ไม่ได้ตอนแรก ไม่ได้คิดว่าเออมันสเปเชียลแต่พอตอนเย กลับไปดูก็คือแบบเออความสามัคคีของเราเรา ไม่เคยทะเลาะกันค่ะแล้วคุณพ่อมักจะสอน ตลอดว่าต้องรักกันเพราะนี้คือสิ่งที่คุณ ปู่คอยปลูกฝังเสมอเรื่องนี้แพ้ว่าเป็น เป็นหนึ่งในจุดเด่นของ fam นี้เลยใช่มั้ย คะเพราะว่าการที่เราจะแอร์คนจำนวนมาก 2 200 กว่ากว่าคนใช่มันเป็นเรื่องที่ยาก มากแต่ว่าในระบบของตระกูลจีรทีวัอ่ะค่ะ คือคือเราจะมีจัดกิจกรรมเป็นเหมือน ปาร์ตี้เล็กๆอ่ะอย่างเช่นจริงๆก็ไม่เล็ก
18:24
Speaker A
เนาเพราะว่าเพราะว่าคนเยอะใช่ๆก็จะมีงาน ตรุษจีนกับงานคริสมาสเนี่ยอันเนี้ยจะเป็น อีเวนประจำปีพวกนี้เป็นกฎข้อบังคับมั้ยคะ ว่าลูกหลานทุกคนต้องกลับมาเจอกันหรือจริง ๆแล้วเป็นความสมัครใจค่ะไม่ไม่บังคับเลย ฮะก็เค่อนข้างฟรีใครว่างก็ใครว่างก็มาใคร ใครไม่ว่างก็ไม่มาแต่หลักๆแล้วส่วนใหญ่ แล้วทุกคนจะมาตลอดเจอกันทุกปีค่ะ [เพลง] ครับการทำธุรกิจครอบครัวจะไปต่อได้ส่วน สำคัญไม่ใช่แค่การประคับประคองจากคนใน ครอบครัวแต่คือการมีระบบที่พร้อมรองรับ ต่อการสืบทอดของตระกูลที่เรียกว่าระบบ ธรรมนูญระบบธรรมนูญครอบครัวของตระกูล จิราธิวัฒน์เป็นระบบที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อ แยกธุรกิจและความสัมพันธ์ของครอบครัวออก จากกันโดยผ่าน 3 แกนหลักคือแกนครอบครัว ที่ดูแลด้านความสัมพันธ์และสวัสดิการโดย จะมี Family คิที่เป็นซีเนียของตระกูลและ ผู้ใหญ่ที่เป็นตัวแทนของแต่ละครอบครัวคอย ทำหน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์ให้กับคน ในตระกูลและจัดสรรสวัสดิการให้ทุก ครอบครัวอย่างเท่าเทียมถัดมาคือแกนความ เป็นเจ้าของที่ดูแลจัดสรรผลประโยชน์ของ สมาชิกโดยมีบอร์ดของเซ็นทรั Group ทำหน้า ที่กำหนดนโยบายทางธุรกิจต่างๆของกรุ๊ป พร้อมทั้งจัดสรรผลประโยชน์ของสมาชิกให้ ถูกต้องและเหมาะสมและสุดท้ายคือแกนการ บริหารธุรกิจเป็นการกำหนดนโยบายและวาง กลยุทธ์หลักของธุรกิจในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ปทั้งหมดที่จะมี executive commit ซึ่งมีการเปลี่ยนทุกๆ 4 ปีเป็นผู้มีอำนาจ
20:04
Speaker A
ตัดสินใจและกำหนดทิศทางธุรกิจของกรุ๊ปรวม ถึงการนำธุรกิจใหม่ๆเข้ามาในกรุ๊ปนอกจาก นี้ยังได้รับมอบหมายจากบอร์ดในการพิจารณา ความเหมาะสมของสมาชิกในครอบครัวที่จะเข้า มาทำหน้าที่ต่างๆในธุรกิจโดยมีการระบุ หน้าที่ของแต่ละตำแหน่งและสมาชิกไว้อย่าง ชัดเจนข้อสำคัญของธรรมนูญคือหากสมาชิกของ จิราธิวัฒน์ทำผิดกฎของธรรมนูญจะถูกตัดออก จากสิทธิ์และสวัสดิการของตระกูลซึ่งการ เขียนระบบธรรมนูญของตระกูลจิราธิวัฒน์ใช้ เวลามากถึง 4 ปีและมีการปรับกฎในธรรมนูญ ทุก 2 ปีเพื่อให้เข้ากับยุค สมัยได้ยินมาว่าคุณไบรอันคือหนึ่งในผู้ แปลธรรมนูญครอบครัวจิราธิวัฒน์เป็นภาษา อังกฤษด้วยตัวสมุนเนี่ยแม่เป็นคนที่เจอ และเอ่อที่มันอยู่ที่บ้านของบที่อเมริกา มาหลายปีเหรอใช่เอ่อสุดท้ายตอนเอามาแปล มันก็ยากนิดหน่อยเพราะว่าแม่เอยากจะอาจจะ ปับปงนิดหน่อยแต่บ้านก็พยายามไายเ้าว่า เราเราเราควรจะแปลภาษาให้มันตามที่เขาพูด 100% ค่ะมันทำให้ผมเห็นชัดๆเลยว่าครอบครัวของ ชิราที่ิว่ามันไม่ใช่แค่เซ็นทรัมันคือ ครอบครัวที่ที่ที่มี integrity ที่ดูแล มากกว่าแค่เอ่อกำไรอือมองมองถึงภาพรวมของ ของสังคมจริงๆคือจริงๆอกงของคุณไบอัน เขียนไว้นานแล้วเขียนไว้นานละแต่เราเขา อาจจะเก็บไว้มีการพูดอยู่แล้วเรื่องนี้ แต่เราไม่ได้เจอแบบเขียนก่อนลก่อนช่วง นั้นนะครับ อมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะว่าครอบครัว เราอ่ะใหญ่อแล้วเราต้องมีความแฟร์ซึ่งกัน และกันนะคะทำยังไงให้ให้ปัดความขัดข้อง หรือว่าทะเลาะกันออกไปให้ได้มากที่สุดโดย
22:04
Speaker A
ที่มีบัญญัติกฎเกณฑ์เข้ามาช่วยคือมันคือ มันเป็นการ Balance กันระหว่างเป้าหมาย ทางด้านธุรกิจแล้วก็เรื่องรักษาความ สัมพันธ์แล้วก็ benefit ต่างๆของของ Family me เราจะธุรกิจอย่างเดียวไม่ได้ แต่เราจะไม่มองถึงความเป็นอยู่หรือว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ได้คือแพลว่า มันต้องไปด้วยกันไปด้วยกันมันเป็นโครง สร้างที่ดีแต่ว่าไม่จำเป็นต้องอ่านทำ ครอบครัวหรอกเบื้องลึกอยู่แล้วเนี่ยเรา รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ ควรครอบครัวจิราธิวัฒน์มีความแตกต่างจาก ธุรกิจครอบครัวอื่นๆยังไงทำไมเราถึง สามารถรักษาทางเรื่องของการเติบโตทาง ธุรกิจมาได้หลาย Generation แล้วก็ยังมี ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในตระกูลอยู่ผมว่า relationship มันนะฮะ in theil ที่ที่ เราเราได้โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กใช่มั้ย ฮะอันที่ 2 ก็คือไอ้ interest ของพวกเรา มันอลนเฮะก็เราก็เป็นเราก็เป็น Owner ของ ของเซ็นทรัใช่่ไหมครับด้วยกันซเราก็เรา อยู่ด้วยการแข็งแรงกว่าก็คือเรามี Share
23:10
Speaker A
interest อ่ะนะฮะอืแล้วก็อันที่ 3 เนี่ย ผมว่ากรุ๊ปเรามันมันมันมีอะไรสำหรับทุกคน น่ะค่ะสส่วนมากทุกคนก็จะกลับมาทำนะฮะมัน มันไม่ได้มีมันมีหลายส่วนไงฮะแล้วก็มันก็ มันเป็นธุรกิจที่ที่ relate to ง่ายแล้ว ก็ There's Something for everyone นะ ครับ usually ครับคือมันก็ต้องโชว์ให้ทุก คนเห็นว่าคุณมีความสามารถแล้วมันก็ผมคิด ว่าทุก ow มันก็ reflect ด้านเครับก็คือ work work If you want something แบบ Work Hard ใช่อ่าเอออยากได้อะไรก็ ต้องทำไม่ได้มาโดยสายเลือดอย่างเดียวใช่ มยคะไม่ใช่แบบไม่ใช่รี Ticket ครับมันคือ
23:47
Speaker A
ก็อย่างที่ผมบอกผมก็เริ่มตั้งแต่แบบ Sales associate จนกระทั่ง to Where I am Today อครับผมว่า ow มันแบ่งค่อนข้างชัด เจนงั้นเราเราเองเนี่ยอยากจะผลักดันทุกคน อยู่แล้วละฮะว่าคนใดเก่งตตรงไหนเราก็จะ ดันคนนั้นเขึ้นแต่ถ้าคนไหนคิดว่าเขไม่ อยากจะจะต้องไป Push ตัวเองหรือต้องการ ที่จะผลักดันตรงนั้นแต่เขอยากอยู่อีกโว นึงที่มาเป็นในแง่ของการซัพพอร์ตค่ะเราก็ เราก็ยืนดีแล้วเราก็ช่วยกันเป็นเป็นเป็น เป็นเป็นเป็นทีมเดียวกันแล้วก็การที่เรา แยก 2 เรื่องเนี้ยออกจากกันอย่างอย่างชัด เจนแพว่าเลยทำให้ธุรกิจของในในตระกูล จิราธิวัฒน์เลยเลยประสบความสำเร็จอืใช่ ค่ะความผูกพันและความภาคภูมิใจเป็นส่วน สำคัญที่ทำให้สมาชิกของจิราธิวัฒน์ ต้องการเข้ามาสืบต่อธุรกิจของตระกูลแต่ ถึงจะเป็นจิราธิวัฒน์ทุกคนก็ต้องผ่านขั้น ตอนการเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องและเท่า เทียมโดยมีระบบ HR Family คอยดูแลและคัด เลือกสมาชิกทุกคนที่ต้องผ่านเกณฑ์การ สมัครและต้องมีความสามารถที่เหมาะสมในการ เข้ามาทำ งานจริงๆแล้ววันแรกที่คุณแพตัดสินใจว่า
24:58
Speaker A
อ้าแหละอยากจะก้าวเข้ามาทำงานเป็นส่วนหนึ ของธุรกิจครอบครัวแลเรามีกระบวนการในการ เข้ามาทำงานเนี่ยยังไงบ้างคะจริงๆคือ อย่างของแพค่อนข้างชัดเจนว่าแพมาสายนี้ อ่าแพก็เหมือนเหมือนเ่อบอกคุณพ่อก่อนว่า เออแพอยากเข้ามาทำแต่ว่าขั้นตอนในการเข้า มาทำงานคือไม่ใช่แพบบคุณพ่อแล้วคุณพ่อ Say Yes แล้วแล้วแพก็เข้ามาได้เลยคือคือก็ ต้องผ่านระบบ HR เหมือนเหมือนปกติคือก็ ต้องส่งไปที่ Cent Group ค่ะเพราะว่า เป็น Family me พอเข้าไปถึงปุ๊บขั้นตอน เหมือนเดิมเลยค่ะเหมือนกันทุกคนเราก็ต้อง กรอบใบสมัครนะคะต้องผ่านการอินเทอร์วิว ต้องคุยกับ HR ต้องมีการทำแบบทุกอย่าง process เหมือนกันหมดเลยสิ่งที่ทาง HR ช่วยเราวางแผนนี่คือยังไงบ้างแล้วเป้า หมายที่เรากำหนดเนี่ยจริงๆอย่างของคุณตัง ตอนนี้อาจจะยกตัวอย่างก็ได้ค่ะว่าเป้า หมายคืออะไรแล้วทาง HR ของ Family ช่วย เราซพมายังไงบ้างค่ะ HR นี่เขาจะมี
25:54
Speaker A
เฟรมเวิร์คมาให้เราเลคำถามมาว่าอยากจะจะ เห็นตัวเอง 5 years อะไรพวกนี้นะฮะก็ เป็นเป็น framework you ยิ่ง put in you ก็ได้เยอะออกมาฮะถ้าเกิดมันแล้วแต่ แต่ละคนว่าถ้าเกิดเราเคลียร์กับ specific ว่าเราอยากจะได้ให้ HR ช่วยอะไรเนี่ยมัน เขาก็ช่วยหมดไม่คือเราต้องสื่อสารให้ HR รู้ด้วยฮะไม่งั้นเขาจะเก็จะไม่รู้ได้รู้ ได้ไง ฮะที่ผ่านมาเนี่ยการมีอย่างโครงการยัง จิราธิวัฒน์เนี่ยรายละเอียดมันเป็นยังไง ในตัวโปรเจคยังจิราธิวัฒน์ มันเป็นเหมือนโปรแกรมที่ที่เ่อ grooming Training ค่ะตามชื่อเลยยังยังเด็ก [เพลง] อยู่ก็จะเป็นเอ่เจอธิวัฒน์ Generation ใหม่ที่ในอนาคตอาจจะก้าวเข้ามาเป็นผู้ บริหารเป็นการกูมิมี coaching จาก mentor ก็คือเป็นญาติผู้ใหญ่ค่ะค่ะหรืออาจจะเป็น เอ่อในเเซ็นรถ้าเกิดเราอยากจะได้ซัพพอร์ต เรื่องเรื่องอะไรก็แล้วแต่เนี่ยก็ก็ HR
27:09
Speaker A
เขาจะช่วยหาเอ่อคนมาสอนหรือว่าแนะนำมัน แล้วแต่แต่ละคนมากกว่าว่าว่าแต่ละคนเอเขา อยากจะขนขวายเรื่องอะไรอยากจะพัฒนาตัวเอง เรื่องเรื่องอะไรแล้วก็เราก็จะมีเขาก็ให้ มีเมนทอร์ให้ด้วยซึ่งของลี่เองเนี่ยลี่มี คุณป้าคุณป้ายุดีนะคะแล้วตอนนี้มีคุณอา ศิริเกษนะคะมาช่วยดูช่วยโคชชิ่งให้ออตอน นี้ก็เป็นเอ่อคุณวัลยานะฮะที่จริงเป็นคุณ ย่าผมแต่ผมเรียกเรียกเอ่อว่าป้าอ้อมนะฮะอ คุณปรีชาด้วยฮะค่ะตอนนี้คือคุณทด จิราธิวัฒน์ค่ะว้าวแล้วเรามีเ่อการที่เรา จะต้องทำโคชชิ่งแบบ one on One กับคุณ ทดเนี่ยยังไงบ้างมีค่ะก็ลุงทดเงี้ยค่ะก็ จะเล่าให้ฟังว่าโอเคช่วงนี้ในเครือเรามี โปรเจคอะไรที่เออสไตล์คล้ายๆแบบที่แพทำ แล้วก็มีการแนะนำว่าแพควรเอิ่เจอคนนี้นะ กับคนนี้นะอะไรอย่างเงี้ยค่ะอใช่ต้องมา คุยเกี่ยวกับเรื่อง Career progress หรือว่าสิ่งที่ตัวเองชอบอยากทำอะไรใน อนาคตแผน 1 ปี 3 ปี 5 ปีอย่างเงี้ยค่ะปู ไว้ว่าแล้วตัวเองเห็นคิดว่าทำแล้วจะสอด คล้องกับมากับทางองค์กรกับทางครอบครัวเรา จะเห็นผลอะไรเงี้ยค่ะแล้วก็รวมไปถึงการ คุยเรื่องชีวิตประจำวันด้วยค่ะหรือว่า ทั่วไปด้วยว่าโอเคไม่ใช่แค่เรื่องงานนะ แต่ว่า ทำยงเหมือนมาช่วยเติมเต็มกันมคะช่วยเติม เต็มฮะเนมันถึงมีการ Rate M ทุกอผมว่า
28:36
Speaker A
ทุก 3 ปีเนี่ยเราจะได้เห็นฮเพราะว่าผมทำ งานมา 9 ปีเราเรามี 3 เนอร์ก็จะมีอ่าระบบ กลางในการคัดเลือกใช่มั้ยคะเป็นเหมือนให้ เราเลือก mentor แล้วก็เหมือน mentor ก็ คือต้อง Match กับกับเราออต้องเลือกกัน ทั้ง 2 ฝั่งอ่าอะไรประมาณนั้นอ่าแล้วก็จะ มีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปใช่ค่ะ เพราะว่าบางทีพอหมุนเวียนเราก็จะได้รับ มุมมองใหม่ๆเนาะแล้วก็ได้ฟังเรื่องราวของ Business Unit อื่นๆอะไรอย่างเงี้ยค่ะ ได้ยินว่าจะมีทั้งคนใน Family แล้วก็คน นอก famil ที่จะเข้ามาร่วมกันเป็นเนอร์ ให้กับยาจีผมว่าดีสำหรับผมผมดีที่ว่ามัน มีทั้งเอ่อคนนอกกับกับี่อครับมันก็จะอาจ จะมุมมองคนละแบบได้อจะได้รู้อะไรมากขึ้น น่ะนะฮะอืตอนที่เขาให้เลือกเนี่ยผมเลือก คนนอกอไม่ได้เลือกคนอ่าในในบ้านเพราะว่า เอ่อเราจะคุยเมื่อไหร่เราก็คุยได้อยู่ แล้วผมก็เลยอยากได้เอ่อ Thinking หรือเ่อ
29:35
Speaker A
ความได้เอคำชื่อแในอีกรูปแบบนึงอืนะครับ โอหมันมันก็เข้มข้นระดับนึงที่เป็นเหมือน เหมือนโรงเรียนเตรียมทหารสนักธุรกิจเลยฮะ มีการวางแผนระยะสั้นอ่าระยะกลางแล้วก็ ระยะยาวคือผมเชื่อว่าต้องมีใช่มแต่สำหรับ ผมอด้วยที่มันเป็น Business สมัยมากคือผม อ่ะมี KPI ที่ผมเซตให้ตัวเองอยู่แล้วแต่ ว่า KPI คือไม่ใช่ตั้งแล้วก็ผมผมมิเตอร เองใชก็คือคือต้องต้องให้ HR approve ต้องนั่งคุยกันว่าโอเคทำไมผมถึง Set target a BC แนี้มากกว่าจริงยาจวั โปรแกรมก็อาจจะเตือนเราเรื่อยๆว่าเราต้อง ทำงาน หนักว่าจริงๆแล้วมันมีเหมือนกับ เอ่อมีคนที่ invested ใน Career ของเรา เยอะอย่าเงี้ค่ะคนที่แคร์เยอะผู้ใหญ่แคร์ เยอะแล้วก็เขาอยากให้ได้ดีที่สุดสำหรับ เราก็จะทำให้เรา Push ให้เราทำได้ดีที่ สุดเหมือนกันนะคะอันนี้ก็อันนึงแล้วก็บาง ครั้งก็จะมีจัดอเวนเป็น Talk หรือว่าเป็น
30:30
Speaker A
เหมือนกับ Learning อะไรอย่าเงี้ยค่ะให้ เราให้เราได้ซึ่งก็ก็ very very privileged ทุกธุรกิจล้วนต้องผ่านเรื่อง ราวมากมายมีทั้งความสำเร็จและสิ่งที่ไม่ สำเร็จแต่สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจคือการ ได้เรียนรู้ที่ถอดออกมาเป็นประสบการณ์ เพื่อส่งต่อให้แก่รุ่นถัด ไปเราได้ทำงานกับคุณทดนะฮะแกก็ให้คำ ปรึกษาตลอดเวลาให้การสนับสนุนอยากให้เรา ลองลองผิดลองถูกตั้งแต่เด็กๆครับอืเพราะ ว่าผลผลกระทบตั้งแต่เด็กๆเนี่ยมันไม่เยอะ เท่าไปไปเฟลตอนอายุเยอะแล้วครับอ่าตอน เนี้ยเอ่อวิธีการทำงานของเซ็นทรัลในกลุ่ม เซ็นทรัลนะฮะก็คือทำงานร่วมกันทั้งหมด 3 Generation ค่ะก็มีทั้งหมดณวันเนี้ย 6 Generation ละอืแต่ Generation ที่ 2 เนี่ยเป็นบอร์ดค่ะนะฮะ Generation ที่ 3 เป็น management อืแล้ว Generation ที่ 4 ก็เป็นคนลงมือคนทำงานเรามีเอกสารอยู่นะฮะ ที่ระบุเลยว่าจิราธิวัฒน์ทุกคนเนี่ยต้อง
31:36
Speaker A
มีเเรียกว่า personality แบบไหนอนะฮะผม ว่าทุกคนเนี่ยเข้าใจตรงกันว่าเราลงทุนไม่ เสี่ยงอืเรารู้อะไรเราต้องรู้จริงนะฮะ ศึกษาอย่างจริงจังแล้วเป็นผู้รู้ที่มาก ที่สุดนะฮะแล้วก็อันที่ 3 คือกล้าคิดก็ ต้องกล้าทำ you have to really know what you doing ใช่ไหมครับต้องรู้ลึก ต้องรู้ให้มากกว่าคนอื่นถ้าเป็นไปได้มัน เป็นนายไม่ได้ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าแบบเอิ่ your colleagues คิดอะไรอยู่มันก็ดีใน ที่ว่าในที่ว่ามันปลูกฝังนะฮะแล้วก็เวลา เราเวิร์คกับไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือว่า คู่ค้าเราก็เราก็เอ่อต้องแฟร์แล้วก็เป็น long term partnership บางครั้งมันจะ มีบางอย่างที่เรา Push ที่เราเชื่อที่คน อื่นอยากไม่เชื่อแล้วเราก็อยากให้มันเกิด ขึ้นมากเราจะดูไปอนาคตมากแล้วมันก็จะกด ดันว่าเฮ้ยเราอุตส่าห์ Push ตั้งเยอะถ้า มันไม่เวิร์คแล้วเป็นยังไงอะไรอย่าเงี้ย
32:29
Speaker A
ค่ะมีคำถามเยอะที่ผมตอบไม่ได้เป็นคำถาม ที่โอเคตอบแล้วก็อาจจะเหมือนก็ไม่ make sense ใช่มั้ยครับผมก็เหมือนตอเด็กก็อ้อ แบบน่าจะน่าจะเอ่ pit P แล้วก็แบบกันเอง เนาะแต่ว่า slap in the face นนี่ว่า โอเคคือมันไม่ใช่มันต้องมีเอิ่ม Reason for a Project to pass ไม่ใช่ Because you want to do Something แล้วมันแล้วมันจะทำได้ใช่มครับ So มันก็ โชว์ให้ผมแบบต้องค่อนข้างต้องเป๊ะต้อง very discipline In My In My Research In My studies อครับแล้วถ้า
32:53
Speaker A
ไม่รู้จริงไม่ควรทำอมันก็เลยต้องพยายาม Flip กลับมา Just ตอนนี้ทำทำอะไรได้ทำ แค่สิ่งนั้นก่อนอย่าเงี้ยค่ะถ้ามันทำได้ ดีที่สุดแล้วที่เราทำได้แล้วมันไม่เวิร์ Out ก็ไม่เป็นไรเพราะจริงๆเราทำอยู่เยอะ มากเงี้ถ้าเวิร์ค Out ได้ประมาณ 34% ก็โอ โอเคแล้วอะไรเงี้ยค่ะเป้าหมายในระยะยาว อยากเห็นตัวเองเนี่ยเป็นแบบไหนหรืออยากจะ ทำงานด้านไหนเป็นพิเศษบ้างคะคุณฮัที่จริง ตอนนี้ผมก็ยังรู้ผมผมก็ยังเรียนรู้เยอะ มากเพราะว่าเพิ่งเข้ามาทำรีเทลประมาณ 5 ปีค่ะก็คือมันมีดีเทลเยอะมากเอ่อตอนนี้ผม ก็ในในระยะยาวผมก็อยากจะเป็น expert ใน ด้านของ retail Food ครับคขอพูดในฝั่ง ของเซ็นทราคือตอนนี้เราก็ตั้งเป้าว่าเรา จะเป็น Top 100 Hotel globally อใช่ ไม่ใช่ไม่ใช่แค่ในไทยแต่ว่าเราจะนำพาการ บริการแบบไทย Thai hospitality เนี่ยไป
33:48
Speaker A
สู่เวทีโลกอยากทำยังไงให้แบรนด์ของเราอ่ะ นะคะโดยเฉพาะในแบรนด์ของทาง crg นะคะไม่ ใช่แค่เติบโตได้ในแค่กรุงเทพฯต่อไปนอก ต่างจังหวัดด้วยนะคะจนถึงต่างประเทศเราก็ อยากที่จะผลักดันจุดเนี้ยให้ Legacy เรา อ่ะนะคะไม่ได้โตแค่ในประเทศไทยคือผมก็ อยากจะเห็น Art infrastructure เนี่ยให้ แข็งแกร่งกว่านี้ให้เทียบ International Standard เลยที่เราเห็นในในยุโรปหรือ อเมริกานี่คือ ambition ของผมจริงๆ เซ็นทรัเองก็จะเป็น Major Player hopefully ในในด้านนี้ครับธุรกิจ luxury อันนี้ก็เป็นอีกอีกอันนึงที่สำคัญสำหรับ เราเป้าหมายของของกลุ่มเราเนี่ยคือเรา อยากจะทำให้เป็น luxury dist อเบอร์ 1 ของของเมืองไทยครับแต่มันไม่ใช่เรื่องของ ธุรกิจอย่างเดียวเ่อการที่เราสามารถไป ช่วยสังคมผมว่ามันเป็นหลายๆอย่างที่มา เป็นสูตรผสมอืที่เราคิดว่าตรงเยมันเป็น การที่ทำให้เรารีเฟลกทำให้เราเห็นแล้วก็ ทำให้เราเนี่ยสามารถเติบโตต่อได้อืนะครับ
34:49
Speaker A
คำถามสุดท้ายแล้วกันนะคะหัวใจที่สำคัญที่ สุดที่จะทำให้ตระกูลจิราธิวัฒน์อยู่ต่อไป ได้อีกหลายสัวด ค่ะจริงๆแคิดว่าเรื่อง Family นะคะ family business เนี่ยจะยั่งยืนกว่า Business ปกติเยอะมากนะคะเพราะว่าคนใน family business เนี่ยมีมี mindset ของการที่ ให้มันอยู่นานแล้วก็ยั่งยืนนะคะส่วนร สำเร็จอันนึงที่ที่ผมคิดว่าที่ทำให้เรา ได้สามารถเติบโตมาได้ 70 กว่าปีเนี่ยผม ว่ามันเป็นเรื่องของ consistency อืของการที่ส่งมาให้ต่อจากเจน 1 มาเจน 2 อมาเจน 2 มาเจน 3 เจน 3 มาเจน 4 อ่าแล้ว ก็ที่สำคัญแพว่าเป็นความภาคภูมิใจอือความ พราในประวัติความเป็นมาของตระกูลนะคะที่ สิ่งเหล่าเนี้ยเป็นสิ่งที่เราซึมซับมา ตั้งแต่เล็กเลยเวลามาบ้านาระแดงหรืออะไร
35:46
Speaker A
เราเราก็จะเห็นภาพเห็นอะไรตรงเนี้ยค่ะ ซึ่งแพว่าความภาคภูมิใจมันทำให้เรามีความ เป็น ownership รู้สึกว่าทุกคนในครอบครัว เนี่ยเป็นเจ้าของร่วมกันในธุรกิจแล้วแพล ว่าตรงเมันเป็นแรงผลักดันที่ดีมากๆที่ทำ ให้แบบเป็นปัจจัยสำคัญเลยที่ทำให้ธุรกิจ ของเซ็นทรัลเติบโตได้อย่างทุกวันนี้ค่ะ อย่าลืมว่าเรามาจากที่ไหนค่ะอย่าลืมเป้า หมายรวมของเราอ และทุกคนมีส่วนช่วยได้มันขึ้นอยู่กับ relationship ของของ Family me ใช่มั้ ครับแล้วก็เราก็ต้องแฟร์กับทุกคนทีททุกคน เอ่อ equally fairly ไม่ว่าจะเป็น Professional หรือว่าคู่ค้านะฮะอืผมมอง ว่าเอิ่มต้องมีผู้นำรุ่นใหม่ที่เข้ามา บริหารดูแลครอบครัวพร้อมกับดูแลกิจการอ เ่อคิดต่อยอดกิจการตลอดเวลาอืครับผมว่าก็ คือสามัคคคี Within The Family นะครับ คือ We got to Where We Are Today
36:45
Speaker A
ได้ is because of everyone นะครับ not Just A Single individual สมมติคเรา ก็ต้องเก็บความสัมพันธ์ให้ให้ as Strong as as Ever นะครับเปิดโอกาสให้คนได้ทำ งานคนเก่งเราก็ควรจะซัพพอร์ตเขาเรียกว่า เนี้แหละถ้าเกิดครอบครัวเราอ่ะเลี้ยงใน สิ่งนี้ได้นะคะแล้วเติบโตไปกับมันน่ะยัง ไงก็ยั่งยืน [เพลง] [เพลง]
Topics:เซ็นทรัลกรุ๊ปธุรกิจครอบครัวจิราธิวัฒน์รีเทลโรงแรมพัฒนาโครงการธุรกิจไทยศิลปะมูลนิธิศิลปะการสืบทอดธุรกิจ

Frequently Asked Questions

เซ็นทรัลกรุ๊ปเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร?

เซ็นทรัลกรุ๊ปเริ่มต้นจากร้านขายของชำเล็กๆ ที่ย่านเจริญกรุงเมื่อ 77 ปีก่อน โดยครอบครัวเล็กๆ ไม่กี่คนเป็นผู้ก่อตั้งและขยายกิจการอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในปัจจุบัน

สมาชิกในครอบครัวจิราธิวัฒน์มีบทบาทอย่างไรในธุรกิจ?

สมาชิกในครอบครัวจิราธิวัฒน์มีบทบาทหลากหลาย ทั้งดูแลโรงแรม รีเทล ร้านอาหาร และพัฒนาโครงการใหม่ๆ โดยแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะด้านและร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจครอบครัวให้เติบโต

ทำไมธุรกิจเซ็นทรัลกรุ๊ปจึงคาดว่าจะอยู่ได้หลายศตวรรษ?

เพราะมีการวางระบบการทำงานอย่างเป็นระบบ การสืบทอดธุรกิจสู่เจเนอเรชันที่ 4 ที่มีสมาชิกมากกว่า 200 คน รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่และการสนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับกลุ่มธุรกิจ

Get More with the Söz AI App

Transcribe recordings, audio files, and YouTube videos — with AI summaries, speaker detection, and unlimited transcriptions.

Or transcribe another YouTube video here →