Exotic Food บริษัท ที่ตั้งเป้าจะเป็น เบอร์ 1 ของซอสไทยใ… — Transcript

Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:00
Speaker A
Exotic Food บริษัทที่ตั้งเป้าจะเป็นเบอร์ 1 ของซอสไทยในตลาดโลก
00:09
Speaker A
คุณคิดว่าอาหารอะไรอร่อยที่สุดในโลกคะ
00:12
Speaker A
จากผลสำรวจของ CNN ปี 2021 อาหารจานนั้นคือมัสมั่น
00:18
Speaker A
อาหารไทยของเรานี่แหละค่ะ
00:19
Speaker A
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเป้าหมายของไทยในการก้าวขึ้นมาเป็นครัวของโลกนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมเลย
00:25
Speaker A
วันนี้ The Briefcase จะชวนทุกคนมารู้จักกับบริษัทซอสไทยที่จะมาร่วมผลักดันวัฒนธรรมอาหารไทยให้ยืนหนึ่งในใจคนทั่วโลก
00:35
Speaker A
Exotic Food จำกัด (มหาชน)
00:40
Speaker A
คุยกันไปหลายรอบแล้วค่ะ แต่ว่าอยากให้แบบว่า คือเชื่อว่าเวลาที่คนมอง Exotic Food เข้ามาทุกวันนี้ค่ะ
00:47
Speaker A
พี่คิด พี่อุ๊ย จะรู้สึกว่าคือบริษัทโรงงานผลิตซอสส่งออกถูกป่ะ
00:55
Speaker A
แต่จริง ๆ ณ วันแรกที่เกิดขึ้นน่ะ
00:56
Speaker A
ไม่ได้มีแค่ซอสใช่ไหมคะ
00:57
Speaker A
ให้เล่าย้อนกลับไปก่อนเลย ย้อนกลับไปตั้งแต่แบบไอเดียบรรเจิดเลยนะ
01:00
Speaker A
เข้าใจว่ามาจากพี่คิดใช่ไหมคะ
01:01
Speaker B
ครับ ใช่
01:02
Speaker A
ตอนนั้นเจออะไรบ้าง
01:03
Speaker B
ก็คือจริง ๆ ตอนผมอยู่เรียนต่างประเทศใช่ไหม ผมก็มีตังค์ก้อนนึงเขาให้ไปใช้ทุกเดือน
01:10
Speaker B
แต่ว่าคือเราอ่ะชอบแต่งรถ เราเป็นเด็ก
01:14
Speaker B
เราก็ตังค์ไปแต่งรถจนหมด มันก็ไม่ค่อยมีตังค์ทานอาหาร
01:20
Speaker B
เราก็ต้องแบบแต่เราอยู่กับหลายคนก็เลยรวมกลุ่มกันไปซื้ออาหารมากินใช่ไหม แบบไป Costco อย่างงี้ก็ซื้อของมา
01:29
Speaker B
แต่ว่า Costco มันไม่ค่อยมี Ingredient ไทย
01:34
Speaker B
อะไรอย่างงี้ เราก็ต้องไปซื้อแบบพวก Ingredient ไทยในพวก Asia Shop อย่างงี้เป็นต้นใช่ไหม
01:43
Speaker B
หรือว่าเราไป Safeway ไปซื้อของแบบอย่างงี้มันก็จะไม่ Ingredient ไทย
01:50
Speaker B
แต่ว่ามันจะมียี่ห้ออื่นจากประเทศอื่นอย่างงี้ ที่แบบมีสินค้า 20-30 รายการสวย ๆ
01:57
Speaker B
จากประเทศญี่ปุ่น จากประเทศแบบจีน อินเดียเป็นต้นอย่างงี้
02:02
Speaker B
เราก็เห็น
02:04
Speaker B
แล้วก็เห็นว่าสินค้าไทยอ่ะมีแค่แบบน้ำปลากับกะทิ
02:10
Speaker B
ถ้าจะซื้อแล้วคือถ้าเราไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องซื้อไปทำอะไร
02:16
Speaker B
ก็จะไม่มีใครแตะ เดินผ่านแบบเหมือนกับอันอะไรก็ไม่รู้ใช่ไหม
02:20
Speaker B
ก็เลยได้ไอเดียว่าเออตรงเนี้ยถ้าเรามีทำสินค้าไทยขึ้นมาอีกยี่ห้อนึง ทำสวย ๆ
02:30
Speaker B
ให้ฝรั่งเข้าใจได้ว่าซื้อไปทำยังไง สอนเขาทำอาหารได้
02:35
Speaker B
เพราะตะก่อนมันไม่มีการสอน ไม่มี ไม่มีแบบ YouTube ไม่มีอะไร
02:40
Speaker B
เราก็ต้องมี Cooking Recipe อยู่ใช่ไหมครับ
02:44
Speaker B
อันนี้อาจจะทำให้เราขายของได้
02:47
Speaker B
ตรงนั้นก็เลยมาชวนอุ๊ยบอกว่าเฮ้ยอุ๊ยเรามาทำตรงนี้ขายกันดีไหม
02:54
Speaker B
เผื่อจะขายของได้เพราะว่าเราก็ยังไม่มีอะไรทำกัน
02:57
Speaker A
อ่า
02:58
Speaker A
ตอนนั้นพี่อายุเท่าไหร่คะ
02:59
Speaker A
ที่พี่เห็นแบบ
03:00
Speaker B
ตอนนั้นน่าจะประมาณ 25 มั้งครับ
03:02
Speaker A
25 เรียนจบยัง
03:03
Speaker B
เรียนไม่จบ
03:04
Speaker A
อันนี้คืออยู่ที่อเมริกา
03:05
Speaker B
อยู่ที่อเมริกา
03:06
Speaker A
แต่ว่าได้ไอเดียเนี้ยกลับมา ตอนกลับมาเมืองไทยแล้วก็เลยเดินมาบอกน้องสาวสุดที่รัก
03:10
Speaker B
ใช่สุดที่รักเพราะมีอยู่คนเดียว
03:12
Speaker A
ตอนนั้นพี่อุ๊ยยังเรียนอยู่ปีไหนคะ
03:14
Speaker A
ตอนที่พี่คิดมาบอกว่าแบบ
03:15
Speaker C
19 นะ
03:16
Speaker B
ใช่ไหม
03:17
Speaker B
เฮ้ยไม่ยิ้มได้ 20 กว่าห่างกัน 5 ปีครึ่ง
03:19
Speaker C
ไม่ ๆ ๆ ๆ
03:20
Speaker B
ยิ้มอย่าทำอย่างงี้
03:21
Speaker C
ตอนนั้น 19
03:22
Speaker A
19
03:23
Speaker C
จำได้ไปเทรดโชว์ 19
03:25
Speaker A
พี่อุ๊ยทำเรียนด้าน Business ใช่ไหมคะตอนนั้นเรียน BBA
03:30
Speaker C
ใช่ค่ะ
03:31
Speaker C
เรียน BBA
03:32
Speaker C
ด้าน Marketing
03:33
Speaker A
อ่า
03:34
Speaker A
แล้วตอนที่พี่คิดมาถามแบบไฟลุกโชนเลยป่ะแบบเฮ้ยเออว่ะน่าทำอะไรอย่างงี้หรือว่าแบบ
03:40
Speaker A
อะไรวะอะไรอย่างงี้
03:41
Speaker A
ตอนนั้นมีความรู้สึกยังไงอ่ะพี่อุ๊ย
03:43
Speaker C
ก็ก็คือจริง ๆ ธรรมดาคือเหมือนกับว่าพี่ชวนทำอะไรก็ทำอยู่แล้ว
03:46
Speaker C
เรื่องดีไม่ดีทำหมดอะไรอย่างงี้ ก็ไม่ได้ไม่ได้มีดีเทลว่าแบบ
03:50
Speaker B
ขอบคุณมาก
03:51
Speaker C
สรุปแล้วคือไม่ได้ถามว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
03:54
Speaker C
ก็คือเขาให้ทำอะไรก็ทำ
03:56
Speaker A
แล้วตอนนั้นเขาเริ่มให้พี่อุ๊ยทำอะไรคะ
03:58
Speaker A
คือตอนที่แบบพอมีไอเดียมาปุ๊บเราเริ่ม
04:00
Speaker C
แรก ๆ ใช่ไหมคะ
04:01
Speaker C
ก็ก็คือแบบพวก Invoice อย่างงี้ก็ต้องเป็นคนคีย์เอาเอกสารไปเข้าแบงก์
04:07
Speaker C
อ่าอะไรประมาณนี้
04:08
Speaker C
ไปเทรดโชว์
04:09
Speaker A
เออ
04:10
Speaker C
จำได้ 19 ก็คือแบบไปเทรดโชว์แรกคือดูไบ
04:13
Speaker C
ไปกับกรมส่งเสริม
04:14
Speaker A
เทรดโชว์ครั้งแรกที่พี่อุ๊ยไปไปคนเดียวด้วย
04:18
Speaker C
ไปคนเดียว
04:19
Speaker A
พี่คิดไม่ได้ไป
04:20
Speaker C
ไม่ได้ไปเพราะว่าตอนนั้นคือ
04:22
Speaker C
งบน้อย
04:24
Speaker C
ดังนั้นเทรดโชว์เนี่ยทุกอันจะไปคนเดียว
04:28
Speaker C
เพื่อจะได้ประหยัดงบ
04:30
Speaker B
ถูกต้อง
04:31
Speaker C
ก็ขึ้นเครื่องไปกับกับผู้ส่งออกคนอื่นแหละ
04:36
Speaker C
แล้วเขาก็ถามว่าพ่อแม่ปล่อยให้มาได้ยังไง
04:39
Speaker C
เป็นเด็กอายุ 19 คนเดียวอะไรอย่างงี้
04:41
Speaker A
เปรี้ยวมากอ่ะ
04:42
Speaker C
ขนของไป
04:43
Speaker A
ตอนนั้นมีโรงงานยังคะพี่
04:46
Speaker B
ไม่เราซื้อมาขายไปตอนนั้น
04:48
Speaker B
ก็คือเราเพิ่งเริ่มเราก็แบบไปซื้อคนอื่นทำให้เราอะไรอย่างงี้
04:52
Speaker B
แต่พอทำไปทำมาแล้วก็คิดว่าเฮ้ยอันนี้น่าจะเป็นอะไรที่ทำได้
04:56
Speaker B
แต่เราไม่รู้ว่ามันจะใหญ่ขนาดไหนพูดจริง ๆ
05:00
Speaker B
แต่เราแค่คิดว่ามันมีตลาดนะเพราะเราไปเทรดโชว์แล้วเราเห็นว่ามันมีคนสนใจ
05:06
Speaker B
อาจจะเป็นเพราะเราทำยี่ห้อเราไม่เหมือนคนอื่นตอนนั้นก็คือยี่ห้อเราเป็นดีไซน์มาเพื่อขายฝรั่งโดยเฉพาะ
05:12
Speaker A
ค่ะ
05:13
Speaker B
ส่วนใหญ่ตะก่อนเขาไม่แบบเน้นดีไซน์เอาง่าย ๆ
05:17
Speaker B
เราก็เลยเห็นว่ามันมีแนวทางทำได้
05:21
Speaker B
แต่ว่าแรก ๆ ที่บอกว่าไม่ได้ไม่ได้มีแค่กลุ่มซอส
05:25
Speaker B
คือตอนแรกอ่ะมันมาจากไอเดียเดิมที่พี่คิดบอกว่าทำไมมันไม่มีแบรนด์ไทยที่มันมีครบทุกอย่างวะ
05:30
Speaker A
ใช่
05:31
Speaker B
ก็เลยแบบมีมีการกลับมาปุ๊บก็ตั้งบริษัทซื้อมาขายไป
05:35
Speaker B
ทำเขาเรียกว่าอะไรอ่ะวัตถุดิบหรอ
05:37
Speaker B
ก็เหมือน Trading Firm ธรรมดาแต่แค่ว่าเป็นยี่ห้อเราเอาง่าย ๆ อย่างงี้
05:40
Speaker B
ซอสเป็นแค่ 1 ในสินค้าที่เรามี
05:43
Speaker A
ครับ ใช่
05:44
Speaker B
แล้วพอทำไปทำมาจนถึงทุกวันนี้เราก็ไม่ได้มีแค่ซอสนะ
05:50
Speaker B
แต่ซอสเราขายเป็นประมาณ 80 กว่า ๆ เปอร์เซ็นต์
05:53
Speaker B
คนก็เข้าใจว่าเราเป็นบริษัทซอส
05:55
Speaker A
แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่แบบได้เรียนรู้ใช่ป่ะคะ
06:00
Speaker A
พอเสร็จปุ๊บพอเริ่มอยู่ตัวละว่าโอเคเราเราทำเทรดเฟิร์มละ
06:06
Speaker A
เมื่อไหร่ถึงมาแบบคิดว่าเฮ้ยเริ่มเห็นว่าซอสมันน่าจะเป็นตัวที่โต
06:12
Speaker A
จากกลุ่มที่ตอนแรกเราแบบโอ้ตั้งใจอยากจะมี
06:16
Speaker B
คือเอาจริง ๆ ตอนแรกเราก็เป็นบริษัทครอบครัว
06:20
Speaker B
เราก็ขายมาเรื่อย ๆ ทุกปีมียอดขายโตเราก็รู้สึกดี
06:24
Speaker B
แต่เราไม่ได้ไปโฟกัสว่ามันโตมาจากอะไร
06:27
Speaker B
เราก็ไม่ได้คิดว่ากำไรต้องมีเท่าไหร่ใช่ไหมครับ
06:30
Speaker B
จนวันที่จะเข้าตลาด
06:33
Speaker B
FA ก็มาบอกว่าเออคุณทำยังไงก็ได้คุณต้องคั้นกำไรออกมา
06:37
Speaker A
อ่า
06:38
Speaker B
ใช่ไหมครับ
06:40
Speaker B
ตอนนั้นเราก็กลับมาดู ณ ตอนนั้นน่ะซอสเป็นประมาณ 50% ของยอดขายบริษัทเราแล้ว
06:47
Speaker B
GP ก็ดีที่สุด
06:49
Speaker B
เราก็ต้องการเงินจาก IPO มาสร้างโรงงาน
06:53
Speaker B
ใช่ไหม ตอนแรกจะสร้างโรงงานก็จะสร้างโรงงานแบบผลิตสินค้าหลายอย่าง
06:58
Speaker B
แต่คุยกับอุ๊ย อุ๊ยก็บอกว่าเฮ้ยพี่คิดจริง ๆ เราน่าจะโฟกัส
07:03
Speaker B
นะทำเป็น Showcase เลย
07:05
Speaker B
ทำอะไรที่แบบเป็น Specialty สักอย่างนึง
07:08
Speaker B
เราก็เลยบอกอ่ะกลุ่มซอสดีไหมเพราะซอสอ่ะตอนนั้นขายเยอะสุด
07:13
Speaker B
แล้วก็ดูแล้วว่ามีสิทธิ์ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นได้
07:17
Speaker A
อืม
07:18
Speaker B
นั่นก็ไอเดียก็มาจากของอุ๊ย
07:19
Speaker B
เราก็เลยมาทำโรงงานนี้
07:21
Speaker A
คือเรามีจุดไหนที่เป็นตัวความมั่นใจที่บอกว่าเฮ้ยจาก Trading Firm ธรรมดา
07:27
Speaker A
ซื้อมาขายไปที่ไม่เคยมีไลน์ผลิตของตัวเองเลยวันนี้เราจะมาตั้งโรงงานนะ
07:33
Speaker A
มันเรื่องใหญ่เหมือนกันนะ
07:34
Speaker A
ตอนนั้นเราคิดว่าแบบเราเรามั่นใจได้ยังไงอ่ะ
07:38
Speaker B
งบประมาณที่สร้างโรงงานแรกอ่ะไม่เท่าไหร่
07:41
Speaker B
ยังไม่เยอะขนาดนั้น
07:42
Speaker B
เราก็ลองทำดู
07:44
Speaker B
โรงงานเราทีน่าอาจจะเคยไปเห็นอันเดิมมันก็แบบเก่า ๆ
07:48
Speaker B
แบบ Production Line ก็ไม่ได้แบบทันสมัยอะไร
07:52
Speaker B
เพราะฉะนั้นเราคิดว่ามันมีโอกาสเราก็ต้องลองทำมันเป็น Calculated Risk
07:57
Speaker B
เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ Take Risk มันก็จะไม่มีทางไปถึงไหนใช่ไหมครับ
08:01
Speaker B
แต่พอดีเราโชคดีด้วยอาหารไทยเป็นอาหารที่แบบ Up and Coming
08:06
Speaker A
อืม
08:07
Speaker B
มันก็เทรนด์มาเรื่อย ๆ
08:10
Speaker B
แล้วอยู่ดี ๆ Hot Sauce ก็เป็นเทรนด์ที่มา
08:13
Speaker A
อืม
08:14
Speaker B
คือเรามาพอดีเวลาที่ถูกต้อง พอดีจังหวะมันใช่พอดี
08:18
Speaker B
แล้วมันก็เลยช่วยพาเรามา
08:21
Speaker A
ใช่
08:22
Speaker A
อย่างแบบพี่คิดกับพี่อุ๊ยอ่ะคือหลายคนก็จะถ้าใครได้ติดตาม XO มาตลอด
08:26
Speaker A
ก็จะรู้ว่าคือคู่พี่น้องในการแบบช่วยกันสร้างธุรกิจมานะคะ
08:29
Speaker A
แต่ว่าแบบทะเลาะกันบ้างไหมอ่ะถามนิดนึงดิ
08:32
Speaker A
ตอนแรก
08:33
Speaker B
คือ
08:34
Speaker B
อ่าไม่ทะเลาะส่วนตัวทะเลาะเรื่องงานน่ะเราไม่ค่อยทะเลาะกันอยู่แล้ว
08:38
Speaker A
แบ่งกันยังไงอ่ะ
08:39
Speaker B
เพราะเราแบ่งกันง่ายมาก
08:42
Speaker B
คือมันเริ่มจากผมก็จะทำอะไรที่ผมถนัดอะไรที่ผมไม่ถนัด
08:47
Speaker B
พออุ๊ยช่วยทำหน่อย
08:48
Speaker A
แล้วพี่อุ๊ยถนัดไหม
08:49
Speaker B
อุ๊ยถนัดไม่ถนัดไม่รู้
08:51
Speaker B
แต่อุ๊ยช่วยทำหมดทุกอย่าง
08:52
Speaker A
น่ารักมาก
08:53
Speaker B
ใช่
08:54
Speaker B
อุ๊ยคือช่วยทำหมดทุกอย่าง
08:55
Speaker A
อันนี้เหมือนจะได้ Benefit อยู่ฝั่งนี้
08:57
Speaker B
ใช่ ๆ
08:58
Speaker A
เป็น Backup ที่ดีให้พี่ใช่ไหม
08:59
Speaker B
ใช่ ก็คืออุ๊ยทำทุกอย่าง
09:02
Speaker B
แล้วพอจะเข้าตลาดใช่ไหมครับ
09:06
Speaker B
เราก็คุยกันว่าต้องสร้างโรงงาน
09:10
Speaker B
ตอนแรกก็บอกเออเดี๋ยวอุ๊ยจะเอาโปรเจกต์มาให้ดู
09:15
Speaker B
แต่คุยไปคุยมาบอกมันเสียเวลา
09:17
Speaker B
ก็คืออุ๊ยทำไปเลย
09:19
Speaker B
ทำโรงงานไปเลยเดี๋ยวพี่คิดทำขายเอง
09:22
Speaker B
พี่ก็เลยทำขายอย่างเดียวหลังจากนั้น
09:25
Speaker B
แล้วอุ๊ยก็ทำโรงงานมันก็คือแยกกันไง
09:28
Speaker B
ก็คือตอนนี้ก็คือมันแยกกันชัดเจน
09:30
Speaker A
คือพี่ถนัดขาย
09:31
Speaker B
ใช่
09:32
Speaker A
พี่ถนัดหาเงิน
09:33
Speaker B
เขาถนัดพัฒนากับใช้เงิน
09:37
Speaker C
จริง ๆ ถนัดขายเหมือนกันเรียน Marketing มา
09:40
Speaker B
ใช่
09:41
Speaker B
แต่โทษทีนะลูกค้าคนนี้เป็นไงบ้าง
09:44
Speaker B
แต่แต่ละคนรายใหญ่ ๆ
09:46
Speaker A
อ้าว
09:47
Speaker A
คือโอเคอาจจะขายได้น้อยกว่าหรือว่าก็
09:50
Speaker C
ก็เป็นงานที่ถนัดงี้คือจริง ๆ โรงงานเนี่ยไม่ใช่งานถนัด
09:54
Speaker A
อ๋อหรอ
09:55
Speaker A
พี่อุ๊ยดูอะไรบ้าง
09:56
Speaker C
คือแบ่งกันใหม่ก็คือตอนนี้คือเป็น CEO คู่
10:00
Speaker C
อ่าอันนี้ดูลูกค้านอกบ้าน
10:04
Speaker A
ค่ะ
10:05
Speaker C
ก็จะเป็นแบบอย่างเช่น Investor ลูกค้า
10:09
Speaker C
ส่วนเราเนี่ยดูที่เหลือทั้งหมด Operation ภายใน
10:12
Speaker A
ซึ่งแบบอาจจะดูแบบว่าคนข้างนอกดูโรงงาน
10:16
Speaker A
เอ๊ะผู้หญิงอาจจะเออทำไมดูหลังบ้าน
10:20
Speaker A
พี่อุ๊ยคือปกติเวลามีคำถามเรื่องโรงงานต้องเป็นพี่อุ๊ยตอบ
10:23
Speaker B
ถูกต้อง
10:24
Speaker B
ต้องถามอุ๊ย
10:25
Speaker C
เพราะว่าคนเนี้ยเป็นคนละเอียดมากเรื่องการเงินอะไรพวกเนี้ยค่ะ
10:30
Speaker C
ดังนั้นจริง ๆ แล้วเหมาะแล้วที่เขาจะดูด้านนี้
10:34
Speaker C
แล้วเขาก็ถ้าตามลูกค้าเนี่ยวันนี้จิกไม่ปล่อย
10:38
Speaker A
อ่าโอเค
10:39
Speaker A
เขาขายของเก่งต้องให้เขา
10:42
Speaker C
ก็ก็ยกให้เขาไป
10:43
Speaker C
ดังนั้นจริง ๆ มันก็อาจจะเป็นความถนัดคือฝั่งฝั่งโรงงาน
10:47
Speaker C
ตอนแรกอาจจะไม่ถนัดแต่คือเราก็ต้องพยายามที่จะ
10:50
Speaker A
ทำให้ถนัด
10:51
Speaker C
ทำให้มันถนัดขึ้น ตอนเนี้ยต้องบอกว่า
10:55
Speaker A
พาร์ทหลัก ๆ เลยทุกคนจะทราบกันดีว่าลูกค้าหลักของ Exotic Food ก็คืออยู่ในภาคยุโรปนะคะ
11:02
Speaker A
ซึ่งยุโรปเนี่ยก็กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มี Red Flag ขึ้นมาว่าเฮ้ยตอนนี้อื้อหือมันจะไหวไหมวะ
11:10
Speaker A
เออ Recession จะมาแล้วนะ
11:14
Speaker A
เจอเรื่องรัสเซียยูเครนเข้าไปอีก
11:16
Speaker A
ราคาน้ำมันสูงนะคะ
11:17
Speaker A
แต่ประเด็นก็คือว่าไม่ใช่ว่ายุโรปไม่เคยเกิดวิกฤตแบบนี้
11:24
Speaker A
ถ้าย้อนกลับไปตอนปี 2011
11:28
Speaker A
เราก็เคยเกิดวิกฤตยุโรปเหมือนกัน
11:31
Speaker A
ตอนนั้น
11:32
Speaker B
ก็คือ 2011 คือผมว่าตอนนั้นมันไม่ได้กระทบเราเยอะขนาดนั้น
11:38
Speaker B
เพราะตอนนั้นมันอยู่ที่กรีซใช่ไหมครับ
11:40
Speaker B
แต่เหมือนกับตอนจบอ่ะเขาคอนโทรลได้
11:43
Speaker B
แต่ตอนเนี้ยเรื่องยุโรปอ่ะมันเกิดที่ยูเครนก่อนใช่ไหมครับ
11:49
Speaker B
แต่ว่ามันกระจายไปทั่วโลกแล้ว
11:51
Speaker B
เงินเฟ้อทั่วโลกก็คือขึ้นเยอะมาก
11:54
Speaker B
น้อย ๆ ก็แบบ High Single Digit
11:57
Speaker B
มาก ๆ ก็ Double Digit ทั้งนั้น
11:59
Speaker B
อเมริกา ก็ยังโดนถึงแม้เขาไม่ได้อยู่ยุโรป
12:02
Speaker B
ทุกที่ก็โดนหมด
12:03
Speaker B
เพราะว่าคือพอมันเกิดอย่างงั้นวัตถุดิบหลาย ๆ อย่างมันขึ้นไปหมด
12:09
Speaker B
แบบ Wheat ที่เขาผลิตที่ยูเครนเยอะ ๆ อ่ะครับ
12:15
Speaker B
อะไรที่ต้องใช้ Wheat ก็ขึ้นหมด
12:17
Speaker B
น้ำมันก็ขึ้นเพราะเขาก็แบบมีการไม่ซื้อกันอะไรอย่างงี้
12:23
Speaker B
แก๊สก็ขึ้นก็พลังงานก็ขึ้น
12:26
Speaker B
ทุกอย่างก็ขึ้นหมดเลย
12:28
Speaker B
มันก็กระทบไปทั่วโลก
12:30
Speaker B
ซึ่งคราวนี้ยอมรับว่ามันกระทบมากกว่าคราวที่แล้วแน่นอน
12:33
Speaker A
อืม
12:34
Speaker A
แสดงว่ารอบเนี้ยคือ Impact มันน่าจะยาวกว่า
12:38
Speaker B
Impact มันน่าจะเยอะกว่าหนักกว่ารอบที่แล้วแน่นอน
12:42
Speaker A
แล้วเราเตรียมพร้อมรับมือไว้อย่างไงบ้างคะ
12:44
Speaker B
คือผมคิดว่าของเราอ่ะ
12:47
Speaker B
มันเหมือนกับเราเล่นเกมยาว
12:50
Speaker B
เพราะฉะนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าธุรกิจอ่ะมีขึ้นมีลง
12:54
Speaker B
ช่วงนี้เราอาจจะแบบต้องรับมือหน่อย
12:57
Speaker B
แต่ว่าผ่านไปปี 2 ปีทุกอย่างก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม
13:01
Speaker B
เหมือนกับใครที่ตอนช่วงแรกที่เจอโควิดอ่ะมันแย่มากเลย
13:05
Speaker B
มันผ่านมา 3 ปีตอนนี้คนก็กลับมาท่องเที่ยว
13:08
Speaker B
ใช่ไหมครับ
13:10
Speaker B
ตั๋วเครื่องบินโรงแรมก็แพงกว่าก่อนโควิดพรีโควิดอีก
13:14
Speaker B
เพราะทุกคนอยากไปเที่ยว
13:16
Speaker B
เพราะฉะนั้นคือผมคิดว่าตอนจบมันก็โอเค
13:19
Speaker B
และเราขายอาหารยังไงคนก็ต้องทานอาหารอยู่ดีใช่ไหมครับ
13:24
Speaker B
ณ ตอนนี้คือต้นทุนทุกอย่างเพิ่มขึ้นหมด
13:28
Speaker B
บริษัทก็ส่งจดหมายไปบอกลูกค้าส่งอีเมลไปบอกลูกค้าว่าเราจะปรับลดราคา
13:33
Speaker B
นะต้นปีหน้า 2023
13:35
Speaker A
ซึ่งก็
13:36
Speaker A
ในมุมมองของพี่คิดถ้าเปรียบเทียบกับ 20 กว่าปีที่ผ่านมา
13:42
Speaker A
คิดว่ารอบนี้เราน่าจะพอรับมือไหวไหม
13:45
Speaker A
หรือว่ามีอะไรที่แบบเป็นประเด็นที่มันท้าทายกว่าเดิมไหม
13:48
Speaker B
คือผมถ้าถามผมอ่ะผมว่า
13:51
Speaker B
แน่นอนมันอาจจะกระทบกำไรอะไรบ้างแต่ว่ามันไม่น่าทำให้กำไรเราลดลงไปเหลือแบบต่ำ ๆ เหมือนสมัยก่อนได้
13:56
Speaker B
เพราะยังไงเราก็ยังขายของได้เยอะอยู่
13:59
Speaker B
ครับแค่ว่าอาจจะไม่เยอะเท่าบางคิวแค่นี้
14:02
Speaker B
เพราะฉะนั้นกำไรอาจจะดูเหมือนไม่โต
14:06
Speaker B
แต่ว่ามันไม่ได้กระทบเยอะขนาดนั้น
14:08
Speaker B
เพราะว่าหลังจากเราปรับราคาเสร็จแน่นอน
14:12
Speaker B
เราปรับได้เท่าไหร่ก็ลงไป Bottom Line หมด
14:14
Speaker A
ใช่
14:15
Speaker A
ถ้าเราจะมองต่อไปคะว่าแล้วหลังจากเนี้ย
14:19
Speaker A
อยากจะ Diversify ไปภูมิภาคอื่นมันมีตัวเลขในใจไหมว่าสุดท้ายมันจะเป็น
14:23
Speaker B
คือตอนจบเราก็อยากขายไปทุกที่ที่ขายได้
14:26
Speaker B
เพราะ Vision ของเราก็คือ to be the first Thai brand to come to consumer mind when thinking about Thai Food
14:33
Speaker B
ใช่ไหมครับก็คือว่าเราอยากขายไปทั่วโลก
14:36
Speaker B
ให้มากที่สุดที่จะมากได้แต่เรายอมรับว่าของเราอ่ะ
14:40
Speaker B
เราถนัดยุโรป
14:42
Speaker B
เราขายดีอยู่ยุโรปประมาณ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์
14:45
Speaker B
แน่นอนเราก็จะพยายามขายที่อื่นด้วย
14:48
Speaker B
และตอนนี้ยุโรปยอดขายก็ลดลงมาเหลือแค่ 80% ต้น ๆ
14:53
Speaker B
ตะก่อนมัน 80% แบบ 85-86%
14:56
Speaker B
ตรงไหนเราขายได้เราก็ขายครับ
15:00
Speaker B
แต่ยุโรปผมมั่นใจว่าวันนึงก็ขายได้มากกว่าเดิมอยู่ดี
15:04
Speaker A
แต่ทั้ง ๆ ที่ยุโรป
15:05
Speaker A
คนมองว่าแบบ
15:06
Speaker A
โอ้โหมันแบบเศรษฐกิจไม่ดีคนกำลังซื้อจะน้อยลงเรื่อย ๆ
15:11
Speaker A
แล้วของพี่ก็แพงด้วยนะ
15:12
Speaker B
ใช่
15:13
Speaker C
แต่ว่าถ้าเทียบกับของอย่างอื่นบ้านเขาเงี้ยซอสเราเนี่ยราคาเท่ากับน้ำเปล่าเขา
15:19
Speaker C
หรือว่าโค้ก 1 ขวด
15:21
Speaker C
มันมันไม่ได้เป็นสำหรับเขาคือถ้าเขาทานข้าวนอกบ้านไม่ได้
15:26
Speaker A
ค่ะ
15:27
Speaker C
เขาก็ต้องซื้อของไปทำที่บ้านอยู่ดี
15:29
Speaker B
แล้วซอสใช้ได้มากกว่าครั้งเดียว
15:32
Speaker B
ใช่ครับ
15:33
Speaker A
โอเค
15:34
Speaker A
เพราะฉะนั้นนี่คือภาพที่ว่าเราคิดว่าเราจะไปได้
15:37
Speaker A
ถามพี่อุ๊ยบ้างค่ะว่า 20 ปีที่ผ่านมาแน่นอน
15:40
Speaker A
มันก็มีช่วงเนาะอย่างที่บอก Rise and Fall ของวงจรธุรกิจนะคะ
15:44
Speaker A
ช่วงที่เครียดที่สุดคือช่วงไหนคะ
15:46
Speaker A
สำหรับพี่อุ๊ย
15:47
Speaker C
สร้างโรงงานนี้
15:49
Speaker C
คือเครียดที่สุด
15:50
Speaker C
เพราะว่าตอนนั้นคือเพิ่งแบ่งหน้างานกันใหม่คือสมัยก่อนน่ะดูเซลล์
15:56
Speaker A
อ่า
15:57
Speaker C
Marketing ทั้งคู่คือแบ่งลูกค้ากันแล้วสุดท้ายคือ
16:02
Speaker C
ต้องมาทำงานที่ตัวเองน่าจะไม่เรียกว่าไม่ถนัดแล้วกันเพราะเรียน Marketing มาเนาะ
16:08
Speaker C
ก็ต้องมาสร้างโรงงาน
16:10
Speaker C
ก็เอ่อดังนั้นถ้าเดี๋ยวเห็นโรงงานก็คือแบบจะเห็นเขาเห็นว่ามันเป็นแบบ Marketing นำมากกว่า
16:18
Speaker C
เพราะว่าเราก็จะมองในมุมมองของลูกค้าที่มาว่า
16:22
Speaker C
เราจะขายของลูกค้าอยากเห็นอะไร
16:25
Speaker C
ซึ่งเรามีภาพนั้นน่ะชัดมากอยู่ในหัวว่าเราต้องการให้โรงงานออกมาหน้าตาแบบไหน
16:29
Speaker C
ที่คิดว่าจะขายของได้
16:31
Speaker C
แต่ปัญหาคือ Knowledge เราอาจจะมีแค่ 5%
16:35
Speaker C
จากที่จะทำให้มัน Complete 100 นึงเนี่ยเรามีแค่ 5
16:40
Speaker C
ดังนั้นมันก็เลยแบบเป็นช่วงที่เครียดมากค่ะ
16:44
Speaker C
เพราะว่าแบบเอ่ออย่างที่ตรงเนี้ยตอนแรกมาคือเป็น Green Field เลย
16:50
Speaker C
คือแบบ
16:51
Speaker C
เป็นหญ้ารกรกสีเขียวเลย
16:54
Speaker C
คือต้องตั้งแต่ผังใหม่หมดคือถ้าอยู่ที่โรงงานเก่าอ่ะ
17:00
Speaker C
เราเคยลงไลน์ผลิตในโรงงานที่มันมีโรงงานอยู่แล้ว
17:04
Speaker C
มี Utility อยู่แล้ว
17:05
Speaker C
แต่อันนี้เราต้องมาเลือกใหม่หมดเลยว่าเราจะใช้ Utility อะไรที่มันจะแบบ
17:11
Speaker C
เวิร์คที่สุด
17:12
Speaker C
วางแผนผังมันก็วางได้เยอะมาก
17:15
Speaker C
อะไรที่มันจะแบบดีที่สุดล่ะอะไรอย่างงี้
17:19
Speaker C
คือดังนั้นคือเหมือนกับว่าทำทำธรรมดาไม่ดันไม่อยากทำ
17:23
Speaker C
อยากทำให้มันแบบอีกแบบนึงที่เราอยากได้เงี้ย
17:27
Speaker C
มันก็เลยยาก
17:28
Speaker A
แต่โจทย์ก็คือของพี่อุ๊ยก็คือเหมือนอย่างที่บอกว่า
17:30
Speaker A
Marketing นำคือเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง
17:32
Speaker A
ใช่ไหมคะว่าเราจะผลิตยังไงให้ขายได้
17:34
Speaker C
ใช่คือแบบสมมุติคือเรารู้อยู่แล้ว
17:36
Speaker C
เพราะเราเคยอยู่ขายมาก่อน
17:38
Speaker C
เราก็จะรู้ว่าลูกค้าเวลามาดูโรงงานน่ะเขาต้องการเห็น
17:43
Speaker C
แบบไลน์ผลิตที่ Automate นะ อ่าโอเค Quality ต้องได้ประมาณไหน
17:48
Speaker C
ซึ่งอย่างตอนที่คุยกันแรก ๆ อย่างเงี้ยพี่คิดก็บอกว่าเฮ้ยเห็น
17:54
Speaker C
คิดไม่ออกสักทีก็ไปหาไปช่วยช่วยหาเจ้าที่แบบเหมือนดีไซน์ Turn Key มาให้
17:59
Speaker C
อาจจะได้แบบกลัวน้องเหนื่อยเสร็จแล้วเราก็บอก
18:04
Speaker B
แต่เราก็ไม่ชอบอยู่ดี
18:05
Speaker C
บอกเราเห็นแล้วแบบไม่เอาคือนี่ไม่ใช่โรงงานที่อยู่ในความฝันที่เราอยากอยากให้มันเกิดขึ้น
18:10
Speaker C
สุดท้ายก็เลยแบบอย่างตึกเนี่ยเราก็ไปเอามาจากเนเธอร์แลนด์
18:16
Speaker C
คือเป็น PEB Pre-Engineer Building มาจากเนเธอร์แลนด์
18:20
Speaker C
เพราะเราต้องการให้เวลาลูกค้ามาเนี่ยคือลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ยุโรป
18:25
Speaker A
ค่ะ
18:26
Speaker C
คือข้างนอกเขาเห็นปุ๊บเขาต้องรู้สึกมั่นใจตั้งแต่ตัวตึก
18:31
Speaker C
ยังไม่เดินเข้ามาคือต้องมั่นใจแล้ว
18:33
Speaker C
อะไรอย่างงี้ดังนั้นคือหลาย ๆ อย่างมันก็เลยมีอุปสรรคเยอะ
18:39
Speaker C
อย่างเช่นพอตึกมาจากยุโรปคนออกแบบเป็นคนไทยที่ต้องมาประกอบกัน
18:45
Speaker C
ผู้รับเหมาประกอบตึกที่เป็นโปรไฟล์ยุโรปไม่เป็น
18:50
Speaker C
คือดังนั้นปัญหามาเลยตามมา
18:53
Speaker C
เป็นพรวนก็เรียกหาเรื่องใส่ตัวแหละ
18:55
Speaker C
ประมาณนั้น
18:56
Speaker A
เออ ๆ ๆ ถามพี่คิดนิดนึง
18:58
Speaker A
แล้วในมุมของพี่คิดล่ะคะในวัฏจักรธุรกิจที่ผ่านมาเนี่ย
19:02
Speaker A
เครียดช่วงไหนสุด
19:03
Speaker B
ผมว่าช่วงเริ่ม ๆ อ่ะครับ
19:06
Speaker B
ตอนประมาณ 20 ปีที่แล้ว
19:08
Speaker B
เพราะตอนนั้นคือเราเริ่มพอสร้างโรงงานเสร็จอ่ะ
19:13
Speaker B
เราก็จะแบบคิดว่ามันจะมี
19:16
Speaker B
ยอดขายแต่คือบางช่วงอ่ะมันไม่มี
19:18
Speaker B
ยอดขายมันน้อยมาก
19:20
Speaker B
มีครั้งนึงอ่ะผมจำได้เลยมีลูกค้าจะมาเยี่ยมโรงงาน
19:24
Speaker B
ผมก็พาเขามานะ
19:26
Speaker B
แต่ผมรู้แล้วอาทิตย์หน้าผมไม่มีออเดอร์แล้ว
19:30
Speaker B
ผมไม่มีออเดอร์ส่งออก
19:32
Speaker A
สักชิ้น
19:33
Speaker B
สักชิ้น
19:35
Speaker B
แต่ว่าผมไม่ผมไม่ขายไง
19:37
Speaker B
เข้าใจไหม
19:38
Speaker B
ผมก็ต้องพาเขามา
19:40
Speaker B
พอเขามาเสร็จผมก็บอกโรงงานผลิตของเต็มที่เลยครับ
19:45
Speaker B
ผลิตเหมือนเราผลิต 24 ชั่วโมง
19:48
Speaker B
แล้วก็พาเขาเดินดูใช่ไหมครับ
19:50
Speaker B
ซึ่งสมัยก่อนโรงงานนั้นก็ถือว่าดูดี
19:53
Speaker B
ผมก็พาเขาเดินดูเขาโอ้เฮ้ยยูผลิตของเยอะมากเลย
19:56
Speaker B
ออเดอร์เยอะจริง
19:57
Speaker B
ใช่ ออเดอร์เยอะนะถ้าอยู่จะเอาอยู่ต้องสั่งก่อน
20:00
Speaker B
อะไรอย่างงี้
20:01
Speaker B
เขาก็สั่ง
20:02
Speaker B
เสร็จออเดอร์ที่ผมผลิตให้อุ๊ยเขาบอกเนี่ยของใคร
20:06
Speaker B
ผมบอกลูกค้าคนอื่น
20:07
Speaker B
แต่จริง ๆ ผมติดฉลากเขาทิ้งไว้
20:08
Speaker B
คือเขาเป็นลูกค้าอยู่แล้วไง
20:10
Speaker B
ผมก็เลยมีฉลากเขา
20:11
Speaker B
ผมก็ผลิตติดฉลากเขาเลยอะไรอย่างงี้
20:14
Speaker B
แล้วเขาสั่งของ
20:15
Speaker B
ผมก็ส่งให้เขาเลย
20:16
Speaker B
หลังจากนั้นผมก็โชคดีหลังจากวันนั้นน่ะ
20:19
Speaker B
ออเดอร์มันก็ไม่เคยขาด
20:21
Speaker A
แล้ว
20:22
Speaker A
ช่วงหลังจากนั้นล่ะคะ
20:23
Speaker A
คือถ้าใครได้ตามเช่นกันใน Off Day พี่คิดพูดไว้ว่ามันจะมีช่วงที่ยอดขายตก
20:29
Speaker A
ซึ่งจริง ๆ ปกติ XO ไม่ค่อยยอดขายตกเท่าไหร่
20:32
Speaker B
อ่าใช่
20:33
Speaker B
ก็คือจริง ๆ อ่ะยอดขายเราตกประมาณ 10 ปีแรกมีครั้งนึง
20:37
Speaker B
ก็ตอนนั้นน่ะเราหันมาขาย OEM ค่อนข้างเยอะ
20:40
Speaker B
ประมาณ 30-35% ของยอดขายบริษัท
20:43
Speaker B
ก็คือขายดีขายง่าย
20:45
Speaker B
สินค้าตัวนึงผลิตทีโอ้ 400,000 ชิ้นอย่างงี้
20:49
Speaker B
เราก็แบบรู้สึกดีผลิตง่าย
20:52
Speaker B
แต่พอเขาต่อราคาแล้วมันเราไม่ให้ราคาเขา
20:57
Speaker B
เขาก็ไปซื้อคนอื่น
20:59
Speaker B
เพราะแน่นอนมันเป็นยี่ห้อของเขา
21:01
Speaker B
เขาเอาไปให้ใครแปะก็ได้
21:04
Speaker B
หลังจากวันนั้นผมก็เลย Realize ว่าถ้าเราจะเดินหน้าไปข้างหน้า
21:08
Speaker B
เราต้องขายยี่ห้อตัวเองเป็นหลัก
21:10
Speaker B
เพราะยี่ห้อเราอ่ะคนมันเปลี่ยนยากกว่า
21:14
Speaker B
เป็นยี่ห้อของตัวเขาเอง
21:16
Speaker A
โอเค
21:17
Speaker A
ตอนนั้นคือยอมเฉือนเนื้อตัวเองโดยการลดการทำ OEM
21:20
Speaker A
โดยตั้งใจอันนี้บายดีไซน์
21:22
Speaker A
แล้วก็มาสร้างแบรนด์ตัวเองขึ้นมา
21:23
Speaker B
ใช่
21:24
Speaker A
พอสร้างแบรนด์ตัวเองเริ่มติดตอนนี้มีมี 3 แบรนด์หลัก ๆ ใช่ไหมคะ
21:27
Speaker A
มีอะไรบ้าง
21:28
Speaker B
Exotic Food
21:29
Speaker B
Thai Pride
21:30
Speaker B
Flying Goose
21:31
Speaker A
Flying Goose
21:32
Speaker A
ทำไมต้องมีตั้ง 3 แบรนด์
21:33
Speaker B
แบรนด์แรก Exotic Food ก็คือยี่ห้อบริษัทเราใช่ไหมครับ
21:37
Speaker B
ก็คือ Premium Brand
21:39
Speaker B
ใครซื้อก็คือบอกอ่านี้ยี่ห้อ Premium Brand ขายอาหารไทยมีประมาณ 300 SKU นะครับ
21:44
Speaker B
มีเยอะมากอะไรอย่างงี้
21:46
Speaker B
เราก็จะมีช่วยค่า Marketing ช่วยอะไร
21:49
Speaker B
ขายไปขายมาบางทีก็มีคนมาอยากซื้อ Exotic Food อีกในประเทศนั้น
21:54
Speaker B
ซึ่งเราขายไม่ได้เพราะเราให้ Exclusive 1 Dist ต่อ 1 ประเทศเท่านั้น
21:57
Speaker B
เราก็เขาก็บอกเฮ้ยยูทำยี่ห้อ 2 ขึ้นมาได้ไหม
22:00
Speaker B
เพราะดีไซน์ยูสวย
22:02
Speaker B
เขาพูดอย่างงี้ดีไซน์ยูสวย
22:04
Speaker B
เราก็เลยทำยี่ห้อ Thai Pride ขึ้นมา
22:07
Speaker B
ขายเขาเป็น Second Brand ถ้ายี่ห้อแรกขายไม่ได้
22:10
Speaker B
และยี่ห้อ Flying Goose เราก็ทำมาเพื่อขายพวก Hot Sauce ตั้งแต่ต้น
22:14
Speaker B
ตะก่อนมี Hot Sauce แค่ไม่กี่รายการ
22:17
Speaker B
แต่พอ Hot Sauce มัน Up and Coming เราก็เพิ่ม SKU เข้าไปเรื่อย ๆ
22:21
Speaker B
มันก็ทำให้เขาขายเพิ่มขึ้นได้ด้วย
22:24
Speaker B
และโชคดีอย่างว่า Hot Sauce นี่คือโตขึ้นพอสมควร
22:28
Speaker B
ถ้าไปดูแบบ Google ดูจะ
22:30
Speaker B
โตมากกว่า Traditional Sauce เยอะมากเพราะอันเดิมอ่ะมันอาจจะโตมาเยอะแล้ว
22:35
Speaker B
มันค่อนข้างแบบโตน้อยต่อปีแต่ว่าอันนี้คือมันโตชันกว่า
22:38
Speaker A
อืม
22:39
Speaker A
Traditional Sauce
22:40
Speaker A
นี่เราแบ่งยังไงคะ
22:41
Speaker A
คือซอสแบบน้ำปลาอะไรอย่างงี้หรอ
22:43
Speaker B
อ๋อไม่ต่างประเทศ Traditional Sauce ก็คือ Ketchup
22:47
Speaker B
อย่างงี้
22:48
Speaker A
อ่า
22:49
Speaker B
Mayonnaise
22:50
Speaker B
อย่างงี้ Traditional Sauce
22:52
Speaker B
พวกเนี้ยเป็น Traditional Sauce
22:53
Speaker A
ค่ะ
22:54
Speaker B
ครับ ใช่
22:55
Speaker A
แล้วเราเรียกว่าเป็น
22:56
Speaker B
ของเราก็เป็นแบบ Hot Sauce
22:58
Speaker B
คือถ้ายอดขายเทียบกับพวกเขามันเทียบไม่ได้อยู่แล้ว
23:01
Speaker B
แต่คือมันเป็นอะไรที่โตมาแล้วเดี๋ยวนี้คนชอบกินของเผ็ดเยอะมาก
23:05
Speaker A
เป็นตลาดใหม่
23:06
Speaker B
ก็
23:07
Speaker B
เป็นตลาดที่ Growth ที่ Growth ดีกว่า Traditional Sauce
23:10
Speaker A
อืมโอเค
23:11
Speaker A
คือบ้านเราอาจจะนึกไม่ค่อยออกนะเพราะเราก็กินเป็นประจำตั้งแต่เด็กเลย
23:14
Speaker A
แต่ว่าสำหรับอันนี้คือเราพูดถึงตลาดส่งออก
23:16
Speaker B
ใช่เพราะตลาดโลก
23:19
Speaker B
มีประชากรเยอะกว่าประเทศเอเชีย
23:24
Speaker B
ประเทศที่กินแค่ซอสพริกเยอะแยะ
23:26
Speaker B
ซึ่งตลาดเนี้ยโตก็ทำให้ตรงเนี้ยโตได้ดี
23:30
Speaker B
เพราะว่าเขายังไม่ค่อยได้กินกันเยอะขนาดนั้น
23:33
Speaker A
โอเค
23:34
Speaker A
แสดงว่าภาพใหญ่เรามีลมส่งมาละนะคะ
23:38
Speaker A
ว่าโอ้โหเทรนด์มันใช่แล้วเราอยู่ในแบบกลุ่มของ
23:42
Speaker A
อ่าสินค้าที่มันโตไวด้วยนะ
23:47
Speaker A
แต่ทีนี้พอทำธุรกิจไปมันก็มีช่วงนึงเหมือนกันที่มีปัญหาเรื่องของ Distributor เจ้าหนึ่ง
23:52
Speaker A
ใช่
23:53
Speaker A
ที่ดรอปไป
23:54
Speaker A
อันนั้น
23:55
Speaker B
2019
23:56
Speaker B
เขาก็โตดีมาก
23:58
Speaker A
จ้ะ
23:59
Speaker B
ภายใน 3-4 ปีเนี้ยโตขึ้นมาเป็น Top 3 ของบริษัทเรา
24:04
Speaker B
ซึ่งไม่เคยมีใครโตขึ้นมาเร็วขนาดนั้น
24:06
Speaker B
ตั้งแต่ขายของมา 2-3 3-4 ปีขึ้นมาเป็น Top 3 ได้
24:10
Speaker B
ก็เป็นเขาคนเดียว
24:11
Speaker B
ซึ่งเวลาเขาบอกเขาให้ Projection เรามันก็โตดีจริง ๆ
24:15
Speaker B
ถูกใช่ไหมครับ
24:16
Speaker B
เราก็เลยไม่เคยคิดว่ามันจะมีปัญหา
24:19
Speaker B
แต่พอมามีปัญหาเราก็เลยรู้ว่าเฮ้ยมันเหมือนคนคบกันมา
24:23
Speaker B
รู้จักกันเป็นเพื่อน 2-3 ปีแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่อะไรอย่างงี้
24:27
Speaker B
เราก็ไม่อยากคบเขา
24:30
Speaker B
เพราะเรารู้สึกว่าวิธีการทำธุรกิจมันเอาเปรียบ
24:35
Speaker B
แล้ววิธีการขายของมันไม่ใช่ที่เราชอบ
24:38
Speaker B
เราก็บอกเราไม่ค้าขายกับเขาแล้ว
24:40
Speaker B
เรารู้ตอนนั้นยอดขายเขาเป็นประมาณ 100 กว่าล้าน
24:44
Speaker B
เราก็รู้ว่าถ้าเราเลิกขายยอดขายมันน่าจะตก
24:47
Speaker B
แต่เราก็ยอม
24:49
Speaker B
เพราะฉะนั้นเราเราเลยยอมเลิกขายเขาตอน 2019
24:51
Speaker B
แล้วก็ไปหาคนใหม่
24:53
Speaker B
ก็คือถ้าเรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่โอเคเราก็ไม่คบต่อ
24:56
Speaker B
เหมือนเราคบคนน่ะเรารู้ว่ามันไม่โอเคมัน Toxic
25:00
Speaker B
เราจะไปคบต่อทำไม
25:02
Speaker B
คบต่อไปมันก็ช้ำใจอย่างเดียว
25:04
Speaker A
อืม ๆ ๆ
25:05
Speaker A
ใช่แต่ตอนนั้นมันก็ Impact เหมือนกันนะ
25:08
Speaker A
เพราะเราก็เข้าตลาดแล้วด้วย
25:09
Speaker B
Impact ใช่
25:10
Speaker B
แต่ว่าคือถ้ามองถ้าในมองจากมุมมองบริษัทอ่ะเราไม่ได้รู้สึกอะไรมาก
25:15
Speaker B
เพราะเรารู้ว่าเราทำธุรกิจจริง
25:18
Speaker B
นี่เป็นสิ่งที่เราต้องทำ
25:20
Speaker B
เราเลิกขายค้าขายคนนี้เราหาคนใหม่เราก็ค้าขายกับคนใหม่ได้
25:24
Speaker B
แต่ว่าถ้าคุณจะเอา Short Term แล้วมองว่า Q ต่อ Q มันต้องอย่างงี้อย่างงั้น
25:30
Speaker B
อันนั้นมันก็จะ Impact แน่นอน
25:32
Speaker B
แต่ว่าถ้าเรามอง Long Term มันไม่ได้ Impact ภาพ Long Term ของเรา
25:35
Speaker B
นั่นคือที่เราคิด
25:36
Speaker A
ซึ่งจริง ๆ แล้ว
25:37
Speaker A
อันนี้มันน่าจะทำไลน์ใกล้ ๆ กับพี่ทำโรงงานใหม่ไหมคะ
25:41
Speaker A
เลือก
25:42
Speaker C
อ๋อโรงงานใหม่เสร็จแล้ว
25:43
Speaker A
อ๋อเสร็จแล้ว
25:44
Speaker B
เสร็จแล้ว
25:45
Speaker B
เสร็จตั้งแต่ 2016
25:46
Speaker C
อันนี้คือก่อนโควิด
25:47
Speaker B
ใช่
25:48
Speaker B
เสร็จ 2016
25:50
Speaker B
2017 ก็เป็นปีที่กำไรน้อยที่สุดเพราะเป็นปีที่ตอนนั้น
25:55
Speaker B
มีทั้งโรงงานใหม่กับโรงงานเก่า
25:58
Speaker A
อ๋อ
25:59
Speaker C
ใช่เพราะว่ายัง
26:00
Speaker C
โรงงานใหม่ก็ต้อง Test Run
26:03
Speaker C
ก็ต้องมีคนแล้ว
26:04
Speaker C
โรงงานเก่าก็ยังต้องผลิตอยู่
26:06
Speaker C
ดังนั้นมันก็จะ Double
26:08
Speaker A
อ่า
26:09
Speaker C
เพดเขา
26:10
Speaker A
อ่าเพราะฉะนั้นก็จะเป็นช่วงแบบฟืบไปนิดนึง
26:13
Speaker A
แล้วก็มา 2018 ที่ดีขึ้นมา
26:16
Speaker B
ก็ดีขึ้นมา
26:17
Speaker A
แล้ว 2019 ก็เจอเรื่องนี้
26:19
Speaker B
ใช่
26:20
Speaker A
แต่พอมา 2020 ก็เป็นปีที่ทุกคนเจอโควิดเหมือนกันหมด
26:23
Speaker A
แล้วก็ตอนแรกก็คิดว่าโอ้ซอส
26:27
Speaker A
ขายไปก็น่าจะกระทบเหมือนกันแต่กลับว่าไม่ใช่
26:30
Speaker B
ก็คือตอนแรกดิสเราหลายคนเลยพอต้นปี 2020
26:34
Speaker B
เขาบอกว่าเออปีนี้นะเราคิดว่ายอดขายเราตก
26:38
Speaker B
ทุกคนพูดเหมือนกันหมดเลยเราคิดว่ายอดขายเราตกนะ
26:41
Speaker B
ทำใจไว้เลย
26:42
Speaker B
แต่ตอนจบอ่ะยอดขายมันขึ้น
26:45
Speaker B
เพราะแน่นอนคือทุกอย่างปิดคนต้องซื้อของ
26:49
Speaker B
มันก็ขึ้นเอง
26:50
Speaker B
อะไรอย่างงี้ครับ
26:51
Speaker B
ตอนนั้นเราก็ได้อานิสงส์ตรงนั้นด้วย
26:53
Speaker A
ซึ่ง
26:54
Speaker A
นอกจากตัวของการซื้อเพิ่มไปสต็อก
26:58
Speaker A
กับบรรยากาศของพฤติกรรมผู้บริโภคที่มากินในบ้านมากขึ้น
27:02
Speaker A
เราได้ตลาดใหม่ด้วย
27:03
Speaker B
เราได้ตลาดใหม่ด้วย
27:04
Speaker B
เพราะเวลาเราขายให้ลูกค้าบางคนน่ะเราต้องเปิด Article Number เบอร์ใหม่
27:10
Speaker B
เพราะเขาไปขายซุปเปอร์บางอันมันเป็นแบบ Article ของเขาโดยเฉพาะ
27:14
Speaker B
เราก็จะรู้ว่าเราเพิ่งได้มาตอนปลายปี 2019
27:18
Speaker B
ตอนปลายปี 2019 เขายังไม่มีโควิด
27:22
Speaker B
เพราะฉะนั้นเราก็รู้แล้วเขา Projection มาแล้วว่าเอ้ย 2019 ถ้าได้ลูกค้าไลน์เนี้ย
27:29
Speaker B
2020 ยอดขายประมาณเท่าไหร่ ๆ ๆ
27:32
Speaker B
เราก็รู้แล้วว่ายอดขายตรงนั้นมันมาจาก Projection ตั้งแต่ 2019
27:35
Speaker B
Pre-COVID
27:36
Speaker B
เราถึงพูดได้เต็มปากว่ามันไม่ได้มาจากโควิดทั้งหมด
27:39
Speaker B
แต่เรายอมรับว่าโควิดช่วยด้วย
27:41
Speaker B
ครับ
27:42
Speaker A
แล้วส่วนที่ไม่ได้มาจากโควิด ณ วันเนี้ย
27:46
Speaker A
คือมันมันเป็นยังไงแล้ว
27:48
Speaker A
ตลาดใหม่ที่เราไปเราไปไหนมาได้บ้างแล้ว
27:51
Speaker A
แล้วฟีดแบ็กมันเป็นยังไงบ้างคะ
27:52
Speaker B
คือไอ้ที่ได้มาตั้งแต่ 2019 ก็ยังขายอยู่
27:55
Speaker B
นะครับเป็นพวก Retail อยู่ที่ประเทศเยอรมนี
27:58
Speaker B
แต่ ณ ตอนเนี้ยปีนี้ที่เราได้ตลาดใหม่ก็คืออเมริกา
28:02
Speaker B
ก็มีงานเซ็นสินค้าที่ประเทศไทย
28:05
Speaker B
มันก็มีบริษัทจากอเมริกามาเยอะแยะ
28:09
Speaker B
มาเดินชิมของอะไรอย่างงี้หลาย ๆ บูธ
28:12
Speaker B
แล้วบางคนก็มาซื้อของของเรา
28:14
Speaker B
ตอนแรกเราก็บอกเฮ้ยปีนี้แปลกนะ
28:17
Speaker B
มีบริษัทที่มาจากอเมริกาเข้ามาเยอะ
28:20
Speaker B
แต่ตอนจบเราก็ Realize
28:22
Speaker B
ว่าเขามีปัญหาของเขา
28:24
Speaker B
เราก็ได้ส่งของไปอเมริกาแล้ว
28:27
Speaker B
ครับแล้วก็ได้ส่งไปแคนาดาส่งไปเม็กซิโกอย่างงี้
28:30
Speaker B
อันนี้ก็เป็นได้อานิสงส์ตรงนี้มา
28:32
Speaker B
ซึ่งเราเริ่มจาก 0 อยู่แล้วอเมริกา
28:34
Speaker B
ซอส
28:35
Speaker B
เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็ถือว่าเราได้ 3 ประเทศ
28:39
Speaker B
ครับ
28:40
Speaker A
น่าสนใจ
28:41
Speaker A
ข้างหลังเก๋มากเลยอ่ะ
28:42
Speaker A
อันนี้เป็นอันใหม่เพิ่งจะเปิดตัวเลย
28:44
Speaker C
ใช่ค่ะ
28:45
Speaker A
ยังยังเสร็จไม่ครบ 100% เลยด้วย
28:47
Speaker A
นี่คือโรงงานที่ที่อมตะนะคะ
28:52
Speaker A
ซึ่งแบบน้อยมากนะที่จะมีหน้าตาแบบนี้
28:55
Speaker A
ในโรงงานอื่น
28:56
Speaker A
เดี๋ยวให้พี่คิดพี่อุ๊ยพาไปดูว่ามีอะไรกันบ้าง
28:59
Speaker B
ได้ครับ
29:00
Speaker A
ตอนนี้เนี่ยนะคะถ้าเห็นภาพเนี่ยหลายคนอาจจะคิดไม่ออกว่าเอ๊ะนี่คือโรงงานผลิตซอสจริง ๆ หรือ
29:06
Speaker A
นะต้องบอกว่านี่คือส่วนหนึ่งนะคะที่เป็นภาพ
29:10
Speaker A
ที่ทำให้เราเห็นอย่างที่พี่คิดพูดไว้เมื่อสักครู่นี้ใช่ไหม
29:15
Speaker B
ใช่ครับ
29:16
Speaker A
ว่าเรากำลังอยู่ในสเตจของการลงทุน
29:20
Speaker B
ลงทุน
29:21
Speaker A
เพื่อที่จะรองรับการเติบโต
29:23
Speaker B
ในอนาคต
29:24
Speaker A
อ่ะตอนนี้เราลงทุนอะไรไปแล้วบ้าง
29:27
Speaker A
เอาแบบภาพใหญ่ ๆ ก่อน
29:28
Speaker A
แล้วเดี๋ยวค่อยมาโฟกัส
29:29
Speaker B
ครับก็เรามีการ Renovate Office ที่สินธรนะครับ
29:32
Speaker B
แล้วเราก็มาทำ Office ที่นี่ใหม่ใช่ไหมครับ
29:36
Speaker B
เสร็จแล้วเราก็มีทำเอ่อโรงงานที่
29:40
Speaker B
ทำ Raw Material ส่งพริกให้โรงงานเราอยู่ที่พิษณุโลกนะครับ
29:45
Speaker B
แล้วปีนี้เราก็จะทำ SAP ให้เสร็จภายในสิ้นปี
29:50
Speaker B
หลังจากนั้นปีหน้าปลายปีเราก็จะสร้างโรงงานใหม่ที่โรจนะ
29:54
Speaker B
ที่ที่เราไปซื้อมา
29:56
Speaker A
เนาะ
29:57
Speaker A
แต่ยังอันเนี้ยชอบมากเลยตุ๊ก ๆ ตัวเนี้ย
30:00
Speaker A
คือถ้าเราเห็นในแบบเว็บหรือ IG ของทางของทางบริษัท
30:05
Speaker A
ก็จะเห็นว่าเรามีส่งอันนี้ไปจริง ๆ ให้กับลูกค้า
30:07
Speaker B
ใช่
30:08
Speaker B
มันช่วยดึงดูดไงครับ
30:10
Speaker B
เพราะว่าเวลาแบบโต๊ะชิมธรรมดาก็เป็นแค่โต๊ะใช่ไหมครับ
30:13
Speaker B
ทีน่าแต่เนี้ยแบบพอเดินผ่านคนก็จะ
30:18
Speaker B
Recognize ว่าตุ๊ก ๆ อ่ะมันคือ Symbol ของเมืองไทย
30:23
Speaker B
อ่า
30:24
Speaker B
นะเขาก็เฮ้ยตุ๊ก ๆ นี่มัน Symbol เมืองไทยนี่
30:28
Speaker B
และที่เราส่งไปจริง ๆ
30:30
Speaker B
เขาก็จะมีโต๊ะชิมอีก
30:32
Speaker B
ใช่ไหมครับ
30:34
Speaker B
คนก็จะชิมได้
30:35
Speaker B
บางคนที่ไม่ใช่ลูกค้าเราเดินผ่านบอกโอ้อันนี้น่าสนใจ
30:40
Speaker B
เราลองเข้าไปชิม
30:42
Speaker B
พอชิมเสร็จเอ้ยรสชาตินี้ใช่หนิ
30:44
Speaker B
อะไรอย่างงี้
30:45
Speaker B
เขาก็ซื้อไปก็เป็นลูกค้าใหม่เรา
30:47
Speaker B
เพราะฉะนั้นคืออันนี้มันก็ช่วยทำให้เราขายของเพิ่มขึ้นได้
30:50
Speaker A
งั้นกลับมาที่นี่ค่ะ
30:51
Speaker A
ที่นี่ซึ่งต้องบอกว่า
30:53
Speaker A
คือมันทำให้ภาพภาพจำของการที่แบบโรงงานผลิตอ่ะ
30:59
Speaker A
มันมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
31:01
Speaker A
อยากให้พี่อุ๊ยเล่าคอนเซ็ปต์ให้ฟังนิดนึงว่า
31:02
Speaker A
เออทำไมเราถึงต้องเขาเรียกว่าลงทุนกับการที่ทำให้บรรยากาศของโรงงานมันเป็นอะไรแบบนี้คะ
31:08
Speaker C
อย่างแรกนะคะที่ที่บอกไปว่าเอิ่มเราสร้างโรงงานเนี่ย
31:14
Speaker C
ในมุมมองของว่าเอ่อเวลาลูกค้ามาดูเนี่ย
31:18
Speaker C
เราอยากเราจะขายของ
31:20
Speaker C
เราสร้างแบรนด์ของเราแหละ
31:21
Speaker C
ดังนั้นโรงงานเนี่ยก็ต้อง Represent อะไรที่แบบเหมือนเข้ามาปุ๊บเนี่ย
31:26
Speaker C
รู้สึกเลยถึงความเผ็ดร้อน
31:29
Speaker C
ร้อน
31:30
Speaker C
คือรู้เลยว่าขายซอสแน่นอนคือไม่ไปผิดโรงงานอะไรอย่างงี้ค่ะ
31:33
Speaker C
คือมันเป็น Showcase ในการขายของของเราอย่างหนึ่ง
31:36
Speaker C
อย่างเช่นตรงนี้เนี่ยก็จะเป็นเอ่อตุ๊ก ๆ ที่ว่าเป็นเป็นเอ่อ Shelf ที่วางซอสได้ด้วย
31:43
Speaker C
ดังนั้นมันก็จะทำให้ลูกค้าเห็นว่าเวลาเขาเอาตัวเนี้ยไปขาย
31:47
Speaker C
เขาสามารถ Display ยังไงในซุปเปอร์ได้
31:51
Speaker C
หรือว่าถ้าเป็นฝั่งนี้เงี้ยค่ะก็จะเป็นแบบไอเดียว่า
31:55
Speaker C
เวลาของมันไปอยู่บนซุปเปอร์มาร์เก็ตอ่ะ Shelf แล้วไปอยู่เรียงกันเยอะ ๆ
31:59
Speaker C
อ่ะมันดูดีนะ
32:00
Speaker C
คือทำให้เขาได้เห็นไอเดียไปด้วยเงี้ยค่ะ
32:03
Speaker C
มันก็จะมีหลาย ๆ จุด
32:05
Speaker C
แล้วทุกจุดที่ที่เราทำเนี่ยก็เหมือนกับสามารถใช้งานได้หลากหลาย
32:10
Speaker C
เอ่อสามารถตรงอย่างตรงเนี้ยก็คือเป็นที่ประชุมได้
32:14
Speaker C
เพราะจริง ๆ ก็คือเอาเก้าอี้มานั่ง 2 ฝั่งพนักงานก็นั่งประชุมกรุ๊ปเล็ก ๆ ได้
32:18
Speaker C
อ่าทางลูกน้องก็เข้าถึงได้ง่าย
32:20
Speaker C
เออ
32:22
Speaker C
ดังนั้นทุกจุดเนี่ยคือใช้ได้แบบหลายอย่างมาก
32:25
Speaker A
โอ้โห
32:26
Speaker A
อันนี้คือคนในไลน์ก็ออกมา
32:28
Speaker A
ใช้ได้เลย
32:29
Speaker C
ใช่คนในไลน์ก็คือจะมานั่งเล่นตรงนี้
32:31
Speaker C
อันเนี้ยคือแผนก Warehouse เลยจองเลย 1 โต๊ะเต็ม ๆ ตลอดเวลาทั้งวัน
32:37
Speaker C
คือคือเขาก็จะมีแบบมือหนึ่ง
32:40
Speaker A
มือหนึ่ง
32:41
Speaker C
มือหนึ่งของแผนกมี Fitness ด้วยนะจ๊ะ
32:44
Speaker A
มี Fitness ด้วย
32:45
Speaker C
จริงจังอ่ะ
32:46
Speaker C
ค่ะแล้วก็คือเราก็จะมีกิจกรรมคือเหมือนกับว่าเราคิดว่า
32:50
Speaker C
ทำยังไงให้การมาทำงานมันไม่น่าเบื่อเพราะว่าจริง ๆ แล้วคิดว่าทั้งคู่ก็เป็นคนที่แบบบ้างานเนาะ
32:56
Speaker C
แบบแล้วก็ทำงานแบบเยอะแต่ว่า
33:00
Speaker C
ทำงานยังไงให้มันแบบเหมือนปัญหามาก็มีทุกวันแต่ทำยังไงให้เขาทำแล้วมันรู้สึกว่ามันสนุกอ่ะ
33:06
Speaker C
เพราะไม่งั้นคือ
33:07
Speaker C
เราว่าทุกคนก็ล้า
33:09
Speaker C
มันก็จะ
33:10
Speaker C
มันจะไม่ไหว
33:11
Speaker C
ดังนั้นคืออันแรกเนี่ยก็คือว่าทำยังไงให้งานทุกวันเนี่ยมันมีวิธีการทำที่มันดีไปกว่าเดิม
33:16
Speaker A
ค่ะ
33:17
Speaker C
อ่ะ Have Fun คือคนที่เพื่อนทำงานด้วยแล้วสนุก
33:19
Speaker A
อ่า
33:20
Speaker C
อ่ะแปลว่ายังไงคุณต้องมีความรับผิดชอบ
33:22
Speaker C
มันไม่ใช่แบบสนุกแค่แบบมาตีปิงปอง
33:25
Speaker C
คือไม่ไม่
33:26
Speaker C
อันนี้ไม่ใช่มัน
33:27
Speaker C
ไม่ใช่สนุกอย่างงี้อย่างเดียวคือสนุกในการทำงานคนทำงานด้วยแล้วสนุก
33:31
Speaker C
มันก็จะทำให้ทุกคนรู้สึก Happy
33:33
Speaker C
แล้ว No Drama ด้วยเงี้ยค่ะ
33:35
Speaker A
แล้วเรามี
33:36
Speaker A
KPI ข้าง No Drama
33:37
Speaker C
มันจะตีออกมาเป็นเหมือนเขาเรียกว่า
33:40
Speaker C
ตีออกมาเป็นพฤติกรรมอ่ะค่ะ
33:43
Speaker C
ว่าคุณมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ไหม 1-5 Rating
33:48
Speaker C
ประมาณนั้น
33:50
Speaker C
แล้วก็มีรางวัลด้วย
33:53
Speaker C
เพื่อน ๆ ก็จะแบบทุกปีจะมีการโหวตกันว่า
33:58
Speaker C
ในแต่ละสาขาเนี่ยใครคือ Work Smart ใครคือ Have Fun ใครคือ No Drama
34:03
Speaker C
ของสาขานั้น ๆ
34:04
Speaker C
ก็จะได้รางวัลด้วย
34:05
Speaker A
โอ้เก๋อ่ะ
34:06
Speaker A
ถ้าพูดถึงแบบภาพขององค์กรที่วันนี้ทั้งพี่คิดและพี่อุ๊ยอยากให้มันเปลี่ยนไป
34:10
Speaker A
ซึ่งจริง ๆ มันเปลี่ยนไปเยอะมากแล้วจาก Day 1 ที่แบบเราคุยกันมานะคะ
34:13
Speaker A
วันเนี้ยถ้านึกถึง XO หรือ Exotic Food อ่ะ
34:15
Speaker A
คือองค์กรแบบไหนอ่ะคะ
34:17
Speaker C
คือองค์กรแบบไหนว่าอย่างที่พี่คิดพูดว่าคือทุกคนรู้อยู่แล้ว
34:22
Speaker C
ว่าเป้าหมายเราคือต้องการเป็น Number 1 ของการที่คนคิดถึงเวลาเขาจะทำอาหารไทยที่บ้าน
34:29
Speaker C
ไปซื้อซอสหรือไปซื้อเครื่องปรุงรสอื่น ๆ จากซุปเปอร์มาร์เก็ต
34:32
Speaker C
ดังนั้นการที่เราจะสร้างองค์กรแบบนั้นได้อ่ะค่ะคือจะต้องเป็นที่รวมของ Expert ด้านต่าง ๆ
34:39
Speaker C
คือไม่ว่าจะเป็น Marketing อ่ะไม่ว่าจะเป็น Production Team ไม่ว่าจะเป็นแบบ Food Safety Team
34:47
Speaker C
หรืออะไรอย่างงี้แล้วก็ในสายตาลูกค้าด้วย
34:50
Speaker C
เราก็จะต้องเป็น Expert ในการผลิตอาหารไทยส่งออกที่ได้ Quality
34:55
Speaker C
ดังนั้นพวกเนี้ยคือคิดว่าเป็นภาพที่ที่ตอนเนี้ย
34:59
Speaker C
องค์กรกำลังไปในทิศทางนั้นค่ะ
35:01
Speaker A
คือเรียกว่าเป็นแบบ
35:02
Speaker A
องค์กรของ Expert ด้าน Food ที่ไม่ใช่แบบ Corporate แบบอายุเยอะ ๆ อย่างงั้น
35:08
Speaker B
ใช่
35:09
Speaker C
ไม่ ๆ ๆ ๆ
35:10
Speaker B
ไม่ ๆ ๆ ๆ
35:11
Speaker C
คือคือถ้าอย่างที่เนี่ยถ้าถ้ามาก็จะเห็นว่าทุกคนน่ะจะจะมี Uniform
35:17
Speaker C
เพราะมันเป็นส่วนโรงงาน
35:20
Speaker C
แต่ถ้าเป็น Office สินธรเนี่ยก็คือจะมีหลากหลายมาก
35:25
Speaker C
เพราะว่าเป็นแบบมีทั้งดีไซเนอร์มีทั้งอะไรอย่างงี้ค่ะ
35:28
Speaker C
คือใส่ขาสั้นมาทำงานคือเป็นเรื่องปกติ
35:31
Speaker C
บางทีคนมาสัมภาษณ์งานก็จะแบบช็อกนิดนึงบอกว่า
35:35
Speaker C
ที่นี่ใส่ขาสั้นมาทำงาน
35:37
Speaker B
มีคนใส่เหมือนชุดนอนมาก็ยังมีเลย
35:39
Speaker C
บางคนอาจจะอาร์ต ๆ หน่อยจะใส่เหมือนชุดนอนมา
35:42
Speaker C
อะไรอย่างงี้
35:43
Speaker C
ดังนั้นก็จะแบบมันก็คือไม่ใช่มัน
35:47
Speaker C
ก็คือไม่ใช้ Corporate ที่เราอยากสร้างให้มันแบบดูเอิ่มเขาเรียกว่าอะไรนะ
35:52
Speaker C
เป็นทางการมากเกินไปเพราะว่าเราต้องการ Creativity
35:56
Speaker C
เนาะเราต้องการแบบ Push ไปข้างหน้าเงี้ยค่ะ
35:59
Speaker A
เพราะฉะนั้นนี่ก็
36:00
Speaker A
เป็นภาพรวมที่ทำให้เราได้เห็นนะคะ
36:03
Speaker A
ว่าวันนี้เนี่ยได้มาคุยกับทางแบบพี่คิดและพี่อุ๊ยนะคะซึ่งเป็น 2 ผู้ก่อตั้งนะ Exotic Food
36:10
Speaker A
ก็ทำให้เราได้เห็นอีกภาพนึงนะคะว่าจริง ๆ แล้วเนี่ยธุรกิจในเมืองไทยที่หลายคนบอกว่า
36:16
Speaker A
เฮ้ยบ้านเรามันไม่มี Tech Company ไม่มี Growth Business เลย
36:22
Speaker A
แต่จริง ๆ Core หลักของเราก็คือเรื่องของธุรกิจอาหาร
36:27
Speaker A
เราตั้งเป้าเป็นครัวของโลกได้
36:30
Speaker A
แล้ววันนี้เราก็มีโอกาสที่จะมีบริษัทซอสจากประเทศไทยที่จะเป็นซอสระดับโลก
36:36
Speaker A
ให้คนนึกถึงเวลาอยากจะทำอาหารไทยได้อยู่ที่นี่ด้วย
36:40
Speaker A
วันนี้ก็ขอบคุณทั้งพี่คิดพี่อุ๊ยมาก ๆ
36:42
Speaker A
ที่ชาวเรามา
36:43
Speaker A
พัชชมนะคะ
36:44
Speaker A
เก๋มากเลย
36:45
Speaker A
ขอบคุณนะคะ

Frequently Asked Questions

What inspired the founder to create a Thai sauce company?

The founder, while studying abroad, noticed that Asian shops in places like Costco lacked a variety of appealing Thai ingredients beyond fish sauce and coconut milk. He realized there was an opportunity to create a Thai brand with attractive packaging and cooking recipes to help foreigners understand how to use the products.

What was the founder's age when he conceived the idea for Exotic Food?

The founder was approximately 25 years old when he got the idea for Exotic Food, while he was still studying in America. He then returned to Thailand and shared the idea with his sister.

What was the initial perception of Exotic Food by the public?

Initially, people perceived Exotic Food primarily as a factory that produces and exports sauces. However, the founder clarifies that the company's vision and offerings were broader from the very beginning.

Get More with the Söz AI App

Transcribe recordings, audio files, and YouTube videos — with AI summaries, speaker detection, and unlimited transcriptions.

Or transcribe another YouTube video here →