อ.วุฒิพงษ์ พิชิตวงศ์ - OpAmp ออปแอมป์ ตอนที่ 9

Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:02
Speaker A
การป้อนกลับในวงจรออปแอมป์ มีอยู่ 2 หัวข้อที่ต้องรู้ ก็คือ การป้อนกลับแบบบวก การป้อนกลับแบบบวกก็คือ Positive Feedback กับการป้อนกลับแบบลบก็คือ Negative Feedback
00:32
Speaker A
การป้อนกลับแบบบวกเป็นแบบนี้ ป้อนกลับแบบบวก ป้อนกลับนะครับ ป้อนกลับ เวลาพูดคำว่าป้อนกลับก็คือต้องเอาอะไรบางอย่างจาก Output กลับมาให้ Input
00:53
Speaker A
ฟังนะ ป้อนกลับก็คือเอาบางอย่างจาก Output กลับมา Input
01:00
Speaker A
อันนี้เขาเรียกว่าป้อนกลับ
01:06
Speaker A
Output กลับมาให้ Input
01:10
Speaker A
ทีนี้มันมี Input อยู่ 2 ขา มันก็เลยกลับมาได้ 2 ทาง
01:19
Speaker A
ก็คือกลับมาทางบวกกับกลับมาทางลบ
01:26
Speaker A
ไอ้นี่กลับมาทางบวกก็คือเอามาให้ขาบวก
01:33
Speaker A
อันนี้เขาเรียกป้อนกลับแบบบวก
01:38
Speaker A
ทีนี้ป้อนกลับแบบบวกเนี่ยเขาไม่อเอาสัญญาณมาทั้งหมด
01:48
Speaker A
จะเห็นว่าตรงเนี้ยเอามาแล้วต้องมีวงจรป้อนกลับแบบบวก
01:55
Speaker A
ก็คือทำให้สัญญาณ Output ที่เอามามันลดลง
02:02
Speaker A
มันมีค่าเล็กลดลง
02:05
Speaker A
แล้วเอามาให้ Input อีกทีนึง
02:08
Speaker A
ถ้านักเรียนไม่ลด ไม่ลดสัญญาณตรงนี้ลงนะ
02:16
Speaker A
ไม่ลดลงนะ นักเรียนก็จะพบว่า อัตราการขยายของมันน่ะ
02:27
Speaker A
จะไม่มีอะไรออกมาเลย จะเป็นเส้นตรง
02:32
Speaker A
แล้วก็มีค่าแรงดันเป็น Maximum
02:38
Speaker A
ก็คืออาจจะบวก 12 โวลต์เป็นเส้นตรงเลย
02:44
Speaker A
เพราะเอามาทั้งหมด
02:47
Speaker A
แต่ทีนี้การป้อนกลับแบบบวกคือเอาบางส่วนมา
02:53
Speaker A
จำไว้นะบางส่วนแค่นั้น
02:56
Speaker A
คุณต้องลดสัญญาณ Output ที่เอามาลง
03:03
Speaker A
เนี่ยดูในรูปก็ได้ตรงเนี้ยสัญญาณใหญ่ๆ
03:10
Speaker A
แล้วก็มาได้ตรงเนี้ยเป็นเล็กๆ
03:16
Speaker A
แล้วเอาเข้าไปขาบวก
03:21
Speaker A
เดี๋ยวเราจะเรียนในบทต่อไปนะครับ
03:27
Speaker A
การป้อนกลับแบบลบ
03:32
Speaker A
ง่ายๆ เหมือนเมื่อกี้นี้แหละ
03:36
Speaker A
แต่เอามาทางขาลบ
03:41
Speaker A
จบ
03:42
Speaker A
บวกด้านบน
03:45
Speaker A
เอามาบวก
03:47
Speaker A
อันนี้เอามาลบ
03:49
Speaker A
แต่ว่ามันมี มันมีปัญหาอีกก็คือขาลบเนี่ยเฟสภายใน
04:00
Speaker A
ภายในสัญญาณเนี่ยนะครับ FV เนี่ย
04:06
Speaker A
จะต้องเฟสเป็นเฟสตรงกันข้าม
04:12
Speaker A
ต่างกัน 180 องศา
04:16
Speaker A
ก็คือถ้า Output เป็นบวก ตรงเนี้ยนะ
04:22
Speaker A
ถ้า Output เป็นบวก คุณต้องใส่ตรงนี้เป็นลบ
04:28
Speaker A
มันก็จะกลับ กลับเฟสให้
04:33
Speaker A
นะครับนะ ก็จะทำได้ 2 แบบ เดี๋ยวมาเรียน
04:42
Speaker A
รายละเอียดกันใน ในสัปดาห์ต่อไป
04:49
Speaker A
โอ้ยังไม่หมดอีกเหรอ
04:51
Speaker A
อ่าเกือบหมดแล้ว
04:53
Speaker A
อันนี้เมื่อกี้เนี่ยที่บอกว่าไอ้ตัวแพ็คเกจ
05:00
Speaker A
แพ็คเกจหน้าตาของ IC เนี่ยมันเป็นแบบนี้
05:04
Speaker A
นะครับ มีอยู่ 8 ขา
05:07
Speaker A
ถ้าเป็น 741 ก็มีอยู่ 8 ขา
05:10
Speaker A
นะครับ แต่ถ้าเป็นเบอร์อื่นคุณอาจจะไปเจอว่ามันมี 14 ขาก็ได้
05:17
Speaker A
ถ้ามันมีข้างในอยู่หลายๆ ตัว
05:20
Speaker A
นะครับ 8 ขาแบบเนี้ย
05:24
Speaker A
IC บางเบอร์
05:28
Speaker A
มี 8 ขาก็จริงแต่ข้างในมี Op-Amp 2 ชุดก็ได้
05:35
Speaker A
คือใช้ VCC ร่วมกันแล้วก็ใช้ Offset ร่วมกันก็มี
05:41
Speaker A
นะฮะ อันนี้หน้าตาแบบนี้
05:43
Speaker A
แพ็คเกจแบบนี้เขาเรียกว่า DIP
05:48
Speaker A
DIP
05:52
Speaker A
นะฮะ DIP
05:54
Speaker A
ถ้ามี 8 ขาเรียกว่า DIP 8
06:00
Speaker A
ถ้ามี 16 ขาก็เรียกว่า
06:06
Speaker A
ฮะ
06:08
Speaker A
โอ๊ะ
06:10
Speaker A
พูดหน่อยสิ
06:13
Speaker A
เออ
06:14
Speaker A
DIP 14
06:16
Speaker A
ถ้ามี 1 ขาละ
06:19
Speaker A
ไม่มี DIP 1 ขาไม่มีหรอก
06:22
Speaker A
IC อะไรมีขาเดียว
06:26
Speaker A
โดนฉันหลอก
06:29
Speaker A
อ่าเป็นแบบนี้
06:31
Speaker A
นะครับ แล้วก็
06:34
Speaker A
ขาเขาจะเรียงอย่างเนี้ย
06:37
Speaker A
จุดสังเกตของ ของแพ็คเกจ DIP
06:43
Speaker A
เหมือนกับ IC Digital
06:46
Speaker A
ก็คือ
06:49
Speaker A
ขา 1 จะมีจุดกลม
06:53
Speaker A
ถ้าหาจุดกลมไม่เจอก็ให้ดูตรงนี้
06:59
Speaker A
รอยแหว่งตรงนี้
07:02
Speaker A
นะครับ เหมือน Digital ใช่ไหม
07:06
Speaker A
เรียนมาแล้ว
07:09
Speaker A
มันเรียงแบบนี้เฉพาะ IC 741 นะครับ
07:15
Speaker A
เฉพาะ IC 741 เท่านั้นที่มีชื่อขาเรียงในตำแหน่งนี้
07:22
Speaker A
แต่ถ้าเป็นเบอร์อื่นนักเรียนต้องดูใน Data Sheet ของเบอร์นั้น
07:30
Speaker A
นะดูเอาเอง
07:34
Speaker A
อ่าตัวอย่างเอกสารจากโรงงานผู้ผลิต
07:39
Speaker A
นะครับ ก็
07:43
Speaker A
มันหน้าตาก็จะเป็นภาษาอังกฤษหมดเลยไม่มีภาษาไทยนะครับ
07:49
Speaker A
เนื่องจากว่าไม่รู้จะแปลทำไมภาษาไทย
07:54
Speaker A
อ่า
07:55
Speaker A
ก็จะมี มีแพ็คเกจอยู่เยอะแยะนะครับ
08:00
Speaker A
741 เหมือนกัน
08:02
Speaker A
แต่ว่าถ้าเป็น J Package
08:06
Speaker A
J Package ก็คือเดาว่า J ตัวนี้ก็คือ Japan
08:12
Speaker A
นะครับ ก็
08:15
Speaker A
อันนี้จะเห็นว่าคุณ คุณจะเห็นว่าใช้
08:21
Speaker A
เอ่อ DIP 14 นะครับ
08:24
Speaker A
DIP 14
08:27
Speaker A
อันนี้ DIP 8
08:31
Speaker A
มีหน้าตาแบบอื่นไหม
08:33
Speaker A
อ่า มี มีแบบ 10 ขาด้วย
08:36
Speaker A
แล้วก็แบบนี้ก็มี
08:39
Speaker A
นะฮะ
08:40
Speaker A
SML
08:41
Speaker A
นะฮะ SML
08:43
Speaker A
เป็นแบบแปะอยู่บนแผ่นปริ้นท์น่ะ
08:50
Speaker A
อ้าวดูตารางนี้สักนิดนึง
08:53
Speaker A
มีอะไรที่เรียนไปแล้วบ้างนะครับ
09:00
Speaker A
แรงจ่ายสูงสุดที่ให้ได้ดูในตารางบรรทัดแรกนะครับ
09:07
Speaker A
Power Supply
09:10
Speaker A
VCC บวกกับ VCC ลบดูในชีทของนักเรียนนะครับ
09:16
Speaker A
บนกระดานเนี่ยมองไม่เห็น
09:19
Speaker A
กี่โวลต์
09:21
Speaker A
ดูในชีท
09:23
Speaker A
ตารางเนี้ย
09:24
Speaker A
ดูในชีท
09:25
Speaker A
กี่โวลต์
09:27
Speaker A
บวก ลบ
09:30
Speaker A
18
09:32
Speaker A
บวก ลบ 18 แต่นักเรียนอย่าใช้ เวลาใช้จริงนักเรียนอย่าไปใช้บวก ลบ 18 เลยนะครับ
09:40
Speaker A
อย่างที่บอกว่าไฟในประเทศเนี่ยมันขึ้นๆ ลงๆ ใช่ไหม
09:46
Speaker A
เพราะฉะนั้นเราจะไม่ใช้ใกล้เคียงกับ Maximum
09:51
Speaker A
เพราะว่าถ้าเกินพัง
09:54
Speaker A
เหมือน IC Digital
09:56
Speaker A
เคยทำพังแล้วใช่ไหม
10:00
Speaker A
เวลาเรียน Digital
10:03
Speaker A
เกิน 5 โวลต์
10:06
Speaker A
พัง
10:08
Speaker A
เกิน 5 โวลต์พัง
10:10
Speaker A
IC Digital
10:12
Speaker A
Op-Amp เหมือนกัน
10:14
Speaker A
พวก IC พวกเนี้ย IC นะครับ
10:20
Speaker A
IC เกือบทุกเบอร์ถ้านักเรียนใช้แรงจ่ายไปเกินมันพัง
10:27
Speaker A
เสียเงินเลยนะครับ
10:28
Speaker A
ซื้อใหม่
10:30
Speaker A
ตอนเนี้ยลงแล็บอ่ะยังไม่รู้หรอก
10:34
Speaker A
แต่พอทำโปรเจกต์ขึ้นมาประกอบวงจรขึ้นมา
10:41
Speaker A
รู้เลย
10:42
Speaker A
เสียตังค์แล้วซื้อใหม่
10:46
Speaker A
เก็บตังค์เพื่อนๆ ซื้อใหม่
10:51
Speaker A
มีอะไรอีก
10:52
Speaker A
อ่า Differential Input
10:55
Speaker A
ความแตกต่างของแรงดันภาค Input เนี่ยต่างกันสูงสุดได้เท่าไหร่ครับ
11:04
Speaker A
ดูในตาราง
11:06
Speaker A
บวก ลบ 15
11:09
Speaker A
นักเรียนจะเห็น อ่าอีกคอลัมน์นึงใกล้ๆ กัน
11:15
Speaker A
ตรงเนี้ย
11:17
Speaker A
UA 741M
11:21
Speaker A
UA 741M
11:25
Speaker A
ดูซิ ตารางมันต่างกันยังไงครับ
11:32
Speaker A
ความสามารถมันจะเป็นยังไง
11:36
Speaker A
ทนแรงดันได้มากกว่า
11:40
Speaker A
แล้วก็
11:44
Speaker A
ให้ Input ได้มากกว่า
11:48
Speaker A
ใช่ไหมครับ ความต่างของแรงดัน Input
11:52
Speaker A
เนี่ยให้ได้ถึงบวก ลบ 30 โวลต์
11:59
Speaker A
สามารถ Short Circuit Output ได้ไหม
12:03
Speaker A
อ่านออกเปล่า
12:06
Speaker A
Duration of Output Short Circuit
12:11
Speaker A
เนี่ย ไอ้ตรงเนี้ยที่มีเลข 5 เนี่ย
12:15
Speaker A
สามารถทำได้ไหม
12:18
Speaker A
ตรงนี้เขียนว่าอะไร
12:20
Speaker A
ไม่จำกัด
12:22
Speaker A
ก็คือคุณ Short ได้อ่ะ
12:27
Speaker A
คือ Output เนี่ยต่อสามารถต่อลงกราวด์ได้
12:30
Speaker A
ไม่พัง
12:33
Speaker A
ไม่พัง
12:35
Speaker A
มันจะมีวงจรที่เป็น
12:40
Speaker A
อ่าป้องกันเอาไว้แล้วข้างใน
12:46
Speaker A
อุณหภูมิในการใช้งาน
12:48
Speaker A
อ้าวตอบ
12:50
Speaker A
อุณหภูมิในการใช้งานระหว่าง
12:57
Speaker A
741C กับ 741M เนี่ยต่างกันไหม
13:04
Speaker A
อ่า
13:05
Speaker A
ต่างกันนะครับ
13:07
Speaker A
ต่างกัน
13:09
Speaker A
อะไรทนหนาวได้มากกว่ากัน
13:14
Speaker A
อ่าตัว M มากกว่านะครับ
13:16
Speaker A
ทีนี้
13:20
Speaker A
เวลาเราซื้อเนี่ย 741C กับ 741M เนี่ย
13:24
Speaker A
ราคามันก็ไม่น่าจะเท่ากัน
13:27
Speaker A
แต่ถ้าราคาเท่ากันคุณเอาอะไร
13:31
Speaker A
เอา M
13:33
Speaker A
เอามากไว้ก่อนใช่ไหม
13:36
Speaker A
อ้าวมาดูเรื่องของตารางแพ็คเกจด้วยนะ
13:38
Speaker A
แพ็คเกจใน ใน Data Sheet หน้าแรกอ่ะเรามีแพ็คเกจ
13:46
Speaker A
บอกไว้ให้อยู่แล้วนะครับ ก็คือมันมีแพ็คเกจแบบ DIP
13:53
Speaker A
J เอ่อ FK J อะไรพวกเนี้ย
13:58
Speaker A
ที่เห็นอยู่ในหน้าแรกเนี่ย
14:01
Speaker A
เอ่อความหมายของแพ็คเกจแต่ละอย่างเนี่ย
14:07
Speaker A
มันก็คือจะบอกว่า
14:12
Speaker A
มันใช้กำลังงานเท่าไหร่
14:16
Speaker A
นะครับ มิลลิวัตต์พวกเนี้ยก็จะ เป็นหน่วยการใช้พลังงานไฟฟ้า
14:23
Speaker A
นะครับ แล้วก็ อ่าบางส่วนก็จะหมายถึงเรื่องของความร้อน
14:30
Speaker A
ในตัว ในตัวแพ็คเกจด้วย
14:35
Speaker A
ว่ามันจะทนแพ็คเกจได้เท่าไหร่นะครับ
14:40
Speaker A
ตัวไหนที่ใช้กับอุณหภูมิสูงสุดได้
14:46
Speaker A
เอ่อสูงกว่า สูง สูงที่สุดอ่ะ
14:49
Speaker A
แพ็คเกจอะไร
14:52
Speaker A
ดูดิ
14:56
Speaker A
แพ็คเกจไหนที่ใช้กับอุณหภูมิสูงๆ
15:00
Speaker A
ห๊ะ
15:02
Speaker A
ไหนวะ
15:04
Speaker A
ดูองศา C
15:06
Speaker A
ไง
15:09
Speaker A
ตัวไหนตัวไหน
15:12
Speaker A
FK กับ
15:15
Speaker A
J
15:16
Speaker A
นะครับ ก็อันนี้คือความต่างของแต่ละแพ็คเกจ
15:20
Speaker A
คือใช้เหมือนกันนั่นแหละ
15:23
Speaker A
เวลาใช้ใช้เหมือนกัน
15:25
Speaker A
แต่ถ้าคุณต้องใช้ในอุณหภูมิที่สูงๆ เนี่ยคุณก็ไปดูแพ็คเกจที่เขามี
15:34
Speaker A
ที่ทนอุณหภูมิได้
15:38
Speaker A
แต่ถ้าเป็นแพ็คเกจปกติก็คือแพ็คเกจ D
15:44
Speaker A
ก็จะทนอยู่ได้แค่ 64 องศา
15:48
Speaker A
นะฮะ 64 องศา
15:53
Speaker A
อันนี้มีอะไรที่เราเรียนแล้วบ้าง
15:58
Speaker A
VOM
16:00
Speaker A
VOM ที่เรียนไปเนี่ย
16:02
Speaker A
คือเราไม่ได้เรียนทุกพารามิเตอร์ที่
16:07
Speaker A
ที่เขามีใน Data Sheet นะครับ เราเรียนเฉพาะบางตัว
16:13
Speaker A
ก็คือตัวเนี้ยที่เรียนไปว่า Voltage Swing เนี่ย
16:20
Speaker A
เนี่ยที่ 10K
16:22
Speaker A
RL เท่าไหร่
16:24
Speaker A
แล้วเราจะได้แรงดันต่ำสุดเนี่ยเท่าไหร่
16:28
Speaker A
อันนี้คือช่องเนี้ยที่เรียนไป
16:35
Speaker A
เนี่ย
16:37
Speaker A
อันนี้ก็เรียนใช่ไหม
16:38
Speaker A
CMRR
16:40
Speaker A
เนี่ยถ้าถ้าสอบมาบอกว่าให้ Data Sheet มาแล้วบอกว่าหาค่า เอ่อ Voltage Swing มาก็ดูช่องนี้
16:48
Speaker A
ถ้าหาค่า CMRR ก็ดูช่องนี้
16:52
Speaker A
นะฮะ
16:54
Speaker A
อันนี้มัน 741C ใช่ไหม
16:56
Speaker A
741C
16:59
Speaker A
มี M ด้วยใช่ไหม
17:01
Speaker A
มี M อยู่ด้านนี้ด้วย
17:04
Speaker A
แล้วก็ดูว่า
17:07
Speaker A
เวลากรอบ เวลาตอบเนี่ย
17:10
Speaker A
มันมี 3 คอลัมน์
17:13
Speaker A
มี ดูในชีทนะ
17:16
Speaker A
Min
17:18
Speaker A
TYP ใช่ไหมครับ
17:20
Speaker A
แล้วก็ Max
17:22
Speaker A
TYP เนี่ยมันย่อมาจาก Typical
17:27
Speaker A
Typical ก็คือค่าทั่วไปอ่ะ ค่ากลาง
17:32
Speaker A
ค่า ค่าแบบทั่วๆ ไป
17:35
Speaker A
แล้ว Min Min ก็คือ Minimum
17:38
Speaker A
ก็คือค่าต่ำสุด
17:42
Speaker A
Max ก็คือ Maximum
17:44
Speaker A
ค่าสูงสุด
17:47
Speaker A
นะครับ เวลาคำนวณ
17:51
Speaker A
เวลาคำนวณ เวลาสมมุติว่าเราจะเอาไปออกแบบ
17:58
Speaker A
ก็จะใช้ค่าช่องนี้นะครับ TYP นะ
18:04
Speaker A
TYP เป็น Typical ก็คือค่า ค่าปกติของมันน่ะ
18:12
Speaker A
จดนิดนึงนะ
18:13
Speaker A
TYP ก็คือค่า ค่าปกติ ค่ากลางอะไรอย่างเนี้ย
18:20
Speaker A
เอาค่านี่ไปคำนวณ
18:28
Speaker A
อ่าตัวนี้ PD
18:31
Speaker A
PD นะครับ
18:33
Speaker A
PD ก็คือเขาจะบอกว่าถ้าคุณใช้อุปกรณ์ตัวเนี้ย 1 ตัวเนี่ย
18:41
Speaker A
คุณจะต้องเตรียม Power Supply แหล่งจ่ายให้มันน่ะ
18:46
Speaker A
กี่ กี่วัตต์
18:48
Speaker A
กี่มิลลิวัตต์
18:51
Speaker A
นะฮะ เอ่อ
18:56
Speaker A
แรงจ่ายสมมุติว่าแรงจ่าย
19:00
Speaker A
เอาพูดถึงมือถือของนักเรียนแล้วกันนะครับ
19:04
Speaker A
มือถือของนักเรียนเนี่ยมี มีตัวชาร์จใช่ไหมเล็กๆ ใช่ไหม
19:10
Speaker A
จะเห็นว่าถ้าเพื่อนเราไม่ได้ใช้รุ่นเดียว ยี่ห้อเดียวกันกับเราเนี่ยไอ้ตัวชาร์จของ ของของเขาเนี่ยกับของเราเนี่ย
19:19
Speaker A
มันจะคนละขนาดกันใช่ไหม
19:24
Speaker A
เออ
19:25
Speaker A
ทำไม
19:26
Speaker A
อ่า มี มีคำถามว่าทำไมมันถึงตัวเล็กตัวใหญ่
19:32
Speaker A
นะครับ ถ้าคุณสังเกตเอาแว่นขยายส่องดีๆ นะครับ
19:39
Speaker A
ในนั้นน่ะจะมีเขียนไว้ว่าตัวชาร์จของนักเรียนเนี่ย
19:46
Speaker A
กี่แอมป์
19:49
Speaker A
นะครับ
19:50
Speaker A
ถ้า ถ้า 1 แอมป์ก็ตัวเล็ก
19:54
Speaker A
ส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ เอ่อกี่แอมป์วะ
19:58
Speaker A
1 1 แอมป์ 2 แอมป์
20:02
Speaker A
2.5 แอมป์
20:06
Speaker A
นะฮะ แต่ปัจจุบันมือถือชาร์จเร็วก็จะ 3 แอมป์ขึ้นไป
20:12
Speaker A
นะฮะ พวก
20:14
Speaker A
อะไรยี่ห้ออะไร Oppo
20:18
Speaker A
ไอ้ที่ว่าชาร์จแป๊บเดียวอ่ะ
20:22
Speaker A
เราใช้ได้
20:26
Speaker A
เนี่ยก็จะ 3 แอมป์ขึ้นไป
20:29
Speaker A
อาจจะ 3.5 แอมป์
20:33
Speaker A
นี่เขาเรียนกับเราเหรอ
20:36
Speaker A
จะเลิกอยู่หรอก
20:37
Speaker A
ใช่ไหม
20:40
Speaker A
เนี่ย
20:42
Speaker A
ก็คือต้อง ต้องเตรียมพลังงานให้พอสำหรับวงจร
20:48
Speaker A
เพราะฉะนั้น
20:52
Speaker A
เมื่อกี้ที่พูดเนี่ยก็คือตัว Adapter ชาร์จมือถือของนักเรียนเนี่ย
20:59
Speaker A
นักเรียนใช้ยี่ห้อนี้รุ่นเนี้ยเขาบอกว่าสมมุติว่าเขาให้มา 2 แอมป์
21:05
Speaker A
นั่นก็คือพอแล้ว
21:09
Speaker A
ใช่ไหม
21:11
Speaker A
แต่ตัวชาร์จ 3 แอมป์จะแพงกว่า 2 แอมป์
21:17
Speaker A
ยกเว้นลดราคานะเซลล์
21:19
Speaker A
ไม่ใช่นะฮะ
21:21
Speaker A
เพราะฉะนั้น
21:24
Speaker A
ไอ้ตัวเนี้ยมันจะแพงกว่า
21:28
Speaker A
ทีนี้กลับมาดู Op-Amp เรา
21:30
Speaker A
ถ้าเขาบอกว่า Op-Amp 1 ตัวใช้เท่าไหร่ครับ
21:36
Speaker A
50 มิลลิวัตต์
21:39
Speaker A
50 มิลลิวัตต์นะฮะ
21:42
Speaker A
เนี่ยช่องเนี้ยที่เขียนเนี่ยตรงเนี้ย 50 มิลลิวัตต์
21:46
Speaker A
หน่วยอยู่ด้านข้างนะ
21:49
Speaker A
หมายความว่า Op-Amp 1 ตัวใช้ 50 มิลลิวัตต์
21:53
Speaker A
ถ้านักเรียนเอา Adapter ชาร์จมือถือนักเรียนเนี่ย
22:01
Speaker A
ที่มีอยู่เนี่ย 1 แอมป์เนี่ยพอไหมสำหรับ Op-Amp 1 ตัว
22:10
Speaker A
พอ
22:11
Speaker A
เพราะว่ามิลลิ
22:13
Speaker A
น้อยกว่าแอมป์
22:16
Speaker A
ใช่ไหมครับ
22:17
Speaker A
ถูกไหม
22:19
Speaker A
แต่ Op-Amp 1 ตัวอย่าลืมว่า Op-Amp 1 ตัวไม่ทำงานด้วยตัวมันเองเดี่ยวๆ
22:26
Speaker A
คุณจะต้องมีวงจรล้อมข้างประกอบ
22:30
Speaker A
คำนวณออกมาแล้วพอไหมสำหรับ Adapter ของเราที่มี
22:36
Speaker A
นะครับ อันนี้คือ
22:39
Speaker A
คือเรื่องของการเตรียมแหล่งจ่าย
22:44
Speaker A
อ่า นี่ก็ Slew Rate อีกเหมือนกันนะครับ
22:47
Speaker A
ที่ ที่เรียนเหมือนกัน
22:50
Speaker A
มีอะไรอีก
22:51
Speaker A
อ้าวหมดแล้วนี่
22:55
Speaker A
อ่าหมดแล้ว

Transcribe Another YouTube Video

Paste any YouTube link and get the full transcript with timestamps for free.

Transcribe a YouTube Video