**อาศรมวิชาการด้านการศึกษาไทย (Thai Education Forum) ครั้งที่ 1 — Transcript & Summary | SozAI**
Source: https://sozai.app/transcript/thai-education-academic-forum-1/

การเสวนาวิชาการด้านการศึกษาไทยครั้งที่ 1 จัดโดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทย ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้หัวข้อ อนาคตการศึกษาไทยจะไปทางไหน

## Key Takeaways

- การปฏิรูปการศึกษาไทยต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและแก่นของระบบ ไม่ใช่เพียงการออกกฎหมาย
- คุณภาพครูเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการยกระดับการศึกษา
- ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชื่อมโยงกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- ข้อเสนอการปฏิรูปที่มีอยู่จำนวนมากยังขาดการนำไปปฏิบัติจริง

## Chapters

1. 00:00 พิธีเปิดและกล่าวต้อนรับ
2. 02:15 การนำเสนอแนวคิดการปฏิรูปการศึกษา
3. 06:16 ปัญหาและอุปสรรคของการปฏิรูปการศึกษา
4. 08:09 บทบาทครูและการพัฒนาผู้เรียน
5. 10:00 อภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

## Full Transcript — Download SRT & Markdown

01:00

Speaker A

เฮ [เพลง] [เพลง] เฮ เฮ [เพลง] เ [เพลง] Ah. [เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] เฮ เฮ เฮ [เพลง] เฮ เฮ [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ [เพลง]

14:00

Speaker A

[เพลง] เฮ เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] ครับ เรียนท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ครับ ท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน แล้วก็ผู้เข้าร่วมทุกท่านครับ ทั้งที่เข้าร่วมทางออนไลน์นะครับ แล้วก็ที่ออนไซต์อยู่ที่นี่ครับ หอดนตรีและการแสดงอสงกนตรี 2 อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.สาบัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ครับ ซึ่งขอต้อนรับทุกท่านครับ เข้าสู่อสมวิชาการทางการศึกษาครับ Thai Education Forum ครั้งที่ 1 ครับ

17:17

Speaker A

ครับ โดยในช่วงแรกนี้ครับ ผมจะขอเรียนเชิญทุกท่านครับ เข้าสู่ในช่วงของอสตัวงานในครั้งนี้ครับ โดยจะขออนุญาตเรียนเชิญครับ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยวัฒน์ พรหมจิตติพงษ์ ครับ ท่านรองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ครับ ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับท่านแขกผู้เกียรติทุกท่านครับ ขอเรียนเชิญครับ

19:16

Speaker A

กราบเรียนศาสตราจารย์ ดร.ภาวิตร ทองโรจน์หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทย ผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านนะครับ ท่านศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ดร.วีรชัย เตชวิจิตร คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ครับ รวมถึงท่านกรรมการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทย นักวิชาการ ผู้บริหารการศึกษา นักวิจัย แล้วก็บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ในนามของศาสตราจารย์ ดร.ชวลิต เจริญจิตต์ นะครับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในวันนี้นะครับ ก็รู้สึกยินดีแล้วก็เป็นเกียรติอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้มีโอกาสมากล่าวต้อนรับทุกท่านเข้าสู่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนะครับ ในการจัดอสมวิชาการด้านการศึกษาไทย ภายใต้หัวข้อ "อนาคตการศึกษาไทยจะไปทางไหน" นะครับ

21:55

Speaker A

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒของเรานะครับ ก็มีรากฐานแล้วก็ความผูกพันกับการพัฒนาการศึกษาของประเทศมาอย่างยาวนานนะครับ เราจึงตระหนักแล้วก็รู้สึกว่าการศึกษาไม่ใช่เป็นสิ่งเฉพาะของสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียวนะครับ เป็นเรื่องของการพัฒนาผู้เรียนนะครับ เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคน สังคม แล้วก็อนาคตของประเทศนะครับ ซึ่งในปัจจุบันนะครับ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของโลกนะครับ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม แล้วก็ทางด้านเทคโนโลยีนะครับ คำถามสำคัญในวันนี้นะครับ จึงไม่อาจจะเป็นคำถามเฉพาะแค่ว่าเราจะปรับปรุงการศึกษาไทยอย่างไรนะครับ แต่คำถามสำคัญที่ผมกล่าวถึงก็คือ เราจะร่วมกันออกแบบแล้วก็พัฒนาระบบการศึกษาไทยแบบใดนะครับ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับคนไทยทุกคนนะครับ

23:36

Speaker A

ผมเชื่อมั่นว่าเวทีวิชาการในวันนี้นะครับ ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ และข้อมูลมุมมองที่หลากหลายนะครับ จะเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทบทวนบทเรียน และนำไปสู่ข้อเสนอที่จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้นะครับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนะครับ ก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมสนับสนุนการจัดเวทีวิชาการของศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทยอีกครั้งหนึ่งนะครับ และพร้อมที่จะเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างความร่วมมือเพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาไทยต่อไปนะครับ

25:18

Speaker A

ท้ายที่สุดนี้นะครับ ผมต้องขอขอบคุณศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทยนะครับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้จัดงาน ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เข้าร่วมทุกท่านนะครับ ที่จะได้ร่วมกันสร้างเวทีทางวิชาการอันทรงคุณค่าในครั้งนี้นะครับ ก็ขอต้อนรับทุกท่านนะครับ สู่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒด้วยความยินดียิ่งนะครับ และขอให้การจัดอสมวิชาการในวันนี้นะครับ ประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ทุกประการนะครับ ผมขอบพระคุณครับ

27:26

Speaker A

ครับ ขอขอบพระคุณท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยวัฒน์ พรหมจิตติพงษ์ ครับ ท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ครับ ในลำดับถัดไปครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านได้ร่วมบันทึกภาพครับ เพื่อเป็นที่ระลึกครับ โดยอสการบันทึกภาพของเราครับ จะเป็นการขอให้ทุกท่านครับ อยู่กับที่ครับ แล้วก็จะมีช่างภาพจากด้านบนเวทีครับ ขอบพระคุณทุกท่านครับ

29:31

Speaker A

ในลำดับต่อไปครับ ผมจะขออนุญาตเรียนเชิญท่านศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิตร ทองโรจน์ ครับ ท่านหัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทยครับ ซึ่งท่านจะได้ให้เกียรตินำเสนอประเด็นในการจัดอสมวิชาการในครั้งนี้ครับ พร้อมทั้งฉายภาพทิศทางแล้วก็ประเด็นสำคัญ รวมไปถึงกรอบในการอธิบายสำหรับวันนี้ครับ ขออนุญาตกราบเรียนเชิญครับ

31:13

Speaker A

กราบเรียนท่านรองอธิการบดี ท่านศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ท่าน ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ท่าน ดร.วีรชัย เตชวิจิตร แล้วก็เราจะมีเอ่อ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิที่คงจะตามมาเร็ว ๆ นี้อีก 3 ท่าน ได้แก่ ท่านอาจารย์ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นะครับ แล้วก็ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรีท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ครับ

33:17

Speaker A

ผมคงจะกราบเรียนความเป็นมาสั้น ๆ นะครับ หลายท่านก็คง

35:46

Speaker A

ชาติเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาท ที่ผมคิดว่าเด่นและชัดเจนที่สุดแล้วก็ เกือบจะประสบความสำเร็จผมต้องใช้คำว่า อย่างนั้นอย่างนั้นน่ะนะครับก็คือในช่วง ที่ท่านได้ไปทำหน้าที่เป็นประธานคณะ กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษานะพระ เ่อซึ่งเกิดอ่าจากรัฐธรรมนูญปี 2560 เนี่ยนะครับอ่าได้เสนอแนวทางต่างๆออกมา มากมายนะตั้งแต่เรื่องเอ่อพระราชบัญญัติ หลักของการศึกษาของชาติจนทั้เรื่องเรื่อง ของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเรื่องของ การที่จะทำให้กระจายคุณภาพของการศึกษาได้ อย่างไรตอนนั้นเนี่ยมีปูมิซึ่งพวกเราเห็น เป็นความหวังอย่างมากนะแต่ในที่สุดเนี่ย ก็มันก็เอ่อมีปัญหาระหว่างทางมาเยอะนะ ครับเอ่อวันนี้เราก็คงจะได้เอ่อทราบจาก ท่านจันทรัดว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างแต่ ที่สำคัญที่สุดเนี่ยนะครับก็คืออดีตก็ เป็นอดีตแต่อนาคตจะไปอย่างไรเนี่ผมคิดว่า เราจะได้แสงสว่างจากท่านส่วนหนึ่งผมใครขอ กราบเรียนเชิญท่านศาสติคุณนายแพรัสสุวรรณ เวลาครับผม [ปรบมือ] ก็พอเฮ้ย เออ ค่อนข้างจะตกใจเล็กน้อย เพราะในโปรแกรมเนี่ยผมพูดหลังจากม.ประสาน อาจารย์ประสานกับคุณสมเกียรติ แล้วก็ตั้งคำถามมาเป็นคำถามที่น่ากลัวมาก คือให้ตอบว่าทำไมถึงเป็นไปไม่ได้ เออ ตอนที่ เป็น กรรมการ อิสระเพื่อรูปการศึกษา[เสียงกระแอม] มันขึ้นด้วยรัฐธรรมนูญ แล้วก็กำกับไม่ต้องทำ คือได้หลายๆท่านที่อยู่ที่นี่ก็เป็น กรรมการอยู่ด้วย

38:58

Speaker A

เออ ผมคิดว่าเราลงแรงเต็มที่เลย ดูข้อมูลต่างๆอย่างครบทุกด้านเชิญเป็น หน่วยงานต่างๆเข้ามาให้ความคิดเห็น แล้วก็ออกไปดูในพื้นที่ว่าสภาพมันเป็น อย่างไร แล้วพอจบแล้วแล้วเนี่ย ในการหาคำตอบเนี่ย มันออกคำตอบเดียวไม่ได้เพราะว่าเพราะว่า ถึงพระมีพระราชบัญญัติผ่านเอามา 3 ฉบับนะ จริงๆแล้วก็อีกฉบับหนึ่งยกเป็นร่างว่ายัง ไงต้องแก้ไขแต่ว่าฉบับนั้นก็แท้ไปเออมาดู เดี๋ยวนี้เนี่ยมันก็เห็นชัดว่าถึงไม่มี พระราชบัญญัติก็ยังไปไม่ได้หรอก เออหันไปดูฝรั่งเศส แล้วก็มี การ ประท้วงเพราะเหตุผลเรื่องการศึกษา แต่ว่าเมืองไทยจะตามจากตรงนั้นไม่ยิ่งไป กันใหญ่เลยทีนี้คำตอบมันคืออะไรเอ่อ [เสียงกระแอม] คณะกรรมการแทนที่ออกเป็นกฎหมาย [เสียงกระแอม] ก็เลยออกเป็น[เสียงกระแอม]รายงานรายงานมี อยู่ 13 เล่มในนั้นในด้านต่างๆเพราะมีผู้ เชี่ยวชาญด้านต่างๆช่วยกันมองในมุมต่าง แล้วก็ เมื่อให้มาพรหมมาพูดวันนี้เนี่ย คงจะบอกว่า ในระยะ 6-7 ปีหลังจาก กรรมการอิสระจบไปเนี่ยก็มีการเปลี่ยนแปลง ต่างๆเกิดขึ้นมากเลยณจุดต่างๆก็เห็นแสง สว่างอยู่บ้างปกติเวลาผมจะพูดผมจะพยายาม พูดในส่วนที่เป็นทางบวกพวกเพื่อจะให้บอก

41:07

Speaker A

ว่าเอ้ยเรามีทางแก้ปัญหา แต่ว่า พอมาเห็นหน้า อาจารย์พาวิทยแล้วก็ตั้งโจทย์ขึ้นมาโดย ขณะ ที่ต้องการแก้จริงๆ เมื่อเป็นอย่างนี้เนี่ย รู้สึกว่าพูด ทางบวกมันอาจจะไม่ใช่คำตอบทั้ง บังเอิญเมื่อวันเสาร์ที่แล้วได้ฟังพระ ธรรมเทศนา แล้วก็พระท่านพูดถึงเรื่องสัมมา ทัศนะ ก็เลยได้ไอเดียว่าจริงๆเออปัญหาลงกับที่ ผมคิดไว้มานานแล้วไม่เคยพูดที่ไหนจะบอก ว่าไม่กล้าพูดก็ยังได้เพราะว่าเพราะว่า มันต้องวิเคราะห์กันอย่างรุนแรงเข้มข้น แล้วเข้าไปถึงแก่นจริงๆเราถึงจะแก้ปัญหา นี้ได้แก่นมันอยู่ที่ไหน วันนี้ก็เลยขอ พูดถึงแก่น แล้วก็ คงคิดว่าเป็นสัมมาทัศนะ คือความคิดที่ดีความคิดที่เป็นประโยชน์ โดยที่ไม่ต้องหวังว่าใครจะโกรธ โดยไม่ไม่คิดว่าใครจะเออมองไปในแง่ร้าย เพราะว่าความจริงไม่ได้คิดในแง่ร้ายเลยมี ความประสงค์ที่ทำให้มันเกิดดีขึ้น ทีนี้อันดีคำตอบคืออะไร ครับ เออ จากการที่ศึกษาอยู่ 2 ปีแล้วความจริงเรา ก็มีประสบการณ์จากด้านต่าง คนที่เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆเนี่ยเข้าไป ประเด็นกรรมการ ก็เห็นชัดว่ามันมีปัญหาทุกหัวหน้าแหงเลย แล้ว ในแต่ละเรื่องก็จะมีปัญหาที่ลึกซึ้ง

43:20

Speaker A

เมื่อดูหมดแล้วเนี่ยเห็นว่าปัญหาใหญ่ที่ เป็นปัญหาหลักแล้วก็เป็นปัญหาของประเทศ ไทยมีอยู่ 4 อย่างที่ออกไปว่าเป็นทุกข์ ของประเทศไทยคือเรื่องของคุณภาพการศึกษา ของเราต่ำ เรื่องของความเหลื่อมล้ำที่มันสูงอย่าง มาก เรื่องของความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศที่ ไม่ดีเลยและเหตุผลมันมาจากการศึกษา แล้วผลสุดท้ายก็คือเรื่องประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลของการดำเนินการศึกษาของเราที่ ต่ำ พอไปดู มีหลักฐานต่างๆอยู่มากมายเลยเรื่องคุณภาพ การศึกษาเนี่ยนะครับมันมี ที่ว่าต่ำเนี่ย มันต่ำจริงๆมีหลักฐานต่างๆเยอะแล้วก็ ที่เรารู้สึกว่ามันมีคุณภาพดีอยู่เนี่ย มีจำนวนน้อย อาจจะแค่ 2% ของจำนวนนักเรียนอันนี้เป็น ของ OECD เศึกษามาแล้วก็ถ้าจะพอพออยู่ใน ระดับ OECD ได้เนี่ยก็คือโรงเรียนบางโรง เรียน ผมเป็นรองประธานมุนิธิที่โอลิมปิกวิชาการ ที่คัดนักเรียนของเราไปแข่งต่างประเทศ ก็เห็นชัดเลยว่าคนที่คัดออกมานี่มาจากโรง เรียนเอออาจจะนับไม่ถ้วนใน 10 นิ้ว ส่วนใหญ่แล้วเป็นอยู่โรงเรียนที่คุณภาพ ต่ำหมดเลยอีก 90% ของโรงเรียนที่เรามี

45:19

Speaker A

อยู่เนี่ยอยู่ต่ำกว่าเมาตรฐานของโลกนั่น คือนั่นคือคุณมันต่ำพอเราไปดูรายละเอียด ของคุณภาพก็เห็นชัดว่าโรงเรียนของเรา 30,000 กว่าโรงเนี่ยอยู่ต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งนั้นยิ่งโรงเรียนที่อยู่ที่ห่างไกล เนี่ยก็จะมีคุณภาพต่ำมากเลย แล้วอำเนี่ยก็เป็นสาเหตุของปัญหาอื่นๆ พอไปดูเรื่องของการแข่งขันของชาติเราได้ ที่ 20 กว่าๆ 26 เมื่อหลายปีมาแล้วนั้น น่ะแล้ว พอไปดูปัจจัยที่เข้าไปใช้ในการบอกว่าความ สามารถในแข่งขันแข็งของชาติมีบางปัจจัย ที่เราเก่งเราได้ที่ 1 ที่ 2 ด้วยซ้ำแต่ การศึกษาเนี่ยเราได้ที่ 56 เป็นอันที่ต่ำที่สุดที่มีอยู่ในปัจจัยที่ บอกเรื่องความสามารถในการแข่งขันมันเห็น ชัดว่าการศึกษาของเรานี่ประตูท่วง เรามีเด็กที่อยู่ในชนบทที่เป็นช่างเผือก แล้วสามารถจะแข่งกับคนอื่นเข้ามาได้สติ ปัญญาดีมากเลยแต่โอกาสของเขาต่ำมากเลย เค้าไม่สามารถเข้ามาโรงเรียนอย่างดีได้ เพราะฉะนั้นเราก็เสียพลังสมองไปในที่ต่าง ๆเราไม่ได้ใช้สมองที่เรามีอยู่ในประเทศ ไทย เมื่อเราปรับเรื่องของการสอบเพื่อแข่งขัน ที่จะหาคนที่ไปสอบต่างประเทศ แล้วมีกลไกดีๆเนี่ย เด็กที่อยู่ที่เป็นช้างเปลือกอยู่ในป่าเ มีอยู่มากมายนี่คือ[เสียงกระแอม]สภาพ ทีนี้พอไปดูเรื่องของประสิทธิภาพ

47:14

Speaker A

ประสิทธิผลของการศึกษา มันชัดว่าเราลงแรงลงทุนส่งเงินไปเยอะมาก แต่ว่าไม่ได้คุณภาพอันที่ออกมาชัดนี่คือ การศึกษาของแมคินซี่[เสียงกระแอม] ที่ คลาสฝายผลสำฤทธิ์ทางการศึกษาแล้วก็ออก เป็นพัว กูดเกรด ปรากฏว่าการศึกษาของเราใช้เงินไปเยอะเป็น แส 2-3 แสนล้านนั่นน่ะหรืออาจจะมากกว่า นั้นด้วยซ้ำที่เป็นภาคอื่นด้วยก็ปรากฏว่า ประสิทธิภาพของเราเนี่ยเป็นผู้ เมื่อเทียบกับเวียดนามเวียดนามใช้เงิน น้อยกว่าเราแต่เขาเป็นเกรส[เสียงหัวเราะ] นี่คือนี่คือสิ่งที่จะต้องแก้ไขเพราะว่า ทั้ง 4 อันเมันปนกันอยู่นะมันวนกันอยู่ที นี้ เมื่อปัญหา ว่า ปัญหา ของ สิ่งที่เป็นปัญหาการศึกษาของไทยจริงๆ เนี่ยที่มันซ้อนอยู่ภายใต้ทุก 4 อย่าง นั้น คิดไปคิดมาระบบมันออกมาเป็นวิชสัยทัศน์ ว่าวิสัยทัศน์ของเราเนี่ยเป็นตัว กำหนดที่ทำให้การศึกษาของเราไม่ดีเราคงจะ ต้องมีสัมมาทัศนะเกิดขึ้นนี่นี่คือสภาพ เมื่อเป็นอย่างนี้วิสัยทัศน์อะไร ถ้าจะแปลมันแรง ไอ้ ทุกข์ทั้ง 4 นั่นน่ะ

49:23

Speaker A

คนจำนวนหนึ่งบอกว่าไม่จริง เพราะว่า การศึกษาของเราคุณภาพมันดีมันดีจริงๆไม่ ต้องเปลี่ยนหรอก อันนี้ก็บอกว่าจริงๆมันเป็นตาบอดน่ะมี หลักฐานมีเหตุผลต่างๆอยู่เยอะแยะก็มองไม่ เห็นก็เรียกว่าตาบอด แต่ว่า มีคน ที่ มองเห็นว่ามันเป็นทุกข์ แล้วก็เป็นจริงคือคุณภาพมันต่ำมีความ เหลื่อมล้ำแข่งขันไม่ค่อยจะได้และ ประสิทธิภาพมันต่ำเนี่ย แต่ว่า เค้าเห็นแค่เห็นทุกข์ พอไปดู พุทธศาสนา เห็นชัดว่ามันมีขันธ์ 5 อยู่ คนที่เห็นทุกข์เนี่ยไม่ได้เกิดเวทนา พอไม่เกิดเวทนาก็ไม่เกิดสัญญาสังหาร วิญญาณมันก็ไม่ได้แก้เพราะฉะนั้นคำถามที่ บอกว่าทำไมถึงแก้ไม่ได้เนี่ย เพราะว่าเราบอดที่ใจมันบอดจริงๆมันมองไม่ เห็นเพราะฉะนั้นจะเห็นเลยว่าเวลาพูดถึง ที่ต่างๆว่าจะต้องแก้ปัญหาเนี่ยปัญหา เรื่องคุณภาพ โดยเฉพาะในที่ที่ห่างไกลอย่างเดียวปัญหา คือความเหล็มล้ำเราก็เหมือนจะเป็นขอแถมๆ นะไม่ใช่คำตอบ พอมองไปถึงเรื่องความสามารถในการแข่งของ ชาติเราก็ไม่บอกอื่นที่เราจะแก้ได้เป็น ลืมในการศึกษา เพื่อจะให้มัน แรงมากขึ้น เมื่อ 5-60 ปีที่แล้วประเทศมาเลเซีย

51:28

Speaker A

ประเทศอินโดนีเซีย เขาเพิ่งเป็นประเทศใหม่และกำลังสร้าง อุดมศึกษาของเขาเขามาดูงานประเทศไทยนะที่ มาเลเซียเนี่ยเจัดการประชุมเพื่อจะวางแผน เรื่องการอุดมศึกษาของประเทศแล้วก็เค้าก็ ตอนนั้นเเชิญผมไปด้วยให้ไปบรรยายเรื่อง ความเป็นอิสระของมหาวิลัยไทย เพราะว่าตอนนั้นเรากำลังพยายามปรับให้ เป็นมหาวลัยในกำกับ เมื่อต้นปีต้นปี มีรายงานของการประเมินโดย QS แล้วก็ถ้าเอาเฉพาะประเทศในเซาเอเชียหรือ อาเซียน ตุลกรมหาวิทาลัยตกเป็นที่ 9 ไม่ให้ต้นตก เป็นที่ 12 ถูกแซงโดยมหาวลัยของมาเลเซียและ อินโดนีเซีย ถ้าเราฟังเรื่องของมหาวิทยาลัยอันนี้ปี นี้นะที่มันออกมาเนี่ยถ้าเราฟังเรื่องของ มหาวิทยาลัย คนไทยก็ยังภูมิใจกับมหาวลัยของเราเราก็ บอกว่ามหาวลัยของเราดี เราก็บอกว่า เรามีจุดดีอยู่แล้วจุดที่เขาชื่นชมกับใน โลกเรามีนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งที่ไป อยู่ใน 2% ของนักวิทยาศาสตร์ลูก ไม่เห็นมีใครพูดถึงเรียกว่าเราถูกแทรกแซง คนจำนวนหนึ่งก็บอกว่า QS มันทำผิดเจนมัน ไม่ถูกถ้าเราจะไปแข่งขันโอลิมปิก เราก็ทำไปตามเกมของโอลิมปิกเถามเกมมายัง ไงเราก็ต้องสู้จนได้่ะ แต่ว่า

53:32

Speaker A

1 เราก็ QS วัดผิดมามลของเราดีอันนั้นก็ แปลว่าเราตาบอด แต่ที่ร้ายกว่าเนี่ยเรายอมรับว่า QS ออก มาอย่างนี้เนี่ยมันน่าตกใจนะ แต่มีใครได้ยินเสียงตกใจตรงไหนวะ ไม่มีเวทนาเกิดขึ้นนะ ทั้งหลายของเราไม่ได้แก้ไขเลย ผมใส่เลข 985 5 มาให้ดูประเทศจีนนะเมื่อปี 1998 เตระหนักเลยว่ามหาวลัยของจีนเนี่ยมันเสึ มันถดถอยนะมันเสื่อมนะเค้าก็ออกโครงการ ใหญ่คือโครงการ 985 มันเดือนพฤษภาคมก็เลย ใส่ตัว 5 เข้าไปด้วยเอามาลัย 39 แห่งของ ประเทศที่เป็นมหาวิลัยนำเนี่ยมับตับใหม่ หมดเลยลงทุนกันอย่างเต็มที่เลยและให้ความ เป็นอิสระ ตอนนี้ 20 กว่าปีภายหลัง มหาวิลัยของจีนสู้ได้ในในระดับโลกเนำใน หลายเรื่องเลยเกือบจะแซงใครๆไป ต่อมาเค้าก็มี 211 อ่ะไหลอีกะนะเพราะ ฉะนั้น เมื่อเราก็อาจจะคิดว่ามหาวลัยของเรายังดี

55:00

Speaker A

อยู่แต่ความจริงๆเนี่ยน่ากลัวเราบอด น่ากลัวไม่ใช่บอดที่ตาแต่น่ากลัวบอดที่ใจ วิสัยทัศน์ของเราไม่มีเราไม่มีวิสัยทัศน์ ที่เรามองว่ามหาวิทยาลัยของไทยต้องแก้ แล้วนะทีนี้พอตรงนี้เป็นยังไงบ้างเพื่อจะ ยืนยันว่ามันจริงนี่นะ ผมมีเพื่อนเป็นนักวิชาการ อุทิศตนให้เป็นอาจารย์ดูแลกันอย่างเต็ม ที่เลย ถามว่าทำงานมา 20 กว่าปีแล้วก็ได้ตำแหน่ง ทางวิชาการทีละน้อยทีละน้อยด้วยได้เงิน เดือนกลับกลับบ้านได้เท่าไหร่ เมื่อเมื่อหลายๆปีมาแล้วมันก็แค่ 4-50,000 ตอนนี้อาจจะขึ้นไปเป็น 80,000 90,000 เป็น 100,000 แต่ลองดูที่เราเอาคนที่เราอุทิศตนให้กับ มหาวิทยาลัย แล้วให้การตอบแทนเขาแค่นั้นแล้วก็จะขอ เป็นพรสส.เขอยากๆชะมัดเลยอะไรต่ออะไรก็ เป็นเกณฑ์ที่ห้ามแล้วเกณฑ์นั้นบ่อในเซ็น ของเรานะ ถ้าทำการวิจัยเป็นทีมก็จะต้องดูว่าคุณใส่ ไปกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าใส่เปอร์เซ็นต์ไม่พอไม่ใช่ผู้นำคุณก็ ไม่ใช่ทั้งๆที่การวิจัยไม่ใช่การวิจัยใจ คนเดียวอีกแล้วนะมันต้องวิจัยเป็นทีมนี่ คือกฎเกณฑ์ทั้งหลายที่เรามีอยู่แล้วก็ เป็นตัวกำกับมหาวิทยาลัยไม่ให้เดินต่อไป เพราะฉะนั้น เราคงต้องตื่นขึ้นมาและเห็นว่าเราไม่บอด ในเรื่องของมหาวิทยาลัย เราไม่บอดทางใจด้วยซ้ำว่าเรารับได้เพราะ มหาวลัยของเรายังดีอยู่แม้จะถูกแซงด้วย มหาวลัยของมาเลเซียอินโดนีเซีย

57:06

Speaker A

แล้วก็อาจจะประเทศอื่นๆที่จะแสดงเราต่อไป อีก รู้สึกจะพูดแรงเกินไปหรือเปล่านะครับ เพราะว่าเออรู้สึกอย่างนั้นจริงๆรู้สึกมา หลายปีแล้วด้วยแต่ว่ายังรู้สึกว่ามันมี ปัญหา อีกด้านหนึ่งที่เป็นวิสัยทัศน์ คือเรื่องของสายตาสั้น เราได้ยินอยู่เรื่อยใช่มั้ยว่าเราอยากให้ เป็นมารเป็นวิจัยเราอยากให้นวัตกรรม และนวัตกรรมที่เกิดเนี่ยต้องเป็นประโยชน์ ให้เห็นทางด้านธุรกิจหรือเป็นพาณิชย์หรือ ออกเป็นสตางค์ให้ได้ อันนี้เป็น คล้ายๆวิสัยทัศน์ในปัจจุบันที่จะผลักดัน มหาวิทยาลัย เมื่อ 10 กว่าปีแล้วเนี่ยมีการประชุมใหญ่ ๆเรื่องอาหารที่ตักกิ่ง มีอาจารย์ ลไทย ที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารเนี่ยไปเสนอ เปเปอร์3เปอร์ เขากลับมาบอกเลยว่าเปเปอร์ของเราเนี่ย เป็นเปเปอร์ประยุกต์ตื้นมากเลย ที่นั่นน่ะมีของจีนที่เสนอ เป็นร้อย แล้วทุกอันเนี่ยหลักพื้นฐานเข้มอย่างแรง เลย แล้วเราในที่สุดจะทำให้มหาวลัยของเรา เนี่ยกลายเป็นมหาวลัยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ใช่มั้ย อันนี้มันค่อนข้างชัดนะว่ามันเป็นสายตา สั้น แล้วถ้าสายตาสั้นเป็นอยู่อย่างนี้เนี่ย มันจะไปถึงไหนกันยังไงเเราได้แต่ลอกคน อื่น ทีนี้พอไปรู้ เรื่องความรู้พื้นฐาน

59:08

Speaker A

เราก็ไม่ใช่ละเลยนะเค้าก็มี Foundation resีarิร์chแต่เล็กนิดเดียวแล้วไม่เคยพูด ถึงมันเลยนะมีคนมีกี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า ของเราในสนับสนุน Foundation Research ด้วย เออ ไอ้ที่ร้ายที่สุดเนี่ย คือเรื่องการศึกษาของเราละเลยวัฒนธรรม ละเลยจริยธรรมธรรมระเลยคุณธรรมของเราเรา ได้ยินว่าทีม วอลเลย์บอลหญิงไทยไปชนะ ญี่ปุ่นไปชนะจีนเตกใจมากเลยว่าเป็นยังไง ทำไมถึงไทยถึงชัยชนะก็มีรายงานการ วิเคราะห์ ว่าทำไมทีมไทยถึงชนะ คำตอบจากทั้งจีนญี่ปุ่นออกมาว่าไทยชนะ เพราะวัฒนธรรมไทย เสังเกตดูว่าถ้าคนเล่น ผิดพลาดไอ้โค้ชต่างประเทศมันจะเอาเลยนะ แต่โค้ชไทยเนี่ย ไม่ว่างั้นเลยคุณพลาดไปไม่เป็นไรคุณสู้ ใหม่แล้วคุณรวมกันให้เป็นทีมให้ดีช่วย เหลือกันให้เต็ม นั่นคือ[เสียงกระแอม]คำตอบของเค้าที่เรา มาดูเมืองไทยเราก็บอกว่าเราเน้นเรื่อง เทคโนโลยี เราเน้น สตีมเราเน้นสเตม แล้วก็อยากจะให้มันเจริญก้าวหน้าตรงนั้น มากๆ เรากำลังเห็น Generation ชัใหม่ของเรา เนี่ยลืมวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมตะวันตกมันเข้ามาอย่างแรงมาก เรื่องความเป็นปัเจคบุคคลเข้ามาแรงมาก เพราะฉะนั้น work life balance เข้ามา

61:17

Speaker A

อย่างแรง ทีนี้ ผมดูเรื่องการศึกษาแพทย์ศาสตร์อยู่ ตอนนี้เนี่ย work ปลานมันมาแรงเพราะ ฉะนั้นตัวเองจะสำคัญไอ้เรื่องของประโยชน์ ของผู้อื่นเป็นกิจที่ 1 นะมันจะักถอยลงไป เห็นชัดใช่มั้ครับว่าในสังคมเนี่ยกำลังมี การเปลี่ยนแปลงแล้วการเปลี่ยนแปลงนี้ เนี่ยเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คนไทยทิ้งของ ดีของเราที่มีอยู่ให้กลายเป็น ตามตะวันตกไปอย่างเต็มที่เลยแล้ว Generation ใหม่ของไทยที่เรียนเฉพาะ เทคโนโลยีเรียนเฉพาะของที่เป็นเรียกว่า วิทยาศาสตร์แต่ลืมวัฒนธรรมไทยลืมคุณธรรม ส่วนนี้เนี่ย generation ใหม่ของเราใน อนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นผมรวมทั้งหมดประเด็นต่างๆด้าน นี้เนี่ยมากล้ากลายเป็นสายตาสั้น เพราะว่าเรามีของดีอยู่เรามีสิ่งที่ดี ที่เราชนะในเชิงของ Medical Hub เราไม่ได้ชนะด้วยเทคโนโลยี เราลอกเข้ามา แต่ว่าเราชนะด้วยความมีน้ำใจของไทย ผมมีคนไข้ที่เรารักษาและในที่สุดก็ย้าย กลับไปต่างประเทศเเขียนมาบอกเลยว่าการดู แลการรักษาที่เมืองไทยเนี่ยดีกว่าเยอะ เพราะน้ำใจของพยาบาลน้ำใจของแพนถ้าต่อไป ของเรากลายเป็นคนที่ ขาดวัฒนธรรมไทยจะเป็นอย่างไรตรงนี้เนี่ย เรื่องสายตาสั้นเี่น่ากลัวจะเป็นตัวปัญหา มา

63:30

Speaker A

เรื่องสายตาแคบร Vision หรือภาษาทางด้านทางด้านเอ่อ จักสูต เเรียกว่าทิทิบล่าวิชเป็นท่อ เราก็เห็นปัญหาแล้วก็เรามุ่งไปแก้ปัญหา แล้วแก้ปัญหาเหล่านั้นก็เป็นประโยชน์ จริงๆจริงได้ประโยชน์และแก้ได้เพราะมัน มองชัดว่าตรงนั้นเป็นปัญหาอะไรนี่คือสภาพ ที่เรากำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันแล้วลงไป แก้เฉพาะปัญหาเลยลืมภาพภาพกว้าง ไอ้ที่ลาวชัเน่ากลัว เพราะว่าในมุมหนึ่งเนี่ยถ้าเราไม่มองเห็น ภาพกว้างมันก็จะเกิดความเหลื่อมล้ำที่ รุนแรงยิ่งขึ้น ถ้าเราตรงนี้มันใช้ประโยประโยชน์ได้แต่ ว่าถ้าเรา จัดให้ดีเนี่ยแล้วก็เห็นภาพอ้างด้วยแล้ว ประประสบกับภาพเฉพาะด้วยเนี่ยก็จะเป็นคำ ตอบเอ่อเมื่อกี้ท่านอาจารย์ประวิตรพูดถึง ว่าเราจะหาคำตอบผมยังรู้สึกว่าคำตอบด้าน หนึ่งเี่มันกระทบกับด้านอื่นเพราะฉะนั้น ต้องดูให้ดีโดยรอบนี่คือตัววิสัยทัศน์ที่ เราขาดไปเราไม่ได้มองวิสัยทัศน์ตามที่มัน พึงจะเป็น อีกปัญหาหนึ่งจะเป็นปัญหาวิสัยทัศน์ เหมือนกัน คือปัญหา ย้ำยำทำ เพ perseveration คือคิดแล้วก็ทำคิดแล้วทำมันก็คิดอยู่ อย่างงั้นน่ะ ถ้าดูระบบของเราที่มีอยู่เนี่ยมันกลาย เป็นย้ำคิดย้ำทำซะเยอะเลยนี้ถ้าเราดูผมทำ งานทางระบบประสาทเนี่ยถ้าคนไหนก็ตามเป็น ผู้ที่สมองเสื่อมอาการแรกของสมองเสื่อม กลายเป็นอาการที่เปลี่ยนความคิดไม่ได้ เปลี่ยนความเชื่อไม่ได้เเรียกตรงนั้นว่า cognitive inflexibility

65:47

Speaker A

สภาพนี้คือสภาพที่เป็น ปัญหาปัญหาหลักของประเทศไทยนะเพราะว่า ปัญหานี้เนี่ยเป็นปัญหาที่เราไม่สามารถจะ ปรับแก้ความเชื่อความคิดได้ คนที่รับผิดชอบอยู่เนี่ยก็ไม่ได้แก้เอา อันแรกสุดคือมาตรฐานคุณภาพการศึกษา เราใช้มาตรฐานคุณภาพการศึกษาด้วยการดู เนื้อหาสาระแล้วมันก็ใช้ได้จริงๆมัน 20 กว่าปีมาแล้วถ้าอาจารย์เลคเชอร์เออเราจด ไปแล้วท่องถ้าท่องมาได้ดีรู้ดีเนี่ยก็ได้ เกียรติยมนั่นคือมาตรฐานคุณภาพการศึกษา แต่เรารู้ว่าเดี๋ยวนี้เนี่ยการศึกษามัน เปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องเนื้อหาสาระมันเป็นเรื่อง ของความสามารถในการหาเนื้อหาจากที่ต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากมายความสามารถนี้เป็นความ สามารถที่ต้องสร้างขึ้นใหม่ พอไปได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องสามารถอ่านและ เข้าใจและรู้เรื่อง จากตรงนั้นต้องคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น มีความคิดเริมสร้างสรรค์ เมื่อ 3-4 เดือนที่แล้วมาเมืองมีนัก บริหารการศึกษาแล้วก็สื่อเถียงกันว่า หนังสือที่ตี้พิมพ์ออกมาจากสสวท.หนังสือ วิทยาศาสตร์เนี่ยมันยากเปื้อนไปสำหรับนัก เรียนไทยเป็นเอกสารออกมาจริงๆเลยพอไปดู จริงๆเนี่ยมันแปลว่าเค้ายังรู้สึกว่า เนื้อหาสาระคือคำตอบมาตรฐานกของการศึกษา แล้วเลยยังมองว่าตรงนั้นเนี่ยมันยากไป สำหรับเด็กไทยจะต้องง่ายกว่านั้นก็ถ้าถ้า ง่ายกว่านั้นก็แปลว่าเราส่งคนไปแข่ง โอลิมปิกไม่มีทางชนะหรอกนี่นี่คือสภา เพราะฉะนั้นการเปลี่ยน พูดอย่างี้เราเหมือนกับว่าเออมันก็ควรจะ ต้องเปลี่ยนนะถ้าไปถามมาอะไรต่างๆยังมี อาจารย์ที่เลคเชอร์ให้นักเรียนจดแล้วไป ท่องมั้ย

68:02

Speaker A

มันชัดนะยังไม่อยู่เยอะเลยแล้วเวลาสอบก็ สอบตามนั้นด้วยถ้าคนไปหามามากๆแล้วไม่ตรง กับฉันคุณอาจจะสอบตกด้วยซ้ำ นั้นนั่นคือสภาพของจะเรียกว่า cognitive inflexibility คือมันเปลี่ยนไม่ได้จริงๆตรงดีเนี่ยอาจจะ เป็นปัญหาของโรงเรียนอาจเป็นปัญหาของแม้ แต่มหาวิทยาลัย นี้อีกด้านหนึ่งเนี้ยคือการศึกษา ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศอันนี้ เราใช้มาเป็น 20-30 ปีหรือ 10 ปีแล้วด้วย ซ้ำนะที่จะต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ผมไปประชุมที่ปัตตานี แล้วก็[เสียงกระแอม]มีนักบริหารการศึกษา ที่นั้นก็บอกว่าเมื่ออยู่ในประเทศไทยเป็น คนไทยก็ต้องรู้ภาษาไทยไอ้ตรงนี้เนี่ยมี ปัญหาสำหรับเด็กที่ปัตตานดีมากเลยเพราะ ว่าที่บ้านก็พูดคนละภาษาเลยนะพอมาเข้าโรง เรียนแล้วต้องสอนเป็นภาษาไทยเนี่ยมันไม่ รู้มันไม่เข้าใจพอขึ้นชั้นเเรียนประถม 1 ก็ยังไม่เข้าใจเลยภาษาพอครบปีก็ต้องขึ้น ชั้นเพราะไม่ขึ้นไม่ได้มันก็มีเด็กใหม่ เข้ามาจะต้องสะสมอยู่ตรงนั้นระบบมันบอก ว่าไม่รู้เท่าไหร่ก็ขึ้นไปเถอะนี่คือระบบ ของเราเค้าก็ใช้ระบบเนี้ยกำกับทั้งๆได้ รู้ว่ายูิเซฟเนี่ยเคยทำการศึกษาในโรง เรียนที่เป็น ปาฏิพันธ์แล้วถ้าภาษาที่บ้านไม่เหมือนกับ ภาษาที่ใช้ที่โรงเรียนเนี่ยต้องใช้ มาตรการพิเศษนะที่จะต้องช่วยคนเหล่านี้ ให้เวลาและให้ความสนใจมากยิ่งขึ้นถึงจะทำ ให้เา้าเรียนได้ ตรงนี้เนี่ยเรารู้อยู่ในปัจจุบันนี้ว่า แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

70:10

Speaker A

แต่ละส่วนแตกต่างกันเพราะฉะนั้นการใช้ มาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งประเทศเนี่ยไม่ ใช่คำตอบอีกแล้วความถนัดของนักเรียนก็อาจ จะไม่เหมือนกันด้วย อันนี้เนี่ยเราได้ออกพระราชบัญญัติฉบับ หนึ่งผ่านออกมาแล้วคือพระบัญญัติพื้นที่ นวัตกรรมทางการศึกษาแต่ปรากฏว่านี่ 5-6 ปีแล้วมันยังไม่ไปไหนเท่าไหร่เลยมีโรง เรียนบางโรงเรียนที่แหกคอกคือไม่ถามตาม ข้อกำหนดที่ไปจากตรงกลางถ้าไม่เป็นอย่าง นั้นโรงเรียนนั้นก็เจริญได้ นี่คือนี่คือสภาพที่มีอยู่เพราะฉะนั้น เรื่องของการที่เราบอกว่าเราจะต้องเหมือน กันทั้งประเทศเนี่ย มันเป็นคำตอบที่ผิดแล้วแต่ว่าคนยังยึด อยู่กับตรงนั้นนี่นี่คือระบบการศึกษาของ ไทยถ้าจะแก้ต้องไม่แก้ตรงนั้นแล้วแก้ตรง ไหนมันก็กลายเป็นแก้วิสัยทัศน์หรือวิชั่น ของเค้าให้เห็นว่ามันต่าง พอมองลึกลงไปจากวิสัยทัศน์ สิ่งที่เป็นเหตุของวิสัยทัศน์อย่างที่มี อยู่ คือการอำนาจการบริหารและรูปอำนาจทรัพยากร ไว้ที่ระบบกลางและเครือข่ายของระบบกลาง ที่กระจายออกไปทั้งประเทศแต่ยังเป็นระบบ กลางอยู่ดีระบบนี้ จัดการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์และวิธี ปฏิบัติด้วย ผมไปที่กระบี่มีโรงเรียนขนาดเล็กโรงึตั้ง อยู่ในวัดผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นอิสลาม ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งเจ้าอาวาส เข้ามาช่วยกันแล้วก็ฝึกเด็กให้มีมีพหุ วัฒนธรรมก็เห็นชัดว่าไปได้ดีทีเดียว ผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าให้ฟังว่ามันมีคำสั่งจากเบื้องบนไม่ ใช่เฉพาะเถื่อศึกษานะแต่ว่ากระทรวงอื่นๆ ก็ส่งไปบอกว่าให้โรงเรียนทำอะไรบ้างปีนึง ตั้ง 80 คำสั่ง

72:38

Speaker A

แล้วเขาก็มีหน้าที่ทำตามคำสั่งเหล่านั้น เอ่อที่ร้ายกว่านั้น ก็คือต้องเขียนรายงานเพราะฉะนั้นครูที่ อาวุโสขึ้นมาหน่อยมีความสามารถหน่อยก็มี หน้าที่เขียนรายงานว่าได้เอาไปทำแล้วแล้ว ก็ได้ทำได้ดีด้วยมีประโยชน์นี่คือคำตอบ ที่ต้องการเกิดขึ้นมานี่คือระบบของเราที่ ทำให้ มันไม่สามารถที่จะแก้ได้ ท่านผู้อำนวยการที่นั่นบอกเลยว่า ไอ้ที่ตั้งใจทำและทำได้ดีเนี่ยต้องหยุด และเลิกไปเพราะว่ามันต้องมาทำไอ้เรื่อง อย่างเงี้ยที่เป็นคำสั่งอย่างที่ต่างๆ แล้วถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ด้วยนะ เพราะว่ามันเป็นขึ้นอยู่การจัดการจัดสรร ทรัพยากร แล้วขึ้นอยู่กับการบริหารงานบุคคล ผมไปที่เกาะ ที่จังหวัดสุราษฎรธานี บนเกาะมีโรงเรียนขนาดเล็กๆมีครูอยู่ 2 คน นักเรียนเนี่ยตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ประฐม 6 แต่ละชั้นมีนักเรียนอยู่สัก 10 คนหรือว่าอาจจะต่ำกว่า 10 คนด้วยซ้ำครู 2 คนไม่สามารถที่จะสอนได้ทั้งหมดเพราะว่า ไม่ได้ฝึกมาในทางการสอนพระวิช ชั้นพระวิชา และยิ่งไปกว่านั้นเค้าก็ใช้ โทรทัศน์เพื่อการศึกษาซึ่งจิจริงๆิง โทรทัศน์เพื่อการศึกษาก็ได้ปรับตัวเองนะ ที่จะทำให้ปรับวิธีการเรียนการสอนแต่ว่า เนื้อหาสาระมันก็ยังเป็นตัวหลักอยู่ ที่โรงเรียนนั้น

74:33

Speaker A

ทางบนเกาะมันไม่มีไฟฟ้าเวลาวันเ้าเก็เปอะ เปิดไอ้โทรทัศน์เพื่อการศึกษาไม่ได้ สมเด็จพระศรีนครินทร์ชนนี ท่านเคยเสด็จไปแล้วเท่านก็ให้บริจาคเงิน ให้ทำ[เสียงกระแอม] เอ่อโซลารเซลล์แผงโซราเพื่อให้เกิดไฟฟ้า แล้วก็ใช้โทรทัศน์การศึกษาได้ก็ก็ใช้แล้ว ก็สอนนักเรียนอย่างน้อยแก้ขัดไปด้วยการ ที่มีเนื้อหาสาระในชั้นต่างๆเสอนอยู่ทั้ง 6 ชั้นแล้วก็ชั้นอื่นๆด้วย เมื่อเป็นอย่างดี ตอนที่ผมไปเนี่ยบังเอิญ ไอ้แผงโซล่าเซลล์มันเสีย เลยไม่สามารถจะใช้โทรทัศน์เพื่อการศึกษา ได้ ถามเว่ามันเสียไปนานเท่าไหร่แล้วเบอกว่า 3 เดือนแล้ว 3 เดือนที่แล้วนี่เด็กไม่ ไม่ได้รับการศึกษา เพราะว่ามารอว่าเมื่อไหร่จะได้จัดขอหือ ตั้งงบประมาณเพื่อจะไปแก้ไอ้แผงแผง โซลารเซลล์นี่นี่คือสภาพของเราการจัด ทรัพยากรเนี่ย ตัวอย่างตัวอย่างหนึ่งซึ่งรุนแรงมากเลย พวกเรารู้จักไปโรงเรียนขยายโอกาส เมื่อ 35 ปีที่แล้วประเทศไทยอยากจะขยาย การศึกษาชั้นมัธยมต้น ก็วิธีง่ายที่สุดก็เอาโรงเรียนขณะที่ใหญ่ ดอยที่สอนประถมจนถึงประฐม 6 ก็มีทรัพยากร มากกว่าโรงเรียนอื่นหน่อยให้กลายเป็นโรง เรียนที่รับจนไปถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3

76:33

Speaker A

แต่ว่าทรัพยากร มีให้ น้อยมากทั้งจำนวนครูทั้งครูจำพิธีครูแล้ว ก็เครื่องมือทั้งหลายเค้าก็เค้าก็พยายาม สอนแต่นี่คือหัวใจของปัญหาการศึกษาชั้น มัธยมซึ่งเป็นส่วนต้นของระบบที่เป็น เรื่องวิทยาศาสตร์เรื่องความก้าวหน้าทาง ความคิดเพราะหมดนี้เด่น ของโรงเรียนขยายโอกาสไม่อยู่ในสารระบบของ การที่จะแก้ปัญหานี่นี่คือสภาพ เมื่อต้นปี ผมไปในโครงในงานของกองทุนเพื่อความเสมอ ภาคการศึกษา ได้เห็นโรงเรียนขยายโอกาส 3 โรงที่เขา พยายามปรับตัวเองเอาชุมชนเข้ามาช่วย ก็ก็สามารถที่จะให้เด็กชั้นมัธยมต้นเนี่ย ทำแผนงานวิทยาศาสตร์แล้วก็ทำไอ้ exibit แสดงได้เมาบอกเลยว่าถ้าเขาได้มี การสนับสนุน ทั้งกำลังคนทั้งเอ่อ ทรัพยากร เขาจะทำได้ดีแต่นี่คือขอคอดของระบบการ ศึกษาไทย ทีนี้ระบบครู กับกำลังจะจบพอดี เราดูแล้วเหมือนกับว่าครู เป็นหัวใจของการศึกษาเป็นหัวใจของคุณภาพ การศึกษาแต่ว่า ผมเคยประชุม เเรียกว่าสภาคณบดีศึกษาศาสตร์กับ ธนุศาสตร์ แล้วก็ จากสถิตินี่บอกว่ามันมีจะตำแหน่งว่างงาน ตำแหน่งว่างที่จะรับไปเนี่ย อีก 4 ปีข้างหน้าเนี่ย 20,000

78:52

Speaker A

27,000 คนแต่ถ้ารวมมหาลัยของทั้งประเทศ ที่สอนศึกษาศาสศาสตร์ครุศาสตร์ รับนักเรียนเข้าไป 33,000 แปลว่าอีก 4 ปีเนี่ยจะมีคนจบศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์แล้วก็ว่างงานอีก 7,000 คนอัน นี้เป็นมาเป็นมาหลายปีแล้วเพราะฉะนั้นก็ มีคนที่ว่างงานอยู่เพราะว่าเรียนจบแล้ว แต่ไม่มีที่ให้ทำงาน รู้มว่าเวลาเขาจะรับสมัครมีตำแหน่งแล้วจะ สอบมีตำแหน่งอยู่ 2,000 ตำแหน่งมีครูไป สมัคร 200,000 คน มันเห็นชัดทีนี้พอที่ไปดูที่โรงเรียน ก็เห็นชัดเลยว่า เขามีครูสอนไม่พอเพราะครูที่อาวุโสก็กลาย เป็นครูชำนาญการครูชำนาญการพิเศษครู่ เชี่ยวชาญผู้ทรงกวุฒิก็ไปทำหน้าที่อื่น ไม่สอน โรงเรียนทำยังไงก็เลยใช้ครูอัตราจ้าง ครูอัตราจ้างนี่คือคนที่เรียนจบมาแล้ว แล้วก็มาสอนแล้วก็ได้เงินเดือน 15,000 ตามที่กำหนดแต่ว่าไม่มีสวัสดิการไม่มี อะไรอย่างอื่นเลย แต่ร้ายกว่านั้นอีกหลายโรงเลยมีครูอัจจาก ร่างเป็นคาบให้มาสอนอาทิตย์ละ 1 คาบ 2 คาบ 3 คาบเงินที่ได้เนี่ยไม่ถึงพันไม่ถึง

80:32

Speaker A

หมื่น ในเมื่อเมื่อการศึกษาของเราอยู่ภายใต้การ ดูแลของครูในลักษณะอย่างนี้ มันมันจะดีขึ้นได้อย่างไร ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งรับ ครูศึกษาศาสตร์ปีละพันพันคนแต่ใน 1000 คน นั้นเนี่ยรับครู ประถมศึกษา 60 คน ครูปฐมวัยคืออนุบาลนะ 30 คนอีก 910 คน เป็นสาขาเฉพาะที่มี วิชาโทวิชาเอก ที่จะเรียนเป็นการเฉพาะเป็นภาษาอังกฤษ เป็นอะไรเท่าไหร่ที่มาถามถามว่าทำไมต้อง เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นเพราะนักเรียน ต้องการอย่างนั้นนักเรียนต้องการอย่าง นั้นโรงเรียนมาเลยต้องทำตามเพราะว่างบ ประมาณที่ได้ไปเนี่ยมันใช้ในถ้า เงินเดือนูเสียเยอะแล้วไม่มีเงินเหลือ ต้องอาศัยเงินที่เก็บมาได้เองก็ต้องเก็บ มาจากค่าธรรมเนียมการศึกษาแต่ว่าค่า ธรรมเนียมการศึกษาขึ้นแผงก็ไม่ได้เพราะ ว่าคนมันยากจนคนขัดสนก็เลยต้องเพิ่มจำนวน แล้วก็จำนวนต้องเป็นไปตามที่นักเรียนอยาก ได้นี่คือสภาพของระบบการศึกษาของไทยนะ ระบบของครูของไทยมันลงลึกไปมากเลยที่ อเมริกาก็มีปัญหาอย่างนี้ในบางรัฐเนี่ย เขาจะมีระบบการจัดการในการสร้างและดูแล ครู ของเราเนี่ยครูกลายเป็นเครื่องมือที่ตรวจ ระบบที่มีการบริหารจัดการโดยที่การบริหาร ระบบบุคลากรมาขึ้นกับส่วนกลางตรงนี้เป็น ปัญหาใหญ่ทีเดียวที่แก้ผิวเผินเนี่ยมัน

82:37

Speaker A

แก้ไม่ถูกหรอก หากคำตอบตรงนี้เราก็บอกว่าต้องปรับโครง สร้างอำนาจ ใครจะเอาพรวนลูกพรวนไป ผู้แมวแมว แล้วก็บอกแมวนี้มีอำนาจเสียด้วยแล้วแมว นี้ไม่มีวิสัยทัศน์ของระบบที่มีอยู่แล้ว มันจะจะแก้ยังไงนี่คือปัญหาของชาติ อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของอาจารย์ภาวิทยและ ทีมงานที่จะต้องไปหาคำตอบและคำตอบเหล่า นี้เนี่ยเออถ้าแก้ไม่ได้มันก็ยังต้องแก้ อยู่ดีอ่ะนะทำไปทีละน้อยทีละน้อยแก้ตรง นู้นตรงนี้ไปเท่าที่จะทำได้แต่ว่า ถ้าจะถามว่า ทำไมถึงเปลี่ยนไม่ได้ เหตุผลมันลงลึกมากเลยในระบบของเรา เอ่อบังเอิญ ผมเป็นนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทาลัย อยู่สส.ระยะหนึ่งเมื่อ 20 ปีมาแล้ว คุณอานัน์ปัญญชุน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการสภาและ ท่านก็บอกด้วยนะว่า รัชกาลที่ 5 ท่านเลิกท้าแล้ว แต่มหาวิทยาลัยของเราเนี่ยยังไม่ยอมเลย ท่านนี่ๆคือสภาพที่คอมเมนต์ที่ น่าจะตกใจผมไปเป็นนายกสภามหาลัยสงขลา นครินทร์อยู่ 10 ปี 200058 -2568 ก็ได้ร่วมกับทางด้านผู้บริหารร่วมกับ อาจารย์พยายามที่บอกว่าเราจะเป็น มหาวิทยาลัยจะเป็นอิสระได้อย่างไรก็ มีปัญหาอยู่เยอะพอสมควรทีเดียวเออเมื่อปี ที่แล้วผมพบพ้นจะพ้นจากวาระผมก็เลยเขียน

84:54

Speaker A

หนังสือเล่มนึงคือการพลิกผันสู่มาลัยใน กำกับ เออ ใส่ ไอ้อีเมลaddressรสของผมอยู่ในนั้นด้วอยู่ บนสไลด์ด้วยถ้าใครอยากได้หนังสือเล่มนี้ นะครับก็ส่งอีเมลของท่านมาให้ผมจะส่งไป ให้ท่านเป็นeบุ๊คโดยที่ไม่ต้องมีค่าใจค่า ใช้จ่ายอะไรเลยนะเอ่อผมคิดว่า มหาวลัยเป็นจุดศูนย์กลางของการเปลี่ยน แปลงนะพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้เนี่ยอยู่ จากมหาวิทยาลัยทั้งหลายถ้าเราไม่เปลี่ยน มหาวิทยาลัยเนี่ยเราไปเปลี่ยนการศึกษามัน ไม่ได้เพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนทั้งหมดนี่ คือสภาพผมคิดว่าผมพูดมามากพอแล้วก็ขอหยุด เพียงแค่นี้นะครับถ้ามีไรทากระทบกระเทือน ก็ขออโหสิกรรมด้วยครับขอบคุณครับ ครับขอขอบพระคุณท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จากสุวรรณเวลาครับที่ได้ให้ เกียรติบรรยายพิเศษในช่วงนี้ครับและใน โอกาสนี้ครับขออนุญาตเรียนเชิญท่าน ศาสตราจารย์ดร.เพื่อพระวิองโรจนครับได้ ให้เกียรติมอบของที่ระลึกครับขออนุญาต เรียนเชิญครับ ครับและในช่วงต่อไปครับจะเป็นหัวก็ เปลี่ยนการเรียนรู้เปลี่ยนอนาคต ห้องเรียนครูและผู้เรียนที่ประเทศไทย ต้องการครับ โดยวิทยากรของเราในวันนี้ครับท่านเป็น แพทย์ครับเป็นนักวิชาการและเป็นผู้มีบท บาทสำคัญครับในการพัฒนาระหว่างระบบการ วิจัยการเรียนรู้ของประเทศไทยครับและท่าน เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลาินทร์ครับและท่านเป็นผู้ อำนวยการคนแรกครับของสำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัยหรือสกว.นอกจากนี้ครับ ท่านยังเป็นผู้บุกเบิกครับการจัดการความ รู้เพื่อสังคมและเผยแพร่แนวคิดเรื่องการ เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติการพัฒนาพัฒนา ครูและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 11 อย่าง

88:23

Speaker A

ต่อเนื่องครับในโอกาสนี้ครับขออนุญาตกราบ เรียนเชิญท่านศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พาณิชย์ครับขอเรียนเชิญครับ กราบเรียนท่านอาจารย์วัจรัตน์ ท่านจันทร์ภาวิทย ท่านผู้ทรงคุณวุฒิเอ่อที่เคารพทุกท่านนะ ครับเอ่อโจทย์ที่ท่านอาจารย์วิตรมอบให้ผม ก็คือให้พูดเรื่องห้องเรียนครูแล้วก็นัก เรียนนะที่ถูกต้องเหมาะสม ในการที่จะทำให้ คนไทยในอนาคตมีคุณภาพสูงนะครับก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณที่กรุณาให้โจทย์เอ่อที่มี ค่ายิ่งอันนี้นะครับ ครับก็ก่อนที่จะ เอ่อพูดต่อไปก็ต้องกราบเรียนข้อจำกัดนะ ครับเพราะว่าไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้นะ ครับเอ่อผมคิดว่าเวลาจะเอ่อทำเรื่องอะไร พูดเรื่องอะไรคิดเรื่องอะไรเนี่ยต้อง เริ่มที่เป้าหมายก่อน นะฮะเอ่อ เป้าหมายการศึกษา ต้องอยู่ที่ การที่จะหนุนให้ ผู้เรียน ได้พัฒนาเต็มศักยภาพ ให้มากที่สุดที่มากได้มีคนบอกว่าขณะนี้ใน โลกเราเนี่ย การศึกษาได้หนุนการพัฒนาคนเพียง 30% maximum potential ผมก็ไม่ทราบจริงหรือ เปล่านะฮะเ่อแล้วก็ตั้งคำถามพอเจออย่าง นี้ก็ตั้งคำถามแล้วแล้วของไทยเท่าไหร่อ่ะ กี่เปอร์เซ็นต์ของ maximum potential อย่างี้นะครับเพราะนั้นอันนี้ก็คือ challenge ของเรานะฮะในการที่จะ

90:55

Speaker A

เอ่อเอ่อจัดระบบการศึกษาให้มีคุณภาพสูง ให้จงได้ทีนี้เอ่อพอพูดถึงเรื่องไอ้เนี่ย ก็อยู่ที่ว่าหมายความว่าไง่ะ potential [เสียงกระแอม] poenttial ที่มักจะถูกละเลมิติของความ เป็นมนุษย์นะ เนี่ยอย่างเงี้ยครับที่ผมคิดว่าเราจะต้อง มาช่วยกันตั้งคำถามนะครับเมื่อเป็นอย่าง นั้นเนี่ยหมายความว่าการเรียนรู้เนี่ย ต้องทำหนุนให้เด็กเนี่ยเติบโตครบทุกมิติ Holistic Learning ซึ่งการสอนแบบบอกสอน passive learning ไม่มีทางทำได้สำเร็จอย่างเงี้ยครับนะครับ เอ่อสิ่งที่ยิ่งนับวันยิ่ง จำเป็นอย่างยิ่งก็คือเรื่อง Empathy เรื่องการที่จะอยู่กับ สภาพของสภาพสังคมสภาพรอบแวดล้อมรอบตัวที่ มี ambiguity ambiguous มีความไม่ชัดเจน เจน มองได้หลายแง่หลายมุมแล้วก็ไม่แน่นอน เปลี่ยนไปได้เนี่ยนะ Empathy คือเข้าใจ ผู้อื่นเข้าใจความรู้สึกนะเห็นอกเห็นใจ ผู้อื่น กระบวนการยิ่งนับวันเนี่ยทางวงการศึกษา โลกเนี่ยยิ่งให้ความสำคัญต่อที่เรียกว่า Scial and Emotional Learning

92:21

Speaker A

ฝรั่งเขาตั้งคาส E A S E Collaborative for academic นะ of Social and Emotional Learning มา 20 กว่าปีนะฮะในบ้านเราไม่มีไม่มีเอ่อ การเน้นเรื่องนี้เลยนะครับเอ่อเอ่อผมเอ่อ เขียนหนังสือเรื่องนี้แล้วก็หมกมุ่นกับ เรื่องนี้พอสมควร เมื่อไม่กี่วันมาเนี้ยนึกขึ้นได้นะซึ่ง ไม่ทราบว่านึกถูกหรือนึกผิดนะว่าเฮ้ยนี่ มันเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนี่หว่า การเข้าใจตัวเองเข้าใจผู้อื่นเห็นคนเห็น เห็นอกเห็นใจผู้อื่นนะแล้วก็ทำเพื่อ ประโยชน์ส่วนรวมเนี่ยนี่คือคุณธรรม จริยธรรม เพราะฉะนั้นฝรั่งเตีตีความ S เป็นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม จากมุมของฆราวาส จากมุมของเอ่อของเอ่อจะเรียกสัตว์ทางสมอง นะครับ อีกอันนึงก็คือเป้าหมายต้องอยู่ที่ว่าวาง ฐานไว้ให้เด็กเป็น Life Long Learner เพราะสิ่งที่เรียนในวันนี้อีก 3 ปี 5 ปี

93:48

Speaker A

จำนวนไม่น้อยสัดส่วนไม่น้อยไม่เหมาะสม แล้วบางส่วนผิดจากกัน หนังสือเล่มนี้นะครับ The New Meaning of Educational Change Michael Fullen Michel Fullen นี่เอ่อผมเอาไปคุยกับคุณ หญิงกาสมาท่านบอกโอ้ยสมัยท่านเป็นปลัด เป็นในเลขาธิการสภาเอาธิการไอ้สพฐ.เนี่ย ท่านเชิญมาไอ้ เชิญมาที่เมืองไทยเนี่ยบ่อยนะครับหนังสือ เล่มนี้เป็นที่ 6 นะพูดถึงเรื่องเป้าหมาย การเรียนรู้ว่าต้องนำไปสู่ deep learning ซึ่งหมายถึงเน้นที่ 4C ผมจะไม่เอ่ยเออ่าน นะฮะ 44 ตามในสไลด์ นะ การที่จะฝึก CC เหล่านี้เนี่ยเรียนไม่ได้ โดยการสอน แต่เรียนได้โดยการฝึกจากชีวิตจริงการ ปฏิบัติจริง นะตามด้วยแล้วครูเนี่ยไม่ใช่ teacher แต่

94:59

Speaker A

เป็นโค้ชเพื่อให้เด็กได้ฝึกแล้วก็ได้ สะท้อนความคิด นะฮะเอ่อท่านที่สนใจว่าผมอ่านเอ่อเรื่อง พวกนี้แล้วเอ่อเขียนไว้ยังไงเี่ก็อยู่ใน โกธูอย่างที่ให้ลิงก์ไว้นะครับ michel fulen บอกว่า ถ้าจะให้ การศึกษาเปลี่ยนแปลงอย่างมีคุณภาพต้องมี การดำเนินการเน้นที่ความเป็นระบบท่านใช้ คำว่า system นะคือไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่งโดดๆ เดี่ยวๆมันจะเชื่อมโยงกันหมดอย่างที่ท่าน อาจารย์มจรัก็พูดแล้วนะครับทุกเรื่องที่ เราจะพูดถึงเนี่ยมันจะโยงกันไปหมดเลยนะ ครับ หนังสือเล่มนี้ออกมาตั้งแต่ปี 11 15 ปี มาแล้ว นะผมไปถาม AI ว่าหนังสือเล่มไหนที่ให้มิติที่ลึกมากที่ มองเรื่องการเรียนรู้แบบสมัยใหม่ไม่ เหมือนสมัยโบราณไม่เหมือนสมัยเมื่อ 20-30 ปีก่อน AI ทุกทุกสำนักชี้มาที่หนังสือเล่มนี้นะ หนังสือเล่มนี้บอกว่า Education ยุคนี้ไม่ใช่ยุค Education แต่เป็นยุค Learning นะฮะ เอ่อ knowledge ไม่ stable

96:34

Speaker A

นะแต่ constantly change knowledge ไม่ได้เป็นแท่งๆเป็นสต๊อกแต่ เป็น flow นะฮะท่านคงอ่านต่อได้นะให้เห็นว่า กระบวนทัศน์ว่าด้วยการศึกษาต้องเปลี่ยน อย่างรุนแรงนี่หนังสือเล่มนี้เขียนเมื่อ ออกมาเมื่อ 15 ปีที่แล้วแปลว่าเขียนเมื่อ 167 ปีที่แล้ว นะ The New Culture of Learning นะ หนังสือเล่มเล่มเนี้ยบอกว่า วัฒนธรรมการเรียนรู้เนี่ยต้องเปลี่ยนไป อย่างเงี้ยเปิดเป็นการเรียนรู้แบบเปิดนะ ฮะก็คือหมายว่าไม่ไม่ยึดมั่นถือมั่นใน ความจริง แบบเดียว นะต้องเรียนแบบ participatory นะต้องเรียนแบบ experiential จากประสบการณ์ตรงนะเรียนแบบเป็นเครือข่าย ไปร่วมกับคนอื่นฮะนะฮะเป็นทีมแล้วก็ไลฟอง นะหนังสือเล่มเดียวกันเนี่ยบอกว่าคุณค่า ของมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องการรู้ฮะไม่ใช่ Knowing แต่เป็น 4 5 ตัวเนี้ยครับเบอร์

98:03

Speaker A

1 คือ questioning นะครับนี่คือหัวใจสไลด์นี้นี่ทางทีมผู้ จัดคงจะส่งให้ท่านเอาไปใช้ประโยชน์ได้นะ ครับเอ่อ เมื่อหลายปีมาแล้วผมติดใจมากเลยกับ หนังสือเล่มนี้ของโปสเซอร์แจ็คเซิรซึ่ง เสียชีวิตไปแล้วนะครับตอนนี้ ก็อ่านแล้วก็เขียนหนังสือเล่มขวามือนะ ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรีนะฮะหนังสือผมไม่ต้อง ขอนะฮะเอาเอาชื่อไปค้นแล้วก็ดาวน์โหลด PDF ไฟล์ได้ฟรี การเรียนรู้ที่แท้ต้องเป็น transformative learning นี่คือหัวใจฮะไม่ใช่ fix learning นะฮะต้องเป็นเครื่องมือทำให้คนเนี่ย เปลี่ยนใจตัวเอง เปลี่ยนเล็กแล้วแต่กรณี แต่ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดอยู่ตลอดได้ ตลอดคือพูดง่ายๆว่าต้องไม่ใช่เป็นคนที่ิก ในเรื่องของความเชื่อหรือความคิดใดๆนะ ครับ มาถึงห้องเรียนฮะโจทย์ของอาจารย์พาวิทย แล้วนะครับไอ้ตะกี้นั่นคือเป้าหมาย ตัวเป้าหมายนะฮะเพราะั้นจะทำอะไรต้องตั้ง เป้าไว้ก่อนเนี่ยสำหรับสไตล์ผมนะครับห้อง เรียนไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมที่โรงเรียน เท่านั้น ต้องเป็นระบบนิเวศรอบตัวเด็กตามในนี้ครับ คือในครอบครัวที่บ้านนะฮะในชุมชนแล้วก็ อย่าลืมครับออนไลน์ space นะครับนี่คือหัวใจฮะเด็กต้องได้ เรียนจากทุกที่แล้วอย่าลืมครับ เด็กเรียนสิ่งดีก็ได้สิ่งถูกต้องก็ได้

100:00

Speaker A

สิ่งเลวก็ได้ทำยังไงเราจะช่วยให้เขาได้ เข้าใจว่าสิ่งไหนที่เขาเข้าไปสัมผัสนั้น เป็นสิ่งเลว สิ่งไหนที่เข้าไปสัมผัสเป็นสิ่งดีนี่คือ หัวใจนะครับ เราต้องการระบบนิเวศรอบตัวเด็กที่หนุน เหล่านี้นะคือหนุนให้เขาเป็นตัวของตัวเอง agนcyฮะเป็นผู้ริเริ่มการเรียนรู้ของตัว เองเป็น Learner นะไม่ใช่ รอแต่ให้ผู้สั่งผู้ใหญ่สั่ง นะฮะเป็น active learning เป็น experiential learning experiential learning นี่จะเป็นหัวใจสำคัญที่สุดเดี๋ ซึ่งเดี๋ยวจะอธิบายลงลึกนะครับซึ่งหมาย ความว่าเมื่อมีประสบการณ์ใดแล้วเขาจะต้อง มีนิสัยสะท้อนคิดจากเรื่องนั้นจาก ประสบการณ์ตรงนั้นจากข้อมูลที่เขาสังเกต เห็นจากประสบการณ์นั้นนะทักษะนี้ทักษะการ สะท้อนคิดจากประสบการณ์จะเป็นทักษะสำคัญ ที่สุดในสายตาผมนะพอพูดอย่างนี้แปลว่าผม ก็ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดนะแต่ผมคิดอย่างนี้ แหละผมเชื่ออย่างนี้แหละนะแล้วก็ปฏิบัติ เองมาอย่างนี้แหละ ทักษะการสะท้อนคิดจากประสบการณ์ตรงของตัว เองเป็นทักษะสำคัญที่สุดของ Life Long Learning นะ แล้วแล้วก็ระบบนิเวศนั้นได้จะหนุนให้เขา ได้เรียนจากปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น นะที่เรียกว่าสังสังคมอารมณ์ศึกษา Social

101:50

Speaker A

and Emotional Learning ที่ผมกลับ เรียนไปแล้วนะครับ Social and Emotional Learning คือ หนังสือเล่มนี้นะครับท่านไปเอาชื่อ หนังสือไปดาวน์โหลดได้ฟรีนะ สมรรถนะเชิงสังคมอารมณ์หลักใหญ่ที่คาสซล และและหนังสือเล่มบนคือหนังสือเล่มล่าง ที่ผมเขียนเนี่ยได้จากแรงบันดาลใจจาก หนังสือเล่มบนฝรั่งแต่ไม่ได้ไม่ได้แปล แล้วก็ไม่ได้ลอกด้วยนะฮะสมัยนี้นี่เขียน หนังสือนี่ง่ายมากนะครับมีคนช่วยเยอะคือ AI แต่ว่าช่วยนะครับไม่ได้เขียนแทนนะ ครับ Social and emotional learning skills หัวใจสำคัญที่สุดมี 5 อย่างตามใน Bullet Point นี้ครับอันที่ 1 คือเข้า ใจตัวเอง นะแล้วก็ตั้งเป้าหมายอันที่ 2 คือเข้าใจ ผู้อื่น Empathy นะครับอันที่ 3 คือตั้ง

102:59

Speaker A

เป้าหมายตั้งเป้าหมายของการเรียนรู้ของ การพัฒนาตัวเองนะตั้งเป้าหมายการแสดงความ รับผิดชอบอันที่ 4 คือ มีทักษะในการมีความสัมพันธ์เชิงบวก คิดไม่เหมือนกันแต่เป็นเพื่อนกันได้ นะ คิดไม่เหมือนกันไม่ทะเลาะกันไม่ขัดแย้ง กัน แล้วก็อันที่ 6 อันที่ 5 คือตัดสินใจ อย่างมีจริยธรรม อ่าแล้วก็รับผิดชอบ ต่อตนเองต่อผู้อื่นต่อสังคม และต่อโลกนี่คือหัวใจย้ำนะครับการศึกษา สมัยนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเองคนเดียวเท่านั้น ต้องเพื่อนๆรอบตัวเพื่อพ่อแม่พี่เราค่อน ข้างจะคุ้นกันนะครับแต่ว่าหัวใจสำคัญที่ สุดคือต่อสังคมและต่อโลกฮะ และต่อโลกอันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะครับ จำขี้ปากมาจาก OECDECD พูดมา 10 กว่าปีแล้วนะครับนะเพียงแต่ว่า รู้สึกคนจับประเด็นได้ยากมากตรงนี้ว่าการ ศึกษานั้นเพื่อไม่ใช่เพื่อ Knowledge นะ ฮะไม่ใช่เพื่อฉลาดนะครับแต่เพื่อ wellbe เพื่อชีวิตที่มีความสุขสุขภาวะ แล้วก็ที่สำคัญคือของตนเองของผู้อื่นของ สังคมและของโลกย้ำอยู่ตรงนี้ฮะย้ำตรงนี้ นะครับเพราะฉะนั้นถ้าจะได้อย่างที่ อาจารย์พาวิตรอยากได้เนี่ยต้อง

104:50

Speaker A

การศึกษาต้องไม่ใช่แค่เพื่อประโยชน์ individual เท่านั้นนะครับนี่คือหัวใจใน ความเข้าใจของผมนะครับ มาถึงครู ครูต้องเป็นในดีไซเนอร์ผู้ออกแบบนะแล้วก็ เป็น facilitator ของการเรียนรู้ของลูกศิษย์ นะ[เสียงกระแอม] แล้วก็ เป็นการเรียนรู้แบบ Active Learning อย่างที่ว่าแล้วนะครับ ครูต้องเป็นนักสังเกต ความแตกต่างของลูกศิษย์แต่ละคน นะเคารพความแตกต่างนั้นเข้าใจความแตกต่าง นั้นแล้วก็หนุนความแตกต่างนั้นให้เค้าได้ เติบโตให้เขาได้พัฒนาเกิดความรู้สึกมั่น ใจในตัวเองเคารพคนอื่นนะเข้าใจเอ่อเรื่อง ราวต่างๆในเรื่องการเรียนรู้ทั้งหลายนะ ครับเป็นนักประเมิน ประเมินในที่นี้ ไม่ใช่ evaluation ไม่ใช่ submitive evaluation แต่เป็น formative assessment ซึ่งประเมินแล้วต้อง feedback เป็นก็คือ constructive feedback นะชมและท้าทาย ชมให้กำลังใจและท้าทาย คำที่ต้องไม่หยุดก็คือโอ้โหนี่ผลงานของ

106:29

Speaker A

เอ่อลูกนี่นะของนักเรียนนี่นะสุดยอดเลย มีทางทำดีกว่านี้มั้ยลูก สุดยอดแปลว่ายังมีดีกว่าทำได้ดีได้กว่า อีกไอ้นี่คือการทำให้เด็กเกิดอะไรครับ โกรธ mind โดยไม่รู้ตัว นะอย่างเงี้ยครับคือความเอ่อหน้าที่ของ ครูนะครับเอ่อเป็นนักตั้งคำถามมากกว่าให้ คำตอบอันนี้เอ่อชัดเจนตั้งแต่หนังสือเล่ม ที่ว่าตะกี้นะครับนะฮะเอ่อแล้วก็ครูต้อง เป็น ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตโดยเฉพอย่างยิ่งการ เรียนรู้จากลูกศิษย์และเรียนรู้ร่วมกัน กับครูเรียนรู้ร่วมงานกับครู กระชึษาไทยเอามาใช้เป็น 20 ปีก็คือ PLC นะแต่อย่างที่ท่านอาจารย์หมอจรัสว่า โรงเรียนและครูก็เอามาทำเพื่อสนองของนาย ว่านายสั่งให้ทำก็รายงานว่าทำแต่ไม่ได้ ใช้คุณค่าที่แท้จริงของ PLC นะซึ่งก็คือ การเรียนรู้จากการปฏิบัติของครูร่วมกัน จากการปฏิบัติของครูนะครับ นักเรียนมนุษย์ทุกคนจะเรียนรู้ได้ดีเมื่อ ตัวเอง เป็นเจ้าของการเรียนรู้และเป็นผู้จัดการ เรียนรู้ของตัวเองขับเคลื่อนการเรียนรู้ ของตัวตัวเองอยู่ในหนังสือเล่มนี้นะครับ งอกงามความรักเรียนดาวน์โหลดได้ฟรีนะใน หนังสือเล่มนี้จะคือคือเรื่องนี่คือ เรื่อง Student Engagement Student Engagement นั้นมี 2 school

108:20

Speaker A

ตามปกติทั่วไป บอกว่าครูมีหน้าที่ทำให้เกิด student engagement ผู้เป็นพระเอกนางเอกแต่มีอีก school นึง ท่านเพิ่งเกิดเพิ่งโผล่ออกมาจาก ออสเตรเลีย บอกว่าไม่ดีเท่าไหร่แบบนั้นแบบที่ดีกว่า คือนักเรียนเป็นผู้ engage ตัวเองและ เพื่อนๆคือนักเรียนเป็นผู้ลงมือกระทำนะฮะ เอ่อในหนังสือเอ่อของผมนั่นแหละนะฮะก็คน ทำเก็เเก่งมากนะฮะเอ่อเพราะว่าไอไอ้ไอ้ หนังสือต้นตอเนี่ยเค้าก็บอกว่าเอ่อเลเวel ของ student engagement เนี่ยมี 6 เลเวel 3 เลเวลเนี่ยเป็นไม่สนใจเรียนอยู่ ทางซ้ายมือในรูปเนี่ยนะทางขวามือ 3 3 แท่งนั้นเนี่ยคือความสนใจเรียนนะฮะคือไม่ สนใจเรียนเนี่ยก็เริ่มตั้งแต่ว่าเอ่อแย่ สุดก็คือไม่ใช่ไม่สนใจฮะป่วนเลยป่วนชั้น เรียนนะแต่ไอ้สนใจที่สุดเนี่ยก็คือว่า เป็นเรียกว่าเป็นผู้ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง แล้วร่วมกันกับเพื่อนด้วยนะครับงั้นจะให้ ดีที่สุด การศึกษาครูต้องหนุนให้นักเรียนเป็นผู้ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ของตัวเองนะให้มาก ที่สุดที่จะมากได้ กลับเรียนไปแล้วว่าครูต้องเป็นนักเรียน นักเรียนรู้นะ

109:57

Speaker A

ตะกี้กลับเรียนว่าเครื่องมือคือ PLC แต่เครื่องมือที่ดีกว่า PLC ที่จริงก็ อยู่ในตระกูลเดียวกันนะฮะแต่ว่าดีกว่าคือ SLC School นะฮะเอ่อ โรงเรียนเนี่ยเป็นชุมชนเรียนรู้ School as Learning Community นะฮะแล้วก็ตัว เจ้าพ่อของเรื่องนี้ก็คือโปสเซอร์ มานาบุตะ นะฮะสัตโตนี่ก็เมื่อสัก 5-6 เดือนมาแล้ว เนี่ยก็มาเมืองไทยฮะวชรวุฒิเชิญมาเก็ชวน ผมไปทันข้าวด้วยนะคุยกันโอ้สนุกๆมากเลย เมื่อ 2 วันก่อนนะไอ้ครูที่วชิราวุฒิก็ ส่งข่าวมาบอกว่า มีการประชุมที่เกาหลีใต้นะเกี่ยวกับ เรื่องนี่แหละ SLC นี่แหละนะเป็นการเปิด ชั้นเรียนนะอาจารย์ไมตรีเปิดชั้นเรียนที่ นั่นนั่นเอ่อแล้วก็บอกว่าคนไทยไปกันตั้ง 100 คนเ นะบอกคนทั้งหมดเนี่ยเป็นไอ้พัน 2,000 คน อะไรเงี้ยที่ไปประชุมกันนะฮะก็หมายความ ว่าเอ่อเป็นวิธีการที่จะทำให้โรงเรียน เป็นชุมชนดูซึ่งผมจะไม่ลงรายละเอียดนะ

111:11

Speaker A

ครับท่านสนใจก็ดาวน์โหลดหนังสือเอ่อเล่ม นี้ไปอ่านได้นะครับหรือจริงๆแล้วก็คือ เอ่อค้นด้วยคำว่า SLC เนี่ยก็จะได้อะไรต อะไรเยอะเลยนะฮะแล้วเติมมานาบุตะเข้าไป ด้วยนี่ก็จะเจออะไรตรเยอะเลยนะครับ มาถึง พระเอกนางเอกที่แท้จริงคือผู้เรียน นะฮะ ผู้เรียนต้องได้รับการหนุนให้เรียนแบบ Active Learning และ experiential learning ตามวัยของเขานะฮะโจทย์มันก็ ต้องเป็นไปตามวัยนะครูนะต้องเข้าใจนะแล้ว ก็พ่อแม่ก็ต้องเข้าใจนะดีที่สุดก็คือผู้ ใหญ่ในชุมชนทั้งหลายเนี่ยก็ต้องเข้าใจ เด็กแล้วก็เมตตาเด็กด้วยความเข้าใจเรื่อง การเรียนรู้ของเด็กที่เด็กจะต้องเรียนครบ ทุกด้านนะโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน คุณธรรมจริยธรรมประจำใจนะก็เป็นเอ่อก็ เอ่อต้องวางพื้นฐานนี่แหละนะ Executive Function ตั้งแต่เด็กนะฮะก็คือการที่จะ สามารถบังคับใจตัวเองได้การที่สามารถมี สมาธิอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอันนี้ เรื่อง E นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะแล้วก็ มูลนิธิรักลูกสถาบันรักลูกจะทำมา 10 กว่า ปีนะทำดีเชอะไปทำในในบางจังหวัดทั้ง จังหวัดด้วยอะไรตอะไรเนี่ยนะดีมากเลยนะ โดยมีเข้าใจว่าสสส.ก็จะให้ทุนสนับสนุนนะ ก็เป็นการวางพื้นฐานแล้วก็ S นะอันนี้นะ

112:47

Speaker A

ครับแล้วก็ เอ่อหัวใจสำคัญที่สุดเี่ก็คือการสร้าง อัตลักษณ์ ความเป็นมนุษย์ ที่ที่จิตที่เป็นคนจิตใจสูงเป็นคนที่มี คุณธรรมสูงซึ่งซึอันนี้พูดอย่างนี้ไม่ได้ แปลว่าจะต้องเข้าวัดเข้าวานะครับเป็น เรื่องของเอ่อเอ่อจิตใจตามปกติเป็นเรื่อง ของneurโรciนะเป็นคนที่มั่นใจตัวเองพร้อม กระท่อมตน นะฮะในหลายครั้งเนี่ยไอ้ตอนผมเด็กๆเนี่ย เราจะเห็นนะมีคนเห็นหมอแล้วก็เห็นคือมั่น ใจตัวเองมากบางทีก็ชอบชอบ อะไรไปข่มคนอื่นน่ะนะอย่างนี้ไม่ใช่ไม่ ใช่มั่นใจตัวเองแท้นะต้องเคารพผู้อื่น เป็นด้วยถ่อมตนเนี่ยนะ humility นะ[เสียงกระแอม]มี identity ขณะเดียวกัน ก็มี Humility แล้วก็เข้าใจ Empathy เข้าใจคนอื่นแล้วก็ เคารพความต่างอย่างเงี้นะครับเอ่อผู้ เรียนต้องเรียนเป็นทีมอย่างที่พูดไปแล้ว นะฮะมี gift and take นะแล้วก็ฝึกตั้ง คำถามอย่าลืมนะครับการเรียนที่ดีที่สุด คือการตั้งคำถามนะเพื่อค้นว่าหาคำตอบเอง แล้วก็พัฒนาครบด้านพูดไปหมดแล้วนะฮะเอ่อ กี่ 4 CC นั้นก็เอ่อแล้วแต่จะเติมนะฮะผม เคยเคยหาทางที่จะทำให้ได้ 8C 10ซเนี่ยไม่

114:16

Speaker A

ยากนะฮะเอ่อเพื่อที่จะให้ได้ soft skินะ นอกเหนือจากเรื่องของทางวิชาความรู้ซึ่ง ต้องได้นะครับแต่ว่าต้องได้เรื่องของ Soft skill ต่างๆเนี่ยไปด้วยนะ OECD ออกรูปทางขวามือเนี้ยมา เกือบ 10 ปี นะเพื่อจะบอกว่า ต้อง การศึกษานะผู้เรียนต้องเป็นagนcyเป็นผู้ ปฏิบัติเอ่อในรูปนี้เจนcyที่เขาเอ่ยถึง เนี่ยคือคนที่แบกเป้อยู่ข้างล่างแบกเป้สี ส้มๆแดงๆอนะครับนะแล้วก็เราจะเห็นนะครับ ว่าในภาพนั้นเนี่ย เป้าหมายที่วงแดงไว้นะคือ Well being นะฮะ Well being ที่ผมกราบเรียนแล้วแต่ จะเห็นนะครับว่าเส้นทางไปสู่ well being นั้นไม่ได้เป็นเส้นตรงและทางรัฐ [เสียงหัวเราะ] เป็นเส้นที่วกวนคดเคี้ยวหลอกล่อนะแล้วก็ ไม่ได้ไปคนเดียวฮะต้องมีโอเนcy ซึ่งหมายความว่าไอ้ตัวagนcyเองนี่แหละมัน เป็นagนcyด้วยให้แก่เพื่อนเพื่อนๆให้แก่ คนอื่น นะครับนี่คือหัวใจนะครับเอ่อคำอธิบายค่อน ข้างละเอียดที่ผมเขียนให้เป็นภาษาไทยท่าน คงไปอ่านเองได้นะเพื่ออธิบายให้เห็นว่า

115:52

Speaker A

เอ่อกระบวนการเรียนในมุมมองสมัยใหม่ที่ตี ความจากภาพนี้ของ OECD เนี่ยนะ [เสียงกระแอม]เป็นอย่างไรนะครับผมผม พยายามที่จะไม่เอ่อลงรายละเอียดมากด้วย ความหวังว่าน่าจะมีเวลาเหลือสำหรับที่จะ ให้เ่อสนทนากันนะครับเอ่อ ผมกลับเรียนแล้วว่า หัวใจของการเรียนสมัยนี้เนี่ยคือเรียนจาก ประสบการณ์ นะการเรียนจากประสบการณ์นั้นเนี่ยหมาย ความว่าประสบการณ์ไม่ได้แปลว่าเมื่อได้ ประสบการณ์ได้ฝึกแล้วเนี่ยทำเป็นจบไม่ใช่ นะทำเป็นใช่แต่ไม่จบ สิ่งที่ต้องไปให้ถึงคือคิดเป็นฮะ คิดในที่นี้ไม่ใช่ thinking เลย thinking คือ reflecting ฮะสะท้อนคิด นะแล้วก็ไม่ใช่สะท้อนคิดแค่ไปสู่ตัวความ รู้หรือวิธีการ คือ Knowledge กับ skill เท่านั้น นะแต่สะท้อนคิดไปสู่ ตัวเรื่องของคุณค่า นิยมเรื่องความดีงามนะและเจตคติวิธีคิด ได้ด้วย นะ ทั้ง Vas values attitude skill และ

117:27

Speaker A

knowledge นั้นเนี่ยต้องเป็นประเด็นของ การสะท้อนคิดจากประสบการณ์ ไปสู่หลักการ 4 แบบนั้น ต้องเรียนให้ได้หลักการคิดหลักการเองแน่ นอนฮะหลายอย่างอ่านมาจากหนังสือแต่เอามา ตีความเพื่อให้ตัวเองเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น สำหรับตัวเองกับเพื่อนๆฟังความเห็นที่แตก ต่างของเพื่อนๆได้ฝึก listening deep listening นะครับหัวใจสำคัญนะของเอ่อการ เรียนรู้จากประสบการณ์คือได้ฝึกฝึกฟัง ความเห็นที่ต่างจากเพื่อนๆด้วยได้ฝึก สะท้อนคิดจากประสบการณ์ของตัวเองและฟัง ของเพื่อนๆได้เข้าใจเอ่อวิธีคิดไปสู่หลัก การนะฮะในที่วงแดงนะฮะ abstract conceptualization ผมคิดว่านี่คือกระบวนการที่ทำให้ ประสบการณ์ สั่งสมเป็นปัญญา นะถ้าเราไม่ระวังฟังประสบการณ์จะได้แต่ เพียง Skills และความรู้ความรู้บางทีก็ไม่ได้เพราะไม่ ได้สะท้อนคิดนะฮะ เมื่อสะท้อนคิดไปสู่หลักการได้แล้วเนี่ย หัวใจสำคัญคือต้องอย่าเชื่อ 100% ให้สเคติเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพื่อวน ไปสู่ กระบวนการที่ 4 คือ active experimentation เอาไปลองใหม่ฮะงั้น

119:08

Speaker A

กระบวนการ expension learning นั้นจะ เป็นวนเป็นรู เรื่อยไปในชีวิตในการทำงานในการเรียน หนังสือนี่คือหัวใจสำคัญที่สุดในความเห็น ผมในเรื่องของการสร้างพลเมืองคุณภาพ ที่ทั้งทำเป็นและมีปัญญา ทำเป็นและคิดเป็นนะคิดเองใหม่เป็นท่านที่ สนใจเรื่องการเรียนรู้จากประสบการณ์คือผม อ่านไประดมอ่านเรื่อง Expential Learning เนี่ยซึ่งมีเป็น 30 4050 เล่มนะครับ ก็ก็เลือกมาได้ 3-4 เล่มเนี่ยก็เลยกลาย เป็นในหนังสือชุดนี้นะครับดาวน์โหลดได้ ฟรีนะครับเให้ลิงก์ไว้ข้างล่างเลยนะฮะส ดาวน์โหลดได้เลย สิ่งที่ผมเอ่อรู้สึกเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ตอนตอนอ่านและเขียนเนี่ยก็คือว่าเฮ้ยเรา เราเข้าใจเรื่องการเรียนรู้ ไม่ตรงอ่ะไม่ใช่ใช่การเรียนรู้เนี่ยมัน มากกว่าที่เราเข้าใจเยอะเลย นะฮะมันเป็นมิติของประสบการณ์ นะของเซนต่างๆไม่ใช่ตาดูหูฟังหัวคิดเท่า นั้นน่ะ การเคลื่อนไหวยังเป็นในเอ่อเป็นเรื่องของ ประสบการณ์ที่นำไปสู่การเรียนรู้เลยนะ แล้วต่อมาผมไปเมืองจีนเฮ้ยเมืองจีนมันมี เรื่อง Physical Literacy

120:36

Speaker A

Physical Literacy เนี่ยหมายความว่า Physical Exercise เนี่ยเป็นเพียง Part ของ Physical Literacy Physical Literacy เนี่ยแปลว่าไอ้ physical movement ทั้งหลาย Physical Activity ทั้งหลายเนี่ยมันนำไปสู่ สมองฮะนำไปสู่ความฉลาด นะครับมันจะมีคำอธิบายเยอะเลยท่านไปค้นดู ได้ฮะอย่างนี้เป็นต้นนะครับมันจะให้เห็น เลยว่าเรื่อง experience เนี่ยการเรียน จาก Experience Experiencial เนี่ยมาก กว่าที่พวกเราเคยเข้าใจหลายท่านคงจะรู้ดี กว่าผมนะครับแต่แต่ผมเล่าให้ฟังว่าผมรู้ สึกยังไงเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วตอนที่อ่าน หนังสือแล้วก็เอ่อเขียนหนังสือเล่มนี้นะ ครับ นักเรียนต้องเป็นผู้กระทำการagนcyเนี่ยนะ ฮะหนังสือของอเมริกัน 2 เล่มข้างบนเนี่ย

121:31

Speaker A

นำไปสู่หนังสือเล่มข้างล่างของผมนะฮะที่ จะบอกว่านักเรียนควรจะได้เรียนจาก ความทุกข์หรือความอึดอัดขัดข้องของตัวเอง และเอามาเป็นโจทย์นะที่จะทำวิจัยเพื่อ เสนอว่าน่าจะต้องมีการแก้ไขยังไงแล้วก็นำ ไปสู่การแก้ไขบางเรื่องซึ่งอาจจะเป็น เรื่องเล็กๆน้อยๆนะในโรงเรียน นะฮะแต่ผมเองบอกว่ามันน่าจะมากกว่านั้น น่าจะทำไอ้ในชุมชนโดยรอบอะไรเงี้ยมันก็ คือ service learning นะเป็นไอ้ของเขา เนี่ยเรียกว่า transative student voice tsv ผมก็แปลงเป็น tsa action นะคือนัก เรียนควรจะได้รวมตัวกันทำหาโจทย์ที่ดีๆ แต่แล้วก็เด็กๆทำได้เนี่ยนะครับโดยครู ช่วยยุนะฮะอย่าลืมกูต้อง facilitate แล้ว ก็สามารถที่จะเรียนรู้จากกระบวนการได้ ท่านลองไปอ่านดูนะครับนี่ก็สามารถที่จะนำ มาชัดได้เยอะเลยว่านักเรียนควรจะเป็นผู้ กระทำการเพื่อการเรียนรู้ของตัวเองแล้วใน ขณะเดียวกันทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้ มันจะเกิดเด็กจะได้ประโยชน์อะไรฮะที่เป็น extra จิตสาธารณะครับ ซึ่งมีค่าที่สุดพวกเรารู้ดีว่ามีค่าที่ สุดต่อการเป็นมนุษย์นะที่ชีวิตดี being เกิด wellbe

122:58

Speaker A

สุดท้ายนะครับโดยสรุป เปลี่ยนห้องเรียนครูและนักเรียนไม่พอฮะ อันนี้ก็ย้ำท่านของท่านอาจารย์หมอจรัด แล้วนะครับต้องเปลี่ยนระบบครับ ตามหนังสือเล่มนี้แล้วก็จะเป็นหนังสือ เล่มใหม่ของผมซึ่งเนี่ยก็กำลังเอาเอาไปทำ เล่มกันนะฮะก็คือ พลิกโฉมระบบการศึกษา นะระบบการศึกษาต้องถูกtransฟอร์ม ดูอย่างงี้คนไทยโง่ เราจะต้องมีพลเมืองที่โง่แล้วก็เห็นแก่ ตัวด้วย ประเทศจะไปไม่รอดนะฮะงั้นต้องเปลี่ยนทั้ง โครงสร้างและวัฒนธรรม นะฮะ โดยเปลี่ยน หนังสือเล่มเล่มเนะครับเอ่อ Professor Michael Full เนี่ยแนะ ระบบการศึกษานี่มี 3 LER ก็คือ Operational คือข้างล่าง midle อย่างของเราก็คือ ศึกษาธิการจังหวัดกับเขตพื้นที่แล้วก็ ER หรือ policy นะ Michel Fen เสนอเลยแล้ว ผมเห็นด้วย Operational หรือ

124:14

Speaker A

Lower Level Red นะ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ต้องได้รับการหนุนให้เป็นผู้นำการเปลี่ยน แปลงเพราะเขาจะนำจากประสบการณ์ตรงจาก Experential Learning ของครูถามว่าทำ ได้เหรอที่ประเทศไทยประสบการณ์ของผมคือมี โรงเรียนประมาณเกือบ 1,000 โรงเรียนใน 28,000 เนี่ยที่อยู่ในขบวนการนี้อยู่ แล้ว นะฮะแล้วก็น่าจะมีประมาณสัก 3-400 โรง เรียนที่สเรียกว่า เป็นแกนนำได้เลย นะเรามีอยู่แล้ว เอ่อ โดย transformation ที่ lead โดย operational rare หนุนโดย midle layer นะแล้วก็ไปทำให้ layer เนี่ยได้เห็นว่านี่ไงเด็กได้ ประโยชน์นี่ไง เด็กเติบโตครบทุกด้าน full

125:23

Speaker A

potential ในระดับที่เราไม่เคยเห็นมา ก่อน เพื่อที่จะทำให้ upper layer ตกใจแปลกใจแล้วก็เปลี่ยนใจแล้วก็เปลี่ยน พฤติกรรม นะฮะนี่คือในหนังสือเล่มนั้นว่านะครับ เอ่อรายละเอียดมันมีเยอะแยะเลยนะครับหัว ใจสำคัญคือต้องมีการไหลเวียนขึ้นลงของข้อ มูลและ ผลของ reflection นะฮะในเชิงหลักการ นะทางด้านการศึกษาต้องเป็นหลักการทางด้าน การศึกษาที่มาจากประสบการณ์ทางตรง ของ Operational L นะฮะระบบการศึกษาของ เราเมื่อถ้าเป็นอย่างนี้ระบบการศึกษาของ เราก็จะเป็นระบบที่เรียนรู้และปรับตัว เป็น learning system นะเป็น learning and develop and ไอ growth ไอ system นะเอ่อ เรื่อยไปเรื่อยไปนะครับเพราะว่า Transformation ต้องไม่มีวันหยุดในความ เห็นผมในเรื่องการศึกษา

126:37

Speaker A

ครับ ไม่ทราบว่าน่าจะพอมีเวลาที่จะพูดคุยกันนะ ครับกราบขอบพระคุณมากครับ ครับขอขอบพระคุณท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ วิจารย์พันมิตรครับ ในลำดับถัดไปครับผมจะขออนุญาตกราบเรียน เชิญท่านศาสตราจารย์พิเศษดร.พระวิทของโรจ ครับ ครับขออภัยครับเป็นอ่าในส่วนของการร่วม อภิปรายนะครับจากในที่ประชุมนี้ครับ ในระหว่างนี้ถ้าถ้าหากท่านใดมีประเด็น อยากร่วมอภิปรายสามารถยกมือได้เลยนะครับ เรียนเชิญเลยครับต้องคต้องเอาไมค์ไปให้ ท่านอาจารย์ ครับขออนุญาตครับผมอาจารย์สุระเมื่อก่อน ผมทำงานในมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอยู่ใน กรรมการสภาก็เป็นผู้ช่วยเลขานุการนะครับ คือผมเห็นระบบการศึกษาโดยเฉพาะโรงเรียน เนี่ยเรามีโรงเรียนหลายกลุ่มเป็นคัสเตอร์ เช่นโรงเรียนเทศบาลโรงเรียนวัดโรงเรียน รัฐบาลโรงเรียนเอกชนโรงเรียนนานาชาติซึ่ง แต่ละกลุ่มเนี่ยมีความแตกต่างหลากหลายนะ ครับแต่ที่ผ่านมาก็คือการใช้ตัวชี้วัด หรือดัชนีชี้วัดในการประกันคุณภาพการ ศึกษาเราใช้ไม้บรรทัดอันเดียวกันเหมือน กันทุกกลุ่มโรงเรียนทั้งๆที่บริบทของแต่ ละโรงเรียนมีความแตกต่างกันการเรียนการ สอนไม่เหมือนกันแต่ทำไมจึงเป็นดัชนีตัว เดียวกันแล้วการประกันคุณภาพออกมาก็เพื่อ ให้ผ่านพอผ่านก็เพื่อให้ได้รับการรับรอง มาตรฐานจะเป็นสมส.หรือกรรมการที่เข้ามา ตรวจประเมินโรงเรียนแต่พอหลังการทำรายงาน เสร็จสิ้นทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิมนะครับ ขอบพระคุณครับ อาจารย์ถามว่าทำไมมันถึงใช้อันเดียวกัน ใช้ไม้บรรทัดอันเดียวกันในการชี้วัดแต่ละ กลุ่มโรงเรียนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ครับท่าน ครับดีฮะดีผมผมว่าเราเอ่อ take ไอ้

129:00

Speaker A

comment หรือว่า question ไปอีกสักระยะ นึง 2-3 3 คนแล้วลองพูดคุยกันดูมหรือบาง ท่านอาจจะช่วยตอบท่านอาจารย์สุระด้วยเลย ก็ยังได้นะเพราะว่าผมไม่ใช่ expert อย่าง ที่ผมกราบเรียนแล้วนะ[เสียงหัวเราะ] เพียงแค่เป็นคนอยากรู้เท่านั้นเองเรียน เชิญได้เลยนะครับ มีมีอีกมั้ยครับ ทำไมถึงใช้ไม้บรไม้บรรทัดเดียว มันเใช้ไม้บรรทัดเดียวไม่ใช่เฉพาะไอ้ไอ้ ไอ้ไอ้ไอผลสัมฤทธิ์นะอาจารย์เค้าเค้างบ ประมาณก็อันเดียวกันด้วยนะนะ ทั้งๆที่สถานะไม่เหมือนกันนะ เรียนเชิญเลยครับ อาจารย์ไมตรีท่านผู้รู้จะช่วยคอมเมนต์ อะไรบางอย่างทำให้บรรยากาศดูมันอะไร ครับในเมื่อผมตั้งคำถามเองผมก็ขอตอบเองก็ แล้วกันนะครับ เออ ก็เริ่มจะเริ่มจะคิดมานานแล้วว่าแต่ละ กลุ่มที่มีความแตกต่างหลากหลายต้องใช้ไม้ บรรทัดเฉพาะแต่ละกลุ่มโรงเรียนวัดก็ต้อง ใช้ไม้บรรทัดของโรงเรียนวัดโรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐบาลแต่ละกลุ่มแต่ละคัสเตอร์ ใช้ KPI ใช้ดัชนีชี้วัดมาตรฐานประกัน คุณภาพก็ของแต่ละโรงเรียนที่ไม่เหมือนกัน ให้เหมือนกันเฉพาะภายในกลุ่มนั้นๆครับ ขอบพระคุณครับพอดีพอดีท่านอาจารย์ พัดพิงก็ในกรอบหลักสูตรการศึกษาชาติอัน ใหม่เนี่ยพยายามจะบอกว่าคุณภาพไม่ได้เท่า

130:48

Speaker A

กับมาตรฐานบวกตัวชี้วัดแล้วก็พยายามจะให้ มันมีกลไกการขับเคลื่อนอย่างเมื่อกี้ที่ ท่านหมอบอกก็คือจากท็อปดาวแล้วก็อัแล้ว เซตระบบขึ้นมาให้มันมีการขับเคลื่อนนะ กำลังกำลังพยายามกันอยู่ครับ คือคำตอบของอาจารย์สุระต่ออาจารย์สุระของ ผมนะอาจารย์เนาะถูกผิดไม่รู้นะอาจารย์ถาม ว่าทำไมยังใช้ไม้บรรทัดเดียวคำตอบก็คือ เพราะมันเซ็นทรลไงอาจารย์หมอจรัดตอบไป ตั้งแต่ตอนต้นแล้ว[เสียงหัวเราะ] นะถ้าอยากได้ได้อย่างที่ท่านอาจารย์ว่าก็ ต้องดีเซ็นทรล[เสียงหัวเราะ] ที่เป็นคำตอบแบบกระมั้นทุบดินเนาะ แต่มันจะมีอะไรอะไรซับซ้อนอยู่ข้างในเยอะ แยะนะอาจารย์หลายอย่างเป็นผลประโยชน์นะ ครับอาจารย์ครับผลประโยชน์ของใครบ้างส่วน ใหญ่เป็นผลประโยชน์ของพวกเรานะครับ ไม่ใช่ตัวเราแต่ว่าเป็นพรรคพวกของเรา [เสียงหัวเราะ] เพื่อนๆของเรานั่นเองฮะนะครับ ครับผมขออนุญาตอีก 1 คำถามนะคนเดียวกันก็ คือสุระนี่แหละครับก็เพราะพูดแล้วจะจะอาจ จะนานนะครับก็คืออย่างงี้คือการพัฒนา ประเทศเนี่ยจะต้องเป็นไปตามแผนแม่บทของ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมากกว่า เป็นไปตามนโยบายพรรคการเมืองที่ชนะการ เลือกตั้งเพราะถ้าเราเดินแบบสะเปะสะสะไม่ เป็น one way direction เราจะไปไม่ถึง ไหนเพราะเราไม่สามารถยกระดับการศึกษาให้ สูงขึ้นได้นะครับขอบพระคุณครับ ครับขอบพระคุณอาจารย์ครับเดี๋ยวในช่วงนี้ ครับเนื่องจากเวลาของเราค่อนข้างกระชั้น ชิดครับเดี๋จะมีช่วงในการอภิอไปอีกครั้ง นึงครับ

132:30

Speaker A

โอเค ครับขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอครับแล้วก็ขอ อนุญาตกราบเรียนเชิญท่านอาจารย์พาวิตร ครับได้กรุณามอบของที่ระลึกครับ ครับขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ทรงคุณวุฒทั้ง 2 ท่านครับในช่วงช่วงต่อไปครับจะเป็นหัว ข้อคนไทยสำหรับเศรษฐกิจใหม่การศึกษา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและโลกการทำงานครับ โดยในช่วงนี้ครับเราได้รับเกียรติจากท่าน วิทยากรครับซึ่งท่านเป็นทั้งวิศวกรและก็ นักบริหารผู้มีประสบการณ์ทั้งในภาค อุตสาหกรรมแลก็ภาครัฐครับโดยท่านได้ สำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ครับจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับด้วยเกียรติ นิยมอันดับ 1 และสำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาเอกครับจากสถาบันเทคโนโลยีแห่ง โตเกียวประเทศญี่ปุ่นครับและเคยดำรง ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปตท.จำกัด มหาชนครับและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมครับโดยในด้านการศึกษาครับท่านเป็น ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งและขับ เคลื่อนสถาบันวิทยศิริเมธีและโรงเรียน กำเนิดวิทย์ครับซึ่งเป็นโรงเรียนที่พัฒนา กำลังคนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ นวัตกรรมของประเทศครับในโอกาสนี้ครับขอ อนุญาตเรียนเชิญท่านดร.ดไพรินชูโชติถาวร ครับขออนุญาตเรียนเชิญครับ กราบเรียนท่านเอ่ออาจารย์ เอ่อคุณหมอจลัดนะครับคุณหมอวิจารณ์และ ท่านภาวิทนะครับวันนี้ก็รู้สึกเป็น เกียรตินะครับที่จะได้มีโอกาสมาเอ่อแชร์ ความคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับการศึกษานะ ครับก่อนจะเริ่มต้นเนี่ยผมต้องขออนุญาต ออกตัวว่าผมไม่ใช่นักการศึกษานะครับแต่ ได้มีโอกาสโอกาสมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการ ศึกษาโดยเอ่อได้อยู่ในคณะกรรมการอิสระ

135:12

Speaker A

ปฏิรูปการศึกษาร่วมกับเ่อที่ท่านคุณหมอ จรัดเป็นประธานนะฮะก็เลยเกิดมานะเกิด เอ่อเกิดสัมมาทัศนะอย่างที่คุณหมอพูดนะ ครับก็เลยเอ่อเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องการ ศึกษาในสวนของโรงเรียนกำหนดวิทย์โรงเรียน มีตนวิทานุสรณ์นะครับเอ่อสิ่งที่จะนำมา แชร์ในวันนี้ไม่ใช่เป็นทฤษฎีนะครับเป็น ข้อสรุปส่วนตัวนะครับที่ได้สังเกิดจากการ สังเกตนะครับซึ่งน่าจะเป็นบูการของคอปของ คุณหมอวิจารณ์นะครับว่าเราได้ข้อสรุปมา อย่างนี้นะฮะก็จะถือโอกาสมาแชร์ร่วมกัน ก่อนจะไปผมขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับคณะ กรรมการอิสระปฏิรูปการศึกษาที่ตั้งตาม รัฐธรรมนูญปี 60 เนี่ยจะสังเกตว่าชื่อคือ คำว่าอิสระนะครับจริงๆหลักสำคัญในการร่าง กฎหมายใดก็ตามเนี่ยหลักอยู่ตรงที่ว่าเอ่อ ผู้ใช้กฎหมายไม่ควรจะเป็นผู้ร่างนะครับ เพราะไม่งั้นประโยชน์จะไปอยู่ที่กับผู้ ร่างนะครับ โจทย์ที่ให้มามีอยู่ 2 คำพูดเรื่องของ เศรษฐกิจกับเรื่องการศึกษานะครับผมจะ เริ่มด้วยเรื่องของเศรษฐกิจก่อนแล้วก็จะ ไปขโมดที่การศึกษานะครับปัญหาเศรษฐกิจของ เราตอนนี้คืออะไรตอนนี้การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจเราต่ำแล้วเราก็มีคำพูดสำคัญ อย่างหนึ่งว่าเราอยู่ในประเทศที่อยู่ใน กับดักรายได้ปานกลางถามว่ากำดักรายได้ แปรนกลางคืออะไรรูปตนี้เนี่ยนะฮะ GDP ของ แต่ละประเทศในโลกเนี่ยข้างล่างเนี่ยพอตปี 1960 ใช่มั้ฮะแกนตั้งนี่ปี 2008 ทีนี้เนื่องจาก GDP ในแต่ละปีของแต่ละ

136:47

Speaker A

ประเทศเนี่ยมันก็จะขยับไปข้างหน้ามากน้อย ต่างกันใช่มั้ฮะฉะนั้นจากปี 1960 ไป 2008 เนี่ยเราก็จะเห็นว่าประเทศที่ขยับได้เร็ว เนี่ยก็จะขึ้นไปข้างบนเราก็จะเห็นว่ามัน จะเป็นเส้นขวางกันอยู่ทนี้พอมันเกิดเส้น ขวางกันอยู่เนี่ยเราจะมาลากเส้นแบ่งเป็น 3 ช่วงนะฮะนะฮะสูงกลางและต่ำฉะนั้นในกี่นอก กี่ปีที่เราเพาะตัวเร่งประเทศที่ขึ้นไป ได้สูงเคือประเทศที่มีการเจริญเติบโตสูง นะฮะฉะนั้นประเทศที่อยู่บนสุดเนี่ยเรา เรียกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วนะฮะประเทศที่ อยู่ในช่วงกลางแล้วประเทศเพชรกำลังพัฒนา และต่ำกว่านั้นลงมาคือประเทศด้อยพัฒนานะ ครับทุกๆประเทศเนี่ยเอ่อรัฐบาลทุกประเทศ ต้องการที่หมดคือผลักดันเราขึ้นมาอยู่ อยู่ข้างบนน่ะนะฮะทีนี้ประเทศปัญหาของ ประเทศไทยเราก็คือว่าเราอยู่ตรงกลางๆเ เรียกว่าตรงกลางๆระดับสูงนะแล้วอยู่อย่าง นั้นมานานมากเป็น 10 ปีเลยเราเรียกว่า อยู่ในกับดักรายได้ปานกลางๆในอาเซียน ประเทศที่ขึ้นไปได้แล้วเนี่ยสิงคโปร์ขึ้น ไปนานแล้วมาเลเซียเพิ่งขึ้นไปเมื่อปี 2 ปีนี้แล้วตอนเนี้ยน่ากลัวว่า เวียดนามกำลังจะแซงเราขึ้นไปข้างบนแต่เรา ติดอยู่ตรงเนี้ยก็มีคำถามว่าเ้าแล้วทำไม เราประเทศเราการพัฒนาเศรษฐกิจติดอยู่ใน กัดดักรายได้ปานกลาง รายได้กลางเนี่ยผมคือตัวคอลัมตรงกลางนะ ครับแต่ว่าเอ่อแนวการวิเคราะห์ว่าทำไมเรา อยู่ในนั้นเนี่ยจริงๆเราบอกเราดูรายได้ อย่างเดียวได้ด้วยเราต้องดูเรื่องอื่น อย่างเช่นเรื่องcorrupัtionเรื่องrู of

138:17

Speaker A

law เรื่องอะไรต่างๆแต่สำคัญที่สุดคือ ตัวกลับดักไหลรายได้ปานกลางเนี่ยนะฮะ ปัจจุบันนี้ถ้าเราดูนะครับเอ่อเอ่อช่อง กลางนิดซึ่งเป็นช่องที่ที่แสดงถึงภาคการ ผลิตอีกนะฮะ Manufacturing sector เนี่ย จริงๆประเทศไทยเรามี Manufacturing Sector ที่ใหญ่ทีเดียวนะครับ 26 นะฮะอ้าฉายไม่ได้ 26 จะอยู่ตรงกลางนะฮะ แต่ว่าทำไมรายได้ของประเทศอยู่ในกลับดัก นะครับ ถ้าเราย้อนดูการพัฒนาประเทศเนี่ยเราพัฒนา ประเทศครั้งแรกจริงๆที่เราในวันนี้เราพอ จะมีข้อมูลอยู่ก็คือในช่วงของรั 9 ล้น 9 รัชกาลที่ 5 นะฮะประเทศอื่นเนี่ยเพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลังปฏิวัติ อุตสาหกรรมซึ่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมอยู่ ตรงปลายอยุธยานะฮะสมัยพระนารายณ์เริ่มต้น มาของเราเนี่ยพอมาถึงรัชกาลที่ 5 เนี่ย พระองค์จะเห็นว่าประเทศที่ไม่พัฒนา วิทยาศาสตร์ก็ตกเป็นเมืองขึ้นของเขาหมด พระองค์เองเนี่ยก็ส่งนะฮะลูกชายทั้งหมด เนี่ยไปเรียนเมืองนอกแล้วกลับมาเนี่ยเรา ก็มาเปลี่ยนแปลงหลายๆระบบอย่างเช่นเราปิด ระบบกฎหมายใหม่เลยเราเลิกทาสนะฮะเราเริ่ม

139:26

Speaker A

ระบบการศึกษานะครับเราเริ่มมีรถไฟมีไฟฟ้า ใช้แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแต่ ถามว่าการพัฒนาประเทศมีแนวคิดเป็นระบบ จริงๆเนี่ยเกิดขึ้นในสมัยเอ่อจอมพลศิริต์ นะฮะในช่วงประมาณปี 2500 จริงจอมพลศิริ เป็นปฏิวัติแล้วก็อยู่เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่กี่ปีนะท่านเสียไปก่อนแต่ว่าท่านเป็น คนเริ่มคิดว่าถ้าเราจะพ้นจากประเทศด้อย พัฒนาคือรูปเมื่อสักครู่นี่คืออยู่ข้าง ล่างตั้งนะครับขึ้นมาเป็นประเทศกำลัง พัฒนาเนี่ยมันก็มีแนวความคิดการพัฒนา อย่างเป็นระบบนะฮะในช่วงนั้นเองมีการ เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเยอะมากอย่างเช่นเรา มี 3 สภาเกิดขึ้นมาคือสภาการศึกษานะฮะสภา พัฒนาเศรษฐสังคมแห่งชาติแล้วก็สภาวิจัย ซึ่งทั้ง 3 สภาปัจจุบันนี้มีอยู่แต่ เปลี่ยนสภาพไปอ่าหรืออยู่อันเดียวที่ยัง คงสภาพที่ดีอยู่คือสภาพัฒนาเศรษฐกิจและ สั่งสังคมแห่งชาติแล้วตอนนั้นเนี่ยเรื่อง ที่สำคัญที่สุดในวันนั้นถ้าจะถามเนี่ยที่ ทำให้ประเทศเป็นกำลังพัฒนาแล้วก็วันนี้ เป็นพัฒนาระดับสูงอยู่เนี่ยก็คือแนวความ คิดว่าการพัฒนาประเทศจะต้องมีแผนควบคุม กำกับเรียกว่าแผนพัฒนาจิตศิลและสังคมแห่ง ชาติเป็นแนวคิดของ World Bank แล้วเราก็ มีแผนหนึ่งในปีเอ่อ 2509 ซึ่งเป็นปีเดียว กับที่ประเทศจีนก็เริ่มมีแผนที่ 1 ฉะนั้น

140:46

Speaker A

ในวันนี้เนี่ยเราอยู่ที่แผน 13 นะกำลังจะ ขึ้นแผน 14 เนี่ยจีนก็อยู่ที่แผน 13 ขึ้น แผน 14 แต่สิ่งที่จีนทำก็คือว่าจีนผู้ บริหารประเทศยึดมั่นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ของเราเนี่ยมาถึงกลางยุคนึงเนี่ยเราเริ่ม บอกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจเราก็เขียนไปนะฮะ แต่ว่าพรรคการเมืองเนี่ยจะยึดเอาแผนแผน ที่ไปคอมมิกับประชาชนตอนเลือกตั้งฉะนั้น เราก็เลยจะมีแต่แผนระยะสั้นแผนระยะยาวก็ จะอยู่ในอยู่ในแผนพาเศรษฐกิจนะฮะแต่ว่า any ถึงแม้ว่าอย่างนั้นก็ตามเราก็ถือได้ ว่าเป็นประเทศที่มีแนวกรอบความคิดในการ เข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนาเหมือนประเทศที่ เจริญแล้วทั้งหลายอีกเรื่องนึงที่สำคัญ มากที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นในช่วงนั้นก็คือ ว่าตอนนั้นเนี่ยประเทศไทยเนี่ยเราเห็น ประเทศสิงคโปร์เริ่มพัฒนาอย่างรวดเร็วตอน นั้นเนี่ยเราเห็นว่าประเทศสิงคโปร์เนี่ย พัฒนาเกาะจูร่งเนี่ยก็เป็นโรงกันน้ำมัน ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนทุกจนทุกครั้งทั้ง วันนี้เนี่ยเขามีหน่วยงานนึงชื่อว่า EDB Economic Development Board เราก็บอก เราก็จะทำอย่างเดียวกันนะฮะเพื่อพัฒนาการ ลงทุนเราเรียกหน่วยงานนะว่าเอ่อ BOI นะ ครับ BOI ตั้งเป็นในอดี 2509 มาถึงวันนี้

141:55

Speaker A

คือ 60 ปีนะครับเรามีคณะกรรมการส่งเสริม มาลงทุนมา 60 ปีก็คือ 1 ชั่วอายุคนถามว่า ใน 1 ชั่วอายุคนเนี่ยเราเราได้อะไรมาบ้าง มหาศาลครับตัวเลขของ BO เองเนี่ยบอกว่าใน 60 ปีเราได้เงินลงทุนมาจากต่างประเทศ เนี่ย 10 15 ล้านล้าน 15 ล้านล้านนี่ ใหญ่แค่ไหนประเทศไทย GDT ปีนี้เราคือ 17 ล้านล้านนะฮะแล้วก็เราได้เอ่อเอ่อเงินลง ทุนมากมายนะครับปีนี้เองเนี่ยช่วงกี่ปี เนี่ยเราได้เอ่อมีคนมาขอการส่งเสริมลงทุน 1 1.47 47 ล้านล้านบาทแต่ว่าถึงแม้ว่า ดูตัวเลขสูงนะครับในระยะปีหลังๆเนี่ยเรา เริ่มโหวตนะเอ้ตัวเลขของเราน้อยกว่า เวียดนามนะจริงๆเวียดนามเนี่ยcopปี้กฎ หมาย BOI ไทยไปเม้ 30 ปีที่แล้วหลังเรา 30

142:44

Speaker A

ปีนะฮะแล้วแทบจะกปี้ BO กฎหมาย BOI อะไร ไปมาตราต่อมาตราเลยแต่ทำไมเวียดนามเแซง ประเทศไทยไปล่ะนะฮะดูเหมือนว่าเขาเริ่ม เราแล้วเไปไกลกว่าเราเราลองมาวิเคราะห์ ต่อกันต่อกันดูนะครับว่าสิ่งที่ BO ทำก็ คือส่งเสริมให้มีเงินลงทุนจากต่างประเทศ เข้ามาในประเทศไทยเงินลงทุนก้อนนั้นเนี่ย ภาษาวิชาการเราเรียกว่า FDI Foreign Direct Investment ก็คือมีเงินลงทุนและ เทคโนโลยีเราเชื่อว่าถ้ามีเงินลงทุนและ เทคโนโลยีเข้ามาในประเทศเยอะๆเราจะเจริญ เหมือนอย่างที่เวียดนามพยายามทำอยู่ทุก วันนี้เหมือนอย่างที่สิงคโปร์เคยทำนะครับ ถามว่า 15 ล้านล้านรีดที่เราได้มาตลอด 60 ปีเกิดอะไรขึ้นท่านลองดูรูปนี้นะฮะ รูปซ้ายมือเนี่ยเป็นรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ไทยอันนี้ผมเอาตัวเลขของสภามานะครับถ้า เราแบ่งโครงสร้างเศรษฐกิจเนี่ยออกเป็น 3 ก้อนคือภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมนะครับ แล้วก็ภาคบริการแล้วก็ภาคเอ่อการเกษตร เนี่ยเราจะเห็นนะครับว่าภาคเกษตรเนี่ย เอ่อคนส่วนใหญ่นะครับอยู่ที่ภาคเกษตรแต่ คนภาคเกษตรเนี่ยผลส่งผลกระทบต่อภาค เศรษฐกิจจริงเพียงร้อยละ 9 แล้วเรามีภาค

143:54

Speaker A

จริงอยู่ที่ร้อยละ 36 นะครับส่วนภาค บริการเนี่ยก็อยู่ที่ร้อยครั้งละ 55 ภาค บริการเนี่ยอนุมานได้ว่าส่วนใหญ่ก็คือการ ท่องเที่ยวเราจะเห็นนะครับถ้าเราเปรียบ เทียบนี้กับประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็น ประเทศที่เอาเงินกับเทคโนโลยีออกมาให้เรา ผลิตนะฮะแล้วจะเห็นว่าประเทศสหรัฐอเมริกา เนี่ยภาคการผลิตจริงอยู่แค่ 20% นะครับ แล้วก็ส่วนใหญ่ก็เป็นภาคบริการเพราะว่า เขาย้ายโรงงานมาอยู่ที่เราหมดละนะฮะก็มี คำถามต่อว่าเ้าแล้วทำไมการพัดการเจริญ เติบโตทางด้านเศรษฐกิจเศรษฐกิจ GDP เนี่ย เราน้อยกว่าสหรัฐอเมริกาน้อยกว่าหลายๆ ประเทศเนี่ยถ้าเราลองมาลบวิเคราะห์ตัวตัว FDI ที่เข้ามาในประเทศไทยดูนะครับโดยใช้ รูปที่เราเรียกว่าหน้ายิ้มของแซนฉีเนี่ย เรื่องนี้ถ้าเราเรียน MBA เราก็จะเจอรูป นี้ ทฤษฎีบอกว่าถ้าคุณจะทำของหนึ่งขายเนี่ยนะ ฮะให้กำไรเป็นอุตสาหกรรมเนี่ยนะฮะเส้นของ Value Chain นะฮะหรือSupัly Chain เนี่ยมันจะเริ่มจากทางซ้ายมือสุดนะคือคุณ จะทำของการเงินขายเนี่ยคุณต้องเริ่มการ วิจัยพัฒนานะฮะเสร็จแล้วพอคุณได้ concept แล้วก็คุณก็ทำเป็นของมีโปรโตไทpeขึ้นมานะ

145:05

Speaker A

ฮะทำแบรนด์ทำดีไซน์เสร็จแล้วเนี่ยของชิ้น นี้ถ้าเกิดเราเชื่อมั่นว่าเราขายได้เนี่ย สิ่งที่ต้องทำคือต้องมีผลิตจำนวนมากมายนะ ฮะให้มีต้นทุนต่ำที่สุดแล้วก็คุณภาพนิ่ง ที่สุดแล้วเนี่ยเพื่อเอาไปขาย ต่อไปทางขวามือนะครับนะฮะคือถ้าเส้นนี้ มันไม่ครบเส้นเนี่ยจะไม่มีของขายจะไม่มี สินค้าอุตสาหกรรมแต่ว่าถ้าเราเกิดเอาเส้น นี้มาพอตนะครับโดยให้แกนตั้งเนี่ยเป็น value added คือมูลค่าเพิ่มเนี่ยมันจะ ได้รูปสีซึ่งเราจะเห็นว่าเส้นเนี่ยมัน เป็นเหมือนขนหน้ายิ้มเลย ที่น่าเจ็บปวดก็คือว่าตรงที่เป็นสีแดง เนี่ยคือจุดที่ให้ value add ได้ต่ำที่ สุดเนี่ยนะฮะคือจุดที่มีการผลิตเยอะๆ ทีนี้เราเริ่มเข้าใจแล้วอ๋อที่เค้าเอา เงินกับเอาเทคโนโลยีแล้วก็มาสร้างโรงงาน กับเราเนี่ยเต้องการมาได้ไอ้สีแดงที่ ประเทศของเราเพื่อที่เขาจะได้เอากลับไป ขายนะฮะโดยเขาควบคุมที่ซ้ายมือและขวามือ ถ้าดูกล่อง iPhone มันจะเขียนว่า design in Calforนiaแต่จริงๆมัน manufacture in China นะฮะแล้วเราทำอย่างนี้เนี่ยมาเป็น เวลานานนะฮะสิ่งที่ประเทศไทยได้มาจากเอ่อ กระทรวงสอตรงสีแดงที่เข้ามาในประเทศไทย เยอะมากแล้วรู้เมื่อสักครู่ก็บอกว่า Manufacturing sector ของไทยใหญ่นะฮะ

146:26

Speaker A

ใหญ่กว่าอเมริกาเยอะเลยเราจะเห็นนะฮะว่า รูปขวามือเนี่ยจะแสดงให้เห็นว่าในรอบหลาย ปีที่ผ่านมาเนี่ยนะฮะการที่ Foreign Direct Investment มาอยู่กับเราเนี่ย มันทำให้เthเนี่ยนะฮะไปอยู่ที่ประเทศ อเมริกานะฮะประเทศที่เป็นคนให้เงินลงทุน ออกมานะครับอันนี้มีข้อพิสูจน์ในเชิง ประจักษ์ทีนี้ถามว่าแล้วประเทศที่ไปรับ FDN มาเยอะๆทุกประเทศเนี่ยเจริญหรือ เปล่ามีอยู่ 2 กลุ่มครับกลุ่มที่เขารับ เงินลงทุนไปแล้วเขาก็เจริญกับกลุ่มกลุ่ม ที่รับเงินลงทุนไปแล้วก็ยังไม่เจริญนะฮะ ผมยกตัวอย่างอย่างรูปนี้เนี่ยรูปซ้ายมือ เนี่ยเส้นบนเนี่ยเราจะเห็นประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นเนี่ยหลังสงครเจริญมากนะ ครับเพราะช่วงนั้นมีสงครามเกาหลีสงคราม เวียดนามเนี่ยอเมริกาจำเป็นต้องใช้ ญี่ปุ่นเป็นฐานนะครับนะฮะแล้วก็ประเทศ อื่นๆเนี่ยอย่างเกาหลีเนี่ยนะฮะมีคำถาม ว่าเ้าทำไมประเทศที่รับ FDI มาเยอะๆ เหมือนประเทศไทยเนี่ยบางประเทศเจริญบาง ประเทศไม่เจริญคำตอบมันอยู่ตรงรูปขวามือ นะครับว่าเราสามารถที่จะเรียนรู้หรือได้ ประโยชน์จากเงินลงทุนแล้วหรือเปล่าหรือ เพียงแต่เขายกโรงงานมาตั้งนะครับแล้วก็ ผลิตนะฮะแล้วพอโรงงานหมดสภาพก็ทิ้งไปแล้ว เราก็รับเทคโนโลยีกับเงินทุนมาใหม่ตัว อย่างอันนึงเห็นชัดๆนะฮะ iPhone ครึ่งนึง เนี่ย 1000 เหรียญที่อเมริกาเนี่ยถ้าเรา

147:44

Speaker A

ถามชัด GPT ว่าต้นทุนเท่าไหร่มันอยู่ ประมาณครึ่งนึง 400 เหรียญนะฮะถ้าเราถาม ว่าคนๆจีนที่ประกอบ iPhone ครึ่งนี้อยู่ ที่เซ็นเจได้เงินเท่าไหร่คำตอบจาก GPT คือ 26 เหรียญนะฮะฉะนั้นคนที่ผลิตเนี่ย ไอ้สีแดงๆเนี่ยจริงๆไม่ได้อะไรเลยนะฮะเรา เป็นแใช้แรงงานของเราในการประกอบนะฮะเรา กลับไปที่รูปหน้ายิ้มเมื่อสักครู่เนี่ย รูปนี้ผมเอามาจากรูปนึงเป็นรูปที่มาจาก เอ่อเปเปอร์ของนักเศรษศาสตร์เอ่อญี่ปุ่น จีนนะฮะจีนเนี่ยเดิมก็อยู่ตรงข้างล่างสุด เหมือนเราเหมือนหลายประเทศเลยแต่พอถึงจุด นึงเนี่ยเขารู้แล้วบอกว่าเ้าเเป็นเพียง ฐานการผลิตไม่ได้เขาจะต้องขึ้นซ้ายมือ หรือขึ้นขวามือเพราะว่ามันมี var เประกอบ มือถือ iPhone อยู่นานเนี่ยเเริ่มคิดมา ทำไมเขาไม่ทำโทรศัพท์มือถือของตัวเองคือ Huawei Away ล่ะหรือเขาผลิตไอ้ชุด 4G เอ่อโทรศัพท์ 4G มาตั้งนานทำไมเไม่ทำคิด 4G 5G หรือ 6G เองในขณะเดียวกันในทาง

148:43

Speaker A

ด้าน Marketing เนี่ยทำไมอเมริกันมี Amazon และจีนจะมี Lazada หรือ Shopee ไม่ได้เราก็จะเห็นนะฮะว่าในแต่ละประเทศ เนี่ยสิ่งที่ต้องทำแทนที่จะรับเอาเงิน เอ่อ FDI เข้ามาอย่างเดียวเคือมันจะต้อง ขึ้นซ้ายมือกับขวามือเพื่อเพิ่ม value added ในประเทศไม่งั้นก็จะเป็นประเทศที่ ไม่ได้มีความพัฒนาเอ่อ ่อ ่อตามที่ควรจะเป็นนะครับผมเอารูปนี้จาก papเปอร์ของทาง World Bank นะฮะ World Bank บอกว่าเวลาคุณรับ FDI มาเส้นสีดำ เนี่ยนะคุณจะต้องพัฒนา S&T ของประเทศ ถ้าคุณไม่พัฒนา SNT ของประเทศเนี่ยคุณก็ จะมีแต่โรงงานแล้วคุณ GDP คุณก็จะไม่ เพิ่มคุณก็จะไม่ได้เป็นเหมือนไต้หวันซึ่ง มีโรงงานชิปที่แวานซมากหรือว่าเกาหลีที่

149:31

Speaker A

สามารถผลิตไฟทเตอร์ผลิตรถยนต์ได้เองไม่ เหมือนจีนนะฮะทุกประเทศนี้เขาตะเกียก ตะกายหมดนะครับถ้าเวียดนามทำอย่างประเทศ ไทยนะฮะก็จะเป็นประเทศไทยนะฮะ ทีนี้การจะพัฒนา SNT เนี่ยผมจะเริ่ม เลี้ยวเข้าสู่เรื่องการศึกษานะถามว่าแล้ว มันมีองค์ประกอบอะไรบ้างมันจะต้องมีความ เป็นเลิศในหลายเรื่องนะครับมันมีเรื่อง ความเป็นเลิศในทางเทคโนโลยีนะฮะครับมี Higher Education ที่มีความสามารถสูง [เสียงกระแอม]แล้วจะต้องมีการทำวิจัยกับ นวัตกรรม ทีนี้โมเดลในการทำอย่างนั้นได้เนี่ยง่าย ที่สุดเนี่ยเอาของจีนมาดูเนี่ยจีนบอกว่า มันเป็นเรื่องของ 3 ผสาน Triple Helix นะฮะหน่วยงานรัฐบาลจะต้องมีวิสัยท่านใน เรื่องนี้ของเรามีกระทรวงหนึ่งเรียกว่า กระทรวงอวนะครับเรามีหน่วยวิจัยสมัยก่อน เรามีผมบอกว่าเรามีสภาวิจัยต่อมาสภาวิจัย ถูกทำให้กลายเป็นรัฐวิสาหกิจก็เลยกลาย เป็นหน่วยงานที่แปลกมากเลยเรียกว่าวอ เราดูแล้วดูเหมือนว่าวไม่ค่อยเวิร์คเราก็ ไปตั้งหน่วยงานใหม่เรียกว่าสวทช.เวิร์ค หรือเปล่าผมไม่ทราบนะฮะแต่ฝั่งของรัฐบาล ก็พยายามทำในส่วนของภาคเอ่อมหาวิทยาลัย ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดต่อไปเนี่ยบอกมหาลัยไทย เนี่ยเราทำวิจัยหรือเปล่าต้องตอบว่า มหาวลัยไทยไม่ได้ทำวิจัยนะครับเป็นมหาลัย สอนนะฮะไม่ได้มาไม่ใช่มหาลัยวิจัยเป็น มหาวลัยสอนที่พยายามจะทำวิจัยในขณะเดียว กันเนี่ยถามว่าภาคเอกชนเนี่ยนะฮะทำหรือ เปล่าเอกชนเดิมเนี่ยเราไม่มีอทpปินorเรา

151:07

Speaker A

ไม่มีเราไม่มีเจ้าสัวที่คิดอยากอยากจะทำ โรงงานไฮเทคนะฮะคือมีเจ้าสัวคนนึงอยากจะ ทำมือถือแต่ก็รู้สึกก็ไปไม่ได้เท่าไหร่ เรามีแต่เจ้าสัวที่จะสร้างสรรพสินค้าที่ ใหญ่ขึ้นสวยขึ้นนะฮะเป็นสรรพสินค้าหมดเลย สุดท้ายก็มีสรรพสินค้ามากมายอยู่ใน กรุงเทพฯเนี่ยนะมันก็เลยทำให้ที่น่าห่วง ว่าเราจะ drive double helic นี้ไปได้ ยังไงกลับมาดูในส่วนของการศึกษาสถาบัน มหาวิทยาลัยเนี่ยโดยปกติแล้วมหาวิทยาลัย ก็มีหลายๆcategอก็เหมือนโรงเรียนของเรานะ มีโรงเรียนวัดโรงเรียนเอกชนโรงเรียนอะไร เนี่ยในมหาวิทยาลัยเนี่ยนะฮะ Category 1 ที่เราเห็นนะฮะก็น่าจะเป็นราชภัฏราชมงคล เนี่ยก็จะเป็นพวก Community University นะครับสอนให้ทุกคนเนี่ยเอ่อสามารถมีความ รู้อยู่ได้สังคมอยู่ได้นะครับเพราะมีหลัก อันนึงเนี่ยนะที่ที่เอ่อเจ้านายเก่าผมนะ ฮะเอ่ออาจารย์ศิปนเนี่ยเคยบอกกับผมว่าคน เราอ่ะนะรกคนดีกว่ารกยาก คือท่านบอกว่าให้การศึกษาไปเถอะเกินก็ไม่ เป็นไรนะฮะดีกว่าไม่มีการศึกษาฉะนั้นเรา จะมี University นะครับในขณะเดียวกัน เนี่ยเราจะมีมหาวลัยกลุ่มขวามือที่เรา เรียกว่าเป็น Teaching University นะฮะ Teaching University คือผลิตคนเข้าสู่

152:24

Speaker A

ตลาดแรงงานนะฮะตลาดแรงงานไหนก็คือภาคการ ผลิตหรือภาคการบริการที่เมื่อกี้เราเห็น ในรูปนี้นะครับแต่ว่าถ้าเราดูนะฮะว่า Unity Ranking ที่เขาทำกันอยู่ที่เรา พูดถึง QS ก็ดีพูดถึง Time High Education ก็ดีเวลาเราดู 100 มหาวิทยาลัยแรกหรือ 200 มหาลัยแรกถามว่า มาลัยพวกนั้นเป็นมหาลัยไม่ใช่ในกลุ่มที่ 1 กับที่ 2 ที่กล่าวถึงมันเป็นกลุ่มที่ 3 ที่อยู่ทางซ้ายมือนะครับเป็นกลุ่มที่เรา เรียกว่ามหาวิทยาลัยวิจัยนะฮะซึ่งของเรา เนี่ยไม่มีนะฮะมหาวิลัยวิจัยเนี่ย นะฮะ มหาวลัยวิจัยเนี่ยนะฮะต่างกับมหาลัยยังไง กันคือเราดูมหาวาลัยไทยเนี่ยนะฮะ เรามีมหาวิลัยของรัฐ 10 แห่งที่เราเรียก มหาวิลัยวิจัยแต่เวลาเราไปดูเนี่ยเป็น มหาวลัยขนาดใหญ่มาก 70,000 คน 50,000-70,000 คนแล้วในนั้นร้อยละ 80 เป็นปริญญาตรีแต่คุณไปดูมหา 10 มหาลัยแรก

153:20

Speaker A

100 มหาลัยแรกในแรงนะครับเป็นมหาลัยที่ เป็นขนาดประมาณ 10,000-15,000 คนเท่านั้น แล้วครึ่งนึงเป็น undergrad นะครับครึ่ง นึงเป็น graduate school ทำไมมี graduate school ที่ใหญ่เพราะว่า เาเป็นเอ่อมหาวิทยาลัยวิจัยการวิจัยเกิด ขึ้นที่ปริญญาโทกับปริญญาเอกปริญญาโท ปัชญาการศึกษาบอกว่าสอนให้รู้เข้าใจขบวน การวิจัยส่วนปริญญาเอก disation ก็คือ เอกสารที่ชิ้นนึงบอกว่าคุณนี่ไงความรู้ ใหม่กับวงการคุณที่คนๆนี้สามารถเ่อทำให้ กับวงการของเขาได้คุณเอาปริญญาเอกไปนะ ครับเราก็จะเห็นนะฮะความแตกต่างของเราที่ ผ่านมาเนี่ยถามว่าเอ่อเราพอมีบ้างที่จะ เรียกว่าเอ่อมหาลัยวิจัยที่มีเอ่อเอ่อ บัณฑิตวิทยาลัยใหญ่ๆเรามีอันนึงนะฮะเมื่อ หลายปีที่แล้วคือ เอ่อ AIT และอีกอันนึงที่เราภาคเอกชน พยายามจะทำอยู่ก็คือสechที่เราพยายาม สร้างขึ้นมานะครับในแง่ของการวิจัยเนี่ย เราจะเห็นว่าประเทศไทยเนี่ยจริงๆเราเรามี เ่อตอนนี้มีเงินสำหรับงานวิจัยเนี่ยตัว เลขเท่าที่เดูเนี่ยไม่ถึง 1% ของ GDP นะ

154:33

Speaker A

ครับซึ่งประเทศที่เจริญแล้วอย่างเกาหลี เนี่ย 5% 7% นะฮะเราก็จะเห็นว่าในภาครัฐ เองเนี่ยการที่จะใส่เงินเข้าไปในงานวิจัย เนี่ยก็ยังไม่เยอะแล้วจริงๆใน 1% เนี่ย ตามตัวเลขของอว.เนี่ยภาคเอกชนลงเยอะกว่า ภาครัฐนะครับ ทีนี้กลับมาถึงเรื่องของงานวิจัยเนี่ยมัน มีเรื่องนึงที่แปลกนะฮะพอดีผมเคยอยู่ คมนาคมเนี่ยผมก็ไปดูกระทรวงคมนาคมเนี่ย กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงที่มีงบลงทุนมาก ที่สุดในทุกกระทรวงของประเทศไทยนะฮะ กระทรวงโดยปกติทั่วไปอย่างกระทรวงศึกษา เราเนี่ยเงินส่วนใหญ่ไปเป็นเงินเดือนค่า จ้างแต่ส่วนคมนาคมเนี่ยเงินส่วนใหญ่เนี่ย เป็นเงินเพื่อการก่อสร้างทาวัตถุเพื่อการ พัฒนาประเทศแต่ปรากฏว่างเงินส่วนใหญ่ร้อย ละ 890 ของกระทรวงคมนาคมเนี่ยเอาไปสร้าง ถนน โดยกรม 2-3 กลมนะครับคือกรมทางหลวงกรมถนน ชนบทแล้วก็อาจจะมีกรมโยธาแล้วจะมีท้อง ถิ่นเนี่ยบอกว่าประเทศไทยเนี่ยสร้างถนน ตลอดเวลาปีละ200สนล้านเป็นเวลา 10 กว่าปี 20 ปีตลอดเวลาเราสร้างถนนถึงขนาดเราไม่ ไปทำทางรถไฟไม่ไปทำอย่างอื่นนะฮะจะสร้าง แต่ถนนทำไมเพราะถนนสร้างง่ายใช้หาเสียง ได้แล้วถ้าเกิดงบประมาณเหลือ 4 ปีไม่รู้

155:44

Speaker A

ทำอะไรตัดถนนถนนง่ายที่สุดเลยเราเคยมีถนน ไร้ฝุ่นตอนนี้กำลังในต่างจังหวัดกำลังมี ถนนไร้คนใช้นะฮะในต่างจังหวัดบางจังหวัด นี้ไม่มีคนเลยแต่ว่าถนนกลางเมือง 6 เลน อย่างเงี้ยนะฮะแต่ว่าพอเรามาดูงบที่เราลง ทุนกับการวิจัยเนี่ยงบอวเนี่ยตัวเลข 40,000 ล้านเนี่ยจริงๆผมในกรรมการนโยบาย เนี่ยมันจริงไม่ถึง20,ื่ล้านก็หมายความ ว่าเรายินดีที่จะสร้างถนนมากกว่ายินดีที่ จะสร้างความหมายความสามารถทางการวิจัย เพราะถนนจับต้องได้แต่งสร้างคนสร้างระบบ วิจัยเราเราไม่ได้อลเกงบประมาณไปนะครับ รูปนี้เนี่ยผมกำลังจะพิสูจน์อย่างนึงว่า เมื่อกี้เราบอกว่าวิทยาศาสตร์ศาสตร์และ เทคโนโลยีเนี่ยเป็นตัวประเด็นสำคัญในการ พัฒนาประเทศเนี่ยนะฮะถ้าเราลองดูนะครับใน รูปนี้เนี่ยผมเอารูปเดียวกันเมื่อสักครู่ ซ้ายมือแต่ว่าขวามือเนี่ยผมเอาจำนวนคนใน แต่ละ sector มาเปรียบเทียบให้ดูรูปนี้ เราจะเห็นเลยนะฮะว่าภาคการผลิตเนี่ยภาค อุตสาหกรรมเนี่ยมี Productivity เนี่ยสูง มากภาคเกษตรเนี่ยต่ำที่สุดเลยนะคุณเอาสี เขียว 2 อันหันหารเหมือนกันเนี่ยแต่ถาม ว่าพ่อครับภาคเกษตรเนี่ย producivity ต่ำ เราเลยบอกไม่ใช่เพราะคนต้องมีงานทำคนต้อง กินต้องอยู่ดีแล้วนะฮะที่เรามีภาคเกษตรนะ ครับแต่กำลังบอกว่าถ้าเราต้องการผลักดัน GDP เนี่ยSectตorที่ต้องการดันมากที่สุด

157:05

Speaker A

เนี่ยก็คือ Sector ของ Manufacturing เพราะมัน Productivity ดีกว่า Service ด้วยนะฮะเราเปรียบเทียบกับ Service คือสี น้ำเงินเนี่ยมันดีกว่า 2 เท่า เชิงประจักษ์ก็มีรูปนี้ผมเอามาจากในเน็ต นะฮะรูปซ้ายมือเป็นของสถาบันป่วยเนี่ยที่ เข้มๆคือจังหวัดที่มี GDP ต่อหัวสูงเราจะ เห็นว่าถ้าเราเปรียบเทียบ 3 ภาคเมื่อ ตะกี้นะจังหวัดที่เป็นภาคเกษตรดีที่สุดใน ประเทศไทยคือจันทบุรีเพราะเขามีทุเรียน แล้วน้ำทาสมบูรณ์มากนะฮะแต่ว่าเขาก็ได้ GP ต่อ GDP ต่อหัวประมาณ 150,000 เราเปรียบ เทียบกับภาคบริการเอาล่ะเอาจังหวัดท่อง เที่ยวเลยสูงที่สุดคือภูภูเก็ตไข่มุก อันดามันเนี่ยเา้าก็ยังอยู่ที่ประมาณ 200,000 กว่าแต่เราจังหวัดเล็กๆจังหวัด นึงที่ระยองเนี่ยที่เรามีแก๊สธรรมชาติ แล้วก็มีโรงปิโตเคมีลงน้ำกัดน้ำมันอยู่ เราจะเห็นว่าตัวเลขเอยู่ที่ประมาณ 900,000

157:57

Speaker A

นะฮะปีนี้น้ำมันแพงเนี่ยตัวเลขนี่จะขึ้น ไปเป็นล้านถามว่า GDP ต่อหัวของคนระยอง ล้านนึงเนี่ยมันแค่ไหนในยุโรปนะครับ ประเทศที่เจริญแล้วเนี่ยอย่างเช่นสวิส หรือว่าเยอรมันเนี่ยล้านกว่าๆนะครับก็คือ เรามีจังหวัดนึงที่มีคนอยู่ 800,000 คน เนี่ยจริงๆมี GDP ต่อหัวเท่ากับคนยุโรป เพราะว่าเขาใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใน การทำอุตสาหกรรม ผมก็จะปิดด้วยเรื่องการศึกษานะครับนะฮะ คือเมื่อกี้เราเราพูดถึงเรื่องการศึกษา เนี่ยแต่ว่ารูปเนี้ยผมเอามาจากเ่อตอนที่ ผมเรียนวปอเนี่ยนะฮะถามว่าหลักสูตรวปที่ แย่งกันเข้าเนี่ยเาไปเรียนอะไรกันไปเรียน เรื่องการทหารหรือเปล่าบอกไม่ใช่นะฮะรูป นี้เนี่ยที่วป.เนี่ยที่เขาเรียนกันเนี่ย คือเค้าเรียนเรื่องว่ากันทำไงให้ประเทศ ไทยเป็นประเทศที่มีกำลังอำนาจภาษาทหารนะเ เรียกว่ากำลังอำนาจของชาติเนี่ยซึ่งใน ภาษาทหารเนี่ยเขาบอกว่าประเทศที่มีกำลัง อำนาจของชาติเนี่ยเพราะว่าคุณมีวัฒนธรรม เพราะคุณมีกำลังทหารเพราะคุณมีทรัพยากร หรือเพราะว่าคุณมีจุดที่ตั้งที่โดดเด่น สิงคโปร์ไม่มีอะไรสักอย่างแต่สิงคโปร์ เนี่ยคุมช่องแคปมลกานั้นสิงคโปร์ยังไงยัง ไงต้องเจริญสำหรับประเทศที่ไม่มีทุกอย่าง 5 อันแรกเนี่ยนะครับอย่างเช่นคนญี่ปุ่น หรือคนเยอรมนีเนี่ยเขามีอย่างหนึ่งที่ สำคัญมากที่ทำให้ประเทศเจริญก็คือเขาต้อง มีการพัฒนากำลังคนนะฮะทีนี้ในการพัฒนาคน เนี่ย อ่าท่านอาจารย์คุณหมอวิจารณ์คุณหมอจรัด ได้พูดแล้วนะครับเราถามว่ากำลังคนเนี่ย

159:35

Speaker A

เรื่องสำคัญที่สุดคือการศึกษาสร้างคนและ คนสร้างชาตินะฮะนะเมื่อกี้เราบอกต้องการ คนที่ดีคนที่ดีมาจากไหนมาจากการศึกษานะฮะ แล้วการศึกษาต้องดีนะฮะคนนึงจะไปสร้าง ชาตินะฮะตัวชี้วัดอันนึงที่เราพูดกันมา แล้วคือเรื่องของ OECD ปี 2022 แล้วก็ล่า สุดเป็นของ OECD ปีล่าสุดนี้เลยนะฮะนะฮะ เราจะเห็นว่า OECD เมื่อเขาจัดการสอบ เนี่ยประเทศที่ไม่ไหนใน OECD ก็ไปสอบกับ เขาด้วยอย่างประเทศไทยเนี่ยนะฮะเราจะเห็น ว่าหลังสุดเนี่ยคือของปีนี้เลยนะฮะเออของ ปี 25 แล้วมาประกาศปีนี้ประเทศไทยเนี่ย เราอยู่ตรงด้านล่างนะฮะ จริงๆถ้าดูรูปเมื่อตะกี้เนี่ยเขาจะแบ่ง เป็น 3 category คือ above average average และ under average เราอยู่ใน under average มาตลอดปีนี้เราขยับขึ้น

160:25

Speaker A

มานิดนึงแต่ก็ยัง Under average แล้วผม ไปถามแชท GBT ว่าประเทศที่เข้าเป็นสมาชิก OECD แล้ว under average มีกี่ประเทศมี อยู่ 3 ประเทศ 2 ประเทศนะฮะถ้าเราเข้าไป อีกเราจะเป็นประเทศที่ 3 ก็จะมีคล้ายๆ ชิลีกับอะไรอีกสักแห่งนึงเนี่ยนะฮะทีนี้ เมื่อมันเป็นเช่นนี้เนี่ยเราก็ต้องถามดู เ้าแล้วในเรื่องระบบการศึกษามันมีปัญหา อะไรรูปนี้เนี่ยผมเอา 2 รูปเนี่ยมามาวาง ข้างๆกันรูปซ้ายมือเนี่ยตอนที่ผมเป็น CEO บริษัทเนี่ยนะฮะในส่วนของการบุคคลเนี่ย เวลาเราเทรนนี่คนเราทำอะไรคนเนี่ยเราเรา จะมองโมเดลของคนน่ะในแง่ของจิตวิทยาคือ รูปซ้ายมือนะฮะบอกว่าคนนึงในการที่เขาจะ สร้างผลงานอะไรเนี่ยเขามีองค์ประกอบอะไร บ้างองค์ประกอบที่ 1 เนี่ยเราเรียกว่า ความรู้นะฮะผมเรียนวิศวะผมก็รู้เรื่อง วิศวะถ้าผมเรียนบัญชีชีผมจะรู้เรื่อง บัญชีแต่ถามว่าความรู้บัญชีเอาไปทำอะไร ได้มยไม่ได้เพราะว่ามันต้องมีข้อ 2 คือผม

161:23

Speaker A

ต้องผมรู้วิศวะก็จริงแต่ถ้าผมไม่เคยผมรู้ ทฤษฎีออกแบบสะพานแต่ถ้าผมไม่เคยออกแบบ สะพานเลยผมไปออกแบบมันก็พังฉะนั้นผมจะ ต้องออกแบบสะพานเรื่อยๆเจนกระทั่งความรู้ จากข้อ 1 เนี่ยกลายเป็นทักษะในข้อที่ 2 แต่ถามว่าผมมีความรู้มีทักษะแล้วผมอยู่ใน สังคมได้มเพราะว่าคนเราจะต้องมีสมรรถนะ ที่จะอยู่ร่วมกันนะฮะฝรั่งเขาใช้คำว่า competency แต่ตรงกางเนี่ยเอ่อส่วนที่เป็นตรงกลาง เนี่ยอันนี้เป็นเป็นเบื้องลึกของแต่ละคน นะครับเป็นเอ่อพื้นฐานจิตใจนะครับซึ่ง เรื่องนั้นเนี่ยติดมาจากบ้านนะฮะถ้าเรา บ้านเราเป็นคนคิดบวกเราก็คิดบวกบ้านเรา เป็นคนเคร่งศาสนาเราก็เคร่งศาสนาศานะครับ ตรงนั้นเนี่ยติดมาฉะนั้นไอ้ส่วนตรงกลาง เนี่ยเราทิ้งเอาไว้เราทำอะไรไม่ได้แต่ว่า ส่วนที่เป็นส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 เนี่ยเป็นส่วนที่การศึกษาจะเป็นตัวช่วย หล่อหลอมทีนี้ผมลองแมพปิ้มรูปซ้ายมือกับ รูปขวามือนะฮะรูปขวามือคือระบบการศึกษาใน ปัจจุบันนี้คนที่ดีไซน์นี่ออกมาคือ เจ้าพระยาพระเสด็จสุรินธราธิบดีนะฮะพระ อภิบาลของรัชกาลที่ 6 ที่รัชกาลที่ 5 เรียกกลับมาจากอังกฤษบอกว่าช่วยวางระบบ การศึกษาแบบตะวันตกให้กับประเทศไทยนะฮะ ฉะนั้นเจ้าพระยาพระเสด็จเนี่ยเป็นคน บัญญัติคำว่าปฐมอุดมัธยมอะไรต่างๆที่มา เนี่ยนะถามว่าคอนเซปตของการออกแบบในสมัย

162:48

Speaker A

นั้นเนี่ยคอนเซปคืออะไรคอนเซปในสมัยนั้น คือประถมศึกษาเนี่ยเรียนเรื่องสมรรถนะนะ ฮะจะต้องคนที่จบประถมศึกษาอ่านออกเขียน ได้นะครับมีผู้ใหญ่เคยเล่าให้ผมฟังว่า สมัยก่อนเนี่ยกระทรวงศึกษาเคยกำหนดไว้ว่า ชาวนาเมื่อจบป.ป. 6 ไปแล้วเนี่ยเดินไป ซื้อปุ๋ยเนี่ยจะต้องคุยกับเค้ารู้เรื่อง นะครับว่า 1600 คือคืออะไรแล้วคิดตังค์ กับเขาได้โดยไม่เขาหลอกฉะนั้นประถมศึกษา เนี่ยเรียนสมรรถนะให้เขาสามารถอยู่ใน สังคมได้นะครับต่อไปเนี่ยถามว่าแล้วมัธยม เรียนอะไรมัธยมคือเรียนเตรียมเข้าสู่ วิชาชีพนะฮะเพราะหลังปฏิวัสสาหกรรมเนี่ย วิชาชีพมีความเชี่ยวชาญแล้วเฉพาะสูงมาก คุณเรียนแพทย์เรียนวิศวะเรียนอะไรต่างๆ เนี่ยความรู้พื้นฐานเนี่ยมาเรียนกันที่พั มัธยมจริงๆอีกชื่อนึงของมัธยมคือคำว่า เตรียมอุดมศึกษาเตรียมที่จะไปอุดมศึกษานะ ฮะแต่พอมันเรียนกันเราเรียกว่ากลางๆว่า มัธยมนะฮะซึ่งพอเราเรียนเตรียมศารเรา เรียนวิชาเ่อผมยกตัวอย่างตรีมมิติเอ่อึม เอ่ออะไรต่างๆซึ่งเราไม่ไม่เคยใช้ในชีวิต ประจำวันถูกมั้ฮะทุกวันนี้ก็ไม่ได้ใช้แต่ เพราะถ้าเกิดเราไม่เรียนที่มัธยมเนี่ยเรา ไม่สามารถไปเรียนแยกสาขาที่อุดมศึกษาได้ ทีสำหรับคนที่เรียนมาถึงระดับมัธยมแล้ว บอกว่าเออฉันไม่อยากจะไปไกลกว่าเนี้ยมัน ยากมีอีกวิธีนึงคุณออกไปทางข้างๆนะฮะ เรียงกันใช้ทักษะเพราะทักษะเลี้ยงชีพได้ ผมซ่อมจักรยานเนี่ยพอจักรยานวิ่งเข้ามาผม รู้เลยไอ้คันนี้อะไรเสียเดี๋ผมจะเปลี่ยน ให้ซึ่งทักษะแบบนี้มันต้องเกิดแก่การใช้ ไม่จำเป็นต้องเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนะ ฮะฉะนั้นในสมัยก่อนเราถึงแบ่งการศึกษา เป็นประถมมัธยมเนี่ยแต่พอเรามาเป็นรูปแบบ ปัจจุบันเป็นสพฐ.เป็นอะไรเราดูเหมือนว่า

164:33

Speaker A

เรายุบทุกอย่างรวมกันมาแล้วก็ยิ่งพอเรามา บอกว่าเอ่อการศึกษาภาพบังคับจนถึงม. 3 เนี่ยตอนนี้มีความคิดจะขึ้นไปม. 6 เนี่ย มันเลยทำให้ทุกคนคิดว่าอ๋อการศึกษา ปฐมัธยมเราจะเรียนไปเรื่อยๆเพื่อทุกคนจะ ต้องไปอุดมแล้วทุกคนก็เลยอยากได้ปริญญา เรียนอาชีวะก็อยากได้ปริญญาเราลืมเราลืม คิดว่าจริงๆปรัชญาการศึกษาก็ประถมก็มัธยม เจริงๆมันต่างกันโดย maping นะครับถ้า เกิดเรา maping อย่างเงี้ยเราจะ ประถมศึกษาเี่มันอยู่ที่ข้อ 3 ซึ่งท่าน อาจารย์ได้หลายท่านได้พูดถึงนะฮะว่าเขาทำ ยังไงล่ะเอ่านออกเขียนได้อยู่ในสังคมได้ ไปซื้อปุ๋ยไม่โดนเข้าหลอก ในขณะที่ถ้าเราไปที่อุดมศึกษาเนี่ยมันจะ ไปอยู่ที่ข้อ 1 นะครับแต่ถ้าเราจะเรียน เพื่อทักษะอาชีวะมันจะมีข้อ 2 นะฮะมัน เป็นลักษณะเอ่อเช่นนี้ผมลอง maping ดูนะ ครับทีนี้โดยสรุปแล้วถ้าถามว่าแล้วจริงๆ เนี่ยเป้าหมายการศึกษาคืออะไรเป้าหมายการ ศึกษาเนี่ยจริงๆเนี่ยเพื่อให้มนุษย์อยู่ ในสังคมได้อย่างปกติสุขซึ่งอันนี้คือ ประถมศึกษา คุยกันได้มีภาษาเข้าใจกันรู้เรื่องนะฮะ ข้อที่ 2 มีความรู้พื้นฐานจำเป็นในประกอบ

165:43

Speaker A

สัมาชีพได้นะครับซึ่งอันนี้คือเราเรียน อุดมศึกษาเลยนะฮะ มันมีประเด็นอยู่ตรงนี้ว่าอุดมศึกษาเนี่ย จริงๆแล้วมีอยู่ 2 เลเวลเลเวลนึงคือระดับวิญญาณตรีเนี่ย เพื่อประกอบวิชาชีพเป็นหมอไปเป็นวิศวะแต่ ถ้าเราเรียนโทรกับเอกเนี่ยเราไปสู่เป้า หมายข้อที่ 3 เนี่ยนะคือสังคมมนุษย์นี่ มันไม่ได้อยู่เฉยๆนะฮะมันก้าวหน้าไปทุก วันเนี่ยเมื่อกี้เราอ่านหนังสือพิมพ์เรา ก็เจอว่ามีมีวิทยาการใหม่ๆเกิดขึ้นมา ฉะนั้นหน้าที่ของการศึกษาคือสร้าง วิทยาการใหม่ๆให้กับสังคมด้วยนั่นคือเอ่อ บัณฑิตวิทยาลัยปริญญาโทกันปิญาเอกแต่ของ เราเนี่ยที่ผมบอกว่ามหาวิลัยไทยเต็ม มหาวิลัยประเภทประเภทผิดคนเข้าสู่ตลาดแรง งานก็เพราะว่าวิสัยทัศน์ของทุกๆแห่งไม่ ว่ากระทรวงไม่แห่งก็คือลองไปอ่านดูนะครับ ผลิตคนดีคนเก่งรับใช้สังคม เราไม่เคยเขียนเลยนะว่าเราจะผลิต เทคโนโลยีใหม่วิทยาการใหม่ๆเพื่อให้ มนุษย์ชาติเจริญขึ้นไปซึ่งอันนั้นน่ะจะ เป็นข้อที่ 3 นะครับทีนี้ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงเราจะ เกิดอะไรขึ้นตอนเนี้ยมันมีผลกระทบใหญ่มาก ที่เกิดขึ้นจากเรื่องนึงคือ AI ซึ่ง เรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้น 4 ปีเต็มๆนะฮะ เมื่อเดือนพิกพฤศจิกายนปี 22 เนี่ยแชท GPT ออกมาเนี่ยทำให้เกิดบันโทนี่เราอยู่ที่

167:04

Speaker A

เดือนพฤศจิกายนแล้วนะฮะ 4 ปีเต็มเต็ม เนี่ยสิ่งที่ AI สร้างผลกระทบต่อพวกเรา โดยเฉพาะการศึกษาเนี่ยเราจะเห็นว่าแนวคิด เรื่องการศึกษาผิดไปหมดเลยเดิมในการศึกษา แบบเดิมซ้ายมือเนี่ยก็คือว่าความรู้อยู่ ในหนังสือแล้วเราให้ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง อย่างครูฟิสิกส์ไปอ่านตำราฟิสิกส์เพื่อ อะไรจนเชี่ยวชาญแล้วก็มาสอนเด็กให้ทำ โจทย์เมื่อหาคำตอบแต่ในปัจจุบันนี้เนี่ย ความรู้ในหนังสือมันไปย้ายอยู่ในคราวแล้ว ใหญ่มากด้วยนะครับแล้วคราวอันนี้เนี่ย เนื่องจากมันใหญ่มากเราเอาคนไปอ่านคราว ไม่ได้เนี่ยเราก็ต้องให้อุปกรณ์ที่เรา เรียกว่าโมเดลแช GPT ยังไง AI เนี่ยไป อ่านความรู้ในคราวเสร็จแล้วเอาคำตอบมาบอก เราทีนี้เนื่องจากเขาเอาคำตอบที่ถูกฝึก ถูกคิดเป็นระบบมาแล้วเนี่ยคำตอบเขาเป็นคำ ตอบ SW รูปมาที่เด็กคนเนี้ยฉะนั้นในการ ที่เด็กคนนี้จะหาคำตอบเนี่ยแทนที่เขาทำ เองเนี่ยเาถามเป็นแกเงื่อนไขนึงคือว่า เด็กคนนี้จะต้องตั้งคำถามที่ถูกจนต้องมี ความฉลาดรู้ไอ้คำตอบที่แชท GPT มาเนี่ย อาจจะไม่ถูกก็ได้นะเพราะว่า AI ตอนนี้ถูก แค่ 80 กว่าเปอ์นะฮะฉะนั้นสิ่งที่เกิด

168:15

Speaker A

ขึ้นคือมันทำให้ระบบการเรียนรู้การเรียน การสอนนะครับที่เราเคยคิดมาเนี่ยเอ่อการ ที่เราทำเป็นสเต็ปสปมาเนี่ยมันเปลี่ยนไป หมดเลยนะฮะเพราะข้อมูลที่อยู่ในคราวเนี่ย มันเป็นข้อมูลที่ไม่มีแยกสาขานะฮะเป็นข้อ มูลรวมเป็น multidisciplinary แล้วใหญ่ มากและที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันใหญ่ขึ้น ทุกๆวินาที นะฮะทุกๆวันที่มันเปลี่ยนแปลงไปสำหรับ ระบบการศึกษาเนี่ยเอ่อก่อนที่ปฏิวัติ อุตสาหกรรมเนี่ยเราจะเป็นรูปแท่งสีเทาๆนะ ฮะสมัยนั้นเนี่ยการเรียนคือเรียนภาษาก็ เรียนกับเจ้าอาวาสในวัดนะฮะอยากจะเรียน เป็นช่างตีเหล็กก็ไปเรียนกับคนตีเหล็กนะ ฮะเรายังไม่เรียกว่าการศึกษาเพราะการ ศึกษามันต้องมีต้องมีหลักสูตรและการ ประสาทปริญญาแต่พอเรามาเข้าสู่ไอ้สีเขียว ๆเนี่ยนะฮะเข้าสู่ปัจจุบาหกรรมเนี่ยมัน เกิดวิชาชีพเรียกว่า professional ซึ่ง ต้องการความเชี่ยวชาญสูงมากอย่างแพทย์ วิศวะทนายอย่างเงี้ยนะฮะเขาก็จะวางระบบ ที่ิมากเลยว่าคุณจะมาเข้าระบบของฉันเนี่ย เธอจะต้องมีใบจบปริญญาตรีมาก่อนเมื่อเป็น เช่นนั้นแล้วเนี่ยการศึกษาก็เลยออกแบบให้ มันลจิตมากเลยนะฮะว่าต้องมีสมมัธยมนะฮะ แล้วเรียนกี่ปีจะมาถึงเป็นจบปริญญาตรีนะ ฮะเราจะเห็นว่าเราก็ทำให้การศึกษาหลัง ปฏิวัติสาวกรรมซึ่งซึ่งเราไปลอกมานะฮะ เป็นระบบ Schooling นะฮะและเป็นระบบ degree system ไม่มีใบผ่านนะจะข้ามขั้น ตอนไม่ได้ในขณะเดียวกันเนี่ยเป็น highchical แล้วก็เป็น monodisciplinary

169:45

Speaker A

นะฮะ monodispinary คือว่าในมหาลัยไทย เนี่ย 141 คณะเนี่ยในแต่ละคณะมีภาควิชา อีก 10 นะรวมได้เป็น 140 50 ภาควิชาซึ่ง เป็นเอกเทศต่อกันมีหัวหน้าภาควิชา 150 คน อย่าเงี้แล้วถามว่าเรียนข้ามได้มั้ยบอก ไม่ได้ผมเรียนวิศวะถ้าผมเรียนเคมีผมบอกผม ชอบเคมีบวกฟิบวกโยธาได้มั้บอกไม่ได้คุณจะ เรียนเคมีก็เคมีโยธาแล้วคุณอยากจะเลี้ยง อันคุณจบปิญญาปิญญาโทแล้วคุณก็ไปเรียนแต่ เราจะเห็นว่าความรู้ในในคราวเนี่ยมันไม่ ได้แยกนะไม่เคยมีการแยกเลยในคราวว่ามี โยธาแยกจากครึ่งกลหรือเรืออะไรต่างๆมันก็ เลยทำให้เกิดสิ่งที่เป็นสีเหลืองเกิดขึ้น หลังจาก AI มานะครับเราจะเห็นว่าจริงๆ แล้วความรู้มัน convergence หมดแต่การที่ เด็กคนนึงจะถามเอาข้อมูลจากในใช้ประโย เนี่ยเขาจะต้องมีสิ่งเรียกว่า digital literacy นะฮะหลายๆคนบอกว่าเราต้องเปลี่ยนหลักสูตร เรียน AI บอกไม่ใช่เราต้องเรียนหลักสูตร ให้เขารู้จักเทคโนโลยีดิจิทอลเพราะ AI

170:49

Speaker A

เนี่ยมันเป็นผลออกมานะไม่ใช่บอกสอน AI เด็กนะฮะบอกให้สอนเด็กใช้จัจีบอกไม่ใช่ สอนให้เข้าใจว่า Digital คืออะไร cloud คืออะไรนะฮะ Digital literacy นะครับ แล้วก็จะเป็น multidisciplinary ในในหลายๆประเทศเนี่ยเอ่อมหาวิทยาลัย เนี่ยเขายกพยายามยกเลิกคำว่า faculty นะ ฮะอย่าว่าแต่ไอ้ไอภาควิชาเลยยกเลิกคำว่า คณะเนี่ยเพื่อให้ทุกอย่างเนี่ยมันไปด้วย กันได้จริงๆแล้วคำว่านวัตกรรมเนี่ยเกิด ขึ้นจะเอา 2 ศาสตร์มารวมกันนะฮะศาสตร์ เดียวคุณนั่งคิดให้ตายไม่ได้ไปถึงไหนแต่ ถ้าคุณเอา 2 ศาสตร์มาคิดด้วยกันคุณก็จะ ครบวิธีทำงานใหม่แนวคิดใหม่อะไรขึ้นมานะ ครับแล้วสิ่งที่แบบสีเขียวเนี่ยถามว่า ปลายทางคืออะไรภายคนเก่งรับใช้สังคมก็คือ เข้าไปเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ในโรงงานใน อะไรต่างๆแต่ว่าแบบขวามือก็คือบอกว่าถ้า เกิดคุณไม่อยากจะไปกินเงินเดือนคุณก็ไม่ ต้องไปกินเงินเดือนเราสร้าง oppreneor สร้างคนที่มีความรู้หลายศาสตร์นะครับคน ที่มีความรู้หลายศาสตร์เราเรียกว่า poy matat นะฮะ po ไว้เยอะๆ mat ก็คือคือ

171:55

Speaker A

เรียนเยอะๆเรียนเยอะๆเนี่ยคือเรายกตัว อย่างอย่างออนมาสหรือบิ gate เนี่ยพรุ่ง นี้เป็นจบอะไรมาไม่ทราบแต่ทุกวันนี้คิด หลายอย่างนะฮะคิดหลายอย่างคิดข้ามศาสตร์ นะครับหรือดาดวินชีเนี่ยนะฮะนั่นนั่นคือ poat ฉะนั้นเป้าหมายของการศึกษาอนาคต เนี่ยเราจะสร้างpoโพimatนะครับ เดิมเนี่ยตอนที่เราไป import ระบบของ ยุโรปมาเนี่ยเราไป import มาอีกคำนึงนะฮะ คือคำว่าวิทกสิลเนี่ยแล้วเราก็ไปยึดไอ้ วิทกสิลมากตอนมาแบ่งตอนมัธยมเนี่ยจริงๆ วิทกศิลเนี่ยเ่อในแนวความคิดใหม่มันไม่ ควรจะแยกจักกันนะฮะ จริงๆเราเรียนวิทเนี่ยเพื่อแก้ปัญหาข้อ ขับข้องในชีวิตประจำวันอย่างเช่นเราจะ เดินทางมานี่เนี่ยถ้าไม่มีรถยนต์เนี่ยมัน ก็มาไม่ได้ใช่มฮะความขัดข้องในชีวิตประจำ วันเราใช้วิทยาศาสตร์แก้แต่เนื่องจากคน เราเนี่ยนอกจากความขัดข้องในชำวันแล้วเรา มีความขัดข้องที่เราจะต้องมาอยู่ร่วมกัน ในที่นี้ต้องพูดกันรู้เรื่องต้องเข้าใจ อารมณ์ต้องมีทักษะชีวิตเนี่ยอันนั้นเป็น ส่วนของโซเชียล sci ศิลปะฉะนั้นในการ ศึกษาเนี่ยนะฮะถึงแม้ว่าเวลาเราบอกการ ศึกษาสตมปเนี่ยคนๆนี้จะไม่ได้สร้าง ประโยชน์ให้สังคมเลยคือถ้าเขาไม่ได้เรียน มีความทักษะทางด้าน social นะฮะหรือทาง ด้านเอ่อเอ่อ EQ ด้วยนะครับในส่วนนี้ผมก็

173:15

Speaker A

อันอันนี้เป็นรูปตัวอย่างของ POAT ที่เอา มาให้ดูนะฮะก็อยากจะเรียนว่าในส่วนผมเอง ซึ่งผมมาจากภาคเอกชนนะฮะมาไม่ได้เป็นนัก การศึกษาเนี่ยสิ่งที่เราสังเกตเห็นอย่าง นึงก็คือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจนะครับ ว่าเรื่องการศึกษาเนี่ยพูดกันได้พูดกัน เรื่อยๆนะฮะพูดกันสนุกปากนะครับยกตัว อย่างอย่างเอ่อพิซซ่าเนี่ยทุกๆ 3 ปีเผม พิซซ่าออกเนี่ยเราก็จะนั่งวิตกวิจารณ์จัด สัมมนาจัดอะไรกันเนี่ยแล้วผ่านไปสักเดือน ครึ่ง 2 เดือนเรื่องนี้ก็จะจบแล้วเราจะมา พูดกันอีกทีเมื่อผลปิซ่าอีก 3 ปีข้างหน้า ออกมา นะฮะซึ่งเราจะเห็นว่าจริงๆแล้วเนี่ยความ เชื่อเรื่องของการลงทุนทางด้านการศึกษา ที่ท่านอาจารย์หลายๆกูเนี่ยมันมันประเด็น คือเชื่อแล้วมันจะต้องมีคนลงไปทำแล้วคน ที่ลงไปทำเนี่ยจะต้องยอมรับด้วยนะครับว่า มันจะต้องใช้เวลายาวนานมากในการในการที่ จะเห็นผลนะฮะฉะนั้นอะไรที่ถ้ารัฐบาลบอก ว่าผมให้คุณงบปีนี้แล้วปีหน้าคุณจะเอา อะไรให้ให้อะไรตอบแทนผมคือถ้าพูดอย่าง นั้นเราเราจะจะทำเรื่องการศึกษาไม่ได้เลย ผมพูดตลกเสมอนะครับว่าถ้าเกิดคุณอยากได้ หักภัย 2 เท่าคุณจะบริจาคเนี่ยถ้าคุณอยาก เห็นผลเร็วนี้คุณไปทอดกฐินนะฮะคุณทอดปี นี้ปีหน้าก็เห็นเสาร์วัดเห็นหลังคาโบสถ์ นะแต่ถ้าคุณทำเรื่องการศึกษาเนี่ยมันจะ เป็นเรื่องที่ยาวนานมากนะครับก็ในวันนี้ ด้วย

174:44

Speaker A

เวลาอันสั้นนะครับก็ขออนุญาตแชร์แต่เพียง เท่านี้แต่จริงๆเอ่อจากประสบการณ์ที่ได้ เอ่อดูแลโรงเรียนกำเนิดวิทย์นะครับเ่อ แล้วก็ทำเรื่องสถาบันวิทยศิริเมธีกับเอ่อ โรงเรียนมิดลวิทยสรเนี่ยได้รับประสบการณ์ เยอะมากในเรื่องการศึกษานะครับแล้วตอนนี้ เนี่ยก็เกิดอย่างที่เรียนนะฮะเกิดมานะว่า เออแล้วเราจะทำยังไงให้ประเทศเราดีขึ้น สิ่งที่ปท.ทำคือการลงทุนในมหาวิลัยวิจัย นะครับซึ่งจริงๆต้องบอกว่าต้องเรียนทุก ท่านว่าเอ่อหรือสถาบันวิทยาศาสีเนี่ยตอน นี้เป็นมหาวลัยวิจัยที่ดีที่สุดของประเทศ ไทยนะฮะตามแankingนึกแต่ว่าเราเราไม่มี ปริญญาตรีเนี่ยเรามีแต่บัณฑิตวิทยาลัย เนี่ยเรามีบัณฑิตวิทยาลัยที่ทาง วิทยาศาสตร์เนี่ยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ไทยนะฮะแต่ว่าเนื่องจากเป็นปริญญาตรีเรา จะไม่ได้อยู่ในแankingแล้วก็โรงเรียน กำหนดวิทยเนี่ยเราพยายามจะเดินตามรอยของ โรงเรียนมหิดลฟิานอนุสรณ์เพื่อทำยังไงจะ ให้เด็กไทยนะฮะช้างเปลือกที่อยู่ในป่าลึก ๆเนี่ยจะได้มีโอกาสเล่าเรียนนะครับโดยไม่ ต้องมีภาระใดๆทั้งสิ้นครับขอบพระคุณครับ ครับขอขอบพระคุณท่านดร.ไพรินชูโชติถาวร ครับ ครับในลำดับต่อไปครับขออนุญาตเรียนเชิญ ท่านศาสตราจารย์พิเศษดร.พระวิทองโรจครับ ได้ให้เกียรติมอบของที่ระลึกกับท่าน วิทยากรครับ ครับขอขอบพระคุณท่านวิทยากรแล้วก็ท่านผู้ ทรงคุณวุฒิของเราเป็นอย่างสูงครับ สำหรับในช่วงต่อไปครับจะเป็นหัวข้อครับ โรงเรียนคุณภาพเกิดขึ้นได้อย่างไรบทเรียน จากการจัดการศึกษานานาชาติสู่บริบทครับ โดยวันนี้ครับเราได้รับเกียรติจากท่าน วิทยากรของเราครับซึ่งท่านเป็นนักการ ศึกษาและผู้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติregน ครับซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทาง ด้านการศึกษาทั้งในประเทศและระดับนานา ชาติครับท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา

177:21

Speaker A

เอกจากมหาวิทยาลัยมิสurลัมเบียครับประเทศ สหรัฐอเมริกาครับและท่านเคยเป็นผู้สอนใน มหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริการวมถึง มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิสหรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ UCLA ครับก่อนที่ ท่านจะได้นำประสบการณ์กลับมาพัฒนากนานา ชาติในประเทศไทยครับท่านจึงมีมุมมองที่ เชื่อมโยงการบริหารสถานศึกษาคุณภาพการ เรียนรู้ และการเตรียมเยาวชนให้พร้อมสำหรับสังคม โลกครับและในวันนี้ครับท่านได้มีคำถามที่ สำคัญยิ่งคือในเมืองไทยนั้นมีตัวอย่างของ การจัดการเรียนรู้จัดการศึกษาคุณภาพสูง อยู่มากมายครับแต่เหตุใดภาพรวมของการ ศึกษาไทยยังตกต่ำอยู่ตลอดมาวันนี้เราจะ ได้รับฟังทัศและคำแนะนำอันมีคุณค่าจาก ท่านครับในโอกาสนี้ครับขอเรียนเชิญดร.

178:09

Speaker A

วีรชัยเตชวิจิตรครับ[ปรบมือ] กราบสวัสดีท่านอาจารย์ จรัสท่านอาจารย์วิจารย์แลก็ท่าน อาจารย์วิทยเพื่อนๆแขกผู้มีเกียรติ ที่นี่แล้วก็ที่บ้านทราบว่ามี 4 คนอาจจะ ออนไลน์อยู่ความจริงท่านพาวิทได้เชิญผม ลึกเกริ่นเกินว่าจะมาแบ่งปันไม้มั้ใน เรื่องที่ผมทำมา 30 กว่าปีก็คือโรงเรียน นานาชาติ ผมก่อตั้งนานาชาติที่พัทยาเนี่ยในปี 1994 ก็ประมาณ 32 ย่างเข้า 33 ปีที่กรุงเทพฯก็ ประมาณ 27 ปี ถามว่ามีข้อมูลมีอะไรต่างๆที่มีประโยชน์ มั้ยต่อการสัมมนาในวันนี้ เอ่อคิดว่าคงจะพอมีเป็นประโยชน์นนะครับ เพียงแต่ว่าถามว่าแล้วจะเห็นผลมั้ย นะฮะบางท่านก็คงอ่าน คำถามแล้วก็บอกว่าคงจะชาติหน้าตอนบ่ายๆ Oh no อันนี้ที่จะเป็นอันนี้เป็นBteทค นะฮะอันนี้จะเป็นอาจารย์อาจารย์จตุพร ผมมีอยู่ 2 เซตนนะฮะอีกเซตนึงที่เกี่ยว กับเรื่องสพฐ.

179:50

Speaker A

ขอโทษคือวันนี้ผมอย่างี้ฮะเนื่องจาก อาจารย์ภาวิทยได้บอกว่าทุกอย่างที่จะ ปรากฏบนเวทีนี้มีการ[เสียงกระแอม]พูดจา กันสิ่งที่เราจะมีการบรรยายนู่นนี่ต่างๆ นั้นเนี่ย อาจจะมีการบันทึกไว้แล้วท่านก็บอกกำชับ ว่าการบันทึกนี้จะส่งให้กับผู้ที่มีอำนาจ สูงสุดคือท่านนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นรัฐมนตรีศึกษา แล้วมาใหม่ก็จะยื่นอีกพูดง่ายๆคือว่ามี ความเป็นไปได้ว่าในที่สุดเราอาจจะเจอท่าน นายกรัฐมนตรีที่เข้าใจและคิดว่าเป็นความ จำเป็นที่จะต้องมีการแปลงโรงเรียนไทยของ เราเนี่ยให้เป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างที่จะ สร้าง เยาวชนให้เป็น Global Citizen จริงๆผม ฟังดูแล้วอ่าถ้ามีการบันทึกแบบนี้แล้วคำ พูดที่พูดก็จะมีบันทึกเก็บไว้ก็คิดว่าจะ มีประโยชน์แม้ว่ายังมองไม่ค่อยเห็นเท่า ไหร่แต่ผมเหลือบไปเห็นพ.ศ.

180:52

Speaker A

เอ่อหรือค.ศ. 2 2040 อ่ะก็ใจชื้นขึ้นมาว่าออสิ่งที่ผมกำลังจะ พูดนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้เสร็จภายในปี 2 ปีนี้หรือ 3 ปีนี้ผมมีถึงประมาณกี่ปีนะ ครับ 13 ปี คงไม่ต้องรอไปจนถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆนะ ครับก็เลยเป็นที่มาว่าวันนี้ถ้าผมขอ อนุญาต วัตถุประสงค์ก็คือเป็นการ แบ่งปัน ความรู้ที่ผมได้สะสมมา 30 กว่าปีแล้วที่ อเมริกาผมก็สอนอยู่ประมาณ 6 ปี นะฮะก็อุตส่าห์ทิ้งตำแหน่งที่ UCLA มา บังเอิญช่วงนั้นก็พอดีคุณพ่อไม่ค่อยสบาย ก็ไปอยู่ว่าคุณพ่อจะเสียก็พอดีมีลูกเพิ่ม อีก 2 คนก็คิดว่ากลับไม่ได้ ก็เลยติดพันก็ไปเกี่ยวข้องกับการเมือง อะไรต่างๆนู่นนี่อะไรต่างๆอยู่ประมาณ 13 ปีแล้วมีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตอนแรกคิด ว่าใช่ฮะการจะเปลี่ยนแปลงประเทศจะต้อง เป็นนักการเมือง เพราะว่าเราเป็นระบบการเมืองเราไม่ใช่ ระบบของเผด็จการแต่มันไม่เวิร์ค ทรมานพอสมควรในช่วง 10 ปีแล้วก็จับพัดจับ

182:04

Speaker A

หูคิดว่าเอ่อมันมีความเป็นไปได้ที่เราอาจ จะมาช่วยเรื่องการศึกษาเรื่องมันยาวแต่ผม พูดสั้นๆก็คือว่าผมเริ่มเมื่อ 1994 นะ ครับแล้วก็มีความรู้สึกเลยว่า เอ๊อันนี้น่าจะเป็น ประเด็นที่ผมอาจจะเข้าไปลึกเข้าไปลึกที่ สุดเท่าที่จะลึกได้แล้วดูซักว่าวันหนึ่ง เนี่ยผมสามารถที่จะนำสิ่งที่ โลกเปลี่ยนแปลงแล้วก็มีการเรียกร้องทักษะ ต่างๆทั้งทักษะการเรียนการทำงานทางด้าน จิตใจเนี่ยมาหล่อหลอมเยาวชนไทยเให้เป็น global citizen แล้วก็หลายๆท่านก็อาจจะ เป็น global leaders นะครับฉะนั้นผมก็ เลยคิดว่าโรงเรียนนานาชาติที่ผมทำมา 30 กว่าปีนั้นเนี่ยผมอาจจะพูดได้เฉพาะโรง เรียนของผมนะโรงเรียน Regent International School วันแรกที่ผมเข้าไปเลยนะฮผมวางกดเหล็กเลย เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเรียนที่อสัมเอย ที่นู่นที่นี่เอยเนี่ยผมจะเห็นเลยว่านัก เรียนหรือเพื่อนของเราวันไหนหนีเรียน เนี่ยมันจะมาจากเหตุผล 2 เหตุผล 1 ถูก รังแกแก 2 เรียนแล้วแล้วไม่รู้เรื่อง ผมจับ 2 ประเด็นนี้ขึ้นมานะครับว่าตราบ

183:27

Speaker A

เท่าที่โรงเรียนไหนที่ยังมีปัญหานี้อยู่ นะโรงเรียนนั้นจะถือว่าสำเร็จนั้นคงจะ ยากงั้น เราก็เลยวางกฎไปว่าโรงเรียนของเราเนี่ยผม จะพูดได้เฉพาะของregนนะฮะ จะต้องเป็นโรงเรียนที่เด็กอยากจะมาเรียน ทุกเช้า แล้วก็ทุกวิชาที่จะมีการเปลี่ยนเข้าไป เรียนจะต้องเป็นอย่างนั้นพูดง่ายผมว่าทุก คนทุกท่านเนี่ยพูดได้หมดวันนี้ผมพูดเสร็จ เนี่ยท่านตั้งโรงเรียนนานาชาติได้เลย เชื่อผมไม่ยาก ถ้านักเรียนมีความรู้สึกว่ามาแล้วปลอดภัย ไม่ถูกรังแกไม่ถูกเรียกชื่อพ่อช่างเนี่ย แล้วก็โรงเรียนเก่งเค้าก็ไม่ได้ดูถูกเรา ต้องวังกฎ ต้องช่วยอาจารย์ช่วยครูก็คือวางกฎไปเลย ว่าอนักเรียนมารวมตัวกันแล้วมาช่วยกัน พิจารณาว่าเราจะทำอย่างไรไม่ให้มีการ บullลี่ในโรงเรียน เราอย่าไปเขียนกฎแล้วบังคับนะครับเด็กอ่ะ จะต่อต้านเป็นต้นพวกที่บullลี่จะต่อต้าน แต่ถ้าให้เค้าได้มีโอกาสที่จะว่าเห็นด้วย มั้ว่านี่คือปัญหาทุกคนจะบอกว่าใช่แล้วก็ บอกอ่าเราควรจะทำอย่างไรให้เค้ามีส่วน ร่วมในการสร้างนโยบายนี้ขึ้นมาเพราะ ฉะนั้นโรงเรียนของregนจะไม่มีการบullี่ ไม่ว่าในรูปแบบใดๆทั้งสิ้น ทำมา 30 กว่าปีผ่านนักเรียนมาหลายพันคน เนี่ยมีแค่นักเรียนมีเด็กอยู่คนเดียวเท่า นั้นที่บullลี่ซะจนผมมีความรู้สึกว่าต้อง เชิญคุณพ่อคุณแม่มาแล้วก็คุณพ่อคุณแม่ก็ ยินดีแล้วก็ส่งไปเรียนที่เรือน คุณพ่อเดังมากผมเอ่ยชื่อทุกคนรู้จักแต่ ว่าเนื่องจากว่าเราเนี่ยบอกตรงๆโรงเรียน เราไม่ได้ถูกเอ่อ equip หรือว่ามีการดูแล

185:28

Speaker A

เด็กที่ มีปัญหาแบบนี้เอาล่ะทีนี้เราพูดง่ายๆว่า ห้ามแต่เราจะต้องมีโคิคัมเราต้องมี กิจกรรมต้องมีหลักสูตรประกอบเข้ามาผมก็ ควายหาควายฝ่ายคว้าเนี่ยนะเอ๊ะจะเอาองค์ กรอะไรแบบไหนที่เข้ามาแล้วทำให้เด็กเนี่ย มี humility เด็กเนี่ยมีความรู้สึกเป็น ห่วงเพื่อนรักเพื่อนคือถ้าหากว่าเบซี่ เนี่ยโอกาสที่จะบullลี่เนี่ยมันจะลดน้อย ลงดังๆนั้นนักเรียนจำเป็นที่จะต้องมีความ รู้สึกว่ายุ่งอยู่ตลอดเวลาในการที่จะมี ความเผื่อแผ่หรือว่าช่วยเหลือคนที่อาจจะ มีความต้องการความช่วยเหลือ ก็บังเอิญ ผมได้ไปพบกับองค์กร 1 นะฮะเอ่อเรียกว่า เรา square rund square เราก็สี่ เหลี่ยมไอ้สัพวงกลมเนี่ยนะฮะแล้วก็สี่ เหลี่ยมคือsแควareเอาล่ะมันยาวมากผมพูด ได้เป็นชั่วโมงแต่ว่าใน round square นี้มีโรงเรียนที่เป็นสมาชิกได้รับเชิญนะ ฮะสมัครไม่ได้อยู่ประมาณ 100 โรงเรียน แล้วก็ เค้าจะมี skิลเค้าเรียก skill อยู่แค่ประมาณ 6 เรื่องสรุป 10 20 30 เนี่ย attribute

186:45

Speaker A

เนี่ยจะมีแค่ 6 เรื่องแล้วถ้าเราจับเอา ตัวที่ตัวที่ 1 พยานชนะของแต่ละตัวจะอ่าน ว่า ideals อ่ะผมขออนุญาตเร็วนิดนึงเพราะเราอาจเทป ไว้นะ I ก็มาจาก Internationalism แล้ว สอนนักเรียนของเราทุกคนว่าคนละผิวคนละสี คนละศาสนาเฮ้ยมันก็คือเพื่อนเราให้รักกัน ไว้ต้องแทรกต้องแทรกสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ ใช่เฉพาะวิชาที่เรียนเรื่องนี้แต่ว่าใน ทุกข์ 49 ในโรงเรียนดีคือ democracy democracy ก็คืออย่าเอาแต่เห็นแก่ตัวเอา แต่พูดอย่างเดียวฟังคนอื่นบ้าง E ก็คือ Environment ก็คือสิ่งที่เราเชิเชอชอบเช่นดอกไม้สวย อะไรอย่าไปเด็ดอะไรอย่างเงี้ยความสะอาด ซ่านต้องรักษาไว้ให้คนอื่นได้มีโอกาสได้ ชื่นชมด้วย A Adventure Adventure ในที่นี้ก็คือ กล้ากล้าที่จะเซน No หลักการนการสุบุรี การนู่นการนี่อะไรต่างๆต้องกล้าที่จะ say

187:47

Speaker A

no lader leadership เราก็สอนนักเรียน ว่าlยแปลว่าเราจะต้องเป็นผู้นำในการทำดี เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆที่เขาทำนั้นน่ะถ้า เขามีความคิดอันนี้อยู่ในใจเนี่ยเขาจะ ประพฤติตัวเนี่ยเป็น ro เป็น lead และสุด ท้ายคือ s ทุกครั้งทำอะไรจะต้องมี services จะต้องมองคนอื่น เป็นหลักสำคัญเพราะฉะนั้นตัวนี้เราก็เอา มาซึมซึมซับเข้าไปในขบวนการของการเรียน หนังสือปกติปกติ เอาล่ะอันที่ 2 ที่บอกว่าเรียนแล้วไม่รู้ เรื่องเนี่ย ถ้านักเรียนเข้าไปเรียนแล้วมีความรู้สึก กดดันมากครูถามอะไรเนี่ยคนจะเอาแต่ยกมือ ตัวเองนี่ยังไม่รู้เลยว่าคำถามคืออะไร เด็กคนนี้ จะไม่มาเรียนจะมาหนีเรียนและที่สุดก็ตก เป็นเหยื่อของคนที่ขายยาเสพ มันจะมีปัญหามากมายก่ายกองจากการที่เด็ก เรียนแล้วไม่รู้เรื่องนั่นก็คือว่าครูนะ ที่เราถือว่าสำคัญที่สุด ตรงนี้เป็นความท้าทายของการแปลงโรงเรียน สพฐ.มาเป็นโรงเรียนนาชาติคือครู อันนี้สำคัญที่สุดแต่หาได้แล้วผมยังมี เขียนไว้เล็กน้อยตัวสีเหลืองว่าใช้หลัก สูตรสากลสอนโดยคนไทยโอนี่เป็นเรื่องที่ มองแล้วมันไม่น่าเป็นไปได้ชาติหน้าตอน บ่ายๆหลายคนก็พูดลักษณะอย่างงั้นแต่วัน

189:13

Speaker A

นี้ผมพยายามจะลองใส่พิมพ์เขียวให้ท่านได้ ชมได้ดูครูนี่สำคัญที่สุดการประหยัดครู เนี่ยจะไปประหยัดค่าใช้จ่ายโรงเรียนนานา ชาติเยอะแยะ แต่ที่สุดจะกลายเป็น 2 ภาษาและที่สุดก็ กลายเป็นโรงเรียนปกติไปครูนี่สำคัญที่สุด ครูเนี่ยไม่เพียงแต่ว่าเป็นผู้ที่ให้ความ รู้แต่พฤติกรรมของครูทุกฝีนั้นเด็กเนี่ย เป็นต้นเด็กเล็กนะครับจะมองครูเนี่ยเป็น แม่แบบแม่พิมพ์ในทุกฝีก้าวงั้น ทุกเทอมหรือทุกปีเนี่ยผมจะมีโอกาสคุยกับ ครูของผมผมมีครูทั้งหมดประมาณ 200 กว่าคน ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวอังกฤษผมจะพูดพูดแค่ เรื่อง morel ที่ครูจะต้องปฏิบัติเวลา ย่างกายเข้ามาในโรงเรียนในห้องเรียนหรือ แม้จะsh้อmมallที่เขาพบก็ตามงั้นครูเนี่ย ทุกคนเวลาเรา recruit เนี่ยเราบอกเเลยนะ 247 ไอ้การวางตัวของเธอหรือการอะไรต่างๆเป็น รูปแบบเพราะฉะนั้นครูจะต้องมีจิตใต้สำนึก เนี่ยเป็นแม่แบบเนี่ยให้กับเด็กถ้าไม่มี ตรงนี้นะครับมันยากจริงๆนอกเหนือจากความ เก่งที่จะต้องมีแล้วเนี่ยจะต้องมี passion โอเคอันนี้ผมปูไว้เป็นลักษณะพambleเป็น อารัมภบทให้ทราบว่าจุดสำคัญที่สุดในการ ที่จะทำโรงเรียนนานาชาตินั้นจะต้องทำให้ ได้ 2 อย่างนี้จะต้องไม่ให้มีการรังแกกัน เมื่อไม่มีการรังแกกันเนี่ยการแสดงออก เกิดขึ้น

190:44

Speaker A

เราพูดแล้วก็ได้ยินท่านอาจารย์หลายท่านก็ พูดเกี่ยวกับเรื่องของการ participate การถามคำถามตลอดเวลาลองสิในสภาพโรงเรียน ปัจจุบันโรงเรียนไทยล่ะถามเก่งนักคนที่ บูลลี่คนแรกคือครู นี่แหละจุดเนี่ยสำคัญผมถึงบอกไปๆมาๆมัน อยู่ที่ครู เพราะฉะนั้นเนี่ยเขาจะต้องมีความรู้สึก ว่าจะไม่ถูกรังแกเขาถึงกล้าแสดงออกแต่แน่ นอนเราจะไม่ให้เด็กเนี่ยเสียมารยาทในการ ตัดบทหรือว่ายกมือแล้วก็อะไรต่างๆตะโกน เรามีการหล่อหลอมในเรื่องของประเพณีไทย ความเป็นไทย นะ May อะไรอย่างงี้นะยกมือก็รอจุกับครู จะเรียกไอ้อย่างี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเรา สามารถที่จะทำได้ผมถึงมีความรู้สึกขอบพระ คุณท่านอนัน์ปัญญาชนมากเมื่อปี 1992 เนี่ยได้มีการปลดแอกให้นักเรียนไทยเรียน โรงเรียนนานาชาติได้ตามมาด้วยการอนุญาต ให้มีการออกใบอนุญาตจะเปิดโรงเรียน นานชาติผมเปิดปี 1994 โชคดีมากกว่าเป็นจังหวะไม่ใช่ว่าผมมี vision มีอะไรต่างๆไม่ใช่มันเป็นจังหวะ พอดี นะ อ้าวก็คงจะต้องพูดสักนิดนึงเห็นยังว่า นายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง เนี่ยก็มีประโยชน์ นะฮะคงไม่ต้องพูดมากกว่านี้อย่างไรก็ตาม ผมว่าทุกท่านล่ะครับถ้ามีขวางความหวังดี ต่อชาติความหวังดีต่ออนาคตของเด็กๆเนี่ย ผมว่าพวกเรามีน้ำใจอ่ะขออนุญาตไปสู่ PowerPoint ที่ผมเตรียมมานะครับอ้ากดนี่

192:30

Speaker A

ใช่มั้ฮะ ตรงได้โอเคขอบคุณก็จะพูดต่อนะฮะก็คือจริง ๆเรื่องครูเนี่ยเป็นเรื่องที่โอยากที่สุด แล้วค่าใช้จ่ายของเรานะฮะทั้งหมดในการเ เรียก operating expense เห็นเสร็จเส็จ ประมาณ 60 กว่าเปอร์เซ็นเนี่ยเป็นเงิน เดือนครู ลองคิดดูนะเรามีครูไม่ดีแค่คนเดียวเนี่ย ภาระเราจะมหาศาลในการที่จะต้องดูแลห้อง นั้นสมมุติว่ามี 25 คนก็จะมี 25 ครอบครัว ที่จะมาโทรศัพท์หรือติดต่อเรื่องแต่คนไทย มักจะไม่โทรศัพท์่ะแต่ฝรั่งจะโทรศัพท์คน ไทยบอกก็เดี๋ยวผมย้ายวิธีอื่นดีกว่าไม่ ต้องห่วงคนไทยเราไม่กล้าไงเนื่องจากความ มีน้ำใจของคนไทยซึ่งบางครั้งมันก็ต้อง กล้าแล้วแต่กล้าแบบสุขภาพภาพเรากล้าได้เค ผมกดได้เลยใช่มั้ฮะ เอาไงดี อ้าเดี๋ยวน้องมามาช่วยผมนิดนึง เวลาผมหมดกดตรงไหน อ๋อกดตรงนี้ อ๋อโอเค ไม่ไป อ้ากำลังขึ้นโอเคเอ่อก็คือคุยก็คงจะคุย ต่อได้แล้วก็เรื่องนึงที่แปลกมากเลยนะ ครับผมผมถือโอกาสเล่าให้ฟัง ช่วงนี้นะในเดือนตุลาคมพฤศจิกเนี่ยเราจะ ให้ครูของเราเนี่ยแจ้งมาที่เรา ว่าเธอปีหน้าอยากจะกลับมาใหม่มั้ย แล้วขณะเดียวกันเราก็จะมาดูแล้วเราก็ถือ โอกาสเนี้ยช่วงเนี้ยบอกเข้าไปว่าเออปี

194:19

Speaker A

หน้าเราคงไม่ต้องรบกวนครู ถ้าเป็นโรงเรียนไทยหรือโรงเรียนที่ผมเคย เห็นเนี่ยนะการบอกว่าจะไม่ให้กลับมาเนี่ย เป็นเรื่องที่ต้องรอจนไปถึงวินาทีสุดท้าย เพราะมิฉะนั้นเนี่ยความแค้นมันจะอาจจะ ทำลาย cloud เคลของเราที่เรามีอยู่หรือ ข้อมูลต่างๆที่มีแต่ปรากฏว่าผมทำมา 30 กว่าปีผม enjoy กับอันนี้มากครูคนไหนที่ เราบอกไม่จำเป็นต้องมาในปีหน้าปรากฏว่า เวลาที่เหลืออยู่ประมาณเทอมเศษๆเนี่ยเขา จะ perform อภิมหา impressive เจะทำงานได้ดีมากเลยเพราะ อะไรฮะเพราะว่าการไปหาโรงเรียนใหม่นั้นจะ ต้องอาศัยความเห็นของครูใหญ่ปัจจุบัน แล้วครูใหญ่ปัจจุบันนี่ก็เป็นนี่ก็เป็นรอ ใบ ing ที่ชชชัดเจนมากถ้าคนนี้ดีแล้วบอก ไม่ดีหรือกลับกันเนี่ยก็สามารถฟ้องเข้า คุกได้นะซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราอาจ จะต้องมีการเอ่อดูเข้าไปให้ลึกๆเหมือนกัน อ่ะผมขออนุญาตต่อ เอาล่ะผมจะมี 2 ที่จริงนี่เป็นส่วนที่ 1 เกี่ยวกับสพฐ.จะมี 2 ภาคภาคนึงผมจะไปเร็ว นิดนึงเพราะว่าหลายๆท่านก็พอเข้าใจปัญหา แล้วว่าเอ่อเราจำเป็นที่จะเปลี่ยนหรือ ปรับปรุงสพฐ.หรือไม่นะฮะ

195:47

Speaker A

แล้วก็พรรคที่ 2 คงจะมาบอกว่าผมจะได้เสนอ พิมพ์เขียวถ้าท่านคิดว่าจำเป็น เห็ดใดโรงเรียนนานาชาติจึงผุดขึ้นเราก็ ดอกเห็ด เยอะจริงๆนะครับไม่น่าเชื่อ 260 กว่าโรง ผมมีตัวเลขนิดอ่ะ 200 280 นี่พีคไว้ สำหรับปีหน้า นะฮะ จัมมาค่อนข้างเยอะ แต่จริงๆมันมี Kid agenda มันมีวาระซ่อน เรนอยู่บ้างเหมือนกันสำหรับคนที่ทำโรง เรียนนานาชาติบางทีอยากจะมีที่ดินอยากจะ ทำคอนโดอยากจะอะไรต่างๆอันนี้อันนี้ก็ ธรรมดาแต่คนก็ยังไปเรียนเพราะแสดงว่ามัน ต้องมีอะไรดีนะครับเนี่ยใช้เงินไปทั้งหมด ประมาณ 128,000 ล้านเฉลี่ยนะฮะต่อปีก็ประมาณ 839,000 ถามว่าสพฐ.จะจ้างครูอย่างนี้ได้ม.เป็นไป ไม่ได้แล้วจะเก็บค่าเทอมก็เป็นไปไม่ได้ แล้วก็ประมาณ 20,000 กว่าล้านนั้นต้อง กลับไปที่บ้านเกิดของเค้าที่อังฤษที่จะ ต้องดูแลพ่อแม่หรืออะไรต่างๆ เหตุใดผู้ปกครองจึงเลือกโรงเรียนนานาชาติ เพราะเพราะเนื่องจากว่า คุณพ่อคุณแม่ก็ตระหนักดีว่าลูกนั้นเนี่ย ในอนาคตการแข่งขันจะเยอะมากและ exposure

197:18

Speaker A

กับ global Society มันสูงแล้วก็หนีไม่ ได้ดังนั้นเนี่ยก็อยากให้เด็กเนี่ยได้มี โอกาสเข้าไปศึกษาเพื่อตัวเองจะได้พัฒนา ให้เป็น Global Citizen ที่ค่อนข้าง competent แล้วก็มีความ สามารถที่จะอยู่รวมเป็นพลเมืองของโลกได้ ปัญหาที่ 2 ที่ส่วนใหญ่เป็นเหตุผลหลักก็ คือว่าอยากได้ภาษาอังกฤษบังเอิ้ภาษา อังกฤษอังกฤษเป็น Universal Language แล้วก็เลยคิดว่าอันนี้เป็นสื่อที่สา สามารถจะให้ลูกเขาเนี่ยได้มีโอกาสที่จะ ได้สื่อสารกับเอ่อคนที่อาจจะมีประโยชน์ ต่อชีวิตเขาได้ในเรื่องความรู้ในเรื่อง การลงทุนในเรื่องอะไรต่างๆตลอดจนสามารถพา ปู่หรือย่าเนี่ยไปช้อปปิ้งที่นู่นที่นี่ ได้ต่อรองราคาแทนปู่แทนย่าได้อันนี้หลักๆ ก็เป็นอย่างนี้นะไม่มีอะไรที่เ่อที่ที่ แรงแรงขนาดนั้นแต่จริงจริงไอ้คำว่า Global C หรือ Global Education น่ะมันมีมาก กว่าแค่เราเป็นเอ่อ competent citizen แต่ว่า การวางตัวก็ตาม

198:33

Speaker A

ในลักษณะของ approach อะไรต่างๆคือลักษณะ ของ social skills ที่จะต้องมีนะครับเอา ล่ะคำถามสำหรับสพฐ.เนี่ยจะทำไหวมั้ยค่า ใช้จ่ายอย่างที่ผมกราบเรียนแล้วมหาศาล องค์ความรู้นี่ผมไม่ได้พูดว่าสวฐไม่มีผู้ ที่มีความรู้นะถ้าอยากกระทำผมว่ามีแต่ว่า มีความรู้สึกว่าปัญหาทุกวันก็เยอะอยู่ แล้วไม่มีเวลามาคิดเรื่องของอนาคตจริงๆ ต้องยอมรับทุกอย่างกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างที่ท่านอาจารย์ได้ยกตัวอย่างให้ฟัง แล้ว งั้นโอกาสที่จะมาดูปัญหามันดูได้วันต่อ วันจริงๆ นะเพราะงั้นคิดว่าถ้าใครมีblูeprintมาให้ เนี่ยเอออาจจะเซฟเวลาในการที่จะค้นคิดวาง แผนและเขียนพิมพ์เขียวนี้ขึ้นมาผมเลยคิด ว่าในโอกาสนี้จะกราบกราบเรียนเสนอ เหตุใดไม่ได้จึงไม่ใช่คำตอบก็คือสพฐ.บอก ว่าทำไม่ได้ไม่ใช่นะเพราะเนื่องจากว่าเรา มีความมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมนี้ค่อน ข้างเยอะมันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ มีให้มีช่องว่างเนี้ยลดน้อยลง นะฮะ เพราะั้นความเป็นธรรมในสังคมในชีวิตอัน ที่ 2 ทรัพยากรมนุษย์ของเราเนี่ยอย่าง ท่านอาจารย์ไพรินทร์ก็เล่าให้ผมฟังว่า จริงๆแล้วช้างเผือกอยู่ทั่วไปหมดเลยแต่ โอกาสไม่มีนะแล้วถ้าจำเป็นที่จะต้อง มาเรียนนานาชาติแบบที่มีอยู่เนี่ยมันไม่ ได้ไม่ไหวจริงๆแต่ครั้งที่รัฐบาลจะให้ เข้ามาเรียนแบบให้สกอร์ชิเต็มมันก็ได้มี กี่คน อนาคตของโรงเรียนรัฐนะฮะโรงเรียนรัฐนั้น

200:18

Speaker A

น่ะมีหน้าที่ที่จะต้องให้การศึกษา กับเยาวชนหรือพลเมือง ที่จริงๆแล้วเนี่ย ไม่ต้องเสียตังค์เลยตามกฎหมายที่มีอยู่ใน เรื่องของเอ่อ basic หรือว่า education ที่เราจะต้อง provide การที่มีนักเรียนถอยๆออกไปเนี่ยไม่เป็นไร ถ้าเมีศักยภาพในการจ่ายค่าเล่าเรียนเหล่า นั้นก็ให้เขาไปให้เอกชนเนี่ยช่วยฟักฟูม ขึ้นมาแต่หน้าที่ของรัฐก็ยังจำเป็นที่ ต้องดูแล เยาวชนกลุ่มใหญ่ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่มี สังภาพพอที่จะส่งไปเรียนโรงเรียนนาชาติ เพราะฉะนั้นหน้าที่ยังมีอยู่แต่หน้าที่ เพื่อให้ดีและเพื่อให้สามารถให้ความเป็น ธรรมกับเด็กที่ไม่มีโอกาสที่ไปเรียนโรง เรียนนานาชาตินั้นเนี่ยหรือโรงเรียนที่ อยู่ในจังหวัดที่ใหญ่ๆหรืออำเภอที่ใหญ่ๆ ก็ยังเป็นหน้าที่ของกระทรวงอยู่ อันนี้สำคัญมากนะครับการปล่อยป่าละเลอให้ โรงเรียนนานาชาติเนี่ยประพฤติตัวนักเป็น นานาชาติแท้ๆไปเลยเช่นปาร์ตี้เออไอ้นู่น นี่ drink dr อะไรต่างๆแล้วเผลอๆมีสุข ฝิ่นหรือไอ้สูบไม่ใช่ฝิ่นการช้าอะไรอย่าง เงี้ยอันเรื่องนี้แน่นอนต้องห้ามแล้ว มารยาทต่างๆนั้นเนี่ยจะต้องสวยงามดังคน ไทยทั่วไปที่โรงเรียนสพฐ.

201:50

Speaker A

สามารถที่จะสอนได้เพราะฉะนั้นรากเงานั้น ต้องรักษาไว้แต่เราต้องเติมปีกเข้าไปปีก ในที่นี้ก็อย่างที่ท่านอาจารย์หลายท่าน ได้เล่าให้พวกเราฟังแล้วจะต้องเป็นผู้ที่ เป็นต้นเรื่องมี a องค์ a จะต้องเป็นคน ที่ถามเก่งนะเเรียกว่าพร้อมอ่ะเวลาจะสั่ง AI เนี่ยเขียนให้ชัดเจนไปเลยเนี่ยไม่น่า เชื่อมันจะตอบมาได้ประเภทแบบสมบูรณ์แต่ ถ้าเราเขียนไม่เป็นถามไม่เป็นอะไรต่างๆ ไม่เป็นเนี่ย แล้วในห้องเรียนต่อไปเนี่ยจะเป็นลักษณะ ของการใช้ เอ่อข้อมูลจาก cloud อะไรต่างๆถ้าเราทำ ไม่เป็นมันก็จะมีปัญหาในการเรียน แต่ว่าอย่างไรก็ตามการถามบ่อยๆนั้นนะผู้ ใหญ่มักจะรำคาญเป็นต้นผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อย จะมีคำตอบเพราะฉะนั้นครูที่เก่งก็ต้องถาม กลับมาอ้าแล้วหนูคิดว่ายังไงอะไรต่างๆ ต้องมีลูกเล่นอย่าไปทำหน้าบึ้งหน้าตึงถึง รู้ทันทีเลยว่าครูไม่รู้เรื่อง พิมพ์เขียวในการเปลี่ยนแปลงผมจั๊มไปเลยนะ ฮะเพราะพอเดี๋เนี่ยผมนอกจากเอ่อเค้าเรียก ว่าสพฐ.แล้วเนี่ยผมอาจจะมีก้าวเข้าไปที่ อุดมศึกษาบ้างเพราะได้เตรียมไว้แล้วอีก อันนึงแต่ว่าเร็วครับเพราะว่าท่านอาจารย์ ได้พูดไว้บ้างแล้ว ครูแบบไหนที่เราต้องการ แล้วก็แนวทางในการพัฒนาครูปัจจุบัน คุณสมบัติของครูที่จะเป็นผู้นำผมเรียกว่า ผู้นำในการเปลี่ยนแปลงนะฮะคือไม่ใช่ทั้ง หมดที่มีอยู่ขณะนี้ทั่วประเทศไทยเป็นแสนๆ คน ภาษา

203:26

Speaker A

ถ้าหากว่าเราจะเริ่มมีการ เปลี่ยนแปลงเนี่ยเราจะจำเป็นที่จะต้อง คัดแล้วก็หาครูที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ ภาษาอังกฤษต้องพอได้คำว่า B2 เนี่ยผมว่า เรื่องนี้น่าจะรับทราบไว้ก็จะดีเมีระบบ อันนึงเเรียกว่า CFR นะ Common European อะไรต่างๆเนี่ยซึ่งพวกเรารู้คนที่ไม่รู้ ภาษาอังกฤษเลยก็จะได้ A0 0 คือพูดได้แค่ Good morning thank you เอา A0 ไปก่อนแต่ถ้าพอเอือห่อหมกได้นิดๆเ เอา A1 ก็คือว่าน้อยมากแล้วจากนั้นก็ไป ที่ A2 แล้วก็ B1 แล้วก็ B2 แล้วสูงขึ้นไปก็ C1 C2 นี่คือ Native speaker เจ้าของภาษา

204:22

Speaker A

นักเรียนโรงเรียนนานาชาติที่จบเนี่ยส่วน ใหญ่จะต้องมีถ้าไม่ C2 ก็ต้อง C1 แต่ส่วน ใหญ่จะ C2 ถ้าเรียนตั้งแต่เล็กพวกที่เข้า กลางคันอาจจะมีประมาณ C1 C1 ก็พอ แต่ว่าถ้าจะเริ่มเข้ามาสู่ขบวนการของการ เปลี่ยนแปลงหรือ Transformation เนี่ยเรา อยากจะได้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเนี่ย ระดับประมาณสัก B2 แล้วก็มีปัจจุบันมี AI Driven Platform ไม่น่าเชื่อนะออกมาแล้วอย่าง Third Edition ของPeันชื่อว่า speak out เราสามารถที่จะพูด กับ application นี้แล้วนี้จะบอกเราว่า congratulation you มี A1 ก็คือหลุดจาก A0 ขึ้นมาแล้วแล้วเ้าก็มีเเรียก Exercise

205:12

Speaker A

book ให้เรามีการฝึกอาทิตย์นึงก็ประมาณ สัก 2 ชั่วโมงกว่าๆ 3 ชั่วโมงแล้วเราก็ สามารถเเรียกว่า self assessing feature ในนั้นก็จะบอกอ่าตอนนี้มา A2 แล้วนะเราก็สามารถที่ฝึกไปเรื่อยฝึก อาจจะเป็นปีโดยประมาณแต่ละเลเวลก็ประมาณ สัก 2 semestอหรือว่าประมาณสัก 2 เทอม [เสียงกระแอม] จากนั้นเราก็สามารถที่จะขอ official grading หรือ official assessment โดยผ่านแอปเนี่ยเนี่ยนะครับแต่ว่าจะต้อง มาลักษณะคล้ายๆกับ know your customer คือต้องมานั่งให้เห็นอ่ะแล้วในขณะเดียว กันนั้นเนี่ยทาง แพลตฟอร์มนี้ก็จะมีการระบุว่าออ congratulation ตอนนี้อยู่ C1 C1 แล้วเสามารถที่จะออกเป็น Certificate

206:07

Speaker A

ให้ได้ด้วยเพราะในอนาคต advertising ในการหาคนที่จะมาทำงานกับ บริษัทจะมีการระบุ ว่า your proficiency must be at least B2 ถ้าเก่งกากขนาดไหนถ้าได้แค่ A1 กับ A2 ป้วนเปี้ยนอยู่ตรงนี้หรือ B1 ก็สมัครก็คง เป็นไม่ได้เพราะจะต้องมี certificate นั้นอันนี้ผมคิดว่าดีมากสำหรับประเทศไทย ซึ่งไม่เคยเป็นเมืองขึ้นผมว่าเราต้องภูมิ ใจนะครับเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้น Soวตอนนี้มี AI Driven Platform มาช่วย แล้วเราสามารถที่จะพัฒนาได้การที่ใช้ iPhone แล้วก็มามีการพูดแล้วก็แปลงั้น โอ้อันตรายมากผมว่าต้องเลิกใช้ผมพอดีมา เงินเพิ่งกลับมาจากเมืองจีนสมัยนู้นน่ะ ครั้งแรกผมไป 1982 โดยประมาณนานมากแล้ว ตอนมาใหม่ๆแล้วก็อยู่สภาวาหอนค้าแล้วก็มี โอกาสไปเชื่อมั้ยครับ พวกคนทำงานตามท็อปต่างๆในโรงแรมที่เป็น

207:15

Speaker A

ล็อบบี้มีเวลาว่างปั๊บเาก็จะมานั่งเรียน ภาษาอังกฤษทุกคนเลยมีความตื่นตัวมากแต่ สมัยนี้ท่านครับลองไปสิครับเไม่พูดกัน แล้วเราจำเป็นที่จะต้องสั่งอาหารหรือถาม ทางอะไรต่างๆโดยแอปแล้วก็เปิดให้เฟังอเก็ ยิ้มแล้วเสร็จแล้วก็พูดบ้างเขาจะไม่ incentive ในการเรียนภาษาอังกฤษเลยเมือง จีนแล้วถ้าเราอนุญาตให้เด็กไทยเราใช้แอป ก็จะเจอป่าอันนั้นเช่นเดียว เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีก็สามารถที่จะ damage ได้เหมือนกันในเรื่องการสอนจะ ต้องสอนลักษณะคล้ายๆกับเป็นเรื่องของเอ่อ มีการ participating อย่างที่ท่านอาจารย์ ได้ลิไว้เยอะพอสมควรในการที่จะต้องมีเป็น ทีมด้วยอะไรต่างๆต้องเข้าใจแล้ว PLC นี่ ก็สำคัญมาก Professional Learning Community เนี่ยมีการแลกเปลี่ยนกันหรือ อะไรต่างๆแต่ตอนนี้กลเป็น SLC นี่ผมว่า ถูกต้องคือจะเก่งอยู่คนเดียวรู้อยู่คน เดียวไม่ได้แล้วจะต้องมีการเฮ้ยยูเป็นยัง ไงอยู่มาอsิห้องผมหน่อยสิว่าผมสอนเป็นยัง ไงคือคือมันต้องไปอย่างนั้นแล้วนะคือคือ แต่ว่ามันมันขัดกับความเป็นไทยต้องยอมรับ นะแต่ว่าพยายามเหอะพลเมืองโลกกรอบคิดเดี๋ ผมกลับเรียนแล้วคือไม่[เสียงกระแอม]คิด แคบๆอย่างที่ว่าเป็นทเอ่อลักษณะ tunnel อะไรเงี้ย เอ่อปีนั้นไม่ใช่จะต้องมองภาพกว้างและการ

208:52

Speaker A

cross culture cross faculty สิ่ง ต่างๆเหล่าเยมาเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น นะและคุณวุฒิ บางจะต้องมีแน่นอน ในลักษณะของการจัดเตรียมเ่อจัดการเตรียม เอ่อเรียนสอนเนี่ยภาษาและการสื่อสารครู ท่านนั้นจะต้องอย่างที่กราบเรียน 2 อย่าง น้อยแล้วก็มีวิธีสอนสอนอะไรต่างๆเนี่ยที่ พอที่จะเข้าใจซึ่งอันนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ มีจัดเป็นเอ่อไว้ให้นะครับแล้วคงจะมีเป็น เอ่อสามารถเข้าไปโหลดดูอะไรต่างๆได้ นะอันนี้ผมข้ามก่อนอันนี้อันนี้ค่อนข้าง ที่จะง่ายๆ ความเป็นพลเมืองโลกนี่สำคัญมากนี่คือสิ่ง ที่บางทีเนี่ยเราไม่ได้สอนเด็กไทยเราหรือ ไม่ได้สอนครูของเราในวิทยาลัย คือครูเนี่ยจะต้องมีความรู้สึกในการที่จะ เข้าใจว่าโลกเนี้ยกำลังย่ำแย่แล้วจะต้อง มีการช่วยกันรักษานะจะต้องเป็นเรื่องของ sustainability อะไรต่างๆซึ่งอันนี้เป็น เรื่องสำคัญแล้วความรู้ทางเอ่อดิจิอลที่ ท่านพรินพูดมันมีความรู้มันมีความจำเป็น ในขั้นminิumที่จะต้องมี แล้วก็วัฒนธรรมที่ต่างกันเพราะบางครั้ง อาจจะมีถ้าเราเปิดเป็นลักษณะนานาชาติแม้ ของสพฐ.เนี้ยก็อาจจะมีนักเรียนต่างชาติ เข้ามาเรียนไม่ว่าจะพม่าหรือเขมรหรืออะไร ต่างๆเนี่ยหรือเขยที่มาจากยุโรปก็อาจจะมี มาเรียน เพราะฉะนั้นเนี่ยในเรื่องของจริยธรรม เนี่ยเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่อง สำคัญมากในการที่จะ รักเงาของเราต้องเก็บไว้ต้องเรียบร้อย

210:38

Speaker A

ต้องเอาน้อมแต่ว่ามั่นคงในเรื่องความ เชื่อมั่นแล้วก็มั่นคงในเรื่องของการ มุนต่อไปเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เอาล่ะคุณวุฒิได้พูดแล้วนะฮะอันนี้ผมอาจ จะต้องผ่านไป มีไว้ตรงนี้สำหรับท่านเผื่อจะได้มี ประโยชน์ในการที่ไป digest อีกทีนึงทีนี้ ขั้นที่ 1 เราก็จะมีอยู่ 5 ขั้นนะเราก็จะ มีการวิเคราะห์ เอ่อวิเคราะห์เข้าไปก่อนว่าเป็นไงบ้างเรา ไปถึงไหนในเรื่องของภาษาการพัฒนาอะไรต่าง ๆเนี่ยเราพัฒนาเรื่องการเอ่อเรื่องการสอน นี่ก็สำคัญมากเพราะว่าของโรงเรียนนานา ชาติเนี้ยจะไม่ใช่เป็นการขู่มาพูดๆๆเสร็จ แล้วก็หนูจดๆๆฟังๆๆไม่ต้องทำไม่ต้องถาม ไม่ต้องถามอเสร็จแล้วก็มีการสอบซึ่ง อันเนี้ยเด็กเองก็ไม่เพลินหรอกผมว่าเ เรียนก็เพราะเพียงว่าถูกบังคับให้เรียน ทุกครั้งที่เรียนหนังสือโดยที่ไม่มีความ สุขเนี่ยมันเข้าซ้ายออกขวาจริงๆแต่ถ้ามี ความสุขปั๊บเนี่ยมันจะกระตุ้นทุกอย่าง อย่างในตัวของเด็กนั่นแหละเป็นเด็กไทยที่ เราอยากให้เติบโตเป็นคนไทยที่สมบูรณ์และ แข็งแรงการสอนร่วมอันนั้นก็สำคัญคือการทำ งานเป็นจริงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากชุมชน การเรียนรู้ที่ที่ท่านอาจารย์วิชาได้พูด แล้วเนี่ยมีความสำคัญอย่างยิ่งทำยากนะฮะ สำหรับคนไทยทำยาก แล้วก็ขยายผลในขั้นที่ 6-10 ก็คือมี ประกาศบัตรเปิดประสบประสบการณ์สร้างแกนนำ ต้องมีผู้บริหารสนับสนุนเลขาธิการสพฐ.เอย รองเอยผู้ช่วยเอยต้องเข้าใจแล้วก็

212:25

Speaker A

สนับสนุน นะผมคงไม่ต้องพูดต่อไปว่าบทบาทท่านมีอะไร ท่านมีหน้าที่ที่ทำให้ดีขึ้นนะฮะแล้วอย่า ไปบอกว่าทำไม่ได้อย่างท่านอาจารย์จรัดพูด เมื่อเช้านะฮะก็คือเราอาจจะต้องมี วิสัยทัศน์ใหม่ ทำผล การอบรมอย่างเดียวแทบไม่เปลี่ยนการสอน จริงเพราะฉะนั้นการโค้ชคือสิ่งที่ทำให้ ยั่งยืนแล้วแผนงานเราก็วางไว้สัก 3 ปี ซึ่งจริงๆเอาเป็น 3 วา 3 3 ระยะดีกว่า อย่าเรียก 3 ปีนะถ้าหากว่าจำเป็นต้องใช้ 2 ปีในการวางรากฐานก็เอาเหอะแล้วขยายผลอีก 2 ปีก็ไม่เป็นไรสร้างความยั่งยืนอีกกี่ปีก็ แล้วแต่เรามีถึง 14 ปีอาจารย์พาวิทยกำหนด ไว้นะครับเนี่ยเป้าหมายภายในปีที่ 3 เอา เป็นว่าปลายระยะที่ 3 ของจำนวนครูทั้งหมด นะครูเราจะเกณฑ์มาประมาณสัก 30 เชือกนะฮะ ที่ค่อนข้างเก่งแล้วก็มาเป็นผู้นำในการ เปลี่ยนแปลง 80% ของครูเหล่านั้นทั้ง 30 ท่านเนี่ย

213:38

Speaker A

หรือ 50 ก็แล้วแต่นะฮะอ่าก็จะต้องมีสัก ภาษาดีที่ B ที่ B2 จะเริ่มที่ A1 ซึ่ง ด้วยซ้ำบางท่านเก่งอะไรต่างๆบุคคลิกอย่าง อื่นดีหมดภาษาอ่อนหน่อยเขาก็ต้องทำงาน หนักหน่อยต้องเรียนในส่วนนี้แล้วการเรียน อย่างผมกราบเรียนแล้ว speak out ของ เพียสันนี่ดีมาก Cambridge ก็มีนะฮะแต่ผม จะคุ้นเคยกับเพียสันมากกว่า เดี๋ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปในเวลาผมพูดในใน อีกท่อนนึงของอุดมศึกษา พลเมืองโลก 60% เเข้าใจละกรอบคิดนี่ 80% ของครูต้องเข้าใจนะแล้วก็แน่นอนอบรมใคร ไม่ไหวแล้วก็ถอยไปก็ไม่เป็นไรงบประมาณที่ ถึงขนาดกำหนดงบประมาณไว้เลยนะฮะหรือเรียก ว่าพิมพ์เขียวจริงๆนะฮะก็คือครูต่างชาติ ที่สอนร่วมจะมี 2 คนนะฮะแล้วก็โครงการ ภาษาอะไรต่างๆนี่ค่านู่นค่านี่ก็จะมีรวม และเบ็ดเสร็จเนี่ก็ประมาณ 10 ล้านบาท 8-13 ล้านบาท

214:42

Speaker A

นะคือต่อปีก็ตกประมาณ 4 ล้าน ซึ่งอันนี้สามารถดึงออกมาได้เป็น 6 ปี เอาล่ะนี่สำคัญมากว่าโรงเรียนนานาชาติที่ มีอยู่ 260 กว่าแห่งในเมืองไทยสามารถที่ จะเข้ามาช่วยได้เพื่อจะได้ประหยัดงบ ประมาณของสพฐ. สมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทยเนี่ย ได้เคยออฟเฟอร์ตัวเองให้กับกระทรวงศึกษา แล้วว่ามีอะไรให้ช่วยก็ยินดีเพราะว่าครู ของเราแต่ละคนเนี่ยเก่งมากแล้วถ้าไม่ได้ เก่งทั้งหมดอย่างผม 200 กว่าคนเนี่ยทั้ง 200 กว่าคนของผมเนี่ยทั้ง 2 แคมปัสสนะ ที่พัทยากับที่กรุงเทพฯเนี่ยรวมแล้ว ประมาณ 250 คนเอ่ออย่าถามเลยว่าเดือนๆผม ต้องหาเงินมาจ่ายเงินเดือนเ้าเท่าไหร่นะ คนนึงถ้าเดือนนึงแสนกว่านู่นนี่ก็เป็น เงินเยอะไม่ได้ไม่สำเร็จแน่ต้องแปลงเป็น สอนด้วยคนไทยแล้วเราจะได้มีความรู้สึกว่า เราจะลดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร โรงเรียนนานาชาติสามารถที่จะกำหนดออกมา ได้ว่า เขาจะส่งครูที่เก่งในเรื่องของการอบรม จริงๆที่ผมได้กราบเรียนตะกี้เนี้ยมัน คล้ายๆกับ PGCE ของอังกฤษคือ postgraduate

216:02

Speaker A

เอ่อเอ่อ Certificate of Education นะลักษณะคล้ายๆอย่างงี้คือที่อังกฤษเป็น อย่างงี้ครับจบปริญญาตรีนะครับวิชาไหนก็ ได้อ่ายกเว้น early year จะต้องเรียนทาง early year psychology มาแต่ถ้าเป็น secondary เนี่ยถ้าจบฟิสิกส์เอาละมาเป็น ครูฟิสิกส์สบายเลยจบอะไรที่เก่งเรื่อง นั่น geography History อะไรต่างๆเมื่อ จบปริญญาตรีเนี่ยถ้าสนใจทางเนี้ยก็ไป สมัครเรียน PGCE คือเรื่อง Post Graduate Certificate Education กับมหาวิทยาลัยที่ตนเองชอบแล้ว มหาวิทยาลัยเนี้ยก็จะอาศัยนักเรียน PGCE เนี่ยไปฝึกสอนไปสอนอยู่ในโรงเรียนประถม หรือมัธยมที่อยู่ในเมืองเดียวกันแล้ว เสาร์อาทิตย์ก็มาเรียนรู้จริงๆมีวันศุกร์ ด้วยจริงๆ PGC นักเรียนเี่สอนประมาณ 4 วันในสัปดาห์ก็จะมีวันที่ 5 คือวันศุกร์

216:58

Speaker A

เสาร์อาทิตย์ก็ต้องมาติวเรื่องของวิธีการ สอน แต่จริงๆเนี่ยเวลาที่เรารับเรารับตอนจบ เนี่ยประมาณเดือน พฤษภาคม ที่อังกฤษน่ะนะแล้วจริงๆเราสามารถที่จะ ใช้ 3 เดือนก่อนที่จะเป็นเดือนกันยายน เนี่ย เอาเด็กเหล่าเนี้ยเข้ามาฝึกได้ผมก็จะจัม ไปนิดนึงว่าในกรณีที่เราหาครูปัจจุบันมา เข้าโครงการนี้ไม่ได้เนี่ยเราสามารถสร้าง ครูพันธุ์ใหม่ได้ นะจากนักเรียนที่จบกำหนดไปเลยนะครับ จบโดยที่มี Honor จบที่ประมาณ3.85งั้น 85งั้นเดือนท้ายที่จะ 15,000 แล้วกระโดด ไปเลยที่ 25,000 แล้ววางให้ชัดเจนว่า 3 เดือนเนี้ยยูจะ ต้องมาแบบ very intensive รู้จักกันใช้ eye contact ในการดูแลห้อง รู้เลยว่าคนนี้อ้า you losing me จะพูด ช้าลงหน่อยหรือว่าอาจจะนั่นแต่ถ้ายังรู้ สึกดูแล้ว lost lost ไม่เป็นไรพักแล้วก็

218:10

Speaker A

มาคุยกันได้เพราะฉะนั้นเรียนวิธีการสอน เนี่ย ถ้าเด็กที่มีพื้นเพลที่ฉลาดเนี่ยเป็นเด็ก ที่จบปริญญาตรีเกียรตินิยม 3.75 อะไรหรือ 3.5 5 ได้ถ้าบุคคลที่ อย่างอื่นเดี แล้วก็มี incentive ว่ายูเนี่ยได้เงิน เดือนเลยแต่ยูต้องคอมมิมาเรียนอย่างเงี้ย อยู่ประมาณสัก 3 เดือนเต็มๆจากนั้นเนี่ย ทุกอาทิตย์เนี่ยศุกร์เสาร์อาทิตย์ก็มา เติมในขณะเดียวกันเขาก็จะมีเเรียกว่า mนอร์โรงเรียนนั้นๆในการที่จะ observe แล้วเผลอๆก็คือเป็นโค้ชไปในตัวด้วยเช่น เดียวกันเนี่ยโรงเรียนนานาชาติที่อยู่ใน เมืองไทยในกรุงเทพฯขณะเนี้ย เราสามารถที่จะ รับสิ่งที่เออฟเฟอร์อยากจะช่วยเราได้ขอ ให้เรามีพิมพ์เขียวที่ชัดเจนแต่อันนี้ เป็นเรื่องที่ผมว่าสวท.น่าจะมีโอกาสได้ อ่อนำไปนำนำไปใช้เพราะจริงๆแล้วทางสมาคมเ อยากจะช่วยมากแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เนี่ยทางเนี้ยดีที่สุดไม่จะจำเป็นต้องไป จ้างครูแล้วว่าพวก Teacher Trainer แพงๆ มาจากอังกฤษหรือว่าจากสิงคโปร์ก็แล้วแต่ ก็สามารถมาแล้วก็มาประกบมาทำได้เลยขอให้ มีความรู้สึกว่าอยากทำ มีต้องมีความมั่นใจก่อนว่าทำได้นะครับโอ้ ตายแล้ว 4 นาที 40 หรือ 4

219:39

Speaker A

อผมผมโดดไปนิดนึงเนี่ยละผมก็ได้ระบุไว้นะ ครับโรงเรียนชาติช่วยได้ยังไงบ้างผมถึง ขนาดมีทำโพสเตอร์ให้ด้วยช่วยครูไทยเป็น ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผมไม่จำเป็นถึงขนาดนี้แล้วให้ทางนายก สมาคม เ่อเป็นคนที่ดูแลเรื่องนี้ซึ่งภายในเขาก็ มีการ communication ที่ค่อนข้างดีอยู่ แล้ว อันครูรุ่นใหม่ที่ผมพูดไปแล้วนะครับ น่าอ่านฮะอันนี้น่าอ่าน เปิดรับแล้วก็เอ่ออุปสรรคหลักจะมีอะไรก็ จะได้มีการพูด เป็นโมเดลครูฝึกประจำการก็คือ PGCE ที่ผม กลับเรียนนะฮะ จุดแข็ง ความเสี่ยง ความเสี่ยงก็มีเหมือนกันเพราะเนื่องจาก เรามีพันใหม่ขึ้นมาพันธุ์เก่าก็อาจจะ เขม่น นะเพราะฉะนั้นอาจจะต้องโอเลขาธิการสพฐ.

220:42

Speaker A

ต้องเก่งมากหรือรองต้องเก่งในการที่จะทำ ยังไงเนี่ยไม่ให้มีการ ตัดแข็งตัดขากันก็คือมอบหน้าที่ให้เ้ามา ดูแลนนะครับอันนี้อันนี้ผมโยนไปก่อนนะฮะ โดยที่อูมว่าสมมุติว่าเราเนี่ยมีผู้ที่มี อำนาจจริงๆอยู่ข้างบนที่เข้าใจเรื่องนี้ แล้วต้องการเปลี่ยนแปลงถ้าไม่มีตรงนี้นะ ครับเราพบกันอีกที 10 14 ปีก็ได้เนี่ย ท่านวิทย เรามาพบกันอีกสักครั้งนึงมาทบทวน แล้วเพื่อนที่บอกว่าชาติหน้าตอนบ่ายๆเออ อาจจะต้องเชื่อเ้าหน่อยแต่ไม่เป็นไรเราคง มีการเปลี่ยนแปลงท่านนายกอยู่ตลอดเวลาสัก วันเหอะสักวันเราจะเจอนายกที่เข้าใจว่า การศึกษาบ้านเราจะต้องแปลงร่างแล้วจะต้อง เป็นไงอันนี้สำคัญที่สุดนะฮะจะคล่องแค่ ไหนรัฐมนตรีศึกษามาออยตื่นเต้นโอ๊ยคนนี้ ใช้ได้เลยแป๊บเดียวครับไปแล้วคือจริงๆ ความไม่นิ่งของการเมืองต้องยอมรับว่าเป็น อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ของการความพยายามที่จะ ปฏิรูปการศึกษาีที่ท่านจรัท่านได้กล่าว ไว้ เป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องท้าทายจริงๆนะ ครับแล้วก็หวังว่าในวาระของเราเนี่ยก่อน จากโลกนี้ไปจะได้เห็นกันเปลี่ยนแปลงที่ น่าตื่นเต้นบ้าง นะผมมีถึงขนาดการเค้าเรียกว่าคัดเลือกคน ที่จะสมัครเป็นครูพันธุ์ใหม่ นะbreakดาวให้เรียบร้อยเลยนะครับแล้วกี่ เปอร์เซ็นต์ก็ควรที่จะพอที่จะรับได้เนี่ย นี่เป็นประเด็นสกิลต่างๆที่มีความจำเป็น หรือบุคลิกลักษณะที่จำเป็นอันสุดท้ายจริง ๆเนี่ย 5 5 แต้มความจริงแล้วเนี่ยสำคัญ คือ growth mindset ก็คือตามที่เราพูด

222:30

Speaker A

กันเราเราเรื่องของวิสัยทัศน์เรื่องอะไร ต่างๆความพยายามที่ต้องการที่จะให้ดีขึ้น เนี่ย 6 สัปดาห์ที่ผมประกาศเปลี่ยนเนี่ย มาเลยเป็นซัมแคมป์พอคัดเสร็จก็ทำอะไรบ้าง ใน 6 สัปดาห์นี้เนี่ยพิมพ์เขียวนี้ ดาวน์โหลดได้ฟรี แล้วก็เป็นครูฝึกประจำการ 2 ปีนะครับ 2 ปีจริงๆเนี่ย จริงๆแล้วที่ PGCE ของประเทศอังกฤษเนี่ย ปีเดียวก็ได้ PGCE แต่ว่าการสอนปีที่ 2 โดยที่แทบจะไม่มีครู มามอนตอร์อย่างใกล้ชิดเนี่ยแต่ว่าอาจจะมี feedback ทางด้านของ Audio Visual พวก นี้ก็จะได้ status ที่เค้าเรียกว่า QT s qualified teacher status QTS เป็น minimum requirement ของโรงเรียน

223:30

Speaker A

ของผม ดังนั้นถ้าท่านกำลังมองโรงเรียนนานาชาติ ให้กับหลานของท่านหรือลูกของท่านหรือน้อง น้องของท่านเนี่ยขอดูรายชื่อครูพร้อมทั้ง ปริญญาหรือ Statusy ปริญญาตรีอย่างเดียวไม่พอนะครับจะต้องมี QTS QTS ก็คือความสามารถในการที่จะสอนในโรงเรียน ไหนก็ได้ในประเทศอังกฤษนะครับเอ้ผมสงสัย ต้องขอเดี๋ยวเราจะมี อันเนี่ยผมมีประมาณ 30 คนให้เลือกนะครับ จะปคงจะผ่านไป โอเคเอ่อผมขอสัก 2 2 สไลด์ของอันต่อไป ได้มั้ฮะคืออันที่ผมจะพูดต่อไปเนี่ยจริงๆ มันสำคัญแต่เพียงแต่ว่าผมเนื่องจากว่าผม ทุ่ม 30 กว่าปีมาเนี่ยในเรื่องของนานา ชาติผมก็พูดในเรื่องที่ผมคร่ำวอดมาแต่ จริงๆเนี่ยเมื่อ 10 ปีสุดท้าย 10 ปีที่ ผ่านมาเนี่ยผมตั้งวิทยาลัยregนขึ้นมาแล้ว ก็ได้มีโอกาสเชิญท่านนายกตู่เนี่ยไปถึง เพียสารที่อังกฤษแล้วมีโอกาสไปเซ็นเรียบ ร้อยหลักสูตรนั้นเรียกว่าบีท บีทสอนเป็นภาษาอังกฤษกับภาษารัสเซียกับ ภาษาจีนเท่านั้นแต่ผมก็ไปคุยกับทาง แชร์แมนจนที่สุดขอร้องเ้าว่าของเรานะถ้า สอนเป็นภาษาอังกฤษ ชาติหน้าไม่ใช่ชาติหน้าอีก 2 ชาติตอนบ่าย

225:00

Speaker A

มั้งขอเหอะขอร้องให้อนุญาตให้สอนเป็นภาษา ไทยได้มาท่านก็เซ็นเป็นสักขีพยานกลับกลับ มาท่านเหลือเวลาแค่ 4 เดือนตอนนั้นคุณหมอ ธีรเกียรติก็ชวนผมเข้าไปแล้วก็ไปนั่งอยู่ ในคณะคณะทำงานที่จะพยายามเปลี่ยนแปลง อาชีวะเนี่ยให้เป็นBteคให้ได้Bteeคนี่ เรื่องยาวไม่ทราบใบนี้จะมีเวลาคุยหรือ เปล่าโอเคBteคมาจากงี้ฮะมาจากที่ท่าน ไพรินพูดจะต้องดูว่าทางด้านนซึ่งจะเป็น พวกสภาหอสภาเอ่ออุตสาหกรรมทั้งหลายเขาจะ เป็นคนที่บอกบอกมาว่าเค้าต้องการสกิลอะไร บ้างต้องการ curve รุ่นใหม่อะไรบ้างแล้ว ในขณะเดียวกันเนี่ยก็จะดึงเอานักวิชาการ ทั้งหลายมานั่งฝั่งนี้ก่อตั้งโดย Margaret Texture ในปี 1983 Market Ture เข้ามาปุ๊บขายทุกอย่างที่ ขาดทุนเพราะเ้าใช้คำพูดว่าอะไรฮะ Anything the government owns no one owns คือไม่มี ownership เพราะงั้นขายหมดทีนี้คนตกงานเป็นเบื่อนะ Maret Texture ก็เลยเรียกกลุ่ม อุตสาหกรรม 33 กลุ่มเรียกพวกนักวิชาการมา

226:15

Speaker A

Colge ต่างๆที่ทำเกี่ยวกับเรื่อง Vational รวมทั้ง University of Oxford วิชาการทั้งหลายก็ต้องเข้ามาด้วยแล้วก็ บอกเลยว่าท่านที่อยู่ทางซ้ายของผมเนี่ย ของฉันเนี่ยจะบอกท่านว่าเต้องการอะไรแล้ว พวกท่านเนี่ยให้เวลานะ 6 เดือนท่านไปทำ หลักสูตรมาที่จะสามารถผลิตทักษะตามที่ ฝั่งนี้ต้องการได้แล้วก็มามอบให้ฝั่งนี้ แล้วฝั่งนี้ถ้าเทำตามที่คุณบอกแล้วคุณ ต้องรับเค้าทำงานนะมันก็เลยเกิดขึ้นมา 1983 ทุกวันนี้มี 5,000 วิชามีตั้งแต่ เรียกว่าโค้ชยังมีเลยมันมีเยอะมากเพราะ เ้าเอาจากของจริงที่มีความต้องการในสังคม เอ่อผมผมก็เลยได้มีการเสนอนะครับว่าโทษนะ ครับ 40 ปีปริญญาตรีนั้นเนี่ยออกที่ อาจารย์ไพรเรียนพูดดีมากอันนึงก็คือว่า จำเป็นต้องคงไว้ก็คงไว้ทางด้านของ professional career เช่นจะเป็น CPA จะ เป็น Engineer จะเป็นหมออันนั้นก็คงต้อง เรียนไปตามที่มีอยู่นะฮะแล้วก็ในขณะเดียว กันผู้ที่เป็นลูกเจ้าสัวหรือพวกที่เฮ้ยกู ไม่ไม่ต้องไปรับจ้างใครละอันนั้นก็เรียน

227:32

Speaker A

ไปนะแต่ผู้ที่มีความรู้สึกว่าจำเป็นที่จะ ต้องไปทำงาน อันนั้นจะต้องหาสกิลที่ฝังฝ่ายการตลาด หรืออุตสาหกรรมมีความต้องการนี่ผมถึง เขียนตรงนี้มานะครับ คือ 5 ปีของสมชายคือเวลาเข้า AI เก็ถาม ว่าจะใช้ชื่ออะไรผมก็นึกถึงสมชายนะผมก็ เลยสมมุติว่าสมชายเนี่ยเรียนม. 5 ม. 6 เนี่ย 2 ปีได้ระดับ 3 นะ 2 ปีระดับ 3 ก็ คือจบ 6 พอจบ 6 เนี่ยเรียนปริญญาตรีแค่เอ เรียนตัวเระดับ 456 ก็เท่ากับปริญญาตรี แต่จะแคบหน่อยนะฮะจะเก่งเฉพาะเรื่องเช่น EV ขอเรือเรื่อง AV แล้วก็โปรเจคที่เขา จะให้ทำก็อาจจะเอาgoldคมาคันนึงแล้วก็บอก เ้ายูแปลงgocสนี้ให้เป็น EV อนี้ยกตัว

228:24

Speaker A

อย่างนะเด็กทำทีเดียวก็รู้แล้วว่า concept มันเป็นยังไงนะเพราะฉะนเพราะฉะนั้นเนี่ย เค้าในการว่าจ้างคนนอกจากปริญญาตรีเขามัก จะมีคำว่า NVQ หรือว่าVteคเนี่ยใส่เข้าไป ด้วยเช่นระดับ 5 หรือระดับโอเคเสียดาย เวลาหมดนะฮะห้องใหญ่ที่ท่านได้พูดกันแล้ว ว่าต่อไปนี้มันทุกอย่างที่หมดแล้วไม่ต้อง ให้อาจารย์มานั่งเลคเจอร์แล้วก็แล้วก็จอด โน้ตเสร็จแล้วก็มาสอบ อันนี้ห้องบรรยายเไม่ใช้ อันอันนี้เดี๋ผมกลับไปกลับนิดนึง อันนี้ก็คือว่าในแต่ละคือการเรียนเลเวล 5 คือม. 6 เนี่ยจะต้องทำโปรเจค ประมาณ 9 ไปอย่างน้อยหรือว่า 18 ก็สุดแท้แต่ โปรเจคใหญ่โปรเจคเล็กโปรเจคที่ผมเรียน ตะกี้ถ้าเป็น engineer ทั้งนั้น EV ก็เอา โกคมาแล้วก็ทำแต่ทำไม่ใช่ทำคนเดียวนะฮะ อันนั้นเป็นการเปิดให้มีลักษณะของ community ละในการที่จะทำงานร่วมกัน เสร็จแล้วก็จะมีการมาดูว่าเอ่อเราติดขัด อะไรก็เอาคนที่เก่งๆจาก industry เข้ามา

229:39

Speaker A

เป็นเลคจureเฉพาะเรื่องนั้นคือไม่จำเป็น ต้องอาศัยครูที่สอนอยู่ครูเเป็นแค่โค้ช ครูมีหน้าที่ไปดึงเอาคนเก่งจากอุตสาหกรรม นั้นๆมาสอนเนี่ยคือความผสมสารเแล้วก็ อัปเดตกับลูกค้าอ้าโกคัของคุณผมใส่ EV ให้เรียบร้อยแล้วดูซ้ายได้ อ้าก็ตัดเลยนะ โอเค เนี่ยระดับ 3 นี่ต้องใช้ประมาณ 12 กรณี ศึกษากว่าจะจบม. 6 นะครับคือแทนที่ไป เรียน A Level เนี่ยก็ให้มาเรียนBteค ระดับ 3 ก็จะต้องทำการศึกษาสมมุติว่าเป็น โอสมมุติมันเยอะมากเดี๋ยวเวลาไม่พอระดับ 4 จะต้องมีม. 8 กรณีระดับ 5 ก็คือเอ่อปวส.

230:31

Speaker A

เนี่ยก็ประมาณ 8 กรณี แล้วก็ระดับสุดท้ายระดับ 6 เท่ากับปริญญา ตรีเนี่ยรวมทั้งก็ตก 34 โปรเจคนักเรียน กว่าจะจบในสกิลนั้นๆเนี่ยได้ผ่านการทำ โปรเจคถึง 34 โปรเจคถือว่าถามว่าเค้า เนี่ยเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมมั้ยอ แน่นอนเอาแน่นอนแต่ไปเป็นเท่าแก่นอีก เรื่องนึงนะถ้าเราเป็นลูกคนที่เกิดมามี ช้อนเงินติดปากมาอะไรอย่างงี้ก็อาจจะอาจ จะไม่จำเป็นต้องเข้าสู่สกิลแบบนี้โอเคผม คงจะประมาณนี้ก่อนผมยก Btech เข้ามานะ เอ่อคงไม่ได้เน้นเรื่องของ Vocational Concept ที่ผมกำลังพูดนี่ก็คือว่า มหาวิทยาลัยที่สุดเนี่ยก็จะต้องคล้ายๆแบบ นี้เช่นเดียวกันก็มองเป็นลักษณะของสกิล ที่เราอยากจะมีความเชื่อชำนาญแล้วก็ดึง เอาโปรเจคอะไรต่างๆผมขอแตะนิดเดียวเท่า เองตอนผมไปได้รับแต่งตั้งไปสอนที่ CL เนี่ยเถามผมเลยนะว่าอยากจะเป็น Track มั้ยคือไปที่Professเซอรแล้วมั้ยเพราะตอน นั้นผมเป็นรองศาสตราจารย์อยู่ในวารก หรือจะเป็น Lecturer ผมก็เลือก Lecturer เพราะพอดีผมมี CPA

231:45

Speaker A

จากNebasสกติดมือมาด้วยผมก็เลยสอน MBA ของ UCLA สอนแค่ 2 วันแล้วเก็บอกยูไปทำ Consulting ข้างนอกเลยยไม่มีโปรเจคเดี๋ทำมหาวิทยาลัย ไปจัดให้ยูไปทำแต่ยืนลืมว่านักเรียนของ ยูเนี่ยเป็นคนทำ นะทำสมมุติว่าระบบ inventory เแย่มากระบบ การควบคุมไม่ดีระบบ marketing ไม่ดีนัก เรียนเหล่านี้ที่เรียนปริญญาโทกับผมเนี่ย ก็จะเป็นคนไปทำ เสร็จแล้วก็จะมีการคุยกันว่าเอ๊ะแล้ววิธี แก้ๆแก้ยังไงบ้างแล้วก็มาพีเซนในห้อง ตั้งแต่สมัยนู้นนะอันนี้คือ 1981 1 ไม่ น่าเชื่อนะครับคือองค์กรของเค้าเนี่ยเป็น องค์กรที่ต้องยอมรับว่า very mature ก็คือว่าพัฒนาแล้วเมี office เรียกว่า Small Business Administration อยู่ที่ Washington ใครเดือดร้อนเรื่อง อะไรเนี่ยให้ติดต่อไปทางโน้นทางโน้นก็จะ ดูแล้วว่าอ๋อนี่เป็นNebrasกเขาก็จะส่งไป

232:50

Speaker A

University of Nebraska อออยู่โอฮา เพราะตอนนั้นผมอยู่ที่นั้น 2 ปีเหมือนกัน อะไรอย่างี้เป็นต้นแล้วก็ที่ผมเป็น อาจารย์ไปเนี่ยก็ยังได้ได้พิเศษอีก ชั่วโมงนึง 200 เหรียญ แล้วผมก็ยังสามารถเอานักเรียนนักศึกษามี โอกาสไปจับของจริงใช่มประโยชน์เค้าก็ได้ ไอ้ผมว่าได้อยู่แล้วล่ะสอนสบายนักเรียนก็ ได้ เจ้าของชอปก็ไม่ต้องเสียตังค์ก็ได้ ประโยชน์ รัฐบาลเองก็แฮปปี้มีผลงานทำให้เศรษฐกิจ ของประเทศดีขึ้นอันเนี้ยผมคิดว่า มหาวิทยาลัยจุฬามหิดลมหาวิทยาลัยเชื่อง ดังๆเนี่ยผมว่าถ้ามีโอกาสได้สร้างเป็น cซentตอันนี้ขึ้นมาเนี่ยเดือดร้อนอะไร เนี่ยมา อันนี้ก็แน่นอนนะมันเป็นเรื่องที่ยากแต่ ว่าถ้าอยากทำได้ทำได้แล้วที่พูดกันเสมอ ว่าทำไมแบงค์ไม่ยอมให้ SME กู้ มหาวิทยาลัยครับท่านเนี่ยจะต้องตั้งเป็น cซentขึ้นมาเลยว่าใครอยากทำธุรกิจอะไร เนี่ยให้มาปรึกษาปรึกษาไม่ใช่สุ่ม 4 สุ่ม 5 ก็ไปสร้างละสร้างบ้านเอ้สร้าง เซ็นเตอร์แล้วไปเช่าละโดยยังไม่รู้เลย Plan น่ะคืออะไรเนี่ยตรงนี้ผมว่า มหาวิทยาลัยต้องเข้ามาช่วยแล้วถ้ามีอัน

234:09

Speaker A

นี้นะครับแล้วก็ยืนยันโดย Fibility ของ Center เนี้ยการกู้เงินก็จะง่ายขึ้นนะโอ มีเรื่องที่ต้องพูดมากเหลือเกินที่ มหาวิทยาลัยสามารถที่จะเป็นเป็นประโยชน์ แล้วก็ช่วยเหลือ SB ซึ่งทุกวันนี้เดือด ร้อนจริงๆนะครับขอกราบขอบพระคุณครับ ขอบพระคุณขอโทษที่ใช้เวลาเยอะ ครับขอขอบพระคุณท่านดร.วีรชาชัยเตชวิจิตร ครับในโอกาสนี้ครับขออนุญาตกราบเรียนเชิญ ท่านศาสตราจารย์พิเศษดร.วิทองโรจครับได้ กรุณามอบของที่ระลึกให้กับท่านวิทยากร ครับ ครับในช่วงนี้ครับจะเป็นการพักรับประทาน หารกลางวันนะครับแล้วก็พักผ่อนตาม อัธยาศัยครับโดยจะขออนุญาตเรียนเชิญท่าน แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับร่วมรับประทาน อาหารกลางวันครับณสถาบันยุทธศาสตร์ทาง ปัญญาและวิจัยครับชั้น 19 ครับอาคารแห่ง นี้ครับและในช่วงบ่ายครับเราจะกลับมาพบ กันอีกครั้งในเวลา 13:30 น.ครับณหอดนตรี และการแสดงอสรมดนตรี 2 แห่งนี้อีกครั้ง นึงครับ เ ก็ ส الله เฮ เย ครับเรียนท่านผู้ทรงคุณวุฒิแล้วก็ท่านผู้

290:25

Speaker A

มีเกียรติทุกท่านครับในช่วงบ่ายนี้ครับก็ จะเป็นในส่วนของอาศมวิชาการด้านการศึกษา นะครับในช่วงบ่ายโดยในช่วงบ่ายนี้ครับจะ มีเessัที่ทุกท่านจะได้รับฟังการบรรยาย พิเศษครับโดยจะมีท่านวิทยากรแล้วก็ท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิครับประกอบไปด้วยครับท่าน แรกในช่วงบ่ายครับจะเป็นท่านศาสตราจารย์ ดร.ดร.เกรียงศักดิ์เจริญวงศ์ศักดิ์ครับ แล้วก็หลังจากนั้นครับจะเป็นท่าน อภิสิทธิ์เวชชาชีวะครับและท่านตามด้วย ท่านอ่าจาตุรน์ฉายแสงครับแล้วก็ในช่วงสุด ท้ายครับก็จะเป็นในส่วนของเวทีในการร่วม อภิญครับ ท่านแขกผู้มีเกียรติท่านใดครับที่ทำ ภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้วนะครับจะขอ อนุญาตเรียนเชิญที่บริเวณด้านในอ่าห้อง ประชุมของเราได้เลยครับ ครับขอต้อนรับทุกท่านครับเข้าสู่ อาศรมวิชาการด้านการศึกษาครั้งที่ 1 ครับ โดยในช่วงบ่ายนี้ครับทุกท่านจะได้รับร่วม รับฟังการบรรยายพิเศษจากท่านผู้ทรง คุณวุฒินะครับจำนวน 3 ท่านด้วยกันนะครับ แล้วก็จะมีในส่วนของพาร์ทการอภิปรายนะ ครับใน 1 ช่วงสุดท้ายครับโดยในลำดับต่อไป ครับจะเป็นอ่าหัวข้อการศึกษาเพื่ออนาคต ครับสร้างคนที่คิดเป็นสร้างสรรค์เป็นและ นำการเปลี่ยนแปลงได้ครับโดยท่านวิทยากร ของเราครับท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์ครับนัก คิดและนักอนาคตศึกษาครับผู้ที่เป็นผู้ที่ มีผลงานด้านนโยบายสาธารณะและการพัฒนาคน อย่างกว้างขวางครับโดยท่านได้สำเร็จการ ศึกษาระดับปริญญาเอกครับด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหามหาวิทยาลัยมนสประเทศออสเตรเลีย ครับและท่านเป็นประธานสถาบันอนาคตศึกษา

293:23

Speaker A

เพื่อการพัฒนาครับและท่านมีผลงานหนังสือ และบทความจำนวนมากครับซึ่งครอบคลุมทาง ด้านการศึกษาเศรษฐกิจสังคมและการพัฒนา ทักษะการคิดครับซึ่งประสบการณ์ของท่าน ครับจะช่วยเปิดมุมมองต่อการเตรียมเตรียม ความพร้อมให้กับคนไทยให้พร้อมกับการ เปลี่ยนแปลงของโลกครับในโอกาสนี้ครับจะขอ อนุญาตเรียนเชิญท่านศาสตราจารย์ดร. เกรียงศักดิ์เจริญวงศ์ศักดิ์ครับได้ให้ ความกรุณาเป็นวิทยากรในช่วงนี้ครับขอ เรียนเชิญครับ ขอบพระคุณมากครับขออนุญาตกราบเรียนท่าน ผู้มีเกียรติที่เคารพทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ในห้องนี้และก็ตามออนไลน์นะครับผมได้รับ มอบหมายจากอาจารย์วิตรให้มาพูดการศึกษา เพื่ออนาคตสร้างคนคิดเป็นสร้างสรรค์เป็น นำการเปลี่ยนแปลงอยากจะขออนุญาตเริ่มต้น โดยการพูดจากปรัชญาการมองการศึกษาผมว่า เราต้องสร้างคนไปสร้างประเทศชาติให้เจริญ เพราะมนุษย์อยู่ด้วยกันเนี่ยอยู่กันใน อำนาจอธิปไตยที่เรียกว่ารัฐนะฮะดังนั้น เราต้องสร้างคนเป็นวัตถุอยู่ดิบไปเป็น พลังในการอยู่ร่วมกันมนุษย์อยู่ในระบอบ ชุมชนที่คนดีคนชั่วปนเปกันโดยธรรมชาติใน ชาติดังนั้นถ้าไม่สร้างชาติเราก็จะมี ปัญหาอื่นตามลงมาในทั้งระบบถ้าสร้างชาติ แล้วส่วนอื่นก็จะได้โอกาสไปด้วยเช่นองค์ กรชุมชนพื้นที่หรือแม้แต่ครัวเรือนหรือ หน่วยมนุษย์ทั้งหลายที่รวมตัวกันดังนั้น ในความเห็นของผมต้องสร้างคนไปทำประเทศให้ เจริญเป้าหมายปลายทางต้องมองว่าประเทศที่ เจริญเนี่ยเราต้องการอะไรประเทศที่เจริญ เราก็ต้องมองว่ามีมิติต่างๆในความเจริญ รุ่งเรือง 3 มิติซึ่ง 3 เสาหลักของประเทศ ทุกประเทศในชุมชนมนุษย์ที่รวมตัวกัน 1

295:35

Speaker A

เศรษฐกิจ 2 สังคม 3 การเมืองการปกครองถ้า ผูพูดเป็นรวบรัฐตัดความก็คือผมอยากเห็น เศรษฐกิจในพื้นฐานที่ผมพูดไว้ในการประชุม นานาชาติ 3-40 ปีที่ผ่านมาว่าเศรษฐกิจ มั่งคั่งและยั่งยืนสังคมสมานฉันและหลาก หลายและการเมืองเสรีภาพและเสถียรภาพนั่น คือ Fundamental พื้นฐานของเป้าหมายแต่ ว่าระยะยาวๆที่ผมวาดฝันไว้คือเศรษฐกิจที่ เรียกอารยะอารยะแปลว่าเจริญสูงสุดนั่นคือ เศรษฐกิจสวัสดิภาพครับนั่นประกอบไปด้วย เศรษฐกิจที่รายได้สูงนั่นหมายความว่าเป็น First World รายได้สูงจริงๆที่ไม่ที่ ไม่น้อยหน้าใคร 2 ต้องเป็นเศรษฐกิจที่ คนจนที่อยู่ใต้เส้นความยากจนก็ดีหรือการ วัดความจนแบบ conventional เศรษฐศาสตร์ก็ จะต้องให้คนจนเหลือน้อยมากและต้องไม่โจร ทางโครงสร้างที่บังคับให้คนที่ไม่อยากจน ต้องจนดังนั้นนี่ก็คือเรื่องของ poverty eritication อันที่ 3 ก็คือความเหลื่อม ล้ำ disparity ต่ำนั่นคือแนวคิดพื้นฐาน

296:54

Speaker A

ทางเศรษฐกิจซึ่งเศรษฐกิจดีนั้นก็จำเป็น ต้องมีสภาพความสามารถในการเจริญเติบโตมี economic growth การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจได้ไม่ต่ำเกณฑ์จากศักยภาพของ ประเทศและก็สามารถที่จะโตเพียงพอเพื่อจะ สามารถสร้างความมั่งคั่งเพื่อกระจายให้ อยู่ดีกินดีได้อย่างแท้จริง ความสามารถในทางเศรษฐกิจเหล่านี้ที่ สามารถดูแลประชาชนทั้ง high end middle end และ low end เนี่ยจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องสามารถจัดระบบเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวย ต่อคนในชาติให้เขามีสวัสดิภาพผมเรียกว่า เศรษฐกิจสวัสดิภาพซึ่งต่างกันกับแนวคิด ซึ่งเป็นแนวทางในหลายปีที่ผ่านมาเยอะใน ยุโรปซึ่งมักจะเป็นเศรษฐิเศรษฐกิจรัฐ สวัสดิการซึ่งผมคิดว่าเราควรมีสวัสดิการ รัฐกับคนที่เปราะบางแต่ช่วยเขาชั่วคราว เพื่อทำให้เขายืนบนแข้งตัวเองได้เร็วที่ สุดและยั่งยืนมิใช่ใช้วิธีการลดแลกแจกแถม ประชานิยมซึ่งผมคิดว่าเป็นการทำลาย ศักยภาพระยะยาวซึ่งผมต้านมาตั้งแต่วันแรก ๆว่ามันจะลงเอยที่ความหาย ฉะนั้นเศรษฐกิจสวัสดิภาพจึงไม่ใช่ เศรษฐกิจรัฐสวัสดิการแต่เป็นเศรษฐกิจที่ มีสวัสดิการสำหรับคนเปราะบางให้ยืนบนแข้ง ตัวเองได้ไม่รอพึ่งพาตลอดไปและออกจากสภาพ พึ่งพาเร็วที่สุดนั่นคือแนวคิดของผมที่ อยู่ในหนังสือจำนวนมากที่เขียนมาแล้ว สำหรับสังคมที่ผมเห็นที่ดีงามเขียนเมื่อ ปี 2538 ว่าสังคมพหุเอกานิยมซื้อสังคม

298:36

Speaker A

ซึ่งปล่อยให้คนมีความหลากหลายแต่มีพหุแต่ มีเอกภาพในความหลากหลายจึงไม่ใช่เอกิยม และไม่ใช่พหุนิยมแต่เป็นพหุเอกานิยมวาด ฝันอนาคตผมคือสังคมไทยมีคนหลากประเภทมาก มายไม่ว่าจะมิติอะไรเผ่าพันธุ์ก็มี 58 เผ่าพันธุ์เชื้อชาติภันธ์ที่อยู่ในสยาม ประเทศแห่งนี้เรามีภาคต่างๆเรามีคนหลาก หลายประเภทมากมายทำยังไงเราจะสามารถทำให้ คนเหล่านี้สามารถอยู่ด้วยกันเป็นเอกภาพใน ความหลากหลายความแตกต่างมีมากมายทั้ง ศาสนาทางภาคใต้ที่เป็นประเด็นปัญหาอยู่ หรือแม้แต่ในภาคนิยมที่สนใจแต่ภาคตัวเอง เผ่าพันธุนิยมชาติภันธ์นิยมหรือความแตก ต่างของคนซึ่งแบ่งคลาสบนคนที่เป็นชนชั้น บนที่เป็นอภิชน el ชนชั้นกลางและก็ชนชั้น ล่างที่มักจะเป็นการต่อสู้กันระหว่างส่วน ที่สนใจมวลชนรายรายรายจำนวนมากมายกับชน ชั้นนำซึ่งกำ เชิงของกฎ 199 พูดเรื่อยมาหลายสิบปีนี้ ว่าถ้าเป็นไปตามภาษาคณิตศาสตร์แคกัสก็คือ ถ้าเราไม่ระมัดระวังคน 1% จะ asymptotically approaching the limit คือจะไปถึงจุดที่ครองทรัพยากร 99% เมื่อเป็นแบบนี้ก็หมายความว่าเศรษฐกิจ สวัสดิภาพเป็นเป้าหมายที่เราต้องมองจะได้ มาเล็งเครื่องมือการศึกษาเพื่อพาไปสู่ เศรษฐกิจสวัสดิภาพอย่างแท้จริงอันที่ 2 คือสังคมที่เป็นสังคมพหุเอกานิยมคืออะไร

300:24

Speaker A

ก็ตามที่สร้างให้เกิดปัญหาในความขัดแย้ง และไม่สามารถรวมใจกันเพื่อเป็นชาติที่มี เอกภาพในความหลากหลายต้องเลิกและต้องหยุด การศึกษาที่บ่มเกิดอคตินิยม ลำเอียงและก็มีความรู้สึกที่กดขี่เหยียด หยามคนที่แตกต่างในชาติเน้นต้องเลิกต้อง จบการศึกษาที่ไม่บ่มให้คนมีใจถูกต้องผม คิดว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรงอันที่ 3 ก็ คือการเมืองการปกครองซึ่งผมเรียนว่าการ เมืองการปกครองที่ผิดคือการทำให้กลไกที่ ผมเรียกว่าวิศวกรรมการเมืองในการที่มี พิธีกรรมในการเลือกตั้งแล้วทำให้ได้เสียง ส่วนใหญ่ลากไปโดยที่ไม่สามารถคำนึงความ ถูกต้องในสิ่งที่กำลังจะยกยกมือลงคะแนน ให้กับคนที่ไปนำการเมืองที่ดีผมคิดว่าการ เมืองที่ดีต้องมีการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างแท้จริงมิใช่แค่ผิวเผินด้วยพิธีกรรม หรือแม้แต่ใช้เครื่องมือหลอกล่อด้วยผล ประโยชน์เช่นการซื้อเสียงและก็การครอบงำ คนจำนวนมากด้วยที่วันนี้เราเรียกใหม่ว่า บ้านใหญ่สามารถครอบงำการเมืองต่างสำเร็จ รูปหากทำเช่นนี้มันได้แต่พิธีรีตองของ ประชาธิปไตยที่ไม่ใช่เนื้อแท้ต้องมีส่วน ร่วมโดยเคารพประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างแท้ จริง การเมืองแบบประชาธิปไตยแบบที่ผมเชื่อนี้ มันแปลว่าประชาธิปไตยมีหลายแบบเป็น democracies ไม่ใช่ democracy แบบเดียว แบบที่กำลังใช้วิศวกรรมการเมืองผมจึงคิด ว่าจำเป็นต้องมีฐานความถูกต้องแห่ง ธรรมาธิปไตยว่าเสียงมากลากไปไม่ได้ต้อง เอาความถูกต้องเป็นเกณฑ์ดังนั้นการศึกษา ต้องมาเซิร์ฟมารับใช้ 3 เสาหลักของประเทศ

302:22

Speaker A

เศรษฐกิจสังคมการเมืองนี้ให้ได้และการ ศึกษาที่จะทำแบบนั้นได้ผมคิดว่าต้องสร้าง คนเป็นพื้นฐานตามด้วยสร้างระบบเมื่อสร้าง คนได้และสร้างบริบทและความเข้าใจบริบทที่ สอดรับที่ผมเรียกว่าไตรอสภาพคือคนระบบและ บริบทแต่ 3 ตัวนี้ถ้าเราเสียเวลาส่วนใหญ่ ไปจัดการศึกษาเพื่อสร้างระบบเราจะล้มเหลว เหมือน 40 กว่าปีที่ผ่านมาผมกลับมาประเทศ ไทยกลับมาเรียนหนังสือกลับมาจนมาอยู่ เมืองไทย 4746 ปีที่แล้วจนมาถึงวันนี้ผม คิดว่าประเทศไทยของเราจะพยายามการปฏิรูป การศึกษาหรือการแปลงโฉมการศึกษาด้วยวิธี ระบบเป็นหลักซึ่งผมยอมรับว่าต้องทำแต่ไม่ ใช่เป็นหลักก่อนนั่นคือการแปลงโฉมระบบมี 7 องค์ประกอบในทฤษฎีของผมในระบบก็คือ 1 การ เปลี่ยนโครงสร้าง 2 การเปลี่ยนกระบวนการ process 3 การเปลี่ยนสิ่งที่ผมเรียกว่า การเปลี่ยนกฎกติกา ของการศึกษา 4 ระบบการศึกษาที่เปลี่ยนมัก จะเป็นการเปลี่ยนไม่เปลี่ยนก็คือ norทัสถาน และ value ค่านิยมอันที่ 5 เนี่ยเป็นการ

303:42

Speaker A

สร้างวัฒนธรรมการศึกษาที่ไม่เกิดขึ้นจริง และอันที่ 6 คือการสร้างสภาพประเพณีการ ศึกษาที่ควรสอดรับและช่วยเกื้อหนุนการ แปลงโฉมการศึกษาและอันที่ 7 คือการสร้าง กระบวนการที่ผ่านกระบวนการไปข้างหน้าใน ลักษณะผ่านตัวบุคคลและกาลเวลาเพื่อความ ยั่งเดินความเป็นเชิงสถาบันอย่างแท้จริง ไม่ใช่ชื่อสถาบันการศึกษาเชิงสถาบันการ ศึกษาอย่างแท้จริง 7 องค์ประกอบระบบนี้ผม ไม่ได้ละเลยแต่ผมสังเกตใน 46 47 ปีที่ผม จบปริญญาเอกกลับมารับราชการเป็นอาจารย์ ครั้งแรกรวมจนถึงวันนี้ผมคิดว่าการศึกษา เราผ่านการปฏิรูปมาหลายรอบแต่ส่วนใหญ่ แทกleการศึกษาด้วยวิธีการบอกว่าเราจะไป แปลงบางเรื่องเช่นบางทีก็เปลี่ยนโครง สร้างสมัยสมัยก่อนเราก็ปรากฏว่าเราไปทำ อะไรครับเราก็ไปบอกกับกระทรวงศึกษาว่า เมื่อก่อนมีปลัดกระทรวง 41 คนเดียวก็ เปลี่ยนเป็น 5 คนก็ไปเปลี่ยนโครงสร้างว่า หวังมันจะดีขึ้นอย่างนี้เป็นต้นหรือแม้ แต่เราบอกว่าเราจะไปเปลี่ยนนะครับสิ่งที่ เป็นเรียกว่าพื้นที่การศึกษามีพื้นที่ ประถมพื้นที่มัธยมแล้วเราก็พยายามเอาโรง เรียนไปจัดอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนให้อำนาจ ไปอยู่ที่ตรงการจัดแจงตรงพื้นที่ซึ่งก็ดี แต่ก็เป็นปัญหาที่คิดไม่เสด็จน้ำเพราะไป เริ่มผิดตรงที่ระบบในเรื่องโครงสร้างเป็น

305:11

Speaker A

ต้นอีกส่วนหนึ่งที่เราทำก็คือกฎกติกากฎ หมายการศึกษาระเบียบเราก็เขียนเขียนกฎ หมายเรียกว่า Act ก็คือพระราชบัญญัติการ ศึกษาแห่งชาติเข้าใจว่าเราก็เขียนมาหลาย รอบเราว่าเปลี่ยนกฎหมายมันจะให้การสิขึ้น ผมยอมรับว่าทุกอย่างที่ 7 องค์ประกอบ เนี่ยต้องทำให้ดีให้ได้ดีที่สุดเท่าที่ เป็นได้แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสนใจแต่การ ศึกษาที่เป็นพระราชบัญญัติหรือกฎหมายใหญ่ ย่อย กฎหมายคือเครื่องมือใช้อำนาจในการบังคับ แต่ผมคิดว่ามันเปลี่ยนคนไม่ได้โดยวิธี เท่านั้นจึงไม่สามารถจะไปเล่นเฉพาะจุดใน ตัวใดตัวหนึ่งใน 7 ตัวนี้หรือหลายตัวใน 7 ตัวนี้ที่ผมเฝ้าสังเกตมาว่ามีการพยายาม แก้ที่ระบบซึ่งไม่ปฏิเสธว่าระบบก็ต้องทำ ดีที่สุดให้ทันยุคทันสมัยอาจจะต้องมีการ แปลงโฉมบ้างเป็นบางเวลาแต่ผมคิดว่าเรายิง ยิงยิงปืนผิดเป้าคือไปเริ่มผิดที่ระบบ ทั้ง 7 ผมจึงคิดว่าระบบทั้ง 7 ต้องตามมา ทีหลังบริบทคือสิ่งที่มี 2 ประเด็นคือ context maker กับ context te maker

306:24

Speaker A

ซึ่งศัพท์ใหม่ที่ผมขอสร้างขึ้นว่าเวลา อยู่ในระบบใดขอบเขตพร PR นอกระบบผมเรียก ว่า context บริบทบางเรื่องเรากำหนดได้ context maker บางเรื่องเรากำหนดไม่ได้ เรื่อง context taker แน่นอนการศึกษาของ เราภาพรวมหรือแม้การศึกษาเฉพาะจุดจะเป็น อุดมศึกษาจะเป็นอาชีวศึกษา จะเป็นประถมศึกษาต่างมีบริบทบางอันที่ กำหนดได้บางอันกำหนดไม่ได้และบริบทนั้น อาจจะเป็นในประเทศหรือแม้แต่ต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงใช่ ใช่ครับดังนั้นผมไม่ได้ปฏิเสธเรื่องระบบ และบริบทแต่ผมอยากจะเจาะประเด็นเรื่องคน ตามที่อาจารย์พาวิทได้กรุณาชวนผมมาพูด เรื่องคนผมคิดว่าคนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าเผื่อต้องเลือกต้องทำคนก่อนทีนี้ปัญหา ใหญ่คือคนเราสร้างไม่ได้แล้วจะสร้างคนแบบ ไหนเล่าที่จะไปทำให้ประเทศนั้นเป็นประเทศ ที่ดีงามทางเศรษฐกิจสังคมการเมืองผมคิด ว่ามีคาถาอยู่ 3 หนังสือผม 3 เล่ม คือคนดีสร้างได้คนเก่งสร้างได้คนกล้า สร้างได้ซึ่งหนังสือ 3 เล่มนี้สรุปความ ว่าดีเก่งกล้าอย่างชัดๆเป็นหนังสือ 3 เล่มโดยสรุปง่ายๆว่าคนดีคือต้องเป็นคน

307:42

Speaker A

ซึ่งเห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนนี่คือ นิยามทางปรัชญาผมที่ฟันธงให้ขาดเลยว่าดี ไม่ดีเนี่ยอย่ามาพูดเป็นคำเท่านั้นความ หมายคืออะไรเราสร้างคนไทยให้เป็นคนที่ เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนได้มั้ยมี คุณธรรมทำในหัวใจไม่เป็นคนดีจริงๆในที่ สุดมันจะวนมากลับมาที่เดิมว่าการศึกษาที่ ผ่านมาเราสร้างคนให้อ่านออกเขียนได้เรียก ว่า literacy แล้วก็มีโอกาสได้บวกลบคูณหารทำแคกูลัส เป็นที่ผมเรียกว่า numerocy การศึกษาทั้ง หมดก็วนกันอยู่แค่ literacy numeracy ซึ่งมันทำให้มีเครื่องมือในการไป acquciire ไปหาความรู้ไปสร้างความรู้ไป ต่อยอดความรู้ในระยะสูงขึ้นไปแต่มิได้ทำ ให้คนมีเรื่องสำคัญมากที่เรามักจะเขียน เท่ๆในที่ไหนว่ามีสโลแกนทุกโรงเรียนทุก มหาวิทยาลัยว่าความรู้คู่คุณธรรมแต่พอมอง เข้าไปอยู่ในกระบวนการการศึกษาไม่ว่า ระดับใดผมนั่งเป็นกรรมการสภามหาลัยมา 10 กว่าแห่งในชีวิตจนแก่ป่านี้แล้ว 70 กว่า เข้าไปแล้วผมว่าไม่มีไม่เห็นมีกระบวนการ ตรงไหนที่เราผ่านอนุมัติด้วยสภา มหาวิทยาลัยให้ไปทำแล้วมันสร้างคุณธรรม ได้ตรงไหนเลยส่วนใหญ่ก็เป็นแค่เนื้อหา ความรู้และหลังๆก็สนใจเรื่องทักษะซึ่งก็ เป็นเรื่องความเก่งที่ผมเองก็สนใจหนังสือ คนเก่งสร้างได้ผมเนี่ยสนใจเรื่อง 3 หมวด ครับความรู้ที่บูรณาการภาคลงลึกกับความ

309:15

Speaker A

กว้างและการมองการไกลได้รู้จริงต้องรู้ ลึกรู้กว้างรู้ไกลและทักษะผมได้สรุปใน หนังสือผมว่ามี 12 หมวดใหญ่ที่คนไทยควรจะ มีตั้งแต่เด็กต้องสร้างผ่านกระบวนการ ศึกษาได้ทักษะต่างๆซึ่งปฏิบัติได้ที่ 3 คือมีลักษณะชีวิตที่สอดคล้องที่ทำงานร่วม กับคนอื่นได้แล้วสามารถจะกลายเป็นคนที่มี ความสามารถมีสมรรถนะทำให้เก่งได้ Competency base นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่ ผมก็ดันมาตลอดชีวิตวันนี้ดีขึ้นแต่ยังไม่ ถึงดวงดาวท่านผู้มีเกียรติครับความเก่ง ต้องตามความดีผมฟันธงให้ชัดเลยนะครับใน สายตาผมเนี่ยคนต้องเป็นคนดีก่อนคนเก่งถ้า เลือกได้อันเดียวผมเลือกคนดีก่อนคนเก่ง แต่เวลานี้เราใช้ระบบทุกระบบไม่ว่าในชาติ และต่างชาติวัดความเก่งเป็นหลักซึ่งผมคิด ว่าถ้าไม่ดีแล้วเก่งเนี่ยน่าอันตรายกว่า คนไม่คนไม่เก่งนะครับฉะนั้นต้องดีก่อน เก่งแต่ถ้าเอาได้คือดีและเก่งเก่งคือมี อะไรให้ทำอะไรก็ทำได้หมดเพราะเราใส่เรา เติมเช่น competency ให้ความรู้ให้บุคลิก ที่ร่วมงานกับคนคนอื่นได้และสุดท้ายก็คือ ความกล้าที่ผมนิยามชัดว่าคือกล้ายืนหยัด ทำสิ่งที่ถูกต้องมีสันหลังไม่ใช่หลอม ละลายภายใต้แรงกดดันของคนทั้งหลายแล้วไม่ รู้จักมีจุดยืนซึ่งสังคมไทยก็มักจะสอนตาม วัฒนธรรมไทยว่ารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี และก็ยังเชิดชูศรีธนนชัย เพื่อให้สามารถที่จะเป็นเจ้าเล่ห์ได้ท่าน ผู้มีเกียรติครับผมเชื่อว่าคนดีคนเก่งคน กล้าในหนังสือ 3 เล่มเนี้ยคือเป้าหมาย

311:03

Speaker A

ปลายทางในการสร้างคนทีนี้เราก็มาดูกับว่า เราจะสร้างคนแบบนี้ได้อย่างไร fundamentนalพื้นฐานมนุษย์เนี่ยที่ต่าง กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็คือความสามารถใน ในการคิดผมเองก็ได้เขียนแนวคิดเรื่องความ คิดไว้เป็น 4 ชุดผมเรียกว่าคิด 4 ทิศคิด เป็นคิดบวกคิดครบคิดดีตรงกันข้ามกับคิด ชั่วคิดมั่วคิดรั่วคิดลบฉะนั้นจะทำยังไง ให้คนคิดเป็นคิดเป็นมี 10 มิติที่ผมนิยาม ไว้ชัดเจนคิดคิดเชิงวิพากษ์คิดเชิง วิเคราะห์คิดเชิงสังเคราะห์คิดเชิง บูรณาการคิดเชิงประยุกต์คิดเชิงมโนทัศน์ คิดเชิงอนาคตคิดเชิงกลยุทธ์คิดเชิงคิด 10 มิติหนังสือผมชุดนี้ก็มี 11 เล่มอธิบาย ว่าคิดเป็นแปลว่ามี 10 มิติไม่ใช่มิติใด มิติ 1 ท่านผู้มีเกียรติอันที่ 2 คือคิด ดีอันที่ 3 คือคิดครบเป็นระบบอันอันที่ อันที่ 4 คือ คิดคิด บวกคนอภิสิทธิ์เป็นคนสมองดีมากผมพูดไปยัง จำได้เลยขอขอบคุณ[เสียงหัวเราะ]คิดบวก

312:14

Speaker A

positive thinking ใช่มครับแล้วก็คิดดี ก็ constructive thinking ไม่ใช่ทำลาย ล้างอย่างเดียวแล้วก็เป็นคิดครบเป็นเป็น systematized thinking นะครับคิดเป็นก็ ต้องทำให้เราสามารถเป็นมนุษย์ที่มีสิ่ง เหล่านี้ท่านผู้มีเกียรติ Fundamental มนุษย์นี่คือความคิดเรารู้มานานว่าต้อง คิดให้เป็นแต่ไม่เคยทำเป็นเลยกระบวนการ ศึกษาทำให้ตายก็ทำไม่เป็นผมว่าผมเขียน หนังสือเรื่องความคิดทั้ง 4 ทิศนี้เยอะ ที่สุดแล้วเขียนมา 200 กว่าเล่มแล้วใน ชีวิตเนี่ยผมขาดเรียนว่าปัญหามันเกิดคือ ไม่รู้จะทำให้คิดเป็นได้ยังไงผมมีความ เชื่ออันหนึ่งว่าคนคิดเป็นต้องอยู่ใน บริบทชีวิตและงานตั้งแต่เด็กมาถึงผู้ใหญ่ บริบทฝรั่งเนี่ยมีโอกาสได้เปรียบคนไทย เพราะบริเวทฝรั่งเนี่ยคือบริบทซึ่งเขา ต้องหัดคิดมันเลยซึมซับไอ้บริบทไทยนี่ บังคับให้ต้องอยู่ในลู่แล้วถ้าออกนอกลู่ โดนทุบ คนคนที่มีความสามารถในประเทศไทยนี่ไม่ กล้าทำตัวให้มันโดดเด่นนะเพราะว่าสังคม ไทยบอกว่าเ้าจะตัดเอ่อจะทอนจรู้รักษาตัว รอดเป็นยอดดีจงทำดีแต่อย่าเด่นเป็นภัยไอ้ เด็กมันก็ไม่กล้าสิครับแล้วก็ไม่กล้า เถียงผู้ใหญ่อีกอาวุโสนิยมนี่มันก็มากไป อาวุโสเรายอมรับได้แต่พอมันมากไปในตั้ง แต่เด็กในบ้านก็เป็นปัญหาในอดีตมาโรง

313:45

Speaker A

เรียนเจอครูเอาเจอครูแบบไม่อนุญาตให้คิด อีกมันก็เกิดไปที่ทำงานเจอเจอเจ้านายอีก ไปอยู่ในประเทศก็เจอปัญหาเผด็จการนิยม อำนาจนิยมในประเทศอีกก็เกินปัญหาสังคมไทย มันไม่หล่อหลอมคนไทยไม่ได้โง่กว่าใครเรา ไปอยู่กับใครต่างชาติเราไม่ได้แย่กว่าใคร แต่ทำไมเราอยู่เมืองไทยแล้วเราทำหน้าที่ ไม่ได้ไอ้เพื่อนเรามันอยู่ที่ไหนมันก็ทำ หน้าที่ได้หมดก็บริบทสังคมที่เราไม่บ่อ ไม่บ่มเพาะไม่ไม่หล่อหลอมผมเชื่อว่าต้อง หล่อหลอมผมไม่เชื่อเรื่องกระบวนคิดมานั่ง ท่องคาถาวิธีสอนสอนวิธีคิดต้องให้ลอง ปฏิบัติการผมจำได้ตอนสมัยที่ผมทำปริญญา เอกเอ่อเศรษฐศาสตร์นะครับผมไปอยู่กับทีม เศรษฐศาสตร์ที่เขาทำเรื่องจริงให้กับนายก รัฐมนตรีประเทศเขาแล้วเราเนี่ยทำโมเดล เศรษฐศาสตร์เพื่อจะพยากรณ์เศรษฐกิจผม เรียนจากโปรเฟสเซอร์ผมยังไงก็เป็นทีมทำ งานเป็นคนทำตัวจริงให้เนี่ยแหละแล้วเอาไป ใช้จริงมันคือบริบทซึมทรัพย์เราก็ต้องไม่ ใช่ท่องตำรามาทำเนั่งคิดว่าเราจะเขียน สมการคณิตศาสตร์ยังไงให้มันรีฟleกภาพรวม เศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริงแล้วก็เอา ไปพยากรณ์ได้จริงๆเลยรอให้ท่านฟังผมก็ เชื่ออย่างทั้งชีวิตซึ่งวันนี้ถ้าคิดเป็น มันก็จะนำการเปลี่ยนแปลงได้ผมขออนุญาต รวบยอดความคิดของผมจากที่พูดเกริ่นนำว่า วันนี้เราเกิดปัญหา อนาคตสิ่งที่เราสร้างคนมาเนี่ยความรู้ก็ ไม่ทันอนาคตทักษะก็ไม่ทันอนาคตเมื่อปี 1994 ผมไปสังเกตที่มหาวลัยสแตนฟอร์ดตอน ที่ผมไปเยี่ยมพบว่าเขาพูดเรื่อง Robotic mathematics ทำให้ผมเขี่ยความคิดขึ้นมา ว่าอนาคตนี่ตัวอย่างหนึ่งเรื่องของทักษะ อนาคตนะครับผมคิดตั้งแต่ 1994 ว่าต่อไป

315:41

Speaker A

เนี่ยRobบotมันจะต้องมีพลังมากแล้วก็นั่ง ดูว่าเมื่อไหร่โรบotจะชนะคนผมก็ไปเจอวัน ที่ปี 16 Robบotชนะคนเล่นโกะครั้งแรกชนะ เชสหรือไอ้ไอ้หมักลุกนี่ไม่เก่งจริงนะถ้า ชนะโกะเนี่ยมันต้องใช้ไอ้ Big Data ใน กระดานที่ไม่เหมือนกัน Approximation ประมาณการลง 5 ชั้นลึกเพื่อ Optimizationัง คณิตศาสตร์แบบไม่ใช่แบบ Analytical optimization แต่เป็นการใช้วิธีการวัน นั้นน่ะผมประกาศวันที่ 1 เมเด 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งโลกแห่งชาติท่านรู้มั้ยใน Facebook ผมผมประกาศว่าอะไรผมบอกว่าต่อ ไปนี้ในอนาคตหุ่นยนต์จะไล่แย่งงานมนุษย์ เกือบหมดมนยุทธต้องได้แย่งงานที่เหลือนี่ ปี 25066 นะปีต่อมา 1 พฤษภาคม 20117 ผม พูดต่อไปงานในอนาคตมี 2 แบบคือมนุษย์กับ

316:38

Speaker A

หุ่นยนต์ร่วมกันทำงานแต่แบบที่ 1 หุ่น ยนต์สั่งเราเหมือน GPS สั่งเราขับรถ 2 เราสั่งหุ่นยนต์นั่นคือการมองอนาคตว่า ทักษะอนาคตคือสิ่งที่กำลังจะมาเป็น AI แน่นอนนี่ปันนี้ 2026 เรารู้แล้วเราใช้ AI เรายืมมาเราใช้แต่เราทำไม่เป็นเพราะเรา คิดไม่เป็นไม่มีทักษะอนาคตนี่คือ 1 เรื่องตัวอย่างนะครับที่จะ AI Driven Thailand จะทำยังไงที่ผมก็พยายามพูดอยู่ เรื่อยๆว่าจะไปทางไหนวันนี้กำลังคนเรา ผลิตมั่วหมดก็คือทรงส่งเสริมให้คนพยายาม รับประกาศ แล้วก็ความขลังเกิดจากการมีตาครุฑใส่เข้า ไปเท่านั้นแต่มิได้เกิดความคิดว่ามันมี ความสามารถจะทำอะไรจริงๆหรือไม่ผมนั่งสภา มหาลัยมา 10 กว่าแห่งผมผมท้อใจเพราะไม่ รู้จะผลักยังไงให้มันไปได้แบบทิศทางที่ เห็นทักษะไม่ตรงงานคนไทยนี่เก่งมากนะจบ อะไรก็ทำได้หมดทุกเรื่อง either การศึกษา ดีมากหรือการศึกษาห่วยมากจนสอนอะไรมันก็ ไม่ต้องสอนก็ทำได้อยู่แล้วไปเรียนทำไมไป เอากระดาษมาอีกใบทำไมที่ไม่มีประโยชน์ อะไรเลยทักษะไม่ตรงงานก็เต็มสเต็มเป็น

317:55

Speaker A

วิชาที่คนไทยนึกว่าเรียนยากแต่ผมกลับคิด ว่าเป็นวิชาที่เรียนง่ายแต่กลายเป็นว่า ไม่ไม่ค่อยยอมเรียนชอบไปเรียนวิชาที่ เรียนยากสังคมศาสตร์นี่ยากมากที่จะเรียน ให้มันเข้าใจให้ทำอะไรได้ดีๆแต่ถ้าเรียน แบบท่องจำแบบเนี้ยง่ายปัญหามันเกิดคือ สเต็มก็ไม่ค่อยเรียนซึ่งมันเป็นเรื่องที่ เครื่องมือนิ่งๆที่จะไปพัฒนานวัตกรรมกรรม เช่นวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีซึ่งกลายเป็นตัว ทำให้เกิดความได้เปรียบทำให้เกิด innovation ทางสังเศรษฐกิจและก็สามารถไป แปลงผลเป็น value added ได้มากเพราะมี intellectual property อันเกิดจาก นวัตกรรมทุกสาขาสเต็มก็ไม่เรียนเพราะหนี ไม่อยากจะเรียนเพราะมันดูเหมือนเรียนยาก จริงๆปัญหาของสังคมไทยก็เลยกลายเป็นว่า เราตีราคาอาวุธเหมือนกันหมดไม่ใช่ฉันไม่ ปล่อยกลไกตลาดบาทเป็นตัวตัดสินถ้าไปรับ ราชการก็จะกลายเป็นว่าตีราคาตรีโทเอก เหมือนกันหมดตอนผมจบปญญาเอกกลับมารับ ราชการเป็นอาจารย์เนี่ยเงินเดือน 3,000 นะครับยุคผมเนี่ยราคาตลาดมันถ้าผมจะไปทำ งานข้างนอกน่ะวันนั้นน่ะ 150,000 มันห่าง กัน 50 เท่าแต่ปัญหารัชกาลไทยในที่สุดจะ เกิดอะไรขึ้นเมื่อเราตีราคากันแบบนี้กลไก ตลาดเสียดทานกำลังคนมีปัญหาเราเราสู้ไม่ ไหวพิซซ่ามากอ่ะที่วัดกันนักหนาเนี่ยมัน ก็วัดแค่ฤทธิ์การอ่านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ก็ยังวัดไม่ครบเอาล่ะแม้วัด

319:23

Speaker A

ไม่ครบเราก็ห่างชั้นกับทุกคนไปหมดฉะนั้น เวลานี้ปัญหามันเกิดคือเราสอนแล้วป้อน ความรู้ยัดเยียดเข้าไปให้ขย่อนคืนครูใน ห้องสอบข้อสอบก็ไม่ได้วัดอะไรนอกจากแล้ว แต่อารมณ์จารย์จะออกข้อสอบแบบไหนใช่มั้ ครับผลที่ตามมาคือมีความรู้บางระดับที่พอ อดรนทนไหวให้ผ่านแต่ว่าไม่เกิดสกิลอะไร เลยนอกจากว่าขย่อนเขื่อนครูที่ยุคเปลี่ยน เด็ก access หรือเข้าถึงข้อมูลเองได้หมด แล้วอาจารย์มานั่งเล่ามีประโยชน์อันใด เล่าที่เราไม่สามารถจะทำให้เด็กเนี่ยเกิด ความบรรเจิดทางความคิดผมก็พูดอย่างนี้มา 40 กว่าปีว่าอาจารย์ต้องทำหน้าที่เป็น โค้ชเป็น facilitator และก็ต้องตั้งโจทย์ให้เก่งเพราะตั้งโจทย์ ดีนั้นยากกว่าตอบโจทย์เราต้องสอนเด็กให้ คิดด้วยกันตั้งโจทย์เป็นตั้งโจทย์ให้เป็น หัดคิดให้เป็นจริงๆเวลานี้มันก็คล้ายเดิม ข้อสอบทุกประเภทรวมทั้งที่สอบโกงข้อสอบ กันเข้าราชการก็สอบท่องจำหมด่ะแล้วมันจะ มันจะสร้างคนที่มีคุณภาพได้ยังไงมันก็ เสียหายหมดทั้งระบบการศึกษาจึงต้องวางราก ฐานให้คนคิดประเด็นของผมจึงสรุปง่ายๆคิด 4 ทิศคิดดีนะครับไม่ทำลายล้างด้วยเจตนาดี หวังดีมุ่งให้เป็นผลดีกับทุกฝ่ายเป็นคน คิดดีคิดดีก็ใช้คุณธรรมความคิดให้เต็มที่ คิดบวกเป็นคนที่มองทุกโอกาสแล้วเห็นปัญหา เป็นโอกาสวิกฤต เป็นอุปกรณ์ให้เราทำสิ่งที่ดีขึ้น ถ้าหากเรายอมรับการคิดบวกคิดบวกก็คือ ทัศนคติการคิดคือคุณธรรมการคิดเป็นคือ ทักษะการคิด 10 มิติ และก็คิดครบคือระบบคิดผมก็มีหนังสือเล่ม

321:19

Speaker A

หนึ่งที่เขียนเชิงปรัชญานะครับว่า systematiz thinking ประกอบด้วย system thinking systemic thinking และ systematic thinking ก็คือพยายามจะมอง การคิดเป็นระบุเพื่อไม่คิดเป็นจุดๆและ รั่ว 4 ทิศนี้คือข้อสรุปของผมผมนึกไม่ออกว่า มีมากกว่านี้ก็คิดมาทั้งชีวิตก็มันมีแค่ เนี้ยคิดเป็นคิดบวกคิดครบคิดดีก็มีเท่า นี้คิดครบคือทำให้เรามองเป็นระบบ คิดเป็นมี 10 มิติที่ได้พูดไปแล้วคิดเชิง วิพากษ์วิเคราะห์สังเคราะห์เปรียบเทียบ มโนทัศน์สร้างสรรค์ประยุกต์กลยุทธ์ บูรณาการเชิงอนาคตคิดมองปัจจุบันอดีตและ ปัจจุบันมองเห็นอนาคตพอมองได้ก็คิดเป็น ศักยภาพมนุษย์ก็จะเต็มที่จึงต้องออกแบบ ให้เกิดทุนมนุษย์ผมคิดว่าเศรษฐศาสตร์ของ พวกผมเนี่ย ยุคที่ผมเรียนหนังสือเมื่อก่อนเ้าเรียก ว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ซึ่งผมว่ามองมนุษย์ เป็นน้อยไปมันต้องเป็นทุนมนุษย์ Human Capital ที่แท้จริงและต้องเลยไป เป็นศักยภาพมนุษย์ Human Potentiality ที่แท้จริงผมว่าถ้าเมื่อไหร่เราไม่ทำตั้ง แต่เด็กมันก็เสียโอกาสชีวิตและเด็กที่

322:32

Speaker A

อยู่กับเราตั้งแต่ 0 ขวบอยู่กับพ่อแม่ถึง สมมุติ 3 ขวบ 6 ขวบอิทธิพลพ่อแม่เยอะจะทำ ไงให้พ่อแม่ช่วยเด็กให้คิดเป็นพอมาอยู่ แชร์กับพ่อแม่กับโรงเรียนก็ต้องสอนให้คิด ให้เด็กคิดเป็นให้ได้โรงเรียนและที่ทำงาน ผมบังเอิญเป็นคนเชื่อๆว่าเด็กต้องหัดทำ งานตามวัยเล็กๆน้อยๆเพื่อรับผิดชอบชีวิต ผมว่าจะช่วยทำให้ชีวิตกับงานอยู่ที่เดียว กันไม่ใช่แยกกันแบบเด็ดขาดซึ่งวันนี้ก็ ผิดหมดระบบของเราก็ใช้วิธีการพ่อแม่ที่มี อันจะกินวันนี้ก็หนีจากโรงเรียนทั่วไป เป็นโรงเรียนนานาชาติเพื่อจะได้เปรียบ ภาษาอังกฤษเท่านั้นแล้วก็อัดเข้าไปให้ท เรียนพิเศษใช่มั้ยครับถ้าไม่เรียนพิเศษก็ คะแนนไม่ดีเข้ามหาวลัยสู้ไม่ได้มันไม่ใช่ วิธีการที่จะใช้เวลาแสนน้อยของเด็กแต่ละ คน 365 วันสมมุติเอาจะไปตีเส้นที่ 22 ปี ซึ่งจริงๆผมอยากจะตีที่ 19 ปีให้เกิดขึ้น คูณเข้าไป 3 วันมีเวลาอยู่นิดเดียววันนึง ตื่นอยู่กี่ชั่วโมงถ้าแบ่งเป็น 88 8 นอน 8 ทำงานเรียน 8 อีก 8 ไปทำอย่างอื่นมัน

323:42

Speaker A

มีไม่กี่หมื่นชั่วโมงในชีวิตแล้วเราจะ ต้องทำให้เด็ก 1 คนมีความดีเก่งกล้าโดย ให้เขาเจอประสบการณ์ชีวิตจริงดีไซน์ระบบ จึงต้องอินทิเกรตร่วมกันระหว่างครอบครัว บ้านหลังที่ 1 ที่ผมเรียกและบ้านหลังที่ 2 ที่ผมเรียกก็คือโรงเรียนแซัที่หัดฝึกงาน ตั้งแต่เด็กและจนเป็นผู้ใหญ่โตขึ้นมาและ บ้านหลังที่ 3 คือบ้านทางจิตภาพและกายภาพ คือผู้นำในสังคม วันนี้เราต้องการพ่อแม่ที่ดีผมจึงเสนอมา ตลอดชีวิตว่าควรมีโรงเรียนพ่อแม่พูดมา หลายสิบปีไปตั้งสบันศาสตร์แห่งการเป็นพ่อ แม่เพื่อหวังว่าคนจะเป็นพ่อแม่ต้องฝึกจะ สร้างลูกไงไม่ใช่ลูกไหลมายังไม่รู้เรื่อง เลยจะฝึกลูกยังไงโรงเรียนครูคนนี้ก็ไม่ ได้ทำหน้าที่อย่างแท้จริงไอ้เรื่องปัญหา นี้อาจารย์พาวิทยรู้ดีทุกคนที่เป็น รัฐมนตรีเดี๋ยวอ๋อยมาก็รู้ดีจตุรนทำยังไง จะสามารถทำให้โรงเรียน 20,000 กว่าโรง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีปัญหาทั้งประเทศจะ จัดแจงยังไงครูก็ไม่ได้ไม่ได้ทำหน้าที่ ครูจริงๆอันนี้รายละเอียดใครทุกคนก็รู้ หมดที่ทำงานวันนี้เป็นที่แค่ขายตัวให้ เป็นได้เงินไปบดขยี้เวลาเพื่อจะช่วยทำให้ เกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจแต่มิได้เป็นที่ฝึก คนอย่างแท้จริงเพราะว่าเราไม่เคย reorientate เขาให้รับผิดชิดชอบต่อสังคม แบบถูกต้องอย่างแท้จริงผมคิดว่าในสังคม ภาพใหญ่บ้านหลังที่ 3 มีปัญหาการเมือง

325:13

Speaker A

ร้ายแรงจนผมเป็นคนอดทนมากจนวันนี้ผมเริ่ม ชักไม่ค่อยอดทนแล้วผมคิดว่ามันมากไปแล้ว จนผมใกล้ผม 70 กว่าแล้วผมมีความรู้สึกว่า เฮ้ยแบบนี้ผมตายไปมันคงไม่เปลี่ยนแน่นะ ถ้าการเมืองไม่แปลงโฉมวันนี้ผมขอให้แก้ ปัญหาเพราะผู้ใหญ่ไม่เป็นแบบอย่างคนสังคม วันนี้เป็นสังคมอะไรครับเป็นสังคมอำนาจ นิยมนับถือตำแหน่งนับนับถืออำนาจไม่ได้ นับถือคุณงามความดีในชีวิตคนเมื่อเป็น เช่นนี้การเมืองต้องตกต่ำไม่มีทางแก้ผม เบื่อหน่ายระบบนี้เพราะว่าเด็กมองมองรุ่น พี่ที่เป็นมีอำนาจใช่มั้ก็เป็นพณะท่าน เต็มไปหมดเลยแล้วออกมาพณะท่านทำตัวแบบนี้ แล้วสังคมไทยเด็กมันจะดูไงมันก็มองดูผู้ ใหญ่บอกถ้าอยากได้ดีก็ต้องแบบนี้อ่ะครับ เด็กไม่ได้โง่นะครับฉะนั้นเราต้องเห็น จริงจริงแล้ววันนี้ผู้นำในสังคมไม่เป็น แบบอย่างผมข้อเสนอแนะสรุปง่ายๆง่ายๆมี 6 ข้อเอาเป็นว่า 1 วางรากปรัชญาชีวิตดีเก่งกล้าเอาชัดๆเลย ให้ได้โดยผมได้อธิบายในหนังสือ 3 เล่มว่า ต้องวางตั้งแต่เด็กวันนี้ผมล้วงลงไปทำ เยาวชนสร้างชาติ 5,000 โรงเรียนแล้วครับ สร้างชมรมเยาวชนสร้างชาติเอาเด็กล้วงไป ถึงตั้งแต่เด็กมัธยมเริ่มต้นมาช่วยแล้ว วันนี้ซึ่งผมคิดว่าเด็กเหล่านี้โตไม่ทัน ใช้งานสำหรับผมหรอกแต่ผมคิดว่าเป็นอนาคต ของชาติให้เป็นเด็กที่ดีเห็นแก่ส่วนมาก กว่าส่วนตนอย่างเนื้อแท้เก่งให้ทำอะไรก็ ทำได้เพราะมีสมรรถนะจริงๆกล้ายืนหยัดสิ่ง ที่ถูกต้องและต้องเข้าใจเอกลักษณ์ของตนผม ผมขออนุญาตกราบเรียนง่ายๆเพื่อทิ้งจทิ้ง

327:01

Speaker A

ไว้นะครับฉะลักชีวิตฉะแปลว่า 6 ลักษณะ ทั้ง 6 ของซีวแนวใหม่ที่ผมไม่ยอมรับซีวี แบบฝรั่งซีวีฝรั่งมีประโยชน์ยิ่งต้อง ขอบคุณซีวีฝรั่งบอก 3 หมวดนึงเรียน หนังสืออะไรมา accomplish ได้ความสามารถ ขนาดไหนจบปริญญาอะไรจุบเกรดเท่าไหร่ไอ้ นี่เป็นการพื้นพื้นฐาน 2 ทำงานอะไรมาบ้าง จนให้รู้ว่าออกว่าประสบการณ์คนนี้มากมาย ขนาดไหนในชีวิตงาน 3 สังคมยอมรับว่าดีงาม ตรงไหนมีรางวัลอะไรบ้างมั้ยไอ้ซีวีแบบนี้ อ่ะมันตื้นผมก็บอกว่าซีวีแบบใหม่ผมมี 6 มิติซึ่งผมขออนุญาตไม่พูดที่นี่ว่ามัน ต้องไปที่รากลึกของความเป็น CV ที่แท้ จริงว่า สายทานชีวิตคือไเต้ที่เราจะสร้างของเด็ก รุ่นใหม่มันต้องประกอบด้วยอออ่าง 6 ตัว ที่เป็นฉาก 6 6 ด้านที่ลงลึกไปกว่าไอ้ ฉาบฉวยนี้เช่นต้องมีอุดมการณ์ชีวิตจริงๆ ออตัวที่ 1 ทำยังไงเด็กของเราโตมามี

328:03

Speaker A

อุดมการณ์ชีวิต 2 ต้องมีมากมาตรฐาน อมตธรรมที่รู้ว่าอะไรเป็นตัวแยกผิดชอบ ชั่วดีและยืนมั่นอยู่ในปราการไม้บรรทัด ที่วัดความดูความดีความชั่วได้ 3 นี่รู้ จักอัตลักษณ์ซึ่งเป็นตัวที่จะถ่ายทอดDเna ทางจิตที่ลงไปสู่สังคมที่รอบข้างเขาในที่ สุดเมื่อเขาโตขึ้น 4 จะต้องมีอัครชชีวิต คือความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่ดีงามใน สังคมไทยที่ไม่ได้เกิดจากสังคมที่แบ่ง ค่ายแบ่งพวกพวกตีกันทั้งวันทะเลาะกันตลอด เวลาเลยโดยที่ไม่มีโอกาสที่จะทำให้สังคม ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีงามอันที่ 5 เนี่ย ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องมีสิ่งที่เราเรียก ว่า อัตลักษณ์อัตลักษณ์ที่ดีงามอย่างแท้จริง และก็สิ่งที่สำคัญมากก็คือเอกลักษณ์ที่ ทุกคนไม่มีใครเหมือนไม่เหมือนใครทำสังทำ เด็กไทยให้มีฉะลักจริงๆและปล่อยเเป็นของ มีค่าที่มีจุดเด่นที่แตกต่างคนอื่นจึงไม่ ต้องมีความอิจฉาริษยาต่อใครเลยเพราะถ้า เป็นเช่นนัดเ้ารู้ตัวเองเจะไม่ต้องอิจฉา ใครก็มีสิ่งโดดเด่นผมว่าต้องหาสิ่งเหล่า นี้แล้วก็ให้พ่อแม่ทำหน้าที่การศึกษา 5F ของผมง่ายๆเลยครับ F ตัวที่ 1 เป็น Foundational Education ประถมวัยผมคิด

329:31

Speaker A

ว่าบ้าไปแล้วที่เราไปนั่งจับท่องท่อง ศัพท์ภาษาอังกฤษท่องศัพท์ภาษาภเอ่อทำบวก เลขคูณ 4 หลักผมว่าปฐมภัยเป็นวางวาง attitude และทัศนคติให้ดี F2 ผมแล้ว Fundamental Education สร้างทักษะให้ หนักอันที่ 3 Frontier Education ปริญญาตรีนะครับพัฒนาความรู้ให้ถึงชายแดน ความรู้และ FC Forward Education Future Education คือวิจัยหาความรู้ ใหม่ระดับบัณฑิตศึกษาให้เป็นและ 5 เป็น การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อมีผลลัพธ์ในการ เรียนรู้ตลอดชีวิตชาวบ้านการศึกษาจะไปทาง ไหนครับผมเรียกว่า Finland Model คือโดย เฉลี่ยการศึกษาเขาอ้างว่า Fin ดี Harvard Model เป็น Model คนละแบบเป็นโมเดลที่มี

330:19

Speaker A

โรงเรียนมีมามีสามารถ 1 แห่งที่เป็นเลิศ เลิศจริงเปล่าก็ไม่รู้แต่รู้ว่าเขาพยายาม จะไปเป็นเลิศแต่ว่าโดยเราจะไปทางไหนครับ การศึกษาไทยต้องการให้ภาพเฉลี่ย 25,000 โรงและมหาลัย 183 แห่งเป็นมหาลัยที่โดย เฉลี่ยดีแบบ Finland Model Code un Code Finland Model หรือจะต้องการให้ บางแห่งเป็นเลิศเหมือนEลเหมือน Oxford เหมือน Harvard ต้องการโมเดลไหนกันแน่ หรือต้องการผสมโมเดลที่มีโดยเฉลี่ยอดรนทน ไหวผมพูดอย่างท้าชวนเฉยๆบอกโรงเรียนไทย ที่ยอมอดรนทนไหวได้มาตรฐานต่ำสุดเท่ากับ เตรียมอุดมปเตรียมอุดมเนี่ยโอ้โหเก่งมาก จริงๆจริงๆตีมดมไม่ได้เก่งตรงไหนเลยเพ็คน คนเก่งมารวมอยู่ที่ตรงนั้นเท่านั้นเองไม่ ได้ฝึกให้คนเก่งหรอกผมบอกถ้าโรงเรียนแบบ นี้มาตรฐานต่ำสุดเป็นเตรียมอุดมได้นี่มือ ท้าทายมากเลยใช่มั้ครับโดยเฉลี่ยและโรง เรียนเป็นเลิศระดับโลกมีมั้อย่างอาจารย์ วีรชัยมาพูดเมื่อเช้าใช่มั้ยอยากใช้ความ เป็นนานาชาติมาเคลื่อนคำถามคือทำได้มยที่ จะทำให้บริบทโลกมาทำให้ไทยเนี่ยต้องปรับ ตัวซึ่งบริบทโลกช่วยเยอะพวกเราก็รู้อยู่ ในทางการเมืองเราไม่สามารถขับเคลื่อน ประเทศเปลี่ยนได้บางทีเราต้องอ้างนานา

331:38

Speaker A

ชาติเพื่อช่วยเราว่าเวทีโลกจริงๆมันเป็น แบบนี้เราต้องไปแข่งกับเาฉะนั้นผมยอมรับ นะว่า internationalization ของการศึกษา นี้ดีโรงเรียนนาชาติวันนี้ยุคคุณอานันท์ ก็ยอมให้มาตอนนี้ 200 เท่าไหร่แล้วตอนยุค ผมไปเป็นประธานให้กระทรวงศึกษาก็ 233 โรง ตอนนี้เข้าใจว่า 280 กว่าโรงแล้วฉะนั้น มันก็อร for ใครครับมันก็ทำให้กับพวกพ่อ แม่ชนชั้นกลางที่รวยหน่อยแต่วันนี้ตอนนี้ มันเริ่มจะเฟ้อเพราะว่าตลาดหมดแล้วคนรวย ส่งลูกเข้าเรียนหมดแล้วอีกไม่นานจะมี ปัญหาโรงเรียนเฟ้อแล้วนานาชาติซึ่งมันไม่ ใช่แค่รูปแบบแค่รู้ภาษาอังกฤษมันต้องได้ วิธีคิดมาด้วยถ้ามวยเกียรติผมคิดว่าเรา ต้องตัดสินใจครับว่าจะเอาไงผมก็สรุปความ ผมเป็นภาษาจำง่ายถ้าผมต้องการหมวดความรู้ ให้กว้างๆยังไงโสตมสแล้วก็ถ้าเป็นทักษะ โบสซินเล่าเพื่อจำง่ายถ้าเบื่อเห็นตรงกัน ว่าตกลงแล้วจากสกิลทั้งหลายจะเอาอะไรวิชา ทั้งหลายที่ต้องบูรณาการให้รู้ตอนนี้เรา ไปเรียนแบบระบบอังกฤษที่พยายามให้ specicializ เร็วมากตั้งแต่เด็กซึ่งมัน ดีแบบหนึ่งแต่มันเสียอีกแบบคือความกว้าง มันจะลำบากเพราะมัน specializ เร็วเกิน เกินไปจะทำไงต้องตัดสินใจทางปรัชญาว่าเรา ต้องการให้คน 1 คนเนี่ยบูรณาการศาสตร์และ

333:04

Speaker A

ศีลได้มยในชีวิตตอนนี้เมื่อก่อนบอผมเรียน หนังสือที่เมืองไทยเราเนี่ยเราทำอะไรจับ ยนต์สายวิทยศแบ่งสายถูกมั้ครับแต่จริงๆ มนุษมันต้องทั้งศาสตร์และศีลเราจะทำยังไง ดีนี่ก็คือสเต็ปmasสที่พยายามจะพูดนะครับ ผมก็เป็นคนหลงใหลคณิตศาสตร์ชอบคณิตศาสตร์ แต่ผมว่าไม่พอวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ไม่พอ ศีลไม่มีแต่ศีลของเราเรียนแบบไม่ใช่ใช่ ศีลจริงในเชิงความคิดมันเป็นศีลแบบลักษณะ เอ่อแบบที่เป็นการประยุกต์ใช้โดยสรุปผม คิดว่าต้องตัดเสื้อพอดีตัวเด็กทุกคนมี เอกลักษณ์ดังนั้นเราต้องมีวิธีไdiอcnose ว่าเด็กมายังไงจะสร้างต่อยังไงปัญหานี้ คือต้นทุนถ้าเราจะไปดูแลทีละคนเนี่ยแพง โหดจะทำยังไงที่จะทำให้ต้นทุนไม่แพงเกิน ไปแต่ยังทำให้เด็กหลายคนเนี่ยถูกดูแล อย่างเป็นเหมาะสมแล้วก็สามารถจะช่วยเขา ให้ข้ามเส้นไปผมว่าการศึกษาแบบmasสโดยที่ ยัง personalized คือเป็นส่วนตัวแต่ยัง เป็นmasสเช่นทำโมดูลการศึกษาที่เอามาต่อๆ กันบนลักษณะเด็กหลายคนเพื่อเราไม่จำเป็น เพเป็นส่วนตัวเสียจนต้นทุนมันแพงโหดแต่ทำ ยังไงให้มันมีโมดูลต่างๆนะครับแล้วมาต่อ กันให้พอดีกับเด็กคนตัดเสื้อพอดีตัว Concept ผมเขียนขึ้นมา UBC Universal Basic Competency ตอนที่ Fin พูดออกมา ปีที่ 1 ว่าจะทดลอง 2 ปี UBI Universal

334:40

Speaker A

Basic Income ผมบอกโอ้จบแล้วถ้า Basic Income แค่นั้นผิดผมว่าเอา Competency ให้เขาไม่ดีหรือเพื่อเขาจะไปสร้าง income ที่ยอมรับได้เป็นสากลท่านผู้มีเกียรติ ครับอีกอันหนึ่งผมเรียก PTM Model ขอโทษ ใช้คำนี้ Physician Training Mimicking Model ความหมายผมคือเปลี่ยนการเรียนทุก อย่างเหมือนเรียนแพทย์ในเชิงว่าต้องมีพระ อาจารย์ฝึกพี่หมอวิจารณ์เป็นหมอฝึกคน เปรี้ยงอาจารย์ทำให้ดูจนลูกศิษย์คุ้นคุ้น เสร็จค่อยๆปล่อยมือให้ทำทีละนิดแล้วก็ เฝ้าดูโคachิไปและพอทำจนหมดสิ้นยังเฝ้าดู อยู่นิดนึงแล้วตัดสายสะดือว่าตอนเคุณถูก ฝึกทุกวิชาเปลี่ยนแบบนี้ได้มั้มึงฝึก แพทย์เลียนแบบที่มันมี competency จริง จริงแล้วลงมือทำจริงๆได้มั้ยผมเรียก PTM model ซึ่งผมคิดว่าก็ทำแบบนี้จะมีผลผมขอ เสนอการปรับเวลาเรียนบางทีมันเรียนซ้ำไป ซ้ำมาโยกไปโยกมาเสียเวลาเกินไปผมอาจจะคิด นอกกรอบมาหลายสิบปีนะครับผมคิดว่าอนุบาล 3 ปีประถมจาก 12 ไปถึงมัธยมจาก 12 เป็น 10

335:50

Speaker A

น่าจะพอมหาลัย 4 เป็น 3 ก็น่าจะพอเวลา เรียนทั้งหมดก็จะลดลงมาหดลงมาแต่เนื้อหา เท่าเดิมสร้างเป้าหมายการสร้างคนเป็นที่ ตั้งและผมอยากให้ทุกวิชามีอทิnและ external 2 ปีถ้าเราทำแบบนี้ผมว่าเด็ก จะทำเป็นมากขึ้นและก็กลับมารับปริญญาตอน 2 ปีใช่มั้ครับคุณเรียนอัน undergrad ปริญญาตรีเสร็จคุณกลับมาคุณต้องไปexทน ระหว่างเรียนก็ไม่ใช่ไปinทิร์นเฉพาะตอน ท้ายตอนใกล้ๆปี 4 แต่ว่าอทิร์นมันทุกวิชา เลยตลอดทางเลยได้มั้ยทุกซัมเมอร์เลยทุก อย่างเลยเพราะว่าถ้าเราเปลี่ยนวิชากล้าหา ไม่ต้องเลียนแบบฝรั่งเกินไปก็ได้ส่วนไหน ก็ดีเราก็ยอมรับผมชอบโปเject base learning ฝึกหัดเลยถ้าโปเจect base เนี่ยเด็กจะเก่งมากเพราะเราลงมือทำจริงผม สังเกตว่าเด็กที่ลงมือทำจริงจะดีและผม เรียกว่าตรีวิชาวิชาการวิชาชีพวิชาชีวิต ต้องไปด้วยกันไม่ใช่แยกวิชาการออกมาหรือ วันนี้เราก็ชักไม่รู้จะทำไงก็เลยไปทำให้ อาชีวะเป็นบรรดาศักดิ์ขึ้นมาโดยไปยก มาตรฐานเป็นปริญญาตรีให้ให้วุฒิผมคิดว่า 3 อย่างนี้ต้องเกิดขึ้นร่วมกันแล้วก็ฝึกงาน ในชีวิตจริงโดยไปตั้งโจทย์ที่บอกว่า CCS Cap Corner Stone Project ทำน้อยได้

337:15

Speaker A

เยอะที่คุณค่าที่เลอเลิศให้เด็กหัดคิด นวัตกรรมแต่ต้นว่าโจทย์ในโรงเรียนโจทย์ใน สังคมที่เด็กต้องหัดทำเนี่ยจะเอาความรู้ ที่เรียนไปสร้างคำตอบให้กับชุมชนสังสังคม โรงเรียนอย่างไรให้ฝึกทำตั้งแต่ต้นผมว่า ถ้าเด็กหัดคิดและมีอุดมการณ์อยากช่วย ประเทศชาติจริงๆสิ่งดีจะเกิดขึ้นโรงเรียน กลายเป็นที่เป็นสถานประกอบการเหล็กที่หัด ทำโลกจริงเพื่อสามารถจะทำอะไรได้แล้วก็ทำ ให้ live long learning เกิดขึ้นจริงๆ ผมไม่มีเวลาพูดแล้วผมคิดว่าถ้า National Human Capital Operating System ต้อง เกิดขึ้นถ้าหากว่าเรามี Operating System แบบคพิวเตอร์เพื่อแต่เราทำไมไม่มี National Human Capital Operating System เพื่อจะสามารถจัดระบบทั้งระบบ อย่างแท้จริงและฟันธงให้ชัดประเทศไทย จะขึ้นมาอยู่บนยอดยอดยอดยอดความสามารถที่ แข่งกับคนอื่นได้คือเรื่องอะไรผมเสนอว่า ผมทำมาเมื่อ 40 ปีที่แล้วแล้วผมมาคเฟิร์ม ในปี 2546 ผมเชื่อว่าประเทศไทยถ้าฟันธง 4 เรื่องนี้

338:25

Speaker A

ประเทศไทยจะถึงดวงดาวได้ง่ายกว่าวิธีอื่น เพราะประวัติศาสตร์เราเป็นเช่นนี้ผมเองก็ ฟันธงด้วยโมเดลเศรษฐศาสตร์ผมนะครับเพื่อ ดูว่าถ้าเบื่อ operate ไปในทิศทางนี้คือ 1 ทำให้ฟู้ดเป็นเมืองหลวงอาหารโลก 2 เป็น เมืองหลวงท่องเที่ยวท่องเที่ยวโลก 3 เป็น เมืองของเnessสุขสภาพโลก 4 เป็นเมืองของ อภิบาลคนชราโลกนี่คือที่ผมฟันธงมา 40 ปี และผมมารีคอนเฟิร์มกับยุค 2546 วันนี้ผมยังยืนยันอยู่ว่าวันนี้กระแสมา ทางนี้แล้วต้องขอบคุณที่กระแสสังคมมา อาทิตย์นี้วันนี้ไม่ไม่เสียทานมากเท่าผม คิดว่าถ้าเราฟันเรื่องที่เราเก่งถ้า บังคับให้ควายไปขึ้นต้นไม้มันขึ้นไม่ได้ หรอกครับสังคมไทยต้องรู้ว่าเราเก่งอะไร แล้วยืนตรงจุดนั้นทั้งหมดนี้อาจจะมีอีก รายละเอียดเช่นต้องมีอะไรรองรับสรุปสถาน ศึกษาต้องเพาะชำทางปัญญาเป็นเรือนเพาะชำ ไม่ใช่เขียนเรือนจำทางปัญญานี่คือข้อความ ที่ผมเขียนมา 40 ปีอนาคตมี 3 แบบครับ possible future เห็นทุกฉากทัศไม่ว่า โอกาสมากน้อยดูให้ขาด probable future

339:33

Speaker A

ฉากทัศไหนน่าเกิดมากที่สุดถ้าปล่อยคานงับ เป็นเหมือนเดิม 3 preferable future ถ้าเราจะเปลี่ยนไปสู่อนาคตที่พึงประสงค์ ต้องเปลี่ยนที่คานงัดวันนี้การมองการ ศึกษาเพื่อเป็นคำตอบต้องมองไปให้ข้างหน้า ตามโจทย์ของอาจารย์พาวิทยขอบพระคุณมาก ครับผมขออนุญาตแชร์ตัวนี้ครับ ครับขอขอบพระณขอบระคุณท่านดร.เกร็งศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ครับที่ได้กรุณาแชร์ใน ช่วงนี้ครับอ่าในช่วงนี้ครับขออนุญาต เรียนเชิญท่านอาจารย์ด้านบนก่อนครับจะขอ อนุญาตเรียนเชิญท่านศาสตราจารย์พิเศษดร.

340:05

Speaker A

เพื่อความวิทองโรจครับได้กรุณามอบของที่ ระลึกครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านวิทยากรทั้ง 2 ท่าน ครับในหัวข้อถัดไปครับจะเป็นหัวข้อเกี่ยว กับโอกาสที่เป็นธรรมและคุณภาพที่ทั่วถึง ครับภารกิจของรัฐในการปฏิรูปการศึกษาครับ โดยวันนี้ครับเราได้โอกาสพิเศษครับเราได้ รับเกียรติจากท่านวิทยากรของเราครับท่าน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย ครับท่านสำเร็จการศึกษาด้านปรัชญาการ เมืองและเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ออกฟอร์ดครับด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 และ สำเร็จการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหงท่านมีประสบการณ์ยาว นานทั้งในงานรัฐสภาครับการกำหนดนโยบาย สาธารณะและการบริหารประเทศเพศครับโดยใน ช่วงที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครับรัฐบาลของท่านครับได้ดำเนินนโยบาย เรียนฟรี 12 ปีอย่างมีคุณภาพครับซึ่งเป็น จริงตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญครับรวม ทั้งท่านได้ริเริ่มที่จะขยายแล้วก็ผลัก ดันกรอบนโยบายครับเป็นโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างอ่าครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลจน ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายครับซึ่งวันนี้ เป็นโอกาสพิเศษครับที่เราจะได้รับฟังมุม มองด้านการศึกษาและประสบการณ์การบริหาร ประเทศของท่านครับในโอกาสนี้ครับขออนุญาต เรียนเชิญขออนุญาตเรียนเชิญครับท่านอดีต นายกรัฐมนตรีครับท่านอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ครับ [ปรบมือ]

341:58

Speaker A

ครับท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ก็ต้องขอขอบคุณนะครับสำหรับเวทีนี้ที่ เชื่อว่ามีทั้งผู้รู้แล้วก็ผู้สนใจแล้วก็ ที่สำคัญที่สุดก็คือผู้ที่มีความหวังว่า เราอยากจะมา จริงๆเดี๋ยวนี้เไม่อยากใช้คำว่าปฏิรูป แล้วมาทำให้การศึกษาของเราเนี่ยมันตอบ โจทย์ของลูกหลานเราตอบโจทย์อนาคตของสังคม ประเทศชาตินะครับเอ่อจริงๆโจทย์ที่ให้ผม กับที่อยู่บนจอไม่ตรงกันนะครับแต่แต่ว่า เอ่อผมมีเวลาต้องขออภัยว่าพอดีผมมีงานต่อ ด้วยผมมีเวลาประมาณสักครึ่งชั่วโมงนะครับ โจทย์ที่ตอนที่ผมรับมาเนี่ยดูเหมือนอยาก จะให้เน้นในเรื่องของความเสมอภาคแล้วก็ ความเป็นธรรมในเรื่องของโอกาสทางการศึกษา แต่ว่าโดยที่เข้าใจว่าจุดหมายปลายทางใน ที่สุดขณะนี้ที่เรามาพูดกันเนี่ยก็คือเรา จะใช้โอกาสของการจัดทำกฎหมายการศึกษาแห่ง ชาติฉบับใหม่มาเป็นตัวที่เอ่อสร้างความ เปลี่ยนแปลงนะครับก็เลยจะขอใช้เวลาตอนแรก เนี่ยพูดถึงเรื่องของการทำงานของกฎหมาย การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันมาจนถึงขณะ นี้ว่าเราเรียนรู้อะไรนะครับก่อนที่จะ เจาะจงไปถึงเรื่องประเด็นในเรื่องของความ เสมอภาคหรือความเป็นธรรมในแง่ของโอกาสทาง การศึกษานะครับ เมื่อปี 2542 ที่เราออกกฎหมายการศึกษา แห่งชาติที่ใช้มาจนถึงปัจจุบันเนี่ยเอ่อ ก็บังเอิญเป็นจังหวะที่ผมเข้าไปเกี่ยว ข้องค่อนข้างเยอะในฐานะรัฐมนตรีที่ได้รับ มอบหมายให้ดูแลเรื่องของสภาการศึกษาในขณะ นั้นนะครับแล้วก็จากวันนั้นถึงวันนี้ก็มี หลายเรื่องที่ผ่านมาที่ผมมองว่ามีทั้ง ความเปลี่ยนแปลงความสำเร็จแล้วก็แน่นอน ที่สุดก็คือยังมีปัญหาข้อจำกัดอีกมากมาย นะครับเอ่อเมื่อกี้มีการพูดถึงเรื่องโรง เรียนนานาชาติผมยังจำได้ว่าเอ่อเมื่อถูก ถามตอนที่เป็นรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าเอ๊ะ

344:12

Speaker A

เราจะมีวิธีวัดยังไงว่าตกลงการศึกษาไทย เนี่ยไปได้ไกลขนาดไหนผมบอกว่าเอาง่ายที่ สุดนะเมื่อไหร่ที่คนรวยไม่ส่งลูกไปโรง เรียนนานาชาตินั่นคือความสำเร็จ พูดไว้เมื่อ 20 30 เกือบจะ 30 ปีที่แล้ว นะครับจริงๆอาจจะพูดตั้งแต่ตอนเป็นประธาน กรรมาธิการการศึกษาเอ่อถ้าดูจากตัวชี้วัด นี้ต้องถือว่าเราล้มเหลวมากนะครับ เพราะว่าปัจจุบันใครมีฐานะใครมีโอกาสนี่ ก็คือเอาลูกหลานไม่อยู่ในโรงเรียนในระบบ หลักของเราอันนี้ก็คือสิ่งที่มันก็เป็น ตัวที่สะท้อนให้เห็นว่าเราไปไม่ถึงเป้า หมายที่เราตั้งไว้แต่พอพูดเช่นนั้นเนี่ย ก็อยากจะบอกว่าผมก็พยายามกลับมาทบทวน ว่าตอนที่เราทำกฎหมายการศึกษาแห่งชาติปี 42 เนี่ยเราเอาอะไรเป็นธงนำอะไรเป็นหลัก และผมก็ยังคิดว่าพอมาทบทวนดูแล้วก็จำได้ เนี่ยว่าหลักใหญ่ๆ 3 อย่างที่เราต้องการ เนี่ยมันไม่ได้ผิดๆนะมันยังใช้ได้อยู่จน ถึงปัจจุบัน คือตอนนั้นเนี่ยเราเน้น 3 เรื่องก็คือว่า 1 เรื่องโอกาสทางการศึกษา คำว่า Education for นะครับเราต้องการให้ทุกคนเนี่ยมีโอกาสและ เข้าถึงการศึกษา 2 เราบอกว่าทุกภาคส่วนต้องมาร่วมกันใน

345:42

Speaker A

การสร้างสรรค์ระบบการศึกษาเราก็คือ All for Education นะครับและ 3 เราบอกว่าการศึกษาเนี่ยคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิตและต้องมีการปรับ เปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา พอมาทบทวนความจำตรงนี้เนี่ยผมก็ต้องยืน ยันว่าหลักที่วางไว้เนี่ยมันไม่มีอะไรผิด แล้วเราก็พยายามไปหยิบเครื่องไม้เครื่อง มือต่างๆเช่นเรื่องโอกาสเราก็ผลักดัน นโยบายการเรียนฟรีเรื่องเอ่อกระจายอำนาจ ก็มีความพยายามทำเป็นขั้นเป็นตอนเรื่อง เขตพื้นที่การศึกษาคาดหวังว่าวันหนึ่งจะ มีเอ่อระบบที่โรงเรียนทุกโรงที่จะเป็น นิติบุคคลบริหารด้วยตัวเองได้ เราวางทางหลักเรื่องความเป็นวิชาชีพของ ครูให้มีใบประกอบวิชาชีพอะไรต่างๆเรามี เรื่องของการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งภาย ในภายนอกนะครับผมว่าเครื่องไม้เครื่องมือ เหล่านี้ตอนนั้นที่เราหยิบมาแล้วก็คาด หวังว่าจะทำให้เกิดผลที่เราต้องการเนี่ย ถามว่าผิดมั้ก็ไม่ผิดอีก แต่ข้อเท็จจริงก็คือสุดท้ายเนี่ยด้วยข้อ จำกัดต่าง หรือเป็นปัญหาของสังคมเรานั่นเองอ่ะสุด ท้ายไอ้เครื่องมือเครื่องไม้หลายอย่างมัน ไม่เป็นอย่างที่เราคิด เอายกตัวอย่างง่ายๆนะครับก็เรื่องประกัน คุณภาพใช่มั้ครับก็เกิดสมสขึ้นมาผมก็จำ ได้ว่าสัก 10 กว่าปีได้แล้วมั้งครับตอน นั้นกระแสก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆว่าไอ้ยุบ ทิ้งดีมั้ยสมส ก็วิ่งมาหาผมนะบอกว่าเอ๊ะในฐานะที่ผม เนี่ยเป็นคนที่เอาเรื่องนี้ใส่เข้ามาในกฎ หมายเนี่ยเ่อช่วยปกป้องเค้าหน่อยผมก็ตอบ

347:37

Speaker A

เค้าว่าผมจะปกป้องก็ต่อเมื่อสมส.สามารถ พิสูจน์ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ว่างาน ที่สมส.ทำ 1 ไม่ได้ไปเพิ่มภาระคนอื่น กับ 2 เนี่ยมันมีคุณค่า ผมก็บอกง่ายๆเลยว่า 1 เนี่ยไอ้ข้อเ่อร้อง เรียนเรื่องไอ้ความยุ่งยากวุ่นวายของการ เตรียมเอกสารการอะไรต่างๆซึ่งมาสร้างภาระ เนี่ยมันไม่ใช่วิธีการที่ถูกและ 2 เนี่ย ผมเอาง่ายๆผมบอกว่าพ่อแม่ผู้ปกครองส่งลูก ไปโรงเรียนเคยรู้บ้างมั้ว่าสมส.ประเมิน ว่าโรงเรียนของลูกเค้าเนี่ย ดียังไงมีจุดอ่อนอะไรต้องแก้ไขเรื่องไหน ต้องเสริมเรื่องไหนอย่างไรถ้ายังไม่มีผม ก็บอกผมก็ไม่รู้จะไปอธิบายยังไงว่าทำไม ระบบนี้จะต้องมีอยู่ครับอีกหลายๆเรื่อง ครับเช่น เราวางไว้ตั้งแต่เรื่องกองทุนเทคโนโลยี การศึกษาอยู่ในกฎหมายการศึกษาแห่งชาติจำ ได้ว่าตอนนั้นทำกันเนี่ยคุยกันเล่นๆใน ห้องว่าแหมนะน่าจะมีเงินได้สักเป็นพัน ล้านอย่างน้อยนะเพื่อมาทำให้เทคโนโลยี เนี่ยเข้ามาสู่ระบบการศึกษามารับใช้ระบบ การศึกษาท่านทราบมั้ว่าปัจจุบันกองทุนนี้ ได้เงินปีละประมาณสักเท่าไหร่ ก็คือหลัก 10 ล้าน นะครับจัดสรรโดยกองทุนที่อยู่ในกฎหมาย กสทช.หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีกองตรงนี้ อยู่นะครับฉะนั้นก่อนที่จะไปถึงประเด็น เรื่องความเสมอภาคที่เจาะจงให้ผมพูดเนี่ย ก็อยากจะบอกว่าเราต้องเอาสิ่งเหล่านี้

349:19

Speaker A

เนี่ยมาเรียนรู้ว่าไอ้ของดีๆที่เราเคยคิด แล้วใส่เอาไว้เป็นกฎหมายด้วยนะนะเพราะว่า ที่มามีกฎหมายเนี่ยเพราะเดิมเบอกมีแผนการ ศึกษาแล้วปรากฏว่ามันไม่แข็งแรงพอที่จะ ผูกมัดรัฐบาลให้ดำเนินการตามหลักการต่างๆ เหล่านี้ทำเป็นกฎหมายจะได้เป็นกฎหมายแม่ บทแล้วทุกคนเดินตาม บทเรียนต้องมาไล่เป็นเรื่องๆไปว่าเรื่อง นี้หลักๆเป็นอย่างนี้เป้าหมายเป็นอย่าง นี้เครื่องมือเป็นอย่างนี้ทำไมสุดท้ายมัน ไม่เป็นอย่างที่เราวางไว้นะครับแต่ในภาพ รวมเนี่ยผมก็จะบอกว่ามันมี 2 เรื่องที่ผม เห็นคือหลังจากที่ออกมาแล้วจากการทำกฎ หมายตรงนั้นเนี่ยก็แทบไม่มีโอกาสได้เข้า ไปอยู่ในฝ่ายบริหารเลยนะครับมีอยู่ในช่วง สั้นๆ 2-3 ปีเท่านั้นเองก็ต้องบอกว่า 1 ที่ผิดพลาดมากๆและเข้าใจว่าตอนนี้ อาจารย์พาวิตรเนี่ยจะเป็นคนที่พูดเรื่อง นี้มากที่สุดก็คือกลายเป็นว่ากระบวนการ ที่เราเรียกว่าการปฏิรูปการศึกษาหลังจาก กฎหมายการศึกษาแห่งชาติเนี่ยรัฐบาลหลาย ชุดหมกมุ่นอยู่กับเรื่องโครงสร้างการ บริหารจัดการอยู่ในกระทรวง นะครับจะอยู่รวมกันจะอยู่แยะกันมัธยม ประถมเขตพื้นที่เ้าผู้ว่าราชการจังหวัด หมุนไปหมุนมาไม่ได้เป็นตอบโจทย์ในเรื่อง หลักๆเพราะก้าวไม่พ้นไอ้ตัวโครงสร้างตรง นี้นั่นอันหนึ่งล่ะที่เรามองเห็นกับ 2 ผ่านไปผ่านไปเนี่ยกลายเป็นว่ากฎหมายฉบับ นี้มันเป็นกฎหมายบทจริงมั้ย เพราะว่าวันดีคืนดีก็มีกฎหมายมีองค์กรมี อะไรต่างๆเพิ่มขึ้นมามากมายนะครับไม่ใช่ ว่าองค์กรเหล่านี้ไม่ดีหรือไม่ใช่ว่ากฎ หมายเหล่านี้ไม่ดีแต่ทำไปทำมากลายเป็นว่า

351:18

Speaker A

การจัดการศึกษาเกือบทั้งหมดน่ะไม่ได้อยู่ ที่กฎหมายฉบับนี้และก็ไปอยู่ตามกฎหมาย ฉบับต่างๆที่ร่างขึ้นมายกเว้นการศึกษา ขั้นพื้นฐาน อันนี้คือการบ้านนะครับสำหรับวงที่จะมี การพูดเรื่องกฎหมายการศึกษาแห่งชาติต่อไป ทีนี้กลับมาเฉพาะเรื่องโอกาสที่เป็นธรรม คุณภาพที่ทั่วถึงอ่ะอันนี้กลับมาตรงกับ ที่บอกผมนะครับก่อนผมเดินเข้ามาก็คือ ถามว่าจะทำอย่างไรนะครับคำตอบก็คือว่า เราก็มีความพยายามผลักดันเรื่องนี้มาโดย ตลอดแต่ว่าในที่สุดเนี่ยข้อสรุปของผมก็ คือว่ากฎหมายที่จะเป็นกฎหมายแม่บดที่เรา หวังว่าจะร่างขึ้นมาเนี่ยตอนนี้ 1 กำหนด ขอบเขตของกฎหมายฉบับนี้ให้ชัดและผมเห็น ด้วยกับคณะที่รวมกลุ่มกันอยู่ในขณะนี้ที่ บอกว่าเอาหลักใหญ่ๆใส่ในกฎหมายฉบับนี้ ส่วนเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการให้ เป็นไปตามหลักนี้เนี่ยไปว่าในกฎหมายฉบับ อื่นเถิด มิฉะนั้นเชื่อผมนะครับถ้าไม่ทำแบบนี้เวลา กฎหมายเข้าสภาเข้าไปสู่กรรมาธิการผมว่า ท่านรัฐมนตรีจาตุรวน่าจะเห็นด้วยกับผมก็ คงจะมานั่งเถียงกันอยู่ตลอดเวลาแหละว่า ตกลงเ่อผู้อำนวยการโรงเรียนสถานะจะเป็น อย่างไรเอ่อเขตพื้นที่จะมีมั้ยผู้ว่า ราชการจังหวัดคือไม่เอานะครับอย่างเช่น ถ้าเราจะพูดเรื่องโอกาสเป็นธรรมคุณภาพที่ ทั่วถึงนะครับก็ตั้งหลักก่อนเรื่องโอกาส ทางการศึกษา กฎหมายก็ต้องพูดให้ชัดไปเลยว่าสิทธิขั้น พื้นฐานของเด็กทุกคนตั้งแต่เกิดเนี่ยหรือ อาจจะก่อนเกิดด้วยซ้ำคืออะไร นะครับต้องเป็นแล้วต้องมีสภาพบังคับนะ ครับหมายความว่าชัดไปเลยว่าสิทธิขั้นพื้น ฐานที่เป็นสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาทุนมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิดเนี่ยไม่ว่า จะเป็นเรื่องโภชนาการไม่ว่าจะเป็นเรื่อง

353:31

Speaker A

ของสุขภาวะของเด็กหรือแม่นะครับตั้งแต่ ช่วงตั้งครรภ์ไล่เรียงมานะฮะจนถึงสิทธิใน การเข้าถึงระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานคือ อะไร นะครับซึ่ง เราต้องหนีจากคำว่าเรียนฟรี เพราะคำว่าเรียนฟรีมักจะถูกจำกัดขอบเขตตี ความแคบๆว่าไม่เก็บค่าเล่าเรียน เอาง่ายช่วงที่ผมเข้าไปบริหารหลังจากนี้ เนี่ยเป็นยุคเดียวมั้งครับที่ชัดเจนมาก ว่าตอนนั้นผมบอกว่าเรียนฟรีต้องครอบคลุม เรื่องเครื่องแบบต้องครอบคลุมเรื่อง อุปกรณ์การเรียนต้องครอบคลุมเรื่องตำรา เรียนนะอย่ามาอ้างแค่ว่าไม่เก็บค่าเล่า เรียนนะครับและเริ่มปูทางไปสู่ประเด็นที่ ว่า แล้วถ้าหากว่าจะมีการเก็บเงินเพิ่มมัน ต้องอยู่บนเงื่อนไขอะไร ประเด็นแบบเนี้ยเนี่ยครับควรจะอยู่ในตัว กฎหมายแม่บทนะครับและมันเป็นเพียงแค่จุด เริ่มต้นมันเป็นแค่พื้นฐานเพราะอะไรครับ เพราะการที่จะมีความเป็นธรรมและการที่จะ ได้คุณภาพที่ทั่วถึงเนี่ยเราพูดแค่สิทธิ ขั้นพื้นฐานที่ทุกคนได้เหมือนกันหมดเนี่ย ไม่ได้ ท่านจะเห็นว่ามันยังมีการพูดถึงการศึกษา อยู่เสมอนะครับว่า โรงเรียนที่มีปัญหาเรื่องคุณภาพของเรา ส่วนใหญ่คือโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่าง ไกลทำไมโรงเรียนขนาดเล็กมีปัญหาเนี่ยก็ เพราะว่าจากระบบที่เราใช้อยู่เนี่ย ถ้าคิดทุกอย่างเป็นบัญญัติระยางเนี่ย ทรัพยากรเขาจะไม่มีทางพอ ตอนที่ผมทำงานเรื่องนี้ก็จึงบอกว่าต้องมี สูตร เพิ่มให้ เพิ่มให้หมายความว่าอะไรโรงเรียนอยู่ห่าง ไกลจะชดเชยเค้ายังไงหรือสิทธิผู้ปกครอง บางเรื่องเนี่ยต้องไปถึงเรื่องของการเดิน ทางของเด็กไปโรงเรียนหรือนะครับที่เราค้น

355:45

Speaker A

พบในการทดลองหลายโรงเรียนเนี่ยปรากฏว่า การมีอาหารเช้าให้เนี่ยสามารถสร้างความ เปลี่ยนแปลงในแง่ของผลสัมฤทธิ์ของการ เรียนได้นะครับเพราะเด็กในหลายพื้นที่หิว แล้วปรากฏว่าหลายพื้นที่พอมีอาหารเช้า เด็กไปโรงเรียนนะครับจากเดิมซึ่งไม่ไม่ ค่อยไปแบบนี้เป็นต้นนะครับเพราะฉะนั้นมัน ก็จะต้องมีสูตรในการคำนวณว่านอกจากสิทธิ ขั้นพื้นฐานแล้วความต้องการที่มันเฉพาะ เจาะจงจากสภาพการห่างความห่างไกลจากขนาด ของโรงเรียนจากการที่อาจจะมีเด็กพิเศษ หรืออื่นๆก็ต้องมีการเอาสิ่งเหล่านี้ เนี่ยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรา ปัจจุบันใช้คำว่าเรียนฟรีหรือโอกาสทางการ ศึกษานะครับต้องหยุดความคิดแค่เพียงว่า ตกลงไม่เก็บค่าเล่าเรียนแปลว่าทุกคนเข้า ถึงนะครับทีนี้สิ่งที่มันมากไปกว่านั้นก็ คือว่าข้อเท็จจริงก็คือเราค้นพบด้วยว่า แม้เรามีนโยนโยบายเรียนฟรีกันมาจนถึง ปัจจุบันเนี่ย เรายังมีเด็กที่ออกจากระบบเยอะมากๆ เข้าป. 100 คนเนี่ยไปถึงปลายทางดุงม.ปลาย เนี่ยประมาณครึ่งนึงเท่านั้นเองนะครับ ตกหล่นด้วยสาเหตุต่างๆเยอะมากๆและสิ่ง หนึ่งที่เราก็ค้นพบด้วยนะครับก็คือว่า การพยายามที่จะเอาเด็กที่ออกจากระบบตรง เนี้ยกลับเข้ามาอยู่ในระบบหลักเนี่ยไม่ ค่อยประสบความสำเร็จ ด้วยเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้เขาออกไปจาก ระบบตั้งแต่แน่ จริงๆตอนที่ผมเริ่มต้นทำเรื่องนี้เนี่ยผม ตั้งใจทำกสส.นะปัจจุบันอ่ะ แต่ผมทำไม่ให้ทำแบบนี้ผมทำโดยการจะให้มี การหักภาษี mark มาคือกันเงินมาเฉพาะเจาะจงมาทำ เรื่องนี้คล้ายๆกับที่สส.ทำเรื่องสุขภาพ แต่ปัจจุบันรัฐบาลกำลังจะยกเลิกระบบนั้น

358:16

Speaker A

นะครับเพื่อให้ องค์กรเอกชนและภาคประชาชนเนี่ยสามารถมา จัดการศึกษาโดยรับเงินอุดหนุนช่องทางนี้ ได้ เพราะสิ่งที่เราค้นพบก็คือว่าเด็กที่มี ปัญหาออกนอกระบบเนี่ยจับเข้ามาระบบหลัก ส่วนใหญ่เข้ามาได้สักพักเดี๋ยวก็ออกไป ใหม่แต่คนที่จะทำงานเรื่องนี้ได้ดีเนี่ย คือคนที่เทำงานมิติต่างๆด้านสังคมที่อยู่ ในชุมชนเหล่านั้นแล้วเค้าก็พร้อมที่จะดู แลเด็กในลักษณะนี้เพื่อทำให้มันเป็นการ ศึกษาจะเรียกการศึกษาทางเลือกก็ได้นะครับ ที่จะทำเพราะฉะนั้น นอกเหนือจากสิทธิขั้นพื้นฐานนอกเหนือจาก การคิดสูตรปรับสำหรับความต้องการพิเศษ แล้วเนี่ยกฎหมายแม่บทเนี่ยจะต้องเปิดช่อง ทั้งการรับและการใช้ทรัพยากรเพื่อการ ศึกษาที่หลากหลายขึ้น ทางรับก็หมายความว่าอะไรครับก็เขียนไปให้ ชัดเลยว่าถ้าภาคธุรกิจถ้าองค์กรไหนก็ตาม เนี่ยพูดง่ายๆคืออยากจะเอาเงินมาอุดหนุน เนี่ยเขาจะได้รับอะไรตอบแทนเขาจะได้รับ แรงจูงจูงใจอะไร นะครับเช่นนะครับสมมุติว่าเอ่อเอ่อสถาน ประกอบการสถานที่ทำงาน อยากจะสนับสนุนการมีศูนย์ดูแลเด็กเล็ก ควรจะมีสิทธิอะไรบ้างหักลดหย่อนภาษีอะไร ก็แล้วแต่ว่าไปเขียนไปในกฎหมายฉบับนี้ว่า ต้องมี ส่วนรายละเอียดแค่ไหนอย่างไรค่อยไปว่ากัน แต่เพื่อให้มันมีหลักการอันนี้ให้ชัดเจน ว่าใครก็ตามไอ้คำว่า All for Education ใครก็ตามที่อยากจะมาสนับสนุนทางด้านนี้ เนี่ยเขาจะมีแรงจูงใจเขาจะมีสิ่งที่ได้ รับการตอบแทนจากภาครัฐอย่างไร ส่วนวิธีการทรัพยากรที่จะออกไปสนับสนุนก็ อย่างที่บอกก็คือว่าไม่จำเป็นจะต้องมา

360:24

Speaker A

ผ่านระบบการศึกษาของรัฐเท่านั้นถ้าใครจะ ทำทางเลือกเพื่อที่ให้มันสอดคล้องกับความ ต้องการของเฉพาะกลุ่มเฉพาะพื้นที่เฉพาะ ชุมชนหรืออะไรก็แล้วแต่เนี่ยจะทำอย่างไร ฉะนั้นฉะนั้นถ้าถ้าพูดกลับมาเรื่องกฎหมาย หลักกฎหมายลูกนะผมก็ต้องบอกว่าตกลงกสส. เนี่ย กฎหมายฉบับใหม่ควรจะต้องเขียนหลักว่าเค้า ต้องมีสิทธิ์เค้าต้องมีอะไรนะครับในแง่ ของการที่จะได้รับการอุดหนุนที่เป็นหลัก ประกันไม่ใช่ว่าต้องมาต่อรองงบประมาณทุก ปีแล้วก็พยายามวิ่งไปไล่ดูว่าจะช่วยเหลือ โรงเรียนไหนอย่างไรได้บ้างนะครับซึ่งจริง ๆเขาทำได้ค่อนข้างดีนะครับแต่ผมก็เห็น สภาพการต่อรองงบประมาณอยู่ตลอดเวลาและ ความคล่องคล่องตัวถ้าเทียบอย่างที่ผมบอก กับสส.เนี่ยผมว่าความคล่องตัวก็ยังน้อย กว่าเพราะหลายอย่างก็ยังจะต้องเข้ามาอยู่ กับตัวอิงอยู่กับตัวระบบราชการหรือการ ศึกษาของรัฐ เรามีกฎหมายอะไรฮะเขตพื้นที่นวัตกรรม อ่ะตกลงอันนี้คืออะไร ก็เนี่ยกฎหมายแม่บทก็ต้องชัดให้เห็นเลย บอกว่าสมมุติจะมีการทำเขตพื้นที่ที่เป็น การทดลองนวัตกรรมนำร่องอะไรกติกาคืออะไร ทำแล้วได้สิทธิประโยชน์อะไรทำแล้วจะถูก ตรวจสอบอย่างไรว่าอย่างนี้เดินต่ออย่าง นี้ขยายผลอย่างนี้ทำแล้วมันไปไม่ได้จะมี การเปลี่ยนแปลงอย่างไร มันถึงจะเป็นกฎหมายแม่บทที่แท้จริงนะครับ ทีนี้แน่นอนอันนี้ก็คือสิ่งที่ผมพยายามจะ ชี้ให้เห็นว่าถ้าเรามีกฎหมายแม่บทที่วาง กติกาหลักๆอย่างนี้มันก็จะมีความชัดเจนใน เรื่องของการได้รับโอกาสในการพัฒนาทุน มนุษย์ของทุกคนนะครับซึ่งถ้าเจาะลงไปใน รายละเอียดก็จะมีเรื่องอีกเยอะว่าอ้าวตอน เป็นเด็กเล็กมันจะมีเรื่องอื่นๆอีกนะนอก เหนือจากเรื่องของการศึกษาการเรียนรู้ แล้วก็ผมก็พูดมาตลอดนะครับแต่อาจจะใช้ ถ้อยคำไม่ตรงกับอาจารย์เกรงศักดิ์ผมก็บอก

362:46

Speaker A

ว่าวันเนี้ยวันเนี้ยเด็กเล็กสำหรับผม เนี่ยเรื่องที่สำหรับผมเป็นหัวใจที่สุด ต่อไปเนี่ยคือเรื่องทักษะทางสังคม การอยู่กับมนุษย์คนอื่นแหละจะเป็นทักษะ ที่ถ้าไม่เตรียมตั้งแต่เด็กเล็กเนี่ยหาย ไปแน่นอนเพราะทุกวันนี้อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่ก็เป็นมากขึ้นมากขึ้นคืออยู่กับคน ไม่ได้แล้วอยู่แต่กับ เทคโนโลยีอยู่กับโลกของตัวเองอยู่กับโลก ของคนที่คิดเหมือนกันอยู่ในกลุ่มกลุ่ม เดียวกันเอ่อตอกย้ำความเชื่อความคิดแบบ เดียวกันอยู่ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นมันก็ ต้องมีตรงนี้นะครับประถมมัธยมต้องยืด หยุ่นหมดนะครับแล้วก็แน่นอนพอเราพูดถึง สายอาชีพสายสามัญซึ่งเหมือนกับสายวิทยศ เนี่ยมันไม่ควรมีอะไรมาแยกจากการเด็ดขาด อีกต่อไปแล้ว แต่กลไกการผสมผสานการเรียนรู้อะไรต่างๆ เนี่ยก็จะเป็นเรื่องที่ต้องเปิดความยืด หยุ่นแต่วางหลักไว้ในกฎหมายแม่บทเหล่านี้ ทั้งหมดเพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนว่าทุกคน มีโอกาสที่มีความเป็นธรรมสอดคล้องกับความ ต้องการในการพัฒนาคนแต่ละคนส่วนคุณภาพ ก็ต้องบอกว่าหัวใจเรื่องนี้เนี่ยสำหรับผม นะครับก็ยังเป็นเรื่องของครู นะครับซึ่งก็ทักษะของครูก็ต้องเปลี่ยนไป แน่นอนเพราะอย่างที่บอกก็ก็คือว่าทุกวัน นี้มันไม่มีใครที่ต้องไปพึ่งพาคนอื่นใน การเข้าถึงข้อมูลที่เราเรียกว่าได้ความ รู้ แต่สิ่งที่ต้องการก็คือการฝึกฝนทักษะต่าง ๆนะครับผมไม่กล้าหาญเหมือนอาจารย์ เงศักดิ์ที่จะบอกนะครับว่าอีก 10 ปี 20 ปี 30 ปีเป็นอย่างไรเพราะผมเชื่อนะครับ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างไปเร็วกว่าที่เราคิด

364:41

Speaker A

แล้วก็ภายใน 5 ปี 10 ปีข้างหน้าเนี่ย อาชีพหลายอาชีพหายไปแน่นอน นะครับเพราะถูกทดแทนโดยเทคโนโลยีนะครับ ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้ายว่าบังเอิญ เด็กเราเกิดน้อยอยู่แล้วผมน่ะไม่ค่อยห่วง เรื่องปัญหาว่าจะขาดแคลนแรงงานนะเพราะผม มีความเชื่อว่าต่อไปเนี่ยงานนี่แหละจะไม่ ค่อยมีสำหรับมนุษย์นะครับแต่ปัญหาใหญ่จะ เป็นที่ว่าความมั่งคั่งอำนาจซื้อจะไป กระจุกตัวอยู่ที่เจ้าของเทคโนโลยีอย่าง เดียวแล้วเราจะมีกลไกอะไรที่จะเอาตรงนั้น มาเฉลี่ยมาแบ่งให้คนที่นับวันหางานทำได้ ยากขึ้น สามารถที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นะเป็น โจทย์ต่างหากไม่เกี่ยวกับเรื่องของของการ ศึกษาซึ่งมันท้าทายทั้งโลกนะครับตอนนี้ เพราะว่าเอ่อภาวะที่พูดกันเนี่ยก็คือรัฐ เกือบทุกประเทศเนี่ยจะไม่มีรายได้ เพราะไม่รู้จะเก็บภาษีจากใคร แต่ความมั่งคั่งเนี่ยกองอยู่ที่เจ้าของ เทคโนโลยีไม่กี่คนในโลก แล้วก็ในหลายประเทศก็จะไม่ได้อยู่ใน ประเทศเหล่านั้นนะครับแต่อันนั้นก็เป็น อีกปัญหาหนึ่งแต่เรื่องของการพัฒนาทิศทาง ความยืดหยุ่นเนี่ยคือสิ่งที่ต้องมีและก็ จะเป็นสิ่งที่ที่จะทำให้มันจะต้องมีการ ประเมินเรื่องของคุณภาพตลอดเวลา เอ่อก็เป็นเรื่องเมื่อกี้พอดีมีการฉายภาพ เรื่องคะแนนซ่า ซึ่งหลายคนก็ดีอกดีใจนะครับว่ามันดีกว่า รอบที่แล้วมันดีกว่ารอบที่แล้วแต่ว่าผม เนี่ยดูผลและผมว่ามันมีความน่ากลัวอยู่ 2 เรื่องที่ผมเห็นทั้งของไทยและของโลกนะ ครับเอาของไทยก่อน ทำไมคะแนนมันดีขึ้นมา

366:53

Speaker A

เพราะ ความเก่งของคนไทยล่ะครับก็คือว่าพูดง่ายๆ เหมือนจับเด็กสอบพิซซ่าเนี่ยไปติว ก็เลยทำข้อสอบพิซซ่าได้ดีขึ้น อันเนี้ยที่ผมบอกว่าความน่ากลัวคือสำหรับ ผมเนี่ยนี่คืออันตรายของสังคมไทยที่ผ่าน มา มหาวิทยาลัย อยากได้อันดับดีขึ้นเวลาเจัดอันดับในโลก ก็ไปไล่ดู ว่าตัวชี้วัดมีอะไรบ้างตรงไหนที่ทำให้ตัว ชี้วัดมันทำให้เราดีขึ้นก็วิ่งไปทำแต่ผล สัมฤทธิ์จริงๆในแง่ของคุณภาพภาพเปลี่ยน แปลงจริงหรือไม่เป็นคนละเรื่อง ไม่ได้ว่าเฉพาะวงการการศึกษานะครับไอ้คำ ว่า KPI ในระบบราชการทั้งหมดเป็นแบบนี้ ทุกคนทำตาม KPI ได้หมดแต่ไม่ค่อยมีใคร สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่มี KPI นั้น ได้ นี่ความน่ากลัวอันที่ 1 นะครับความน่า กลัวอันที่ 2 ผมไม่ทราบใครได้ไปอ่านมั้ย นะครับ ข้อสังเกตของวีซ่ารอบนี้ก็คือว่าประเทศ หรือกลุ่มเด็กที่เคยได้คะแนนสูงสุดน่ะรอบ เนี้ยคะแนนลดลงมากที่สุด ผมก็คิดเอาเองนะเกิดจากอะไรคำตอบก็คือผม เชื่อว่าเพราะเด็กกลุ่มนี้คือเด็กที่เข้า ถึงเทคโนโลยีมากที่สุด แล้วมันสะท้อนให้เห็นว่าการเข้าถึง เทคโนโลยีได้มาก

368:48

Speaker A

กลับกลายเป็นบั่นทอนความสามารถในการใช้ คิดวิเคราะห์ของเด็กเหล่านั้นซึ่งอันนี้ คือความท้าทายมากๆในเรื่องของการใช้ปัญญา ประดิษฐ์ในระบบการศึกษาต่อไปเพราะมันก็มี การวิเคราะห์วิจัยมาทั้งในทางการแพทย์และ ทางอื่นอื่นนะครับว่าถ้าใช้ไม่ถูกทาง เนี่ยการพัฒนาสมองเนี่ยมีปัญหาแน่นอนนะ ครับเพราะฉะนั้นเรื่องคุณภาพเนี่ยเป็น เรื่องที่มันไม่สามารถจะไปวางอะไรเป็นกฎ เป็นเกณฑ์ตายตัว เพราะเรามีบทเรียนแล้วไงเราเอาไม้บรรทัด มาวางเนี่ยเดี๋ยวคนไทยทำได้ แต่หัวใจของคุณภาพเนี่ยเนี่ยในที่สุดต้อง ย้อนกลับมาถึงกระบวนการของการมีส่วนร่วม ของฝ่ายต่างๆทางการศึกษา ซึ่งหมายความว่ากฎหมายแม่บทควรจะต้องมี การเขียนหลักการว่าการประเมินผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษาเนี่ยจะวัดจากอะไรและวัดโดย ใคร จะวัดอะไรก็อย่างที่บอกก็คือคงไม่ใช่มา พูดถึงพี่วีซ่าหรือคะแนนอันใดอันหนึ่งนะ ครับ แต่มันก็คือต้องพยายามมาดูว่าความก้าว หน้าของผู้เรียนเป็นอย่างไร ผ่านการศึกษาไปอีก 1 ปีแล้วเนี่ย เขาเติมเต็มอะไรในตัวเขาต้องวัดจากเกณฑ์ แบบนี้วัดโดยใครผมก็คิดว่า เอาทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามานะครับ ผู้ประกอบการหรือภาคธุรกิจหรือภาคราชการ จะเป็นผู้ให้คำตอบว่าคนที่จบการศึกษาไป อ่ะตกลงตอนเนี้ยดีขึ้นแย่ลงตรงกับสิ่งที่ เป็นความต้องการของสังคมมั้ย ระหว่างศึกษาเล่าเรียนอยู่มันไม่ใช่ เรื่องคะแนนสอบอย่างเดียวพ่อแม่ผู้ปกครอง ครอบครัวชุมชนมีความพึงพอใจกับสิ่งที่ลูก หลานเขาได้รับจากระบบการศึกษาหรือไม่ซึ่ง อันนี้ก็จะย้อนกลับไปสู่การเปิดโอกาสใน เรื่องของสิทธิหน้าที่การมีส่วนร่วมของ

371:27

Speaker A

ฝ่ายต่างๆซึ่งควรจะถูกระบุไว้ในตัวกฎหมาย แม่บทที่เป็นกฎหมายการศึกษาแห่งชาติส่วน รายละเอียดอื่นๆอย่างที่บอกนะครับจากการ ศึกษาขั้นพื้นฐานอาชีวะศึกษาอุดมศึกษา กฎหมายเกี่ยวกับการวิจัยไม่เป็นไรครับไม่ ต้องอยู่ในนี้ทั้งหมด แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักที่เราจะพูดเรื่อง โอกาสกับคุณภาพ ความเป็นธรรมและความยืดหยุ่นซึ่งจะมากับ ธรรมาภิบาลของการบริหารจัดการทางด้านการ ศึกษาต่อไปในอนาคตนะครับเวลาผมหมดพอดีนะ นะครับก็เป็นสิ่งที่อยากจะฝากเอาไว้เป็น ข้อคิดนะครับแล้วก็ขออภัยที่ไม่ได้มีส่วน ร่วมในช่วงท้ายซึ่งเข้าใจว่าจะมีการพูด คุยเสวนากันพอดีไปรับงานบรรยายที่อื่นต่อ ไปนะครับก็เ่อผมเชื่อว่าพรรคการเมืองต่าง ๆตอนนี้มีความตื่นตัวในเรื่องของการที่จะ ผลักดันกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ แต่ผมคิดว่ายังไม่ค่อยตกผลึก ว่ากฎหมายฉบับนี้เนี่ยจะหน้าตาเป็นอย่าง ไรเราคงไม่ต้องการเปลี่ยนเลขพ.ศ.ท้ายคำ ว่ากฎหมายการศึกษาแห่งชาติเหมือนเรา เปลี่ยนเลขพ.ศ.หลักสูตรต่างๆที่เราคิดว่า เราเปลี่ยนแปลงมาแต่เราอยากให้กฎหมายนี้ มันเป็นกฎหมายที่เป็น 1 กฎหมายแม่บท 2 กฎ หมายที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจริงและ 3 เป็นกฎหมายที่ยืดหยุ่นและเป็นเข็มทิศ สำหรับการจัดการศึกษาของเราต่อไปในอนาคต ให้กับลูกหลานเราได้ครับขอบคุณครับ [ปรบมือ] ครับขอบคุณท่านอภิสิทธิ์เวชาชีวะเป็น อย่างสูงครับลำดับต่อไปครับขออนุญาตกราบ เรียนเชิญท่านศาสตราจารย์พิเศษดร.เพื่อ ความทองโลดครับได้กรุณามอบของที่ระลึก ครับ

373:42

Speaker A

และในหัวข้อถัดไปครับเป็นหัวข้อจากข้อ เสนอเสนอถึงการเปลี่ยนแปลงจริงครับจะปลด ล็อคการปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างไรครับโดย วันนี้ครับเราได้รับเกียรติจากท่าน วิทยากรครับซึ่งท่านเป็นนักการเมืองผู้มี ประสบการณ์ในการบริหารประเทศครับและการ กำหนดนโยบายการศึกษาครับท่านเคยดำรง ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีครับรัฐมนตรีว่า การกระทรวงยุติธรรมครับและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ 2 สมัยครับในช่วงปี พ.ธศักราชพ.ศ. 2548-2549 และ 2556-2557 ครับทำให้ท่านมีประสบการณ์โดยตรงในการขับ เคลื่อนนโยบายทางการศึกษาครับและการรับ มือกันกับปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการ ศึกษาไทยครับซึ่งท่านสำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรีและปริญญาโทครับด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กครับสหรัฐ อเมริกาครับและได้ทุน Teaching ได้รับทุน Teaching ของมหาวิทยาลัยอเมริกันในสหรัฐ อเมริกาครับศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกครับ จนสามารถสอบประมวลความรู้ผ่านครับและท่าน ได้กลับประเทศไทยเพื่อลงรับสมัครเลือก ตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและได้รับเลือก ตั้งในปี 2529 ครับวันนี้ครับเราจะได้รับฟังข้อคิดเห็น และแนวแทนแนวทางในการพัฒนาการศึกษา [เสียงกระแอม]จากผู้มีประสบการณ์ในระดับ นโยบายในโอกาสนี้ขอเรียนเชิญท่านอดีตรอง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการครับท่านจาตุรนฉายแสงครับ ครับ

376:53

Speaker A

ครับๆได้แล้ว[เสียงกระแอม]ครับสวัสดีครับ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านขอขอบคุณที่เอ่อ เชิญผมมาร่วมรายการในวันนี้นะครับ เอ่อ หัวข้อที่ให้ผมพูดเนี่ยเรื่องจะปลดล็อค การศึกษา การปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไรแล้วก็มีคำ ถามย่อยอีกหลายคำถามเลยในใน เอกสารที่ บอกกำหนดการนะ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องปัญหาอุปสรรคทำไมถึงทำ ไม่ได้ทำไมถึงอ่าปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ เอ่อ ผม ความจริงที่ถามคำถามแบบนี้มาที่ผมเป็น เพราะว่าอาจารย์อาวิททราบว่าผมก็ต้องไป เกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษาอยู่หลายรอบ หลายปีนะครับ ผมเป็น รองนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2500 45 แล้วก็เป็นอยู่ 2 รอบพ้นรัฐบาลในปี 48 เลือกตั้งใหม่ปี 48 ก็เป็นรองนายกอีก ครั้งหนึ่ง ก็ เอ่อ ได้รับมอบหมายให้กำกับกระทรวงต่างๆหลาย กระทรวงสลับไปสลับมาหลายกระทรวงมากแต่ว่า กระทรวงที่ไม่เปลี่ยนเลยที่ได้รับมอบหมาย กำกับคือกระทรวงศึกษาจะด้วยเหตุอะไรก็ไม่ ทราบแล้วก็ในระหว่างที่เป็นรองนายกอยู่ก็ เป็นรองนายกที่ทำหน้าที่แทนนายกในการไป เป็น กำกับสภาการศึกษา

378:56

Speaker A

ก็เลยเกี่ยวข้องมาเรื่อยจนมาเป็นรัฐม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาในยุคที่เค้า เอา รวมศึกษากับสภาการศึกษาเข้าไปรวม กลายเป็น 5 แท่งอยู่ในกระทรวงศึกษา กระทรวงเดียวซึ่งปัจจุบันเแยกอุดมศึกษา ออกไปแล้ว ก็ก็ เหตุการณ์ก็ต่างไปแต่ว่าไปเป็นเอ่อ รัฐมนตรีอยู่รัฐมนตรีศึกษาอยู่ 2 รอบรอบ รอบหลังคือปี 2556 ถึง 2557 ก็เอ่อ มีแพทเทิร์น เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เมื่อเป็นไปประมาณ 6 เดือนก็จะมีการรุป สภา แล้วก็ทำหน้าที่รัฐมนตรีที่ไม่มีอำนาจ เต็มที่คือกำหนดนโยบายอะไรไว้หมดแล้วแต่ ว่าผลักดันนโยบายต่อไม่ได้เพราะว่าเป็น รัฐบาลรักษาการอนุมัติอะไร อนุมัติงบประมาณอะไรก็ไม่ได้แล้วตอนนั้น ทั้ง 2 รอบเหมือนกันปี 57 ก็แบบเดียวกัน 6 เดือนแล้วก็ รักษาการแล้วก็มีการเลือกตั้งเลือกตั้ง และการเลือกตั้งก็เป็นโมฆะแล้วก็เกิดการ รัฐประหาร

380:24

Speaker A

ก็ความจริงก็ตอบคำถามในส่วนของผมได้บาง ชวนว่าที่ปฏิรูปการศึกษาความจริงปประกาศ นโยบายปฏิรูปการศึกษาทั้ง 2 รอบที่เป็น ที่เป็นรัฐมนตรีนะแล้วก็ตอนที่เป็นรอง นายก กำกับสภาการศึกษาผมก็เชิญ หน่วยงานต่างๆรวมทั้งกระทรวงศึกษามาทำแผน ปฏิรูป ไปสัมมนากันหลายวันนคุยกันอย่างจริงจัง มากก็ได้เป็นคล้ายๆว่าแผนปฏิรูปการศึกษา แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้เพราะว่า เพราะว่าปกติวัฒนธรรมการทำงานในด้านการ ศึกษาเนี่ยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาก็ จะเป็นผู้ตัดสินใจแผนปฏิรูปที่ทำไปโดยรอง นายกเข้าครม.ไปแล้วเห็นมีมติครม.รองรับ แล้วก็ตามแต่ว่าถ้ารัฐมนตรีไม่เอาไปผลัก ดันมันก็จะไม่เกิดขึ้นนี่ก็สะท้อนปัญหา ให้ฟังอีกแบบว่า เอ่อโดยระบบก็เป็นแบบนี้เป็นรองนายกไปทำ แผนปฏิรูปมันก็ถ้ารัฐมนตรีไม่เห็นด้วยก็ ไม่เกิดเป็นรัฐมนตรีถ้าเวลาไม่พอ หรือไม่มีอำนาจก็ทำไม่ได้แต่นั้นก็เป็น เพียงส่วนหนึ่งส่วนหนึ่งของของปัญหาทั้ง หลายทั้งปวงเอ่อสิ่งที่ผมจะพูดเนี่ยนะ ครับคือ ถ้าจะให้พูดแต่ว่า ในอดีต ทำไมทำไม่สำเร็จทำไมทำไม่ได้ เอ่ออันนี้มันก็พูดได้ อีกเยอะนะ แต่ว่าผมยังมีความรู้สึกว่าในอดีต ทำไมทำไม่สำเร็จหรือว่าทำไมทำไม่ได้ไม่ ใช่หมายถึงตัวผมเท่านั้น กับว่า ปัจจุบันไปข้างหน้า ถ้าทำไม่ได้หรือไม่ทำ มันจะเกิดความเสียหายยิ่งกว่าในอดีต อดีตก็เสียหายมากแล้วนะฮะที่ประเทศไทยเรา

382:53

Speaker A

ไม่ได้ปฏิรูปการศึกษาไม่ได้พัฒนาการศึกษา กันอย่างจริงจังจนการศึกษาไทยอยู่ในระดับ ที่เอ่อต้องถือว่าเรียกว่าล้าหลังเข้าใจ ว่าในที่ประชุมวันนี้คงพูดกันไปชัดเจน แล้วว่าล้าหลังยังไงในด้านต่างๆแต่ว่าจาก นี้ไปการเปลี่ยนแปลงมันเร็วมาก มันมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปการศึกษา มากขึ้นยิ่งขึ้นไปอีกในเชิงเปรียบเทียบ ความเร็วของมันเนี่ยนะเมื่อกี้ผมนั่งติดๆ กับท่านอาจารย์พวิทอยู่ท่านอภิสิทธิ์พูด บอกว่าอีก 5 ปี 10 ปีบางอาชีพก็อาจจะหาย ไป ผมก็คุยอาจารย์วิทว่าบางทีพรุ่งนี้หลาย อาชีพก็อาจจะหายไป อันนี้คือความเป็นจริงนะความเป็นจริงเป็น ทีนี้ที่ผมจะพูดเพื่อให้เห็นว่า ทำไมถึงบอกว่าถ้าไม่ทำวันนี้ถ้าไม่ทำวัน นี้ถ้าทำไม่ได้หรือไม่ทำความเสียหายมันจะ เกิดยิ่งมากกว่าในอดีตก็คือจะ พูดถึงสภาพการปัจจุบันนะครับ โลกนี้เ้ากำลังไปยังไงเต้องการให้มีการ ปรับการศึกษายังไงถ้าประเทศไทยเองรับการ บ้านมาจากองค์กรระหว่างประเทศอะไรต่างๆ ว่ายังไงแล้วก็อ่อพอมา ถึง สิ่งที่ ใครๆเทำกันไปแล้วเป็นยังไงเราต้องทำยังไง นะก็จะก็จะทำให้เห็นว่า มันต้องปลดพ็อๆการปฏิรูปการศึกษาให้ได้ ผมจะเริ่มจากว่า จากที่ทุกๆท่านก็จะติดตามข่าวกันอยู่ เพราะว่าเป็นมีการประชุมประจำปี IMF World Bank ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครๆก็จะ

385:15

Speaker A

สนใจก็พูดถึงความพันพวนของโลกซึ่งก็จะพูด พูดเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งทางการค้า การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน ประเทศต่างๆต้องจับจองที่ของตัวเอง การพูดถึงเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวและอาจจะ ยาวนานความเหลื่อมล้ำที่จะมากขึ้น และโดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่จะมาพร้อม กับการพัฒนาเทคโนโลยีและ AI ภาระทางการคลังซึ่งมีข้อจำกัดทางการคลัง ในหลายประเทศ แล้วก็พูดถึงเรื่อง Clate change กับ วิกฤตอีกหลายๆด้านที่เขาเรียกว่าpoโis อันนั้นเป็นเรื่องที่พูดถึงโลกโดยรวมว่า กำลังเผชิญกับสภาพแบบนี้ในนั้นเนี่ยก็มี บางเรื่อง ความจริงอาจจะหลายเรื่องโยงกับประเทศไทย โดยตรงซึ่งที่เพูดกันไปแล้วก็โยงถึง ประเทศไทย ด้วยเลยเนี่ยก็คือเรื่องของการเรื่องของ สังคมสูงวัย สูงวัยในขณะที่ยังจนอยู่นี้เป็นลักษณะ พิเศษของประเทศไทยซึ่งกำลังสร้างสถิติ ใหม่เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ใน อดีต การติดกับดักรายได้ปานกลางซึ่งพูดกันใน ความหมายเหมือนจะให้กำลังใจว่าเราจะพ้น เมื่อปีไหนปีไหนแต่ว่าถ้าศึกษากันให้ ละเอียดดีๆแล้วถ้าไม่ทำหลายๆเรื่องอย่าง จริงจังเราอาจจะไม่หลุดออกจากกับดักราย ได้ปันกลางนี้เลยตลอดไป ซึ่งก็เป็นเป็นโจทย์สำคัญของของประเทศ เรื่องวิกฤตสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางอาหารและความเหลื่อมล้ำก็ เจอกับประเทศไทยโดยตรง ประเทศไทยซึ่งมีศักยภาพที่จะเป็นประเทศ

387:43

Speaker A

ที่ สร้างช่วยเสริมสร้างความมั่นมั่นคงทาง อาหาร กลับกำลังเจอปัญหาที่น้ำท่วมทีนึงก็นา ข้าวเสียหายไปไม่รู้เท่าไหร่ประมงประมง น้ำจืดน้ำกร่อยเสียหายไปไม่รู้เท่าไหร่ ความมั่นคงทางอาหารเราจะเป็นแหล่งความ มั่นคงทางอาหารได้ยังไงเอ่อ ความเหลื่อมล้ำอันนี้ประเทศไทยมีความ เหลื่อมล้ำสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกนะครับ แล้วก็ผ่านความจำกัดข้อจำกัดทางการคลัก หลังก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยเจอ โดยตรงเลยเขาพูดถึงประเทศต่างๆทั่วโลกของ เราก็ติดเพดานมีสาธารณะถึงแม้ว่าจะขยับ โดยกฎหมายได้แต่ก็การขยับก็จะกระทบความ เชื่อมั่นของต่างประเทศของสถาบันจัด อันดับความน่าเชื่อถือ ในขณะที่หนี้ครัวเรือเรือนของเราก็สูงมาก สูงเกิน GDP ของประเทศไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นจากเรื่องเหล่านี้เนี่ยก็ยัง มีเรื่องที่เ้าเป็นห่วงก็คือเรื่องเอ่อ การ พัฒนาไปกับ AI การป้องกันผลกระทบที่จะ เกิดจาก AI ก็ประเทศเราก็เป็นเรื่องที่ น่าเป็นห่วงมากๆ องค์กรระหว่างประเทศ ทั้งผู้เชี่ยวชาญทั้งผู้นำองค์กรระหว่าง ระหว่างประเทศแนะนำอะไรบ้างต่อประเทศไทย นะครับผมพูดนี้ผมจะไม่ใช่ว่าเค้าแนะนำ อะไรก็ให้ทำตามเค้านะฮะผมก็จะใช้ความรู้ ประสบการณ์ความเชื่อของผมเอ่อประกอบไปใน การพูดนี้ด้วย เค้า เสนอให้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและเพิ่ม

389:48

Speaker A

ผลิตภาพเพิ่ม Productivity นะครับ เพิ่มการแข่งขันปรับปรุงกฎระเบียบส่ง เสริมการลงทุนที่มีคุณภาพยกระดับเศรษฐกิจ ไปสู่กิจกรรมที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยี มากขึ้นรักษาความมั่นคงทางการคลังพัฒนา อุตสาหกรรมและบริการที่มีผลิตภาพสูง นี้บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ เป็นเรื่องการบริหารจัดการเป็นเรื่องการ ออกกฎ แต่ว่าอย่างน้อย 2 เรื่อง คือเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้เทคโนโลยี แล้วก็อุตสาหกรรมบริการที่มีผลิตภาพสูง อันนี้มันจะเกี่ยวกับการศึกษา และที่เขาย้ำเป็นพิเศษคือการลงทุนพัฒนา มนุษย์เป็นวาระสำคัญของประเทศยกระดับความ รู้พื้นฐานนี้ก็กลับมาเบสิคมากๆการอ่าน การคิดคำนวณวิทยาศาสตร์ ดิจิทอล แก้ปัญหาทักษะไม่ตรงกับงานสร้างระบบ อกิลกิล อันนี้เราก็พูดกันอยู่พูดกันอยู่จนเกือบ จะเรียกว่าพูดกันจนเฝือเหมือนกันนะครับ แต่ว่าเวลาองค์กรระหว่างประเทศแนะนำเก็ แนะนำเรื่องนี้แหละและเราก็ต้องมาดูว่า ที่ว่าเราพูดกันจนเฝือเนี่ยเราทำอะไรไป ได้แค่ไหนทำไปแค่ไหนสกิลรีสกิลทักษะไม่ ตรงกับความถนัดอะไรเร็วๆนี้สถาบันวิจัย บางแห่งเพิ่งออกมาบอกว่านักศึกษาบัณฑิต ของไทยไม่มีงานทำเยอะแยะไปหมดก็คล้ายกัน กับบัณฑิตในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่จบ ออกมาแล้วไม่มีงานทำเกือบทั้งรุ่นเลย หมายถึงที่ต่างประเทศที่ประเทศไทยก็อาการ อาการหนักพอสมควร การศึกษา จากที่เค้าแนะนำเนี่ยแล้วก็แนะนำมาเรื่อง ทุนมนุษย์เรื่องการศึกษา

391:53

Speaker A

ผมพูดถ้าพูดเป็นหลักการว่าจะต้อง ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ต้องระมัดระวัง เรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างไรอย่างไรอย่าง ไรแบบ ใน textbook นะก็เรียบเรียงมาแล้วก็อ่าน ให้ท่านฟังได้แต่ว่ามันจะไม่เห็นภาพก็ อยากจะใช้วิธีเอ่อ ยกตัวอย่างโดยเฉพาะเรื่องที่ เกี่ยวกับการศึกษาการเรียนรู้ใน ยุคที่มี AI เข้ามาแล้วก็ในยุคที่ เศรษฐกิจต้องการโลกต้องการเศรษฐกิจแบบ ใหม่ต้องการ เศรษฐกิจที่อาศัยเทคโนโลยี ระดับสูงเนี่ยนะครับ มันก็จะมีเรื่องของการใช้ AI อย่างไรอยู่กับ AI ยังไงแล้วก็เรื่องการ เปิดวิชาใหม่เป็นต้น พื้นที่ให้คิดให้เรียนรู้เพิ่มทางเลือก ให้ผู้เรียนเรื่อง AI พอพูดถึงเรื่อง AI ก็ต้องย้ำอีกครั้งว่าหนังสือที่ท่านได้ รับวันนี้นะก็จะคือของอาจารย์วิตท่าน อาจารย์วิทยเนี่ยมีบทว่าด้วย AI เนี่ย เขียนได้อย่างสมบูรณ์มากในเรียกว่าทุกแง่ มุมสำคัญที่เกี่ยวกับ AI และอ่านแล้วก็ ทั้งดีใจที่มีผู้รู้ของเราช่วยเขียนไว้ ทั้งน่าตกใจที่มีหลายเรื่องที่ต้องทำและ

393:30

Speaker A

เรายังไม่ได้ทำและไม่แน่ว่าจะได้ทำนะอัน ลองเ่ออ่านดูได้เลยในนั้นจะมีเนื้อหาสาระ ที่ที่ตรงจุดเอ่อตรงประเด็นและเป็น ประโยชน์อย่างมากเอ่อจีนนะครับในแผนปี 2030 ให้ AI เป็นความกำหนดให้ AI เป็น ความรู้พื้นฐานของนักศึกษา เรียน AI อย่างน้อย 8 ช่โมงต่อปีต่อปีนี่ จะไม่น่าจะถูกนะเอ่อใช้ AI ช่วยสอนแล้ว 452 วิชา อธิบายบทเรียนตอบคำถามและสนับสนุนการ เรียนรู้เฉพาะบุคคลที่บอก AI 2030 ให้ AI เป็นความรู้พื้นฐานของนักศึกษาเนี่ยเรา ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งระบบของจีนนะครับพอ ประกาศอย่างนี้มันจะเป็นอย่างนี้นะหมาย ถึงทั้งระบบเขาจะทำแบบนี้เมื่อประมาณปี 2518 ปี 2500 ร น่าจะ 23-25 อะไรเงี้ยนะเรื่องเสียวผิงประกาศว่าเด็ก เยาวชนจีนต้องเก่งคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ กัดขึ้นมาลอยๆอย่าง

394:57

Speaker A

แล้วการศึกษาทั้งระบบของจีน สร้างให้เด็กจีนมีความเข้มแข็งเรื่อง คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ก็เป็นระบบคนละแบบ กับเราคือผู้นำประกาศปั๊บบอกว่ามหาลัยของ จีนทั้งหมดต้องเป็นผู้นำทางด้านวิจัย พัฒนาต้องผลิตเอ่อ อticleออกมาแล้วไปลงในjนalชั้นนำของโลก แข่งกับรกให้ได้ผ่านมาอีก 10 ปี 15 ปี ปรากฏว่าเต็มๆไปหมดนั้นพอเประกาศแบบนี้ เราจะเห็นว่า I AI เป็นความรู้พื้นฐานของนักศึกษานี่ โรงเรียนสอนเป็นรายวิชามี AI ช่วยสอนแล้ว 452 วิชานี้เรายังพูดกันอยู่เลยว่าจะให้ เด็กใช้ AI ได้มั้ครูจะใช้ AI แค่ไหนอะไร นะเกาหลีใต้อนุมัติตำราเรียน AI 76 แบบ สำหรับคณิตศาสตร์อังกฤษและคอมพิวเตอร์ผม ไปรู้สึกจะไปกับอาจารย์ภาวิทยด้วยที่ เกาหลีเมื่อก่อนนี้ 10 กว่าปีก่อน ไปดูเรื่อง ICT กับการศึกษาเกาหลีในขณะ นั้นบอกว่าเราได้ทำ Infrastructure

396:09

Speaker A

สำหรับ ICT เสร็จมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว ก่อนหน้านั้นหลายปีแล้วและสิ่งที่กำลังทำ อยู่คือซอฟต์แวร์ ทั้งหลายพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้กับ ICT ICT ในหนังสือของอาจารย์ประวิตรพูด เรื่องมีฮาร์ดแวร์กันแต่ว่าซอฟต์แวร์ไม่ ค่อยได้ทำกันอันนี้ของเกาหลีพูดตั้งแต่ สมัยโน้นแต่ตอนนี้เขาไปเรื่องไอไอเป็นแบบ นี้แล้วญี่ปุ่นเพิ่มวิชาด้านข้อมูลและคิด คำคิดเชิงคำนวณในการสอบเข้ามหาลัยใช้ AI ฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกับเรียนเป็นรายคนรวม ถึงช่วยครูเตรียมการสอนสิงคโปร์ AI ออก แบบการเรียนรู้เฉพาะบุคคล AI ประเมินความ เข้าใจแนะนำโจทย์ตามระดับความสามารถให้ ข้อเสนอแนะต่อคำตอบของนักเรียน มี SK future เครดิตอายุ 40 ปีขึ้นไป 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับการกลับ มาเรียน อันนี้ยกตัวอย่างประเทศต่างๆว่าไปแบบ เนี้ยเพื่อให้เห็นภาพว่าพอมี AI กับการ ศึกษาแล้วเาทำอะไรกันซึ่ง ถ้าก่อนหน้านี้ผมก็ตั้งคำถามอยู่เรื่อยๆ ว่าเอ๊พอมี AI แล้วค้นคว้าอะไรก็แป๊บ

397:26

Speaker A

เดียวเรื่องที่ซับซ้อนมากๆเมื่อก่อนไปค้น เกบเกือบตายต้องไปหาบทความที่โน่นที่นี่ กว่าจะมาเขียนบทความได้บทนึงใช้เวลาเป็น เดือนๆอันนี้ถาม AI ไปภายในไม่ถึง 1 นาที ออกมาโดยรวมข้อมูลมาจากทั่วโลกงานเขียน อะไรตต่ออะไรสารพัดเขียนออกมาให้หมดแล้ว เด็กจะเรียนกันยังไงเด็กจะเรียนยังไงครู จะสอนยังไงมันก็มาเป็นเรื่องที่ คือเป็นเรื่องเอ่อสำคัญที่เราจะต้องทำนะ ครับเอ่อประเทศไทยต้องทำอะไรนะครับผมก็ขอ พูดแบบอย่างย่อๆเร็วๆ 1 คือกำหนดเป้าหมายและออกแบบหลักสูตร ใหม่ ศึกษาแนวโน้มเศรษฐกิจเทคโนโลยีอนาคตของ ประเทศควบคู่กับงานวิจัยประเมินหลักสูตร ใหม่อย่างเป็นระบบนะครับไม่ใช่ตามแนวความ คิดของ ผู้บริหาร และก็ไม่ใช่วิธีไม่ควรจะเป็นวิธีแบบที่ เราพยายามเคยทำกันผมก็วิจารณ์มาตลอดแต่ ว่าจำเป็นต้องให้ใช้วิธีนั้นก็คือระดมผู้ รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆมาแล้วก็ให้ช่วย กันคิดยกร่างแต่ว่าเท่าที่ผมยกร่าง อาจารย์พวิทเคยยกร่างท่านพงษ์เทพเคย เตรียมปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ทำนะทำไม่ สำเร็จเราไม่ได้ปฏิรูประบบหลักสูตรได้เลย เพราะว่าหมดอำนาจไปอย่างที่เล่าให้ฟังตอน ในการทำหลักสูตรเนี่ยมันต้องมีองค์กรมี หน่วยงานลักษณะเป็นสถาบันที่ต้องสร้าง ขึ้นมา สร้างขึ้นมาแล้วรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันการรวบรวมองค์ความรู้จาก ต่างประเทศทั่วโลกทำได้ง่ายนิดเดียวแล้ว ก็ผู้ช่วยเราที่สำคัญก็คือ AI นั่นเองแต่

399:27

Speaker A

ว่าต้องทำเรื่องหลักสูตรเนี่ยก็พูดกัน เหมือนเป็นเรื่องใครก็พูดเรื่องหลักสูตร แต่มันก็แปลกมันก็ไม่มีไม่มีการทำมา 20 กว่า 20 ปีนะครับ 20 ไม่มีทำมันต้อง เปลี่ยนต้องเปลี่ยนหลักสูตรเอ่อ เด็กจะเรียนอะไรกันแน่ เด็กจะเรียนอะไรกันแน่เด็กจะเอ่อ เรียนอะไรด้วยตัวเองเด็กจะเรียนอะไรจาก ที่ระบบการศึกษาเสนอว่าครูจะเรียนซึ่งอัน นี้พูดถามเหมือนพูดคุยกันเหมือนเลแมนคน หนึ่งนะฮะแต่ว่าองค์กรระหว่างประเทศที่ทำ งานด้านการศึกษาด้านการพัฒนาเค้าศึกษาจน หัวจะแตกไปแล้วศึกษาไปเยอะแล้วว่าเด็กควร เด็กเยาวชนควรเรียนอะไรในโลกยุคปัจจุบัน แล้วต้องถามอีกว่าก็เข้าหาความรู้ได้เอง ไม่สิ้นสุดเด็กก็ต้องอยากเรียนเองตรงนั้น น่ะจะแนะนำยังไงเขาก็ศึกษาเองเหมือนกันนะ ครับ แก้ปัญหาเอ่อข้อ 2 คือแก้วิกฤตทักษะพื้น ฐานโดยเฉพาะ ภาษาไทยการอ่านและการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเรายังมีปัญหามากนะครับผมเป็นตอนก่อน จะเป็นรัฐมนตรีมีรัฐมนตรีที่เป็นอยู่ก่อน พูดเรื่องการอ่านออกเขียนได้ว่าต้องทำให้ เด็กอ่านออกเขียนได้ผมก็หัวเราะว่าเอ้า เป็นรัฐมนตรีพูดเรื่องแค่นี้เหรอพอเข้าไป มีคนเสนอปัญหาผมให้สำรวจ สพท.ไปสำรวจเด็กหลายเป็นแสนแสนคนปรากฏว่า พบว่าเด็กป. 6 อ่านไม่ออกอ่านจับความไม่ ได้ หลายหมื่นคน

401:28

Speaker A

แล้วทุกวันนี้ก็ได้ยินเรื่องอย่างนี้อยู่ อยู่นั่นเองผ่านไป 10 กว่าปียังได้ยิน อยู่อย่างนั่นเองสมัยก่อน ปัญหาใหญ่อันหนึ่งคือเขาสอนวิธีอ่านด้วย การให้จำเป็นคำ เช่น โรงเรียนเเขียน ฉันไปโรงเรียนว่านี่โรงเรียนนะเห็นโรง เรียนแล้วใช่มั้ยโรงเรียนของเธออยู่ไหน อันนี้เห็นคำว่าโรงเรียนแล้วใช่มั้ยจำคำ ว่าโรงเรียนนี่เป็นวิธีการสอนแบบหนึ่งที่ ทำเมื่อประมาณสซักน่าจะประมาณสัก 30 ปี ก่อน ไม่สะกดไม่รู้จักการสะกดแต่ว่าที่ไปก้าว หน้ากว่านั้นคือตอนหลังเนี่ยเขาสอน การอ่านโดยใช้วิชาความรู้เรื่อง Brainbas Learning มาและให้อ่านและอ่านแล้วคิดและ ให้มีจินตนาการและให้นึก เอาตัวหนังสืออะไรมาสะสน ซึ่งกลายเป็นการสอนการอ่านที่มี ประสิทธิภาพแต่ว่าเข้าใจว่าก็ใช้อยู่ จำกัดมีมีนักคิดเรื่องนี้ส่งแนะนำเรื่อง นี้สอนเรื่องนี้อยู่นะตามตามเว็บไซต์ตาม อะไรมีคนเข้าไปดูเยอะแต่ว่าการอ่านโดยรวม ก็ยังยังมีปัญหาแต่ที่สำคัญคือว่าพอมี AI แล้ว จะยิ่งอ่านไม่ได้นะและจะยิ่งเขียนไม่ได้ แล้วเราจะรับมือยังไง ผมคุยกับเพื่อนเมื่อเร็วๆนี้ว่าไปร้อง เพลงเดี๋ยวเนี้ยเมื่อก่อนผมร้องเพลงลูก ทุ่งเก่าๆได้เป็นหลายสิบเพลงเพลงโดยจำ เนื้อได้หมดเนื่องจากอยู่ในบ้านเดินออก จากซอยเข้าซอยเข้าตรอกมาก็คนเปิดวิทยุ

403:22

Speaker A

ทรานซิสเตอร์เราก็ฟังฟังก็ร้องตามไปจน ร้องได้หมดเลยนักร้องสมัยใหม่มาร้องร้อง ผิดผมยังทักเลยว่าเผิดเพราะผมจำได้ตั้ง แต่เด็กเดี๋ยวนี้ผมจำเพลงเหล่านั้นหลาย เพลงไม่ได้เนื่องจากผมร้องตามคาราโอเ เพื่อให้มันถูกจังหวะผมก็ร้องตาม คาราโอเกะก็เลยดูเนื้อตามคาราโอเกะไปด้วย ทำไปผ่านไป 10 กว่าปีจำเพลงหลายเพลงไม่ ได้เวลาร้องต้องดูเนื้อ AI มีผลมากกว่า คาโอเกะมีผลต่อการร้องเพลงของผม 100 เท่า พันเท่า ที่จะมีผลต่อการอ่านเนี่ยเพราะเาจะไม่ได้ อ่านแล้วนี่เขาจะไม่อ่านเ้าไม่คิดใช่มั้ ฮะใช้ตอบคำถามไปออกมาปั๊บก็ลอกเลยเรียบ ร้อยผมลองใช้ AI เตรียมการพูดในสภามี ปัญหามากเขียนออกมาสละสลวยมาก ถ้าผมจะทำใช้อันนั้นให้เป็นประโยชน์ผมทำ ได้อย่างเดียวคือผมต้องอ่านคำต่อคำ แล้วผมก็ไม่ชอบที่จะอ่านคำต่อคำในสภา เพราะระเบียบเก่าเขาบอกว่าห้ามเอาเอกสาร มาอ่านโดยไม่จำเป็นเราก็ต้องดูตัวหนังสือ บ้างแล้วก็พูดเอานี่คือ AI กำลังมีผลแล้ว ที่พูดนี่คือมีผลมากกว่านี้เยอะแต่ว่า เรื่องการอ่านยังเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้อง แก้นะนะครับแล้วก็เอ่อ ประมาณเท่าไหร่ครับ ไม่ได้ดูว่าตอนเริ่มต้นกี่โมง ครับๆได้ครับ ตอนนี้อันนี้ก็จากความรู้จากอาจารย์วิต วันนี้ขออนุญาตพูดถึงอาจารย์วิทยมากหน่อย

405:21

Speaker A

เพราะว่าท่านเป็นกำลังสำคัญในการจัดงานนะ แล้วก็เขียนหนังสือมาด้วยต่อไปพิซซ่าเขา จะวัดผล เรื่องการอ่านเจะไม่ได้วัดแบบเดิมแล้วพอ จะไปวัดเป็นเอ่อ Digital Reading เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ AI เป็นเรื่องที่ เกี่ยวกับเด็กวิเคราะห์ได้มั้ยคิดได้มั้ย อันไหนเป็น AI เขียนอันไหนเป็นมนุษย์ เขียนอะไรแบบนี้นะฮะ แล้วเราจะทำตามมยก็พิซซ่าก็คือ OECD OECD digital reading นี่คือ OECD แล้วเราก็บอกว่าเรากำลังจะขอเข้า OECD แล้วถ้าเราไม่สนใจเรื่องแบบนี้เลยก็นอก จากเ้าคงไม่รับเข้า OECD แต่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่อย่างนั้นมันเรื่องการศึกษาของเด็ก เยาวชนของประเทศเราจะเป็นยังไงต่อไปนะ เรื่องที่ 2 เรื่องการอ่าน[เสียงกระแอม] นะครับการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาต่าง ประเทศนี่ต่างประเทศก็แนะนำมาแนะนำมาบอก ให้ใช้เน้นการฟังพูดเอ่อพูดอ่านเขียนใช้ สื่อสารได้จริงฟังพูดอ่านเขียนเเรียงแบบ นี้ของเราเรียนเรียงเป็น อ่านเขียนฟัง ไม่มีพูดผมเรียนภาษาอังกฤษในระบบการศึกษา

406:48

Speaker A

ของไทยรวมทั้งหมด 16 ปีไม่มีวิชา Conversation แม้แต่ 1 ช่โมง แม้แต่ 1 ช่มงแล้วก็เมื่อปี 46 เอ 56 57 ที่ผมเป็นรัฐมนตรีผมก็เสนอ CFR Common European Framework of Reference to for Languages แต่อัน นั้นผมเป็นน่าจะเป็น C E F R มันเป็น English อยู่นะอันนี้เพูดโดยรวมองค์กร ระหว่างประเทศเแนะนำนี่แนะนำให้ทุกภาษา แต่ผมเอามาคือเป็นเรื่องภาษาอังกฤษก็พูด ง่ายๆฟังพูดอ่านเขียนเนี่ยเขาก็จะบอกว่า ป. 1 ถึงป. 3 ไม่เขียน

407:35

Speaker A

ไม่เขียนไม่อ่านด้วยให้เด็กเรียนฟังพูด คล้ายๆอย่างนี้นะซึ่งเป็นธรรมดาของการ เรียนภาษาของมนุษย์ สิ่งที่เรามาทำเนี่ยเรามาทำผิดจากการ เรียนภาษาของมนุษย์ คือเราให้ดูตัวหนังสือก่อนแล้วเราก็ให้ ท่องศัพท์แล้วเราก็เรียนไวยากรณ์ครูภาษา อังกฤษที่คุยกับผมอยู่เรื่อยๆ ก็สอนโรงเรียนนานาชาติติวเด็กไปสอบ ไปสอบอะไรต่ออะไรเยอะแยะเ้าบอกว่าการสอน ภาษาอังกฤษการสอนแกรมมาไม่ใช่การสอนภาษา อังกฤษการสอนภาษาอังกฤษของเขาไม่มีการสอน แกรมมา ไม่มีสอนอะไรก่อนนี่ก็เราก็ยังไม่ได้ เปลี่ยนแล้วเราจะเปลี่ยนกันหรือไม่เนี่ย คือเวลานี้เรื่องภาษาอังกฤษเป็นกลายเป็น จุดอ่อนอย่างหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไทยสู้ ใครก็ไม่ได้ไปหลายประเทศแล้วภาษาอังกฤษ เองเนี่ยสู้ใครไม่ได้ไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่ว่ามันเป็นปัญหาอุปสรรคทั้งต่อการท่อง เที่ยวต่อการค้าสคบค้าสมาคมการค้าขาย ภาษาจีนผมเป็นรัฐมนตรีที่ไปทำความตกลงกับ รัฐมนตรี กระทรวงศึกษาของจีน เมื่อ 20 ปีก่อนเพื่อให้มีความร่วมมือกัน ในเรื่องการเรียนการสอนภาษาจีนเค้าก็ทั้ง ระดับมหาวลัยทั้งระดับโรงเรียนนะเค้าก็ ส่งรัฐมนตรีชีช่วยมาเซ็น เซ็นสัญญาส่งผู้อาสาสมัครมาเป็น 1000 คน 1,500 คน 1,800 คนมาสอนก็เกิดการสอนแล้ว ก็มีนโยบายว่าให้โรงเรียนในประเทศไทยสอน ภาษาจีนได้โดยเสรีซึ่งจากเดิมมันมีนโยบาย ตั้งแต่สมัยสงครามเย็นมาห้ามเปิดใช่มั้ย

409:38

Speaker A

ฮะต้องสอนใต้ดินแล้วก็มามีโรงเรียนจีน อยู่บางแห่งที่ยังสอนอยู่นอกนั้นก็ไม่สอน ปรากฏว่าต่อมาก็มีการสอนเนี่ยมีอาสาสมัคร ก็มามีครูไทยด้วยก็สอนกันเกือบทั่วประเทศ มีนักเรียนทั้งหมด ฟังนับเป็นแต่ละปีมีประมาณ 800,000-1 ล้านคนนี่คือตัวเลขเดิมนะฮะเดี๋ยวนี้อาจ จะลดลงบ้างเพราะอาสาสมัครก็ลดลง การสอนภาษาจีนของเราผมคุยกับครูจีน อาจารย์ที่มาจากมหาวาลัยปักกิ่งบ้าง มหาลัยอื่นบ้างเข้ามาสำรวจแล้วผมก็สังเกต สังเกตจากหลานผมเรียนโรงเรียนชั้นนำของ ประเทศไทยเหมือนกันเรียนหลักสูตรคณิต วิกฤตจีนเรียน 3 ปีพูดได้ 3 ประโยค ผมเรียนภาษาจีนด้วยตัวเองแต่มีครูมาสอนก็ เรียนอยู่เป็นปีๆหลายปีแต่ว่าเวลาไม่มาก พูดได้มากกว่าหลานผมคนนี้เอ่อก็มากเท่า ที่ผมพูดได้อ่ะเพราะว่าเพูดได้แค่ 3 ประโยคเลยผมพูดเกิน 3 ประโยคเท่าไหร่เท่า นั้นก็แตกต่างกันมากเพราะว่าเรียนโดยเน้น การฟังการพูด ห้ามครูสอนไวยากรณ์[เสียงกระแอม] ห้ามครูจีนสอนไวยากรณ์ผมไม่ต้องสอนแล้วพอ เรียนไปสัก 3 ปีผมเอาหนังสือตำราไวยากรณ์ จีนมาดูผมดูแล้วรู้สึกว่าง่ายๆมากเลยง่าย พอผมฟังครูพูดแบบนี้ผมก็พูดตามผมพูดผิด เค้าพูดมาใหม่ผมก็พูดตามพอเปิดไวยากรณ์ดู เอง่ายดีแต่ถ้าให้ผมไปท่องไวยากรณ์จำหลัก ไวยากรณ์เป็นหลักเกณฑ์ก็จะเหมือนผมไป อเมริกาครั้งแรกหลังจากเรียนภาษาอังกฤษมา

411:31

Speaker A

10 กว่าปีใช่มั้ในระบบการศึกษาเรียน อาจารย์สงวนวงษ์สุชาติด้วยไปกวดวิชาไปติว ไป AUA ด้วยอะไรด้วยไปถึงจะพูดแต่ละคำแต่ ละประโยคมันต้องนึกอะไรใส่มี s หรือเปล่า อะไรเพูดไปไกลแล้วเราพูดไม่ได้ครับก็คือ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้อันนี้ภาษาภาษาจีน กำลังจะเป็นอย่างเดียวกับภาษาอังกฤษน่า เสียดายมากคนเรียนหลายแสนนักศึกษานัก เรียนไม่ได้อยากเรียนก็บังคับเรียนว่า เปิดห้องแล้วนี่ไม่เรียนก็ไม่รู้จะไปห้อง ไหนจะออกไปเดินเล่นข้างนอกก็ไม่ได้มันก็ ต้องเรียนอะไรสักอย่างก็เรียนกันไปบางที สอนทั้งโรงเรียนนักเรียน 50 คน 50 คนแล้ว บอกว่ามีมีวิชาสนทนามันจะได้มั้ฮะ ที่เขา้าสอนภาษากันภาษาคนจีนเ้าสอนภาษา ไทยให้คนจีนน่ะเค้ามีนักเรียนไม่กี่คนเ สอนภาษาจีนให้คนไทยก็ นักเรียน 10 กว่าคนแล้วถึงสอนได้อันนี้ก็ ต้องเปลี่ยนถ้าไม่ไม่เปลี่ยนมันเป็นเป็น ความสูญเปล่ามหาศาล เสียทรัพยากรมหาศาลเสียเวลาเด็กเสียเวลา ครูแล้วก็ไม่ได้ผลอะไรได้ผลน้อยมากน้อย มากยกตัวอย่าง 2 ภาษาบางภาษาก็ทำได้ดี เท่าเท่าที่ฟังภาษาไม่แน่ใจภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลีรู้สึกว่าจะทำได้ค่อนข้างดี เพราะอาจจะสอนคนน้อยหวังผลชัดเจนนะครับ การเปลี่ยนหลักสูตรเน้นเนื้อหาสู่หลัก

413:08

Speaker A

สูตรฐานสมรรถนะอันนี้ก็ท่านก็คงพูดกันไป พอสมควรแล้วแต่ว่าต้องผมก็อยากเสนอว่ามัน เป็นส่วนหนึ่งมันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของ หลักสูตรที่จะหวังผลอะไรแต่ยังไงก็ตาม หลักสูตรมันยังมาเกี่ยวกับว่าเราต้องการ ให้เยาวชน คนของเราเรียนอะไรเรียนอะไรกันแน่ยังเป็น เรื่องใหญ่และต้องคิดนะครับการปฏิรูปการ เรียนการสอนในยุค AI ซึ่งอันนี้จะเป็นเรื่อง ใหญ่มากเลยและที่บอกว่าถ้าไม่ทำกันในช่วง นี้จะเสียหายมากเสียโอกาสมากเพราะมันไป เร็วมาก AI มันส่งผลกระทบต่อการเรียนการ สอนอะไรไปอย่างมากโดยเรารับมือกับมันแบบ passive ที่สุดนะเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศที่เมื่อกี้ผมยกตัวอย่างเขาปรับ โน่นปรับนี่มีวิชาใหม่มีเอา AI มาช่วยสอน เอา AI มาช่วยเด็กใครจะเรียนรู้อะไรที่ บอกว่าการเรียนเนี่ยเราจะพูดแต่ว่าโลก ต้องการอะไรเศรษฐกิจต้องการให้คนของเรา เรียนอะไรเท่านั้นมันไม่ได้ใช่มใช่มั้ ครับเพราะมนุษย์มันต้องมีมิติของความเป็น มนุษย์ มิติของการอยากเรียนเองอยากรู้เองก็ต้อง ให้เค้าเรียนแต่เรียนอะไรเดี๋ยวนี้เค้าก็ ศึกษาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยศึกษาเอา AI มา ช่วยศึกษามาช่วยดูด้วยซ้ำว่าเด็กคนหนึ่ง น่าจะเรียนอะไรควรจะเรียนอะไรให้เป็น ไกด์ไลน์ทำตามก็ได้ไม่ทำตามก็ได้แต่ มันสามารถวิเคราะห์ศึกษาอะไรได้ด้วยความ

414:58

Speaker A

รู้ต่างๆดีกว่าเราหาคนหลายๆคนมานั่งชนหัว กันเนี่ยไม่มีทางสู้ นั้นการเอ่อ ปฏิรูปการเรียนการสอนในยุค AI อันนี้ก็ใน หนังสือกลับไปที่หนังสืออาจารย์พาวิทนะ อ่านบทเดี๋ยวนั้นน่ะจะได้ประโยชน์มาก ปฏิรูประบบการสอบการสอบนี่ก็เป็นอีก เรื่องหนึ่งความจริงปฏิรูปการศึกษามันหนี ไม่พ้นหลักสูตรการเรียนการสอนวิธีเรียน วิธีสอนแล้วก็การสอบประเมินผล การสอบถ้ายังสอบแบบเดิมถ้าหลักสูตรเป็น แบบเดิมเขาก็ออกการข้อสอบแบบเดิมหลักสูตร เปลี่ยนข้อสอบก็ต้องเปลี่ยนต้องการวัด อะไรก็ต้องเปลี่ยนแล้วจะทำอะไรกันยังไง ทั้งหมดเนี่ยมันต้องเกิดการศึกษาใหม่หมด ว่าแล้วจะวัดผลกันยังไงแล้วการวัดผล การวัดผลที่ นอกจากว่าในระบบการศึกษาพันพื้นฐานจะวัด ผลยังไงแล้วนะครับ มันโยงไปกับการวัดผลการสอบที่มหาลัยจับ ให้เด็กขั้นพื้นฐานสอบเข้าสอบเพื่อเข้า มหาลัยอันนี้ผมพูดมา 20 ปีแล้ว ก็ยังแก้ไม่ค่อยตกมหาลัยก็ชอบที่จะออกข้อ สอบเพื่อคัดเด็กเก่งๆ ถ้าง่ายมันคะแนนมันเท่ากันเยอะก็ต้องออก ให้ข้อสอบให้ยากเพื่อจะคัดเด็กที่ทำข้อ สอบยากแล้วเข้าไปเรียนในคณะของตัว หลายประเทศเขาไม่สอบแบบนี้แต่ประเทศไทย สอบเป็นคณะของตัวเองไปเลยพอสอบไปแบบนี้ทำ ข้อสอบให้ยากก็ต้องเป็นข้อสอบที่ไม่มีใน หลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน ก็ทำให้เด็กเราจะปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้น ฐานกันยังไงสุดท้ายก็ไม่มีคนสนใจเท่าไหร่ เพราะว่าว่ามันไม่เอาไปสอบเข้ามหาลัยไม่ ได้ ต้องเปลี่ยนอันนี้มันก็จะโยงกันหมดนะฮะ

417:16

Speaker A

โยง ONET A-NET TC ก็คือการสอบเอ่อของคณะต่างๆ จะแก้ยังไง เมื่อก่อน อุดมศึกษากับพื้นฐานอยู่ด้วยกันแล้วก็มี องค์กรนั้นนี้ผมก็จับมาคุยกันคุยกัน พยายามให้แก้ตอนนี้แยกกันไปอีกแล้วแยกกัน ไปแล้วแล้วจะไปมีกฎหมายการศึกษาให้มีคณะ กรรมการนโยบายระดับชาติ ฮะแต่อยู่ที่กระทรวงศึกษาแล้วจะไปกำกับ มหาวิทยาลัยอุดมศึกศึกษาได้ยังไงมันก็ เป็นไปไม่ได้นะพูด เลี้ยวไปที่พรบ.นิดนึงปฏิรูปยกยกระดับ ปฏิรูปบทบาทครู ได้ 7 อนี้ก็เรื่องใหญ่มากอีกเช่นเดียว กันเราพูดมาตลอดอ่ะต้องปรับบทบาทครูต้อง ส่งเสริมเรื่อง 21st century skill ต้องส่งเสริมบทบาทโคยังไงเรียนยังไงกลับ กันเอเขาเรียกอะไรนะ flip flip classroom หรืออะไร พูดกันมา ตลอดแล้วก็การพัฒนาครูกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งเคยมีการเสนอผมผมจำได้ว่าเคยเสนอตั้ง สถาบันเหมือนอย่างรู้สึกจะเป็นฟินแลนด์เ ทำมีสถาบันเขี้ยวเต็มที่เลยเอาครูกลับมา จากต่างจังหวัดต่างโน่นนี่มาก็มาคุยกันมา ถ่ายทอดว่าเจอปัญหาอะไรอะไรเสร็จแล้วเก็ ทำหลักสูตรพัฒนาครู เรื่องการสร้างครูผลิตครูและพัฒนาครูนี่

418:58

Speaker A

ยังเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทยลดความ เหลื่อมล้ำข้อที่ 8 นะลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาและดิจิทอลพร้อมกับปฏิรูประบบ โรงเรียนขนาดเล็กนี้คือความเหลื่อมล้ำทาง การศึกษาและดิจิทอลซึ่ง เราพูดนี่พูดประเทศต่างๆก็ไปไกละกำหนด โน่นนี่วิชาเกี่ยวกับ AI อะไรต่างๆมี AI มาช่วยนู่นนี่ของเราคนจะเข้าถึงดิจิทอล เข้าถึง AI มันไม่เท่ากันมันต่างกันเยอะ มากพอใช้ AI ไปใช้ไปเพลินๆไปเค้าก็จะขึ้น มาบอกว่าคุณต้องการอัปเกรดมั้ยจ่ายตังค์ อีกกี่พันมั้ฮะบางคนไปทำธุรกิจคุ้มนะกดๆ ไปแป๊บเดียวใช้เงินไม่กี่พันบาทเขาทำผลิต ของมีมูลค่าเป็น ล้านๆบาทอันนี้ก็นี่แต่ว่าแล้วพบเราพูด ถึงคนที่ไม่มีเงินไม่มีทางเข้าถึงจะทำยัง ไงความเหลื่อมล้ำตรงนี้เป็นเรื่องใหม่อีก แล้วก็สุดท้ายคือปฏิรูปการเรียนรู้ตลอด ชีวิตและอาชีวศึกษา ก็ต้องมีการมากำหนดเนื้อหากันอีกมีการ กำหนดวิธีการให้ภาคเอกชนมาเข้าร่วมเรื่อง พวกนี้หลายประเทศทำแล้วองค์กรระหว่าง ประเทศทางด้านการศึกษาคิดเรื่องนี้ไปเยอะ แล้วไปไกลแล้วเราจะทำเราจริงๆไม่ต้องไม่ ต้องไม่ต้องนึกจากศูนยแล้วก็ในโลกที่มี AI เนี่ยสิ่งที่พูดมาทั้งหมดเนี่ยจริงๆ ตั้งโจทย์ดีๆคำตอบออกมาเยอะแยะเลยนะฮะ เพียงแต่ว่าถึงเวลาพอไปเกี่ยวกับแล้วจะทำ ยังไงจะทำเป็นมยคนของเราจะรู้มนั้นเป็น อีกเรื่องซึ่งจะต้องหาทางเอ่อ

420:51

Speaker A

ทางแก้ปัญหากันนะครับก็เป็นเรื่องที่จะ ต้องทำโดยรวมมันก็คือจริงๆก็คือว่าประเทศ ไทยต้องปฏิรูปการศึกษาในเรื่องหลักๆ เรื่องหลักๆเรื่องใหญ่ๆซึ่งก็หนีไม่พ้น หลักสูตรต้องเปลี่ยนแบบยิ่งมาถึงวันนี้ มันเปลี่ยนแบบขนาดหนักเลยพอยิ่งเป็นมี AI เข้ามาด้วย ความคิดเกี่ยวกับ คนจะเรียนอย่างไร ครูจะสอนอย่างไรมันถูกเปลี่ยนอย่างมโหฬาร นะอย่างมากไอ้ตรงนี้ต้องมันก็เลยนำไปสู่ การเปลี่ยนหมดหลักสูตรการเรียนการสอนการ สอบการการเอ่อใช้ประโยชน์จากเอ่อ AI น้องนั้นแล้วในคำถามที่ท่านถามไว้เอ่อก็ เลยไม่ไม่ได้ตอบไปไกลมากนอกจากว่าเอ่อ การที่ประเทศไทย ไม่มีนโยบายที่ต่อเนื่องเป็นปัญหาเรื้อ รังจริงนะเปลี่ยนรัฐมนตรีการศึกษาเี่บ่อย มากผมจำได้สมัยแรกที่ผมเป็นเนี่ยผมเป็น รัฐรัฐมนตรีคนที่ 7 ของรัฐบาล ไทยรักไทยก่อนที่จะถูกยึดอำนาจไปพอต่อมา มีพรรคประชาชนพรรคเพื่อไทย จนนายกยิ่งลักษณ์แล้วผมไปเป็นรัฐมนตรีผม น่าจะเป็นรัฐมนตรีคนที่ 5 หรือคนที่ 6 ก็หมายความว่าใน 4 ปี 5 ปีเี่เป็นมี รัฐมนตรี ไม่ถึงปีก็มีคนนึง่ะนะก็บ่อยรัฐประหารก็ ผู้นำเป็นทหารมาก็เปลี่ยนรัฐมนตรีเยอะนะ เปลี่ยนรัฐมนตรีเยอะหลังๆนี้ก็ยังเปลี่ยน

422:50

Speaker A

รัฐมนตรีศึกษาอยู่ตลอดไม่รู้ เป็นกลายเป็นเรื่องปกประจำไปซึ่งมันก็ เป็นข้อเสียแล้วก็นอกจากรัฐมนตรีความต่อ เนื่องก็ยังต้องการผู้นำ ผู้นำที่เข้าใจเรื่องการศึกษาอันนี้ก็ สำคัญเพราะไม่งั้นถ้าผู้นำเกิดไปพูดอะไร ที่แบบเนึกได้เช่นว่ามาเอาเรื่องระเบียบ ก็แล้วกันก็ไปบอกว่าเด็กต้องมีวินัยแล้ว ก็ไปทำกันใหญ่เลยหรือไม่ก็นายกหรือ รัฐมนตรีบอกว่าต่อไปนี้ต้องพูดภาษาอังกฤษ ได้ สั่งไปแค่เนี้ยแล้วมันจะเกิดอะไรใช่มมัน ก็จะเกิดไม่ได้ความต่อเนื่องนี้มีท่าน ความไม่ต่อเนื่องอย่างนี้กับการที่นโยบาย ต้องถูกปรับเปลี่ยนไปตามรัฐมนตรีอยู่ เรื่อยๆ รู้มีความรู้บ้างไม่มีความรู้บ้างแล้วมัน ก็ไม่ได้ทำต่อเนื่อง จะแก้ยังไงนี้ผมก็เห็นเห็นด้วยว่าเป็น เรื่องสำคัญที่จะต้องคิดกันว่าในระบบการ ศึกษาเนี่ยจะทำยังไงถึงจะแก้ปัญหานี้ถ้า เราบอกว่ารอให้การเมืองมันปรับตัวของมัน ไป ให้มันมีเสถรภาพให้การเมืองปรับตัวว่าให้ ความสำคัญกับการศึกษาเสนอเสนอคนเก่งๆมา เป็นรัฐมนตรีกันเสนอนโยบายการศึกษาใน ระหว่างหาเสียงมันอาจจะยังไม่เกิดง่ายๆนะ ไม่มานานแล้วก็ไม่เกิดสักทีแต่ว่าแล้วทำ ยังไงเพราะว่าการศึกษามันรอการเมืองไม่ ได้เหมือนกันคิดอีกแบบถ้าคิดแบบผมเดิมผม ก็คิดว่าต้องเปลี่ยนการเมืองก่อนแก้การ เมืองให้ได้แต่ว่าถ้าถ้าคิดอย่างนี้อย่าง เดียวมันก็พิสูจน์เหมือนกันว่าเออถ้าแบบ นี้การศึกษาเล้าหลังไปเรื่อยๆแล้วพอล้า หลังไปเรื่อยๆมันก็ไปกระทบต่อเศรษฐกิจไป กระทบต่อการเมืองนะครับจะแก้ปัญหาตรงนี้ ยังไงส่วนการเอ่อกระจายอำนาจนะครับการ กระจายอำนาจนี่มันมีมิติที่กว้างมีหลาย หลาย แง่มเอ่อ

425:02

Speaker A

ส่งไปองค์กรปกครองสวนท้องถิ่น ก็แรงต้านก็มากก็ส่งไปได้น้อยมติครม.ที่ มีอยู่ก็ส่งตามความสมัครใจ ผอ.ส่วนใหญ่ก็ไม่อยากไปเพราะมันไม่ก้าว หน้า อันนี้ก็ ไปอย่างช้าๆบางท่านก็จะบอกว่าแต่อันนั้น ก็ยังไม่ใช่กระจายอำนาจให้โรงเรียนอีก อยากจะให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลอยากจะให้ โรงเรียนมีอำนาจตัดสินใจมากกว่าเดิม ผมก็คิดว่าก็น่าคิดว่าจะทำยังไงให้โรง เรียนมีอำนาจตัดสินใจมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันโจทย์ใหญ่ของเรายังเป็นว่า ประเทศนี้จะให้คนเรียนอะไร ที่ 2 ประเทศนี้จะส่งเสริมให้คนแต่ละคน ที่เขาอยากเรียนอะไรได้เรียนอะไรในสิ่ง ที่ควรจะเป็นคนจะเป็นมันก็คงไม่ใช่ว่า รัฐบาลเป็นผู้รู้ดีบอกได้หมดแต่อย่างที่ ผมพูดแล้วก่อนหน้านี้ก็คือว่าเขามีการ ศึกษาอย่างเป็นระบบจากผู้เชี่ยวชาญระดับ โลกระดับระหว่างประเทศระดับประเทศเขา ศึกษาว่าแต่ละประเทศโลกนี้ต้องการสร้างคน แบบไหนถ้าอยากเรียนรู้ด้วยตตัวเองเราจะมี ไกด์ไลน์ยังไงมนุษย์ที่เกิดก่อนมีองค์ ความรู้มากกว่ามีประสบการณ์มากกว่าช่วย แนะนำคนรุ่นใหม่ยังไงอันนี้ 2 อย่างความ สมดุลตรงนี้มันจะต้องเกิดขึ้นนะครับแต่ ว่าในทั้งหมดเนี้ยมันเปลี่ยนแปลงไปอย่าง รวดเร็วมากและเรากำลังตามไม่ทันอย่างยิ่ง ซึ่งน่าเป็นห่วงมากนะครับเราพูดวันนี้ ปัญหาเป็นแบบนี้อีก 1 เดือน 2 เดือน ประเทศอื่นก็จะไปไกลกว่านี้เทคโนโลยี AI

427:00

Speaker A

อะไรต่างๆก็จะพัฒนาไปเร็วกว่านี้ที่มา กระทบการศึกษาก็จะมีมากกว่านี้และเราก็ ยังไม่รู้อยู่ตรงไหนยังยังถ้ายังย่ำอยู่ กับที่อย่างที่ผมกล่าวตอนต้นแล้วคือ ให้ให้พูดอดีตว่าทำไมทำไม่ได้ทำไมทำทำไม่ สำเร็จก็พูดได้แต่ว่าต่อไปนี้ถ้ายังทำไม่ สำเร็จทำไม่ได้หรือไม่ทำความเสียหายมันจะ มากกว่าในอดีตอย่าไม่อาจเทียบกันได้เลย ขอบคุณครับ [ปรบมือ] ครับขอบพระคุณท่านจาตุรนฉายแสงครับที่ได้ กรุณาแลกเปลี่ยนมุมมองครับเดี๋ยวขออนุญาต เรียนเชิญท่านพลก่อนครับเพื่อรับมอบของ ที่ระลึกสักครู่นึงครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านศาสตราจารย์ดร.

427:51

Speaker A

วิทองโรจครับได้กรุณามอบของที่ระลึกด้วย Tot ครับและในลำดับต่อไปครับเป็นช่วงไฮไลท์ อีก 1 ช่วงครับที่ทุกท่านรอคอยครับเป็น การร่วมอภิปรายครับในการในเป็นเวทีร่วม อภิปรายครับในหัวข้อก้าวผลกับดักการศึกษา ไทยครับจะเปลี่ยนอย่างไรให้เกิดผลจริง ครับโดยวันนี้ครับเราได้รับเกียรติจาก ท่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่านครับท่าน ศาสตราจารย์ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ครับท่านดร.วีรชัย เตชวิจิตรครับและท่านจาตุรน์ฉายแสงครับ ที่จะได้ร่วมอภิปรายในวันนี้ครับและเรา ได้รับเกียรติอย่างสูงครับจากท่าน ศาสตราจารย์พิเศษดร.วิทยทองโรจครับที่จะ ได้ให้เกียรติเป็นผู้ดำเนินรายการอภิปราย ในช่วงนี้ครับในระหว่างนี้ครับขออนุญาต จัดสถานที่สักครู่นึงครับ ครับถ้าทุกท่านพร้อมแล้วครับจะขออนุญาต เรียนเชิญท่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่าน ครับได้ร่วมอภิปรายครับแล้วก็เรียนเชิญ ท่านศาสตราจารย์ดร.พระวิทองโรจครับได้ให้ เกียรติเป็นผู้ดำเนินรายการในการอภิปราย ในครั้งนี้ครับขออนุญาตกราบเรียนเชิญครับ ครับขออนุญาตครับในช่วงนี้ครับจะเป็นท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่านครับท่าน ศาสตราจารย์ดร.เกียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ครับท่านดร.วีรชัยเตชะ วิจิตรครับและท่านจาตุรน์ฉายแสงครับ ซึ่งเวทีอภิปรายของเราในช่วงนี้ครับจะ เป็นการอภิปรายในหัวข้อการก้าวพ้นกับหลัก การศึกษาไทยครับจะเปลี่ยนอย่างไรให้เกิด

431:13

Speaker A

ผลจริงครับโดยจะร่วมแลกเปลี่ยนใน 4 ประเด็นหลักครับเกี่ยวกับการศึกษาเพื่อส อ่าเพื่อทรัพยากรมนุษย์ที่เข้มแข็งๆครับ การวิเคราะห์และก้าวข้ามกับดักการศึกษา ไทยครับอิอิสระของสถานศึกษากับข้อจำกัด ของระบบราชการรวมไปถึงบทบาทของกฎหมายการ ศึกษาไทยในฐานะปัจจัยเอื้อหรือเหนี่ยวรัง ครับอีกสักครู่นึงเราจะได้ร่วมอภิปรายกับ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่านและท่าน ศาสตราจารย์ดร.วิทยด้วยครับในโอกาสในการ นี้ครับขออนุญาตกราบเรียนเชิญครับ ท่านท่าน เชิญครับท่านท่าน วีรชัยครับ สวัสดีทุกท่านอีกครั้งครับเอ่อ ผม ขอเรียนว่ามีความหนักใจมากขึ้นเรื่อย เนื่องจากว่าเมื่อคืนเตรียมคำถามมาเยอะ เลยครับ แต่พอรายการเดินมาเดินมาคำถามทั้งหลายรู้ สึกท่านตอบไว้หมดแล้ว ก็เลยคำถามเหล่านั้นก็เลยหายไปอ่านำมาใช้ อีกไม่น่าจะได้นะแต่ยังไงก็ตามนะครับผมก็ จะพยายามแต่อยากจะขออย่างี้ครับเนื่องจาก ว่าผมคิดว่าเวลาเราล่วงเลยมานานพอสมควร แล้วเนื่องจากอเวลาก็ยืดมาเรื่อยนะครับก็ เกรงใจท่านทั้งหลายที่อยู่ที่นี่รวมทั้ง ทางบ้านทราบว่าทางบ้านตอนนี้มีหลายสถา สถาบันใช้วิธีฉายฉายเอ่อฉายโปรเจคเตอร์ใน ห้องนะฮแล้วก็มีคนนั่งดูกันเอ่อทราบว่า อย่างนั้นอยู่ครับแต่เนื่องจากเวลายืดไป พอสมควรเนี่ยผมก็คิดว่าจะพยายาม 1 ก็ ร่วมให้สั้นนะอันที่ 2 เนี่ยคิดว่า

433:11

Speaker A

ระหว่างทางเนี่นะครับถ้าเผื่อๆท่านที่ อยู่ในห้องนี้ท่านใดรวมทั้งอยู่ทางบ้าน ด้วยนะเผื่อสามารถเคาะเอ่อเข้ามาได้นะ ครับอ่อจะมีคำถามถึงท่านวิทยากรท่านใด ความเวลายกมือได้เลยนะครับจะแทรกตอนไหนก็ ได้นะครับเอาประเด็นนั้นแต่ระหว่างทางนี้ เอ่อก่อนหน้าจะตรงนั้นนี่ผมก็จะขออนุญาต เ่อพูดกันไปพูดไปพางทางก่อนนะครับเอ่อ เอ่อ ผมคิดว่าประเด็นแรกเนี่ยก็คงหนีไม่พ้นคง จะต้องถึงท่านอดีตรองนายกท่านจตุรนน่ะนะ ครับเพราะว่าเรื่องอะไรต่ออะไรของเราทั้ง หลายเนี่ยมันเกี่ยวข้องกับเอ่อการเมืองนะ ซึ่งผูกพันมาถึงระบบราชการเนี่ยอยู่อย่าง มากเลยนะเอ่อตอนท่านจตุรนเป็นเอ่อ รัฐมนตรีศึกษาเอ่อครั้งหลังสุดเนี่ยนะ ครับผมก็มีโอกาสนะได้รับเกียรติ เอ่อไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีของท่านนะแล้ว ก็ตอนนั้นเนี่ยเราก็พยายามจะทำอะไรหลาย อย่างซึ่งคิดว่าถ้าสามารถบรรลุได้ในตอน นั้นเนี่ยนะ ผมก็ยังมีความเชื่อว่าการศึกษาไทยอาจจะ ไม่อาจจะไม่ถลำลงไปลึกเอ่อในในทางรบมาก ถึงขนาดนี้นะเพราะว่าหน้าที่ของผมที่ทำ อยู่นึงในตอนนั้นเนี่ยก็คือทำการยกร่าง หลักสูตรสูตรฉบับใหม่รวมทั้งรื้อระบบตำรา เรียนใหม่ด้วยในตอนนั้นนะตอนนั้นนี่เรา เราก็ระดมความคิดกันเยอะนะวิธีการก็อาจจะ เป็นเหมาะสมในตอนในรูปแบบในตอนนั้นนะใน ขณะเดียวกันเนี่ยประเทศอังกฤษก็กำลังก็ กำลังร่างหลักสูตรใหม่เช่นเดียวกันแต่ของ เขาเนี่ยคอมมิชionให้มหาลัยเคambมร่างนะ ฮะเราก็ไปพบมหาลัยเคมิชหลังจากนั้นมาผมก็ คุยกับเคมิเกือบทุกคืนทุกคืนเลยแล้วในที่ สุดเราก็ได้หลักสูตรออกมานะก็ตอนนั้น เนี่ยนะของเคมิเสร็จก่อนเราประมาณสัก 2 เดือนแล้วก็นายกรัฐมนตรีเดavิดcamerอนตอน นั้นก็ออกมาประกาศว่าเป็นหลักสูตรแห่ง ชาติตอนนั้นผมก็ได้เรียนท่านจตุรนว่าเรา

435:26

Speaker A

ก็อาจจะต้องเหมือนกันมั้งนะอาจจะต้องให้ นายกรัฐมนตรีประกาศเป็นหลักสูตรแห่งชาติ แล้วก็ขับเคลื่อนนะเอ่อสิ่งนึงที่เราได้ ได้พยายามจะทำเนี่นะครับนอกจากตัวหลัก สูตรซึ่งตอนนั้นมีการรื้อเยอะมากนะฮะอ่า รายละเอียดคงไม่มีแต่ผมเขียนไว้ในหนังสือ ผมพอสมควรแล้วนะยกตัวอย่างเช่นนะเ่อรื้อ ระบบแม้กระทั่งลงไปในเรื่องของเวลาเรียน อะไรต่ออะไรทั้งหมดนะป. 1 ถึงป. 1 ถึงป. 3 ไม่มีสอบเลยอย่างนี้เป็นต้นเนะแล้วที่ที่ สำคัญที่สุดเนี่ยนะฮะเราเราคิดว่าเราจะ ไม่ใช้หลักสูตรให้มันจบแค่นั้นนะผมใช้ตอน นั้นผมใช้คำว่าจะใช้หลักสูตรได้เป็นตัว จุดนะเอ่อปฏิกิริยาลูกโซ่ให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงทางการศึกษาต่อไปก็ได้แก่ตัว หลักสูตรเนี่ยสิ่งที่ยากกว่าหลักสูตร เนี่ยคือการ implement หลักสูตรเอาหลัก สูตรไปใช้ให้ทั่วทั่วทั่วทั่วประเทศยาก ที่สุดยากกว่าการเขียนหลักสูตรอีกเขียน หลักสูตรเนี่ยไม่ยากเท่าไหร่เขียนไงก็ได้ เราก็ไปออกแบบทั้งนั้นนะออกแบบโดยการเ่อ จะต้องไปสร้างกลุ่มความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยกับโรงเรียน เพื่อเอามหาวลัยนี่เป็นตัวกลางในการที่จะ ช่วย implement หลักสูตรแล้วเสร็จแล้วก็ จะให้มีหน่วยงานกลางอันนึงที่ตอนนั้นเรา ตั้งชื่อไว้คร่าวๆแล้วว่าจะเรียกว่า สถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้ก็ตรงกับที่ ท่านจรคงยังจำเรื่องนี้ได้อยู่นะที่เรา คิดว่าจะทำในตอนนั้นเนี่ยสถาบันนี้ไม่ได้ มีหน้าที่ implement หลักสูตรแต่จะมีหน้า

437:07

Speaker A

ที่วิ่งอยู่ระหว่างกลุ่มต่างๆระหว่าง มหาวิทยาลัยกับโรงเรียนเี่นะครับเพื่อที่ จะไปรวบรวมปัญหาว่าการ implement หลัก สูตรเนี่ยเป็นอย่างไรมีปัญหาอะไรบ้างแล้ว ก็รวบรวมเป็นการวิจัยไปด้วยในตัวจากนั้น เนี่ยนะไอ้ตัวหลักสูตรเนี่ยก็จะมีชีวิต ได้แก่แต่สถาบันนี้เนี่ยก็จะมีการปรับ ปรุงแก้ไขหลักสูตรไปเรื่อยๆก็จะไม่ใช่นาน ๆมาเฮือกทีแก้หลักสูตรใหม่นานๆมาเฮือกที แก้หลักสูตรใหม่อแล้วแล้วเสร็จแล้วก็โดย วิธีอย่างนี้เนี่ยเราก็จะต่อไปเรื่องถึง การเปลี่ยนแปลงการผลิตครูด้วยนะโดยเอาการ ผลิตครูเนี่ยเข้ามาเป็นเนื้อเดียวกันกับ การใช้หลักสูตรใหม่อะไรอย่างี้ครับซึ่งจะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะมาก แล้วเผอิญกำลังจะเสร็จนะก็เกิดอ่านการ แอ่นแอนออกมา[เสียงหัวเราะ]ก็เลยในที่สุด แล้วเราก็เลยไม่เก็ไม่ทราบทำไมนะหลักสูตร ก็เสร็จแล้วแต่เก็ไม่ใช้ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ แต่เค้าก็ไม่ใช้นะศึกษาขึ้นมาใหม่เนี่ยผม ก็เป็นห่วงมากนะผมอุตส่าห์เขียนจดหมายนึง ท่านคนที่เป็นแม่ทัพเรือขึ้นมาผมก็เขียน ไปคนทหารบกมาผมก็เขียนไปแต่เขาก็ไม่ได้สน ใจนะครับทีนี้เอ่อคงคงจะถาม ผมผมว่าที่ท่านพูดเนี่ยเป็นประเด็นสำคัญ ในเรื่องหลักสูตรแล้วก็ที่ท่านเจตุรนได้ ในตอนท้ายผมชอบมากมีอยู่ 3 ประเด็นที่พวก เราต้องมาถกกันก็คือ 1 เรื่องหลักสูตรจะ ให้นักเรียนเนี่ยเมื่อจบแล้วเนี่ยในแต่ละ ชั้นเช่นม. 3 หรือม. 6 เนี่ยจะต้องมี

438:49

Speaker A

ลักษณะการเป็นมนุษย์อย่างไรในแง่ไหนบ้าง เนี่ยผมคิดว่าเดี๋ยวเดี๋ยวลองจับตัวนี้ดู นะครับเรื่องที่ 2 ที่ท่านได้ทิ้งไว้คิด ว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราเรียกร้องให้ มี decentralization แต่ถามว่าแล้วจะไปยังไงนะแม้กระทั่งสอบ ข้าราชการท้องถิ่นแล้วก็รู้ว่าปัญหายัง เกิดขึ้นนะความพร้อมจะมีมั้ยอันนี้เดี๋ยว ผมจะแตะๆจะแตะจะจะลองแตะดูนะครับอผมว่าผม พูดเลยแล้วกันนะฮะอย่างเช่นเรื่องของ new เอ่อเรื่องของเรื่องของ decentralization นี่ง่ายมากผมคิดว่าในแต่ละจังหวัดเราจะมี โรงเรียนประจำจังหวัดที่เข้มแข็งมากนะ ครับให้โรงเรียนประจำจังหวัดนั่นแหละเป็น anor เลย เป็นผู้ที่จะจุดประกายและเป็นผู้ที่ผลัก เอ่อผลักดันสิ่งที่เราต้องการที่ใช้มีการ กระจายออกไปยังเอ่อจังหวัดต่างๆไปอาศัย ผู้ว่าไปอาศัยอะไรต่างๆที่ไม่ได้มีความ รู้ทางด้านนี้มาเนี่ยผมว่าฟังแล้วมันก็ เพลินดีแต่เละนะครับเพราะว่าคงควบคุมกัน ไม่ได้เพราะท่านไม่มีความรู้ทางด้านนี้ ดังนั้นเนี่ยมหาวิทยาลัยประจำจังหวัด เนี่ยผมว่าน่าจะเป็นแรงดันเป็นจุดเริ่ม ที่ค่อนข้างที่จะดีอันอันนี้ก็ผมขอฝากไว้ ส่วนเรื่อง New Sve ที่บอกว่าเราควรจะ สอนอะไรนะทักษะอะไรสกิลอะไรเนี่ยก็อย่าง ที่ผมได้กราบเรียนตอนต้นที่สมัย Maret Teure ในปี 1983 เนี่ยท่านขายทุกอย่าง

440:18

Speaker A

ที่ขวางหน้าที่ที่ขาดทุนเพราะท่านบอกว่า ถ้าไม่มีเจ้าของเอ่อถ้ารัฐบาลเป็นคน บริหารเป็นเจ้าของมันก็คือไม่มีใครเป็น เจ้าของเมื่อเมื่อองค์กรไม่มีใครเป็นเจ้า ของมันก็แน่นอนก็มีแต่จะพังแล้วท่านก็ขาย หมดท่านถึงจะหยิบเอาบีเทคนี้ขึ้นมาโดยที่ เชิญเอาโดยเชิญเอาพวกนักธุรกิจเอ่ยสมาคม การค้าสมาคมอุตสาหอุตสาหกรรมมานั่งแล้วก็ เป็นคนมาบอกว่าเขาต้องการทักษะอะไรบ้าง แล้วทางซีกนี้ก็จะเป็น Cambridge Oxford เป็น Technical College อะไรต่างๆก็จะมา รวมนั่งอยู่ด้านนี้แล้วก็ฝั่งอ๋อนี่เป็น New Sve ที่ทางนี้ต้องการ ท่านเหล่านี้ทางขวามือของTอก็จะต้องรับไป สร้างหลักสูตรขึ้นมาฉันฉะนั้นผมว่าที่เรา กำลังคุยเรื่องหลักสูตรเนี่ยถ้ามาจาก ลักษณะกี่มา ผมผมขออนุญาตโดนโยนไปท่านจตุรก่อนได้มั้ย ครับ ออได้เพราะว่าต่อนเนื่องเมื่อสักครู่นี้ นะครับก็จากเรื่องที่ผมได้เล่าให้ฟังเอ่อ ก็อยากจะขออนุญาตอย่างนี้ครับเอ่ออยากจะ ท้าทายท่านจตุรนนะว่า เ่อสมมุติว่าตอนนั้นเนี่ถ้าเผื่อเราได้ทำ ต่อไปจนกระทั่งสำเร็จหรือแม้แต่ขนาดนี้ก็ ก็ตามแต่เนี่ยนะครับเ่อเรื่องที่มันควรจะ ต้องทำนะแล้วทำแล้วมันสามารถทำให้เกิดการ บันดาลผลในการที่จะเอ่อแก้การศึกษาของไทย ได้เนี่ยนะครับท่านท่านจะสามารถไอทมได้ สัก 3-45 เรื่องมั้ครับว่ามีเรื่องอะไร บ้างครับซึ่งผมคิดว่าทั้งหมดเนี่ยเราอ่า

441:56

Speaker A

ก็จะเป็นประเด็นซึ่งเราจะนำไปเรคคอร์ด แล้วก็เราจะนำเสนอนะครับ จริงที่ เมื่อสักครู่ผมได้พูดไปนะ ครับ เอ่อ ต้องเปลี่ยนสูตรกันขนานไปต้องเปลี่ยนวิธี เรียนวิธีสอน การสอบวัดผลประเมินผลแล้วก็การอบรมพัฒนา ครูนะครับเพื่อให้สอดคล้องกับทั้งหมดนี้ เอ่อพอมาในยุคปัจจุบันเนี่ยสิ่งเหล่านี้ มันเรากำลังพูดถึงบริบท ใหม่โจทย์ใหม่ บอกว่าปรับหลักสูตรก็อ้าก็ก็มาปรับหลัก สูตรกันมัน ไม่ใช่แค่นั้นแหละมันมันมีความจำเป็นเร่ง ด่วนอย่างมากแล้วมันต้องกระการกระบวนการ ที่ดีที่มีประสิทธิภาพแล้วก็เพื่อจะตอบคำ ถามส่วนหนึ่งนะส่วนหนึ่งของการของปัญหา เรื่องความไม่ต่อเนื่องของของรัฐบาลการ แก้ในส่วนนี้ยังไง ถ้าเรื่องการทำหลักสูตรหมดและการพัฒนาครู นะครับผมคิดว่าตั้งเป็นองค์กร จะใช้กฎหมายด้วยก็ได้แต่ว่าผมจะต้องย้ำ ว่า ถ้าให้ผมเสนอผมเสนอให้ใช้มาตรการทางการ บริหารก่อนทำกฎหมายเท่าที่มีก่อนทำแต่ถ้า จะให้ดี ก็คือมีสถาบัน ยกตัวอย่างเรื่องหลักสูตรเนี่ยมีสถาบัน ขึ้นมาประกอบด้วยใครมาเป็นกรรมการกันมี กลไกมีอุมีบุคลากรมีเครื่องมือ แล้วก็เราอาจจะกำหนดกติกาจะเป็นกติกาถ้า เป็นองค์การมหาชนมีกติกาจากรัฐบาลจาก กระทรวงไปหรือจะมีในกฎหมายเลยก็ได้ว่าจะ ต้องทำหลักสูตรเอ่อทบทวนหลักสูตรกี่ปี ครั้งในการทำหลักสูตรจะต้องมีหลักเกณฑ์ ยังไงนะหลักเกณฑ์เหล่านี้ สามารถจะเอาองค์ความรู้จากองค์องค์กร ระหว่างประเทศศึกษาจากประเทศอื่นที่เขาทำ

444:32

Speaker A

สำเร็จแล้วก็ระดมความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ของคนไทยเราเองนี่แหละ สร้างหลักเกณฑ์ขึ้นมาแล้วก็ให้สถาบัน เนี้ยพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องโดยมี โจทย์ตั้งแต่ต้นใช่มั้ฮะแล้วบอกว่าต้องทบ ทวนทบทวนย่อยรายปีทบทวนใหญ่รายปี ทำนองนี้เขียนเอาไว้แล้วให้เขาทำทำ นั้นมันทำแล้วมันจะดีแน่มั้ยก็ก็เราก็ใส่ หลักเกณฑ์ซะให้ที่เราเชื่อว่ามันจะดีแน่ ซึ่งมันจะดีกว่าถ้า มีรัฐมนตรีเข้ามาคนนึงรัฐมนตรีช่วยอีก 2 คนผู้ช่วยรัฐมนตรีอีก 3 คนรัฐมนตรีมาบอก ว่าบ้านผมไฟป่ามาก PM 25 สูงอยากจะให้ กำหนดเรื่องความรู้เกี่ยวกับไฟป่าและ PM 2.5 ให้อยู่ในหลักสูตรอีกคนนึงก็หลานไป ประสบอุบัติเหตุก็บอกว่าให้บรรจุเรื่อง อุบัติเหตุอยู่ในหลักสูตรฟังดูมันก็เข้า ท่าทั้งนั้นอีกคนนึงก็เรื่องถูกสแกมเมอร์ ให้ความรู้เรื่องจะถูกสแกมเมอร์ยังไงเอา ให้ใส่เข้าไปท่านฟังดูท่านจะปฏิเสธบอกว่า เอ้อย่าไปไปใส่เลยก็ไม่ได้แต่ถ้าให้ทุกคน มาพูดแบบเนี้ยมันจะมี 800 เรื่องที่ดู เข้าท่าเข้าท่าแล้วตกลงเราจะทำหลักสูตร ยังไงั้นการทำหลักสูตรมันทำจากให้ รัฐมนตรีมากำหนดนโยบายว่าหลักสูตรต้อง เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ มันก็ต้องเกิดจากองค์ความรู้ เกิดจากการค้นคว้าศึกษาอะไรอย่างที่ผมพูด ตอนต้นว่า องค์กรระหว่างประเทศเศึกษากันอย่างเป็น

446:27

Speaker A

จริงเป็นจังตั้งโจทย์ใหญ่เลยบอกว่าต่อไป นี้มนุษย์จะศึกษาอะไรวิชาวิชาพื้นฐานที่ ควรเรียนคืออะไรแล้ววิชาใหม่ๆมันคืออะไร วิชาใหม่ๆก็บางประเทศเค้าก็ไปของเ้าแล้ว ประกาศแล้ว 48 วิชาเอ่อ 30 วิชาอะไรเ ประกาศของเไปแล้วนะแล้วของเราทำอะไรทีนี้ รอกฎหมายไม่ได้ยิ่งจะรอพรบ.การศึกษาแห่ง ชาตินะแนะนำล่วงหน้าได้เลยว่าอย่ารอเด็ด ขาดกฎหมายนี้อาจจะไม่ได้เกิดในภายในอายุ สภานี้ด้วยซ้ำนี่ผมพูดฟันธงไปข้างหน้านะ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ไม่ใช่เห็นว่าดีหรือไม่ ดีเพียงแต่ว่ากระบวนการมันเนี่ยมันมันซับ ซ้อนมากในการทำทำกฎหมายมันจะความต่างความ คิดต่างอะไรกันมากงั้น เสนอให้ใช้ อำนาจทางฝ่ายบริหารแต่ทำโดยวิธีทำเนี่ย ต้องทำโดยอาศัย องค์ความรู้อาศัยผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญซึ่ง สามารถรวบรวมมาได้จากทั้งต่างประเทศใน ประเทศสร้างระบบที่มันน่าเชื่อถือขึ้นมา ในการพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรขนาดขนานขนาดใหญ่ขนาน ใหญ่แล้วก็ในนั้นมันก็จะมีการเปลี่ยนวิธี การเรียนการสอนซึ่งมันเป็นการเรียนการสอน ในยุค AI นะครับแล้วก็ทดสอบวัดผลเค้าก็จะ ศึกษาไว้เยอะแล้วนะฮะว่าการทดสอบวัดผลจะ เป็นยังไงของเราก็พูดกันอยู่แค่ว่าจะให้ เด็กเอา AI ใช้ AI ตอบคำถามได้มยเด็กไปทำการบ้าน ส่งครูใช้ AI แล้วครูจะทำยังไงอะไรพูดกัน

448:19

Speaker A

นี้มันเบสิคที่สุดเค้าไปไกลกว่านี้ไปไม่ รู้เท่าไหร่แล้วที่เค้าคิดกันใช่มั้เรา มันต้องมาทำเรื่องพวกนี้แล้วก็ครูจะทำยัง ไงครูนี่พัฒนากกันขนาดขนานใหญ่ได้ยังไง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ใช่ง่ายนะในยุคที่ ช่วงที่มีโควิดอ่ะเค้ามีเรียน ออนไลน์ใช่มั้ยฮะเรียนออนไลน์ มีหลายห้องเรียนมากที่เด็กเป็นคนสอนสอน ครู ในการใช้ AI ในการจะสอน ถ้าเด็กไม่อยู่เด็กไม่ได้อยู่ช่วยเด็กคน ที่ทำเป็นไม่อยู่ยังสอนไม่ได้เทีนี้มาตอน นี้เป็นยุค AI เด็กก็มีแนวโน้มที่จะใช้ AI เร็วกว่าครูเพราะเต้องตอบคำทำการบ้านตอบ คำถาม แล้วครูที่ว่าจะเป็น Facilitator เห็นพูดกันอยู่เนี่ยในเอกสารองค์กรอะไร ทั้งหลายก็พูดครูต้องเปลี่ยนเป็น facilitator เปลี่ยนยังไง เราจะทำยังไงกับครูวันนี้ก็คือ 3-4 เรื่องเนี่ยมันมันหนีไม่พ้นน่ะนะครับแต่ ว่าผมเสนอเนี่ยคือว่าใช้อำนาจทางบริหาร ตั้งโจทย์ให้เป็นนะฮะตั้งโจทย์ให้เป็น ตั้งโจทย์ไม่ได้เดี๋ยวนี้ถามเองแล้วให้ เราท่านทั้งหลายและผู้สนใจวิจารณ์เพราะ AI บางทีก็ตอบบางทีก็ผิดนะบางทีตอบมาก็ผิด บางทีเขียนมาแล้วเขาบอกเเข้าถึงข้อมูลบาง อย่างไม่ได้ช่วยเข้าให้หน่อยเห็นเขาจะมา เข้าถึงว่านโยบายการศึกษาในยุครัฐมนตรีคน นี้คนนี้คนนี้คนนี้เป็นยังไงเขาก็เข้าอาจ จะเข้าไม่ได้เงี้เขาก็จะบางเรื่องเขาก็

450:13

Speaker A

ไม่รู้แต่เรื่องที่เป็นสากลกว่าหรือเรา เอาข้อมูลป้อนให้ แล้วให้คิดออกมาว่าเนี่ยหลักสูตรจะเป็น ยังไง วิธีเรียนวิธีสอนควรเปลี่ยนเป็นยังไงอะไร ยังไงแป๊บเดียวก็ออกมาแล้วเป็นโจทย์แล้ว ก็ไปทำกันไปทำกันต่อ ครับผมคำถามต่อไปเป็นของท่านอาจารย์ เกรียงศักดิ์นะครับเอ่อก็คงจะขออนุญาตต่อ เนื่องจากที่ท่านจตุรนพูดเมื่อสักครู่นี้ เอ่อ ก่อนรัฐบาลคุณตู่นะฮะ รัฐมนตรีศึกษาเปลี่ยนทุก 14 เดือนนะอัน นี้เป็นสถิติจริงนะหลังรัฐบาลตั้งแต่ รัฐบาลคุณตู่มานะ สถิติ เพิ่มขึ้นนะเพิ่มขึ้นนี่คือลดลงกลายเป็น ทุก 9 เดือนนะคนปัจจุบันนี้อยู่มา 6-7 เดือนแล้วคงจนเปลี่ยนละ[เสียงหัวเราะ] หรือเปล่าก็ไม่ทราบ่ะนะครับแต่ยังไงก็ตาม ประเด็นที่ท่านจะโดนทิ้งไว้ก็คือเอ่อขณะ ที่ยังหวังกับกฎหมายไม่ได้นะมาตรการทาง การบทางเชิงบริหารเนี่ยคงจะช่วยได้ แต่มันอยู่ที่รัฐมนตรีฮะเพราะว่าท่านก็ พูดเองว่าท่านมนตรีบางคนก็มาไฟป่าบางคนก็ มาสแกมเมอร์เลยนะเอ่อเราไม่มีรัฐมนตรีที่ มองถึงปูมระยะยาวของการศึกษาว่าจะเป็นยัง ไงเอ่อนอกจากท่านจตุรนเพราะว่าผมเห็นแล้ว ในสมัยที่ผมอ่าทำอยู่กับท่านเนี่ยนะครับ ได้มองถึงระยะไกลว่าจะไปยังไงตอนนี้ในใน ปัญหาเนี้ยครับเราจะเผชิญอยู่กับปัญหานี้ แหละก็คือจะแก้การศึกษาได้เนี่ยมันต้องมี แผนระยะยาวแต่ขณะเดียวกันเราก็มีรัฐมนตรี 9 เดือน 9 เดือน 9 เดือน 9 เดือนSolูชั

452:09

Speaker A

สำหรับประเทศไทยเนี่ยอาจารย์เกรงศักดิ์ คิดว่ามันควรจะเป็นยังไง ถามใหญ่มากเลยนะครับอ่าตอบได้ประมาณสัก 300 ช่โมง[เสียงหัวเราะ]คิดมาทั้งชีวิต ผมก็เอาตอบง่ายๆแล้วกันนะครับผมคิดว่า ต้องทำเอาผลลัพธ์เป็นที่ตั้งนะครับไว้ ก่อนแล้ววิธีเนี่ยยืดหยุ่นตะกี้ที่ อาจารย์พาวิตรถามว่า Curriculum and Learning Institute ที่พยายามจะตั้ง เนี่ยผมก็คิดของผมตามใจคนคิดนอกกรอบว่า curลิคลัมภาษาลาตินเนี่ยแต่ว่าสายทาน ผมก็คิดว่าเอ๊ะถ้าสายทานมันคงไม่ discreete punctuated by by time คือว่าไม่ได้แบ่งเป็นชิ้นๆแต่มันต่อ เนื่องถ้าเป็นผมผมก็คิดว่าหลักสูตรเนี่ย ควรจะมีองค์ประกอบที่ฉลาดฉลาดฉลาดอย่าง ที่ท่านจตุรนพูดคือมีผู้เชี่ยวชาญไปช่วย ดูในภาพใหญ่ๆแต่เสร็จแล้วต้องปล่อยให้ยืด หยุ่นให้ไหลลื่นอย่าให้ฟิกอย่างผมนั่งใน สภามหาลัยมาเยอะแยะเนี่ยจะเปลี่ยนหลัก สูตรเอ่อเล็กน้อยหลักสูตรเปลี่ยนเยอะๆทุก 5 ปีอะไรอย่างเงี้ยผมว่า 5 ปีก็เอาปี เดียวก็เอาคือทันล้านสมัยไปเรียบร้อยผม ว่าต้องมอบอำนาจให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยว ข้อง 360 องศานำการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เวลาซึ่งต่อเนื่อง continuous ในการที่จะ

453:41

Speaker A

เปลี่ยนแปลง criiculum ได้อย่างมหาลัยที่ ผมเคยเคยพยายามแนะนำเนี่ยเคยแนะนำอธิการ ไปปีเมื่อวันนั้นเป็นคนหนุ่มไฟแรง 40 กว่าปีกลับมากลับมาจบปิญญาเอกมาผมก็ไปพูด กับอธิการด้วยใจกล้าหาญมหาวลัยที่ผมสอน เนี่ยบอกว่าท่านอธิการผมอยากทำให้ มหาวิาลัยเราเนี่ยเก่งที่สุดในโลกในด้าน ที่เราควรจะเก่งที่สุดในโลกท่านเอามั้ย ผมก็เสนอแนะเยอะแยะไปหมด 1 จัดพิธีเผา เลคชureโนตให้เป็นพหกรรมทุกเทอมนะอาจารย์ สอนเสร็จเผาเลคชureโนตไม่ต้องสอนซ้ำเทอม หน้าเขียนใหม่นั่นคือการพยายามจะ adjust คือปรับปรุงระบบตลอดเวลานี่เป็นตัวอย่าง คือมีเป็นร้อยๆเรื่องเราทำให้มันไหลลื่น คืออย่าฟิกอย่าจะอย่าอย่าให้มันตายตัวแน่ นิ่งให้มันไหลลื่นcurลิคลไอ้หลักสูตร เนี่ยจะต้องไหลลื่น ยืดหยุ่นอย่า rigid อย่าแข็งตัวแข็งแข็ง แข็งตัวแต่ให้มัน flexible ยืดหยุ่นเอาผล ลัพธ์เป็นที่ตั้งทำยังไงก็ได้ในความจำกัด ที่คุณมีในท้องถิ่นในกุศวนกลางตรงไหนก็ ได้ทำไงก็ได้ให้ได้ผลลัพธ์แล้ววัดที่ผล ลัพธ์แล้วก็ปล่อยหลักสูตรไหลลื่นอันนี้ก็ พูดกว้างๆนะวิธีการก็จะประมาณแบบประมาณ นี้คำว่าหลักสูตรภาษาไทยไปแปลคอิคลัมแปล ว่าหลักสูตรภาษาไทยก็มีนัยยะว่ามันต้องทำ เป็นสูตรเอาสร้างหลักมาทำเป็นสูตรมันก็จะ เป็นปัญหาแล้วเพราะมันท่องสูตรมันแทนค่า ว่าต้องอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้มันก็ เกิดปัญหาไม่ตอบโจทย์เพราะโจทย์มันกลิ้ง

455:22

Speaker A

ไปเรื่อยๆตามยุคสมัยใช่มครับเพราะถ้าแบบ นี้ผมก็เลยว่าอย่าทำเป็นหลักสูตรต้อง เปลี่ยนคำแปลคิคเริ่มจากหลักสูตรเป็นคำ อื่นที่จะเสนอความไหลลื่นฉะนั้นเอาล่ะ หลักสูตรผมก็ผมก็ไปแนวนี้เอาผลลัพธ์เป็น ที่ตั้งวิธีไหนก็ได้เล็กยอมรับข้อจำกัด สารพัดที่มีแล้วก็ฟันธงว่าถ้าจะให้ถึง เป้าวัดที่เป้านะครับให้เป็นไปได้แล้วแปล ว่าอะไรเราจะให้รางวัลคนเนี่ยบนเป้าหมาย ที่ถึงเช่นครูบาอาจารย์เราจะต้องให้ว่า ถ้าทำให้เด็กเก่งได้ดีได้มีเ่อมีความกล้า ได้เข้าเกณฑ์แบบนี้ครูได้การเลื่อนเลื่อน ขั้นเลื่อนเลื่อนผลประโยชน์ผูกไปกับผล ประโยชน์เด็กก็โฟกัสที่เด็กผลลัพธ์ที่ตัว เด็กฉะนั้นตอนนี้มันไม่โฟกัสทุกคนก็ก็ทำ ไปเรื่อยๆมันก็ไม่เกิดคำตอบผมกลับคิดว่า เอ่อถ้ามาตอบคำถามว่าระยะยาวคุณมองไงผม ว่าระยะยาวคืออ่านอนาคตนะ possible future คืออนาคตที่กี้ผมสไลด์สุดท้ายผม มองเป็นอนาคตไกลๆอะไรมีโอกาสเกิดสูงสุด ถ้าไม่เปลี่ยนอะไรเลยแต่ถ้าจะเปลี่ยนเป็น สิ่งที่พึงประสงค์ preferable future ให้เปลี่ยนคานงัดวันนี้ตัวไหนบ้างฟันธง ให้ได้ตัวหลักไม่กี่ตัวแล้วงัดที่คานงัด นั้นเพื่อไปได้ผลลัพธ์ระยะยาวระยะยาวนี่ ดีผมชอบเอ่อเอ่อคุณตู่ลุงตู่เนี่ยนะครับ ที่ไปไปคิดแผน 20 ปีแต่ผมไม่ชอบวิธีการ ปฏิบัติการแผน 20 ปีเพราะมันล็อคแน่นแต่ ผมคิดว่ามองกไกลนี้ดีมองควรจะมอง 50 ปี 20

456:59

Speaker A

ปีด้วยซ้ำผมเองก็เขียนเรื่องมองฝันวัน ข้างหน้าอนาคตประเทศไทยปี 2560 เขียนตอน ปี 2540 ลุงตู่มาทำแผน 20 ปี 2560 เชิญ เชิญผมไปพูดผมก็บอกว่าเเสียดายเชิญผมช้า ไป 20 ปีควรจะเชิญตอน 2540 อันนี้มันถึง 60 แล้วโจ๊กเคพูดก็คือหมายความว่าเรา ต้องมองการไกลอ่าใช่แต่ต้องมองการไกลมา นานแล้วซึ่งดีมากที่ลุงตู่ทำแต่ปัญหาคือ ไปล็อคเป็นข้อกฎหมายปัญหากฎหมายคือเพราะ กฎหมายล็อคเนี่ยมันเปลี่ยนยากอย่างที่ ท่านจดพูดถูกมองกรรไกลวันนี้สภานี้ไม่มี ทางผ่านกฎหมายทันฉะนั้นอย่าไปฝันรอกฎหมาย กฎหมายเป็นธาตุรับใช้เราเป็นเครื่องมือ ห้ามพึ่งกฎหมายเป็นตัวผลักดันเพราะกฎหมาย นั้นต้อง facilitate เราผมคิดว่าต้องพา มองอนาคตอันไกลคิดว่าโลกจะไปทางไหนประเทศ ไทยควรจะยืนยังไงบนเวทีโลกคนไทยจะมีที่ ยืนที่สามารถมีศักดิ์ศรีมีความสามารถ เทียบเทียมคนอื่นแล้วเสริมจุดเอกลักษณ์ จุดแกร่งประเทศไทยยังไงจะสร้างคนแบบไหนเอ คำทางการศึกษาผลลัพธ์จะเอายังไงแล้วก็บอก ว่าวิธีไหนก็ได้เรียนเองก็ได้เรียนทาง AI ก็ได้เรียนผ่านครูก็ได้นั่นหมายความว่าบท บาทของสถาบันการศึกษาต้องไม่ไปทดแทนสิ่ง

458:17

Speaker A

ที่เขาเรียนเองได้ต้องเปลี่ยนบทตัวเองไป เล่นสิ่งที่ตัวเองเนี่ยคิดว่าเค้าเรียน เองไม่ค่อยได้เรียนเองไม่ค่อยได้มันคือ ประสบการณ์สั่งสมด้วยภูมิปัญญาที่มากับ เวลาชีวิตชั่วโมงบินงั้นครูบาอาจารย์ต้อง มีชั่วโมงบินชีวิตแล้วก็มีเป็นเป็นแบบ อย่างที่จะสามารถลงคุกคลีตีวงกับกับเด็ก เพื่อ facilitate เด็กให้โตไปข้างหน้าแต่ ต้องไม่ใช่มาบอกจดไม่ใช่มาบอกให้ทำตาม ตำราแต่ว่าเด็กอ่านเองมาให้หมดแล้วก็พาลง ปฏิบัติจริงให้เกิดเป็นผลลัพธ์ในชีวิต จริงผมคิดว่ามันต้องมีการเปลี่ยนเยอะตั้ง แต่เป้าหมายลงไปจนถึงวิธีการยุทธศาสตร์ วิธีปฏิบัติการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงไม่งั้นผมคิดว่าเราจะผมเนี่ยฝันค้าง มาตั้งแต่ตอนผมจบปริญญาเอกใหม่ๆอายุ 25 ถึงวันนี้มัน 70 กว่าแล้วเนี่ยมันยังไม่ เปลี่ยนอะไรเลยประเทศไทยเนี่ยก็คิดว่าถ้า เป็นอย่างี้ต่อไปผมก็ตายไปโดยอีกรุ่น หนึ่งพร้อมกับรุ่นพี่ผมที่ตายนำหน้าไม่มี อะไรเปลี่ยนครับประเทศไทยถ้าไปแบบนี้ไอ้ ความพยายามของอาจารย์พาวิตรเยี่ยมมากผม ชอบมากเลยนะที่ไฟแรงในยุคนี้ก็เลยอยากทำ แต่ผมว่าครั้งนี้จะให้ทำเนี่ยผมคิดว่าจะ ต้องทำให้รัฐมนตรีทำงานน้อยน้อยคือ รัฐมนตรีกำหนดทิศทางอนาคตการศึกษาและ facilitate ด้วยงบประมาณที่มีอำนาจและ กำลังข้าราชการที่มีว่าจะไปใช้ทำอะไร เพื่อให้มันเกิดแต่ว่ารัฐมนตรีเนี่ยไม่ สามารถที่จะไปการศึกษาได้มากแต่มีความ สำคัญรัฐมนตรีที่ดีอ่ะอยู่ยาวๆมีความ สำคัญก็ต้องไปกำหนดรัฐมนตรีที่ประเภทที่ พอรู้เรื่องรู้ราวการศึกษาไม่ใช่เรียนไป ยังไม่ทเรียนจบเลยหมดสมัยเปลี่ยนไปแล้ว 9

460:12

Speaker A

เดือน 14 เดือนอย่างที่ท่านอาจารย์พูด เนี่ยผมว่าระบบการเมืองเนี่ยมันผิดคือ แบ่งตามโควต้าถ้ากระทรวงกระทรวงไหนที่รู้ สึกว่าเอ่อจำใจให้ก็ยกให้เอ่อคนการคนที่ มาทำการศึกษากระทรวงที่ประเภทเกรด A มี สตางค์เยอะก็ยกให้พวกที่เป็นนายทุนพรรค นี่ประมาณนี้ฉะนั้นก็เป็นปหาปัญหาเกิดคือ ไม่ได้ทำคนให้พอดีกับกระทรวงนักศึกษา สำคัญมั้ผมว่าสำคัญแต่สำคัญในกระทำน้อยๆ หน่อยคือทำเรื่องใหญ่ๆและก็ปล่อยวิธีให้ flexible ผมคิดว่าใจผมคิดว่าถ้าจะ เปลี่ยนแปลงจริงๆเนี่ยจะต้องไม่เขียนกฎ หมายล็อกคแน่นจนเกิดปัญหาขึ้นมาแต่ต้องทำ ให้กฎหมายเปิดทางให้เกิดความยืดหยุ่นและ ปล่อยให้ดุลพินิจของคนปฏิบัติเนี่ยมี โอกาสร่วมและไปวัดผลเขาอันเนี้ยไอเดีย กว้างๆผมประมาณนี้ก่อนผมไม่รู้พูดยาวไป มั้นะครับก็ผมตอบท่านอาจารย์อย่างเงี้ยผม ว่าต้องไปแบบนี้แล้วก็ต้องมานั่งคิดกัน อาศรมอย่างเงี้ยดีมากเลยผมว่าอาศรมแบบนี้ เนี่ยต้องมาถึงทางที่ในที่สุดปฏิบัติได้ ว่าเอ๊ะเราจะไปทางไหนกันนะในความจำกัด สภาพจริงประเทศอะไรรู้หมดแล้วเอ๊ะจะไปทาง ไหนดีนะที่บอกว่าจากวันนี้ที่เดินไปต้อง มองว่าท่านรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีเดินเข้า ในกระทรวงปั้งเมื่อท่านจาตุรนกลับไปเป็น รัฐมนตรีศึกษาอีกทีเนี่ยข่าวนี้ทำ [เสียงสูดหายใจ]ไม่กี่เรื่องทำสัก 3-4 เรื่องเล็กเล็กๆแต่มีพลังใหญ่คืออะไรตัว รัฐมนตรีเนี่ยต้องพรรคทุกพรรคต้องแถลงให้ ประชาชนฟังบอกว่าถ้าพรรคผมเป็นรัฐบาลใคร คือรัฐมนตรีศึกษาแล้วแนวคิดคืออย่างนี้มี commitment แล้วบอกชัดๆคมๆให้คนตัดสินใจ

461:58

Speaker A

ว่าฉันจะเลือกพรรคแบบนี้นะเพราะเขาคิด เรื่องนี้เป็นแล้วเรื่องนี้ก็จะเกิดขึ้น ผมว่าทำแบบนี้แล้วก็ไปถึงเรื่องบุคลากร การศึกษาทั้งครูทั้งผู้บริหารซึ่งวันนี้ มันเรามีตั้ง 300,000 ใช่มั้ยครับซึ่งไม่ รู้จะจะอัปเกรดยังไงครูมีปัญหาเต็มไปหมด ทั้งระบบจิ้มไปตรงไหนมีปัญหาตรงนั้นผู้ บริหารเต็มไปหมดเลยรายละเอียดท่านอาจารย์ รู้ดีกว่าผมอีกเห็นเห็นปัญหาโลกจริงๆลูก ศิษย์ผมก็เป็นอยู่ในระบบเต็มไปหมดเลยผู้ บริหารการศึกษาก็เอ่อเเอ่อเอาตามคะแนนข้อ สอบดีเปล่าก็ไม่รู้คะแนนสูงก็ไปอยู่เมือง ใหญ่คะแนนคะแนนเตี้ยหน่อยก็ไปอยู่ดอยอยู่ ชายแดนนะแล้วก็อยู่ไปสักปีนึงก็รีบเขียน ขอย้ายเอ่อไป่อย้ายเข้ามาอยู่เมืองใกล้ ขึ้นนะครับแล้วก็เลื่อนอาชีพขึ้นมาบนแบบ นี้เสร็จแล้วถ้าอยากกระโดดเข้าไปอยู่ฝ่าย บริหารก็ไปเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแล้วกระโดดขึ้นไป อีกเป็นรองผอ.เขตพื้นที่เป็นผอ.เขตพื้น ที่นี่ก็คือไต่เต้ากันแบบนี้แล้วก็ทำ กระดาษเพื่อไปให้ได้คุณวุฒิมีค.ศ. 2 3 4 5 แล้วก็มีมี ก็มีทั้งสายบริหารสายคนในคุณวุฒิมันก็ไต่ ขึ้นมาแบบนี้ผู้บริหารครูก็ไม่สามารถจะ เป็นmodเดleของไอ้การเรียนรู้ตลอดชีวิต จริงๆครูก็ปัญหาเลยเด็กก็เป็นเหยื่อเพราะ ไม่เพราะว่าครูก็เป็นเหยื่ออยู่แล้วเด็ก ก็เลยเป็นเหยื่อตามผมว่าถ้าไปอย่างี้วนไป อยู่อย่างเงี้วนอยู่อย่างี้ผมว่ารพวกเรา ตายไปก็ยังไม่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นผมจำรุ่น พี่พี่ๆที่แก่ผมอาจารย์ศิษปนท อาจารย์ประเวทเฮ ก็มาถึงรุ่นพวกผมแล้วก็จะไปต่อไปในอนาคต

463:43

Speaker A

อีกแล้วก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุ่มทั้ง ชีวิตเพื่อเปลี่ยนก็เปลี่ยนไปได้เพราะเรา ต้องจับเรื่องใหญ่ให้ได้แล้วจับให้มั่น คั้นให้ตายตีงูต้องตีที่หัวให้ได้แล้วก็ เล่นทั้งระบบเพราะวิเคราะห์ระบบขาดฟันธง ว่าในจำกัดนี้จะทำอะไรเอาชัดๆแล้วบอกว่า ให้เขยิบไปข้างหน้าเอาผลลัพธ์ให้ได้นี่ผม ไอเดียผมประมาณนี้ครับท่านอาจารย์ครับผม ครับผมเอ่อคำถามต่อไปจะเป็นของท่าน อาจารย์วีรียชัยนะเป็นเรื่องที่ท่าน สำเร็จมาแล้วคือเรื่องคุณภาพการศึกษาแต่ ก่อนจะไปตรงนั้นเนี่ยผมขออนุญาต รีเฟรชท่านอาจารย์เกรียงศักดิ์ก่อนเอ่อผม คิดว่าที่ท่านพูดมาเนี่ยปัญหาเหล่านั้น ถูกหมดนะครับแล้วท่านก็พูดอยู่วันนึงว่า เ่อทำยังไงรัฐมนตรีมาเนี่ยนะเ่อไม่ต้อง ยุ่งกับ การดำเนินการมากคล้ายๆอย่างนั้นนะครับ เอ่อพวกเราเองที่คุยกันในฟอรั่มเรานี่นะ เรามีข้อเสนออยู่ประการนึงนะวิธีหนึ่งที่ จะทำให้มันเกิดผลได้แล้วน่าจะเกิดได้จริง ๆนะครับก็คือก็ต้องไป coule ระบบราชการ และระบบการเมืองออกจากระบบบริหารการศึกษา นะต้องมีองค์กรระดับชาติที่เด้งลงไปจนถึง ระดับจังหวัดถึงระดับโรงเรียนนะที่ทำหน้า ที่จัดการศึกษาแบบมืออาชีพ แผนระยะยาวมีนะรัฐมนตรีจะมาทุก 3 เดือน ท่านก็มาไม่เป็นไรนะแต่ไอ้ตรงนี้เนี่ยก็ จะทำหน้าที่ของเขาไปอย่างอย่างถาวรนะเอ่อ ถามว่าเรื่องนี้อุตริมั้ยประเด็นแรกเลย ถ้าเอาบริบทของไทยก็ไม่อุตตริเท่าไหร่ เพราะว่ามันอาจจะอาจจะเปรียบเทียบได้กับ แบงค์ชาติกับกระทรวงการคลังอย่างนี้เป็น ต้นนะฝั่งที่บริหารการศึกษาก็เป็นเรื่อง ของเหมือนแบงค์ชาติกระทรวงการคลังก็ กระทรวงการคลังแต่ในอีกบริบทนึงซึ่งจะยืน

465:46

Speaker A

ยันว่าไม่อุตริก็คือหลายประเทศทำอย่าง นั้นครับฟินแลนด์ทำอย่างนั้นนะฟินแลนด์มี ระบบดิ่งเลยที่ทำหน้าที่บริหารแล้ว รัฐมนตรีก็มาให้นโยบายให้รีซอรceนะสิงค สิงคโปร์ก็ทำอย่างนั้นแต่ไม่ได้ทำระบบ ระดับอ่า ระบับรัฐบาลใหญ่แต่เค้าคอมชที่ที่ เอ่ออีกมหาลัยนึงของเค้านะนันยางให้ดูแล เรื่องการศึกษาทั้งหมดแต่เาเล็กนะครับ เอ่อหลายๆประเทศเป็นอย่างนั้นครับที่จริง ในแม้แต่ในอเมริกาก็เป็นอย่างนั้นมันลงไป ที่เอ่อดิสตริหมดอย่างนี้เป็นต้นนะโดยขณะ ที่ส่วนที่เป็นรัฐบาลกลางหรือพรรคการ เมืองเก็ไปเกี่ยวข้องน้อยลงจริงๆของเรา เนี่ยอ่าถ้าเผื่อมันบันดาลได้มันก็จะไม่ ค่อยยากเท่าไหร่ถ้าใจกล้าพอที่จะเขียนกฎ หมายอย่างนั้นน่ะนะครับผมก็ยังดีใจที่ ท่านอภิสิทธิ์พูดถึงเอ่อว่าพรบ.การศึกษา แห่งชาติตอนนี้มันเละแล้วมันไม่ใช่แห่ง ชาติแล้วจะต้องแยกนะซึ่งอันนี้เนี่ยก็ผม ก็ดีใจที่ว่าก่อนที่ผมไปพบท่านแล้วก็บรีฟ เรื่องนี้ให้ท่านฟังเนี่ยท่านไม่ได้พูด อย่างี้นะแต่ตอนนี้ท่านพูดอย่างนี้แล้วก็ แสดงว่านะก็ก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเราก็ สามารถที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ อย่างน้อยก็มีพรรคการเมือง 1 พรรคแล้วที่ เห็นอย่างี้นะครับเราเหลืออีก 1 พรรคที่ นั่นนั่งอยู่กับเรานี่แหละครับเราก็จะวัง ฝากความหวังไว้กับท่านเ่อแต่คำถามที่จะ ถึงท่านอาจารย์วีรชัยนะครับเรื่องคุณภาพ การศึกษาครับอาจารย์ครับเอ่อ on ผลสอบ พิซักซ่าเนี่ยตอนนี้เราก็ดีใจกระดี้๊ กระด้าคะแนนมันขึ้น 20-30 คะแนนนะแต่สิ่ง

467:46

Speaker A

ที่คนไม่ค่อยพูดถึงแล้วก็น่าสะพึงกลัว กว่านั้นเนี่ยนะก็คือพี่พิซซ่าแบ่งคะแนน ออกเป็น 6 ระดับนะ 1-6 6 สูงสุด จุดที่พิซซ่าถือเป็นธงแดงเนี่ยคือระดับ 2 นะเ้าบอกได้ระดับ 2 เนี่ยนะถือเป็นเรื่อง ต้องระวังนะเค้าก็ยกตัวอย่างเช่นสมมุติ ว่าถ้าเผื่อ Reading คุณได้ระดับ 2 เนี่ย ความหมายในทางปฏิบัติคืออะไร Reading ระดับ 2 เนี่ยความหมายในทางปฏิบัติก็คือ เด็กจะรู้ตัวอักษรอสอนผสมตัวอักษรได้อ่าน ธรรมได้แต่ถ้าอ่านยาวเกิน 3 บรรทัดจะแปล ความหมายไม่ได้หรอกนะแล้วเา้าก็พูดถึงมา ในชีวิตประจำวันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นได้ บ้างเช่นเป็นต้นว่าไปอ่านสลากยาก็จะไม่ รู้เรื่องว่าเค้าให้ใช้ยายังไงนะอย่างนี้ เป็นต้นเนี่ยนะอ่าอันนี้คือระดับ 2 คราวนี้เด็กเราที่เข้าสอบ 8,000 กว่าคน ครั้งที่แล้วเนี่ยนะปรากฏว่าคะแนนอยู่ ระดับ 2 ได้ต่ำกว่า 2 เนี่ย 50 กว่าเปอ์

468:54

Speaker A

ตีซัก 60% นะสูงกว่า 2 ขึ้นไปเนี่ยแค่ 30-40% แค่นั้นเองเพราะฉะนั้นmaจority ของเด็กไทยนี่คือระดับ 2 นะฮะหลับที่น้า เป็นห่วงมากๆไปไกลกว่านั้นก็คือระดับ 5 ระดับ 6 ระดับ 5 ระดับ 6 ตอนนี้เนี่ย ครั้งสุดท้ายเนี่ยเราได้น้อยกว่า 1% นะนะ เอ่อเอ่อสิงคโปร์ได้ 41% เปอร์เซ็นท่าน เชื่อมั้ยนะอ่าไอ้เฉลี่ย OECD 9% เวียดนาม 5% ครับของเราไม่ถึง 1% ตอนนี้ คำถามที่ผมจะมาถึงท่านอาจารย์วีรชัยเนี่ย ก็คือไอ้ที่เราเกินระดับ 2 ขึ้นมาเนี่ยมี นะแม้ว่าจะเป็นเป็นประมาณแค่ 30 กว่าเปอ์

469:42

Speaker A

เนี่ยคืออะไรบ้างคือโรงเรียนสาธิต คือโรงเรียนเฉพาะทางเช่นโรงเรียน วิทยาศาสตร์ เหล่านี้เท่านั้นแล้วก็โรงเรียนใหญ่ๆใน กรุงเทพฯสวนกดาบเทพศิรินทร์อะไรพวกเนี้ย ไอ้พวกนี้พ้นน้ำนะจริงๆโรงเรียนที่มี คุณภาพในประเทศไทยเนี่ยมีที่แน่ๆที่ชัดๆ ก็คือโรงเรียนอินเตอร์ทั้งหลายเนี่ยนะ ครับก็ชัดเจนว่ามีคุณภาพ เอ่อก็มีคำถามว่าแล้วทำไมเรามีของดีๆอยู่ แล้วทำไมมันไม่เกลียดลงไปข้างล่างทำยังไง ถึงจะเกิดการล้นของคุณภาพภาพเหล่านี้ลงไป ข้างล่างได้การกระจายทำให้เกิดความอย่าง น้อยที่สุดเอ่อผมว่าเป้าหมายเนี่ยมันไม่ ไม่ใช่จะเพิ่มเพิ่มคะแนนพิซซ่าเป้าหมาย คือต้องลดที่อยู่ 2 เนี่ยให้น้อยลงน้อยลง น้อยลงนะเอ่อเป็นอย่างนั้นมากกว่านะท่าน อาจารย์เ่อวีรชัยนะถือคุณภาพอยู่ในมือ เนี่ยนะเราจะสามารถที่จะเกลี่ยเรื่องนี้ ได้ยังไงครับ เอ่อได้ครับขอบคุณฮะอาจารย์วิตรผมว่าก่อน ผมจะเข้าประเด็นนี้ผมอยากจะสนับสนุน เรื่องของการออกกฎหมายที่พรบ.ฉบับ ปัจจุบันนั้นเนี่ยพอเราอ่านกันเบื้องต้น เนี่ยก็เหมือนกับพรบ.สพฐ.คล้ายๆกับว่าลง รายละเอียดในส่วนที่จะไปฟิกและแก้ไขอะไร ไม่ได้เลยเพราะฉะนั้นเนี่ยไอ้คำว่า ซุเปอร์บอร์ดที่เราเคยคุยๆกันตั้งแต่สมัย รสช.เนี่ยแล้วก็กลุ่มนึงที่ผมไปร่วมด้วย ก็มีการยกร่างพรบ.ขึ้นมาทั้งหมด 11 ฉบับ ฉบับแรกก็คือว่าซเปอร์บอร์ด อย่างที่ท่านพูดเลยคือไม่เกี่ยวข้องกับ การเมืองนะครับค่อนข้างมีความเป็นอิสระ แล้วก็จัดในลักษณะของโครงโครงสร้างต่างๆ ไว้แล้วไม่มีอะไรที่เรียกว่าเปลี่ยนไม่ ได้แต่ว่าเป็นแค่เ่อเป็นเป็นโครงของเขา

471:32

Speaker A

แล้วก็จะมีพรบ.ฉบับของการฝึกหัดครูเรื่อง การหลักสูตรเรื่องการคุมคุณภาพจะออกมาอีก ประมาณ 10 ฉบับนะซึ่งผมว่าถ้าเราไปในสาย นี้ทางนี้เนี่ยก็จะจะสอดคล้องกับที่ท่าน จะร้วนได้พูดว่าจริงๆแล้วน่ะท่านเองก็ไม่ ค่อยอยากเข้ามายุ่งในสิ่งที่จริงๆแล้ว เนี่ยเอ่อจะมีคนที่เก่งกว่าที่จะช่วยได้ นะฮะไม่ไม่ใช่ว่าท่านไม่เก่งนะท่านเก่ง มากเพียงแต่ว่าบางทีเนี่ยความจำเป็นในการ ที่จะลงลึกขนาดนั้นเนี่ยน่าจะปล่อยให้กับ ทาง Professional อันอันนี้ผมก็อยาก สนับสนุนนะครับทนี้กลับมาคุยเรื่องของ Quality ของของ Learning นะฮะเอ่อเรา เรียก Quality Education แต่จริงๆแล้ว ควรจะดูเรื่อง Quality ก็ Learning เป็น หลักอนะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัย เดียวคือแม่พิมพ์เราไม่ดีแม่พิมพ์เราไม่ ชัด อาจารย์จะหล่อพิมพ์ออกมาลูกพิมพ์ออกมายัง ไงยังไงก็ไม่มีทางที่จะจะชัดเจนเท่ากับ แม่พิมพ์เพราะงั้นจริงๆเราต้องมาทุ่มเท เรื่องครูนะฮะเราก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะ ต้องมาดูซิว่าแล้วปัจจุบันครูที่มีความ สามารถในระดับแบบเนี้ยมีประเด็นไหนที่ควร ได้รับการแก้ไขนะเช้าก็จะมีการพูดกันก็ยก

472:47

Speaker A

ตัวอย่างนะฮะคำนิยามของเด็กดีของครู ปัจจุบันของเราสักสปฐ.เนี่ยก็คือเด็กที่ ไม่ทำมากในห้องเด็กเรียบร้อยสงบเสงี่ยม พูดอะไรเชื่อฟังสั่งให้ไปท่องก็ท่องกลับ มาก็สามารถเอาการได้คือเมื่อเป็นอย่างนี้ นะฮะเด็กจะทำอะไรได้ล่ะฮะก็ไม่มีความ สามารถที่จะเป็นตัวของตัวเองในการที่จะมี ความคิดหากว่าเด็กไม่มีโอกาสได้คิดเนี่ย มันก็จะจะตื้ออยู่ตรงนี้ครับก็ได้แต่รับ สิ่งที่ครูเนี่ยส่งเข้ามาแล้วถ้าหากว่าไป ถามมากครูก็โกรธอีกมันก็จะเกิดปัญหาว่า บullี่เี่มาจากครูเมื่อเช้าเราคุยกัน เรื่องบullี่นะครับว่าเป็นประเด็นที่โหด ร้ายมากสำหรับเด็กแล้วเป็นประเด็นที่ทำ ให้เด็กเนี่ย shut everything down ใน เรื่องที่จะพยายามเรียนรู้หรือว่าหาความ รู้พอเห็นหน้าครูก็ไม่ค่อยอยากเรียนก็ไม่ ทราบว่าแล้วแล้วการศึกษาจะเริ่มตรงไหนการ ศึกษาจริงๆก็คือเป็นการcopี้ครูครูเนี่ย ในทุกฝีก้ามันยากครับการที่จะมีครูที่ สมบูรณ์ครูที่ดีถามว่าทำได้มั้มันทำได้ ครับถ้าข้างบนเนี่ยเห็นความสำคัญอันนี้ก็ ปักธงไปเลยว่าครูของเราต่อไปนี้จะต้องมี สมมุติว่าเราพูดเรื่องภาษาอังกฤษนะฮะครู ที่สอนภาษาอังกฤษต่อไปนี้จะต้องมี CFR ที่ B1 อ่ะสมมุติเอาเอาต่ำไว้ก่อน B1 แล้วก็จากนั้นก็อาจจะมีการบวกขึ้นเป็น B2 คือมันต้องมีการมองให้ชัดเจนเหมือนกับที่ อาจารย์เกรียงศักดิ์พูดเรื่องผลลัพธ์ที่ เราอยากได้เราต้องมาดูครูครับว่าครูครู เนี่ยเราอยากจะให้ให้เห็นโปรไฟล์ของครู

474:24

Speaker A

เนี่ยเป็นอย่างไรโปรไฟล์แบบไหนที่จะไปสอน ในระดับไหนคือตรงนี้ถ้าไม่ชัดเนี่ยนะฮะ เราไม่สามารถที่จะผลิตครูได้ตามที่เรา ต้องการงั้นประเด็นนี้จริงๆเริ่มมาแล้วก็ คือเราจริงๆต้องมาดูครับว่าเราต้องการนัก เรียนของเราเอาร่วมนักเรียนก่อนเพราะนัก เรียนเป็นประเด็นสำคัญที่สุดเราเรียกว่า graduate profile อย่างที่โรงเรียนผม เนี่ยเราจะมีเลยชัดเจนครูทุกคนรู้เลยว่า นักเรียนจะจบ graduate ไอ้ม. 6 หรือว่า IB ก็แล้วแต่เนี่ยจะต้องมีโปรไฟล์แบบนี้นะจะ ต้องมีโปรไฟล์ทางด้านวิชาการมีโปรไฟล์ทาง ด้านคุณธรรม แล้วก็Profลทางด้าน social engagement คือต้องเขียนให้ชัดเลยเมื่อ เป็นเช่นนั้นเนี่ยเราก็สามารถที่จะจัดครู เน้นให้ครูได้ทราบว่าสิ่งที่เนี่ยเข้าไป process อยู่ขณะเนี้ย delivery ออกมา นั้นเนี่ยมันจะต้องออกมาในลักษณะอย่างไร คือทุกอย่างเนี่ยมันต้องอยู่ที่ตัวผล ลัพธ์ที่เราต้องการเสร็จแล้วเนี่ยการเทรน ก็สามารถเข้ามาได้แล้วเพราะรู้ว่าจะไปตรง ไหนเมื่อครูดีมีความสามารถดีก็มาถึงเด็ก ผลลัพธ์ก็คือสุดท้ายก็คือคุณภาพของเด็ก คุณภาพของการ learning เนี่ยมันก็จะหนี ไม่พ้นบรรยากาศที่ต้องสร้างสำคัญมากต้อง

475:44

Speaker A

สร้างให้เขามีความสุขกับการที่มาเรียน แล้วเมื่อเช้าขออนุญาตเล่าสร้าง 2 ท่าน ฟังเมื่อเช้าก็ได้ผมก็ได้กราบเรียนแล้ว ว่าโรงเรียนนั้นๆจะต้องเป็นสถานที่เด็ก เนี่ยอยากจะมาทุกเช้า อย่างผมนะฮะทำมา 30 กว่าปีเนี่ยผมเจอผู้ ปกครองที่ไหนเนี่ยครับผมก็จะถามคำถาม เดียวเช้าๆเนี่ยหลานเอยากมามโอ้โหดรชัย เดี๋ยวนี้เ้าเร่งผมมากเลยจนผมเนี่ยตื่น ไม่ค่อยจะทันอะไรอย่างเงี้ยเราฟังแล้วเรา มีความรู้สึกว่าเออใช่แต่ถ้ามีการบ่น โอ้โหช่วยดูหน่อยฮะหลานหลไม่อยากไปเหรียญ เลยอันแสดงว่ามีปัญหาเพราะงั้นตรงนี้ เนี่ยผมว่าบรรยากาศของโรงเรียนก็สำคัญแต่ สำคัญยิ่งกว่าสู้อย่างก็คือครูครูจะต้อง สามารถให้มีความแสดงความรักกับนักเรียนใน ลักษณะของการแingนะฮะไม่ใช่ไปอะไรอย่าง ที่อย่างอย่างที่เกิดขึ้นบางครั้งบางคราว ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มากเพราะฉะนั้นการ ที่จะช่วยให้เด็กมีความรู้สึกมีความสุขเ อยากให้เขามีความรู้สึกว่าจะถูกครูฉีก หน้าหรือถูกครูบullี่นแน่นอนเพื่อนฝูงแน่ นอนก็จะต้องตามมาแน่นอนว่าถ้าครูเรียบ ร้อยแล้วก็ทั่วเขาเองเป็นผู้ที่กำหนดออก มาว่านโยบายวายกันไม่บullี่เป็นเรื่องที่ ต้องทำเขาก็จะปฏิบัติตามนะอันสำคัญที่ 2 ที่สำคัญเมื่อเช้าผมได้คุยกับคุยได้ได้ คุยแล้วคุณทนงนะเที่ยงบอกผมว่าลืมพูดไป ประเด็นนึงก็คือว่านักเรียนเนี่ยเวลาเข้า ห้องเรียนเนี่ยเรียนแล้วจะต้องรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าเฮ้ยทำอะไรกันวะเพื่อนเราก็เอา แต่ยกมือยกมือเรามีความรู้สึกเหมือนโง่มี ความรู้สึกมีปมด้อยเนี่ยตรงเนี้ยเด็กก็จะ ไม่อยากมาเรียนละทีนี้มันจะทำยังไงให้ เด็กมีความรู้สึกว่าเสนใจและมีความสุขกับ

477:23

Speaker A

การเรียนนอกจากครูต้องเก่งแล้วเนี่ยการ จัดการเนี่ยก็เป็นเรื่องสำคัญนะขออนุญาต นะครับอย่างเช่นเรามีสักอยู่ 3 ห้องของ นานาชาติเรามี 25 คน maximum ก็ทั้งหมดก็ 75 คน เปิดเทอมปุ๊บหรือเปิดเทอมหรือเปิดปีการ ศึกษาปุ๊บเราก็จะมีการ assess ดู evaluate ดูว่าความสามารถเป็นไงโอคนนี้เลขเก่งเซต 1 เซต 2 เซต 3 มาอีกวิชาภาษาอังกฤษคละไปคละ มาไอ้คนที่อยู่เซต 3 ที่เลขเนี่ยปรากฏว่า เป็นลูกครึ่ง เราก็อยู่เซต 1 เพราะฉะนั้นการเรียน หนังสือในแต่ละ 25 คน 25 คน 25 คนเนี่ยผม มักจะได้ยินเสมอคุณพ่อคุณแม่ก็บอกว่าดร.

478:01

Speaker A

วรชัยโอ้หลูกผมนี่กลับไปบ้านเบอกว่าเออ ที่นี่เรียนแล้วรู้เรื่องทำไมทำไมไม่รู้ เรื่องเ้าอยู่เซต 3 ด้วยกันิใช่มั้มันจะ ไม่มีเซตหนึ่งที่คอยยกมือแบบทำให้เค้าได้ น่าชานะรู้อยู่คนเดียวอะไรอย่างเงี้ยไอ้ ความรู้สึกอันเนี้ยมันจะทำให้เกิดเกิด ความรู้สึกมีความสุขแล้วการเรียนรู้ก็จะ เร็วพอครึ่งปีปั๊บไอ้เซต 3 ไม่เหลือขึ้น เซต 2 หมดอันเนี้ยก็เป็นความสามารถที่ครู ต้องมีเพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะเรียนเอ่อจะ จะตอบคำถามถามของท่านอาจารย์เนี่ย Quality of learning อยู่ที่ quality of delivering teaching เราจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องมาดูสักยภาพและความ พร้อมของครูนะต้องหาวิธีในการที่จะพัฒนา ตรงนี้ขึ้นมาให้ได้และจะง่ายมากก็คือเอา ผลลัพธ์มาวางที่หน้าเแล้วบอกเนี่ยครูครู เนี่ยจะต้องผลิตนักเรียนอย่างเงี้ยจบป. 3 เป็นเงี้ยป. 6 เป็นเงี้ยม.โอ้โหเป็นเงี้ย เเองก็จะได้รู้ว่าโอเฮ้ยเขาดว่ะไอ้ตรงนี้ เขาดเก็จะได้ขนขวายหาอันนี้ผมก็เลยกราบ เรียนเพื่อทราบนะว่าจริงๆแล้วเป็นเรื่อง จุดหมายมากที่สุดที่ครูหลักสูตรอีกเรื่อง นึงแต่ครูนี่จำเป็นแล้วต้องใช้เวลา

479:09

Speaker A

ครับอย่าหมดหวังนะครับ เรื่องครูก็ปัญหาเยอะมากนะฮะท่านอาจารย์ จลัดเมื่อเช้าบอกว่า เอ่อสอบบรรจุครู 6 เท่าไหร่นะ 6-7,000 ตำแหน่งคนสมัคร 200,000 กว่าคนมัน overpิceขนาดนั้นเอ่อจริงพระท่านอาจารย์ จริงๆจำนวนเนี่ย ก็ หรือมันยังไงผมไม่ทราบก็ก็ไม่ทราบเหมือน แต่ที่แน่ๆก็คือปัญหาของครูเราปัจจุบัน เนี่ยนะเรื่องจำนวนการผลิตนี่เป็นปัญหา มากนะ ตอนผมเป็นเลขาธิการอุดมศึกษาเนี่ย เค้ารับรวมกันเนี่ยประมาณปีละ 30,000 คน ผมก็เชิญคณบุดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์มา ผมก็บอกท่านคณบดีครับนี่วิชาชีพของท่านนะ ท่านทำอย่างี้กับวิชาชีพของท่านได้ยังไง นะขณะที่มันมีอัตรารับอยู่แค่เพิอย่าง เก่งก็ประมาณ 6,000 7,000 นะปล่อยออกไป ปีละ 30,000 นะเอ่อไปไปคิดกันมาใหม่ได้ มั้ยแล้วอีกเดือนมาเจอกันนะ เราอีกเดือนก็กลับมาเค้าก็มาให้ตัวเลข ใหม่ผม มากกว่าตัวเลขเดิมอีก 2,000 ครับก็เป็นอย่างเงี้ยครับเอ่อทุกวันนี้ก็ ยังเป็นอย่างงี้หนักกว่านั้นอีกนะพอพอผม เลิกเป็นเลขาธิการแล้วเสร็จแล้วเลขาธิการ

480:38

Speaker A

คนต่อจากผมเนี่ยดร.สุเมธผมก็บอกเอ๊ะสุเมธ พี่ฝากเรื่องนึงช่วยไปดูเรื่องครูครูนิด หน่อยสู้มันไม่ไหวสุเมธสู้ต่อไหนดร. พระศิเมธบอกว่าพี่รู้มั้ยเดี๋ยวนี้เ้ารับ กันปีละ 50,000 จากของผม 30,000 เท่านั้น นะครับครับทุกท่านครับเอ่อเสียดายอย่าง ยิ่งนะครับเอ่อครับก็ จะเปิดโอกาสให้ฟลอสัก 2-3 คำถามนะครับ แล้วผมคิดว่าเเอาจอเล็กๆมาวางไว้ตรงนี้เ บอกหมดเวลาแล้วนะเราก็คงจะต้องหมดเวลา เอ่อเชิญครับมีไมโครโฟน นะ ครับผมอาจารย์ดร.สุรพงษ์งามสนะฮะก็รู้สึก ว่าบนเนี้ยคุ้นเคยกันหมดเลยไม่ว่าจะเช่น ท่านอาจารย์ เอ่อ อาจารย์อาจารย์เกนศักดิ์นะครับอาจารย์ เกณฑ์ศักดิ์พูดในสิ่งประเด็นว่ากล้ามั้ย คนดีคนเก่งกล้ามั้ยนั่นหมายความว่า innovatorรมีมั้ฮะท่านอาจารย์ อ่าธีรชัยก็คุ้นเคยตั้งแต่สมัยไหนตอนที่ เกิดอะไรครับรัฐบาลคสช.พยายามจะเอาไอ้ 2 ภาษาแบบพอเพียงที่สมัยที่ท่านอาจารย์ที่ ท่านอะไรครับท่านรัฐมนตรีเอา Google for Education แล้วมาลงมานั่งทำสมัยนั้นคือ Google ผมเผอิญน่ะผมเกี่ยวข้องกับที่มา รวมเอาเรื่องของ 2 ภาษาพอเพียงหรือ

482:12

Speaker A

English for integrated study นี่ แหละและพัฒนาครูไทยที่เป็นครูวิทครูคณิต ครูคณิตศาสตร์ประจัการศึกษาพอเกษียณ 10 ปีทำทางไกลโดยเิอินเตอร์ ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้เด็กเรียนได้ โดยมีแค่โค้ชกับพี่เลี้ยงและผู้ปกครองทำ ได้ด้วยแต่เรามีแพลตฟอร์มที่ดีแต่ต้อง ขอบคุณหมอวิจารณ์ครับหมอวิจารณ์เนี่ยมัน บอกว่าเฮ้ยท่านมีผู้ช่วยนักวิจัยเยอะแยะ หรือ AI เนี่ยท่านพูดผมบอกคนเหล่านี้ยัง เรียนได้ถ้าหากเอาสิ่งเหล่านี้มาจัดการ ที่บ่งบอกว่าถ้าเมื่อเราพบว่าคริสิแต่ไอ้ New Education Ach ชิคเตอร์ตัวเนี้ยจะ ทำยังไงถ้าทำแบบเดิมไม่มีทางทำครับแต่ถ้า กล้าๆตัดสินใจแล้วตั้งตรงนี้ตงนี้เกิดเลย ฮะผมตอนนี้ผมเดินตลอดเวลาเท่าที่ทำได้แต่ ถ้ามีซัพพอร์ตที่ดีๆครูที่ทำดีๆนะฮะที่ อาจารย์ บอกว่า 2 ปี 3 ปีนะไอ้ตอนนั้นที่ทำได้ จริงๆเนี่ยไม่นานเลยพอทำได้แค่ไม่ถึง 2 ปีเรียบร้อยเลยแต่ก็ยังต่อเนื่องโดย [เสียงไอ]งบประมาณ[เสียงกระแอม] แต่หลังจากนั้นปัจจุบันนี้ครับครูที่สอน 2 ภาษาแบบครูไทยธรรมดาหายไปหมดแล้วเพราะถูก

483:25

Speaker A

กลืนเกลี้ยมเรียบร้อยโดยวัฒนธรรมใหม่ที่ อยู่ในรูปของอะไรครับราชการ ฝากตรงนี้ครับคิ to a new education architector จะดีไซน์ยังไงพร้อมแล้วเดิน หน้าเลยครับอาจารย์ครับขอบคุณครับ ครับผมเราคงต้องมาเอ่อ[เสียงไอ]สรุปแล้ว นะครับครับแต่ก่อนจะถึงตรงนั้นผมอยากจะ ให้บนพลอแต่ละท่านมีมีfinฟal word อะไร ที่อยากจะฝากที่ประชุมมั้ครับขอท่านล้า ซักสักไม่เกิน 5 นาทีครับเชิญครับท่าน ครับ ขออาจารย์ ลครับเรียนแล้วผมไม่ถึง 5 นาทีแล้วผมต่อ จากท่านอาจารย์วีรชัยคือที่ท่านได้เล่า ให้เราฟังว่าครูเป็นยังไงสอนอะไรยังไง ผลิตต้องการให้ผลิตเด็กแบบไหนนะ ถ้าครูรู้ทำได้นะคือท่านพูดในบริบทเข้าใจ ว่าโรงเรียนนานาชาติใช่มั้ นะแต่ว่าท่านหมายถึงอย่างงั้นโรงเรียนของ ท่านเนี่ยมีความชัดเจนว่าต้องการให้ ต้องการผลิตเด็กแบบไหนแล้วผมฟัง จะเป็นครูหรือเป็นพ่อแม่เด็กที่เรียนโรง เรียนนานาชาติน่ะเค้าก็จะบอกว่า เค้ามีmindsตแบบไหนต้องการให้เด็กเป็นยัง ไงเช่นกล้าคิดกล้าแสดงออกให้รู้จักไปคุย กันห้องเรียนเล็กเนื้อหาที่สอบสอนเป็นยัง ไงสุดท้ายผมกำลังบอกอะไรถ้าท่านจะพูดว่า ต้องทำครูให้มีความสามารถต้องเทรนครูอะไร การใหญ่สุดท้ายต้องตอบคำถามก่อนว่า

485:29

Speaker A

ยุคนี้จากนี้ไป เราจะสอนอะไร เราจะให้เด็กเรียนอะไรต้องรู้ตรงนี้ก่อน ท่านรู้แล้วโรงเรียนนชาติหลายอย่างเค้า อิงไปกับหลักสูตรของต่างประเทศใช่มั้ย ใน ในประเทศในประเทศไทยก็ก็มีหลักสูตรของของ เขามีหลักสูตร ว่าจะสอนอะไรสอนเพื่ออะไรยังไงจำนวนนัก เรียนโรงเรียนนานาชาติจำนวนนักเรียนมีกี่ คนแล้วถ้าของเราโรงเรียนชั้นนำก็ 45 คน มันไม่ใช่สอนภาษาเท่านั้นนะ สอนภาษานี่ภาษาอะไรก็สอนไม่ได้ มันไม่มีการพูดคุยกันแม้แต่ภาษาไทยเองก็ เป็นการสอนที่ผิดวิธี ความรู้ภาษาไทยของเราจึงน้อยเพราะเรา เรียนแต่หลักภาษาเรียนหลักภาษาเรียน ไวยากรณ์ไทยใช่มั้แต่การคิดวิเคราะห์จะ เกิดยังไงในเมื่อคุณไม่มีในหลักสูตรคุณ อยู่ที่ไหนเรื่องการคิดวิเคราะห์วิชาต่าง ๆจะคิดวิเคราะห์เป็นนี่ทำแบบไหน และถ้านักเรียนมี 45 คนไม่ได้แบ่งกลุ่ม แบบอาจารย์ว่าคุณจะสอนให้คนคิดวิเคราะห์ เป็นได้ยังไงในเมื่อไม่มีการโต้แย้งกัน สนทนากันซักถามไม่มีเพราะฉะนั้นสอนอะไร เรียนอะไรสอนอย่างไรต้องการผลิตคนแบบแบบ ไหน ต้องมาให้ได้ก่อนนะผมผมก็จบอันด้วยการ เสนอเนี้ยว่าอันนี้เป็นเรื่องด่วนมากและ ถ้าเราไปไม่ตอบคำถามนี้แต่ไปทำเรื่องอื่น ทำยังไงก็ไม่มีทางแก้ได้เพราะว่ามันผิด ตั้งแต่ต้นว่ามันไม่รู้ตั้งแต่ต้นว่าจะ สอนอะไรนะครับนที่หลายประเทศเเปลี่ยนไป หมดแล้วสอนอะไรเไม่ตรงกับเราแล้วเราก็ยัง เดินของเราอยู่แบบเดิมแบบเดิมที่พิสูจน์ แล้วว่าล้าหลังกว่าเขาหมด

487:38

Speaker A

เชิญท่านอาจารย์กิศักดิ์ครับ ครับผมผมเสนออย่างนี้ครับเพื่อตอบโจทย์ อาจารย์หัวข้ออนาคตการศึกษาไทยไปทางไหนผม ก็คิดอย่างี้ สอนให้เค้าเรีย ก็จะไปทำได้ทั้งสิ่งที่เรียนรู้เองเรียน รู้จากเ่อเป็นทางการไม่เป็นทางการตาม อัธยาศัย เรียนรู้โดยถ้าเบิกแล้วถามว่าแล้วครูมี ประโยชน์มมีครูต้องทำอะไรเกินกว่าที่คน 1 คนจะไปเรียนรู้ด้วยตัวเองเท่านั้นแปลว่า ต้องมี value added ครูจึงต้องเปลี่ยนบท บาทในการที่จะทำให้เกิดการช่วยให้เด็ก เนี่ยมีครูดีกว่าไม่มีและตรงนี้คือเรื่อง เรื่องสำคัญทีนี้ โลกมันเปลี่ยนเยอะแล้วในที่สุดเนี่ยเรา ต้องปรับการศึกษาเพื่อไปรองรับไม่เพียง แค่ตลาดตลาดแรงงานแต่ตลาดชีวิตนะครับใน การจะใช้ชีวิตยังไงในสังคมผมคิดว่าถ้าเรา เเรียนรู้แล้วก็ต้องกลับมาที่ที่ผมพูดว่า ไม่ใช่ literacy and numeroacy ผมคิด ว่าไอ้พิซซ่าที่มาหลอกเราเนี่ยก็แค่วัดนะ คณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ก็คือnumerซyใช่ มั้ครับอ่านออกเขียนได้ก็คือ literacy การศึกษากี่ปีที่ผมเห็นมาตั้งแต่มนุษย์ เขียนตัวอักษรเป็นวันประมาณ 5,000 กว่าปี เขียนตัวอักษรเป็นเนี่ยก็คือ literacy ที่จะเอามาผมคิดว่ามันต้องเปลี่ยนparได

489:27

Speaker A

จริงๆเลยว่าถ้าทำแบบแค่นี้ผมว่าไม่ไหว ต้องเปลี่ยนเด็กเป็นคนดีก่อนให้ได้เป็นคน เก่งคนเก่งก็ต้องมากไปกว่าแค่ literacy numeracy ก็อย่างที่ผมบอกมี 3 หมวด KSL 3122 อยู่ในหนังสือผมชัดเจนว่าถ้าเก่งต้องไป เป็นโมเดลนี้อ่าผมเสนอเป็นตั้งตุ๊กตาให้ คุยกันกล้ายืนหยัดทำสิ่งที่เด็กนั้นทำ สิ่งที่ถูกต้องถ้าตามตั้งแบบนี้ครูก็ต้อง เป็นกลับมาที่ประเด็นว่าครูสำคัญสำคัญที่ สุดเห็นด้วยกับอาจารย์วาชัยก็คือว่าเรา ต้องได้ครูที่ดีแต่ท่านดูดีๆนะวันนี้ครู ที่ดีของเราโรงเรียนนานาชาติเนี่ยเป็นครู ที่สอน literacy และ numeracy ระดับโลก เพื่อพอแล้วแล้วก็ literacy อันหนึ่งคือ ภาษาอังกฤษโรงเรียนนานาชาติเก่งกว่าโรง เรียนอื่นไม่มีอะไรมากหรอกครับเก่งเรื่อง ภาษาอังกฤษเพราะบังเอิญเอา Environment ภาษาอังกฤษมาสอนฉะนั้นก็เลยได้เปรียบ เหมือนสมัยก่อนโรงเรียนเรียนผมในโรงเรียน ชั้นนำตอนผมเป็นเด็กไม่มีโรงเรียนนานาชา ชาติทุกคนต่อคิวยาวกิโลนึงเข้าโรงเรียนผม โรงเรียนเดียวเลยต่อคิวเลยเพราะมันเป็น โรงเรียนที่นำหน้าเขามาเรื่องภาษาอังกฤษ ใช่มครับวันนี้มันหมดสมัยเพราะว่าโรง เรียนชาติมาวันนี้ผมเมื่อเช้าผมเมื่อกลาง วันผมpredิกให้ฟังแล้วนะว่าวันนี้จำนวน โรงเรียนนาชาติกำลังจะเฟ้อเพราะคนที่มี

490:53

Speaker A

กำลังซื้อหมดแล้วชนชั้นกลางที่จ่ายไหว ราคาประมาณ 800,000 ถึงล้านนึงต่อปีเนี่ย ไปเข้าโรงเรียนจารวีรชัยเนี่ยหมดแล้วหมด สต๊อกโรงเรียนใหม่มาก็จะไปเบียดโรงเรียน ไร้คุณภาพนานาชาติให้ตกเวทีและโรงเรียนก็ อยู่ในจุด optimum point เรียบร้อยก็มี เท่านี้เพราะชนชั้นกลางที่จ่ายไว้มีเท่า นี้แต่ทำไมโรงเรียนชาติดูเหมือนดีกว่าก็ เพราะว่าทรัพยากรมันยัดลงไปตั้ง 800,000 ถึงล้านต่อปีค่าเล่าเรียนใส่เข้าไปที่ครู เพราะครูมันแพงปัญหามันก็เกิดว่าไอ้โรง เรียนไทย 25,000 โรง ไม่มีปัญญาผมเอาจิ้มลงไปเลยโรงเรียนพิเศษ เรามหิดลวิยานุสรณ์ได้เงินหลวงเข้าไปอัด เข้าไป 80,000 ต่อหัวแต่เด็กธรรมดาโรง เรียนกระทรวงศึกษาของท่านอาจารย์ทั้งหลาย เนี่ยมัน 3-4,000 ใช่มั้ยมันนิดเดียว ฉะนั้นอัดเงินเข้าไปตรงไหนมันก็จ้างมัน เป็นลิquิดมันเป็นของเหลวที่มันเปลี่ยน สภาพเป็นก็ไปจ้างครูที่เ่อเก่งหน่อยได้มี โมเชว่ากลัวถูกหมดอาชีพก็เลยต้องทำให้ดี หน่อยต้อง responsive ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าปัญหามันจะเป็นเรื่องของต้องคิด ให้คิดให้จริงว่าเราต้องการprodักผลออกมา ในตัวเด็กเป็น outcome อย่างไรแล้วตั้ง

492:20

Speaker A

แต่ระดับสูงสุดรัฐมนตรีที่ต้องต่อรองกับ กระทรวงอื่นๆและต่อรองกับนายกเวลามาคุม เนี่ยฉันจะเอากำลังคนที่มีเนี่ยคนแบบไหน คนเยอะแค่ไหนมาทำอะไรแล้วระบบการเงินที่ มีอยู่น้อยนิดวันนี้ซึ่งความจริงก็ถือว่า เยอะมากสำหรับกระทรวง 20 กระทรวงเนี่ยนะ กระทรวงกาลาหมกระทรวงศึกษาเนี่ยได้ไปเยอะ เยอะสุดๆส่วนใหญ่ก็คืองบประจำฉะนั้นเงิน น่ะมันให้มากกว่านี้ไม่ได้โจทย์ครั้งนี้ ในการไปทางไหนคือแหมถ้าผมพูดไปก็อาจจะ เกิดการปเกิดการโกลหลในอย่างมากมายใน ประเทศนะว่าถ้าผมถ้าผมฟันธงนะ เราตอนเนี้เรารู้ปัญหาสารพัดหมดแล้วมัน ปวดหัวมันเยอะไปหมดจับจับต้นทางไม่ถูก แล้วเหลือแค่ 3 เรื่อง 4 เรื่องฟัน เปรี้ยงเลยว่าทำแบบนี้อย่างน้อย substantially ทำให้การเปลี่ยนแปลงการ ศึกษาจะเกิดได้ในรุ่นเราในไม่ช้าเนี้ย เรื่องนั้นคืออะไรแล้วสมมุติถ้าเป็นแบบ นี้แล้วผู้มีอำนาจจะทำนี้ได้คือพรรคการ เมืองผมจึงวันนี้ยังไม่ละเลยนะผมต้องสนใจ พรรคการเมืองมากพรรคการเมืองที่มีอยู่วัน นี้เนี่ยผมว่าไม่รู้เรื่องการศึกษาเท่า ที่ควรเพราะใจไม่ได้จดจ่ออยู่ที่การศึกษา เราเราจะตั้งยังคะ[เสียงหัวเราะ] ผมก็คิดในใจนะต้องบีบให้การเมือง เสนอชื่อคนที่รู้เรื่องรู้ราวบอกมาชัดๆจะ ทำอะไรอย่างน้อยเพื่อแล้วก็บอกทำน้อยๆบอก ให้ทำน้อยๆหน่อยทำไม่กี่เรื่องแต่โดนๆ เพราะผมใช้ทฤษฎี Strategy Law ที่ผมสอน

493:56

Speaker A

อยู่ที่ Harvard เนี่ยผมบอกว่าทำจับ 4 เรื่องใหญ่ๆจาก 100 เรื่องให้ได้ผลลัพธ์ 64% ถ้าจับอยู่เรื่องเดียวได้ผลลัพธ์เกิน ครึ่งเนี่ยผมว่านี่คือปัญหาวิธีคิดทาง ยุทธยุทธศาสตร์ยุทธศาสตร์คือรู้ว่าจะทำ อะไรไม่พอต้องรู้ว่าไม่ทำอะไรแน่ๆในข้อ จำกัดที่มีแล้วโฟกัสลงไปเพียงไม่กี่ เรื่องฟันให้ขาดชั้วแล้วก็ให้มันจบการ ศึกษาที่มันไร้อนาคตเสียฐีผมเนี่ยใจผม เนี่ยประมาณนี้ก็เลยอยากจะเชียร์ให้ทั้ง 2 ท่านเนี่ยไปตั้งพรรคการเมืองแล้วก็เสนอ นโยบายให้ถูกใจแล้วผมจะช่วยหาเสียงให้ว่า เออแบบนี้ท่านท่านจันทรนต้องรีบไปแล้ว ครับท่าน[เสียงหัวเราะ] พลาดพิง ขอขออนุญาตให้ท่านเจดท่านไปก่อนนะครับ อันนี้มีประโยชน์นะ อโอเค[เสียงหัวเราะ] โอเค[เสียงสูดหายใจ]ขออนุญาตมั้ฮะพลาดพิง ถึงผม ที่ท่านบอกว่าคนที่ไปเรียนโรงเรียนนานา ชาติก็ได้แค่ภาษาอังกฤษโทษนะครับ regent region เพราะเป็นของผมนะ graduate profile อังกฤษมีผมเพิ่งให้ AI แปลเขียน ว่าบัณฑิตของ regent คือผู้เรียนรู้ตลอด

495:05

Speaker A

ชีวิตนี่คือสิ่งที่เรา expect นะครับว่า จบจากที่นี่เนี่ยที่ได้รับการเสริมพลัง แรงขับเคลื่อนที่จะบรรลุศักยภาพของตนเอง นะ to the maximum potential เนี่ยพวก เขามีความยืดหยุ่นทางใจ resilience และ ความมั่นใจที่จะเอาชนะความท้าทายต่างๆมี ความฉลาดทางอารมณ์และมีส่วนร่วมอย่างเต็ม ที่ในความสัมพันธ์การทำงานชุมชนใกล้บ้าน และชุมชนระดับโลกเหนือสิ่งอื่นใดพวกเขามี ความสุขและมีความเมตตาได้รับประโยชน์จาก การเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวregนไปตลอด ชีวิตนี่ไม่ได้พูดถึงภาษาอังกฤษต้องเก่ง เลยนะเพราะต้องเก่งอยู่แล้วขอบคุณครับ ไม่ได้หมายถึงโรงเรียนอาจารย์ผมชื่นชม อยู่แล้วแต่ผมหมายถึงโรงเรียนนายชาติโดย เฉลี่ยเนี่ยมันมีความต่างโรงเรียนไทยแค่ ภาษาอังกฤษเป็นหลักไอ้ตัวอื่นเป็นตัว ประกอบแล้วแต่โรงเรียนว่าจะสร้างคนไปทาง ไหนดีดีมากครับโรงเรียนอาจารย์นี่ผมยัง ส่งหลานส่งคนไปเรียนเลยครับ ผม[เสียงหัวเราะ]ท่านอาจารย์ครับเราคง ต้องปล่อยผู้ฟังกลับ ทำท่าก็ไม่อยากกลับนะเนี่ยผมดูอ่ะอาการทำ ท่าแบบว่าเอ้ยจะกลับแล้วหรือเนี่ยอาจารย์ พวิทจัดได้ดีมากครับขอบคุณมากครับ นี่เป็นรอบที่ 1 ใช่มั้ยมีหลายท่านจะต้อง เชิญก็จะพยายามครับทำทีนึงก็เหนื่อยฮะ เหนื่อย ก็ขออนุญาตปิดนะครับเอ่อผมจะขออนุญาตสรุป

496:29

Speaker A

สัก 2-3 คำแค่นั้นนะครับ ก็ประการแรกก็ขอบคุณทุกท่านนะครับท่านผู้ ที่เข้ามาร่วมในวันนี้ทุกท่านทั้งที่อยู่ ที่นี่นะอยู่ทางบ้านนะเอ่อพวกเราที่เอ่อ รวมตัวกันอยู่ทำในเรื่องอะไรต่ออะไรเหล่า นี้เนี่ยเราก็จะพยายามต่อไปเรื่อยๆนะฮะ แต่อยากจะขออนุญาตฝากข่าวสารในแง่ของ สถานการณ์สักเรื่องนึงไว้ในตอนนี้นะก็คือ เอ่อก็อย่างที่ได้พูดมาแล้วหลายละรอกใน วันนี้รวมทั้งที่ท่านอภิสิทธิ์ได้พูดถึง เนี่ยก็คือเรื่องของกฎหมายการศึกษานะฮะ คือถ้าจะเล่าสรุปให้ฟังคร่าวๆก็อาจจะเป็น อย่างนี้ครับเรามีสิ่งที่เรียกว่าพระ ราชบัญญัติการสายแห่งชาติเนี่ยนะฮะมาตั้ง แต่ปี 2542 นะครับอ่าตอนเริ่มต้นเนี่ยมันมีทุกอย่าง อยู่ในนั้นนะแล้วก็ใช้มาเรื่อยระหว่างทาง มาเนี่ยนะครับก็เกิดพรบ.อาชีวศึกษาแยกออก มานะเขาก็บริหารเอย่างเข้มข้นเลยแล้วต่อ มาก็พรบ.อุดมศึกษาก็แยกออกมาเก็บริหารก็ อย่างเข้มเข้มข้นแล้วก็ยังมีอีกนะฮะพระ บัญญัติการเรียนรู้ปฐมวัยอะไรตรแยกออกมา ไอ้ตัวพลว.การศึกษา 42 เนี่ยก็เลยกลาย เป็นถูกแทะออกไปที่เหลืออยู่เนี่ยก็เลย เป็นโครงสร้างบิดๆเบี้ยวๆ นะเพราะเมื่อเป็นพ.ร.บ.การสายแห่งชาติ เนี่ยสิ่งที่พูดถึงอันนึงแน่นอนก็คือพูด ถึงความเป็นแห่งชาติก็หมายความว่าอะไรที่ เป็นหลักการทั้งหลายนะฮะพูดถึงเรื่อง สิทธิพูดถึงเรื่องคุณภาพพูดถึงเรื่องอะไร ที่เป็นเรื่องกลางๆอยู่ในนั้นแต่ตอนนี้พอ ไอ้อื่นๆถูกแทะออกไปนะไอ้สิ่งที่ยังไม่ ถูกแท้ออกไปเนี่ยก็คือพรบ.ก็คือการจัดการ การศึกษาขั้นพื้นฐานนะมันก็เลยกลายเป็น เหลืออยู่ว่าไอ้พรบ. 42 ขนาดนี้เนี่ยที่

498:30

Speaker A

เหลืออยู่ในนั้น พูดกันไปก็ผสมกันไปผสมกันมาเดี๋ยวก็พูด ถึงหลักการเดี๋ยวก็พูดถึงโรงเรียนเดี๋ก็ พูดถึงหลักการเดี๋ยวพูดถึงพื้นฐานอะไรต่อ อะไรเนี้ยมันก็เลยกลายเป็นกฎหมายซึ่งค่อน ข้างจะดูแล้วไม่ค่อยจะเป็นเรื่องเท่าไหร่ แต่ขณะนี้เนี่ยเค้าก็กำลังจะเสนอกฎหมาย ใหม่นะฮะที่จริงการเสนอกฎหมายใหม่เนี่ย ที่เราเริ่มจากท่านอาจารย์จรัดเมื่อเช้า นี้นะท่านอาจารย์จรัดเนี่ยได้ให้แนวแนว ทางไว้แล้วนะได้ให้แนวทางว่ามีกฎหมายแม่ บทซึ่งเป็นเหมือนกับอัมแล้วอะไรต่ออะไร นี้ก็ก็ว่าไปแต่พอจะมาทำใหม่ตอนนี้เนี่ย นะครับก็กลายเป็นว่ากระทรวงศึกษาธิการ เนี่ยก็เอาไปให้สภาการศึกษาเป็นเจ้าของ เรื่องแล้วก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุด หนึ่งมา เใช้คำว่ามาร่างแต่ที่จริงสิ่งที่เกิด ขึ้นจริงก็คือเอาพรบว. 42 เดิมนั่นแหละนะ มา แก้ไขปรับปรุงนะมันก็เลยยังหน้าป่าออกมา เหมือนกับหลักใหญ่ๆเหมือน 42 ปัจจุบัน เนี่ยนะที่จริงแล้วเนี่ยนะมาถึงชั้นนี้ เนี่ยสถานการณ์เนี่ยนะมันควรจะแยกแยก พ.ร.บ.การศึกษาขั้นพื้นฐานออกมาแล้วตัว แห่งชาติเนี่ยก็ทำให้เป็นแห่งชาติจริงๆนะ เอ่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ในร่างปัจจุบันเนี่ย ที่มันจะทำให้มันไปแล้วมันจะไม่น่าจะเป็น ประโยชน์มากเลยก็เช่นเป็นต้นว่ากลายเป็น ว่าพรบ.ฉบับนี้เป็นของกระทรวงศึกษาที่ ต้องการ แล้วคนจะมาดูแลในความเป็นแห่งชาติเนี่ยก็ บอกให้ไปตั้งกรมขึ้นมา 1 กรมนะในกระทรวง สาธิการให้ดูแลเรื่องนี้แต่วันนี้มัน

500:24

Speaker A

สถานการณ์มันเปลี่ยนไปเยอะนะครับกระทรวง ศึกษาธิการไม่ใช่เจ้าเดียวที่จัดการศึกษา ไม่ใช่เจ้าเดียวที่จัดการพัฒนาทุนมนุษย์ อีกต่อไปแล้วมันมีเจ้าอื่นเอาง่ายๆอย่าง นี้ก็แล้วกันถ้าพรบ.ฉบับนี้ออกมาจะเป็น อัลเนี่ยนะไอ้อุดมศึกษามันไปอยู่อีก กระทรวงนึงแล้วนะอีกหลายๆอันก็ไปอยู่อีก หลายๆกระทรวงอ่าที่ท่านอาจารย์จรัดเสนอ ไว้นะคือยกขึ้นมาข้างบนให้อยู่ในระดับคณะ รัฐมนตรีนะแล้วท่านก็ยังเสนอไว้ด้วยว่า สภาการศึกษานั่นแหละนะก็เปลี่ยนสภาพซะ เปลี่ยนสภาพเหมือนที่ท่านอาจารย์ไพรินทร พูดนะท่านอาจารย์ไพรินทรพูดว่าอ่าที่ท่าน ทบทวนให้ดูนะเอ่อประเทศไทยในสมัยนู้น เนี่ยเราเห็นว่าเราขับเคลื่อนด้วยความรู้ เนี่ยนะมีสิ่งที่เเรียกว่าสภา 3 สภาขับ เคลื่อนประเทศได้ได้แก่สภาพัดสภาก็ดูว่า ทิศทางประเทศจะไปทางไหนนะสภาวิจัยได้แก่ มาวิจัยว่านะความรู้อะไรต่ออะไรทั้งหลาย นะก็คือเรื่องสภาวิจัยแล้วก็สภาการศึกษา ซึ่งมาวางแผนนะพัฒนากำลังคนของประเทศไอ้ 3 สภานี้นะแต่วันนี้ 3 สภานี่ถูกกลายพันธุ ไปแล้ว 2 สภานะสภาการศึกษาถูกดึงจากข้าง บนเนี่ยไปอยู่ใต้กระทรวงศึกษาธิการอย่าง นี้เป็นต้นซึ่งก็เป็นแนวทางที่ไม่น่าจะ ถูกต้องไอ้แนวทางที่เสนอกันใหม่อีกฟากฟาก หนึ่งกำลังเสนอเนี่ยนะครับน่าจะถูกต้อง กว่าก็คือยกสภาการศึกษาขึ้นมาข้างบนเสีย อ่ามันมันก็จะดูแลอะไรได้ชัดเจนกว่าส่วน สภาวิจัยนี่ไปอีกทางนึงแล้วนะแม้แต่ สถานภาพของสำนักงานก็ยังเปลี่ยนนะฮะนะ เอ่อ หัวหน้าหน่วยงานเคยเป็นเลขาธิการตอนนี้

502:21

Speaker A

กลายเป็นผู้อำนวยการนะผู้อำนวยการเอ่อ เอ่อวช.เเรียกอย่างนั้นน่ะนะครับครับก็ก็ อยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ว่ามันมันเรื่อง นี้กำลังเค้ากำลังขณะนี้กำลังส่งร่าง เนี่ยให้หน่วยงานต่างๆดูแล้วก็อาจจะเสนอ เข้าพรบ.เร็วๆนี้นะถ้าเผื่อร่างนี้กลาย เป็นร่างของรัฐบาลแล้วก็ไปในทางนี้จริงๆ เนี่ยก็น่าเป็นห่วงนะที่จะไปอย่างนั้น ส่วนพวกผมเองที่ทำอะไรกันอะไรอยู่เนี่ย เราก็พยายามะนะครับยกตัวอย่างเช่นผมก็ดี ใจอย่างที่ว่าตะกี้เนี่ยที่ว่าท่าน อภิสิทธิ์เนี่ยพูดถึงการแยกกฎหมายเป็น 2 ฉบับแล้วอันนั้นก็คืออ่าอาจจะเป็นเป็น ส่วนนึงอ่ะนะครับเอ่อจะใช่ทั้งหมดหรือไม่ ก็ไม่ทราบแต่เป็นส่วนนึงที่เราได้ถือ โอกาสไปคุยกับท่านอภิสิทธิ์ว่าสถานการณ์ มันเป็นอย่างี้ควรจะเปลี่ยนเป็นอย่างี้นะ อีกอันนึงที่ผมพยายามทำอยู่ตอนนี้เนี่ยนะ เอ่อในเมื่อพรรคเพื่อไทยดูแลกระทรวงศึกษา กฎหมายของกระทรวงศึกษาก็เห็นแล้วก็คงเป็น อย่างนั้นน่ะนะแต่ตอนนี้ผมก็พยายามจะไป สร้างกบฏในพรรคเพื่อไทยนะจะหาสส.สัก 20 คนของพรรคเพื่อไทยเนี่ยนะฮะมาเสนอร่าง พรบ.ในอีกเวอร์ชั่นนึงเข้าไปอ่าหนังสือ ที่แจกท่านไปวันนี้ก็จะมีเล่มนึงที่ว่า ด้วยกฎหมายโดยเฉพาะนะครับก็ฝากท่านไปดู ด้วยนะพูดถึงหลักการอะไรอะไรไว้ในนั้นนะ ครับครับก็อันนี้ก็คือสถานการณ์ที่อยากจะ กราบเรียนไว้ในส่วนอ่าของพวกเราที่จะทำ อะไรต่อนี้นะครับครับผมเดี๋ยวผมผมต่ออีก นิดเดียวนะฮะว่าอ่าเราเรากำลังวางแผนอยาก จะจัดการประชุมนานาชาติสักครั้งนึงนะเอ่อ แล้วในการประชุมนานาชาติครั้งนี้เนี่ยนะ เราก็ก็อยากจะได้คนที่เป็นปรมาจารย์ระดับ ที่เค้าสำเร็จอยู่ในประเทศต่างๆนะเอ่อผม อยากจะได้ยกตัวอย่างเช่นซาวข่านเงี้ยนะ ของข่านacาเดemyเข้ามาหรือคนที่ทำใน เรื่องนี้ของฟินแลนด์โดยตรงนะอ่าของจีจีน

504:40

Speaker A

โดยตรงอะไรต่ออะไรเหล่านี้เนี่ยนะครับเ่อ เข้ามาอาจจะจัดสัก 3 วัน 2 วันแล้วก็อาจ จะต้องให้มี simultaneous translation เพื่อให้คนไทยเข้าฟังได้อย่างอย่างไม่มี ข้อจำกัดนะให้เป็นประโยชน์ต่อครูไทยใคร ต่อใครด้วย 2 วันแรกอาจจะเป็นการที่ดูตัว อย่างของประเทศไทยต่างๆแล้ววันที่ 3 นี่ จะพูดเฉพาะประเทศไทยนะเราให้เข้ามาให้ input ว่าประเทศไทยควรจะขับเคลื่อนไปยัง ไงนะก็ก็ลองดูว่าเดี๋ยวต้องพรุ่งนี้พรุ่ง นี้เผอิญผมจะมีประชุมเอ่อท่านอาจารย์ ไมตรีจัดประชุมคณะคณะผู้ก่อการทั้งหลาย เนี่ยนะครับเ่อเราก็จะคุยกันเรื่องนี้นะ คือเราเราประชุมเพื่อจะสรุปงานวันนี้ด้วย แล้วเพื่อที่จะดูว่าเอ่อใครต่อไปยังไง ด้วยถามว่าสมาชิกศูนย์ของเราคือใครคือทุก ท่านที่นั่งอยู่ในนี้นะแล้วก็หลายๆท่าน ที่อยากจะเข้ามาร่วมก็เป็นจะเป็นเรื่อง ที่ดีและเป็นประโยชน์ทั้งสิ้นน่ะนะครับก็ ก็ขอขออนุญาตฝากฝากประเด็นเหล่านี้ไว้ ครับเชิญครับท่านครับนะก็หลังจากผมก็ขอ อนุญาตสรุปแล้วก็ปิดเลยนะครับขอบขอบคุณ ทุกท่านครับ เชิญๆท่านอาจารย์ฮะ ขอขอบพระคุณครับท่านอาจารย์หลายๆท่าน ขอบคุณครับอาจารย์ครับ ผมอาจารย์สุระนะครับก็เคยอยู่ในสภา มหาวิทยาลัยนะครับก็เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ของมหาลัยหอการค้านะครับแล้วก็ดร.

506:15

Speaker A

เกียงศักดิ์ก็ได้รู้จักกันเป็นอย่างดีเ เรียกผมพี่ตั๊กนะครับคือผมจะมองการศึกษา ว่ากระทรวงศึกษาเนี่ยเป็นรัฐราชการนะฮะที นี้การมองของเขาเนี่ยอยู่ภายใต้ระบบรัฐ ราชการเพราะฉะนั้นการมองของเขาเนี่ยมองไป ไม่ถึงโรงเรียนเมองแคบแต่ขณะเดียวกันก็มี การปรับเปลี่ยนตลอดเวลาโรงเรียนต้องวิ่ง ตามกระทรวงศึกษานะฮะพอวิ่งตามกระทรวง ศึกษาทำให้กระบวนทัศน์ต่างๆเนี่ยแบบมัน แกว่งไปแกว่งมานะครับเพราะฉะนั้นถ้า เราทำการศึกษาให้มัน long lasting ให้ มัน sustain ก็คือไม่ต้องแกว่งไปตาม รัฐบาลไม่ต้องแกว่งไปตามนโยบายพรรคการ เมืองอย่างเนี้ยการศึกษามันก็จะเป็นไปตาม แผนแม่บทแผนพัฒนาเอ่อเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติดูอย่างสิงคโปร์นะฮะเ่อเราพูดถึง พรรค PP เพราะฉะนั้นเนี่ยเขาเป็น แพทเทิร์นเดียวกันกับผู้ก่อตั้งก็คือ ลีกวนูรัฐบุรุษเพราะฉะนั้นเนี่ยการการ เดินของเขาเนี่ยเป็นสเต็ปเขาก้าวขึ้นไป ขณะที่ของเราเนี่ยสะเปะสะปะแล้วก็ไม่รู้ ทิศทางผมขออีกเรื่องเดียวก็คือว่าวันเนี้ GDP ของเราเนี่ยตกต่ำพอๆกับการศึกษานะ ต้องพูดกันตรงๆสภาวับอกว่า 2.1 ถามว่าไม่ รู้ว่าสาเหตุทำไมถึง 2.1 1 แต่ผมไปดู แล้วอ้อรู้ละ ส่งออกเราโตแต่นำเข้าเรามากกว่าพอ x - m

507:45

Speaker A

แล้วเนี่ยกลายเป็นว่าเราขาดทุลการค้าพอ ขาดทุลการค้าปุ๊บ มันก็ทำให้ GDP เราต่ำนะฮะสภาพก็ยังแก้ ไม่ออกก็เพราะไม่ได้ดูสูตรของ GDP นะนายก ก็ไม่ทราบเพราะฉะนั้นนายกก็สั่งรัฐมนตรี คลังรัฐมนตรีคลังก็สั่งสภาเพราะฉะนั้น เนี่ยถ้าเราไม่รู้อะไรจริงๆแล้วเนี่ยแล้ว เราไปสั่งเนี่ยกระบวนทัศน์มันมันแกว่ง แล้วอีกเรื่องนึงขออีกเรื่องนึงนะครับก็ คือว่าทุกวันนี้การศึกษาเราสนับสนุนคน เก่งคนเก่งเนี่ย compete ได้หมดไประดับ นานาชาติระดับโลกแต่คนที่ไม่เก่งเนี่ย 70% ในระบบ 80% โรงเรียนส่งเสริมแต่เด็กเก่ง เด็กเก่งเanceติดไปหมอไปวิศวะแต่คนไม่ เก่งมันโหลดการศึกษาทั้งระบบนะครับขอบพระ คุณครับ ครับขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ครับท่านวิทยากรทุกท่านแล้วก็ท่านผู้มี เกียรติทุกท่านครับที่ได้เข้าร่วมในอสรม วิชาการในครั้งนี้ครับ ในช่วงท้ายนี้ครับจะขออนุญาตขอความร่วม มือทุกท่านครับได้สแกน QR Cดครับเพื่อทำ แบบประเมินครับโดย QR Cดที่ขึ้นอยู่บน หน้าจออ่าตอนนี้ได้เลยครับ และหลังจากนี้ครับจะมีการส่งตัวลิงก์นี้ เข้าไปที่อีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้ด้วย ครับซึ่งสามารถสแกนจากหน้าจอตรงนี้ก็ได้

509:14

Speaker A

หรือว่าจะเป็นการกดเข้าลิงก์ในอีเมลก็ได้ ครับครับ สำหรับวันนี้ขอกล่าวคำว่าขอบคุณและสวัสดี ครับ ตอน

Topics: การปฏิรูปการศึกษา การศึกษาไทย ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คุณภาพครู มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กับดักรายได้ปานกลาง literacy numeracy นโยบายการศึกษา อนาคตการศึกษา

เรียนจากวิดีโอนี้

- [แฟลชการ์ดจากวิดีโอนี้](https://sozai.app/th/tools/ai-flashcard-generator/?from=transcript&id=88028)
- [แบบทดสอบจากวิดีโอนี้](https://sozai.app/th/tools/quiz-generator/?from=transcript&id=88028)

ฟรี สร้างโดย AI จากทรานสคริปต์นี้ ไม่ต้องสมัคร


---
This is the markdown twin of https://sozai.app/transcript/thai-education-academic-forum-1/ — the same content, without the markup.
Published by SozAI (https://sozai.app). Reuse and quotation are allowed with attribution and a link back.
Machine-readable index: https://sozai.app/llms.txt · data API: https://sozai.app/api/
