**ผิดหวังตั้งแต่งานแรกในฐานะลีดจุฬาฯ [CUCL UNCUT] EP.3 — Transcript & Summary | SozAI**
Source: https://sozai.app/transcript/disappointed-first-job-cucl-uncut-ep3/

ประสบการณ์ผิดหวังและเรียนรู้จากงานแรกในฐานะลีดจุฬาฯ พร้อมความตั้งใจพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต

## Key Takeaways

- งานแรกในฐานะลีดจุฬาฯเต็มไปด้วยความกดดันและความผิดหวังที่ต้องเรียนรู้
- การซ้อมอย่างละเอียดและการสนับสนุนจากทีมเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนา
- การควบคุมสติและความพร้อมทางจิตใจมีผลต่อประสิทธิภาพการแสดงอย่างมาก
- ความผิดพลาดเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เติบโตและพัฒนาตัวเอง
- ความภูมิใจและความมั่นใจเกิดขึ้นเมื่อสามารถแสดงได้ดีขึ้นในโอกาสถัดไป

## What the video covers

- สมาชิกทีมลีดจุฬาฯรุ่น 76 เล่าถึงความรู้สึกผิดหวังในงานแรกที่ไม่ได้เป็นไปตามคาดหวัง
- การซ้อมที่หนักและละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงจริง
- ความกดดันและความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นในวันงานจริง ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดในการแสดง
- การสนับสนุนและความพยายามร่วมกันของทีมช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
- การสะท้อนและรีเฟล็กซ์หลังงานเพื่อพัฒนาตัวเองและทีมให้ดีขึ้นในอนาคต
- ความภูมิใจในความสำเร็จและการแสดงที่ดีขึ้นในงานถัดมา แม้ยังมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย
- การเรียนรู้จากความผิดพลาดและใช้เป็นแรงผลักดันในการฝึกซ้อมและแสดงครั้งต่อไป
- ความสำคัญของการควบคุมสติและการเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
- ความรู้สึกที่แท้จริงของสมาชิกทีมที่ต้องเผชิญกับความคาดหวังและความกดดัน
- การยอมรับความผิดพลาดและมุ่งมั่นที่จะไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต

Answers

## Questions about this video

ทำไมสมาชิกทีมลีดจุฬาฯรุ่น 76 ถึงรู้สึกผิดหวังกับงานแรก?

เพราะงานแรกมีความกดดันสูงและเกิดข้อผิดพลาดในการแสดงจริง ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังและรู้สึกว่ายังควรทำได้ดีกว่านี้

สมาชิกทีมมีวิธีรับมือกับความตื่นเต้นและความกดดันอย่างไร?

สมาชิกพยายามควบคุมสติและเตรียมตัวอย่างหนักในการซ้อม รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมช่วยให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้

ประสบการณ์จากงานแรกส่งผลต่อการพัฒนาทีมอย่างไร?

ประสบการณ์นี้ทำให้ทีมได้สะท้อนและรีเฟล็กซ์เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด ฝึกซ้อมมากขึ้น และตั้งใจพัฒนาการแสดงให้ดีขึ้นในงานถัดไป

## Full Transcript — Download SRT & Markdown

00:00

Speaker A

อันนี้เรียว เรียวได้มากแค่ไหนครับ

00:02

Speaker B

คือตอนแรกเราก็รู้สึกว่าโอเคงานแรกเราก็คงแบบรับรู้ถึงความรู้สึกว่าเออเป็นหลีดจุฬาแล้วอะไรอย่างเงี้ย

00:06

Speaker B

แต่แบบซิมไม่รู้สึกถึงความรู้สึกนั้นเลย

00:10

Speaker C

ไมค่อนข้างคาดหวังเยอะว่าแบบอยากทำออกมาให้มันได้ดีอะไรอย่างงี้ค่ะ

00:15

Speaker C

แต่ว่าไมไม่ได้แบบโทษเพื่อนหรือไม่ได้โทษใครเลยเพราะว่าตัวไมเองไมก็รู้ว่าไมไม่ได้ทำได้เต็มร้อยเหมือนที่ไมคาดหวังไว้

00:20

Speaker D

เราจะไม่ยอมให้แบบเพื่อนขึ้นมือไม่ทันเพราะฉะนั้นเนี่ยงานเจ็ดหกวันนี้ที่ไม่พังเพราะแบมครับ

00:46

Speaker A

เป็นสามสิบวันที่แบบเราทำทุกอย่างเพื่อจะโชว์

00:50

Speaker A

เพราะว่าแบบปกติเราจะซ้อมอะไรหลายๆอย่างแล้วรวมกันแล้วก็แบบพยายามจะทำทุกอย่างให้ดีแล้วตอนนี้เราก็ได้มาแบบลองทำแบบโชว์ที่แบบมันเป็นแต่ละเพลงแต่ละเพลงแล้วเราต้องมาเก็บท่าของแต่ละเพลงแบบ

01:41

Speaker A

โฟกัสแต่ละเพลงจริงๆก็ทำให้รู้สึกว่าแบบเออเราเต้นเพลงนี้ได้ดีขึ้นแล้วก็มั่นใจขึ้นครับ

01:46

Speaker E

ช่วงแรกๆมันก็จะเหนื่อยมากๆแบบมากๆๆๆจนแบบเหมือนสมองไม่คิดอะไรแล้วอะไรอย่างเงี้ย

01:53

Speaker E

เหมือนพอมันมีงานมันเหมือนมันมีโกขึ้นมาว่าแบบโอเคเรากำลังซ้อมเพลงนี้นะสำหรับไปงานนี้หรือซ้อมเพลงนี้นะสำหรับไปที่นี่นะอะไรอย่างเงี้ย

02:02

Speaker E

เออ ก็ทำให้เราแบบมีโกมากขึ้นแล้วก็เหมือนการซ้อมมันก็สนุกมากขึ้นครับแบบว่าเรามีความตื่นเต้นมีความตั้งตารอกับการที่จะได้ไปโชว์การที่จะได้ไปเจอทุกคนในงานแรกด้วยอะไรอย่างเงี้ย

02:11

Speaker F

เออแต่เจ็ดหกเป็นรุ่นที่แบบเราค่อนข้างเหมือน

02:15

Speaker F

ตั้งจูนจังหวะกันค่อนข้างเยอะอ่ะค่ะแล้วเหมือนมันก็จะมีช่วงที่เราทำได้ดีแต่ว่าอยู่ๆมันก็แบบ

02:23

Speaker F

กลับไปแบบเอ้ยเหมือนจะแบบต้องซ้อมเพิ่มนะอะไรอย่างเงี้ยจนทำให้บางครั้งเราก็คิดว่าแบบเออเราทำดีพอหรือยังหรือว่าแบบเราเป็นตัวถ่วงของเพื่อนๆหรือเปล่าอะไรอย่างเงี้ยค่ะ

02:31

Speaker G

คือซ้อมกันดีครับบางคนก็มีสติหลุดบ้างอะไรอย่างงี้

02:36

Speaker G

แต่ก็รวมๆแล้วก็ผมเชื่อว่าก็ซ้อมกันมาดีครับเพราะว่าทุกคนพยายามแน่นอนแหละเพราะว่ามันเป็นงานแรกใครๆก็อยากจะทำออกมาให้มันดีครับ

03:22

Speaker C

ถ้าถามไมเอาจริงๆมันก็แอบน่าเบื่อกว่าตอนแบบรันสแตนด์เพราะไมรู้สึกว่ามันมันเป็นการเก็บท่าแบบเต้นท่าเดิมๆซ้ำๆเก็บแต่ดีเทลเดิมๆอะไรอย่างเงี้ยค่ะ

03:32

Speaker C

ซึ่งถามว่าแบบมันก็มีหลายคนที่แบบเขาทำได้แล้วก็ทำไม่ได้ด้วย

03:38

Speaker C

ถามว่ามันมีประโยชน์ไหมมันก็มีประโยชน์มากๆๆๆๆเพราะว่าแบบมันก็ทำให้เราเต้นสวยขึ้นจริงๆอะไรอย่างเงี้ยเหมือนแบบเราก็ซิงค์กันมากขึ้นเรื่องดีเทลแบบเรื่องมือเล็กๆการบลิงค์หรือแบบการหยุดตรงไหนหนักเบาหรืออะไรอย่างเงี้ยแบบพี่เขาก็ใส่มาให้เราเต็มที่อะไรอย่างเงี้ย

03:49

Speaker C

แต่ว่าถามว่าเราทำได้ครบไหมอะไรอย่างเงี้ยไมว่าอาจจะยังไม่ครบ

03:53

Speaker B

ก่อนวันงานหนึ่งวันอะไรอย่างเงี้ยค่ะเหมือนจะทำได้ดีและแล้ววันต่อไปก็รู้สึกว่าโอเคอุ่นใจว่าโอเคมันก็คงจะออกมาได้ดีผลลัพธ์อาจจะยัง

04:02

Speaker B

ทุกคนอ่ะน่าจะเตรียมตัวมาดีระดับหนึ่งค่ะแต่ว่าเหมือนพอด้วยช่วงวันงานอ่ะเหมือนระยะเวลามันเลทออกไปมันก็เลยทำให้เหมือนแบบสติมันหายไปบางส่วนอ่ะค่ะ

04:12

Speaker B

แล้วพร้อมกับแบบว่าทุกคนยังไม่เคยออกงานด้วยอะไรอย่างเงี้ย

04:18

Speaker H

ถ้าพูดตามความจริงก็รู้สึกว่าเหนื่อย

04:20

Speaker H

เพราะว่ามันเก็บอะไรหลายๆอย่าง

04:24

Speaker H

แบบเก็บท่าเก็บให้มันพร้อมกันเก็บเดี๋ยวจะหน่วงตรงนี้เดี๋ยวจะต้องตรงนี้องศามือ

04:32

Speaker H

ก็รู้สึกว่าก็ยากอยู่สำหรับอาร์ม

04:36

Speaker H

หลายๆครั้งก็จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โดนเยอะที่แบบว่า

04:42

Speaker H

อาร์มไม่พร้อมอาร์ม

04:46

Speaker H

อาร์ม อาร์มแบบชื่อจะออกบ่อยสุด

04:50

Speaker H

ก็รู้สึกว่าแบบมีวันที่เหนื่อยมากๆจนแบบรู้สึกว่าแบบเริ่มจะไม่ไหวแล้ว

04:56

Speaker H

แบบเหนื่อยจริงๆ

05:00

Speaker H

ก็มีหลายๆคนที่แบบคอยแบบซัพพอร์ตมาตลอด

05:05

Speaker H

รู้สึกว่าแบบเออ มันผ่านวันพวกนั้นมาได้

05:09

Speaker H

เพราะแบบเจ็ดหกทุกคนเลย

05:47

Speaker E

ทุกคนสติมันน้อยลงอะไรอย่างเงี้ย

05:52

Speaker E

เพราะว่าด้วยความที่แบบว่ามันเหมือนแบบเจอคนครั้งแรกด้วยเจอกล้องต่างๆอะไรอย่างเงี้ย

06:00

Speaker E

ทำให้แบบว่าเออมีการเต้นผิดเกิดขึ้นหรือว่าแบบมีการเข้าไม่ตรงจังหวะ

06:07

Speaker E

หรือว่ามันเหมือนมันไม่พร้อมเท่ากับตอนที่เราแบบซ้อมกัน

06:12

Speaker E

รายละเอียดหลายๆอย่างมันหายไปอะไรอย่างเงี้ยครับ

06:17

Speaker E

ก็เลยทำให้ทุกคนแบบก็เสียใจกับตรงนั้นอะไรอย่างเงี้ย

06:22

Speaker E

แล้วก็ไม่อยากให้มันแบบเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นอีก

06:27

Speaker E

หรือว่าแบบเกิดให้ได้น้อยที่สุด

06:30

Speaker I

คือมี่พยายามดิวตัวเองว่าไม่ให้ตัวเองตื่นเต้นแต่ว่าตอนไปยืนคือเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาคือมันดังมากเสียงหัวใจตัวเองคือแบบมี่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

06:40

Speaker I

มี่ได้ยินแต่แบบเสียงหัวใจตัวเองมันจะหลุดออกมาแล้ว

06:45

Speaker I

แล้วหน้ามี่คือแบบตาแข็งมากคือมี่ไม่รู้ว่าตัวเองยิ้มอย่างนั้นไปก่อน

06:50

Speaker I

คือยืนอย่างงี้ป่ะ

06:52

Speaker I

ในรูปคือเห็นตัวเองแล้วแบบมี่ไม่ได้ยิ้มอย่างนั้นในใจมี่คือมี่ไม่ได้ยิ้มอย่างนั้น

07:07

Speaker J

บอกเลยว่าวันนั้นที่ไป

07:10

Speaker J

เราก็คิดว่าเราฝึกยิ้มมาดีมากๆแล้วเหมือนกันแต่ว่าพอไปถึงเนี่ยบางทีมันสภาพแวดล้อมต่างๆเราอาจจะยิ้มเกร็งบ้างอะไรบ้าง

07:22

Speaker J

รู้สึกว่าเป็นเรียกว่าเป็นงานแรกที่เราจะต้องเอาประสบการณ์นี้มาเหมือนต่อยอดมาพัฒนาตัวเองอีกเยอะมากๆเหมือนกันค่ะ

07:29

Speaker G

ตื่นเต้นครับตื่นเต้นมาก

07:32

Speaker G

แล้วก็แบบคือมันมีคนดูด้วย

07:36

Speaker G

มันแบบมันกดดันครับ

07:38

Speaker G

มันรู้สึกว่าแบบมันต้องทำออกมาให้ดีอ่ะ

07:42

Speaker G

ผมก็เชื่อแบบจริงๆก็หลายๆคนคนที่ไม่เต้นผิดก็คงไม่มีใครอยากเต้นผิดหรอกครับ

07:49

Speaker G

แล้วก็คงไม่มีใครอยากตะโกนออกมาผิดเหมือนผมด้วยแหละ

07:53

Speaker G

แล้วก็แบบมันมันกดดันเนี่ยแหละ

07:56

Speaker G

เออ มันมันตื่นเต้นแหละเข้าใจทุกคนครับ

08:01

Speaker G

แล้วก็เข้าใจตัวเองด้วย

08:04

Speaker K

คืออุ้มเป็นคนที่แบบคือไม่ค่อยตื่นเต้นแต่ว่าจะมีปัญหาลืมท่า

08:10

Speaker K

ตอนซ้อมอ่ะอุ้มก็ลืมท่าบ้างแล้วก็เป็นท่อนประจำ

08:16

Speaker K

ก็เลยแบบค่อนข้างแบบรอท่อนนั้นเพื่อที่จะแบบเต้นให้ถูก

08:22

Speaker K

ตอนซ้อมก็แบบมีเต้นผิดบ้าง

08:26

Speaker K

แต่ว่าเหมือนสองวันสุดท้ายที่รันฟลูอ่ะค่ะ

08:30

Speaker K

อุ้มก็เต้นไม่ผิดแล้ว

08:33

Speaker K

แต่พอมาวันจริงปุ๊บก็คือเต้นผิดจนได้

08:37

Speaker K

ก็คือวันวันสยามก็เลยเต้นผิดก็แอบนอยแต่ว่าแบบ

08:42

Speaker K

ก็รู้สึกว่าก็เป็นบทเรียนให้แบบคราวหน้าเราแบบจัดการกับสติของตัวเองให้ดีกว่านี้ค่ะ

08:51

Speaker C

มันนอยค่ะ

08:54

Speaker C

มัน

08:56

Speaker C

มันพูดแล้วจะร้องไห้อ่ะ

08:58

Speaker C

อืม

09:00

Speaker C

แบบ

09:02

Speaker C

อืม

09:04

Speaker C

ไมค่อนข้างคาดหวังเยอะว่าแบบอยากทำออกมาให้มันได้ดีอะไรอย่างเงี้ยค่ะ

09:09

Speaker C

แต่ว่าไมไม่ได้แบบโทษเพื่อนหรือไม่ได้โทษใครเลย

09:14

Speaker C

เพราะว่าตัวไมเองไมก็รู้ว่าไมไม่ได้ทำได้เต็มร้อยเหมือนที่ไมคาดหวังไว้

09:20

Speaker C

อะไรอย่างเงี้ยแต่ว่าเหมือนแบบพอมาถึงจุดนั้นอะไรอย่างเงี้ย

09:27

Speaker C

ทุกคนก็มีความตื่นเต้นเข้ามาแบบรายละเอียดดีเทล

09:33

Speaker C

หรือว่าความพร้อมทุกอย่างที่เราเตรียมกันวันก่อนหน้ามันก็ลดลงค่อนข้างเยอะ

09:40

Speaker C

พอมานั่งย้อนกลับมาคิดอะไรอย่างเงี้ยก็รู้สึกผิดหวังตัวเองค่ะ

09:46

Speaker C

ว่าแบบเอออยากทำให้มันดีกว่านี้

09:50

Speaker C

มันเป็นงานแรกที่แบบเหมือนเราออกสู่สังคมว่าแบบให้ทุกคนเห็นเราในฐานะแบบ

09:57

Speaker C

หลีดจุฬารุ่นที่เจ็ดหกอะไรอย่างเงี้ยรู้สึกว่าอยากทำให้มันได้ดีกว่านี้ค่ะ

10:03

Speaker C

ผิดหวังที่ทำให้พี่ๆเสียใจค่ะ

10:05

Speaker C

แบบว่าหนูก็รู้ว่าแบบเราอาจจะช้า

10:10

Speaker C

ใช่เราอาจจะไม่ได้แบบว่าพัฒนาได้เร็วตามที่แบบพี่ๆตั้งเป้าหมายไว้

10:17

Speaker C

อะไรอย่างเงี้ยแต่ว่าเราก็พยายามทำกันเต็มที่

10:20

Speaker B

คือตัวซิมก็แบบทำข้อผิดพลาดแบบเกิดขึ้นด้วยเหมือนกัน

10:26

Speaker B

รู้สึกว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์มันควรจะได้ดีกว่านี้

10:30

Speaker B

แล้วก็รายละเอียดหลายๆอย่างมันก็ถูกลืมไปตอนที่แบบเพอร์ฟอร์มออกมาอย่างเงี้ยค่ะ

10:36

Speaker B

คือตอนแรกเราก็รู้สึกว่าโอเคงานแรกเราก็คงแบบรับรู้ถึงความรู้สึกว่าเออเป็นหลีดจุฬาแล้วอะไรอย่างเงี้ย

10:41

Speaker B

แต่แบบซิมไม่รู้สึกถึงความรู้สึกนั้นเลย

10:45

Speaker B

เพราะว่ารู้สึกว่าทำได้แย่

10:48

Speaker B

อืม แล้วมันก็เหมือนแบบความรู้สึกเฟลมันมากกว่า

10:52

Speaker B

มันมากรบอ่ะค่ะ

10:54

Speaker B

ครั้งต่อไปจะทำให้ดีขึ้น

10:57

Speaker B

แต่ถ้าพูดจริงๆความรู้สึกนั้นมันก็ไม่ได้หายไปไหนอ่ะมันก็คือยังรู้สึกว่ายังยึดติดอยู่ว่าจริงๆวันนั้นมันก็ควรจะได้ดีกว่านี้น่าจะคุมสติได้ดีกว่านี้แบบเนี้ยค่ะ

11:04

Speaker E

งานแรกจบอะไรอย่างเงี้ยพวกเราก็แบบรีเฟล็กซ์กันต่างๆว่าแบบโอเคเราควรที่จะแบบแก้ตรงไหนบ้าง

11:10

Speaker E

หรือว่าควรตั้งสติตรงส่วนไหนบ้างอะไรอย่างเงี้ย

11:15

Speaker E

แล้วก็เลยแบบเหมือนก็ฝึกซ้อมกับโชว์ครั้งต่อไปมากขึ้น

11:22

Speaker E

แบบว่าเรียกว่าไงอ่ะก็ไม่ได้ถึงกับเฟลร้อยเปอร์เซ็นต์

11:28

Speaker E

แต่ว่าแบบใช้ข้อผิดพลาดนั้นมาแบบว่ามาเป็นข้อเตือนใจ

11:33

Speaker E

ให้เราแบบไม่พลาดอีกรอบนึง

12:38

Speaker A

ส่วนงานของวันนี้ก็รู้สึกว่าเพลงแฟนเดียของเรามันเป็นเพลงเก่งของรุ่นผมด้วยครับแบบเป็นเพลงแบบมั่นใจจุฬาเจ็ดหกเต้นดีดีแน่นอนครับก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆครับ

13:26

Speaker A

พอขึ้นเวทีปั๊บถึงแม้ว่าจะมีการผิดพลาดอะไรเล็กน้อยบ้างบางอย่างก็ไม่ได้เป็นผลครับเพราะว่าแบบเรามั่นใจครับ

13:34

Speaker A

พอเริ่มเต้นเริ่มอะไรอย่างงี้ครับก็เห็นคนดูอะไรอย่างงี้ครับก็รู้สึกว่าอันนี้เรียวเรียวได้มากแค่ไหนครับ

13:40

Speaker A

อ๋อ ก็ก็รู้สึกว่าแบบไม่ไม่ชินครับแบบเพราะว่าแบบคนมองเราเยอะมากครับตอนแรกผมก็เต้นอยู่ผมก็คิดว่าแบบลืมรูดซิปกางเกงหรือเปล่าแบบผมก็พยายามแบบอยากอยากลงไปก้มดูเหมือนกัน

13:52

Speaker A

เพราะว่าแบบถ้าถ้ามันไม่ได้รูดขึ้นมานี่เป็นเรื่องเลยนะครับแบบแล้วก็มันมันจะมีท่าหนึ่งอ่ะมันจะชื่อท่าว่าร่วมพี่ร่วม น้องด้วยกันนี่ตอนจังหวะนี้ถ้าแบบผมก็ดูว่าแบบเอ้ยคือถ้ามันลงไปผมก็ฟึบงี้ขึ้นมาแบบเร็วๆ

14:02

Speaker A

แล้วตอนสุดท้ายที่เต้นจบครับผมเห็นแบบทุกคนปรบมือให้กับ การโชว์ของเราผมรู้สึกว่าแบบผมซาบซึ้งมากแล้วแบบภูมิใจในเพื่อนๆแล้วก็ตัวเองมากๆครับ

14:10

Speaker A

แบบวันนี้พอทุกคนปรบมือกันแบบน้ำตาผมซึมเลยครับ

14:14

Speaker A

รู้สึกว่าแบบเออเราเรารู้สึกว่าเราเข้าใกล้คำว่าแบบหลีดจุฬาที่แบบพร้อมเป็นหลีดจุฬาจริงๆมากขึ้นครับ

14:21

Speaker I

มี่รู้สึกว่าภาพรวมออกมาได้ดีอาจจะเพราะว่าตัวเองด้วยวันนี้เต้นไม่ผิดเลยวันนี้เต้นไม่ผิดเลย

14:30

Speaker I

แล้วก็รู้สึกว่าแบบภาพรวมออกมาดี

14:34

Speaker I

แล้วพี่ๆชมด้วยวันนี้อาจจะอาจจะไม่โดนดุ

14:38

Speaker C

ด้วยความที่มันเป็นร้องสดอะไรอย่างเงี้ยเหมือนเพลงที่ซ้อมมากับแบบตอนที่เขาร้องอะไรอย่างงี้มันไม่เท่ากัน

14:45

Speaker C

มันเหมือนแบบว่าจังหวะที่มันต้องออกหรือจังหวะที่มันต้องยกมืออะไรอย่างงี้มันก็จะมีการเหลื่อมๆบ้างอะไรอย่างงี้

14:52

Speaker C

ใช่แต่ว่าก็รู้สึกว่าไม่ได้ผิดหวังเท่ากับวันแรกค่ะ

14:56

Speaker C

แบบรู้สึกว่าวันนี้ทุกคนก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีเพราะว่ามันก็มีหลายๆเหตุการณ์ที่มันเหมือนเราไม่ได้คาดหวังมาก่อน

15:05

Speaker C

มันมันมีแบบเราต้องแก้ไขสถานการณ์ ณ ตอนนั้นเลยอย่างเช่นแบบเปิดเพลงขึ้นก่อนเลยอะไรอย่างงี้

15:44

Speaker E

ก็ลุ้นครับแบบปกติแล้วผมจะสั่งตอนที่มันแบบขึ้นมาค้างกาดก่อนแบบว่าแบบสักพักนึงให้ทุกคนแบบได้ได้ตั้งสติก่อน

15:53

Speaker E

อะไรอย่างเงี้ยแต่ว่ารอบนี้มันเหมือนแบบมันลุ้นมากเพราะว่ามันเหมือนตอนแรกเพลงมันขึ้นแล้วแต่ว่าประตูมันยังไม่เปิดให้เราเดินออกไปเลยอะไรอย่างเงี้ย

16:03

Speaker E

แล้วพอตอนที่เดินขึ้นไปทีก็พยายามพูดกับเพื่อนว่าทุกคนแบบตั้งใจฟังนะว่าจะสั่งตอนไหนเพราะว่าแบบมันก็แอบลุ้นว่าแบบโอเคถ้าท่อนแรกมันขึ้นไม่ทัน

16:12

Speaker E

ไปขึ้นท่อนสองดีกว่าอะไรอย่างเงี้ย

16:15

Speaker E

แต่ว่าแบบขึ้นไปตอนนั้นมันก็แบบก็พยายามคิดในหัวว่าแบบเพื่อนจะจัดโซนเสร็จหรือยังวะอะไรอย่างเงี้ย

16:22

Speaker E

แบบว่าถ้าเราสั่งตอนนี้มันจะถึงตอนแบบมันจะทันไหมอะไรอย่างเงี้ย

16:28

Speaker E

แล้วก็พยายามแบบเหมือนพอผมยืนเสร็จแล้วผมรับหนึ่งสองสามแล้วผมสั่งเลย

17:12

Speaker L

แต่จริงๆเพิร์ลเฟลนิดนึงเพราะว่ามันเป็นเพิร์ลเองที่แบบเปิดมาแล้วเพิร์ลรวนอ่ะค่ะมันเพิร์ลต้องไปริมสุดแล้วเพิร์ลเดินไปไม่ค่อยทันก็เลยรวนแล้วก็เลยเต้นผิดฝั่งนิดนึงค่ะ

17:22

Speaker L

แต่ว่าแบบมันยังพอเนียนอยู่

17:26

Speaker L

แต่ว่าก็แอบเฟลนิดนึงว่าแบบเออทุกคนทำดีมากเลย

17:30

Speaker L

มีแค่เพิร์ลที่ผิด

17:32

Speaker L

เพิร์ลก็ออกมาแล้วร้องไห้แล้วก็แบบ

17:35

Speaker L

เออเมื่อกี้เพิร์ลเต้นผิดนิดนึง

17:37

Speaker L

ก็ขอโทษเพื่อนทุกคน

17:39

Speaker L

แต่ก็คิดว่าภาพรวมมันก็โอเคอยู่ค่ะ

17:42

Speaker L

ไม่ไม่แย่มาก

18:19

Speaker M

ก็อยากให้เพื่อนๆบอกว่าเป็นแบบว่า เป็นคนที่ไม่เต้นผิดแล้วมันจะ

18:24

Speaker M

มันจะแย่อะไรอย่างนั้น

18:26

Speaker M

คือเข้าใจว่ามันแบบผิดพลาดกันได้แล้วแบบไม่ได้โทษเพื่อนเลยรู้สึกว่ามันยังไงมันก็เกิดขึ้นได้แหละแล้วก็ทำได้แค่แบบคอยปลอบเพื่อนแล้วก็แบบว่าเตือนสติเพื่อนก็แค่นั้น

18:34

Speaker D

อ๋อ แบมเป็นเพราะแบมที่สามารถแก้ไขปัญหาทัน

18:38

Speaker D

เพราะว่าแบมอ่ะขึ้นคนแรกแล้วแบบตอนที่แบมอยู่หน้าประตูอ่ะแบมได้ยินเสียงเพลงแล้ว

18:44

Speaker D

แล้วแบบเขาก็ไม่เปิดประตูให้แบมสักทีแล้วแบมก็พอเปิดปุ๊บแบมก็ต้องรีบวิ่งเข้าไปเลยแล้วแบบไฟอ่ะมันมืดมาก

18:50

Speaker D

แล้วแบบแบมจะต้องเป็นคนตัดสินใจว่าแบบจะต้องกระโดดบันไดตรงนั้นไปคือถ้าเราโดดผิดอ่ะคือแบบเราล้ม

18:55

Speaker D

แต่ว่าเราจะไม่ยอมให้แบบเพื่อนขึ้นมือไม่ทันเพราะฉะนั้นเนี่ยงานเจ็ดหกวันนี้ที่ไม่พังเพราะแบมครับ

20:01

Speaker E

วันที่ยี่สิบเก้าเป็นพับลิกมากกว่า

20:05

Speaker E

แล้วก็แบบเป็นคนจากหลายภาคส่วนมากกว่าเป็นงานนอกด้วยแล้วก็แบบคนผมว่ามันน่าจะเป็นแบบคนแบบที่อยู่แถวสยามด้วยแล้วก็แบบเดินผ่านไปผ่านมาอาจจะแบบไม่ได้รู้จักหลีดจุฬาหรือว่าไม่ได้รู้จักงานนั้นแต่ว่าแบบเดินผ่านไปผ่านมาเพื่อมาดูอะไรอย่างงี้

20:17

Speaker E

ก็รู้สึกว่าความต่างมันคือแบบเหมือนตอนนั้นเราเจอคนเยอะมากแล้วแบบเป็นคนที่แบบว่ามุงดูบ้างหรือว่าแบบเดินผ่านไปผ่านมาบ้างแต่ว่าออดิเอ็นซ์ของงานวันนี้มันเป็นแบบนั่งชมในฮอลล์ด้วยแล้วก็แบบทุกคนรู้จักว่าแบบที่นี่คืองานอะไร

20:32

Speaker E

แล้วก็ทุกคนรู้ว่าแบบเรากำลังจะได้เห็นอะไรเกิดขึ้นอะไรอย่างงี้เรียกว่าไงวันนั้นมันยังมีความรู้สึกว่าโอเคหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักหลีดจุฬาหรือว่าไม่รู้จักว่าโอเคมันเต้นเป็นยังไงอะไรต่างๆ

20:42

Speaker E

แต่ว่าคนที่มางานในวันนี้ผมรู้สึกว่าก็เป็นคนที่เหมือนเคยเห็นหลีดจุฬารุ่นก่อนๆมาแล้วอะไรอย่างงี้

20:47

Speaker E

เขาก็คงมีเอ็กซ์เพคเทชั่นที่แบบว่าซัมติงที่มันแบบมากกว่าคนตรงนั้นอะไรอย่างงี้ใช่ครับก็เลยรู้สึกว่าตรงวันนี้มันตื่นเต้นมากกว่าแล้วก็ลุ้นมากกว่าด้วยแต่ก็รู้สึกว่าทุกคนแบบทำได้น่าพอใจมากมากขึ้นครับ

20:53

Speaker J

ได้คนละมู้ดกันเลย

20:55

Speaker J

เหมือนงานวันนี้อาจจะต้องเหมือนมีโชว์ร่วมกับคนอื่นด้วยแล้วก็จังหวะในการร้องก็แตกต่างกันเพราะวันนี้เหมือนระยะเวลาในการรอมมากยิ่งขึ้นเหมือนความตื่นเต้นเราก็มีความน้อยลงเหมือนกันแต่พองานที่สยามเหมือนเราต้องไปถึงปุ๊บต้องรีบทำนู่นทำนี่ต่างๆก็อาจจะมีคามตื่นเต้นที่ไม่เหมือนกับวันนี้ค่ะกิรู้รู้สึกว่ามันเหมือนได้คนละไวป์กันแต่เราก็สนุกทั้งสองงานค่ะ

22:01

Speaker D

เจ็ดหกเป็นรุ่นที่มีสติน้อยที่สุด

22:04

Speaker D

น่าจะจริงครับ

22:05

Speaker N

คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องสติครับ

22:06

Speaker I

สติแต่รู้สึกว่ามี่

22:09

Speaker O

อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่มีสติ

22:11

Speaker L

งงเหมือนกันว่าแบบเอ้ยมันจะต้องผลัดกันผิดตลอดเลย

22:14

Speaker K

จริงๆสติ นอกจากจะแบบพอโชว์จริงๆอ่ะไม่มีสติยังพอเข้าใจแต่ว่าแบบเจ็ดหกก็ไม่มีสติมาตั้งแต่ตอนซ้อมแล้วอันนี้คือรวมถึงอุ้มด้วยซึ่งอุ้มแบบไม่รู้เป็นอะไรรู้สึกว่าปกติตัวเองก็แบบมีสติแต่ว่าอันนี้มันแบบรู้สึกกดดันอยากทำให้ได้ดีๆอะไรอย่างงี้มันก็เลยแบบมักจะผิด

22:29

Speaker E

เก็บท่าวันแรกแต่รู้สึกว่าเออแบบเราแบบเต้นค่อนข้างโอเคแล้วอะไรอย่างเงี้ย

22:35

Speaker E

แต่ว่าพอแบบมาอีกวันนึงความตื่นเต้นในแบบการเจอพี่ๆหรือว่าแบบเหมือนว่าโอเคพอเราทวนกันเองอะไรอย่างงี้มันจะไม่ค่อยผิดแต่ว่าแบบพอแบบมายืนตรงโซนหรือว่ายืนในแถวอะไรอย่างงี้มันจะผิดหนักมากอะไรอย่างงี้เจ็ดหกเป็นรุ่นที่สติน้อยจริงๆ

23:26

Speaker E

แต่ว่าก็จะพยายามเตือนกันครับแล้วก็ผมผมยังรู้สึกแล้วผมก็สติน้อยเหมือนกัน

23:31

Speaker L

ก็เข้าใจทุกคนนะคะแต่ว่าอาจจะต้องแบบจริงจังมากกว่านี้

23:35

Speaker L

แล้วก็เพิ่มสติ

23:37

Speaker L

เพิร์ลว่าอาจจะต้องไปนั่งสมาธิด้วย

23:40

Speaker L

รุ่นเราอาจจะต้องนัดกันไปวัด

23:42

Speaker L

แล้วก็ไปนั่งสมาธิ

23:43

Speaker L

จริงๆเพิร์ลรู้สึกว่ามันแบบหนักแล้วอ่ะค่ะ

23:45

Speaker L

หนักแบบโอเคพร้อมสามอ้าวผิดอีกแล้วอะไรอย่างเงี้ย

23:49

Speaker L

แบบอ้าวคนนี้ผิดคนนี้ผิดผิดผิด

23:50

Speaker L

อะไรอย่างเงี้ยงงมากแบบอ้าวเมื่อกี้ก็ทำได้นะ

23:53

Speaker L

อะไรอย่างเงี้ย

23:54

Speaker L

อยู่ดีๆก็ทำไม่ได้

23:54

Speaker D

มันไม่ใช่แบบหนึ่งคนไม่มีสตินะแต่มันคือแบบอย่างละนิดอย่างละหน่อยกับทุกคน

23:59

Speaker D

แล้วก็เป็นรุ่นที่ไม่โฟกัสด้วยแบบว่า

24:02

Speaker D

ชอบมองนู่นมองนี่อะไรอย่างงี้ครับตลกมากคือแบบ

24:06

Speaker D

พี่เขาบอกว่าแบมอ่ะโฟกัสสองจุดมันยืนพร้อมเงี้ย

24:10

Speaker D

มันก็คือจะแบบโฟกัสได้แค่จุดเดียวอะไรอย่างงี้

24:13

Speaker D

แต่แบมอ่ะค้นพบว่ามันน่าเบื่อมากถ้าเราโฟกัสจุดเดียวแล้วก็แบบโฟกัสจุดตรงนี้ปุ๊บ

24:19

Speaker D

พอเราเบื่อเราก็หลับตาแล้วก็ไปโฟกัสอีกจุดนึงใช่ทำให้การซ้อมมันสนุกขึ้น

25:00

Speaker G

เออจริงๆถ้าฟังจากคำถามเนี่ยผมว่าก็มีคำตอบอยู่ในตัวแล้วนะฮะ

25:05

Speaker G

ก็คงจะเป็นเรื่องสตินี่แหละครับ

25:07

Speaker G

เรื่องแรกเลยแล้วก็เรื่องเดียวครับถ้ามีสติผมว่าเจ็ดหกทำได้ทุกอย่างแล้วครับ

25:09

Speaker J

จริงๆก็ยอมรับ

25:11

Speaker J

ก็ยอมรับก็สติน้อยจริงๆ

25:13

Speaker J

มองว่ามันพัฒนากันได้หรือว่าแบบมันเป็นเรื่องที่มันไม่ใช่ว่ะแบบเอาท์ออฟคอนโทรลอ่ะค่ะคือถ้าเราแบบคอนเซนเทรทกับสิ่งที่เราทำอยู่ตรงหน้าซิมมองว่ามันมันมันได้แล้วก็รู้สึกวันนี้เพื่อนๆมีสติขึ้นแต่อาจจะแบบหายหน่อยเพราะว่ามันเกิดแอคซิเดนท์ก่อนขึ้นเวทีไงมันก็เลยแบบตกใจ

25:30

Speaker M

อยากให้เจ็ดหกทุกคนมีสติครับ

25:33

Speaker M

เพราะรู้สึกว่าทุกคนอ่ะทุกคนทำได้หมดเลยทุกคนมีศักยภาพหมดเลยทุกคนมีความสามารถหมดเลยแต่ว่าบางทีเราตื่นเต้นหรือแบบว่าเราเราขาดสติอ่ะมันเลยแบบมันเลยมันเลยมีจุดผิดพลาดแต่จริงๆคือพวกเราทำได้แบบพวกเราทำได้จริงๆแค่แบบมันไม่มีสติในบางเวลาแค่นั้น

Topics: ลีดจุฬาฯ CU Cheerleader ผู้นำเชียร์ ซ้อมเชียร์ ความกดดัน การแสดงสด ประสบการณ์งานแรก พัฒนาตัวเอง ความผิดหวัง ทีมเวิร์ค

เรียนจากวิดีโอนี้

- [แฟลชการ์ดจากวิดีโอนี้](https://sozai.app/th/tools/ai-flashcard-generator/?from=transcript&id=19347)
- [แบบทดสอบจากวิดีโอนี้](https://sozai.app/th/tools/quiz-generator/?from=transcript&id=19347)

ฟรี สร้างโดย AI จากทรานสคริปต์นี้ ไม่ต้องสมัคร


---
This is the markdown twin of https://sozai.app/transcript/disappointed-first-job-cucl-uncut-ep3/ — the same content, without the markup.
Published by SozAI (https://sozai.app). Reuse and quotation are allowed with attribution and a link back.
Machine-readable index: https://sozai.app/llms.txt · data API: https://sozai.app/api/
