**อ.วุฒิพงษ์ พิชิตวงศ์ - OpAmp ออปแอมป์ ตอนที่ 9 — Transcript & Summary | SozAI**
Source: https://sozai.app/transcript/opamp-9-transcript/

วิดีโอสอนเรื่องการป้อนกลับในวงจรออปแอมป์ พร้อมอธิบายแพ็คเกจ IC 741 และการอ่าน Data Sheet อย่างละเอียด

## Key Takeaways

- การป้อนกลับแบบบวกและลบมีผลต่อการทำงานและอัตราขยายของวงจรออปแอมป์
- การเลือกแพ็คเกจและรุ่นของ IC ต้องพิจารณาคุณสมบัติทางไฟฟ้าและความทนทานต่ออุณหภูมิ
- การอ่าน Data Sheet อย่างถูกต้องช่วยให้เลือกใช้อุปกรณ์ได้เหมาะสมและป้องกันความเสียหาย
- การเตรียมแหล่งจ่ายไฟต้องเพียงพอและเหมาะสมกับการใช้งานจริงของวงจร
- การเข้าใจหลักการทำงานและข้อจำกัดของ Op-Amp ช่วยให้การออกแบบวงจรมีประสิทธิภาพมากขึ้น

## What the video covers

- อธิบายการป้อนกลับในวงจรออปแอมป์ทั้งแบบบวก (Positive Feedback) และแบบลบ (Negative Feedback)
- การลดสัญญาณ output ก่อนป้อนกลับเพื่อควบคุมอัตราการขยายของวงจร
- แนะนำแพ็คเกจ IC 741 เช่น DIP 8 ขา และ DIP 14 ขา พร้อมวิธีการดูตำแหน่งขาและจุดสังเกต
- เปรียบเทียบคุณสมบัติของ IC 741 รุ่นต่างๆ เช่น 741C และ 741M ในเรื่องแรงดันและอุณหภูมิใช้งาน
- การอ่านและตีความ Data Sheet ของ IC ออปแอมป์ เช่น ค่าความต่างแรงดัน input, การทน short circuit, และอุณหภูมิใช้งาน
- อธิบายความหมายของค่าต่างๆ ใน Data Sheet เช่น Min, Typ, Max และ PD (Power Dissipation)
- เปรียบเทียบการใช้พลังงานของ Op-Amp กับอุปกรณ์อื่น เช่น ตัวชาร์จมือถือ
- แนะนำการเตรียมแหล่งจ่ายไฟให้เหมาะสมกับการใช้งาน Op-Amp
- เน้นความสำคัญของการเลือกแพ็คเกจที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งาน
- เตือนเรื่องการใช้งานแรงดันไฟเกินพิกัดที่อาจทำให้ IC เสียหาย

Answers

## Questions about this video

การป้อนกลับในวงจรออปแอมป์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

การป้อนกลับในวงจรออปแอมป์มี 2 ประเภท คือ การป้อนกลับแบบบวก (Positive Feedback) และการป้อนกลับแบบลบ (Negative Feedback) โดยเป็นการนำสัญญาณบางส่วนจาก Output กลับมาที่ Input

การป้อนกลับแบบบวกแตกต่างจากการป้อนกลับแบบลบอย่างไร?

การป้อนกลับแบบบวกจะนำสัญญาณ Output บางส่วนกลับมาที่ขาบวกของ Input โดยต้องลดทอนสัญญาณลงก่อน ส่วนการป้อนกลับแบบลบจะนำสัญญาณ Output กลับมาที่ขาลบของ Input และสัญญาณที่นำกลับมาจะต้องมีเฟสตรงกันข้ามกับสัญญาณ Output (ต่างกัน 180 องศา)

แพ็คเกจ IC แบบ DIP มีลักษณะอย่างไร และจะระบุขาได้อย่างไร?

แพ็คเกจ IC แบบ DIP (Dual In-line Package) มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขาเรียงเป็นสองแถว เช่น DIP 8 สำหรับ 8 ขา หรือ DIP 14 สำหรับ 14 ขา การระบุขา 1 สามารถทำได้โดยสังเกตจุดกลมหรือรอยแหว่งบนตัว IC ซึ่งขาจะเรียงทวนเข็มนาฬิกาจากจุดนั้น

## Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:02

Speaker A

การป้อนกลับในวงจรออปแอมป์ มีอยู่ 2 หัวข้อที่ต้องรู้ ก็คือ การป้อนกลับแบบบวก การป้อนกลับแบบบวกก็คือ Positive Feedback กับการป้อนกลับแบบลบก็คือ Negative Feedback

00:32

Speaker A

การป้อนกลับแบบบวกเป็นแบบนี้ ป้อนกลับแบบบวก ป้อนกลับนะครับ ป้อนกลับ เวลาพูดคำว่าป้อนกลับก็คือต้องเอาอะไรบางอย่างจาก Output กลับมาให้ Input

00:53

Speaker A

ฟังนะ ป้อนกลับก็คือเอาบางอย่างจาก Output กลับมา Input

01:00

Speaker A

อันนี้เขาเรียกว่าป้อนกลับ

01:06

Speaker A

Output กลับมาให้ Input

01:10

Speaker A

ทีนี้มันมี Input อยู่ 2 ขา มันก็เลยกลับมาได้ 2 ทาง

01:19

Speaker A

ก็คือกลับมาทางบวกกับกลับมาทางลบ

01:26

Speaker A

ไอ้นี่กลับมาทางบวกก็คือเอามาให้ขาบวก

01:33

Speaker A

อันนี้เขาเรียกป้อนกลับแบบบวก

01:38

Speaker A

ทีนี้ป้อนกลับแบบบวกเนี่ยเขาไม่อเอาสัญญาณมาทั้งหมด

01:48

Speaker A

จะเห็นว่าตรงเนี้ยเอามาแล้วต้องมีวงจรป้อนกลับแบบบวก

01:55

Speaker A

ก็คือทำให้สัญญาณ Output ที่เอามามันลดลง

02:02

Speaker A

มันมีค่าเล็กลดลง

02:05

Speaker A

แล้วเอามาให้ Input อีกทีนึง

02:08

Speaker A

ถ้านักเรียนไม่ลด ไม่ลดสัญญาณตรงนี้ลงนะ

02:16

Speaker A

ไม่ลดลงนะ นักเรียนก็จะพบว่า อัตราการขยายของมันน่ะ

02:27

Speaker A

จะไม่มีอะไรออกมาเลย จะเป็นเส้นตรง

02:32

Speaker A

แล้วก็มีค่าแรงดันเป็น Maximum

02:38

Speaker A

ก็คืออาจจะบวก 12 โวลต์เป็นเส้นตรงเลย

02:44

Speaker A

เพราะเอามาทั้งหมด

02:47

Speaker A

แต่ทีนี้การป้อนกลับแบบบวกคือเอาบางส่วนมา

02:53

Speaker A

จำไว้นะบางส่วนแค่นั้น

02:56

Speaker A

คุณต้องลดสัญญาณ Output ที่เอามาลง

03:03

Speaker A

เนี่ยดูในรูปก็ได้ตรงเนี้ยสัญญาณใหญ่ๆ

03:10

Speaker A

แล้วก็มาได้ตรงเนี้ยเป็นเล็กๆ

03:16

Speaker A

แล้วเอาเข้าไปขาบวก

03:21

Speaker A

เดี๋ยวเราจะเรียนในบทต่อไปนะครับ

03:27

Speaker A

การป้อนกลับแบบลบ

03:32

Speaker A

ง่ายๆ เหมือนเมื่อกี้นี้แหละ

03:36

Speaker A

แต่เอามาทางขาลบ

03:41

Speaker A

จบ

03:42

Speaker A

บวกด้านบน

03:45

Speaker A

เอามาบวก

03:47

Speaker A

อันนี้เอามาลบ

03:49

Speaker A

แต่ว่ามันมี มันมีปัญหาอีกก็คือขาลบเนี่ยเฟสภายใน

04:00

Speaker A

ภายในสัญญาณเนี่ยนะครับ FV เนี่ย

04:06

Speaker A

จะต้องเฟสเป็นเฟสตรงกันข้าม

04:12

Speaker A

ต่างกัน 180 องศา

04:16

Speaker A

ก็คือถ้า Output เป็นบวก ตรงเนี้ยนะ

04:22

Speaker A

ถ้า Output เป็นบวก คุณต้องใส่ตรงนี้เป็นลบ

04:28

Speaker A

มันก็จะกลับ กลับเฟสให้

04:33

Speaker A

นะครับนะ ก็จะทำได้ 2 แบบ เดี๋ยวมาเรียน

04:42

Speaker A

รายละเอียดกันใน ในสัปดาห์ต่อไป

04:49

Speaker A

โอ้ยังไม่หมดอีกเหรอ

04:51

Speaker A

อ่าเกือบหมดแล้ว

04:53

Speaker A

อันนี้เมื่อกี้เนี่ยที่บอกว่าไอ้ตัวแพ็คเกจ

05:00

Speaker A

แพ็คเกจหน้าตาของ IC เนี่ยมันเป็นแบบนี้

05:04

Speaker A

นะครับ มีอยู่ 8 ขา

05:07

Speaker A

ถ้าเป็น 741 ก็มีอยู่ 8 ขา

05:10

Speaker A

นะครับ แต่ถ้าเป็นเบอร์อื่นคุณอาจจะไปเจอว่ามันมี 14 ขาก็ได้

05:17

Speaker A

ถ้ามันมีข้างในอยู่หลายๆ ตัว

05:20

Speaker A

นะครับ 8 ขาแบบเนี้ย

05:24

Speaker A

IC บางเบอร์

05:28

Speaker A

มี 8 ขาก็จริงแต่ข้างในมี Op-Amp 2 ชุดก็ได้

05:35

Speaker A

คือใช้ VCC ร่วมกันแล้วก็ใช้ Offset ร่วมกันก็มี

05:41

Speaker A

นะฮะ อันนี้หน้าตาแบบนี้

05:43

Speaker A

แพ็คเกจแบบนี้เขาเรียกว่า DIP

05:48

Speaker A

DIP

05:52

Speaker A

นะฮะ DIP

05:54

Speaker A

ถ้ามี 8 ขาเรียกว่า DIP 8

06:00

Speaker A

ถ้ามี 16 ขาก็เรียกว่า

06:06

Speaker A

ฮะ

06:08

Speaker A

โอ๊ะ

06:10

Speaker A

พูดหน่อยสิ

06:13

Speaker A

เออ

06:14

Speaker A

DIP 14

06:16

Speaker A

ถ้ามี 1 ขาละ

06:19

Speaker A

ไม่มี DIP 1 ขาไม่มีหรอก

06:22

Speaker A

IC อะไรมีขาเดียว

06:26

Speaker A

โดนฉันหลอก

06:29

Speaker A

อ่าเป็นแบบนี้

06:31

Speaker A

นะครับ แล้วก็

06:34

Speaker A

ขาเขาจะเรียงอย่างเนี้ย

06:37

Speaker A

จุดสังเกตของ ของแพ็คเกจ DIP

06:43

Speaker A

เหมือนกับ IC Digital

06:46

Speaker A

ก็คือ

06:49

Speaker A

ขา 1 จะมีจุดกลม

06:53

Speaker A

ถ้าหาจุดกลมไม่เจอก็ให้ดูตรงนี้

06:59

Speaker A

รอยแหว่งตรงนี้

07:02

Speaker A

นะครับ เหมือน Digital ใช่ไหม

07:06

Speaker A

เรียนมาแล้ว

07:09

Speaker A

มันเรียงแบบนี้เฉพาะ IC 741 นะครับ

07:15

Speaker A

เฉพาะ IC 741 เท่านั้นที่มีชื่อขาเรียงในตำแหน่งนี้

07:22

Speaker A

แต่ถ้าเป็นเบอร์อื่นนักเรียนต้องดูใน Data Sheet ของเบอร์นั้น

07:30

Speaker A

นะดูเอาเอง

07:34

Speaker A

อ่าตัวอย่างเอกสารจากโรงงานผู้ผลิต

07:39

Speaker A

นะครับ ก็

07:43

Speaker A

มันหน้าตาก็จะเป็นภาษาอังกฤษหมดเลยไม่มีภาษาไทยนะครับ

07:49

Speaker A

เนื่องจากว่าไม่รู้จะแปลทำไมภาษาไทย

07:54

Speaker A

อ่า

07:55

Speaker A

ก็จะมี มีแพ็คเกจอยู่เยอะแยะนะครับ

08:00

Speaker A

741 เหมือนกัน

08:02

Speaker A

แต่ว่าถ้าเป็น J Package

08:06

Speaker A

J Package ก็คือเดาว่า J ตัวนี้ก็คือ Japan

08:12

Speaker A

นะครับ ก็

08:15

Speaker A

อันนี้จะเห็นว่าคุณ คุณจะเห็นว่าใช้

08:21

Speaker A

เอ่อ DIP 14 นะครับ

08:24

Speaker A

DIP 14

08:27

Speaker A

อันนี้ DIP 8

08:31

Speaker A

มีหน้าตาแบบอื่นไหม

08:33

Speaker A

อ่า มี มีแบบ 10 ขาด้วย

08:36

Speaker A

แล้วก็แบบนี้ก็มี

08:39

Speaker A

นะฮะ

08:40

Speaker A

SML

08:41

Speaker A

นะฮะ SML

08:43

Speaker A

เป็นแบบแปะอยู่บนแผ่นปริ้นท์น่ะ

08:50

Speaker A

อ้าวดูตารางนี้สักนิดนึง

08:53

Speaker A

มีอะไรที่เรียนไปแล้วบ้างนะครับ

09:00

Speaker A

แรงจ่ายสูงสุดที่ให้ได้ดูในตารางบรรทัดแรกนะครับ

09:07

Speaker A

Power Supply

09:10

Speaker A

VCC บวกกับ VCC ลบดูในชีทของนักเรียนนะครับ

09:16

Speaker A

บนกระดานเนี่ยมองไม่เห็น

09:19

Speaker A

กี่โวลต์

09:21

Speaker A

ดูในชีท

09:23

Speaker A

ตารางเนี้ย

09:24

Speaker A

ดูในชีท

09:25

Speaker A

กี่โวลต์

09:27

Speaker A

บวก ลบ

09:30

Speaker A

18

09:32

Speaker A

บวก ลบ 18 แต่นักเรียนอย่าใช้ เวลาใช้จริงนักเรียนอย่าไปใช้บวก ลบ 18 เลยนะครับ

09:40

Speaker A

อย่างที่บอกว่าไฟในประเทศเนี่ยมันขึ้นๆ ลงๆ ใช่ไหม

09:46

Speaker A

เพราะฉะนั้นเราจะไม่ใช้ใกล้เคียงกับ Maximum

09:51

Speaker A

เพราะว่าถ้าเกินพัง

09:54

Speaker A

เหมือน IC Digital

09:56

Speaker A

เคยทำพังแล้วใช่ไหม

10:00

Speaker A

เวลาเรียน Digital

10:03

Speaker A

เกิน 5 โวลต์

10:06

Speaker A

พัง

10:08

Speaker A

เกิน 5 โวลต์พัง

10:10

Speaker A

IC Digital

10:12

Speaker A

Op-Amp เหมือนกัน

10:14

Speaker A

พวก IC พวกเนี้ย IC นะครับ

10:20

Speaker A

IC เกือบทุกเบอร์ถ้านักเรียนใช้แรงจ่ายไปเกินมันพัง

10:27

Speaker A

เสียเงินเลยนะครับ

10:28

Speaker A

ซื้อใหม่

10:30

Speaker A

ตอนเนี้ยลงแล็บอ่ะยังไม่รู้หรอก

10:34

Speaker A

แต่พอทำโปรเจกต์ขึ้นมาประกอบวงจรขึ้นมา

10:41

Speaker A

รู้เลย

10:42

Speaker A

เสียตังค์แล้วซื้อใหม่

10:46

Speaker A

เก็บตังค์เพื่อนๆ ซื้อใหม่

10:51

Speaker A

มีอะไรอีก

10:52

Speaker A

อ่า Differential Input

10:55

Speaker A

ความแตกต่างของแรงดันภาค Input เนี่ยต่างกันสูงสุดได้เท่าไหร่ครับ

11:04

Speaker A

ดูในตาราง

11:06

Speaker A

บวก ลบ 15

11:09

Speaker A

นักเรียนจะเห็น อ่าอีกคอลัมน์นึงใกล้ๆ กัน

11:15

Speaker A

ตรงเนี้ย

11:17

Speaker A

UA 741M

11:21

Speaker A

UA 741M

11:25

Speaker A

ดูซิ ตารางมันต่างกันยังไงครับ

11:32

Speaker A

ความสามารถมันจะเป็นยังไง

11:36

Speaker A

ทนแรงดันได้มากกว่า

11:40

Speaker A

แล้วก็

11:44

Speaker A

ให้ Input ได้มากกว่า

11:48

Speaker A

ใช่ไหมครับ ความต่างของแรงดัน Input

11:52

Speaker A

เนี่ยให้ได้ถึงบวก ลบ 30 โวลต์

11:59

Speaker A

สามารถ Short Circuit Output ได้ไหม

12:03

Speaker A

อ่านออกเปล่า

12:06

Speaker A

Duration of Output Short Circuit

12:11

Speaker A

เนี่ย ไอ้ตรงเนี้ยที่มีเลข 5 เนี่ย

12:15

Speaker A

สามารถทำได้ไหม

12:18

Speaker A

ตรงนี้เขียนว่าอะไร

12:20

Speaker A

ไม่จำกัด

12:22

Speaker A

ก็คือคุณ Short ได้อ่ะ

12:27

Speaker A

คือ Output เนี่ยต่อสามารถต่อลงกราวด์ได้

12:30

Speaker A

ไม่พัง

12:33

Speaker A

ไม่พัง

12:35

Speaker A

มันจะมีวงจรที่เป็น

12:40

Speaker A

อ่าป้องกันเอาไว้แล้วข้างใน

12:46

Speaker A

อุณหภูมิในการใช้งาน

12:48

Speaker A

อ้าวตอบ

12:50

Speaker A

อุณหภูมิในการใช้งานระหว่าง

12:57

Speaker A

741C กับ 741M เนี่ยต่างกันไหม

13:04

Speaker A

อ่า

13:05

Speaker A

ต่างกันนะครับ

13:07

Speaker A

ต่างกัน

13:09

Speaker A

อะไรทนหนาวได้มากกว่ากัน

13:14

Speaker A

อ่าตัว M มากกว่านะครับ

13:16

Speaker A

ทีนี้

13:20

Speaker A

เวลาเราซื้อเนี่ย 741C กับ 741M เนี่ย

13:24

Speaker A

ราคามันก็ไม่น่าจะเท่ากัน

13:27

Speaker A

แต่ถ้าราคาเท่ากันคุณเอาอะไร

13:31

Speaker A

เอา M

13:33

Speaker A

เอามากไว้ก่อนใช่ไหม

13:36

Speaker A

อ้าวมาดูเรื่องของตารางแพ็คเกจด้วยนะ

13:38

Speaker A

แพ็คเกจใน ใน Data Sheet หน้าแรกอ่ะเรามีแพ็คเกจ

13:46

Speaker A

บอกไว้ให้อยู่แล้วนะครับ ก็คือมันมีแพ็คเกจแบบ DIP

13:53

Speaker A

J เอ่อ FK J อะไรพวกเนี้ย

13:58

Speaker A

ที่เห็นอยู่ในหน้าแรกเนี่ย

14:01

Speaker A

เอ่อความหมายของแพ็คเกจแต่ละอย่างเนี่ย

14:07

Speaker A

มันก็คือจะบอกว่า

14:12

Speaker A

มันใช้กำลังงานเท่าไหร่

14:16

Speaker A

นะครับ มิลลิวัตต์พวกเนี้ยก็จะ เป็นหน่วยการใช้พลังงานไฟฟ้า

14:23

Speaker A

นะครับ แล้วก็ อ่าบางส่วนก็จะหมายถึงเรื่องของความร้อน

14:30

Speaker A

ในตัว ในตัวแพ็คเกจด้วย

14:35

Speaker A

ว่ามันจะทนแพ็คเกจได้เท่าไหร่นะครับ

14:40

Speaker A

ตัวไหนที่ใช้กับอุณหภูมิสูงสุดได้

14:46

Speaker A

เอ่อสูงกว่า สูง สูงที่สุดอ่ะ

14:49

Speaker A

แพ็คเกจอะไร

14:52

Speaker A

ดูดิ

14:56

Speaker A

แพ็คเกจไหนที่ใช้กับอุณหภูมิสูงๆ

15:00

Speaker A

ห๊ะ

15:02

Speaker A

ไหนวะ

15:04

Speaker A

ดูองศา C

15:06

Speaker A

ไง

15:09

Speaker A

ตัวไหนตัวไหน

15:12

Speaker A

FK กับ

15:15

Speaker A

J

15:16

Speaker A

นะครับ ก็อันนี้คือความต่างของแต่ละแพ็คเกจ

15:20

Speaker A

คือใช้เหมือนกันนั่นแหละ

15:23

Speaker A

เวลาใช้ใช้เหมือนกัน

15:25

Speaker A

แต่ถ้าคุณต้องใช้ในอุณหภูมิที่สูงๆ เนี่ยคุณก็ไปดูแพ็คเกจที่เขามี

15:34

Speaker A

ที่ทนอุณหภูมิได้

15:38

Speaker A

แต่ถ้าเป็นแพ็คเกจปกติก็คือแพ็คเกจ D

15:44

Speaker A

ก็จะทนอยู่ได้แค่ 64 องศา

15:48

Speaker A

นะฮะ 64 องศา

15:53

Speaker A

อันนี้มีอะไรที่เราเรียนแล้วบ้าง

15:58

Speaker A

VOM

16:00

Speaker A

VOM ที่เรียนไปเนี่ย

16:02

Speaker A

คือเราไม่ได้เรียนทุกพารามิเตอร์ที่

16:07

Speaker A

ที่เขามีใน Data Sheet นะครับ เราเรียนเฉพาะบางตัว

16:13

Speaker A

ก็คือตัวเนี้ยที่เรียนไปว่า Voltage Swing เนี่ย

16:20

Speaker A

เนี่ยที่ 10K

16:22

Speaker A

RL เท่าไหร่

16:24

Speaker A

แล้วเราจะได้แรงดันต่ำสุดเนี่ยเท่าไหร่

16:28

Speaker A

อันนี้คือช่องเนี้ยที่เรียนไป

16:35

Speaker A

เนี่ย

16:37

Speaker A

อันนี้ก็เรียนใช่ไหม

16:38

Speaker A

CMRR

16:40

Speaker A

เนี่ยถ้าถ้าสอบมาบอกว่าให้ Data Sheet มาแล้วบอกว่าหาค่า เอ่อ Voltage Swing มาก็ดูช่องนี้

16:48

Speaker A

ถ้าหาค่า CMRR ก็ดูช่องนี้

16:52

Speaker A

นะฮะ

16:54

Speaker A

อันนี้มัน 741C ใช่ไหม

16:56

Speaker A

741C

16:59

Speaker A

มี M ด้วยใช่ไหม

17:01

Speaker A

มี M อยู่ด้านนี้ด้วย

17:04

Speaker A

แล้วก็ดูว่า

17:07

Speaker A

เวลากรอบ เวลาตอบเนี่ย

17:10

Speaker A

มันมี 3 คอลัมน์

17:13

Speaker A

มี ดูในชีทนะ

17:16

Speaker A

Min

17:18

Speaker A

TYP ใช่ไหมครับ

17:20

Speaker A

แล้วก็ Max

17:22

Speaker A

TYP เนี่ยมันย่อมาจาก Typical

17:27

Speaker A

Typical ก็คือค่าทั่วไปอ่ะ ค่ากลาง

17:32

Speaker A

ค่า ค่าแบบทั่วๆ ไป

17:35

Speaker A

แล้ว Min Min ก็คือ Minimum

17:38

Speaker A

ก็คือค่าต่ำสุด

17:42

Speaker A

Max ก็คือ Maximum

17:44

Speaker A

ค่าสูงสุด

17:47

Speaker A

นะครับ เวลาคำนวณ

17:51

Speaker A

เวลาคำนวณ เวลาสมมุติว่าเราจะเอาไปออกแบบ

17:58

Speaker A

ก็จะใช้ค่าช่องนี้นะครับ TYP นะ

18:04

Speaker A

TYP เป็น Typical ก็คือค่า ค่าปกติของมันน่ะ

18:12

Speaker A

จดนิดนึงนะ

18:13

Speaker A

TYP ก็คือค่า ค่าปกติ ค่ากลางอะไรอย่างเนี้ย

18:20

Speaker A

เอาค่านี่ไปคำนวณ

18:28

Speaker A

อ่าตัวนี้ PD

18:31

Speaker A

PD นะครับ

18:33

Speaker A

PD ก็คือเขาจะบอกว่าถ้าคุณใช้อุปกรณ์ตัวเนี้ย 1 ตัวเนี่ย

18:41

Speaker A

คุณจะต้องเตรียม Power Supply แหล่งจ่ายให้มันน่ะ

18:46

Speaker A

กี่ กี่วัตต์

18:48

Speaker A

กี่มิลลิวัตต์

18:51

Speaker A

นะฮะ เอ่อ

18:56

Speaker A

แรงจ่ายสมมุติว่าแรงจ่าย

19:00

Speaker A

เอาพูดถึงมือถือของนักเรียนแล้วกันนะครับ

19:04

Speaker A

มือถือของนักเรียนเนี่ยมี มีตัวชาร์จใช่ไหมเล็กๆ ใช่ไหม

19:10

Speaker A

จะเห็นว่าถ้าเพื่อนเราไม่ได้ใช้รุ่นเดียว ยี่ห้อเดียวกันกับเราเนี่ยไอ้ตัวชาร์จของ ของของเขาเนี่ยกับของเราเนี่ย

19:19

Speaker A

มันจะคนละขนาดกันใช่ไหม

19:24

Speaker A

เออ

19:25

Speaker A

ทำไม

19:26

Speaker A

อ่า มี มีคำถามว่าทำไมมันถึงตัวเล็กตัวใหญ่

19:32

Speaker A

นะครับ ถ้าคุณสังเกตเอาแว่นขยายส่องดีๆ นะครับ

19:39

Speaker A

ในนั้นน่ะจะมีเขียนไว้ว่าตัวชาร์จของนักเรียนเนี่ย

19:46

Speaker A

กี่แอมป์

19:49

Speaker A

นะครับ

19:50

Speaker A

ถ้า ถ้า 1 แอมป์ก็ตัวเล็ก

19:54

Speaker A

ส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ เอ่อกี่แอมป์วะ

19:58

Speaker A

1 1 แอมป์ 2 แอมป์

20:02

Speaker A

2.5 แอมป์

20:06

Speaker A

นะฮะ แต่ปัจจุบันมือถือชาร์จเร็วก็จะ 3 แอมป์ขึ้นไป

20:12

Speaker A

นะฮะ พวก

20:14

Speaker A

อะไรยี่ห้ออะไร Oppo

20:18

Speaker A

ไอ้ที่ว่าชาร์จแป๊บเดียวอ่ะ

20:22

Speaker A

เราใช้ได้

20:26

Speaker A

เนี่ยก็จะ 3 แอมป์ขึ้นไป

20:29

Speaker A

อาจจะ 3.5 แอมป์

20:33

Speaker A

นี่เขาเรียนกับเราเหรอ

20:36

Speaker A

จะเลิกอยู่หรอก

20:37

Speaker A

ใช่ไหม

20:40

Speaker A

เนี่ย

20:42

Speaker A

ก็คือต้อง ต้องเตรียมพลังงานให้พอสำหรับวงจร

20:48

Speaker A

เพราะฉะนั้น

20:52

Speaker A

เมื่อกี้ที่พูดเนี่ยก็คือตัว Adapter ชาร์จมือถือของนักเรียนเนี่ย

20:59

Speaker A

นักเรียนใช้ยี่ห้อนี้รุ่นเนี้ยเขาบอกว่าสมมุติว่าเขาให้มา 2 แอมป์

21:05

Speaker A

นั่นก็คือพอแล้ว

21:09

Speaker A

ใช่ไหม

21:11

Speaker A

แต่ตัวชาร์จ 3 แอมป์จะแพงกว่า 2 แอมป์

21:17

Speaker A

ยกเว้นลดราคานะเซลล์

21:19

Speaker A

ไม่ใช่นะฮะ

21:21

Speaker A

เพราะฉะนั้น

21:24

Speaker A

ไอ้ตัวเนี้ยมันจะแพงกว่า

21:28

Speaker A

ทีนี้กลับมาดู Op-Amp เรา

21:30

Speaker A

ถ้าเขาบอกว่า Op-Amp 1 ตัวใช้เท่าไหร่ครับ

21:36

Speaker A

50 มิลลิวัตต์

21:39

Speaker A

50 มิลลิวัตต์นะฮะ

21:42

Speaker A

เนี่ยช่องเนี้ยที่เขียนเนี่ยตรงเนี้ย 50 มิลลิวัตต์

21:46

Speaker A

หน่วยอยู่ด้านข้างนะ

21:49

Speaker A

หมายความว่า Op-Amp 1 ตัวใช้ 50 มิลลิวัตต์

21:53

Speaker A

ถ้านักเรียนเอา Adapter ชาร์จมือถือนักเรียนเนี่ย

22:01

Speaker A

ที่มีอยู่เนี่ย 1 แอมป์เนี่ยพอไหมสำหรับ Op-Amp 1 ตัว

22:10

Speaker A

พอ

22:11

Speaker A

เพราะว่ามิลลิ

22:13

Speaker A

น้อยกว่าแอมป์

22:16

Speaker A

ใช่ไหมครับ

22:17

Speaker A

ถูกไหม

22:19

Speaker A

แต่ Op-Amp 1 ตัวอย่าลืมว่า Op-Amp 1 ตัวไม่ทำงานด้วยตัวมันเองเดี่ยวๆ

22:26

Speaker A

คุณจะต้องมีวงจรล้อมข้างประกอบ

22:30

Speaker A

คำนวณออกมาแล้วพอไหมสำหรับ Adapter ของเราที่มี

22:36

Speaker A

นะครับ อันนี้คือ

22:39

Speaker A

คือเรื่องของการเตรียมแหล่งจ่าย

22:44

Speaker A

อ่า นี่ก็ Slew Rate อีกเหมือนกันนะครับ

22:47

Speaker A

ที่ ที่เรียนเหมือนกัน

22:50

Speaker A

มีอะไรอีก

22:51

Speaker A

อ้าวหมดแล้วนี่

22:55

Speaker A

อ่าหมดแล้ว

Topics: ออปแอมป์ OpAmp การป้อนกลับ Positive Feedback Negative Feedback IC 741 แพ็คเกจ DIP Data Sheet แรงดันไฟฟ้า วงจรอิเล็กทรอนิกส์


---
This is the markdown twin of https://sozai.app/transcript/opamp-9-transcript/ — the same content, without the markup.
Published by SozAI (https://sozai.app). Reuse and quotation are allowed with attribution and a link back.
Machine-readable index: https://sozai.app/llms.txt · data API: https://sozai.app/api/
